xs
xsm
sm
md
lg

“ปอ-ทฤษฎี” นาทีนี้ต้องตื่นแล้วนะ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ทันทีที่ปรากฏข่าวว่าพระเอก “ปอ-ทฤษฎี สหวงษ์” ป่วยหนักด้วยอาการไข้เลือดออกขั้นวิกฤติ มีเลือดออกที่อวัยวะภายในช่องปอด ไตวายเฉียบพลัน เกล็ดเลือดต่ำ หยุดหายใจถึง 3 ครั้ง จนคณะแพทย์ต้องเร่งปั๊มหัวใจช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน ทำให้เราได้มองเห็นถึงพลังความรักอันยิ่งใหญ่ของคนในครอบครัว คนร่วมวงการบันเทิง ตลอดจนบรรดาแฟนคลับทั้งหลาย ที่ร่วมด้วยช่วยกันกระจายข่าวขอรับบริจาคเลือดกรุ๊ปโอ เพื่อนำมาทำเกล็ดเลือด ท่ามกลางทีมแพทย์จากโรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ระดมกำลังช่วยรักษาอย่างสุดความสามารถ เพื่อต่อลมหายใจให้กับปอ ทว่า นับมาจนถึงวันนี้ อาการของพระเอกในดวงใจของใครต่อใคร ก็ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต ยังมีเลือดออกในช่องเยื่อหุ้มปอด ตลอดจนมีภาวะทำลายภูมิคุ้มกันตัวเองบางส่วน แต่สัญญาณชีพคงที่มากขึ้น และไม่พบการติดเชื้อแทรกซ้อน

ก่อนหน้านี้ นายแพทย์ธีรวัฒน์ วลัยเสถียร ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวว่า ได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ให้ตรวจสอบว่า ปอมีการติดเชื้อจากบ้านเกิดที่จังหวัดบุรีรัมย์หรือไม่ และก็ได้รับคำตอบว่า ก่อนหน้าที่ปอจะป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกนั้น ไม่ได้เดินทางกลับมาบ้านเกิด นานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว จึงไม่น่าจะเป็นการติดเชื้อมาจากจังหวัดบุรีรัมย์ เนื่องจากคนที่ถูกยุงกัดจะแสดงอาการของโรคไข้เลือดออกหลังถูกยุงกัดประมาณ 3 – 14 วัน

“จากข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยากรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในเขตบริการสุขภาพที่ 9 ซึ่งประกอบด้วย 4 จังหวัดภาคอีสานตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา และสุรินทร์ โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่1 มกราคม 2558 ถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 พบผู้ป่วยไข้เลือดออกแล้วจำนวน12,113ราย เสียชีวิต15ราย แยกเป็น จังหวัดบุรีรัมย์1,488 ราย มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ชัยภูมิ 2,442 ราย เสียชีวิต 2 ราย นครราชสีมา 5,917 ราย เสียชีวิต10 ราย และสุรินทร์ 2,266 ราย เสียชีวิต 2 ราย”

สำหรับโรคไข้เลือดออกที่ปอเป็นอยู่นั้น คือไข้เลือดออกสายพันธุ์ 2 ซึ่งเหตุที่มีอาการรุนแรง เพราะเป็นการป่วยครั้งที่สอง รวมไปถึงภูมิต้านทานในร่างกายทำงานดีเกินไป จนทำลายเซลล์อื่นๆ ส่งผลให้ร่างกายทรุดหนักลง อีกทั้งยังมีภาวะการตอบสนองของร่างกายต่อการติดเชื้อที่รุนแรง จนมีการทำลายภูมิคุ้มกันของตัวเองบางส่วน และมีการอักเสบรุนแรงในร่างกาย (Infection-associated hemophagocytics syndrome :AIHS) ความเป็นกรดในเลือด และการทำงานของสมองอยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งขณะนี้ยังคงต้องได้รับการเฝ้าระวังในห้องผู้ป่วยวิกฤต (CCU) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อนหน้าที่จะถูกนำตัวมารักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีนั้น เขาได้รับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน แต่กลับวินิจฉัยโรคไม่พบ กระทั่งอาการแย่ลง จึงได้ย้ายตัวมารักษาตัวที่นี่

แม้ว่าร่างกายกำลังต่อสู้กับอาการป่วยอย่างรุนแรง แต่ในเรื่องของจิตใจนั้น หากว่าปอสามารถรับรู้ได้ คงเต็มตื้นที่ได้รับกำลังใจจากคนรอบข้างอย่างท่วมท้น แม้ว่าหลายคนจะ “ไม่ใช่ญาติ” แต่ก็ทั้งส่งกำลังใจผ่านข้อความ ทางไอจี @portid ทั้งมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล จนแลดูเหมือนอาจจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของทีมแพทย์ไปบ้าง

