xs
xsm
sm
md
lg

(ชมคลิป) “หนุ่ม กรรชัย” เผชิญหน้า “ดร.เซปิง” มั่นใจไม่ผิด คู่กรณีโอด 2 ปี ไม่มีความสุข อยากเห็นแววตาและความสำนึก!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“หนุ่ม กรรชัย” ไม่เครียดเผชิญหน้า “ดร.เซปิง” ในศาล มั่นใจไม่ได้หมิ่นประมาท ลั่นตนไม่ชอบค้าความ หากอีกฝ่ายต้องการไกล่เกลี่ยยินดีให้ออกรายการ “โหนกระแส” มั่นใจตนเป็นกลาง ด้าน “ดร.เซปิง” ฟ้องแพ่ง 50 ล้าน ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เผยอยากเจอคู่กรณี อยากเห็นแววตา ความรู้สึกสำนึกผิดจากใจ พ้อ 2 ปีที่ผ่านมา ไม่มีความสุขเลย



เป็นวันที่ทั้งสองฝ่ายได้เผชิญหน้ากันที่ศาลเป็นครั้งแรก หลัง “ดร.เซปิง ไชยศาสน์”ประธานโครงการศัลยกรรมความงามเฟซออฟ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย”พิธีกรรายการโหนกระแส ทางช่อง 3, “นายภิญโญภัทร์ ชิดตะวัน”ทนายความ และผู้เสียหายเหยื่อศัลยกรรมที่ได้รับผลกระทบจากโครงการดังกล่าวรวมทั้งหมด 7 คน เป็นจำเลย ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พร้อมฟ้องแพ่ง เรียกค่าสินไหมทดแทนจำนวน 50 ล้านบาท

ทั้งนี้ ชนวนเหตุเกิดจากเมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2562 จำเลยทั้งหมดได้มาออกรายการโหนกระแส ซึ่งมี “หนุ่ม กรรชัย” เป็นพิธีกร โดยรายการใช้ชื่อว่า “ภาค 2 เฟซออฟเปลี่ยนหน้าคนเป็นหน้าผี” แม้ไม่มีการระบุชื่อ ดร.เซปิง แต่อีกฝ่ายอ้างว่าจากการตั้งชื่อหัวข้อรายการ ทำให้เกิดความเข้าใจว่าเป็นตน ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ลูกค้าไม่กล้ามาใช้บริการจนสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจ จึงนำมาสู่การฟ้องร้องดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (16 พ.ย. 63) เวลา 09.00 น. ทั้งสองฝ่ายได้เดินทางมายังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก หลังศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน และสอบคำให้การนัดแรก ซึ่งทางฝ่ายของ หนุ่ม กรรชัย มาพร้อมกับ นายสุรเชษฐ ทองอู่ฉาง ทนายความส่วนตัว ด้าน ดร.เซปิง เดินทางมาพร้อม ทนายจำนงค์ ไชยมงคลโดยฝั่งของ ดร.เซปิง ออกมาเปิดใจว่า มั่นใจในหลักฐานของตนเองว่าสามารถเอาผิดคู่กรณีได้ โอด 2 ปีที่ผ่านมา ไม่มีความสุขเลย วันนี้จะได้เจอหน้า หนุ่ม กรรชัย เป็นครั้งแรก ตนอยากเห็นแววตา อยากเห็นความสำนึกของพิธีกรชื่อดัง ขณะที่ หนุ่ม กรรชัย เผยหลังออกจากศาล ไม่รู้สึกเครียด เพราะตนก็มั่นใจเช่นเดียวกันว่าไม่ได้หมิ่นประมาทอีกฝ่าย ยินดีให้ ดร.เซปิง มาออกรายการเพื่อประชาชนจะได้ฟังข้อเท็จจริงทั้งสองด้าน

หนุ่ม : “เลื่อนครับ พอดีว่ามีจำเลยคนนึงต้องมาสอบด้วย เหมือนเขาไม่ได้รับหมายเลยต้องเลื่อนออกไปวันที่ 22 กุมภาพันธ์ วันนี้ก็เลยไม่ได้ทำอะไรเลย จริงๆ ต้องมาสอบปากคำให้การจำเลย มาเตรียมความพร้อมในการกำหนดคดีพอดีมีจำเลยท่านนึงอยู่ต่างประเทศ ยังเดินทางมาไม่ได้เพราะติดโควิด-19 ส่วนอีกคนอยู่เมืองไทยนี่แหละ ส่งหมายไปแต่ปรากฏว่ายังไม่ได้รับ หมายตีกลับมา ก็เลยต้องเลื่อนไป เพราะถ้าสอบนี่ต้องสอบทั้งหมด

วันนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องใช้พยานหลักฐานอะไร รอขึ้นไปในชั้นสืบถึงจะเอาหลักฐาน เอาพยานออกมา ผมเองก็ค่อนข้างจะมั่นใจว่าตัวผมไม่ได้ไปหมิ่นประมาทใคร ส่วนเรื่องศาลไกล่เกลี่ยตรงนี้แล้วแต่ดุลยพินิจของศาล แล้วแต่ทางฝั่งของ ดร.เซปิง”

เผยวันนี้เผชิญหน้ากับ “ดร.เซปิง” ไม่ได้พูดคุยอะไรกัน เมื่อถามถึงสิ่งที่คู่กรณีต้องการได้จากตนคือความสำนึกนั้น เจ้าตัวยืนยันไม่ได้หมิ่นประมาทอีกฝ่าย
หนุ่ม : “ไม่ได้คุยอะไรเลยครับ ผมเจอแกผมก็ยกมือไหว้แก ต้องบอกก่อนว่ารายการโหนกระแส เป็นรายการที่เป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชนจริงๆ เราไม่เคยจำกัดจำเขี่ยที่จะเข้าข้างไหนเลย คนที่เขาเดือดร้อนเขาก็ออกมาเพราะเขาเป็นผู้เสียหาย ทีมงานมีการคัดเลือกให้เข้ามา มีการพูดคุยกัน ตัวผมเองก็นั่งสัมภาษณ์ ตอนจบรายการเราก็บอกว่ายินดีที่จะให้คู่กรณีได้เข้ามาชี้แจง ปรากฏว่า หลังจากนั้นมันก็มีประเด็นนี้เกิดขึ้น ผมก็งงๆ อยู่เหมือนกัน

(ดร.เซปิง บอกว่า เจอหนุ่มวันนี้ อยากเห็นแววตา อยากเห็นความสำนึกของเรา?) ไม่เป็นไรหรอกครับ ถ้าพูดถึงเรื่องแววตา มองผม ผมก็ยกมือสวัสดีแก ผมไม่มีประเด็นอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ส่วนสำนึกหรือไม่สำนึกผมก็ยังยืนยันว่าผมไม่ได้หมิ่นประมาท เพราะผมไม่เคยเกลียดชัง หรือรู้จัก ดร.เซปิง เลย แล้วผมจะไปหมิ่นประมาทแกทำไม อยากจะให้ลองกลับไปดูบริบทของเนื้อรายการในวันนั้นว่าผมมีคำพูดคำไหนที่นอกกรอบ จนกระทั่งไปหมิ่นประมาทแกรึเปล่า ซึ่งผมมั่นใจว่าผมไม่มี

ลั่นไม่ใช่ตนไม่รู้สึกผิด แต่ตนไม่เคยหมิ่นประมาทอีกฝ่ายเลย บอกตนไม่ชอบค้าความ หากอีกฝ่ายต้องการไกล่เกลี่ยก็แจ้งมาได้เลย
หนุ่ม : “อย่าใช้คำว่าไม่รู้สึกผิด ใช้คำว่าผมไม่ได้หมิ่นประมาทจะดีกว่า ผมยืนยันว่า ผมไม่ได้หมิ่นประมาท ประเด็นมันมีที่มาที่ไป เอาไว้ไปเจอกันชั้นศาล ให้ทุกอย่างมันชัดเจน เป็นธรรมดาแหละที่เขาจะมั่นใจ คนที่เขามีคดีฟ้องร้องบานปลายกัน เขาก็ต้องมั่นใจ มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว เรื่องไกล่เกลี่ยนี่แล้วแต่ทาง ดร.เซปิง เลย ผมยังไงก็ได้ จริงๆ แล้วผมก็เป็นคนที่ไม่ชอบค้าความ ถ้า ดร.เซปิง คิดว่าต้องการจะคุยก็แจ้งมาเลยว่ามาคุยกันไหม ผมก็คุย มันไม่ใช่เรื่องที่จะไม่คุย”

ส่วนเรื่องจะให้ตนขอโทษผ่านสื่อนั้น ตนยินดีให้อีกฝ่ายมาชี้แจงในรายการ “โหนกระแส” อยู่แล้ว มั่นใจได้ตนเป็นกลาง ซึ่งที่ผ่านมา ทางรายการก็ได้ติดต่อให้มาออกรายการ งงตกลงกันแล้วอย่างดี แต่สุดท้ายมายื่นฟ้องหมิ่นประมาท
หนุ่ม : “เรื่องของการขอโทษ อย่าว่าแต่ขอโทษเลยนะ สมมติว่า ผมผิดจริงๆ ผมยกมือขอโทษทุกคนได้หมดอยู่แล้ว แต่อะไรที่เราไม่ได้ผิด เราก็ต้องยืนยันว่าเราไม่ได้ผิดจริงๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในมุมถ้าอยากจะมาออกรายการผมก็ยินดี ผมไม่เคยปิดกั้น

