xs
xsm
sm
md
lg

ไม่ต้องห่วงแม่นะลูก! เปิดคำลา “แม่ลัดดา” ถึง “น้องอิน” ในวันที่ต้องจากกันตลอดกาล เชื่อหมดใจลูกของแม่จะต้องไปเป็นนางฟ้า!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“แม่ลัดดา” เปิดใจเข้มแข็งขึ้น พร้อมส่ง “น้องอิน” ไปเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ บอกลูกไม่ต้องห่วงแม่ เผยโล่งใจดอดดูไพ่ยิปซี หากญาติพี่น้องท้องลูกจะกลับมาเกิด แต่ถ้าไม่มาจะไปเป็นนางฟ้า โล่งใจลูกไม่ตกระกำลำบาก เชื่อมีบุญมาก จึงจากไปเร็ว เคลียร์สัมพันธ์ “บิณฑ์” ไร้ปัญหา รู้จัก 20 ปี บอกเรารักกัน

บรรยากาศฌาปนกิจศพ “น้องอิน ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี” ณ วัดราชสิงขร พระอารามหลวง ถ.เจริญกรุง มีญาติๆ และคนบันเทิง มาร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายด้าน “คุณแม่ลัดดา เชิดชูบุพการี” ได้ออกมาเปิดใจด้วยใบหน้ามีรอยยิ้ม พร้อมนำอัลบั้มเพลง 3 อัลบั้มที่น้องอินเคยเป็นศิลปินกับ “ค่ายโซนี่มิวสิค” ในปี 2547 โดยทั้ง 3 อัลบั้มน้องอิน / น้องอินมาค่ะ / just kid'in ล้อเล่นค่ะ โดยมีเพลงฮิตติดหูคือ “กินข้าวหรือยังคะ” ซึ่งก็ทางงานก็ได้เปิดเพลงขับกล่อมไว้อาลัยน้องอินตลอดทั้งงาน ทั้งนี้คุณแม่ยังเล่าให้ฟังถึงการทำงานวัยเด็กว่าเป็นเด็กที่อดทนมาก และมีความจำเป็นเลิศ และแม่ยังเชื่ออีกว่าการที่ลูกหมดสิ้นอายุขัยไปเร็วแบบนี้ก็มีพระบอกว่าเป็นคนมีบุญมาเกิด

วันนี้วันสุดท้ายที่มาร่วมส่งน้องอินไปสู่สุขคติ แม่ก็บอกน้องให้ขึ้นไปอยู่สรวงสวรรค์ชั้นฟ้า และแม่ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่มีมาให้น้อง และทุกๆ ท่าน แม่รู้สึกขอบคุณมาก ถามว่าแม่หรือน้องมีห่วงใดๆ มั้ย แม่ว่าแม่ไม่มีห่วงแล้ว และน้องก็ไม่มีห่วงแล้ว เมื่อวานนี้แม่ได้พูดบอกกับน้องแล้วประมาณว่าอย่าห่วงแม่ อย่าห่วงสิ่งใดๆ แล้ว และแม่ก็จะไม่ห่วงอะไร ไม่ต้องห่วงแม่ แม่เลี้ยงดูตัวเองได้ และก็ขออโหสิกรรมกับลูกด้วย อโหสิกรรมซึ่งกันและกัน ให้น้องไปในทางที่สว่างไสวข้างหน้า”

“วันนี้เข้มแข็ง เพราะว่าใหม่ๆ ทำใจไม่ได้เลย มาวันนี้แล้ว เหมือนเราดูหมอไพ่ยิปซีมาบ้าง คำตอบที่ได้มันก็ดี ก็ทำให้ แม่สบายใจ ว่าถ้าน้องไม่ได้ไปเกิด ก็ไปเป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์เลย ซึ่งแม่กับน้องอินผูกพันกันเพราะว่าอยู่กันสองคน คือเราช่วยกัน ไม่ใช่ว่าจะให้น้องทำงานคนเดียว เดี๋ยวคนอื่นจะว่าแม่ใช้แรงงานเด็ก น้องอินอยากหาเงินให้แม่เยอะๆ ด้วยความเป็นเด็กกตัญญู ทำงานมาตั้งแต่ 4 ขวบกว่า จนปัจจุบันอายุ 20 วาระสุดท้ายของเขาแล้ว”

