xs
xsm
sm
md
lg

"แพท" ไม่คิดผลักดันลูกชายเข้าวงการ อยากให้ลูกได้เรียนรู้และตัดสินใจด้วยตัวเอง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"แพท สุธาสินี" กลับเมืองไทยอีกครั้งในรอบ 6 เดือนเพื่อเล่นคอนเสิร์ตการกุศล เผยตนใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกา พาลูกชายและสามีกลับมาเมืองไทยปีละครั้ง แต่ครั้งนี้สามีและลูกไม่ได้มาด้วย เพราะลูกชายติดเรียน ฟุ้งลูก 7 ขวบแล้ว เริ่มสนใจเรื่องกีฬาและดนตรี ไม่ผลักดันให้เข้าวงการ อยากให้ลูกรู้จักและชอบด้วยตัวเองมากกว่า


ได้กลับมาประเทศไทยอีกครั้ง พร้อมกับจะมีคอนเสิร์ตให้แฟนๆ ได้หายคิดถึง สำหรับ "แพท สุธาสินี พุทธินันท์" ซึ่งเจ้าตัวเผยว่ากำลังจะมีคอนเสิร์ตการกุศล รักษ์ไทย แชริตี้ คอนเสิร์ต แอคท์ วี แคร์ ฟอร์ เดอะฟิวเจอร์ และครั้งนี้จะมีแขกรับเชิญพิเศษจากประเทศออสเตรียมาร่วมด้วย ซึ่งแฟนๆ จะได้ฟังเพลงที่คุ้นหูและเป็นที่ชื่นชอบกันแน่นอน

"คอนเสิร์ต รักษ์ไทย แชริตี้ คอนเสิร์ต จะจัดขึ้นในวันที่ 29 ก.พ.นี้ค่ะ ที่โรงละครรัชดาลัย เธียร์เตอร์นะคะ เป็นคอนเสิร์ตของแพทได้ร่วมกับวงบีเอสโอนะคะ และมีแขกรับเชิญจากประเทศออสเตรีย ชื่อคุณแซนดร้า ไพเรซ ด้วยค่ะ ตอนนี้ก็เตรียมตัวเต็มที่เลยค่ะ เพราะว่างานคอนเสิร์ตครั้งนี้เราก็ได้มีการพูดคุยกันว่าอยากจะร้องเพลงอะไร อยากจะนำเสนออะไรบ้าง และแพทก็อยากจะได้มีโอกาสร้องเพลงที่แพทประทับใจหลายๆ เพลง"

"อย่างเพลงที่ทุกๆ ท่านได้รู้จักกันอยู่แล้ว และมีเพลงอีกหลายเพลงที่ยังไม่เคยร้องที่ไหนมาก่อน ก็จะได้ฟังในคอนเสิร์ตนี้ค่ะ ในส่วนเรื่องของเซอร์ไพรส์ในคอนเสิร์ตก็คืออย่างที่บอกว่าแพทได้ร้องเพลงมากที่สุดในคราวนี้ และมีแขกรับเชิญที่มาจากออสเตรีย และเราก็จะมาร้องเพลงที่เราทั้งสองคนชอบ และเป็นเพลงที่ทุกคนรู้จัก เป็นเพลงที่เพราะ และมันจะเป็นความรู้สึกที่พิเศษมากค่ะ"

"คอนเสิร์ตครั้งนี้ก็จะเป็นเพลงของแพทเองด้วยนะคะ จากละครเวทีที่ได้เล่นไป และเพลงจากละครเวทีจากต่างประเทศ มีเพลงสนุกสนานด้วย คือเป็นการมิกซ์กัน มีครบรสเลยค่ะ เราก็เลือกเพลงที่พอนำมาร้องกับวงบีเอสโอแล้วจะยิ่งฟังได้ดีขึ้นด้วยค่ะ"

เผยการจะรับงานแต่ละครั้งต้องมีการแพลนไว้ล่วงหน้า และดีใจที่สามีสนับสนุนทุกอย่าง
"กลับมาทำงานในรอบ 6 เดือนค่ะ ครั้งที่แล้วที่กลับมาก็คือมาเล่นละครเวที บัลลังก์เมฆ เดอะ มิวสิคัล พอเสร็จก็กลับไปอเมริกา ผ่านไปประมาณ 6 เดือนก็กลับมาใหม่เพื่องานคอนเสิร์ตนี้โดยเฉพาะค่ะ มาคราวนี้พอเล่นคอนเสิร์ตเสร็จอยู่ต่ออีก 2-3 วันก็กลับค่ะ เพราะว่ามาคนเดียว ลูกชายกับสามีไม่ได้มา เพราะเขาเรียนหนังสือ ช่วงนี้สามีก็ดูแลลูก คือจริงๆ สามีกับลูกก็อยากจะมา แต่เผอิญว่าเขาเรียนหนังสือ และเราก็มาที่นี่ แล้วแพทก็มาเกือบเดือนนึงค่ะ ซึ่งมันก็ใช้เวลานาน ก็ไม่อยากให้เขาขาดเรียน"

