xs
xsm
sm
md
lg

"โย่ง" เข็ด หลังจากนี้จะไม่ฝืนทำงานอีก เผยวินาทีวูบ - กลัวตาย คิดถึงหน้า "สีหนุ่ม เชิญยิ้ม"

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"โย่ง เชิญยิ้ม" โล่งอก อาการป่วยดีขึ้น หมออนุญาตให้ออกจากรพ. วันนี้ ยอมรับวินาทีวูบคิดถึง "สีหนุ่ม เชิญยิ้ม" กลัวมาก หวั่นอาการหนักแล้วจะจากไป ขำๆ ลูก-เมีย-หลานมากันยกบ้าน คิดว่ามาดูใจ จะไม่ฝืนทำงานหนักอีก

ถูกหามส่งรพ. หลังจากวูบล้มกลางกองถ่าย สำหรับตลกรุ่นใหญ่ "โย่ง เชิญยิ้ม" ซึ่งต่อมาพบว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ล่าสุดวันนี้ (15 พฤศจิกายน) ตลกรุ่นใหญ่อาการดีขึ้น หมออนุญาตให้ออกจากรพ. โดยเจ้าตัวนัดสื่อมวลชนเปิดใจถึงอาการที่ดีขึ้น ที่โรงพยาบาลสินแพทย์ ยอมรับว่าเสียววาบๆ หลังจากนี้จะไม่ทำงานหนักอีก

"ก่อนที่จะวูบ เราก็ไม่สบาย เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ พอวันที่ 7 พ.ย. ทำงานเสร็จก็เข้าโรงพยาบาลเลย มานอนคืนหนึ่ง แล้วก็ออกไปพักที่บ้าน แล้วก็ไปทำงานต่อเลย ทำงาน 3-4 วันติดกัน กลับดึกเดินทางไกล ไปต่างจังหวัดบ้าง แต่ใจเราก็คิดว่ามันก็ยังได้อยู่นะ ก็สนุกสนานไป แต่ก็รู้สึกเพลียๆ พอมาวันพุธ ก็ไปถ่ายรายการก่อนบ่ายคลายเครียด ตอนเช้าก็ขับรถไปเอง ก็รู้สึกว่ายังไหวอยู่ พอไปถึงฉากแรกซ้อมเสร็จ พอเข้าไปเล่นจริง รู้สึกว่ายืนแล้วตามันพร่า แขนขาไม่มีกำลัง เหมือนมันอ่อนแรง แล้วก็ใจสั่น เราก็เลยนั่งเก้าอี้ในฉาก ก็เล่นจนจบฉาก แต่ก็อาการไม่ดีแล้ว ตาเริ่มกระพริบๆ มันจะไม่ไหวแล้ว พอจะซ้อมฉากที่สอง ตอนเดินไปเข้าห้องน้ำก็รู้สึกว่ามองอะไรก็มัวๆ ไปหมด เหมือนจะเซๆ ก็เลยนั่งพัก เพราะมันไม่ไหวจริงๆ"

"เราฝืนร่างกายตัวเอง แต่พอรู้สึกว่ามันไม่ไหว เราก็นึกถึงอาการที่เขาเป็นหนักๆ เริ่มต้นมันเป็นแบบนี้หรือเปล่า ก็เริ่มใจไม่ดี ไปโรงพยาบาลดีกว่า พวกทีมงานก็เขาก็บอกว่าไปโรงพยาบาลดีกว่าไหม เราก็เลยมาโรงพยาบาลนี้เลย ตอนแรกจะเรียกรถโรงพยาบาลมารับ แต่ว่ามีรถตู้อยู่ที่กองถ่าย เขาก็เลยเอารถตู้มาส่ง"

"ตอนออกจากรพ.รอบแรก คุณหมอก็ห้าม หมอบอกว่าไม่ควร แต่ว่าด้วยภารกิจที่เรารับไว้แล้ว เราไม่รู้จะแก้ยังไง แต่ก็ต้องขอขอบคุณเจ้าภาพที่ราชบุรี วันนั้นเราไม่ได้ไป เพราะนอนป่วยอยู่โรงพยาบาล แล้วงานต่อไป พอมานอนคืนหนึ่งที่บ้าน พอไหวแล้วเราก็ไปต่อ มันก็ไหวนะวันนั้น แต่ร่างกายมันก็ค่อยๆ อ่อนลงๆ"

เผยช่วงขณะที่วูบ คิดถึง "สีหนุ่ม เชิญยิ้ม"
"เราคิดถึงพี่สีหนุ่ม ว่าตอนที่พี่เขาเป็น เขามีอาการแบบนี้หรือเปล่า เราก็คิดห่วง แล้วครอบครัวจะทำยังไง ถ้าเกิดเราเป็นอะไรไป ลูกหลานเรา ภรรยาเราจะทำยังไง มันก็คงงงๆ ไปหมด จะเดินต่อไปได้ยังไง เราคิดไปขนาดนั้น ก็เลยต้องรีบไปโรงพยาบาล ตอนนี้ก็ถือว่าได้พัก"

