“เต๊ะ” ทำใจงานละครที่จีนหด เหตุจีนเปลี่ยนกฎหมายใหม่ ห้ามคนต่างชาติมาแสดงละคร โต้ข่าวพระเอกตกกระป๋อง แต่รับกระแสไม่เปรี้ยงเหมือนเมื่อก่อน ส่วนเรื่องความรักกับ “บุ๋ม” เจ้าตัวบอกยังคุยกันอยู่ แต่โอกาสรีเทิร์นคงยาก
ไปปักหลักรับงานแสดงที่เมืองจีนเป็น 10 ปี ล่าสุดเห็นหนุ่ม “เต๊ะ ศตวรรษ เศรษฐกร” ตามงานอีเว้นต์ที่เมืองไทยถี่ขึ้น จนอดสงสัยไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพระเอกอินเตอร์ หรือจะหมดยุคทองกลายเป็นพระเอกขาลง จนต้องหันหลังกลับไทยถาวรอย่างที่ถูกลือ ครั้นพอสอบถามกับเจ้าตัว ก็ได้รับคำชี้แจงว่า เป็นเพราะทางประเทศจีนออกกฎหมายใหม่ ห้ามคนต่างชาติมาเล่นละครในประเทศ จึงเป็นสาเหตุให้งานละครของตนลดลงไปด้วยนั่นเอง
“ปัญหาของเต๊ะคือติดเรื่องของโควต้านักแสดงต่างชาติ ซึ่งตรงนี้เต๊ะไปแก้ไขอะไรไม่ได้จริงๆ เพราะฉะนั้นบางเรื่องเราอาจจะเล่นไม่ได้ เพราะว่าเราเป็นคนต่างชาติ ก็ต้องดูว่าถ้าเรื่องไหนไม่มีปัญหาโควตา เราถึงจะเข้าไปเล่นได้ งานก็จะติดโควตาเกือบทุกแนว แต่ถ้าเป็นหนังที่ร่วมทุนกับประเทศอื่น เราถึงจะรับเล่นได้ ส่วนมากละครในจีนอาจจะไม่ใช่ละครของจีนทั้งหมด อาจจะมีจีนร่วมทุนฮ่องกง หรือว่าอาจจะเป็นจีนร่วมทุนไต้หวัน เราก็เล่นได้”
“ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่ได้มีกฎหมายนี้ กฎหมายนี้เพิ่งออกมาไม่นานนี้เอง ทีนี้เขากำลังเคลียร์กันอยู่ คือจริงๆ เป็นสิ่งที่ดีนะ อย่างบ้านเรานี่ปล่อยทุกอย่าง เกาหลีเข้ามาได้หมด ของที่โน่น สื่อทุกอย่างไม่ได้เข้ามาได้หมด เขาต้องอนุรักษ์ของเขาไว้ก่อน ให้คนของเขาได้งานก่อน อย่างคอนเสิร์ตต่างชาติจะขอเข้ามา ฝันเถอะ แต่บ้านเราใครมาก็เล่นได้หมด ที่โน่นเขาจะเอาของเขาเป็นหลัก ถ้ามีคนอื่นมาเล่น เขาจะเอานักแสดงของเขาขึ้นด้วย นักร้องของเขาขึ้นด้วย คือมันดีกับเขาแต่มันไม่ผลกะทบกับเรา แต่ผมว่าบางอย่างมันก็ควรจะเกิดขึ้นกับเมืองไทยบ้างนะ”
“ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเต๊ะอยู่ที่จีนเป็นหลัก ทำงานให้จีนตลอด ตอนนี้ก็คงให้ทางผู้ใหญ่ดูว่าเราเหมาะกับทางไหน หรือว่าจะกลับไปทางเล่นละครที่ไต้หวันเหมือนเดิมดีกว่า ก็อยู่ที่ผู้ใหญ่เขาจะดูให้เรา”
ยันไม่ได้เป็นพระเอกตกกระป๋อง ทำใจรายได้อาจน้อยลง โต้กระแสแฟนคลับที่จีนไม่เปรี้ยงเหมือนก่อน
