xs
xsm
sm
md
lg

การ์เดี้ยน หักเหลี่ยมมัจจุราช ตอนที่ 4

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


การ์เดี้ยน หักเหลี่ยมมัจจุราช ตอน 4

ในความมืด....เสียงไฟปะทุ
ไฟลุกท่วมรถเก๋งคันหนึ่งที่เอียงกระเท่เล่อยู่ข้างทาง จิมมี่ค่อยๆยันตัวลุกขึ้น กระชับปืนในมือและมองไปรอบๆอย่างระวัง
ทันใดนั้นเอง ชายชุดพรางปิดบังใบหน้า 2 คนโผล่จากที่ซ่อนสาดกระสุนปืนกลเบาเข้าใส่
จิมมี่หลบตัวแล้วใช้จังหวะสังหารคนทั้งคู่ได้สำเร็จ เขาเดินเข้าไปเช็คศพจนแน่ใจว่าปลอดภัยแล้วจึงพยักหน้าให้ปลายฟ้าออกจากที่ซ่อน เธอออกมาแล้วส่งยิ้มให้เขาอย่างโล่งอก
จิมมี่ยิ้มตอบแต่แล้วก็ต้องชะงักค้าง เมื่อจุดเลเซอร์สีแดงปรากฎขึ้นเล็งไล่จากตำแหน่งหน้าอกไปที่ขมับของปลายฟ้า จิมมี่ร้องตะโกนสุดเสียงวิ่งตรงไปที่เธอ....ปัง...!แล้วทุกอย่างก็ดับมืดลง

ภายใน ห้องผู้ป่วยในโรงพยาบาล ตอนกลางวัน จิมมี่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์มือถือ เขาหยิบขึ้นมองดูในขณะที่มันตัดสายไป...เขาขมวดคิ้วแล้วสไลด์ข้อความดูรายละเอียด ตั้งสติแล้วโทร. ออก
"แป้งเหรอ?..เซททีมให้ผมที เจอกันที่บ้านลูกค้าในอีกหนึ่งชั่วโมง เดี๋ยวผมส่งแผนที่ให้ในไลน์"
จิมมี่วางสายแล้วจ้องมองปลายฟ้าที่นอนหลับไร้สติบนเตียงคนไข้ เขากุมมือเธอไว้ชั่วครู่แล้วก็เดินจากไป

ต่อมา รถของทีมการ์เดี้ยนเข้ามาจอด สมปอง คนขับรถ รีบเข้ามาต้อนรับแล้วพาทุกคนเข้าไปภายในตัวบ้านของเสี่ยบุญหนัก