“เขาเป็นเด็กที่ไม่หยุดนิ่งคิดแต่จะทำมาเงิน อยากมีบ้านใหม่ มีความฝันเหมือนคนทั่วไป ถามว่าตอนทำงานมีงอแงมั้ย ตอนเด็กน้องตั้งใจทำงานมาก เหมือนเขารู้หน้าที่ ถ้ายังไม่ถึงคิวถ่ายเขาก็จะไปนอน พอถึงเวลาถึงคิวเขา พอเรียกเขาก็จะกระเด้งขึ้นมาทำงาน เขาจะไม่งอแง บางทีเขามีข้อต่อรอง เหมือนตื่นมาแล้วยังง่วงอยู่ แม่จะบอกว่ามีไอศกรีมนะ ทีมงานก็จะเอาเขาขี่คอแล้วก็วิ่งๆ พอตาสว่างแกก็จะทำงานต่อ แต่ที่งอแงแล้วไม่เล่นเลยจะไม่มี”

“ตั้งแต่น้องเริ่มถ่ายละครตอนเด็ก ที่ในข่าวบอกว่าแม่เป็นคนบอกบทให้น้องท่อง นั้นคือบทละครค่ะ น้องเริ่มเล่นละครตอน 4 ขวบครึ่งน้องอยู่อนุบาล 2 พออายุ 7 ขวบ น้องอยู่ป.1 ถึงเริ่มร้องเพลง เอาจริงๆ ตอนนั้นน้องยังอ่านหนังสือไม่ออก แต่เนื่องจากเขาเล่นละคร จึงอาจจะได้ประสบการณ์จากการเล่นละคร โดยการท่องจำ เพราะตัวหนังสืออ่านไม่ออก น้องจะใช้ความจำอย่างเดียว และจะหัดพูดๆ หากคำไหนยากๆ มันก็เหมือนกับเขาได้เรียนรู้”

“แม่ว่าข้อนี้จึงมีส่วนที่ทำให้เขาได้เรียนรู้ภาษาเร็ว แม่จะมีหน้าที่อ่านให้เขาฟัง และเขาจะท่องบทตาม น้องเป็นคนความจำดีตั้งแต่เด็ก เพราะตอนเล่นละคร แก้วตาหวานใจของดาราวีดีโอต้องถ่ายไปออนไป อีกอย่างน้องเป็นตัวเดินเรื่อง บทเขาจะเยอะ เยอะพอๆ กับพระเอกนางเอกก็ว่าได้ เพราะเขาต้องเข้าฉากด้วยกัน 3 คนตลอด มีวันหนึ่งที่ต้องถ่ายตอนติดกันรวดเลย ต้องถ่ายและมีเวลาพักได้นอน พอตื่นก็ถ่ายอีก แม่ไม่รู้ว่าทำไมช่วงนั้นความจำเขาถึงดี เขาจำอย่างเดียว เพราะเขาอ่านหนังสือไม่ออก”

“ตอนเด็กๆ ที่เขายังไม่ได้เข้าโรงเรียน แต่พอเริ่มเดินได้ คุณตาพาเขาขับรถขึ้นทางด่วน เวลาน้องเจอโลโก้ของสินค้าอะไรก็จะจำได้ตลอด แต่เวลาตอนอยู่บ้านแม่ก็ไม่ค่อยได้คุยกับลูกนะ เพราะน้องอินเป็นคนพูดช้า 3 ขวบยังไม่พูด แต่พอได้พูดได้ถ่ายละคร ปรากฎว่าเขาก็กลายเป็นคนพูดเก่ง ตอนแรกๆ ที่น้องพูดช้า แม่กังวลมาก ว่าเขาจะผิดปกติหรือเปล่า เพราะตอน 2 ขวบครึ่งที่ยังไม่เข้าอนุบาล เขาไม่พูดเลย และแม่คิดว่าหาก 3 ขวบ เขาก็ต้องเข้าอนุบาลแล้ว แม่ก็เลยรอ หากเขายังไม่พูดอีก แม่จะต้องพาไปปรึกษาหมอแล้ว แต่พอ 3 ขวบปุ๊บ ปรากฎว่าเขาพูดได้ เราก็โล่ง ไม่ต้องไปหาหมอ เขาไม่ได้ผิดปกติแล้ว ตอน 2 ขวบครึ่งแม่ได้ส่งเขาไปโรงเรียนอนุบาล แต่ก็ต้องส่งตัวกลับ เนื่องจากอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ จึงรอให้ถึง 3 ขวบครึ่งถึงจะเข้าเรียนอนุบาลได้ ดังนั้นจึงทำให้น้องอินเรียนช้ากว่าคนอื่นไปครึ่งปี เพราะเขาเกิดปลายปี”

