xs
xsm
sm
md
lg

แมลงคิดล้มยักษ์! "มิวสิค บั๊กส์" ฟ้อง "แกรมมี่-ลาบานูน" 50 ล้านข้อหาละเมิดสิทธิ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


"มิวสิค บั๊กส์" เดินหน้าฟ้องแกรมมี่ฯ, "ลาบานูน" หลังนำเพลงไปเล่นคอนเสิร์ตโดยไม่จ่ายค่าลิขสิทธิ์นานกว่า 7 ปี ลั่นตัวเลข 50 ล้านบาทไม่มากไม่น้อยและอ้างอิงจากที่คู่กรณีเรียกเก็บคนอื่น ยันหลักฐานพร้อม



เป็นอีกหนึ่งคดีฟ้องร้องที่น่าสนใจไม่น้อยหลังค่ายเพลงเล็กอย่าง "มิวสิค บั๊กส์" ได้ตัดสินใจฟ้องร้องไปยังบริษัทแกรมมี่ฯ, บริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, "วิเชียร ฤกษ์ไพศาล" กรรมการผู้จัดการจีนี่เรคอร์ดส และวงดนตรี "ลาบานู" อดีตศิลปินในสังกัดรวม 6 คนเป็นจำนวนเงินกว่า 50 ล้านบาทในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์

ทั้งนี้ในรายละเอียดของการฟ้องร้องนั้น "ชนินทร์ วรากุลนุเคราะห์" หัวเรือใหญ่มิวสิค บั๊กส์ ได้เปิดเผยกับทีมข่าว Super บันเทิงว่า...

"เราได้ทำการฟ้องร้องไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเนื้อหาของการฟ้องในครั้งนี้ เป็นเรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยผู้แบบสั้นๆ ง่ายๆคือทางแกรมมี่เขาทำเรื่องไม่ถูกต้อง ไม่สุจริต ไม่ชอบธรรมตามกฏหมาย และก็ไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลง โดยใช้สิทธิ์เกินกว่าที่เรากำหนดไว้ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตัวเองและธุรกิจ"

"แกรมมี่ มิวสิค พับลิชชิ่ง ในเครือแกรมมี่ เขามีสิทธิแค่เก็บค่าลิขสิทธิ์ของบริษัท มิวสิค บั๊กส์ จากสถานประกอบการร้านค้า ร้านคาราโอเกะ ใครจะไปร้องอะไรก็แล้วแต่แกรมมี่ได้รับสิทธิ์นี้จากมิวสิค บั๊กส์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้คือ แกรมมี่มิวสิค พับลิชชิ่ง ได้เอางานเพลงลิขสิทธิ์ของมิวสิค บั๊กส์ ไปใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง"

"ความจริงผมไม่ได้ต้องการที่จะฟ้องเลย ก็ได้เชิญทางแกรมมี่มาคุยแล้ว แต่ว่าไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไหร่ ซึ่งทางแกรมมี่เองเขาก็คิดว่าเขามีสิทธิ์ตรงนี้ แต่อย่างที่บอกว่าเราเองก็มีสัญญาตรงนี้ ซึ่งเราก็เขียนชัดเจนว่า มีสิทธิ์แค่จัดเก็บจากสถานประกอบการร้านค้า ร้านคาราโอเกะ คือไม่ได้ให้เอาไปใช้โดยทั้งสิ้น"

"คราวนี้สิ่งที่เกิดขึ้น เขาเอางานเพลงที่เป็นลิขสิทธิ์ของมิวสิค บั๊กส์ ไปเพื่อที่จะให้วงลาบานูนนำโชว์ในเวทีคอนเสิร์ตต่างๆ ก็เหมือนอย่างที่ทุกคนรู้กันว่า จริงๆ แล้ววงลาบานูน อยู่กับมิวสิค บั๊กส์ มานานกว่า 7 ปีแล้ว ซึ่งก็มีผลงานทั้งหมด 7 ชุด แล้วตอนหลังทางวงลาบานูนก็ได้ย้ายไปอยู่ทางจีนี่เรคอร์ดส ซึ่งอยู่ในเครือของจีเอ็มเอ็มแกรมมี่"