สถานการณ์ภายในบ้านกำลังตึงเครียด เสี่ยบุญหนักยื่นสมาร์โฟนให้จิมมี่ดู โดยที่ น้อย เมียของสมปอง นั่งข้างๆคุณนายร่มฉัตร คอยส่งยาดมและพัดวีให้
ภาพในสมาร์ทโฟนเป็นรูปเด็กผู้ชายคนหนึ่งถูกถุงผ้าดำคลุมหัว เสื้อนักเรียนเปรอะเปื้อนไปด้วยเศษดิน ที่หน้าอกปักชื่อ ด.ช.วุฒิกานต์ ตั้งสุวรรณ เอาไว้
"ใช่...ลูกเสี่ยแน่เหรอ" จิมมี่ถาม
เสี่ยบุญหนักพยักหน้ายอมรับ
"แน่ใจ๋ ?"
"แน่ใจ ... ไอ้เสื้อตัวนี้อั๊วพามันไปปักเองที่ร้าน ไม่ใช่น้องคราฟแล้วมันจะหมาที่ไหนวะ"
เสี่ยบุญหนักเสียงดังเล่นเอาร่มฉัตรปล่อยโฮเหมือนจะขาดใจ เขารีบเข้าไปประคองภรรยาออกไป
จิมมี่พึมพำ
"โอเคๆ"
ทีมการ์เดี้ยนเข้ามาถึงพอดี จิมมี่หันมาแนะนำ
"ทุกคน...นี่เสี่ยบุญหนักกับคุณนายร่มฉัตรเจ้าของนายบ้าน"
ทุกคนยกมือไหว้ จิมมี่คว้ารูปถ่ายครอบครัวที่ใส่กรอบมาให้ทุกคนดู สรุปจ๊อบและสถานการณ์ให้ทุกคนฟัง
"ลูกชายเสี่ยบุญหนักชื่อ น้องคราฟ หายตัวไปได้สองชม.แล้ว และคนร้ายส่งรูปนี้จากในมือถือมาเมื่อชั่วโมงที่แล้วและก็เรื่องเงินค่าไถ่สิบห้าล้าน"
แป้งอุทาน "สิบห้าล้าน !"
"อือม์...งานนี้ถ้าเราช่วยคุ้มครองน้องคราฟสำเร็จ ไม่ว่าจะเสียค่าไถ่หรือไม่ก็ตาม เราได้ห้เปอร์เซ็นต์"
แป้งคำนวนอย่างไว "เจ็ดแสนห้า...!"
ชาโดว์บอก "คิดตังค์ได้เร็วมากเลยนะยะหล่อน"
"ใช่สิ ก็พวกนายจ้างฉันมาทำเรื่องอย่างนี้ไม่ใช่เรอะ...ว่าแต่ทำไมเสี่ยไม่แจ้งตำรวจล่ะ" แป้งสงสัย
น้าสมานบอก
"อ้าว...ไม่เคยดูหนังไงเนี่ย ? เวลาโจรเรียกค่าไถ่ โทรฯมามันจะบอกว่า... อย่าแจ้งตำรวจนะ ไม่งั้นอีนี่ตาย"
หอยแครงแซว "โห..ขนาดปลอมเสียงยังเหมือนเลย น้านี่เทพจริงๆ"
จิมมี่ยิ้ม
"เรื่องโดนข่มขู่ก็ส่วนนึง" แล้วกระซิบบอก "แต่ที่สำคัญ ธุรกิจของเสี่ยเองก็ไม่ค่อยสะอาดซักเท่าไรก็เลยไม่อยากให้ตำรวจเข้ามามายุ่งย่ามน่ะ...โอเค้....คุณเลขา"
แป้งพยักหน้า
"อื๋อม์....เข้าใจล่ะ"
จิมมี่ยื่นสมาร์ทโฟนให้หอยแครงตรวจสอบ
"นายตามรอยเบอร์มือถือที่ส่งรูปนี้มาให้ที ด่วนที่สุด"
หอยแครงรับมาเริ่มงานทันที
เสี่ยบุญหนักเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งพร้อมหยิบกระเป๋าหนังใบใหญ่...ยื่นให้จิมมี่
"สิบห้าล้านไม่เรียงหมายเลขอย่างที่พวกมันต้องการ"
จิมมี่รับกระเป๋า แต่เสี่ยบุญหนักไม่ดึงมือกลับ
"จริงๆอั๊วน่าจะไปด้วย"
"เสี่ยอยู่ที่นี่คอยดูแลเมียน่ะดีแล้ว คอยฟังข่าวดีจากผม"
"ลูกอั๊วะต้องไม่เป็นอะไร"
"มันเป็นงานของผมอยู่แล้ว ไป..ชาโดว์....น้าหมาน"
ทั้งสามขยับตัวตามกันไป
"ฉันอยู่แสตนด์บายที่นี่" แป้งรู้ตัวเอง
"แหงล่ะ... ไปด้วยกันทีไร...งานงอกทุกที" จิมมี่พูดพลางยิ้มตอบ
แป้งงอนตุ๊บป่องกลับมานั่งกับหอยแครง ในขณะที่เจ้าสัวพยักหน้าให้สมปองตามไปขับรถให้จิมมี่
"ชิ ขาดฉันไปสักคนแล้วจะรู้สึก"
"เอาน่า...แป้งไม่ใช่ขาบู๊ อาวุธอะไรก็ไม่มีปล่อยให้พวกเขาจัดการน่ะดีแล้ว" หอยแครงว่า
"นายไม่รู้อะไร ? ฉันก็เตรียมทีเด็ดของฉันมาเหมือนกัน"
"จิงดิ อะไรอ่ะ"
แป้งยิ้ม "ไม่บอก"