ภาพฝูงชนที่มาออกันแน่นโรงพยาบาลนั้น สะท้อนให้เห็นว่ามีคนรักปอมากมาย ซึ่งเหตุที่เป็นเช่นนี้นั้น ก็เพราะปอเป็นหนึ่งในนักแสดงระดับพระเอกเพียงไม่กี่คน ที่หยัดยืนอยู่ในวงการด้วยความสามารถ ไม่ได้หากินด้วยการสร้างข่าว หรือโหนกระแสเพื่อให้ตัวเองมีพื้นที่ยืนในสื่อ ไม่เคยมีคลิปหลุด หรือภาพฉาวให้เสื่อมเสีย การวางตัวต่อเพื่อนร่วมงาน ต่อรุ่นพี่-รุ่นน้องในวงการ ต่อแฟนคลับ ก็ทำได้อย่างเหมาะสม งดงาม และเสมอต้นเสมอปลาย

ในมุมของการดำรงชีวิต ยิ่งต้องนับถือว่าปอคือพระเอกตัวจริง มีหลายอย่างที่เขาทำ เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน และคืนกำไรสู่สังคม โดยเฉพาะเรื่องที่แบ่งปันที่นาบางส่วนที่ซื้อให้บิดาทำไร่ทำสวนหลังเกษียณอายุราชการไว้ ประมาณ 200 ไร่ ที่บริเวณบ้านหนองค่าย ต.บ้านบัว อ.เมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ให้ชาวนาละแวกนั้น ใช้เป็นพื้นที่ปลูกข้าวโดยไม่คิดค่าเช่า ซึ่งที่ดินดังกล่าว มีลักษณะไร่นาสวนผสม ภายในมีการจัดแบ่งพื้นที่สำหรับปลูกข้าวประมาณ 10 ไร่ ตามคันนาปลูกต้นกล้วย ยางนา พื้นที่บางส่วนแบ่งปลูกยางพารา มะพร้าว พืชสวนอีกหลายชนิด รวมถึงมีการขุดบ่อเลี้ยงปลาด้วย นอกจากนี้ยังมีบ้านพักหลังเล็กๆ สำหรับพักผ่อน 1 หลัง โดยด้านหน้ามีรูปถ่ายของปอติดอยู่ด้วย
“ผมไม่อยากพูดถึงจำนวนที่ดิน เดี๋ยวมันจะเวอร์ครับเอาเป็นว่าจำนวนหนึ่ง ซึ่งผมไม่คิดค่าเช่า แต่เขาก็เอาข้าวมาให้เรานะ มันคือการให้โอกาสคนครับ ถ้าเก็บไว้ทำเองมันคงไม่ได้อะไรเยอะหรอกครับ แบ่งๆ กันทำ แบ่งๆ กันกิน จะได้อยู่กันอย่างมีความสุขครับมันเป็นความตั้งใจของผมที่ให้ที่ชาวบ้านไปทำ แต่เขาก็แบ่งข้าวให้ผมครับ จริงๆ ก็เหมือนเขาให้ค่าเช่านั่นแหละเพียงแต่ให้เป็นข้าวที่ได้จากผลผลิต ผมไม่ได้เรียกร้องว่าให้เอาเงินมาเช่าไม่ใช่ครับ จริงๆ การที่ผมแบ่งที่ให้ชาวบ้านทำ เวลาผมไม่อยู่พวกเขาก็ช่วยดูแลที่ให้ผมด้วย ไม่ใช่เราให้เขาอย่างเดียว เขาก็ให้เรากลับมาเหมือนกัน ความช่วยเหลือหรือน้ำใจต่างๆ บางทีเงินก็ซื้อไม่ได้ครับ”

นอกจากนั้นก็ยังมีจิตกุศลด้วยการบริจาคอวัยวะให้กับโรงพยาบาลศิริราช

อีกทั้งยังได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติในฐานะศิลปินต้นแบบจิตอาสา เป็นต้นแบบคนดีจากสมัชชาคุณธรรมมา โครงการทูตความดีแห่งประเทศไทย 2557 ปี 3
รับรางวัลกุลบุตร-กุลธิดา พุทธธรรม ประจำปี 2557 จากการเป็นผู้มีคุณธรรมและกตัญญูกตเวที

