xs
xsm
sm
md
lg

ถ้าวันนี้ “ปอ” ยังอยู่ ชีวิต “โบว์” จะเป็นอย่างไง? ไม่หวั่น “มะลิ” เป็นทอม ขอเป็นแค่คนดีตามรอยพ่อ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


รู้จัก “โบว์ แวนดา” อีกมุมนึง เจ้าตัวเผยถ้าวันนี้ปอยังอยู่ เธอก็ยังคงเป็นแม่บ้านเหมือนเดิม แจงไม่อึดอัดที่อยู่แบบไม่ต้องเปิดเผย ย้อนกลับถ้าเปิดตัวคงโดนกระแสดราม่าจนอาจจะต้องเลิกกัน ไม่หวั่น “มะลิ” จะเป็นทอม ขอแค่เป็นคนดีเท่านั้นก็พอ พร้อมวางแผนอนาคตปิดร้านกาแฟตามความฝัน

“ถ้าวันนี้ปอยังอยู่ ชีวิตโบว์และมะลิจะเป็นยังไง?” เชื่อได้ว่า คำถามคำนี้คงมีอยู่ในใจของทุกคน แต่ในเมื่อโลกแห่งความเป็นจริงมันได้เป็นอย่างในคำถามนั้นแล้ว แต่วันนี้ “โบว์ แวนดา สหวงษ์” มีคำตอบมาให้ฟังว่าถ้าชีวิตของเธอยังมีผู้ชายที่ชื่อ “ปอ ทฤษฎี สหวงษ์” อยู่นั้น เธอและลูกสาวจะเป็นยังไง พร้อมเปิดเผยความในใจว่าเธอต้องผ่ามรสุมอะไรบ้างจนมาถึงทุกวันนี้ รวมไปถึงอนาคตของเด็กน้อยสามจุก “มะลิ พาขวัญ สหวงษ์” อีกด้วย

“ถ้าย้อนกลับไปวันที่จะตัดสินใจเปิดตัวมะลิคือวันนั้นพี่ปอจะไม่รอดแล้วนะ เป็นคำตอบเดียว และก่อนวันที่มะลิมานั้น พี่ปอได้ปั้มหัวใจแล้วและพออีกวันนึงคุณหมอก็ออกมาบอกโบว์เลยว่าพี่ปอมีโอกาสรอดเพียงแค่ 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โบว์เลยหันไปบอกพี่ปอว่าจะต้องเอามะลิมา เพราะใจโบว์คิดว่าแม้วันนี้พี่ปอจะอยู่หรือว่าอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้าพี่ปอจะไป แต่ทุกคนทั้งประเทศต้องรู้ว่านี่คือเด็กหญิงพาขวัญ สหวงศ์เป็นลูกสาวของ นายทฤษฎี สหวงษ์ ซึ่งถามว่าโบว์เตรียมใจกับสิ่งที่มะลิจะรับได้ไหม แต่มะลิเขายังเด็กซึ่งการเตรียมใจ คือ โบว์ต้องเตรียมใจมากกว่า เพราะเวลาที่เรามองลูกและเราก็มองพี่ปอ และไหนจะความรู้สึกเรา มันมาหมดทุกอย่าง และถ้าพี่ปอไม่รอด แล้วด้วยความรู้สึกตรงนั้นที่เวลามองหน้าไปที่ลูก คือ เด็กตัวเล็กๆ ที่ยังไม่ได้คุยกับพ่อด้วยซ้ำ มันเกิดเรื่องหลายอย่างมาก ไหนจะคุณย่าคุณปู่คุณอาทุกคนอยู่ในสภาพไม่ไหวแล้ว โบว์ก็เลยตัดสินใจพามะลิมาหาพี่ปอ และหันจากวันนั้นที่มะลิเข้าไปหาพี่ปอมันก็เหมือนเกิดปาฎิหารย์ เหมือนมะลิไปกระตุ้นคลื่นหัวใจของพี่ปอกลับมาเต้นเป็นจังหวะมากขึ้น หมอก็ยังงงว่าทำไมอยู่ดีๆ ทำไมดีขึ้น ซึ่งตอนนั้นอาจจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าพาเด็กมาโรงพยาบาลทำไม พาเด็กมาอย่างงี้เดี๋ยวก็ติดเชื้อ คือ ณ ตรงนั้นเราไม่ได้โกรธ แต่เขาไม่ได้มาอยู่ตรงจุดเรา เขาไม่รู้ว่าคนที่รักเขาจะไปเมื่อไรก็ได้ และโบว์ก็อยากให้คนที่เขารักมาเจอกันแม้จะเป็นพียงช่วงเวลาสั้น แค่นี้ก็พอ ถือว่ามะลิเป็นหนึ่งกำลังใจที่สำคัญมากๆ”

