xs
xsm
sm
md
lg

โง่+อวดเก่ง “พชร์ อานนท์” เดือดเจอแซะทำหนังเจ๊ง ทะลึ่งเอาเข้าช่วงโควิด

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“พชร์ อานนท์” เคลียร์ทำหนัง "พจมาน สว่างคาตา" เจ๊ง เพราะโง่อวดเก่งเอาหนังเข้าโรงช่วงโควิด ยันทำเพื่อส่วนรวมอยากให้คนมาดูหนัง และอยากช่วยโรงหนัง ถึงเจ๊งก็ไม่เป็นไร อวดรถใหม่ซื้อเงินสด

ไม่รู้ว่าเกิดอารมณ์จี๊ดจัดสุดเดือดขนาดไหน ผู้กำกับคนเก่งอย่าง “พชร์ อานนท์” เลยโพสต์ร่ายยาวระบายความในใจ จากที่มีคนมาแซะว่าตนอุตริ อวดเก่ง ทำหนังออกมาเข้าฉายช่วงโควิดจนทำให้หนังเจ๊ง ซึ่งเจ้าตัวได้เผยถึงเรื่องนี้ในงานบวงสรวงซีรีส์ “GEN Y THE SERIES วัยรุ่นวุ่นYรัก” ณ ยูเนี่ยน มอลล์ (ลานพระพิฆเนศ) บอกว่าไม่ได้คิดอวดดีหรืออุตริอะไรเลย แต่ทำเพราะเจตนาอยากช่วยโรงหนังให้อยู่รอดเท่านั้น

“เรื่องหนังก็คือหนังเราเข้าวันที่ 3 มิ.ย. ก็มีคนมาพูดว่าอวดเก่ง อุตริ นึกว่าหนังตัวเองดีนักเหรอถึงกล้าเอามาเข้าตอนที่เขามีวิกฤติโควิด ก็มีทั้งเข้ามาในส่วนตัวและเข้ามาทางโซเชียล เราก็บอกว่าเราไม่ได้อุตริ เราไม่ได้อวดเก่ง อวดดี แต่ที่เราเอาเข้าเพราะว่าโรงหนังมันปิดไป 3 เดือน พอเปิดมามันก็มีแต่หนังเก่าๆ เราก็อยากเอาหนังใหม่ๆ เข้าไปฉาย เราก็เลยเสนอตัวว่า ผมขอฉายเอง โรงหนังเปิดวันที่ 1 เราขอฉายวันที่ 3 เพราะเราอยากให้คนไปโรงหนังกันเยอะๆ อย่างน้อยหนังเราก็มีส่วนที่ทำให้คนไปโรงหนังกัน ถึงจะไม่มากเพราะคนยังกลัวอยู่และยังไม่รู้ว่าโรงหนังเปิด”

“เราก็อยากให้โรงหนังมันคึกคัก เราก็เลยเข้า แล้วก็ไม่ได้หวังอะไร ก็คิดว่าถ้าหนังเราเจ๊ง หนังเราไม่ได้เงิน ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่เราอยากให้โรงหนังอยู่รอด ถ้าเราไม่เข้าวันที่ 3 โรงหนังจะเงียบไปเลยทั้งอาทิตย์จนถึงหนังใหม่เข้า กว่าหนังฝรั่งใหม่ๆ จะเข้าก็วันที่ 18 อีกตั้งนาน เพราะถ้าเราทำหนังออกมาแล้วไม่มีโรงหนังฉายมันก็ยิ่งไปกันใหญ่ ฉะนั้นเราก็ต้องเอาโรงหนังไว้ก่อน หนังเราเจ๊งก็ไม่เป็นไร ถ้านายทุนเขาใจดีเขาก็ให้เราทำใหม่”