สมปองรีบวิ่งมาเปิดประตูรถเก๋งจิมมี่ จิมมี่ยิ้มๆ รถเก๋งวิ่งออกไป ตามด้วยรถคุ้มกันของทีมการ์เดี้ยน รถทั้งสองคันวิ่งไปตามทาง ออกตรงไปที่ประตูใหญ่ สมปองกดรีโมทเปิดประตูอัตโนมัติ.....
ทันใดนั้นเอง เด็กสวมเสื้อยืดมอมแมมคนหนึ่งวิ่งมาขวางหน้ารถไว้
สมปองเหยียบเบรคด้วยความตกใจ เด็กชายคนนั้น ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา
"คุณหนู !"
จิมมี่มองด้วยความงง ไม่เข้าใจ

จิมมี่วางกระเป๋าใส่เงินบนโต๊ะ ที่โซฟา...น้องคราฟนั่งตัวสั่นในอ้อมกอดของร่มฉัตร น้อยเอาน้ำมาให้ดื่ม น้องคราฟรับน้ำมา มือสั่นจนแม่ต้องช่วยประคอง
"ทำไมคุณหนูใส่เสื้อของไอ้ป้องละครับ" สมปองถาม
"ไอ้ป้องมันอยู่กับคุณหนูเหรอค่ะ" น้อยถาม
"แล้ว...ถ้ายังงั้น ไอ้ป้องมันหายไปไหนล่ะครับ"
น้องคราฟมองหน้าสมปองแล้วหลบตา สมปองทนไม่ไหวคว้าแขนน้องคราฟมาเขย่า
"ว่าไงล่ะครับคุณหนู ทำไมคุณหนูถึงเอาเสื้อไอ้ป้องมาใส่ ? แล้วไอ้ป้องมันอยู่ไหน"
เสี่ยบุญหนักรีบปัดมือสมปองออก
"เฮ้ย...ลูกกูเพิ่งกลับมานะโว้ย...ไม่เห็นเรอะไงวะ เขากำลังขวัญเสียอยู่"
พอโดนตวาด สองผัวเมียก็เงียบไปทันที
ทีมการ์เดียนเฝ้ามองเหตุการณ์อย่างกังวล จิมมี่พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวในหัว
"เกมส์พลิกอีกแล้วว่ะพวกเรา" จิมมี่ว่า
"หมายความว่า จ๊อบนี้เราจะไม่ได้ค่าจ้างอีกแล้วเหรอ" แป้งถาม
ทุกคนทำหน้าเหวอ หันมามองที่จิมมี่ซึ่งดูเหมือนจะเครียดกว่าใคร
"มันอาจจะแย่กว่านั้นก็ได้นะ"
เสี่ยบุญหนักถามลูกชาย
"ว่าไงน้องคราฟ เรื่องมันเป็นยังไงกัน"
"หนูพูดมาเถอะลูก"ร่มฉัตรบอก
น้องคราฟมองหน้าทุกคนแล้วจำใจเล่า....
"เออ...คือ...วันนี้ที่โรงเรียนผมเลิกเร็ว....ผมก็เลยไปหาป้องที่เล่นอยู่กับเพื่อนที่สนามเด็กเล่นนะครับ"