“คือ ณ เวลาตอนนั้นแม้จะต้องแบกอะไรไว้มากมาย โบว์ก็คิดว่าเราต้องอยู่ให้ได้ และต้องมีสติ และต้องยอมรับความจริงให้ได้ เพราะเวลาที่หมอออกมาบอกข่าวเรื่องพี่ปอทุกวันมันไม่มีข่าวดีเลย มีแต่คำว่าลุ้นเป็นชั่วโมงนะคุณโบว์ ชั่วโมงนี้อาจจะรอด ชั่วโมงต่อไปอาจจะไม่รอดนะ หมอให้คำตอบไม่ได้ เพราะพี่ปอสู้เราก็ต้องสู้ และตราบใดที่พี่ปอยังหายใจอยู่ และไม่ว่าคำตอบมันจะเป็นยังไง โบว์ก็ยังจะสู้ คือจะยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งตอนนั้นโบว์ไม่ได้คิดอะไรเลย แค่รู้สึกว่าวันนั้นที่อยากให้ทุกคนรู้จักมะลิ โบว์คิดแค่ว่าอยากให้พี่ปอได้เห็นมะลิ เพราะทุกครั้งเวลาที่พี่ปอเขามีสติ เขาได้เห็นมะลิ แม้เขาจะพูดไม่ได้ก็ตามเขาก็จะยิ้ม คลื่นสมองนี่จะดีดตัวขึ้นมาเลย มันก็เลยเป็นเหตุผลที่คุณหมอต้องรักษาต่อเพราะสมองร้อย หัวใจร้อย เพียงแต่ร่างกายยังขยับไม่ได้”

(พอมะลิเป็นข่าวมันจะมีคำหนึ่งออกมาว่า “มะลิชนะทุกสิ่ง” ?) “โบว์ดีใจมาก เหมือนเขาเป็นของขวัญที่พี่ปอให้กับโบว์นะคะ และสิ่งนึงที่อยากให้น้องมา มีเหตุผลเดียวก็คืออยากให้พี่ปอหาย แต่ ณ วันนึงเราทำเต็มที่แล้ว มะลิทำเต็มที่กับพ่อแล้ว และพี่ปอเองก็ทำเต็มที่กับทุกคนในสหวงษ์แล้ว มันจะเกิดอะไรขึ้นเราก็ยอมรับ เพราะพวกเราทำดีที่สุดแล้ว และสิ่งที่ทำให้ทุกคนรักในตัวของมะลิคือน้องเป็นธรรมชาติในตัวของเขาเองที่แสดงออกมา เราไม่สามารถจะปรุงแต่งเด็ก 2 ขวบให้ได้ว่าเธอจะต้องยิ้มให้สื่อนะ เธอจะต้องแสดงออกมาอย่างงี้นะ ซึ่งโบว์เองก็ไม่คิดเลยว่ามะลิจะเข้ากับสื่อได้ เพราะตกใจมากคือวันแรกเขาออกมาแล้วยืนถ่ายรูป เกาพุงด้วย (ยิ้ม) โบว์ตกใจมาก พอเราเห็นภาพนั้นมันทำให้เราคิดถึงพี่ปอว่าปอเห็นลูกไหม”

“ไม่เคยคิดว่ามะลิจะได้คำว่าเป็นลูกดาราเหมือนที่ตอนนี้ทุกคนเรียก เพราะตอนที่ปออยู่โบว์ก็ไม่คิดจะเปิดตัว แต่พี่ปอเขาก็อยากมีงานเล็กๆ คืออยากจะเชิญผู้ใหญ่ทางบุรีรัมย์ ทางหัวหินมาจัดเลี้ยงเฉยๆ อยากให้มีรูปเก็บไว้ให้มะลิดูว่าพ่อแม่ และก็จะมีรูปมะลิเก็บเอาไว้ คือเป็นอีกหนึ่งวันที่มีความสุข เพราะออโต้เองก็เตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว แต่พอมันไม่เกิดขึ้นแล้ว เราก็ทำใจ”