รับหน้าที่เป็นทูตของ WSPA หรือองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ร่วมรณรงค์สวัสดิภาพสัตว์ คนแรกและคนเดียวของประเทศไทย โดยมีบทบาทในการช่วยรณรงค์และกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักเห็นถึงความสำคัญของสวัสดิภาพสัตว์ ยุติการทำร้ายสัตว์ เพื่อให้สหประชาชาติ (United Nation) ผลักดันให้แต่ละประเทศพิจารณาออกกฎหมายคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ขั้นพื้นฐาน

ในขณะเดียวกัน เขาก็ดำเนินชีวิตตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่เขายึดเป็นแบบอย่างปฏิบัติในแง่ของการทำงานหนัก และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค

รวมถึงการน้อมนำพระราชดำริด้านการทำการเกษตรมาเป็นแนวทางในการจัดการไร่นาของตนเอง

“ผมนำแนวคิดของในหลวงมาทำครับ ก็คือทำเกษตรก็ต้องมีน้ำ เพราะถ้ามีน้ำ เราจะปลูกอะไรก็ได้ ผมก็เลยแบ่งที่อีกส่วนหนึ่งไปทำที่เก็บน้ำ ซึ่งสามารถใช้ได้ตลอดทั้งปีในเฉพาะพื้นที่ของเรา อันนี้เป็นแนวคิดของท่านเลยครับ คือต้องมีการจัดสรรที่เหมาะสม คือต้องมีที่เก็บน้ำสำหรับเพาะปลูกอะไรต่างๆ แล้วก็ไปปรึกษาเกษตรจังหวัดให้เขามาเช็คดูคุณภาพดิน ว่าเหมาะจะปลูกข้าวหรือจะปลูกอะไร เราต้องมีความรู้ในสิ่งที่จะทำ ผมก็ต้องไปเรียนรู้ เพราะพ่อบอกถ้าจะทำอะไรก็ต้องรู้ทุกอย่าง ก็ศึกษาจนรู้วิธีการทำว่าต้องทำอะไร”

ปอ-ทฤษฎี ถือเป็นพระเอกเบอร์ต้นๆ ของช่อง 3 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม คณะวิทยาการจัดการ สาขาบริหารทรัพยากรมนุษย์ ก้าวเข้าสู่วงการด้วยการเป็นนายแบบ ทั้งถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา ได้รับรางวัลสุดยอดหนุ่มคลีโอ ปี 2004 กระทั่งได้รับการติดต่อจากช่อง 3 ให้เข้ามาแคสต์ละคร และได้รับโอกาสให้แสดงละครเรื่อง "ลิขสิทธิ์หัวใจ" เป็นเรื่องแรก ตามมาด้วยอีกหลายเรื่อง เช่น บาปรักทะเลฝัน , เหยื่อมาร , บัวปริ่มน้ำ , รักเล่ห์ เสน่ห์ลวง , กิ่งแก้วกาฝาก , ผู้การเรือเร่ , ผู้ใหญ่ลีกับนางมา , ทัดดาว บุษยา , บ่วงบาป , ดาวเรือง ฯลฯ

เคยมีผลงานในฐานะนักร้อง ในอัลบั้ม “รวมดาว 2007” ซึ่งเป็นโปรเจกต์ฉลองครบรอบ 25 ปี ของ อาร์เอส โดยเป็นการนำเพลงคู่จากอัลบั้มรวมดาวมาขับร้องใหม่ รวมไปถึงอัลบั้ม “The Album อยากบอกต้องออกเทป” และยังเคยร้องเพลงประกอบละครมาแล้วหลายต่อหลายเพลง

ในเรื่องของความรักนั้น ปอเป็นคนไม่ค่อยเปิดเผย แต่ก็ไม่ถึงขนาดปิดบัง เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า เขากำลังคบหาอยู่กับแฟนสาว ที่ชื่อ “โบว์” ซึ่งเป็นผู้ประกาศข่าวจากช่องทรูวิชั่นส์ ซึ่งในช่วงแรกของการคบหานั้น ก็มีกระแสต่อต้านมากมาย ในแง่ที่ว่า ฝ่ายหญิงเคยแต่งงานแล้ว แต่ทิ้งสามี ทิ้งลูก เพื่อมาคบหากับปอ แต่พระเอกหนุ่มกลับประกาศชัดว่าไม่สนใจเรื่องอดีต จากนั้นความรักของทั้งคู่ก็ได้รับการยอมรับมากขึ้นตามลำดับ ถึงขนาดมีวี่แววว่าจะแต่งงานกันแล้ว