“ไม่ใช่ คือมันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ มันไม่ได้อยู่ที่เราควบคุมได้ เขาอยากเอาเราเล่น พอเราไม่ใช่คนสัญชาติจีน เราก็จะมีปัญหาตรงนี้ แต่ว่าไม่เป็นไรเพราะมันก็ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่เราคุยไว้อยู่ ถ้าเกิดเรื่องที่คุยไปแล้วมันโอเคก็คงจะได้เล่น”
“จริงๆ ถึงงานละครมันหล่น แต่มันก็จะมีพวกงานอีเว้นต์ พวกทีวี เกมโชว์เข้ามาแทน แต่เราอยากเล่นละครเหมือนเดิมมากกว่า เพราะเราเกิดมาจากมัน แล้วเราก็รู้สึกสนุกกับมันด้วย แต่พอมันเกิดปัญหานี้ปั๊บเราเองก็ไปแก้ไขอะไรไม่ได้ จะแก้กฎหมายเขา มันก็ไม่ใช่ เพียงแต่ว่าตอนนี้ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการรับงาน อาจจะต้องดูอีกที หรือว่าเราจะเปลี่ยนไปรับงานที่ไต้หวันเหมือนเดิม”
“ทำงานที่มีรายได้มันก็เป็นเรื่องที่ดี เพียงแต่ว่าบางอย่างมันช่วยไม่ได้จริงๆ เราก็ต้องยอมรับในความเป็นจริงว่าที่จีนเขามีปัญหา เราก็อาจจะกลับไปเล่นที่ไต้หวันเหมือนเดิม แต่แพลนที่จีนที่คุยไว้มันก็เป็นละครโปรเจ็กต์ใหญ่ ก็ต้องดูว่าเรื่องนี้เขาจะมีการร่วมทุนรึเปล่า กลางเดือนหน้าก็น่าจะรู้แล้วว่ายังไงมัน จะเป็นไปในทิศทางไหน”
“กระแสแฟนคลับที่นู่นก็ดีนะ ถึงแม้ละครเต๊ะเริ่มฉายวนรอบที่สองแล้ว แต่การตอบรับก็ยังดีอยู่ คือว่าเราค่อนข้างโชคดีด้วยที่เราได้รับการเอ็นดูจากพี่ที่โน่น ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดหรือใครต่อใคร เพราะเราเป็นคนไทยคนเดียวจริงๆ ที่ไปเล่นละครที่โน่นจริงๆ จังๆ แล้วเขาก็ถือว่าเรามีวิธีการเล่นละคร มีวิธีการถ่ายทอดบทบาทในรูปแบบที่เขาไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่ คือคนเขาก็จะพูดว่า มันเล่นไม่ค่อยเหมือนคนจีนเล่นนะ มันเป็นวิธีการแสดงอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของเต๊ะ แล้วก็เป็นการสร้างสีสันให้กับละครของเขา”
“จริงๆ ถ้าถามว่าดังเปรี้ยงปร้างเหมือนเมื่อก่อนไหม มันไม่ใช่แน่นอน เพราะเราต้องยอมรับเรื่องของความเป็นจริง ว่าเราโตขึ้น เราไม่เหมือนสมัยก่อน ที่เราเล่นละครวัยรุ่นอะไรก็หล่อๆ ใสๆ แต่ว่าพอเราโตขึ้นแล้วได้เรียนการแสดงใหม่มา ถึงแม้ว่าจะเรียนไม่จบการแสดง เพราะเราไปเรียนที่นู่น แต่เรารู้สึกว่าเราอยากเรียนการแสดงจริงๆ มันก็เลยมีจุดหักเหของการรับงานของเต๊ะเกิดขึ้น”
