xs
xsm
sm
md
lg

RADO ผนึกกำลังนักออกแบบชื่อดัง “เลอ กอร์บูร์ซิเย่” กับคอลเล็กชั่นสุดพิเศษ “ราโด ทรู ทินไลน์ เลส์ คูล์เลอร์ เลอ กอร์บูร์ซิ เย่”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หลังจากที่ RADO ผู้สรรสร้างนวัตกรรมเรือนเวลาระดับโลก สุดยอดงานออกแบบล้ำสมัย ผู้นำเทคโนโลยีด้านวัสดุศาสตร์ของวงการนาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเลอ กอร์บูร์ซูซี่ (Les Couleurs Suisse) องค์กรที่อยู่ภายใต้ Foundation Le Corbusier ซึ่งถือสิทธิ์ในการออกใบอนุญาตการใช้ชุดสีเชิงสถาปัตยกรรม “Architectural Polychromy” ของนักออกแบบชื่อดังอย่าง เลอ กอร์บูร์ซิเย่ (Le Corbusier) แต่เพียงผู้เดียว และประสบความสำเร็จโดยได้รับเสียงตอบรับที่ดีเป็นอย่างมากเมื่อปีที่ผ่านมา ในปีนี้ RADO จึงได้ผนึกกำลังร่วมมือกับพันธมิตรเดิมอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญในการต่อยอดความท้าทายด้านการออกแบบในโลกแห่งนวัตกรรมเรือนเวลาให้พัฒนาไปอีกระดับ

สีสันถือเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและมีความสำคัญต่อการออกแบบอย่างแท้จริง อานุภาพของสีได้รับการรังสรรค์ขึ้นใหม่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยฟังก์ชั่นและเอฟเฟกต์ด้านการออกแบบสีนั้นได้รับการพัฒนาและวางแนวคิดใหม่ โดย เลอ กอร์บูร์ซิเย่ ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ส่งมอบสีสันให้กับงานด้านการก่อสร้าง ส่งมอบประสบการณ์จากความว่างเปล่าสู่ชุดสีเชิงสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น มอบความกลมกลืนอย่างเป็นธรรมชาติและสามารถผสมผสานได้ทุกแนวทาง ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องให้ความสำคัญต่อผลลัพธ์ของสีที่มีอิทธิพลต่อการออกแบบและการออกแบบสีเชิงสถาปัตยกรรม

ซึ่ง Charles Edouard Jeanneret Gris (ชื่อโดยกำเนิดของ Le Corbusier) หนึ่งในสถาปนิกและนักออกแบบระดับตำนาน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานศิลปะ ภาพวาด กราฟิก ประติมากรรมและสิ่งทอ และเป็นผู้ที่สามารถจำแนกเฉดสีได้ถึง 63 เฉดสี จาก 2 คอลเลคชั่น ซึ่งทั้งหมดจะถูกแบ่งออกเป็น 9 กลุ่มด้วยเฉดและโทนสีที่ต่างกัน ระบบสีและสี 63 เฉดของ Le Corbusier นำไปสู่การพัฒนาชุดสีเชิงสถาปัตยกรรม “Architectural Polychromy” ที่ใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบันและได้รับการพิสูจน์โดยสถาปนิกและนักออกแบบชั้นนำว่าเป็นชุดสีเชิงสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น

นอกจากนี้ระบบสีของ Le Corbusier ยังเป็นที่ยอมรับว่าสามารถถ่ายทอดข้อมูลด้านจิตวิทยาในทุกๆ เฉดสี โดยสีสันแห่งสถาปัตยกรรมของ Le Corbusier ได้ถูกคิดค้นและเปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1931 ก่อนพัฒนาต่อเนื่องและสร้างความฮือฮาอีกครั้งในปี 1959 ได้รับการพิสูจน์โดยสถาปนิกและนักออกแบบชั้นนำว่าเป็นชุดสีเชิงสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น มอบความกลมกลืนอย่างเป็นธรรมชาติและสามารถผสมผสานได้ทุกแนวทาง อีกทั้งยังเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ด้านการบุกเบิก เนื่องจากชุดสีนี้ยังคงได้รับการใช้งานอยู่ในปัจจุบันโดยสถาปนิกและนักออกแบบทั่วโลก และยังคงได้รับการยกย่องว่ามีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันและมีความสำคัญกับการออกแบบอย่างแยกกันไม่ได้ ตลอดระยะเวลาเกือบ 90 ปีหลังจากที่ชุดสีเหล่านี้ได้รับการเปิดตัวเป็นครั้งแรก

ขณะที่ RADO ผู้สรรสร้างนวัตกรรมเรือนเวลาระดับโลก เป็นผู้คิดค้นสุดยอดการออกแบบที่มีความล้ำสมัย เป็นที่รู้จักในนามว่า "ผู้นำเทคโนโลยีด้านวัสดุศาสตร์” ของวงการนาฬิกาในยุคปัจจุบัน ทั้งยังเป็นแบรนด์ที่เป็นผู้นำด้านการสร้างสีสันที่โดดเด่นและประสบความสำเร็จในการสร้างสีสันลงบนวัสดุไฮเทคเซรามิกถึง 14 สี นับตั้งแต่เริ่มมีการใช้ไฮเทคเซรามิกครั้งแรกในปี 1986 และได้กลายเป็นผู้นำระดับโลกในด้านการพัฒนาสีในวัสดุไฮเทคเซรามิกนับแต่นั้นเป็นต้นมา