ณ สนามเด็กเล่น เด็กๆเล่นโอน้อยออกกัน ด.ช.เบิ้ม เด็กผู้ชายท่าทางแสบสุดในแก็งค์...แพ้
"อะไรวะ..กูอีกแล้ว ไม่เอาโว้ย โมฆะ โอน้อยออกใหม่"
ทุกคนหน้าจ๋อย ไม่มีใครกล้าฮือยกเว้น...เบิ้มดึงมือทุกคนให้มาเล่นใหม่
"เร็วๆสิ...มา โอน้อย"
น้องคราฟดึงมือออก
"ก็นายแพ้ นายก็ต้องเป็นคนหาซิ"
"มึงว่าใครแพ้นะ"
"ก็นายไง ? ทุกคนก็เห็นอยู่"
เบิ้มโกรธ ทุกคนที่เหลือนิ่งเงียบไม่กล้าพูดอะไร
"เฮ้ย..มึงแน่มาจากไหนวะ? มาขอเล่นด้วยยังมีหน้ามาปากดี ได้...กูเป็นคนไล่ก็ได้เพราะยังไงพวกมึงก็ต้องโดนจับอยู่ดี โดยเฉพาะมึง!"
"ไม่มีทาง"
"ลูกคนมีตังค์อย่างมึงก็เก่งแต่ปากละวะ"
"อ้วนอย่างแก...ไม่มีทางจับฉันได้หรอก"
"มึงว่าใครอ้วน"
น้องคราฟนิ่ง รู้ว่าพูดพลาด
"ด้าย....แล้วถ้าฉันจับแกได้ แกจะให้อะไรฉัน"
น้องคราฟอึ้ง ไม่รู้จะตอบยังไง เบิ้มจ้องมองนาฬิกาของน้องคราฟแล้วยิ้ม
"งั้นถ้าฉันจับแกได้ แกต้องเอานาฬิกานั่นให้ฉัน"
"แต่ถ้าแกจับฉันไม่ได้ แกต้องคลานเป็นหมาแล้วก็เห่าสามรอบ"
"ได้ เอาตามนี้ แกไม่รอดแน่ !"

ต่อมา เบิ้มหันหน้าเข้าหาต้นไม้นับเสียงดัง... น้องคราฟกับ ป้องวิ่งหนีไปหลบซ่อนด้วยกัน
เด็กอีกคนหนึ่งวิ่งหลบหลังแท้งค์น้ำ แต่ก็โดนเบิ้มจับได้ในที่สุด
"ไอ้คราฟอยู่ที่ไหน ?"
เด็กคนนั้นส่ายหน้า เบิ้มจึงผลักล้มลงด้วยความโมโห น้องคราฟมองหน้าป้องตัดสินใจ
น้องคราฟบอก
"ถอดเสื้อมา"
"อะไรอ่ะ" ป้องว่า
"ฉันบอกให้แกถอดเสื้อเร็ว"
"เออ"
น้องคราฟทำหน้าโกรธใส่ ทำให้ป้องต้องยอมถอดเสื้ออก น้องคราฟรีบถอดชุดนักเรียนออกแล้วแลกกัน
"เปลี่ยนชุดกัน...เร็ว"
เมื่อเปลี่ยนเสร็จแล้ว น้องคราฟก็ผลักป้องให้วิ่งไปแล้วเขารีบวิ่งไปอีกทาง
อีกมุมหนึ่งเห็นป้องที่สวมชุดน้องคราฟ วิ่งผ่านรถเก๋งคันหนึ่งไป มือของคนขับที่ยื่นออกมาดีดบุหรี่ในมือทิ้งแล้วเปิดประตูรถลงมา
ป้องวิ่งหลบไอ้เบิ้มที่ยังคงสาละวนหาน้องคราฟอยู่ไกลๆ
ป้องวิ่งอ้อมอาคารไม้หลังหนึ่งผ่านโรงอาหารโทรมๆ แต่ทันใดนั้นเอง ก็มี ผู้ชายคนหนึ่งตาแดงกล่ำคล้ายเมายายืนขวางและคว้าเขาไว้อย่างรวดเร็ว ป้องดิ้นสู้สุดแรง แต่ชายคนนั้นรีบเอาถุงดำครอบหัวแล้วตบจนป้องล้มคว่ำลง
น้องคราฟวิ่งอ้อมตามมาห่างๆมองเห็นภาพที่เกิดขึ้นจึงรีบซ่อนตัวและชะเง้อมอง ชายคนนั้นถ่ายรูปน้องป้อง กดส่งแล้วอุ้มป้องเดินหายไป
น้องคราฟมองตามไปด้วยความกลัวไม่กล้าเข้าไปช่วย