บอกไม่ได้โกรธที่โดนคนมาว่าอย่างนั้น แค่อยากช่วยส่วนรวม
“ไม่โกรธๆ เรารู้สึกว่าตัดสินใจถูกแล้ว เราต้องเลือกส่วนรวม ส่วนตัวไม่เป็นไร แต่โชคดีที่หนังมันก็ไม่ได้ว่าไม่มีคนดูเลย หนังก็มีคนดู รายได้มันดีในระดับนึงสำหรับวิกฤติอย่างนั้น เราพอใจนะ เพราะโรงหนังมันจุ 300 คน แต่ตอนนี้ดูได้แค่ 50 คน คนหายไป 85% แล้วหนังมีวันละ 4 รอบ พอ 5 ทุ่มก็ดูไม่ได้แล้วเพราะเคอร์ฟิว เราเจอช่วงเคอร์ฟิวมาตลอด เราเจอศึกหนัก แต่หนังเราก็รอดมาได้ เพราะว่ามีแฟนๆ ที่น่ารักของเราไปสนับสนุนกัน”

“รายได้รวมแล้วเท่าไหร่เหรอ ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าได้เท่าไหร่ แต่นายทุนเขาพอใจ เขารู้ว่าตอนนี้คนไทยเงินหมดไปกับช่วงโควิด เราก็คิดว่าเราทำเพื่อส่วนรวม ให้กับวงการหนังมากกว่า เราไม่ได้คิดว่าอวดอุตริ อวดเก่ง เราคิดว่าทำเพื่อส่วนรวม เราอยากให้โรงหนังอยู่คู่คนไทยไปนานๆ เราทำแล้วเจ๊งไม่เป็นไร แต่ถ้าโรงหนังเจ๊งนี่จบเลยนะ ไม่ได้ๆ เพราะว่าชีวิตเราเกิดมาพร้อมกับโรงหนัง”

“ถามว่าคุ้มทุนมั้ย ก็น่าจะคุ้มทุนนะ เพราะใช้เงินพอประมาณ แต่เราดีใจที่คนไปโรงหนังเยอะขึ้น และคนก็รู้ว่าตอนนี้โรงหนังเปิดแล้ว โรงหนังก็มีรายได้ มีคนไปดูหนัง คือเราช่วยกันดึงโรงหนังกลับมาหลังจากที่มันปิดไปนาน”

ยืนยันไม่อยากให้โรงหนังเจ๊ง เพราะตนเกิดมาจากโรงหนัง
“ไม่ได้นอยด์ๆ แต่โพสต์เพราะอยากให้เข้าใจว่ากูไม่ได้อวดเก่ง กูไม่ได้โง่ เอ๊ย ไม่ได้อุตริ (หัวเราะ) เราทำเพื่อส่วนรวม เพราะสมมติวันนึงไม่มีโรงหนัง แล้วเราสร้างหนัง จะเอาไปฉายที่ไหนล่ะ เราก็ต้องเอาโรงหนังไว้ก่อน ขอบอกคนดูเลยว่า ดูหนังที่ไหนก็ไม่สนุกเท่าดูในโรงหนังหรอก เพราะโรงหนังมันได้อรรถรส แล้วการดูก็ต้องตั้งใจ มีสมาธิ แต่เราดูทีวี ดูไปกินไปแล้วก็หลับ มันไม่ได้อรรถรส”

“สำหรับคนที่มาแซะเรา มาบูลลี่เรา เราไม่รู้สึกอะไรหรอก แต่อาจจะคิดไปวูบเดียว คิดเสร็จเราก็ทำตัวปกติ พอรู้สึกเซ็งๆ ไม่รู้จะทำอะไรก็ไปถอยรถออกมา (หัวเราะ) ถามว่ารถคันนี้ได้มาจากรายได้หนังหรือเปล่า ได้ไม่ได้ก็ดูรถเอาแล้วกัน (หัวเราะ) เดี๋ยวคนเขาหมั่นไส้อีก แต่ก็มีคนบอกว่าจะทำชีวิตให้มีความสุข เราต้องทำชีวิตให้คนอื่นเขาหมั่นไส้ แล้วเราจะมีความสุข ไอ้คนที่เขาไม่ชอบเราจะได้อิจฉาตายไปเอง (หัวเราะ) แถมเลขงามๆ ป้ายแดงให้ด้วยนะ 6595 ถ้าออกวันที่ 1 นี้ฉันต้องกลายเป็นหมอดูแล้วล่ะ ไม่ต้องไปหาไอ้ไข่แล้ว มาหาไอ้พชร์นี่แหละ (หัวเราะ)”

