xs
xsm
sm
md
lg

เริดที่สุด "แพนเค้ก" พกถุงผ้าไม่รับถุงพลาสติกมา 1 ปีแล้ว แรกๆ หงุดหงิด เดี๋ยวก็ชินไปเอง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"แพนเค้ก" นางเอกรักษ์โลก พกถุงผ้าไม่รับถุงพลาสติกมา 1 ปีแล้ว ยอมรับแรกๆ ก็อึดอัด หงุดหงิด แต่สุดท้ายก็ชินไปเอง อย่าดรามาเรื่องถุงพลาสติก วอนเปิดใจรับการเปลี่ยนแปลง เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ทุกคนจะผ่านไปได้ แนะรัฐบาลบอกประโยชน์ดีกว่าเบลอถุงพลาสติกในทีวี ทำเสียอรรถรสการชม

เปิดศักราชใหม่ 2563 บรรดาห้างสรรพสินค้า ห้างร้าน และร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศไทย พร้อมใจกันปฏิบัติตามนโยบายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการงดให้ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกและรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นทางการ ก็เกิดกระแสต่างๆ มากมาย ที่กระแสสังคมตอนนี้หลายคนปฎิบัติอย่างจริงจัง หลายคนบ่น หลายคนประชด หลายคนเอาฮา ผู้สื่อข่าวมีโอกาสได้สัมภาษณ์สาว "แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์" ผู้ซึ่งพกถุงผ้า พกกล่องไปทุกที่แทนการใช้ถุงพลาสติก โดยทำกันเช่นนี้ทั้งครอบครัวมาเป็นเวลา 1 ปีเต็มแล้ว โดยสายแพนเค้กกล่าวถึงกระแสต่างๆ ทีเกิดขึ้นว่าอยากให้มองเป็นเรื่องที่ดีที่เราคนไทยจะก้าวข้ามผ่านไปด้วยกัน

"แพนว่ามันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีนะคะ แพนคิดว่าเราอาจจะต้องก้าวข้ามผ่านจุดความไม่เคยชินของเรากับการที่จะต้องเตรียมถุงไปเองเพราะเขาไม่ได้แจกถุงแล้ว แพนว่าพอเราได้ลองทำสักครั้งสองครั้งแล้วจะรู้สึกว่าชีวิตมันไม่ได้ยุ่งยากอะไรขนาดนั้น แค่พกถุงเล็กๆ ใส่กระเป๋าเอาไว้ พอเราซื้อของเราก็เซฟการใช้ถุงไปได้เยอะ แพนว่ามันก็เป็นอะไรที่ดูแฟชั่น ดูเทรนด์ดีเหมือนกัน แล้วแพนว่าเดี๋ยวนี้การที่เราไปช้อปปิ้งที่ซุปเปอร์แล้วเห็นคนหยิบถุงออกมาเอง เราจะรู้สึกว่าเฮ้ย ดีจังเลยที่ทุกคนให้ความร่วมมือ"

"ตัวแพนปฎิบัติแบบนี้มา 1 ปีแล้ว แรกๆ ที่ทำแพนเองก็รู้สึกไม่คุ้นเหมือนกัน ตัวแพนเองเริ่มมาจากที่น้องสาวแพนจริงจังมากกับการงดใช้ถุงพลาสติก ให้แพนพกหลอด แก้วน้ำ ช้อน-ซ้อมของตัวเอง ต้องมีพกในกระเป๋าไว้เลย แก้ว ถุงผ้านี่ซื้อให้ทุกคนในบ้านติดตัวไว้เลย พอเวลาไปซื้อของจากเราที่ยังคงใช้เหมือนเดิม แต่น้องเขาจะควักถุงผ้าออกมา แม้ว่าของจะเยอะแค่ไหนก็ตามเขาก็จะยัดเข้าไปในถุงผ้าของเขา 3-4 ถุง"

"ถ้าวันไหนไปซื้อของแล้วถุงไม่พอ ถือหนักก็เอาไปใส่รถเข็นเข็นไปที่รถ พอถึงบ้านก็ยกเข้าบ้าน เราเห็นแล้วก็รู้สึกว่ามันโอเคจริงๆ พอทำไปแล้วมันก็ค่อยเปลี่ยนแปลง ค่อยๆ ซึมซับกันว่าจริงๆ ใช้ถุงผ้าเราก็ไม่ต้องหิ้วของเยอะแยะ เพียงแต่ตัวเรานี่แหละที่จะต้องเปิดใจค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตัวเอง ค่อยๆ ลองทำอะไรใหม่ๆ ดู เพราะแพนว่าการที่จะเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่เราคุ้นเคยแพนว่าก็คงไม่ผิดที่คนจะรู้สึก ต้องลองเปิดใจรับอะไรใหม่ๆ ดูค่ะ"