"เรื่องของการย้ายค่ายมันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เราเองก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ที่ไม่ปกติคือย้ายไปก็เอาเพลงเราไปโดยอย่างที่บอกว่าไม่มีสิทธิ์ใช้เล่นโดยที่ไม่มีการบอกกล่าว แกรมมี่เอาสิทธิ์ตรงนี้ทำเกินกว่าที่กำหนดไว้อย่างเห็นได้ชัด และนับตั้งแต่ที่ลาบานูนได้ไปอยู่กับค่ายจีนี่เรคอร์ดส ณ วันนี้มีคอนเสิร์ตไม่ต่ำกว่า 250 งาน"

"แล้วแต่ละงานทางวงได้นำเพลงที่เป็นลิขสิทธิ์ของค่ายมิวสิค บั๊กส์ ไปใช้งานละไม่ต่ำกว่า 10 เพลงต่อรอบ คือมันค่อนข้างจะเยอะนะ เพราะฉะนั้นมันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ในเมื่อได้คุยกันแล้วไม่เข้าใจตรงนี้กัน เราเลยต้องออกมาเรียกร้องให้มันถูกต้องตามกฏหมายก็เท่านั้น"

บอกเพิ่งจะทราบเรื่องละเมิดสิทธิ์เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมปีที่แล้วหลังมีคนโทรเข้ามาขอคิว "ลาบานูน" ที่ มิวสิค บั๊กส์"
"ทางเราก็ทราบเรื่องที่โดนละเมิดลิขสิทธิ์ตรงนี้ประมาณเดือนสิงหาคม 2558 ก็น่าจะเกี่ยวเนื่องกับเพลงใหม่ของวงลาบานูนออกมา เพลงเชือกวิเศษ คือประเด็นเลยคือมีผู้จัดคอนเสิร์ตโทรมาขอคิวจากที่บริษัทมิวสิค บั๊กส์ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางเลขาบอกว่าวงลาบานูนไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว เราบอกว่าไปอยู่แกรมมี่แล้ว ซึ่งเราก็สงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น"

"ก็สอบถามดูถึงรู้ว่าเขาเอาเพลงเราไปเล่นทุกเพลงเลย คือคิดง่ายๆ ลาบานูนอยู่ที่นี่ 7 ปี รวมทั้งหมดก็มี 70 เพลง อยู่จีนี่เรคอร์ดสมี 3 เพลง คิดดูแล้วกันเขาเล่นคอนเสิร์ต 3 เพลง ได้ 3 รอบเหรอ เท่าที่ทราบมา 10 เพลงแรกที่เล่นเป็นเพลงของที่เคยทำงานกับมิวสิคบั๊กส์ มาเล่น 3 เพลงตอนปิดโชว์สุดท้ายเท่านั้นเอง"

"เพราะฉะนั้น 70 เพลงอยู่ที่นี่ แล้ว 3 เพลงเป็นลิขสิทธิ์ของแกรมมี่ แล้วเขาเล่นคอนเสิร์ตโดยที่ไม่ได้บอกกล่าวว่าขอคุณชนินทร์เล่นเพลงนี้ หรือมีการโทรศัพท์ต้องมีการอะไร ซึ่งช่วงแรกๆ ที่ลาบานูนส่งสัญญาณว่าจะออกไปอยู่ค่ายแกรมมี่ ก็ไม่ได้ว่าอะไรโดยทางวงลาบานูนก็บอกว่าเดี่ยวทางเจ้านายใหม่ก็มีการติดต่อมาเรื่องของลิขสิทธิ์มาเอง"

"แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการโทร เราต่างหากที่ไปเชิญเขามาคุยเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว หลังจากที่ทราบเรื่องของการขโมยลิขสิทธิ์ ฉะนั้นแล้วอย่างที่บอกว่าไม่ได้ต้องการฟ้องร้องอะไรให้เป็นเรื่องเป็นราวถ้าประนีประนอมได้ก็พยายามจะทำแบบนั้น แต่มาถึงจุดหนึ่งเขาไม่ได้อยากคุยเพราะอะไรก็ไม่ทราบ"