ในขณะที่คนทั่วประเทศเอาใจช่วย และส่งแรงใจ สวดมนต์ภาวนาเพื่อให้เขารอดพ้นจากอาการเจ็บป่วยในภาวะวิกฤต ก็ไม่วายเกิดกระแสดรามาขึ้นมาในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการที่เหล่าบรรดาหมอดูหลายต่อหลายคน พากันออกมาทำนายทายทัก บ้างก็โพสต์ข้อความในเชิงอวดอ้างในสิ่งที่ไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่าจริงหรือเท็จ ทำให้หลายกระแสไม่พอใจว่าหมอดูเหล่านี้ เอาความเป็นความตายของชีวิตคนมาสร้างกระแสให้กับตนเอง ฟากสื่อมวลชนที่เกาะติดสถานการณ์รายงานความคืบหน้าอาการป่วยของปอ ก็โดนวิพากษ์วิจารณ์สนั่นในเว็บไซต์ www.pantip.com ในแง่ที่ว่ายิงคำถามโดยปราศจากความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาการของโรค จนสื่อมวลชนพร้อมใจพากันออกมาโพสต์ข้อความตอบโต้ผ่านเฟซบุ๊กของตัวเอง

ทีมข่าวบันเทิงสุดสัปดาห์ผู้จัดการรายวัน 360 ขอเป็นอีกกำลังใจ ที่จะส่งไปให้ปอ-ทฤษฎี ขอให้ความดีงามทั้งหมดทั้งปวง ที่เขาได้กระทำมา ดลให้เขาสามารถเอาชนะโรคร้าย และกลับมาเป็นพระเอกขวัญใจคนเดิมของแฟนละครต่อไป
ล้อมกรอบ

รายแรกในไทย “ปอ-ทฤษฎี” วิกฤต “ไข้เลือดออกแทรกซ้อน”

“ไข้เลือดออก” เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส “เดงกี่” (Dengue Haemorrhagic Fever: DHF) จะอาศัยอยู่บริเวณผนังกระเพาะและต่อมน้ำลายของยุงลาย เมื่อยุงที่มีเชื้อไวรัสชนิดนี้อยู่ที่ต่อมน้ำลายไปกัดคน จะทำให้คนที่ถูกกัดได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย และจะมีอาการไข้ประมาณ 2-7 วัน ซึ่งในช่วงนี้หากยุงกัดผู้ป่วยก็จะแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นต่อไป

เชื้อไวรัส “เดงกี่” ที่มียุงลายเป็นพาหะ มี 4 สายพันธุ์ คือ

- สายพันธุ์ที่ 1 หรือ DEN-1 ถูกค้นพบครั้งแรก ในเมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย ประเทศนิวกินี และบนเกาะฮาวาย

- สายพันธุ์ที่ 2 หรือ DEN-2 พบในประเทศมาลาเซีย

- สายพันธุ์ที่ 3 และ 4 (DEN-3 และ DEN-4 ) ถูกค้นพบจากผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ระหว่างการระบาดในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ หากผู้ป่วยได้รับเชื้อสายพันธุ์ใดจะมีภูมิคุ้มกันเฉพาะสายพันธุ์นั้นๆ และมีโอกาสเป็นไข้เลือดออกได้อีกจากเชื้อไวรัสเดงกี่สายพันธุ์อื่นๆ

แต่สำหรับประเทศไทยนั้น พบเพียงแค่ 2 สายพันธุ์เท่านั้น

อาการของผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก

สำหรับอาการที่บ่งชี้ว่าติดเชื้อ โรคไข้เลือดออก คือ

1. มีไข้ขึ้นสูง 38-41 องศาเซลเซียสอย่างเฉียบพลันภายใน 2-7วัน บางรายอาจมีอาการชัก

2.มีจุดเลือดออกสีแดงเล็กๆ ตามผิวหนัง บางรายที่อาการรุนแรง อาจอุจจาระเป็นเลือด สีดำ และอาจช็อกได้

3.อาจมีอาการปวดท้อง กดเจ็บ เนื่องจากตับโตในช่องท้อง ส่วนใหญ่จะคล้ำพบประมาณ 3-4 วัน นับตั้งแต่เริ่มป่วย

4.เกิดภาวะไหลเวียนเลือดล้มเหลว หรือภาวะช็อก

5.มีอาการกระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ชีพจรเบาเร็ว ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง

ขณะนี้ยังไม่มียาต้านไวรัสที่มีฤทธิ์เฉพาะสำหรับโรคนี้ หากมีติดเชื้อและมีอาการที่บอกข้างต้นอาจเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตได้
แต่หากผู้ติดเชื้อไปพบแพทย์ทันท่วงที แพทย์จะรักษาตามอาการและประคับประคองซึ่งส่วนใหญ่ได้ผลดี เพราะปัจจุบันสามารถนำการตรวจทางห้องปฏิบัติการมาช่วยในการวินิจฉัยโรคได้เป็นบางกรณี

วิธีป้องกันโรคไข้เลือดออก

พยายามหลีกเลี่ยงที่ที่มียุงชุม ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในบ้านและบริเวณรอบบ้าน เลี้ยงปลา เพื่อกินลูกน้ำปิดฝาโอ่งหรือภาชนะอื่นๆ ให้มิดชิด และคว่ำภาชนะที่มีน้ำขัง เพื่อป้องกันการเพาะพันธุ์ของยุง และควรนอนในมุ้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงกัด
สำหรับอาการที่เกิดขึ้นกับปอ-ทฤษฎี นั้น ยังไม่เคยมีรายงานเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่เคยเกิดขึ้นในภูมิภาคเขตร้อนชื้น

เหตุที่อาการรุนแรงนั้น เป็นเพราะ “ภาวะแทรกซ้อน” จึงส่งให้เกล็ดเลือดต่ำ เลือดเป็นกรด ตกเลือด ไตวายเฉียบพลัน หัวใจหยุดเต้นชั่วขณะ จนเข้าขั้นวิกฤตต้องใช้เครื่องปั๊มหัวใจ

อย่างไรก็ตาม ความหนักเบาของโรค ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของโรคอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของคนไข้และระยะเวลาที่ติดเชื้อด้วย โดยปกติไข้เลือดออกจะเป็นโรคชนิด “เฉียบพลัน” อยู่แล้ว ซึ่งจะแบ่งอาการของคนไข้ออกเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ “เป็นแล้วช็อก” กับ “เป็นแล้วไม่ช็อก” กรณีของปอจะอยู่ในประเภทเป็นแล้วช็อก คือมีปฏิกิริยากับตัวเชื้อไวรัสค่อนข้างมาก ทำให้เกิดอาการขาดน้ำและเกล็ดเลือดต่ำลงอย่างรวดเร็ว อาการจึงอยู่ในระดับรุนแรงขึ้นมา


โรคไข้เลือดออกไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กระนั้นก็มีข่าวว่ามีคนเสียชีวิตจากโรคนี้อยู่บ่อยๆ เนื่องจากแยกไม่ออก คิดว่าป่วยเป็นไข้หวัดทั่วๆ ไป กระทั่งร่างกายเกิดอาการช็อกจึงทราบว่าผิดปกติ แต่กว่าจะส่งผู้ป่วยถึงมือหมอ ก็สายเกินไปเสียแล้ว

สำหรับความแตกต่างระหว่าง “ไข้หวัดใหญ่” กับ “ไข้เลือดออก” นั้น ในช่วงที่เป็นไข้วันแรก จะแยกไม่ได้ เพราะอาการทุกอย่างจะเหมือนกันหมด คือจะมีไข้สูงอย่างเดียว อาจจะมีปวดตามเนื้อตามตัว คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหารบ้าง แต่พอวันที่ 2-3 จะเห็นชัดขึ้น ถ้าเป็นไข้เลือดออกจะยิ่งปวดตัว แต่ถ้าเป็นไข้หวัดจะมีอาการไอกับน้ำมูกเยอะขึ้น ถ้าพบว่ามีอาการไข้สูงลอย 2-7 วัน ไม่มีอาการร่วมเลย ให้พึงระวังว่าจะเป็นไข้เลือดออกเอาไว้ก่อน

“เคยเป็นไข้เลือดออกแล้ว จะไม่เป็นอีก” ความเชื่อดังกล่าว เป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว ข้อเท็จจริงทั้งหมดคือ ถ้าเป็นไข้เลือดออกสายพันธุ์ไหนแล้ว จะไม่กลับมาเป็นชนิดเดิมอีก ในเมื่อไข้เลือดออกมีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ ดังนั้น ชีวิตคนเราจึงมีสิทธิเป็นได้ทั้งหมด 3-4 ครั้ง

ที่มานิตยสาร ASTV สุดสัปดาห์ ฉบับที่ 314 14-20 พฤศจิกายน 2558


























กำลังโหลดความคิดเห็น