xs
xsm
sm
md
lg

“เฟี้ยว์ฟ้าว” เธอคือ “ปอ ทฤษฎี 2” ให้ที่ชาวนาปลูกข้าวฟรี เปิดโรงงานรับซื้อข้าวชาวบ้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เปิดใจ “เฟี้ยว์ฟ้าว” ในอีกแง่มุมที่ไม่ค่อยมีคนรู้กับความใจบุญที่เจ้าตัวให้ที่ชาวนาปลูกข้าวฟรีโดยไม่คิดค่าเช่า ทั้งยังรับซื้อข้าวจากชาวนาทั้งที่เป็นที่นาของตัวเอง ล่าสุดทุ่มเงินเปิดโรงงานผลิตข้าวแต๋นขายเพิ่มรายได้ให้ชาวบ้าน สุดภูมิใจที่ทำให้ชาวนามีความสุขและมีเงินส่งลูกเรียน

ถ้าพูดถึง “เฟี้ยว์ฟ้าว สุดสวิงริงโก้” หรือชื่อเดิม “อิม อชิตะ สิกขมานา” เราทุกคนจะนึกถึงภาพสาวรั่ว ฮา ออกแนวบ้าอารมณ์ดี ชนิดที่หลายคนต้องกราบ เอาแค่ชื่อเฟี้ยว์ฟ้าว นามสกุล สุดสวิงริงโก้ ที่เพิ่งเปลี่ยนมาสดๆ ร้อนๆ ก็กินขาด ต้องกล้าและมั่นมากถึงจะใช้ชื่อแบบนี้ได้ ซึ่งภายใต้ความฮาสุดโต่งเจ้าตัวเป็นคนใจบุญมากๆ เฟี้ยว์ฟ้าวให้ที่ชาวนาทำนาฟรีๆ ไม่คิดเงินค่าเช่ามานานหลายปีโดยที่คนภายนอกน้อยคนนักจะรู้เรื่องนี้ เท่านั้นไม่พอ เจ้าตัวยังรับซื้อข้าวจากชาวนาเหล่านั้นทั้งที่เป็นที่นาของตัวเอง ล่าสุดลงทุนเปิดโรงงานผลิตข้าวแต๋นขายเพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้ จะได้อยู่ในภูมิลำเนาตัวเองไม่ต้องดิ้นรนไปรับจ้างที่อื่น ซึ่งสิ่งที่เจ้าตัวทำนี้ทำให้หลายคนนึกไปถึง “ปอ ทฤษฎี” พระเอกผู้ล่วงลับผู้ที่มีน้ำใจอุทิศที่นาของตนเองให้ชาวนาปลูกข้าวไม่คิดค่าเช่าสักบาท นับเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมที่ทั้งสองคนนี้ทำเพื่อคนอื่น เป็นตัวอย่างดีๆ ของคนในวงการบันเทิง

เอาที่นาที่เป็นมรดกของตัวเองมาให้ชาวนาปลูกข้าวฟรี หวังอยากให้ชาวนามีชีวิตที่ดีขึ้น
“หนูกับเบล(พี่ชายแท้ๆ)เกิดที่เชียงใหม่ แล้วเราก็มีที่ดินที่เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่เด็กซึ่งก็เยอะอยู่พอสมควร แต่ด้วยความที่เราไม่ได้ทำอะไรกับที่ตรงนั้น เราปล่อยให้ที่นาว่างเปล่าก็เลยให้ชาวนามาปลูกข้าวดีกว่าโดยที่เราไม่ได้เก็บค่าเช่า ชาวบ้านเขาดีใจมากเลยนะคะ บางคนน้ำตาไหลเลยก็มี บางคนก็ไม่ได้มีฐานะอะไรมากมาย เป็นชาวบ้านธรรมดาเลยค่ะ พอเขาเก็บเกี่ยวเขาก็จะเอาข้าวสารมาให้เราฟรีทุกปีๆๆ พวกเขาน่ารักมาก(ยิ้ม) แต่ไม่ได้ให้เยอะนะคะ ให้เป็นข้าวสารถังน้อยแค่พอกิน เราไม่ได้เอาไปจำหน่ายอะไรเลย แล้วเราก็ไม่เคยบอกว่าต้องเอาข้าวมาให้ฉันเท่านั้นเท่านี้นะ เราไม่ได้ขออะไรเลยค่ะ แต่เขาเอามาให้เอง มันเป็นวิถีชีวิตที่อบอุ่นของคนที่นั่นซึ่งน่ารักมาก”