เดินทางไปต่างประเทศก็พกอุปกรณ์ต่างๆ ไปด้วยเพื่อลดการใช้ถุงพลาสติก เผยประเทศใหญ่ๆ และประเทศเพื่อนบ้านตื่นตัวเรื่องนี้กันมาก
"อย่างแพนเองได้เดินทางไปต่างประเทศ หลายๆ ที่ถ้าเราเอาถุงพลาสติกเราก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มเหมือนที่ตอนนี้บ้านเราทำ เราก็รู้สึกว่าบางประเทศใหญ่หรือประเทศ AEC เขายังตื่นตัวทำกันในเรื่องของการรักษ์โลกเลย ตอนแรกก็แอบคิดเหมือนกันว่าแล้วประเทศไทยเราล่ะ เขาจะยังคงให้ใช้เหรอ พอค่อยๆ ปรับค่อยๆ เปลี่ยน จนวันที่ 1 มกราคม ที่เขาประกาศไม่ให้ เราก็รู้สึกว่าก็ดีเหมือนกันนะ เพราะถ้าไม่มีใครลุกขึ้นมาทำมันก็จะไม่มีใครลุกขึ้นมาทำจริงจัง"

แต่คนก็มองว่าการที่ต้องจ่ายเงินซื้อถุงเพิ่ม มองกติกาหากไม่พกถุงผ้ามาเองแล้วต้องจ่ายเงินซื้อถุงพลาสติกเป็นเรื่องของความรับผิดชอบมากกว่าการผลักภาระให้ประชาชน
"แพนว่ามันก็เหมือนเป็นการให้ทุกคนได้รับผิดชอบต่อตัวเอง ให้ตื่นตัว ถ้าไม่อยากจ่ายเงินเพิ่มเราก็เตรียมถุงของตัวเองมา ซึ่งมันเซฟอะไรไปได้หลายอย่างมากๆ อย่างน้อยๆ เลยเรื่องนี้มันทำให้เราตื่นตัวในการที่จะรับผิดชอบต่อสังคม สภาพแวดล้อม บางคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเราจะช่วยโลกยังไงได้บ้าง นี่แหละค่ะ อย่างน้อยคุณแค่เอาถุงพลาสติกมา ไม่ใช้หลอดพลาสติก หรือลดอะไรบางอย่างที่เป็นพลาสติกแพนว่ามันก็เป็นการเริ่มต้นช่วยโลกให้ดีขึ้นได้"

"คือคนอาจจะมองไม่เห็น รู้สึกว่ามันก็แค่ถุงพลาสติกจะอะไรกัน แต่เราต้องมองในระยะยาว จริงๆ แพนว่าทุกวันนี้คนก็น่าจะได้เห็นปัญหากันพอสมควรแล้ว อย่างแพนเองเพิ่งไปทะเลมา ก็ได้เห็นว่าพวกเศษขยะพลาสติกต่างๆมันไปทำปัญหาให้สัตว์ทะเล ทำให้เขาต้องมารับผลกระทบจากการกระทำของเรา แล้วเราก็กินสัตว์ทะเลเข้าไป พลาสติกมันก็กลับมาอยู่ที่ตัวเรา ซึ่งเราอยู่กรุงเทพฯ แต่ขยะมันไปถึงได้ยังไงก็ไม่รู้ เราได้เห็นผลกระทบเยอะแยะมากมายเลยตอนนี้ ถ้าไม่แก้ไขกันตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องไปบอกให้ใครทำเลย เริ่มจากที่ตัวเราก่อนดีกว่า ค่อยๆ ขยับไปที่คนอื่น ไม่อยากให้คิดว่าเป็นปัญหาของคนใดคนหนึ่ง หรือฉันไม่ทำ ใครจะทำก็แล้วแต่ ถ้าไม่เจอกับตัวเราก็คงไม่รู้เนอะ คิดว่าคงไม่ต้องรอให้ถึงวันนั้นจะดีกว่า อย่างน้อยเริ่มจากที่ตัวเราก่อน"

โอดช่วงแรกที่เปลี่ยนก็รู้สึกหงุดหงิด แต่พอเห็นการเปลี่ยนแปลงก็ใช้จนเกิดความเคยชิน
"บอกเลยว่าตอนแรกๆ แพนก็มีอารมณ์เหมือนที่ทุกคนเป็นอยู่ตอนนี้ บ่นน้องสาวจะจริงจังอะไรขนาดนั้น ถุงก็ไม่ได้แล้วเราจะเอาถุงขยะที่ไหน พอเราไม่ใช้ไม่พกก็มาโกรธเรา แต่พอเราเริ่มซึมในสิ่งที่เขาทำ แล้วเราเริ่มเห็นจริงๆ ว่านี่มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี แพนว่าถือแล้วมันก็โอเค ดูแข็งแรงแน่นหนา มันเซฟอะไรหลายอย่างได้จริงๆ เราก็ค่อยๆ เปลี่ยน เริ่มมีถุงผ้าติดตัวมากขึ้น ตอนนี้กลายเป็นทุกคนในบ้านก็ทำกันหมดเลย มีถุงผ้า มีแก้วน้ำ มีปิ่นโต กล่องอาหาร ทุกเช้าแม่ทำกับข้าวใส่ให้ลูกๆ แจกเป็นกล่องๆ เลย"