สบายใจ ไม่มีอะไรน่าห่วง เลือกงานให้เหมาะกับตัวเองมากขึ้น
"คุณหมอก็มาตรวจดูแล้ว ก็ไม่มีอาการอะไรนอกเหนือจากที่เราคุยกัน มันเป็นเพราะเราไม่ได้พักฟื้นหลังจากเป็นไข้ พอฟื้นก็ไปเลย อาการอื่นๆ ตอนนี้ไม่มีแล้ว เมื่อวานเข้าเครื่องตรวจ MRI ก็ไม่มีอะไร หมอก็บอกว่าไม่มีอะไรเลย นอกจากกำลังเราอย่างเดียว ก็สบายใจมากขึ้นหลังจากที่ตรวจละเอียดแล้ว"

"หลังจากนี้ก็ต้องระวังตัวมากขึ้น ว่าอะไรสมควรทำ อะไรสมควรหนัก อะไรสมควรเบา ไม่ใช่เลือกงานนะ เพราะงานเราไม่เลือกหรอก แต่ว่าตัวเราเองเนี่ยแหละ"

รับเสียว กลัวเป็นอะไรแล้วจะไปเลย
"ถามว่าเราดื้อไหม บางทีร่างกายไม่ค่อยจะดี แต่เราก็ไป แต่ครั้งนี้ถือเป็นการสอนเราเลย ว่าอย่าฝืนมากนะ ต้องดูแล ต้องระวังนะ ก็เสียวเหมือนกัน กลัวจะไปเลย เราไม่เคยเป็นขนาดนั้น วันที่วูบมันไม่ไหวเลย ทีมงานก็เอาชุดมาเปลี่ยนให้ เพราะวันนั้นแต่งตัวเป็นผู้หญิง เขาก็ประคองไปขึ้นรถ เพราะเดินไม่ไหว เดินเองไม่ได้ ใจมันสั่น ขามันหมดแรงแล้ว"

"นี่ก็ถือว่าอาการหนัก เราไม่เคยเป็นแบบนี้เลย วันนี้ก็สดชื่นมากขึ้น ได้พักผ่อน เล่นดนตรีได้แล้ว เพราะดนตรีมันผ่อนคลาย น้าสมแกก็บอกว่าไม่พักเลย หยุดก็อยู่แต่ห้องดนตรีมั้ง ซ้อมร้องอะไรอยู่เรื่อย แต่เราก็คิดว่านั้นแหละเป็นการผ่อนคลายของเรา ถ้านั่งอยู่เฉยๆ มันเหมือนไม่ได้ผ่อนคลาย"

ออกจากรพ.วันนี้ พักหนึ่งวันก่อนลุยทำงานต่อ
"วันนี้อนุญาตให้ออกแล้ว แต่ว่าขอให้พัก แต่ก็เรียนคุณหมอแล้ว ว่าจะพักวันหนึ่งนะ แล้วก็จะไปทำงาน แต่งานก็ไม่ได้หนักอะไร ตอนเขารู้ข่าวมากันหมดเลย น้ำตาจะไหล คือพอลงจากรถตู้ เห็นหมดเลย ลูก ภรรยา หลาน มากันหมดเลย เหมือนกับว่าเวลาลูกหลานมาดูใจ (หัวเราะ) เรานึกไปถึงแบบนั้นเลย แต่ว่าเราก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอก แต่ครอบครัวก็ตกใจ คราวหน้าไม่เป็นแล้ว เคยเป็นแล้วไม่ดี นึกถึงมากันพร้อมหน้าพร้อมตาวันนั้น เหมือนมาดูใจเลย"

"ตอนเขาหามส่งรพ. เรารู้ตัว เรานอนหลับตาอยู่ ก็บอกเขาว่าของเราอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง เขาก็บอกเดี๋ยวจัดการให้ ไม่ต้องห่วง น้าพวงโทร.ไปหาน้าสม บอกเจ๊ทำใจดีๆ นะ (หัวเราะ) เขาจะเอาน้าโย่งส่งโรงพยาบาล ดูมันใช้คำพูด ยายสมเขาก็โทรเรียกลูกมาหมดเลย (หัวเราะ)"

"วันนี้จะออกจากรพ. ช่วงบ่าย มานี่เขาก็ให้น้ำเกลือกับยาบำรุง ขอบคุณทุกคนเลยนะ ขอบคุณคนที่เข้ามาให้กำลังใจ หมอไม่ให้เยี่ยม ก็เยี่ยมกันทางเฟซบุ๊ก แล้วก็คอยโทร.มาถามกัน คนป่วยรู้ว่ามีคนเป็นห่วงบ้างก็ชื่นใจ"








กำลังโหลดความคิดเห็น...