“ถามว่าเลือกยังไงว่าจะให้ที่นาใคร จริงๆ เขาเป็นคนเดินเข้ามาหาหนูเอง เอาตรงๆ คือพวกเราเป็นคนบ้านนอกค่ะ ทุกคนก็จะรู้จักกันอยู่แล้ว แล้วคนที่เราให้ที่นาไปทำเขาก็ดูแลที่นาเราดีมาก เหมือนเขาหวงที่ดินแทนเราด้วยซ้ำ เขาอยู่กับตรงนั้นแล้วกลายเป็นว่าเขารักที่ของหนู และเป็นแบบนี้มาหลายปีแล้วค่ะ เป็นมาตั้งแต่เราให้เขามาทำแล้วค่ะ ในอนาคตหนูมีโปรเจกต์ที่จะทำอะไรบนที่นาตรงนั้นอยู่แต่ตอนนี้เรายังไม่ได้ทำ งั้นก็ให้เขาปลูกข้าวไปเรื่อยๆ ดีกว่า”

“เวลาหนูกลับบ้านเขาก็จะเอาโน่นเอานี่มาให้น่ารักมากค่ะ เราก็เลยมีความรู้สึกว่าจะทำยังไงให้เขามีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะเราคลุกคลีกับเขา เราเห็นวิถีชีวิตเห็นการเป็นอยู่เขาแล้วรู้สึกว่าเมืองไทยเป็นเมืองที่เจ๋งมาก หนูเข้าใจเลยที่คนบอกว่าในน้ำมีปลาในนามีข้าวมันคือเรื่องจริง อย่างเรามีที่แต่ไม่ได้มาทำอะไรกับมันเพราะหนูก็มาทำงานตรงนี้ก็ไม่ได้กลับไปทำนาตรงนั้นอยู่แล้ว หนูก็เลยคิดว่าให้ชาวนาเอาไปปลูกข้าวดีกว่าเพื่อสร้างรายได้ให้ตัวเขาเอง แต่หนูเห็นแบบนี้มาตั้งแต่หนูเป็นเด็กแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นชีวิตเขาดีขึ้นมากเท่าไหร่ โอเคอาจจะดีขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ก็ยังไม่ได้มากมายนัก ไม่ได้สุขสบายเหมือนหลายๆ คน หนูก็เลยคิดว่างั้นเรามาร่วมมือกันมั้ย เดี๋ยวหนูกับเบลเป็นตัวตั้งตัวตี เรามาทำผลิตภัณฑ์อย่างใดอย่างนึงดีกว่า”