“หลังจากนั้นมาน้องก็ยังคงทำงานในวงการมาตลอด แต่ช่วงคาบเกี่ยวตอนน้องอายุ 11-12 ปี งานจะเงียบ เพราะเป็นช่วงก้าวผ่านระหว่างเด็กกับวัยรุ่น เพราะทว่าจะเล่นบทโตหรือบทเด็ก จึงทำให้งานช่วงนั้นเงียบไป น้องจึงหยุดงานยาว จนมาถึงช่วงวัยรุ่น 15 - 16 ปี เขาถึงหวนกลับมาร่วมงานในวงการอีกครั้ง เริ่มมีงานนิดๆ หน่อยๆ พอน้องได้ไปออกรายการ คนก็จะเริ่มจำน้องได้”

“ส่วนช่วงตอนที่เขาทำเพลง ก็แทบจะไม่ได้บอกอะไรเลย เพราะพอได้เนื้อเพลงมา เขาก็เข้าห้องอัด ก็จะได้เป็นเพลง แบบที่ได้ฟังกัน คือจะมีคนร้องนำให้ แล้วเขาถึงจะร้องตาม ตอนนั้นอัลบั้มที่น้องร้องเขาต้องการได้เสียงออกมาเป็นเด็กใสๆ ซึ่งคำพูดมันจะไม่ถูกต้องและจะไม่ชัด เพราะเขาต้องการใสๆ แบบเด็กเลย เพราะฉะนั้นพอคนฟังที่น้องร้องก็จะบอกว่ามันไม่ถูกต้อง 2 อัลบั้มแรก น้องออกมาติดกันเลย น้องมีทั้งหมด 3 อัลบั้ม แม่บอกเลยว่าความจำดีเพราะจากบทละคร (ยิ้ม) แม่ไม่ได้ชมเขานะ แต่ตอนเด็กๆ เขาความจำดีมากเลย คำพูดภาษาไทยคำยากๆ เขาก็จะได้เรียนรู้ไป และมีช่วงหนึ่งที่พี่สะใภ้ไปเรียนร้องเพลงจีน หลานว่างตัวเล็กๆ อยู่ก็จูงไปด้วยเพราะตอนนั้นยังไม่ได้เรียนหนังสือ ซึ่งปรากฏว่าหลานได้ความรู้มาเยอะกว่าคนที่เป็นผู้ใหญ่อีก”

“ซึ่งตอนที่เขาติดต่อมาให้น้องร้องเพลง แม่คิดว่าน้องต้องทำได้ เพราะขนาดบทเขายังทำได้ ซึ่งก็อาจจะมีการสอนกันเพิ่มอีกนิดๆ หน่อยๆ เรื่องของจังหวะ แต่พอได้ออกจากห้องอัดมา พวกพี่ๆ เขาก็ชมนะว่าน้องจังหวะตรงมาก และห้องที่น้องอัดก็เป็นห้องเดียวกันกับที่พี่ทาทา ยังอัดนะ (หัวเราะ)”

อยากเก็บซีดีเอาไว้ เพราะรู้ว่าอนาคตไม่มีอีกแล้ว จะเก็บเป็นความทรงจำ
“ที่แม่เก็บไว้เป็นซีดีและไม่ได้เก็บเป็นเทปเพราะที่บ้านไม่มีเครื่องเล่นเทป (ยิ้ม) เลยเอาทิ้งหมดเลย แต่แม่ก็ซื้อซีดีเก็บไว้เยอะมาก ซึ่งก็มีญาติๆ มาขอไป ตอนนั้นแม่ไม่ได้คิดว่าจะเก็บไว้กี่แผ่น แต่แม่อยากเก็บไว้เพราะแม่รู้ว่าอนาคตมันจะไม่มีแล้ว แม่เลยอยากเก็บไว้เป็นความทรงจำและเก็บไว้เป็นประวัติของน้อง ทุกอย่างที่เขาทำมาคือเขาทำได้ แรงเขาเยอะ”