ผมยังบอกมาออกรายการเลยจะได้ฟังทั้งสองมุม ผมเปิดโอกาสให้มาออกในรายการผมนานแล้ว ผมยินดี ไม่ใช่เพิ่งจะมาเปิดวันนี้นะ เราเปิดตั้งแต่คู่กรณีของเขามาออกรายการ เราก็บอกผ่านรายการด้วยว่าขอเชิญมาออกทุกคนจะได้รู้ข้อเท็จจริง แต่ปัจจุบันยังไม่มีติดต่อมา ตอนนั้นเขาเคยมีติดต่อมาว่าจะมาออกรายการ เราก็ขอข้อมูลไป ว่าเดี๋ยวจะให้มาออกรายการนะ ปรากฏว่า ผ่านไป 2 วัน ก็มาฟ้องเลย ผมก็งงๆ อยู่ว่ายังไง ผมก็ไม่รู้จะเอายังไง

ผมเป็นกลางอยู่แล้วครับ ผมยืนยันว่า ผมไม่มีเรื่องอะไรที่เกลียดชังหรือรู้จักหรือไม่ชอบ ดร.เซปิง ผมเจอหน้าแกผมก็ยกมือไหว้ ถ้าผมรู้สึกไม่บริสุทธิ์ใจผมคงจะเบือนหน้าหนี ผมคงไม่เอา”

ไม่ขอตอบจำนวนเงิน 50 ล้าน ที่อีกฝ่ายฟ้องแพ่งสมควรกับความเสียหายที่เขามองว่ามันทำลายชื่อเสียงไปหรือไม่ บอกต้องไปรอดูในชั้นศาลในนัดหน้า วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 64
หนุ่ม : “อันนี้ผมตอบไม่ได้ ต้องไปดูกันตรงกระบวรการชั้นศาล”

ทนายสุรเชษฐ : “ศาลอยากให้เจรจากัน คดีตราบใดที่ยังไม่ได้สืบ การเจรจาก็เป็นผลดีกับทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว แต่ทั้งหมดดู 22 กุมภาพันธ์ กระบวนการทั้งหมดจะไปในวันนั้นอีกทีนึง วันนี้เป็นแค่มาตามกระบวนการก่อน วันนั้นคงจะได้ข้อเท็จจริงกันเยอะ แนวทางการสู้คดีเราไม่ขอลงรายละเอียดแล้วกันครับ แนวทางมันมีอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราก็ต้องเกรงใจทางศาลนิดนึงจะพูดอะไรออกไป”

ทางฝั่ง “ดร.เซปิง ไชยศาสน์” ได้มาพร้อมกัน “นายจำนงค์ ไชยมงคล” ทนายความ โดยทนายจำนงค์ได้เผยกับสื่อมวลชนว่าคดีหมิ่นประมาทนี้ สามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ได้ ซึ่งทาง ดร.เซปิง มีหลักฐานชัดเจน

ทนายจำนงค์ : “เป็นวันนัดพร้อมและนัดตรวจพยานหลักฐานนัดแรกหลังจากที่ศาลอาญามีคำสั่งมีมูล คุณหนุ่ม กรรชัย และจำเลยรวม 7 คน นัดพร้อมพิสูจน์คดีว่าจะมีการสืบพยานยังไงต่อไป แต่ละฝ่ายมีหลักฐานยังไงบ้าง ถ้าจำเลยมาครบ จะมีการนัดสืบพยานโจทก์พยานจำเลยต่อไป

ถามถึงมีความมั่นใจในพยานหลักฐาน ในภาษานักกฎหมาย หนึ่ง หมิ่นประมาท มีการพูดจริงในรายการทีวี สอง คำพูดเป็นในลักษณะของการใส่ความ สาม คือ เจตนาของผู้พูด ถ้ามีเรื่องดีหรือไม่ดีอย่างไร ทำไมไม่พูดกันภายนอก ทำไมต้องมาประกาศให้ประชาชนได้รับรู้ในเรื่องที่ยังไม่ได้มีบทพิสูจน์อะไรเลยว่าสิ่งที่พูดนั้นจริงหรือเท็จ ในมุมพยานหลักฐานทางโจทก์ไม่น่าห่วงอะไรครับ คดีหมิ่นประมาทเป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว มีการพูดผ่านรายการครบถ้วนอยู่แล้วไม่น่าห่วงอะไรครับ

จริงหรือไม่ถ้าพิสูจน์ได้มันก็ต้องดูว่าความจริงบางอย่างก็เป็นหมิ่นประมาทนะครับ เรื่องนี้ทางฝ่ายโจทก์มีหลักฐานชัดเจนว่าเรื่องต่างๆ มันไม่ได้จริง คดีแพ่งก็มีการสู้กันหลายคดี”