จุดกำเนิดข้าวแต๋นสวิงริงโก้ คิดสูตรเองประกาศตัวเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย
“หนูก็มาคิดว่าจะเอาอะไรที่จะชูความเป็นเชียงใหม่ได้บ้าง ก็มาปิ๊งไอเดียตรงที่เรามีที่นาอยู่แล้ว แล้วชาวนาก็ปลูกข้าวอยู่แล้ว ก็เลยคิดว่าทำไมเราไม่สร้างรายได้ให้เกษตรให้เขามีรายได้ดีขึ้นมีชีวิตที่ดีขึ้น แล้วเชียงใหม่ข้าวแต๋นดังอยู่แล้ว แล้วการทำข้าวแต๋นใช้ข้าวเหนียวอยู่แล้ว และโดยพื้นเพเราซึ่งเป็นคนเชียงใหม่ก็ทำข้าวแต๋นเป็นอยู่แล้ว หนูกับพี่ก็เลยไปคุยกับชาวนาว่าให้พี่ๆ ปลูกข้าวเหมือนเดิม ส่วนหนูกับพี่ชายจะเป็นตัวตั้งตัวตีทำตรงนี้ให้ โดยการรับซื้อข้าวจากเขาทั้งหมดเลยซึ่งเป็นข้าวที่เขาปลูกในที่นาเรานั่นแหละ เราก็บอกเขาว่าพี่ไม่ต้องเอามาให้หนูเป็นถังเหมือนทุกปีแล้วเดี๋ยวหนูจะซื้อข้าวเอง และไม่ต้องกลัวแล้วว่าข้าวจะราคาตก ไม่ต้องกลัวขาดทุนแล้ว เพราะเราเหมาซื้อให้หมดเลย”

“แต่ข้าวแต๋นที่ชาวบ้านทำคือเป็นแผ่นกลมๆ ราดน้ำอ้อย เราก็เลยมาคิดกันว่านี่ยุคเจเนอเรชั่นใหม่แล้ว เราจะทำยังไงให้ทันสมัย ให้แปลกขึ้น ให้คนสนใจมากขึ้น อย่างเมื่อก่อนจะเป็นแผ่นกลมๆ ใหญ่นิดนึงเวลากัดก็จะเลอะบ้าง และมีแค่รสชาติเดียวบางคนอาจจะรู้สึกจำเจเราก็เลยมาอแด๊ปใหม่ จากเดิมเป็นแผ่นใหญ่ๆ เราก็ทำใหม่เป็นคำๆ พอดีปากเหมือนคุกกี้ ส่วนกล่องบรรจุเราก็ทำอย่างดีมีฝาดึงปิดเปิดอย่างดีและทันสมัย เรามี 7 รสชาติ แล้วสูตรเราก็คิดกันเองเพราะเบลเป็นคนทำอาหารเป็นคนทำขนมเป็นอยู่แล้ว กว่าจะลงตัวแต่ละรสชาติใช้เวลานานมากค่ะ มีทั้ง รสปลามึก รสโนริสาหร่าย รสชีส รสบาร์บีคิว รสต้มยำกุ้ง รสซาวครีม และรสข้าวโพดอบเนย เรากล้าพูดเลยว่าข้าวแต๋นทั้ง 7 รสนี้เราเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยเพราะหนูยังไม่เคยเห็นใครทำ ส่วนชื่อก็มาจากนามสกุลเรา(หัวเราะ) ข้าวแต๋นสวิงริงโก้ เรามี อย. เรียบร้อย แล้วเม็ดข้าวที่เอามาทำเราคัดสรรอย่างดีเม็ดอ้วนๆ แต่ละคำกรอบอร่อยมากจริงๆ ค่ะอยากให้ลองชิมกัน”

“เราเปิดเป็นโรงงานทำข้าวแต๋นที่เชียงใหม่เลยค่ะ ทำจริงจังมาก เหตุผลที่ทำโรงงานที่เชียงใหม่เพราะวัตถุดิบหนักมากค่ะ ข้าวหนักมากค่ะ เราก็เลยตั้งโรงงานที่เชียงใหม่ ล็อตแรกที่ทำประสบความสำเร็จมาก ด้วยมีพี่ๆ สื่อมวลชน รวมถึงพี่ๆ เพื่อนๆ ดาราในวงการช่วยถือช่วยถ่ายรูปลงโปรโมทให้ช่วยเชียร์ให้ ซึ่งหนูดีใจมากเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นคือเป็นการสร้างรายได้ให้กับพี่ๆ ชาวนาได้เพิ่มขึ้น ตัวหนูกับครอบครัวได้น้อยมากนะคะ แต่สิ่งที่ดีใจคือตอนทำล็อตแรกหนูเห็นรอยยิ้มเห็นความตื่นเต้น ด้วยชาวบ้านเขาไม่เคยมีผลิตภัณฑ์อะไรแบบนี้ เขาจะทอดแล้วก็ราดน้ำอ้อยแล้วใส่ถุงขายเหมือนแบบเดิมที่เคยทำมา”

