xs
xsm
sm
md
lg

แชร์กระจาย คลิป “โน้ส อุดม” หลั่งน้ำตา! เผยเคยทิ้งแม่ให้เผชิญหน้ากับความจน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


แชร์กระหน่ำ ยอดวิวกระฉูด คลิปเรียกน้ำตา “โน้ส อุดม” เกลียดความจน ถึงขั้นทอดทิ้งแม่ให้เผชิญหน้ากับความจนเพียงลำพัง น้ำตาไหลสุดกลั้นบอกการกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันช่างมีความหมาย



เป็นคลิปที่เรียกทั้งรอยยิ้มและน้ำตาได้เป็นอย่างดี จนทำให้มีการแชร์ว่อน สำหรับคลิปที่ทีมงานของ “โน้ส อุดม แต้พานิช” นำมาโพสต์ในยูทิวบ์ โดยระบุว่าเป็นคลิปที่นำเสนอจากใจ ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน โดยทีมงานต่างโหวตว่านี่เป็น 15 นาที ที่น่าประทับใจที่สุดในการทำเดี่ยวของโน้ส เพราะทั้งหัวเราะไปด้วย น้ำตาไหลไปด้วย เลยขอเอามาแชร์ให้ลูกๆ ทุกคนได้ดู เนื่องในวันแม่

“เกลียดความจนเกลียดแม่ที่จน หนีออกจากบ้านเป็นครั้งแรก ขโมยเงินแม่ รอจังหวะ แม่คลุกไก่เพื่อเอามาขาย รถ บขส. แดง จากสุรินทร์มากรุงเทพฯ ผมกำลังจะขึ้น แม่ใช้ให้ไปซื้อซีอิ๊ว ได้โอกาสเปิดกระป๋องตังค์ โกยตังค์มาทั้งหมด ทำทีไปซื้อซีอิ๊ว พอรถ บขส. แดง มาก็ขึ้นรถไปกรุงเทพฯ หนีความจนไปชลบุรี เพราะคิดว่าญาติรวยกว่า เราต้องสบาย พอถึงกรุงเทพฯ โลกมืด ไปไม่เป็น เพราะเป็นเด็ก ไปชลบุรีนั่งต่อไปบ้านบึงไปบ้านญาติ ก็แต่งเรื่องแม่โกหก ตี ทารุณกรรมอยู่ด้วยไม่ได้ บอกว่าเกลียดแม่ ญาติก็เลยคิดว่าเด็กหนีร้อนมาพึ่งเย็น เลยให้อยู่ที่นั่น”

“ผมอยู่บ้านญาติ ครอบครัวคนจีน อยู่กัน 7 คน เป็นกงสี มี 3 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ และไม่มีที่นอนให้ผมแล้ว ผมมีที่นอนคือหน้าหิ้งพระ กิจการขายผลไม้กับขายพวงหรีด ที่ที่ผมนอนเป็นที่ที่เขาเก็บพวงหรีด มีห่อพลาสติก มีกระดาษพาด ดอกไม้ปลอม เขี่ย ๆ ตรงกลางไว้นอน ผมนอนในซอกนั้น เหมือนผมได้อยู่งานศพทุกคืน ผมคิดว่าผมสบาย ผมหนีเสือไปเจอจระเข้ เราต้องตื่นประมาณ ตี 4 ขนเงาะ ขนผลไม้ เขาก็ส่งผมเรียนหนังสือ ผมใจแตก กลายเป็นคนไม่ตั้งใจเรียน เด็กอาชีวะ เห่อตามเขา เขาฮิตคาราบาว คีรีบูน หนุ่ย อำพล คนด่านเกวียน แต่งตัวตามเขาทุกอย่าง แต่ออกมาเป็น เ-ย ไรไม่รู้ ไม่ตั้งใจ ไม่มีตัวตนสุด ๆ เป็นเซราะกราวของจริง”

“เสาร์ - อาทิตย์ อยากมีตัวตน เปิดหนังสือเธอกับฉัน พจน์ อานนท์ อยากลงหน้ากลาง นั่งรถจากบ้านบึง 5 ชม. สี่ห้าต่อ เพื่อไปนั่งตรงกระไดสยามเซ็นเตอร์ เพราะหวังว่าพจน์ อานนท์ จะมาเห็น แดดเลียหน้าจนถึงเย็น ไม่กล้าลุกเดี๋ยวเขาไม่เจอ พอพระอาทิตย์ตกก็นั่งรถกลับอีก 5 ชม. ไปบ้านบึง ไปนอนในซอกโลงศพเหมือนเดิม เพื่อนถามว่าจะไปนอนบ้านมึงต้องเอาอะไรไปบ้าง ก็บอกว่ามึงเอาดอกบัวมาอย่างเดียวก็พอ ผมไม่ตั้งใจเรียนเลย ญาติเริ่มไม่เอา ยิ่งหนีไปทำสุนัตอะไรอีก หนักเลย ญาติไม่เอา ญาติจะไม่ส่ง กลับก็ไม่ได้ ไปก็ไม่ถึง รู้สึกไม่มีที่ไป เคว้งคว้างสุด ๆ”