เพื่อเฉลิมฉลองสีสันแห่งตำนานและพิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ด้านการออกแบบ ในปีนี้ RADO มีความภาคภูมิใจที่จะนำเสนอนาฬิการุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่นจำนวน 9 สี 9 เรือน ในคอลเล็คชั่น True Thinline Les Couleurs™ Le Corbusier ที่มีชุดเซ็ตสีแบบพิเศษ ทำจากไฮเทคเซรามิก แต่ละเรือนเป็นตัวแทนของสีหนึ่งสีจากเก้ากลุ่มที่อยู่ในชุดสี แต่ละเรือนแสดงถึงความก้าวล้ำด้านเทคโนโลยีของ RADO   ในการฉีดขึ้นรูปไฮเทคเซรามิกแบบเป็นชิ้นเดียว ถือเป็นการปฏิวัติวงการการผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ด้านการบุกเบิกของแบรนด์ โดยมีเพียง RADO เท่านั้นที่สามารถผลิตสีเหล่านี้บนตัวเรือนเวลาระดับโลกได้

********************************
เกี่ยวกับ Rado
Rado ได้รับการขนานนามว่า "ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์" ที่มีแนวทางการปฏิวัติวงการการผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิม อีกทั้งยังเป็นผู้นำในด้านการผลิตนาฬิกาด้วยการนำเอาทั้งไฮเทคเซรามิก อัลตร้าไลท์ไฮเทคเซรามิก ไฮเทคเซรามิกที่มีสีสันสดใส และ Ceramos TM มาใช้ก่อนใคร สำหรับคอลเลคชั่นที่มุ่งเน้นเรื่องดีไซน์ Rado เป็นผู้บุกเบิกและผู้นำมาโดยตลอด ในเรื่องการสร้างมาตรฐานและการยกระดับมาตรฐานการผลิตเรือนเวลาที่เหนือระดับ อีกทั้งยังเป็นผู้ออกแบบที่ได้รับรางวัลระดับโลก โดยมีรางวัลอันทรงเกียรติระดับนานาชาติมากมายเป็นเครื่องการันตี ถือเป็นผู้เผลิตที่มีความคิดก้าวไกลมากที่สุดในอุตสาหกรรมนาฬิกาในปัจจุบัน

เกี่ยวกับ ชุดสีเชิงสถาปัตยกรรม (Architectural Polychromy) ของ Le Corbusier
ชุดสีที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนาขึ้นในปี ค.ศ. 1931 ประกอบด้วย 43 เฉดสีใน 14 ซีรี่ส์ ซึ่งในแต่ละซีรี่ส์ประกอบด้วยสีทึบและสีสว่างสดใสที่ได้รับการแบ่งกลุ่มอย่างเชี่ยวชาญ ต่อมา คอลเล็กชั่นที่สองได้รับการพัฒนาขึ้นในปี ค.ศ. 1959 ประกอบด้วย 20 เฉดสีในชุดสีเชิงสถาปัตยกรรม ซึ่งแสดงถึงความมีชีวิตชีวาและประสิทธิภาพที่เพิ่มมากขึ้น การรวมกันของเฉดสีที่มีสีสันและไม่มีสีสัน และค่าความสว่างที่แตกต่างกันเป็นการเน้นย้ำถึงประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดาของ Le Corbusier ในด้านสถาปัตยกรรมและในฐานะจิตรกร ซึ่งเป็นรากฐานของชุดสีเชิงสถาปัตยกรรมทั้งหมด 
เกี่ยวกับ Les CouleursTM Le Corbusier
Fondation Le Corbusier ในปารีสได้ให้ความไว้วางใจกับ Les Couleurs Suisse AG ด้วยการให้สิทธิ์ใบอนุญาตใช้งานทั่วโลกแต่เพียงผู้เดียวสำหรับชุดสีของ Le Corbusier โดยบริษัท Le Corbusier Les Couleurs Suisse AG มีการนำเสนอรูปแบบสีระดับผู้เชี่ยวชาญและสีดั้งเดิมของ Le Corbusier ให้กับผู้ผลิตสินค้าในด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบระดับนานาชาติ รวมถึง ผู้ผลิตของ Les CouleursTM Le Corbusier ที่ได้รับอนุญาตและได้รับการรับรอง และ RADO ซึ่งเป็นผู้ผลิตเรือนเวลาระดับโลกบนพื้นฐานของชุดสีเชิงสถาปัตยกรรม สำหรับสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและการออกแบบสีสันที่เป็นที่น่าจดจำ
Rado True Thinline Les CouleursTM Le Corbusier 
การอ้างอิงทั้งหมด
กลไกการเดิน   ควอตซ์, จีเวล 13 ชิ้น, 2 เข็ม
ตัวเรือน ตัวเรือนไฮเทคเซรามิกสีด้าน โครงสร้างแบบหล่อขึ้นเป็นชิ้นเดียว
เม็ดมะยมทำจากไฮเทคเซรามิกสีด้าน
คริสตัลแซฟไฟร์แบบโค้ง
กันน้ำได้ถึง 3 บาร์ (30m)
ด้านหลังตัวเรือนทำจากไทเทเนียมพร้อมกับการพิมพ์แบบดิจิทัลชนิดพิเศษบนคริสตัลแซฟไฟร์ แถบสี Le Corbusier, POLYCHROMIE ARCHITECTURALE และ ลิมิเต็ด เอดิชั่น หนึ่งใน 999 เรือน 
หน้าปัด ดัชนีบอกเวลาแบบพิมพ์, โลโก้ Rado แบบพิมพ์
เข็มชี้เวลา สีเดียวกับหน้าปัด 
สายนาฬิกา     ไฮเทคเซรามิกสีด้าน 3 แถว
        บานพับล๊อคแบบพับ 3 ทบทำจากไทเทเนียม
ขนาด             39.0 x 43.3 x 5.0 (กว้างxยาวxสูง ในหน่วย mm)








กำลังโหลดความคิดเห็น...