"แต่เขาส่งจดหมายมาบอกพี่ครั้งล่าสุดว่ามันเป็นเรื่องระหว่างมิวสิค พับลิชชิ่ง กับ ศิลปินวงลาบานูน ที่ได้ทำต่อกันโดยลำพัง บริษัทจีเอ็มเอ็ม ไม่ได้มีความรับผิดชอบใดใดทางกฏหมาย นี่คือสิ่งที่เขาเขียนมาให้...ซึ่งเราเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะปัดให้เป็นหน้าที่ของวงลาบานูหรือเปล่า และจริงๆ มันไม่ใช่"

"ในเมื่อวงลาบานูนอยู่ในสังกัดของจีนี่เรคอร์ดส ซึ่งมันก็เครือเดียวกันกับแกรมมี่...แล้วอย่างทางแกรมมี่ก็เป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องลิขสิทธิ์ตรงนี้ แต่พอมาทำอย่างนี้ก็ไม่เมคเซนส์เท่าไหร่ที่มาทำแบบนี้กับค่ายที่เล็กกว่า ผมอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฏหมายอย่างถูกต้อง อย่างที่บอกแกรมมี่เขาไม่ปฏบัติตามเงื่อนไข"

ยันเงิน 50 ล้านไม่มากไม่น้อย แถมยังอ้างอิงจากที่แกรมมี่ฯ เรียกเก็บคนอื่น
"ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่มากไม่น้อย ก็เป็นตัวเลขที่เหมาะสม อย่างที่บอกทางวงลาบานูนที่อยู่ในสังกัดจีนี่เรคอร์ดส ซึ่งอยู่ในเครือของจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ได้เอาเพลงที่เป็นงานเพลงของค่ายมิวสิค บั๊กส์ ไปใช้ ซึ่งผมขอย้ำอีกทีนะครับว่าไม่ต่ำกว่า 250 งาน แล้วแต่ละงานนำเพลงของมิวสิค บั๊กซ์ ไปเล่นไม่ต้ำกว่า 10 เพลง ต่องานต่อรอบ"

"ลองคิดดูนะครับว่ามันเยอะขนาดไหน เรื่องลิขสิทธิ์ถึงออกมาตัวเลขนี้ คือไม่ได้อยู่ดีๆ คิดออกมา 50 ล้าน ซึ่งผมก็มีที่มาที่ไป เพราะทางแกรมมี่ก็ได้เขียนในเว็บของเขาเอง โดยบอกว่าทางบริษัท มิวสิค พับลิชชิ่ง คิดราคา 1 เพลง ต่อ 1 งานคอนเสิร์ต โดยราคาอยู่ที่ 20,000 บาท ฉะนั้นเราก็อ้างอิงจากของแกรมมี่เหมือนกันครับ"

ยืนยันแกรมมี่ได้สิทธิ์เฉพาะบางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมด และที่ผ่านมาวงอย่าง "บิ๊กแอส" รวมถึง "บอดี้สแลม" ซึ่งเป็นอดีตในสังกัดก็ไม่เคยจะมีปัญหาอะไร..."เอาจริงๆ อย่างวงบอดีสแลม วงบิ๊กแอส เวลาแกรมมี่มีคอนเสิร์ตของ 2 วงนี้ จะเอางานเพลงไปใช้ก็มีหนังสือเอกสารมาขออย่างถูกต้องตามกฏหมาย"

"ซึ่งเขาก็ทราบอยู่แล้วว่าใครเป็นเจ้าของมิวสิค และเขาก็ทราบอยู่แล้วว่าเขามีสิทธิ์แค่ไหน เพราะที่ผ่านมาเขาก็ได้ทำอย่างนี้มาตลอด แต่พอเคสนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น อาจจะเพราะจำนวนงานมันเยอะ จำนวนเพลงมันเยอะ ก็เลยอาศัยอะไรหลายอย่างที่ไม่ยอมทำตามกฏให้มันถูกต้อง ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเขาตีความของสัญญาเป็นแบบไหน"