โล่งใจ เปิดดูไพ่ยิปซี ลูกไม่ตกระกำลำบาก ไม่เร่ร่อน ไปเป็นนางฟ้าบนสวรรค์
“เมื่อวานไปดูไพ่ยิปซีมา เขาบอกว่าถ้าญาติเราคนไหนเกิดท้องขึ้นมา น้องก็จะไปเกิดกับคนนั้น และอีกอย่างถ้าน้องไม่เกิด ก็จะกลายเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ แต่ตอนนี้ที่บ้านเรายังไม่มีใครท้อง และไพ่ที่เปิดออกมาเหมือนจะเป็นไปได้ว่าจะได้เกิดต่างประเทศ แล้วเกิดในครอบครัวที่มีฐานะ เราเองก็สบายใจว่ายังไงจากตรงนี้ไปเขาก็สบายแน่ๆ แต่ถ้าถามแม่ว่าอยากให้เขามาเกิดในครอบครัวเรา หรือให้เขาไปเป็นนางฟ้า แม่ได้หมดเลย ถ้าได้เกิดในครอบครัวญาติเราก็จะเห็นเขา เราจะดูรู้ว่าเป็นเขา คือที่กลัวก่อนหน้านี้คือกลัวเขาจะเร่ร่อน ไปอยู่ที่ลำบาก ตอนนี้กลับบ้านก็ไม่ได้รู้สึกขนลุกแล้ว หลานที่เคยเห็นอินไปที่บ้านตอนนี้ก็ไม่เรียกแล้ว”

เชื่อเป็นคนที่มีบุญมาก จึงจากไปเร็ว เปลี่ยนลอยอังคารที่สมุทรสาครแทนสัตหีบ ตามคำแนะนำของ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ยันไร้ปัญหาบิณฑ์ รู้จัก 20 ปี รักกันมาก ทุกอย่างโอเค
แม่ก็เชื่อแบบนั้นนะ เพราะเขาก็มาอยู่ได้แป๊บเดียว แล้วเขาก็ต้องไป สังเกตมีหลายคนเป็นแบบนี้ ตอนที่เขามีชีวิตอยู่เขาก็ชอบทำบุญ นั่งวิปัสสนา ชอบไหว้พระพิฆเนศ”

“สุดท้ายแล้วแล้วแม่ขอกราบขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้น้องอิน และส่งมาให้แม่ ทั้งสื่อทุกที่ ทั้งผู้ที่อยู่ทางบ้าน ทั้งใครก็แล้วแต่ ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ(ยกมือไหว้)”

“ส่วนเรื่องลอยอังคารทีแรกคุณป้าเขาก็หัวโบราณ บอกว่าแม่ห้ามไปลอย เสร็จแล้วพี่บิณฑ์บอกว่า คนไทยลอยได้ ก็เลยจะไปลอย เรื่องแบ่งอัฐิเก็บไว้ ส่วนมากจะเป็นคนที่มีผู้ใหญ่มีญาติพี่น้อง แต่ว่าแม่ต้องลอยหมดเลย เพราะว่าแม่มีลูกคนเดียว แล้วแม่อยู่กับลูก 2 คนแค่นั้น ไม่มีใครที่จะมานั่งไหว้เราต่อ สถานที่ที่จะไปลอยอังคารน่าจะเป็นวัดช่องลม ตั้งอยู่ตรงปากอ่าวสมุทรสาคร เพราะตอนแรกจะไปที่สัตหีบ พี่บิณฑ์บอกว่ามันไกล แล้วรถก็ติดด้วยมันเป็นวันสงกรานต์ เอาตรงนี้ใกล้ๆ ดีกว่า สัมพันธ์แม่กับพี่บิณฑ์ ตอนนี้โอเค ไม่มีอะไร (ทำมือโอเคและยิ้ม) รักกันมา 20 ปีแล้ว แกน่ารักจะตายพี่บิณฑ์(ยิ้ม)






กำลังโหลดความคิดเห็น...