xs
xsm
sm
md
lg

“หนุ่ม” หลอน! กลัวตายไม่กล้าผ่าตัด ลั่นยังตายไม่ได้เพราะลูกยังเล็ก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“หนุ่ม กรรชัย” กลัวตายหลังโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะกำเริบ เผยเหตุไม่กล้าผ่าตัด ฝังใจเห็นพ่อเสียชีวิตจากการผ่าตัดเหมือนกัน ลั่นยังสามารถคุมอาการกำเริบของโรคได้ นำธรรมะเข้ามาขัดเกลาจิตใจให้รู้จักปลงและปล่อยวาง โอดเข้าใจคำโบราณที่ว่ามีลูกเล็กห้ามป่วย ห้ามเจ็บ ห้ามตาย

อยู่ ๆ ก็ถูกหามส่งโรงพยาบาลด้วยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะกำเริบกลางกองถ่ายรายการ ล่าสุด มีโอกาสได้เจอ “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในรายการปากโป้ง เจ้าตัวก็มาอัปเดตสุขภาพให้ฟังว่าตอนนี้อาการดังกล่าวดีขึ้น ตนสามารถควบคุมให้กลับมาทำงานเป็นปกติได้แล้ว

“เหตุการณ์วันนั้นในเกิดขึ้นตอนตี 1 รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่ออกเหมือนมีคนมาเหยียบที่หน้าอก ก็รู้แล้วล่ะว่าต้องเป็นอาการกำเริบของโรคเก่าที่เคยเป็นเมื่อ 3 ปีก่อนที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ เลยให้คนรถที่บ้านพาไปโรงพยาบาล คุณหมอก็ตรวจเช็กทั้งหมด ก็สรุปว่าเป็น PVC เป็นอาการของหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดหนึ่ง

“ก็งงว่าทำไมมันถึงกลับมาเป็นอีก อาจจะเป็นเพราะเราเครียดมากบวกกับทำงานเยอะ มันเลยกลับมาอีก หมอก็เตือนแล้วก่อนหน้านี้ห้ามกินพวกกาเฟอีน ห้ามเครียด ห้ามนอนดึก เรื่องกาแฟผมไม่ดื่มอยู่แล้ว ผมจะมีปัญหาเรื่องของการเครียดการพักผ่อนไม่เพียงพอ”

“โรคผมมันอยู่ที่การดูแลตัวเอง เปรียบเหมือนไฟฟ้าในหัวใจมันลัดวงจร มันทำให้หัวใจเต้นผิดไปสเต็ปหนึ่ง หมอก็บอกว่าอย่าเครียด ก็คิดว่าโรคนี้มันคงไม่ได้หายขาดแต่เราต้องควบคุมตัวเองให้ได้ ลดปัจจัยเสี่ยงเราก็พยายามอยู่กับมันไป สุดท้ายแล้วถ้ามันเป็นเยอะขึ้นหรือว่ามันไม่หาย ตอนนี้เขาก็มีวิวัฒนาการใหม่ เป็นคลื่นเสียงเข้าไปจี้ในหัวใจเราทำให้มันกลับไปเป็นเหมือนเดิม ถ้ามันเป็นหนักมากๆ เหมือนวันที่เราเป็นอีกหมอก็แนะนำให้ทำ หรือถ้ามันรบกวนชีวิตประจำวันมากจนทำงานไม่ได้ก็แนะนำให้ทำ

“แต่ถ้าเกิดกินยาไปแล้วมันสามารถควบคุมได้ บวกกับเราป้องกันปัจจัยเสี่ยงได้ก็ไม่มีอะไร (จะทำมั้ย?) กลัวตายนะสิ (หัวเราะ) เรากลัวเพราะพ่อเราก็เป็นโรคหัวใจ เป็นเส้นเลือดหัวใจตีบ ไปผ่าตัดทำบอลลูนแล้วเสียชีวิต เราก็เลยกลัว ตอนนี้ขอกินยาอย่างต่อเนื่องไปก่อน

ยันไม่ลดงานที่ทำอยู่ หันใช้ธรรมะข่มจิตใจให้รู้จักปลงและปล่อยวาง โอดเข้าใจคำโบราณแล้วว่ามีลูกเล็กห้ามป่วย ห้ามเจ็บ ห้ามตายมันคืออย่างไร
“ด้วยหน้าที่แล้วมันคงไม่ได้ลด คุณเมย์ (ปทิดา กำเนิดพลอย) เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร เขารู้ว่าเราเป็นโรคนี้อยู่แล้ว เราก็รักษากันไป แต่เราจะไม่ขับรถเอง ไปไหนมาไหนก็จะไปกับคนรถตลอด ให้เขาคอยดูแลเรา เอาจริงมันก็ยังไม่ได้หนักหนาถึงขั้นว่าเราจะขับรถไม่ได้เลย แต่เราเลือกเป็นคนนั่งดีกว่าจะได้มีเพื่อนไปด้วยเดี๋ยวเผื่อเป็นอะไรขึ้นมา เดี๋ยวตายอยู่ในรถคนเดียวทำไง”