“แม้กระทั้ง 2-3 ปีที่แล้ว ที่ผมรับบทเป็นเกย์ ผมก็รู้สึกว่าผมเป็นนักแสดง ถ้าเกิดมันมีบทที่ผมต้องเล่นเป็นหมูเป็นหมาเป็นไก่ แต่มันมีอะไร มันมีเนื้อหา มีอะไรให้เล่นผมก็เล่น เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นบทเกย์หรือบทคนใบ้ บนคนตาบอดเต๊ะก็ถือว่ามันเป็นการได้พัฒนาตัวเองมากกว่า”
บอกยังไงก็ยังปักหลักที่เมืองไทย อาจจะเดินทางไปๆ มาๆ แต่จะอยู่เมืองไทยให้มากขึ้น เพราะไม่อยากย้ายไปตั้งรกรากใหม่ที่ไต้หวัน สงสารพ่อแม่ เปรยแฟนๆ อาจได้เห็นผลงานที่เมืองไทย
“คงไปๆ กลับๆ แบบนี้ แต่ถ้าอนาคตปักหลักที่ไหนก็คงที่เมืองไทยนี่แหละ คือหนึ่งคุณพ่อคุณแม่ผมพูดจีนไม่ได้ ที่บ้านมีผมพูดได้คนเดียว มีคนเคยถามว่าทำไมไม่เอาพ่อแม่ไปอยู่ที่นู่นซะเลย จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง คือถ้าขาไปอยู่ เขาก็คุยกับใครไม่รู้เรื่อง น่าสงสารเขาอีก แล้วคนแก่จะให้ไปเรียนรู้ภาษาใหม่อีกมันยิ่งยาก แล้วอีกอย่างมันไม่ใช่บ้านของเราด้วย ก็เลยคิดว่าคงอยู่ที่เมืองไทยเป็นหลัก”
“งานที่เมืองไทยก็เคยมีงานละครที่คุยกันไว้ ก็คงต้องดูโอกาสอีกที แต่ว่าถ้าเกิดสมมุติภายในปีนี้ ละครจีนของเต๊ะยังไม่เปิดกล้องซะที เต๊ะอาจจะกลับมาเล่นละครไทยช่วงต้นปีหน้า เต๊ะอยู่กับละครจีนมา 10 ปีแล้ว ก็อยากจะทำงานต่อไปก่อน จริงๆ งานละครที่เมืองไทยก็มีติดต่อมานะ มีละครที่คุยปีหน้า จริงๆ เขาจะเปิดกล้องปลายปีนี้ แต่ผมเล่นไม่ได้ เพราะผมรอกลางเดือน 7-8 ผมถึงจะรู้ว่าละครจีนที่ผมคุยไว้เมื่อปีกว่าๆ มันโอเครึเปล่า ซึ่งเป็นละครใหญ่มาก”
วกถามเรื่องหัวใจ “เต๊ะ” บอกว่ายังติดต่อกับ "บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” อยู่ บอกไม่เข็ดแม่หม้าย แต่ถ้าถามถึงโอกาสรีเทิร์นคงยาก
“เข็ดไม่เข็ดไม่เกี่ยวครับ เต๊ะว่าเรื่องเต๊ะกับบุ๋มไม่ได้แย่ คือไม่ใช่พอเขาเป็นแบบนี้แล้วทำให้เกิดปัญหาไม่ใช่ ทุกวันนี้ก็ยังคุยกันอยู่ ก็ทราบว่าเขาไปไหนมาไหน ทำอะไรเหนื่อยไหม ก็ยังคุยกัน เพียงแต่ว่าเราไม่ได้พัฒนาไปไกลกว่านี้ ก็คือเป็นได้แค่เพื่อน”
“ถามว่าจะรีเทิร์นไหม คือผมไม่ได้คิดเรื่องพวกนี้ไว้ เป็นเพื่อนกันได้ แต่ว่าอนาคตไม่ได้มองไว้ เชื่อว่าคนเราต้องเดินไปข้างหน้า เพราะว่าเราตัดสินใจแบบนี้แล้ว ก็แสดงว่าเราคงเห็นอะไรบางอย่างแล้ว ทำให้เราไม่อยากจะพัฒนามันต่อไปข้างหน้า แต่ก็ยังคุยกันได้อยู่ ก็หวังว่าความเป็นเพื่อนมันจะไม่ลดลงไปกว่านี้แล้วกัน”