“เราเพิ่งทำมา 2 เดือน กระแสตอบรับดีมากๆ ล็อตแรกเอามาหมดเกลี้ยงเลย บางคนสั่งเป็นลังหนูนึกว่าเขาเอาไปขาย แต่ไม่ใช่เขาเอาไปไว้กินเอง เขาบอกอร่อยมาก เราก็ภูมิใจ แล้วเราขายถูกด้วย ราคาขายปลีกกล่องละ 120 บาทกล่องเบ้อเร่อ แต่ราคาส่งถูกกว่านี้ค่ะ ถ้ามีคนสนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายสามารถโทรมาได้ที่ 062-6264595 หนูอาจจะเป็นน้องใหม่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อันนี้เพราะหนูกับเบลไม่เคยทำมาก่อน ถ้ามีผู้ใหญ่ที่มีความรู้ต้องการช่วยเรามาสอนมาบอกได้เลยนะคะ หนูยินดีรับฟังมากๆ ตอนนี้เรายังไม่มีตัวแทนจำหน่าย มีแต่เราที่จัดจำหน่ายเอง”

โคตรภูมิใจที่ได้ทำให้ชาวนามีความสุข มีเงินส่งลูกเรียน
“เรารู้สึกดีที่ได้ช่วยเหลือพวกเขา ยิ่งขนมขายดีเราก็จะบอกเขา แล้วพวกเขาก็จะดีใจมาก แล้วในใจลึกๆ หนูก็รู้สึกตื่นเต้นเพราะเอาจริงๆ หนูก็ไม่รู้ว่ามันจะขายดีหรือเปล่า แต่สิ่งที่หนูกับพี่ชายตั้งใจก็คือผลักดันให้เขามีรายได้เพิ่มขึ้น และให้ข้าวแต๋นของฝากเชียงใหม่ขึ้นชื่อ เพราะข้าวแต๋นเป็นของฝากที่มีมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้วอ่ะ แต่บางคนอาจจะลืมไป แล้วหนูคิดว่าถ้าชาวบ้านแฮปปี้สังคมก็น่าอยู่มากขึ้น ถ้าครอบครัวนี้ๆ มีรายได้ดีขึ้นๆ ลูกหลานเขาก็จะได้เรียนหนังสือ มันต่อยอดชีวิตได้หลายอย่างและต่อยอดให้อีกหลายคนได้ แล้วอย่างเราเปิดโรงงาน หนูก็จ้างให้เป็นเงินเดือน ชาวบ้านก็มีรายได้เพิ่มขึ้น พ่ออุ้ยแม่อุ้ย ลูกหลานมาช่วยกันทำก็มีรายได้กันหมด เป็นเหมือนโอทอปค่ะ”

“เรามองว่าเป็นกระบวนการที่ยั่งยืน แล้วหนูไม่อยากให้ทุกคนต้องตะเกียกตะกายมาก บางคนต้องไปทำงานต่างถิ่น แต่ถ้าใครไม่อยากไปไหนก็อยู่ที่นี่แหละ มาทำเลย แล้วส่วนใหญ่ที่มาทำที่โรงงานหนูอายุเยอะๆ ด้วยนะคะ พอมาทำแล้วเขาก็ไม่เหงา เราทำเป็นระบบ มีเงินเดือนให้ ตอนนี้ทุกคนก็แฮปปี้เลยค่ะ(ยิ้ม)”

เฟี้ยว์ฟ้าว กับ เบล พี่ชายแท้ๆ ที่ช่วยกันทำข้าวแต๋นเพื่อหาช่องทางสร้างรายได้ให้ชาวนา
กำลังโหลดความคิดเห็น...