(ถ้าวันนี้ปอยังอยู่ ชีวิตโบว์กับมะลิจะเป็นยังไง?) “ก็ดูแลกันเหมือนเดิม ถามว่าไปงานไหน จัดแจงเตรียมเสื้อผ้าให้ อาหารการกิน หรือว่าช่วงนี้ไปต่างจังหวัดกี่วัน ก็จะจัดเสื้อผ้าให้ และเราก็จะนั่งรอเขาทุกวัน เขากลับมาเราก็จะไปรับเขาหน้าบ้าน หอมกัน จุ๊บกัน ก็คงจะเป็นเหมือนเดิมเพราะไม่เคยคิดว่าจะต้องเปิดตัวอะไร เพราะเวลาเขากลับมาแล้วอยู่ในบ้านด้วยกัน แค่นี้โบว์ก็มีความสุขแล้วไง หายคนอาจจะสงสัยว่าเราปิดหรือเปล่า คือ โบว์ก็ใช้ชีวิตปกติ ไปเที่ยวกันหายที่มาก ไม่ว่าจะไปเอ็มคลอเทีย ไปสวนสัตว์ บางทีก็จูงมือกันไป 3 คน ซึงมีคนเห็นแต่ก็ไม่มีใครถ่ายรูป อย่างเวลาไปรีสอร์ทเขาก็จะเห็นแล้วล่ะว่าเขาถ่ายรูปอยู่ เราก็จะบอกเขาว่าขออย่าถ่ายรูปนะ คือ พี่ปอไม่ได้เดินไปบอกนะแต่โบว์ไปแอบบอกว่าเก็บไว้ดูเองนะ เขาก็บอกได้คะ และวันที่ปี่ปอป่วย และเปิดตัวมะลิแล้ว ทางรีสอร์ตเขาถึงได้เอารูปออกมาโพสต์ โบว์ว่าทุกที่ที่ไปส่วนใหญ่เจอแต่คนน่ารักและคนดี”

“การที่ไม่ได้เปิดตัวมันไม่ได้เรียกว่าโบว์ต้องอดทนหรือเปล่า ไม่รุ้สึกว่าต้องเก็บกดหรือว่ากดดันอะไร มันไม่มีความรู้สึกนี้เลย มีความสุขทุกวันที่อยู่กับพี่ปอ และโบว์รู้สึกดีที่เวลาไปไหนกับพี่ปอแล้วไม่มีใครมอง อย่างเวลาเราไปไหนแล้วเดินกับพี่ปอและมีคนมอง เรารู้สึกไม่โอเค โบว์ไม่ชอบให้ใครมาจับจอง ไม่อยากให้ใครมาพูดว่านี่ไงแฟนปอ แล้วเอาเราไปพูดว่ามีครอบครัวมาแล้ว และมายุ่งกับปอทำไม เพราะก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวแบบนี้ออกมาแล้ว ก็โดนด่าเละเลย ก็เลยรู้สึกว่าไม่อยากให้ใครรู้ โบว์ว่าถ้าอยู่แบบคนธรรมดาเราก็มีความสุขแล้ว แต่ถามว่าต้องทำใจไหมกับการที่เราเป็นแฟนพระเอก เรียกว่าเตรียมใจดีกว่า เพราะแรกๆ ก็เครียดนะเพราะมีแต่คนด่าแบบไม่มีเหตุผล ด่าว่าเราไม่เหมาะสม หรือมีประโยคที่ว่าผู้หญิงดีๆ กว่านี้มีตั้งเยอะแยะทำไมไม่เลือก และก็งงมากที่ด่าก็มีแต่ผู้หญิง ถ้าผู้ชายด่าจะไม่ว่าเลยนะ ไม่เครียดเลยนะ แต่ผู้หญิงด่าเนี่ย คือไม่เข้าใจเราก็เพศเดียวกัน และคือแต่ละคนมันก็มีความผิดพลาดในชีวิตของตัวเองอยู่แล้ว เพียงแต่คุณจะเอาความผิดพลาดของตัวเองมาพูดให้คนอื่นฟังทำไม”

“ทุกอย่างมันเป็นสเต็ปชีวิตของโบว์มากกว่า ซึ่งใครจะคิดว่าชีวิตของเราจะเป็นแบบนี้ บางทีก็แอบนอยด์นะว่า .... ขอโทษนะ อย่างมีคนพูดตามคำโบราณที่ว่าดวงกินผัว และเราเผอิญได้ยินเข้าหู ซึ่งแม่ของโบว์เองจะห่วงตัวโบว์มาก อย่างล่าสุดโทร.ไปอวยพรวันแม่ แต่แม่ร้องไห้กลับมา เราก็ตกใจว่าแม่ร้องไห้ทำไม เขาก็อวยพรเรากลับมาว่าหมดทุกข์หมดโศกนะลูก เพราะเขาก็ดูชีวิตเรามาทั้งชีวิต เขารู้ว่าเราพยายามจนถึงที่สุดแล้ว แต่ทุกอย่างมันควบคุมไม่ได้ คงไม่อยากมีผู้หญิงคนไหนที่ต้องแต่งงานหลายๆ รอบหรอก และคงไม่มีใครอยากมีคำนำหน้าว่าแม่หม้ายหรอก”