"โดยสัญญาได้ระบุจุดประสงค์ไว้ชัดเจนว่า ให้ผู้รับใบอนุญาตในงานดนตรีกรรม สิ่งบันทึกเสียง วัสดุต่อสาธารณะชนต่อสถานประกอบการต่างๆ แต่เพียงผู้เดียว นี่คือเจตนากับสิ่งที่เขาผิดสัญญา เพราะฉะนั้นสิ่งสุดท้ายดูที่เจตนารมย์ คือมิวสิค บั๊กส์ ให้แกรมมี่จัดเก็บค่าลิขสิทธิ์จากสถานประกอบการ ไม่มีเขียนบอกเลยว่าให้แกรมมี่เอาไปใช้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง"

พร้อมเตรียมเข้าเรียกไต่สวนครั้งแรกในวันที่ 4 เมษายน 2559
"ก็ต้องดูว่าเขายอมแค่ไหน ซึ่งถ้ามาถึงจุดนี้ได้เขาคงคิดว่าทนายความเขาคงแน่มาก คือเขาบอกว่ามันเป็นเรื่องของ มิวสิค พับลิชชิ่ง กับ ศิลปินลาบานูน แกรมมี่ไม่จำเป็นต้องมีความรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งแบบนี้เขาถือเป็นการโยนความผิดให้ศิลปิน เหมือนเขากำลังเล่นเกมอยู่"

"และจริงๆ แล้ววงลาบานูนก็รู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้น แต่ยังต้องทำต่อไป ซึ่งเราเองก็ไม่เข้าใจ อย่างเราโทรไปในฐานะเจ้านายเก่าเขาก็ปฏิเสธที่จะคุย ทั้งๆ ที่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง ผมก็คงต้องรอวันที่ศาลเรียกไต่สวนครั้งแรกเพื่อขอคุ้มครองวันที่ 4 เมษายน 2559 และสืบพยายานเดือนพฤษภาคม 2559 "

"คืองานนี้เราคงยอมไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราต้องต่อสู้เพื่อความยุติธรรม พูดง่ายๆ มีคนที่กำลังเอาเปรียบเราอยู่ เหมือนว่าเป็นค่ายที่ใหญ่กว่า มาเอาเปรียบค่ายที่เล็กกว่าอย่างเรา บางทีมันก็ยอมกันไม่ได้ เราก็เลยออกมาต่อสู้เพื่อความยุติธรรมตรงนี้ ฉะนั้นตรงนี้เราก็อยากต่อสู้ให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะมีเรื่องจะเกิดขึ้นก็ตาม"

บอกไม่ได้โอกาสแพ้ชนะ แต่ยืนยันหลักฐานพร้อม
"ต้องบอกอันนี้เราก็พูดมากไม่ได้เนอะ เพราะมันเป็นรูปของคดีความแล้ว การฟ้องร้องมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ซึ่งหลักฐานเราก็มีพร้อมอยู่แล้วนะครับ ก็มั่นใจว่าหลักฐานที่ได้มามันเป็นหลักฐานที่เป็นความจริงทุกอย่าง ความจริงที่พิสูจน์ได้ ที่เห็นได้ชัดว่ามันเกิดอะไรขึ้น ว่าใครทำอะไรถูกหรือผิด เพราะฉะนั้นหลักฐานมีครบทุกอย่าง"

"อย่างเอกสารฉบับเดียวกัน แต่สามารถไปดัดแปลงให้เกิดผลประโยชน์ของตัวเองได้ อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะอย่างที่บอกว่าแกรมมี่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และรู้อยู่แล้วว่ามีสิทธิ์ตรงไหน ซึ่งตอนนี้ไม่ทำกับเคสนี้ เราก็ไม่เข้าใจจริงๆ และตอนเรียกให้เข้ามาคุยกัน เขาก็บอกว่างั้นรอสัญญาหมดก่อนแล้วกัน โดยสัญญาตัวนี้ก็จะหมดภายในปี 2560 ซึ่งเราก็เข้าใจว่าทำไมต้องรอให้สัญญาหมดก่อน อันนี้ไม่ต้องบอกก็รู้..."



กำลังโหลดความคิดเห็น...