xs
xsm
sm
md
lg

“ณเดชน์” เผยโมเมนต์มีความสุข นั่งรถตุ๊กตุ๊กกับ “ญาญ่า” ครั้งแรก ขอเก็บเป็นความทรงจำสุดประทับใจ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ณเดชน์” มีความสุข “ญาญ่า” ชวนนั่งรถตุ๊กตุ๊กคูกันครั้งแรก บอกเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ที่อยากเก็บไว้ ไลฟ์สไตล์ทุกอย่างคล้ายกัน ยกเว้นเรื่องแต่งตัว ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นซุป'ตาร์ แค่มีอาชีพเป็นนักแสดง ยันการใช้ชีวิตก็เป็นคนธรรมดาทั่วไป ไม่ได้ติดหรู ติดแบรนด์เนม ดีใจถูกยกให้เป็นคู่รักสายบุญ ศาสนายึดเหนี่ยวจิตใจ

ตั้งแต่เปิดตัวกันก็อวดสวีตตลอด สำหรับคู่พระเอกหนุ่มสุดฮอต “ณเดชน์ คูกิมิยะ” กับนางเอกสาวซุป'ตาร์ “ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์” ล่าสุดก็มีภาพที่ทั้งคู่ควงกันนั่งรถตุ๊กตุ๊กออกมายิ่งทำให้แฟนๆ ฟินกันยกใหญ่ พอเจอหนุ่มณเดชน์ที่พิธีเปิดงาน The Mall Joy of Giving x We bare bears we wish you a beary Christmas ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น G เดอะมอลล์ บางแค เจ้าตัวก็เผยว่าไปธุระในเมืองกันมา และรู้สึกอยากนั่งรถตุ๊กตุ๊ก ถือเป็นความทรงจำที่ดีๆ อีกอย่างหนึ่ง

“นั่งตุ๊กตุ๊กครับ (หัวเราะ) ไปทำธุระในเมืองครับ ตอนแรกก็ว่าจะนั่งบีทีเอสกลับ แล้วรถตุ๊กตุ๊กผ่านมาพอดีก็เลยรู้สึกอยากนั่งรถตุ๊กตุ๊กกัน ก็มีความสุขครับ เป็นบางสิ่งบางอย่างที่มันเกิดขึ้น ณ เวลานั้น เราก็ได้นั่งชิลๆ บนรถตุ๊กตุ๊กนั้นก็สนุกดีครับ เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งรถตุ๊กตุ๊กด้วยกันครับ ก็ตื่นเต้นครับ อีกอย่างพี่คนขับเขาเป็นคนอุบลฯ ก็คุยกัน จริงๆ ต่อราคาพี่เขาไปเยอะ (หัวเราะ) แต่สุดท้ายก็ให้พี่เขาเต็มๆ”

“ก็มีถ่ายรูปกล้องฟิล์มเก็บไว้ครับ เก็บเป็นความทรงจำดีๆ ไว้ครับ จริงๆ ผมกับเขาเป็นคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กันนะครับ ทำอะไรก็ทำในทิศทางเดียวกัน สนุกไปทุกๆ กิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องถ่ายรูป ของกินหรือเรื่องอะไรก็ตามเราอยู่ในเทสเดียวกัน ยกเว้นการแต่งตัว ผมไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ นัดเที่ยวกันตามโอกาสมากกว่าครับ เพราะน้องทำงานเยอะกว่าผมเยอะครับ”

บอกไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นซุป'ตาร์ เพราะการใช้ชีวิตก็เป็นแค่คนธรรมดาทั่วไป
“จริงๆ แล้วเราทำงานเยอะครับ แต่เราก็ใช้ชีวิตปกติเลยครับ ของหรู ของแพงใช้บ้างตามความเหมาะสม ตามโอกาส แต่เราเกิดมาในครอบครัวที่ประหยัดมัธยัสถ์อยู่แล้ว การใช้ชีวิตเราไม่ได้ฟุ่มเฟือย ถามว่ารู้สึกยังไงที่คนมองเราเป็นซุป'ตาร์ติดดิน จริงๆ ผมไม่ใช่ซุป'ตาร์อย่างที่คนอื่นมอง ถ้ารู้จักกันจริงๆ ก็จะรู้ว่าผมเป็นณเดชน์ เป็นแบรี่คนธรรมดาคนนึง แค่มีอาชีพเป็นนักแสดงเฉยๆ แต่การใช้ชีวิตของผมยังคงเป็นผู้ชายคนนึงที่เมื่อไหร่ที่สามารถทำตัวเป็นปกติได้ ผมก็แทบจะไม่ใช้คนขับรถ ผมรู้สึกว่าการนั่งวินฯ หรือนั่งรถสาธารณะมันสะดวก สบาย รถก็ไม่ติดด้วย”