“ปรากฏว่าเขามีประกาศรับบวชสามเณรภาคฤดูร้อน คนอื่นบวชมีญาติมา เรามาหลายปีไม่เคยติดต่อแม่ ก็บวชเอง ไม่มีใครรู้ ญาติก็ไม่มา เพราะนิสัยแย่มาก ก็บวชลำพัง วันหนึ่งนั่งฉันกับพระกับเณรหลายสิบรูป เห็นผู้หญิงเดินจูงเด็กมองไกล ๆ ไม่รู้ใคร จนมาเกาะรั้วกุฏิ ขนลุกเลย แม่เรามายืนเกาะรั้วดูลูกฉัน พอเห็นเป็นแม่น้ำตาก็ไหล อยากวิ่งไปกอด แต่กอดไม่ได้ เพราะอยู่ในผ้าเหลือง ฉันข้าวอยู่น้ำตาตกไหลลงไปในจาน เณรกับพระที่ฉันอยู่ด้วยกันไม่เข้าใจ แล้วผมก็รู้สึกว่าผมทิ้งเขามานานจังเลย ฉันเสร็จก็ลงไปคุยกับแม่สองสามคำ หลังจากนั้นไม่ได้เจอกันหลายปี”

“จบจากเพาะช่างผมไปเยี่ยมแม่ครั้งหนึ่ง ความรู้สึกเปลี่ยนไปเลย ผมกลับไปบ้านหลังหนึ่งเห็นป้าคนหนึ่ง ทุกอย่างเดิมหมดเลย ผมก็คิดว่าเฮ้ย นี่แม่ผมเหรอเนี่ย เขาดูดำ ฟันหลอ เหมือนคนแปลกหน้าไม่รู้จัก ผมปล่อยเขาเผชิญหน้ากับความจนเพียงลำพังได้ไง คืนนั้นนอนมุ้งเดียวกัน เราต้องทำบางอย่าง (เสียงเครือน้ำตาซึม) ให้แม่หนีออกจากมุ้งอันนี้ หนีออกจากพัดลมอันนี้ แล้วผมก็สัญญากับตัวเองว่าชีวิตเราต้องดีขึ้น ผมกลับมาก็ให้น้องไปเรียนแทน ก็เริ่มไปสมัครเป็นตัวประกอบ ผมเก็บเงินครั้งแรกได้ 35,000 บาท ผมก็ไปเช่าบ้านอยู่ อ.บ้านบึง เป็นตึกแถว เอาเงินไปมัดจำหมื่นห้า หลังจากนั้นก็เป็นค่าเช่า”

“ผมก็นั่งคุยกับพี่ชายน้องชาย สามคนเราก็มานั่งคุย เหมือนแตกแยกกัน ก็เขิน ๆ ไม่ได้ผูกพันไม่ได้สนิท ก็บอกว่าขอสักอย่าง ขอกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา เพราะไม่เคยมี ทำไมเราไม่มี ผมบอกพี่ว่าไปชวนแม่กลับมาอยู่ด้วยกัน พี่บอกแม่ไม่มาหรอก เพราะตอนก่อนเขาไป เขาสะเทือนใจและเขาประกาศว่าจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก ก็ไปง้อ นั่งรถ บขส. ถึงสุรินทร์ บอกแม่ไปอยู่ด้วยกัน แม่บอกฉันมีศักดิ์ศรี ฉันไม่ไป ก็บอกว่าน้องอยู่ที่โน่น ถ้าแม่ไปจะมีกำลังใจเรียน แม่ขอคิดก่อน แล้วสามวันก็ขายของใช้หนี้หมดเลย เช่าสิบล้อนั่งกลับมา ข้างหลังก็ขนหมอนมุ้งพัดลม ครก ขนมาวิ่งออกจาก จ.สุรินทร์ 10 ล้อไม้ ๆ ข้าง ๆ มีลมตี ผมรู้สึกมันวิ่งออกจากสุรินทร์ น้ำตาผมไหล ไม่อยากให้แม่เห็น เปิดเพลงลูกทุ่งไรไม่รู้ แต่รู้สึกว่าแม่งเพราะฉิบหาย”

“มาถึงบ้านบึงน้องชายถูบ้านรอ คืนนั้นขนของลง เราก็เหมาห้องหนึ่งเป็นห้องนอน เอาฟูกมาแบเรียงหมดเลยแล้วนอนตีนก่ายกัน ไม่ต้องมีมุ้ง มีพัดลมตัวนั้น ผมมองมัน มันเป็นอิสระไม่ต้องติดมุ้ง ผมรู้สึกเป็นวันที่ผมมีความสุขมาก พูดคุยกันแล้วซื้ออะไรมากินกันตอนกลางคืน มันเป็นกับข้าวที่อร่อยที่สุดตั้งแต่กินมา (เสียงเครือ) ผมว่าการกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตามีความหมายมาก ใครที่มีครอบครัว รักษาไว้นะครับ (นิ่งอึ้งไปนาน น้ำมูกไหล) ผมว่าไม่มีใครรักเราเท่าแม่อีกแล้วครับ”






ติดตามรับชมช่อง “Super บันเทิง” ได้ที่ Super บันเทิง live

ข่าวบันเทิง, ถูกต้อง, รวดเร็วฉับไว ทั้งไทย และเทศ http://www.superent.co.th

ติดตามความเคลื่อนไหวอินสตาแกรมดาราทั้งไทยและเทศตลอด 24 ชั่วโมงได้ที่ ซูเปอร์สตาแกรม
กำลังโหลดความคิดเห็น...