"จริงๆ แล้วสามีเป็นคนอยากเห็นแพทอยู่บนเวที ไม่ว่าจะเป็นละครเวทีหรือจะเป็นคอนเสิร์ต เขาก็สนับสนุนเต็มที่ แล้วยิ่งเราได้ช่วยเหลือเด็กๆ เขาก็อยากให้ทำด้วย คือถ้าแพทได้มีโอกาสทำตรงนี้แพทก็อยากจะทำนะคะ แต่บางทีทำไม่ได้ เพราะติดเรื่องการอยู่ต่างประเทศ แต่ถ้ามีโอกาสทำเมื่อไหร่ก็จะทำค่ะ ฉะนั้นการทำงานทุกอย่างของแพทก็ต้องมีแพลนล่วงหน้าไว้ก่อน อย่างงานนี้พอจบจากละครเวทีก็มีการติดต่อมาทันที แล้วก็แพลนล่วงหน้ากัน เพราะเราก็ฉุกละหุกไม่ได้เนอะ เพราะว่าเราอยู่ไกล (หัวเราะ)"

เผยลูกชายเริ่มสนใจด้านกีฬา แต่ตนไม่คิดจะผลักดันเข้าวงการ เพราะอยากให้ลูกได้เลือกเอง
"ลูกชายตอนนี้อีกไม่กี่เดือนก็จะ 7 ขวบแล้วค่ะ ก็ดีค่ะ เป็นเด็กที่สูง เป็นเด็กที่จิตใจดีค่ะ เป็นเด็กที่แฮปปี้ คิดถึงเมืองไทย อยากมาด้วย แต่ว่ามาไม่ได้จริงๆ เดี๋ยวไว้คราวหน้า เพราะปกติจะพามาทุกปีอยู่แล้วค่ะ ถามว่าเขาสนใจด้านไหนเป็นพิเศษ ก็พอโตขึ้นมาเห็นชัดๆ ก็คงเป็นด้านกีฬาค่ะ แต่ว่าเรื่องการร้องเพลงยังไม่เห็นนะคะ แล้วก็มีสนใจทางด้านดนตรีนิดนึง ตอนนี้ก็เลยจะให้เริ่มเรียนเปียโน และเห็นเขาพูดว่าอยากจะเรียนกลอง ก็เลยว่าจะให้ลองดู อยากให้เขาลองไปเรื่อยๆ ค่ะ ชอบก็ชอบ ไม่ชอบก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าได้ลองทำดูเขาก็จะได้รู้ว่าตัวเขาสนใจตรงไหน แพทก็ซัปพอร์ตเต็มที่ถ้าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เขาอยากจะทำอะไรก็ทำ เราก็คอยดูอยู่ห่างๆ แต่ก็ไม่บังคับค่ะ"

"แพทเองก็อยากให้เขาชอบร้องเพลงเหมือนกัน อยากให้เขาเรียนเปียโน ก็บอกเขาว่าถ้าลูกเรียนเปียโน ต่อไปแม่ก็จะได้มาร้องเพลงให้ลูกเล่นเปียโน เขาก็โอเค แต่ถ้าในที่สุดเขาไม่ชอบเราก็ไม่บังคับ ตอนนี้ยังไม่คิดให้ลูกเข้าวงการนะคะ คิดว่าอยากให้เขาโตมาแบบเป็นเด็กที่เรียนหนังสือก่อน หลังจากนั้นก็ค่อยทำงาน และต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ ถ้าพ่อกับแม่ไม่อยู่ ลูกก็ต้องอยู่ด้วยตัวเองให้ได้ ตอนนี้เขามีหน้าที่เรียนหนังสือก็ให้เรียนไป อยากให้ตั้งใจเรียน พอโตขึ้นมาแล้วเห็นว่าเขาอยากจะไปทางไหนก็ค่อยว่ากัน"

"ส่วนตัวสามีเองก็ยังไม่ได้สรุปกันค่ะว่าอยากให้ลูกไปทางไหน เพราะเขาเพิ่งจะ 7 ขวบ แล้วเด็กพอโตขึ้นแต่ละปีเขาก็จะมีความแตกต่างทางความคิด มีความหลากหลายขึ้น เราก็ตั้งใจจะให้เขาได้เห็นอะไรหลายๆ อย่าง ได้เดินทางไปหลายๆ ที่และได้ลองทำหลายๆ อย่าง เขาจะได้เห็น จะได้เปรียบเทียบกันว่าอันนี้เขาชอบ อันนี้เขาไม่ชอบ แล้วให้เขาตัดสินใจดูว่าเป็นยังไง ถ้าเขาชอบเราก็สนับสนุนเต็มที่"




กำลังโหลดความคิดเห็น...