“การนั่งวินฯ ก็ธรรมดานะครับ อย่าไปยึดติดเลย วันนึงก็ต้องหมุนเวียนเป็นวัฎจักร ตอนนี้เราอาจจะมีงานเยอะๆ ต่อไปงานเราก็อาจจะน้อยลงตามอายุ ตามสภาพอะไรก็ตาม ฉะนั้นการที่เราใช้ชีวิตแบบนี้มันเป็นพื้นฐานของการที่จะเรียนรู้ของคนธรรมดาที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่แล้ว ซึ่งรถตุ๊กตุ๊กนี่น้องญาญ่าก็เป็นคนชวนนั่ง ตอนแรกผมก็บอกว่าขึ้นบีทีเอสไหม พอเห็นตุ๊กตุ๊กมาจอดพอดีเขาก็มองหน้าแล้วยิ้มให้ เขาก็เลยชวนว่านั่งตุ๊กตุ๊กดีกว่าก็เลยนั่งกัน”

เผยดีใจกับ “ญาญ่า” ที่ได้ร่วมทำบุญใหญ่กับแฟนคลับ บอกได้ทำบุญร่วมกันบ่อย ถือเป็นหน้าที่ของชาวพุทธอยู่แล้ว
“ยอดบริจาครวมของน้องก็ต้องอนุโมทนาบุญกับน้องด้วย เพราะน้องมีความตั้งใจตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ก็เป็นเรื่องที่ดีครับ และแฟนๆ หลายคนก็คงได้ร่วมทำบุญกันไปแล้วครับ ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี ก็เป็นกิจกรรมที่น้องทำขึ้นมาร่วมกับแฟนคลับของน้องด้วยครับ ผมเองก็มีส่วนรับรู้ครับ แต่จะเข้าไปร่วมด้วยก็คือความจำเป็นตรงนั้นมันพอแล้ว ถึงได้ปิดบัญชี ผมก็บอกว่าไว้ครั้งหน้าแล้วกัน แล้วผมก็จะขอร่วมทำบุญด้วย จริงๆ เวลาเราต่างมีกิจกรรมอะไรส่วนมากก็จะบอกกันให้รับรู้ และถ้าอยากทำอะไรด้วยกันก็ทำ หรือทำของตัวเองก็ทำ แต่เราก็แชร์โมเมนต์ต่างๆ ให้กันอยู่แล้วครับ”

“เร็วๆ นี้จะมีกิจกรรมร่วมกันไหม ยังไม่มีนะครับ ของผมเองก็ยังไม่มี ของร่วมกันก็ยังไม่มีครับ คนยกให้เราเป็นคู่รักสายบุญก็ดีนะครับ เรื่องของศาสนาก็เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ การทำนุบำรุงศาสนาก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่คนที่นับถือศาสนาพุทธก็ควรที่จะหมั่นทำ ทำก็ควรจะอยู่ในความพอดี และการที่ผมทำบุญในแต่ละครั้ง การเปิดบัญชีบุญก็ไม่ได้มากเท่าไหร่ แต่คนอื่นที่อยากร่วมด้วยมีมาก มันก็เลยทำให้เงินบริจาคมันสูง ก็เป็นธรรมดา”

“ถามว่าเชื่อไหมว่าทำบุญด้วยกันจะเป็นการเสริมดวงความรักร่วมกัน ผมว่าเป็นคนรักกันพอไปทำบุญด้วยกันมันทำให้เรามีการคำนึงถึงการทำดี มันก็เป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้วที่ว่าพอเราคิดถึงความดี กระทำดี มันก็ทำให้การคบหากัน ครองคู่กันก็ไม่ได้เป็นอะไรที่น่าเป็นห่วง ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถามว่าเชื่อไหม ผมว่าทุกอย่างอยู่ที่การกระทำนะสุดท้ายแล้ว ศาสนาก็เป็นอีกแหล่งนึงที่ทำให้เรายึดเหนี่ยวจิตใจเวลาที่เราสุข ท้อ กลัวผี เหนื่อย หรือดวงตก หรืออยากจะขอเลขเด็ด มันก็เป็นได้ทั้งนั้น แต่ลึกๆ แล้วผมเชื่อว่าการสวดมนต์ภาวนามันเป็นสิ่งที่จำเป็นของชาวพุทธ”








กำลังโหลดความคิดเห็น...