“ส่วนเรื่องเครียดคือชีวิตคนมันก็มีเรื่องให้เครียดทุกวันแหละ มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เราทำงานบางทีมันก็มีเรื่องที่มันไม่ได้ดั่งใจ ตอนนี้ก็เลือกใช้ธรรมะเข้ามาช่วยข่ม รู้จักปล่อยวางมากขึ้น เรามีลูกด้วย เราเข้าใจเลยคำว่าห้ามป่วย ห้ามเจ็บ ห้ามตายมันคือยังไง ด้วยความที่ลูกเรายังเล็ก ก็ไม่รู้ว่าลูกเราจะเป็นยังไง ก็ต้องพยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด”

ลั่นปกติเป็นคนที่ขี้นอยด์จึงคอยเช็กร่างกายเสมออยู่แล้ว สำหรับอาการที่กำเริบขึ้นนั้นต้องนี้ต้องไปพบแพทย์ 2 อาทิตย์ครั้ง
“หลังจากนี้ก็คงเช็กร่างกายตลอด เดี๋ยวอีก 2 อาทิตย์ก็ไปคุยกับหมอใหม่ มันดีอย่างที่เราเป็นคนขี้นอยด์ เราเป็นคนที่อะไรนิดหนึ่งเราก็ไปหาหมอแล้ว บางคนจะบอกว่าแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก แต่พอมาเป็นเยอะ ๆ ผมว่ามันจะลำบาก ปกติ 3 - 6 เดือน ผมจะไปเช็กร่างกายอยู่แล้ว ไปตรวจเลือดหน่อย ไขมันสูงรึยัง น้ำตาลเป็นยังไง ตรวจค่ามะเร็งทุกปี เอกซเรย์ปอด ตอนนี้ที่เป็นอยู่ก็ PVC กับกล้ามเนื้อตรงขมับจะเกร็งตัวมันจะปวดขึ้นมาที่กระบอกตา ก็ไม่รู้เป็นอะไร คงจะเป็นโรคคนแก่ พอแก่แล้วมันก็เป็นนั่นเป็นนี่ขึ้นมา”

กับเรื่องลิขสิทธิ์ละคร “เพชรตัดเพชร” ที่ค่ายละครของตนมีปัญหากับทางช่อง 7 อยู่นั้น เจ้าตัวบอกคุยเรียบร้อยแล้ว โดยตนไม่คิดค่าเสียหายใด ๆ แต่ต่อไปใครที่คิดจะทำละครเรื่องนี้ต้องมาติดต่อกับตน และหากขายลิขสิทธิ์ละครเรื่องนี้ได้เงินทั้งหมดตนจะยกให้กับทางญาติของทาง “ส.เนาวราช” เจ้าของบทประพันธ์
“ก็ไปคุยมาบ้างแล้วกับทางช่อง 7 ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ตอนนี้ละครก็ออนแอร์อยู่ เดี๋ยววันนี้ก็จะเข้าไปคุยที่ช่อง 7 อีก คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร อย่าเรียกว่าเขาจะต้องมาจ่ายค่าเสียหายอะไรเลย สุดท้ายแล้วผมว่าตัวเองก็คงไม่ได้เรียกค่าเสียหายอะไรหรอก อาจจะเป็นค่าลิขสิทธิ์ที่จ่ายไป ตัวผมไม่ได้เสียหายอะไรมาก ก็มีแค่เรื่องของการขาดสิทธิ์ที่ตอนแรกจะทำ มีทำบททำโปรยบ้างแล้ว ทำเสื้อผ้าไปบ้างแล้วก็ไม่ได้มากมายอะไร เพราะเรายังไม่ได้เริ่มการถ่ายทำ ผมเองก็คงไม่ได้ไปเรียกค่าใช้จ่ายอะไรตรงนั้น ขอแค่ค่าลิขสิทธิ์ที่เคยได้ชำระไปแล้วเท่านั้นเองก็จบ แต่ครั้งต่อไปถ้าจะมีใครหยิบเรื่องนี้ไปทำอีกก็ต้องมาคุยกับผมจริงจังแล้ว ต่อไปก็คงจะไม่ยอมแล้ว เราอยากทำให้มันถูกต้อง”

“ผมเองไม่ได้มีปัญหากับทางช่อง 7 เลย แต่เราแค่ไม่เข้าใจคนที่ปล่อยบทประพันธ์นี้ออกมา ตอนนี้ผมเองเป็นคนดูบทประพันธ์นี้ยาวเลย ส่วนช่อง 7 เขาซื้อมาจากอีกทางหนึ่งก็คงจะมีระยะเวลา 3 ปีอะไรแบบนั้น ผมก็ยืนยันนะว่าใครที่จะสร้างเรื่องนี้อีกแล้วมาซื้อบทประพันธ์นี้ ผมขายได้แล้วผมก็จะไม่นำเงินนี้เก็บเอาไว้นะ ผมจะให้กับทางครอบครัวของคุณ ส.เนาวราช ที่ประพันธ์เรื่องนี้ ส่วนผมจะทำเรื่องนี้อีกมั้ยคิดว่าคงไม่แล้ว”


กำลังโหลดความคิดเห็น...