“อย่างตอนนั้นที่เป็นข่าวมากๆ คือ โบว์ยังทำงานอยู่ไง และไปทำงานก็ร้องไห้ ผอ.ที่สำนักงานก็บอกว่าไม่ให้ใช้คอม ให้ฝ่ายไอทีมาล็อคเลยว่าไม่ให้เล่นอินเตอร์เน็ต ให้พิมพ์งานอย่างเดียว และห้ามเพื่อนที่ทำงานว่าอย่าให้เราไปใช้คอมคนอื่น และโทรศัพท์พอมาบ้านก็ให้พี่โอเป็นคนดุว่าอย่าให้เราเล่น เพราะถ้าเล่นเมื่อไรมันก็จะจิตตกไง และช่วงนั้นที่ผ่านมาได้คือเราต้องเข้มแข็งมาก และเป็นช่วงที่พี่ปออยู่บ้านและไม่อยู่บ้าน ซึ่งพอมีข่าวนี้ขึ้นมาปุ๊บโบว์ออกจากบ้านไปเลย ไม่ยุ่งกับพี่ปอ คือหนีไปเลย เพราะช่วงนั้นเราก็สู้ด้วยตัวเอง เราก็ผ่านมาได้ เพราะสถานการณ์มันสอนให้เราเข้มแข็ง อะไรที่เราทำไม่ได้ และ ณ วันนึงถ้าเราพร้อมจะสู้กับมันแล้วเราไม่หนีความจริงแล้วมันจะผ่านมา แล้วเราพอเรามองกลับไป เราก็รู้สึกว่าเราก็ผ่านมันมาได้เนี่ย และวันนี้เรากล้าที่จะทำแล้วมันก็ทำได้”

“อนาคตต่อจากนี้ไปก็จะดูแลมะลิกับออโต้ให้ดีที่สุด และก็จะเป็นแม่ที่เลี้ยงลูกให้เก่งในด้านที่เขาชอบและที่สำคัญที่สุดต้องเป็นคนดีและอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องมีคือความรับผิดชอบต่อตนเอง รวมไปถึงความกตัญญูที่ต้องมี อย่างออโต้เขาชอบร้องเพลง เขาชอบเต้น ซึ่งจริงๆ โบว์ยังไม่รู้เลยนะ เพราะเวลาที่เขาอยู่กับโบว์ โบว์จะบอกว่าร้องเพลงให้ฟังหน่อย เขาก็จะทำเฉยๆ เขาบอกว่าร้องไม่เป็น แต่ล่าสุดพอมาดูคลิปแล้วเราก็คิดว่าเขาเก่งจัง (หัวเราะ) ส่วนมะลิจะเข้าวงการหรือไม่ก็แล้วแต่เขา เพราะใครจะไปรู้ล่ะ อาจจะเป็นนักยกน้ำหนักก็เป็นได้ (หัวเราะ) เพราะขนาดกระโดดเหมือนจะตบลูกวอลเลย์ยังตัวรอยเลย อาจจะตามรอยพี่ปลื้มจิตก็ได้ ใครจะไปรู้ แต่ใจโบว์คิวด่าเป็นอะไรก็ได้ที่ไม่ไปเดือดร้อนคนอื่น (ห้าวๆ ขนาดนี้กลัวเป็นทอมไหม?) ไม่กลัว อยากเป็นอะไรเป็นไปเลย แต่ต้องช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนคนอื่น ไม่เอาเปรียบคนอื่น”

“ส่วนในตัวของโบว์เองก็ยังไปเรื่อยๆ ดูว่าเราอยากทำอะไร ช่วงไหนที่งานมันเริ่มซาลง เพราะโบว์ก็มีอะไรที่เราตั้งใจทำไว้อยู่แล้ว เพราะว่าโบว์อยากจะเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ยังเคยคุยเรื่องนี้กับพี่ปอเอาไว้เลย ว่าเราอยากทำร้านกาแฟนะ วางแพลนว่าจะไปเรียนแต่พี่ปอก็มาป่วยซะก่อน แต่ก็อยากจะทำให้พี่ปอเห็นว่าเราก็ทำได้ เพราะตอนนั้นที่บอกไป เขาก็ตอบกลับมาว่าเราทำไม่ได้หรอก โบว์ก็เลยตอบกลับไปว่าอยู่เฉยๆ ไม่ต้องช่วย เดี๋ยวจะทำให้เห็น ไม่ต้องมาช่วย ไม่ต้องเอาเงินมาช่วย เดี๋ยวฉันทำเอง เขาก็ขำกลับมาแบบเหยียมหยามมาก (หัวเราะ) แต่มันเป็นวิธีที่ทำให้เราฮึดสู้เพื่อจะลบคำสบประมาทของเขา”

(ถ้ามะลิโตขึ้นจนขึ้นกว่านี้ โบว์คำตอบเรื่องปอให้กับเขาว่ายังไง?) “ก็จะบอกว่าพ่อยังอยู่กับเรา แม้วันนี้เราจะสัมผัสกายพ่อไม่ได้ แต่เราสัมผัสใจพ่อได้ พ่อไม่ได้ไปไหน เขาอยู่รอบกายเราเสมอ”





กำลังโหลดความคิดเห็น...