โวตอนนี้ตนพกถุงผ้าและกล่องติดตัวไว้ตลอด บอกตอนแรกก็เขินที่จะพกถุง ยื่นกล่องให้แม่ค้าทำไปเริ่มซึมซับและรู้สึกดีใจเวลาบอกไม่รับถุง
"หรือบางทีไปไหน เรามีกล่องติดไว้ด้วย ทานเหลือเราก็เอาใส่กล่องกลับบ้านแทนถุงพลาสติก เราจะมีกล่องหลายไซส์ เดินทางต่างประเทศก็มีพกไปด้วย พอใช้ไปเรื่อยๆ เราก็รู้สึกว่ามันสะดวกไปเอง ตอนนี้เรียกว่าที่บ้านแพนลดการใช้พลาสติกไปได้ 80 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือก็เป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็อาจจะต้องยอม เราก็พยายามลด เลี่ยง ถ้ามีการซื้อเพิ่มเราก็จะมีการเอาไปใช้ต่อไม่ทิ้งเลย พอทำไปเรื่อยๆ มันก็จะค่อยๆ ซึมเป็นนิสัยที่เราเคยชินไปเอง ก็อยากให้ทุกคนใจเย็นๆ กัน เปิดใจรับกับการเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆ แพนว่าแรกๆ มันอาจจะไม่ค่อยสะดวก ก็ลองเริ่มดู ทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็จะค่อยๆ เปลี่ยนวิธีคิดของเราไปเอง"

"แรกๆ คนก็จะยังไม่ค่อยเปลี่ยนเราทำเราก็รู้สึกนะว่าเอ๊ะ ยังไง ก็มีแปลกเหมือนกัน อย่างซื้อของบอกไม่เอาถุงนะคะ เอาถุงมาเองคนก็จะเซอร์ไพรส์นิดนึง แต่พอหลังๆ คนก็เริ่มซึมซับขึ้น มันก็เปลี่ยนไปตามเวลา กลายเป็นว่าเรารู้สึกดีเวลาที่เราได้บอกว่าเราไม่เอาถุงพลาสติกนะคะ แล้วเราก็เอาถุงของเราหยิบมาให้เขาใส่ ถึงเราจะซื้อเสื้อผ้า 10-20 ตัวแต่เราสามารถยัดทั้งหมดลงในถุงของเราได้ แพนว่ามันโอเค เดี๋ยวนี้แพนว่าใครถือถุงผ้าคือแฟชั่น เป็นคนอินเทรนด์นะ มันก็ทำให้คนตื่นตัวที่จะรักษ์โลกกันมากขึ้น"

วอนสังคมอย่าดรามาเรื่องถุงพลาสติก เชื่อถือเป็นจุดเริ่มที่ดีทุกคนจะผ่านไปได้เหมือนที่ตนเคยผ่านมาแล้ว
"อย่างดรามาที่เกิดขึ้นแพนมองว่าบางทีมันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี คนอาจจะลุกฮือกับการทำอะไรใหม่ๆ อีกสักพักนึงเดี๋ยวคนก็จะได้เห็นสิ่งที่ดีขึ้นที่มันจะตามมา แพนผ่านจุดนี้มาแล้ว เดี๋ยวก็จะรู้สึกว่าเราผ่านมันมาได้ แพนเชื่อว่าทุกคนจะผ่านไปได้เหมือนกันค่ะ อย่างเวลาแพนพกอะไรพวกนี้ไปกองถ่าย พอเห็นทุกคนก็เริ่มจะมีการพกแก้วส่วนตัวของตัวเอง อย่างทานข้าวถ้าแพนเอาช้อนส้อมกล่องข้าวของตัวเองไปกิน คนก็เริ่มอยากจะมีแบบเรากันบ้าง"

แนะรัฐบาลรณรงค์ให้เบลอถุงพลาสติกตามสื่อต่างๆ นั้นทำเสียอรรถรสการชม แนะเสนอแนวทาง ประโยชน์ของการงดถุงพลาสติกจะดีกว่า
"แพนว่าก็เอาที่มันอยู่ในจุดที่สมควรดีกว่า มันไม่ใช้สิ่งต้องห้าม มันคือของใช้ เพียงแต่เรารณรงค์เพื่อลดการใช้ แพนว่าเราบอกข้อควรของการใช้ถุงผ้าจะดีกว่า เราคงเปลี่ยนมายเซ็ตของคนได้ไม่หมดหรอก การเบลอในทีวี เบลอของที่ไม่สมควรต่างๆ คนก็รู้อยู่ดี แพนว่าเราเสนอแนวทาง เสนอประโยชน์ดีกว่า เบลอไปคนก็รู้อยู่ดีแล้วมันก็จะเสียอรรถรสในการรับชมอะไรบ้างอย่างไปด้วย นี่คือสำหรับตัวแพนนะ แพนว่าคนไทยมีวิจารณญาณในการเลือกรับชมได้พอสมควร ก็เลือกตามที่เหมาะสมดีกว่า"




กำลังโหลดความคิดเห็น...