“แต่คันนี้เราอยากได้อยู่แล้ว เราก็มีเงินเก็บ ทำงานมาตั้ง 30 ปี ไม่มีเงินเก็บก็แย่แล้ว เราก็เก็บเงินมา อยากได้อะไรเราก็ซื้อ เพราะชีวิตเราก็มีครั้งเดียว คันนี้ราคาก็ล้านกว่าบาทเอง ซื้อสดเลย ไม่ชอบเป็นหนี้ แต่เราก็เสียภาษีตามปกตินะ ไม่ใช่หนีภาษีนะ บ้านเราก็ซื้อสด เพราะเราไม่ชอบเป็นหนี้ เพราะเราเก็บเงินไง เราแยกว่าอันนี้เราทำงาน อันนี้คือส่วนที่เราจะต้องเก็บ เราก็สบาย เวลาจะซื้ออะไรจะซื้อเงินสดตลอด ไม่เคยผ่อนเลย ถามได้เลย สดอย่างเดียว”

บอกที่บูชาและขอจากไอ้ไข่ วัดเจดีย์ไว้ยังไม่เห็นผล แต่ก็ขอบูชาต่อไปได้
“นี่ไม่ได้เพราะไอ้ไข่นะ ไอ้ไข่ยังไม่ได้ให้อะไรเราเลย ที่ขอไปยังไม่ได้นะ แต่ก็บูชาไว้ก่อน ยังหวังน้ำบ่อหน้านะไอ้ไข่นะ (หัวเราะ) ตอนแรกขอให้หนังได้เงินเข้าเป้า แต่มันไม่เข้าเป้าที่เราหวัง แต่ตอนนี้เราจะขอให้มีคนมาจ้างเราไปสร้างหนัง กำกับหนังเถอะ ก็ยังจะทำหนังต่อไป ก็ฝากโรงหนังด้วย เอาหนังพชร์ อานนท์ไปฉาย ก็ขอให้ช่วยๆ ดันหน่อย แล้วช่วง 3-7 ก.ค. เป็นวันหยุด ยังไงก็เอาพจมานกลับมาฉายหน่อยนะครับ เพราะว่ามีหลายคนที่ยังไม่ได้ดู ตอนนี้มันอาจจะเหลือรอบน้อยลงแล้ว 2-3 รอบ แต่ขอรอบเต็มๆ สัก 4-5 วันเถอะ เผื่อคนที่เขายังไม่ได้ดูอยากจะดู”

“ยังไม่ได้คุยกับโรงหนังเลย แต่จะคุยผ่านสื่อนี่แหละ (ยิ้ม) วันหยุดนี้ใครที่ยังไม่ได้ไปดูหนังพชร์ อานนท์ก็ช่วยกันไปดูหนังหน่อย ถ้าอยากดูหนังสไตล์เรา หนังตลก คลายเครียดก็ไปช่วยกันอุดหนุน ยังไงก็ฝากผู้ใหญ่เมเจอร์ กับเอสเอฟ ช่วยเอาหนังพจมานกลับมาฉายหน่อย คนที่ยังไม่ได้ดูก็อยากให้ช่วยออกไปดู เพราะโรงหนังเปิดแล้ว โรงหนังปลอดภัยไม่ได้มีอะไรเลยครับ ตั้งเป้าหนังไว้ 100 ล้านเลยมั้ยเหรอ ไม่หรอก ก็ขอให้มันได้เยอะๆ ก็ขอให้ประสบผลสำเร็จอีกรอบนึง ขอให้ไอ้พชร์มีงานทำนะไอ้ไข่นะ (หัวเราะ)”












กำลังโหลดความคิดเห็น...