“ดร.เซปิง” มั่นใจมาก มีสิทธิ์ชนะคดี ลั่นไม่เคยเจอ “หนุ่ม” มาก่อน วันนี้ได้เจออยากเห็นความสำนึกจากใจของอีกฝ่ายที่ทำตนเสียชื่อเสียงมาตลอด 2 ปี
ดร.เซปิง : “มั่นใจค่ะ มั่นใจมาก เราถูกทำลายชื่อเสียงไป การที่คนเราจะพูดอะไรบางอย่าง ความจริงก็รู้ดีอยู่แก่ใจอยู่แล้ว อยากพึ่งอำนาจศาล เพราะดิฉันเชื่อว่าความยุติธรรมมีจริง และอีกไม่นานสังคมจะต้องรับทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าการหมิ่นประมาทโดยใส่ความดิฉัน ทำลายชื่อเสียงดิฉันเป็นอย่างไร ก็ขอให้ทุกคนติดตามนะคะ

วันนี้เราเต็มที่อยู่แล้วค่ะ ไม่เคยเจอกันมาก่อน อยากเห็นแววตา อยากเห็นความรู้สึกจากใจ เราอยากเห็นความสำนึกค่ะ คนเราทำร้ายคนอื่นไปแล้วย่อมมีความสำนึกอยู่ในใจค่ะ การกระทำที่เขาได้ทำลายชื่อเสียงของดิฉันไป เสียใจมากๆ 2 ปีมานี้แทบไม่มีความสุขเลย อีกไม่นานคนจะรู้ สังคมจะได้ทราบและได้เปิดเผยความจริงว่าดิฉันถูกใส่ความถูกทำลายชื่อเสียงอย่างไรบ้างค่ะ”

“ทนายจำนงค์” ลั่นคดีหมิ่นประมาทที่ทางตนเรียกค่าเสียหายไป 50 ล้านบาท สามารถไกล่เกลี่ยได้ หากฝั่ง “หนุ่ม” สำนึกผิดและอยากจะขอโทษก็แล้วแต่ว่าทาง “ดร.เซปิง”จะให้อภัยหรือไม่
ทนายจำนง : “หมิ่นประมาทโดยหลักเคลียร์ได้สามารถพูดคุยตกลงกันได้ ถามว่าผ่านขั้นตอนนั้นหรือยัง คดีอาญายังไม่ผ่านหรอกครับไกล่เกลี่ยได้ตลอดเวลา คดีหมิ่นประมาทต่อให้ศาลพิพากษาไปแล้วยังไกล่เกลี่ยได้เลย

(หลังจากนี้ จะมีคุยนอกรอบ หาทางออกที่ดีทั้งสองฝ่ายไหม?) แล้วแต่โจทก์กับจำเลย โจทก์เป็นหลัก ศาลไม่มีอำนาจบังคับให้ไกล่เกลี่ย ถ้าโจทก์เห็นว่าสมมติว่าจำเลยมีความรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองได้ทำไปนั้นผิดแล้วสำนึกขอโทษ เรื่องนั้นแล้วแต่ ดร.เซปิง จะให้อภัยอย่างไรหรือไม่ หรือมีเงื่อนไขอย่างไรบ้างคดีหมิ่นประมาทตกลงกันได้ตลอดครับ คดีนี้ทางดร.เซปิง เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท ด้วยในส่วนของคดีแพ่งต้องมาคุยเรื่องชื่อเสียงความเสียหายที่เกิดขึ้นก็แล้วแต่โจทก์ก็เป็นหลักครับ”

ด้าน “ดร.เซปิง” บอกให้โอกาส “หนุ่ม” นานแล้ว ขอเพียงอีกฝ่ายสำนึกในสิ่งที่ได้กระทำผิดลงไป และแน่นนอนว่า ต้องขอโทษตนผ่านสื่อให้รู้กันทั่วประเทศด้วย
ดร.เซปิง : “ถ้าทุกคนสำนึกในการกระทำของตัวเองได้ จริงๆ ดิฉันให้โอกาสมานานแล้ว ให้ออกมาขอโทษ ดิฉันพร้อมที่จะให้โอกาสนานมาแล้ว ถ้าคนเราได้ทำอะไรผิดพลาดไปแล้ว ทำให้ชื่อเสียงดิฉันเสียหายเป็นอย่างมาก ถ้ามาขอโทษกัน เราคนไทย ให้โอกาสได้อยู่แล้ว ขอเพียงแค่สำนึกในสิ่งที่ตนได้กระทำผิดลงไป แน่นอนว่า ทำลายชื่อเสียงเราออกสื่อ คนรู้กันทั่วประเทศแล้วค่ะ การขอโทษคงต้องออกผ่านทางสาธารณะ ผ่านสื่ออยู่แล้วค่ะ”
























กำลังโหลดความคิดเห็น...