น้องคราฟเล่าเหคุการณ์ที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง
"ผมกลัวมากก็เลยแอบซ่อนจนมืดแล้วถึงหนีกลับมาบ้านครับ"
"ไอ้ป้อง...ไอ้ป้องลูกแม่" น้อยว่า
น้อยร้องไห้เหมือนจะขาดใจ สมปองรีบเข้ามาประคองกอดเอาไว้
"เฮ้อ....เวรกรรมคนร้ายจับเด็กผิดตัว" แป้งบอก
"อือม์...อาการอย่างงี้ บอกได้เลยไม่ใช่มืออาชีพแน่ๆ" น้าสมานบอก
"แต่ถ้ายังโทร. มาเรียกเงินค่าไถ่ แสดงว่าคนร้ายยังไม่รู้ตัวว่าจับเด็กผิดคน" จิมมี่บอก
"แปลว่าเรายังมีโอกาส" ชาโดว์บอก
จิมมี่พยักหน้า ทันใดนั้นเองเสียงมือถือเสี่ยบุญหนักด็ดังขึ้น จิมมี่รีบเอามือตะปบไว้ก่อนที่เสี่ยบุญหนักจะรับสาย
"ถ่วงเวลาไว้ก่อนนะครับเสี่ย อย่าเพิ่งบอกความจริง...ถ่วงเวลาให้นานที่สุด"
เสี่ยบุญหนักพยักหน้า จิมมี่รีบส่งสัญญาณให้หอยแครงๆเชื่อมต่อสัญญาณมือถือทันที
เสี่ยบุญหนักรับสาย เสียงคนร้ายผ่านโปรแกรมแอพแปลงเสียง…โมโหจัด
"มึงจะเบี้ยวกูเหรอ? ทำไมไม่มาตามที่นัดกันไว้"
"อ๊ะ..อ๊วะ ยังเตรียมเงินให้ไม่ทัน"
"มึงกล้าโกหกกูเหรอ สิบห้าล้านมันก็แค่เศษเงินของมึงแค่นี้ จะไม่จ่ายกูเหรอ"
"อั๊วะก็รีบอยู่นี่ไง? มันต้องใช้เวลาเหมือนกัน"
"แต่เมื่อชั่วโมงที่แล้ว มึงบอกหาเงินได้ครบแล้วนี่ เล่นตุกติกเหรอไอ้สัตว์"
"มึง....!"
"หึ หึ..ทำไม? หรืออยากให้ลูกมึงเป็นศพซะก่อน"
"อย่าทำอะไรลูกกูนะโว้ย กูจะรีบเตรียมเงินให้มึงเดี๋ยวนี้แหละ"
"อีกหนึ่งชั่วโมงนึงนะเสี่ย"
พูดจบคนร้ายก็วางสายไป เสี่ยบุญหนักสบถใส่โทรศัพท์ด้วยความโมโห
"สัตว์...มึงกล้าขู่กูเหรอ"

ณ โกดังร้างแห่งหนึ่ง ชายในเงามืด วางสายด้วยความเจ็บใจและนึกสังหรณ์ใจบางอย่าง เขารีบเดินขึ้นรถแล้วขับออกไป


จิมมี่หันไปมองหอยแครง
"ตามสัญญาณได้ไหม"
หอยแครงส่ายหน้าว่าแกะรอยไม่ทัน
"แต่ผมว่ามันแปลกๆนะเฮีย...ดูนี่สิ"
ทีมการ์เดี้ยนไปดูที่หน้าจอโน้ตบุ๊กของหอยแครง หน้าจอเป็นตัวเลขจากเบอร์มือถือคนร้าย
"นี่เป็นเวลาระยะเวลาการใช้โทรศัพท์ของคนร้ายแต่ละครั้ง...ไม่เกิน 45 วินาที"
"เป็นระยะเวลาที่ไม่สามารถค้นหาตำแหน่งของมือถือได้" ชาโดว์บอก
"แหม...เป๊ะเลย"
ชาโดว์ทำหน้าดุใส่
จิมมี่คิดแล้วหันมาบอกหอยแครง
"คนร้ายมีความรู้เรื่องพวกนี้ ถ้ามันรู้ว่าจับเด็กผิดคน ต้องไม่เลิกราแน่ๆ"
ทุกคนเห็นด้วย
จิมมี่เดินย้อนกลับมาที่น้องคราฟแล้วจับข้อมือน้องคราฟเอาไว้
"น้องคราฟ พี่อยากให้เราตั้งสติแล้วค่อยๆนึกให้ดีๆนะ ว่าเราจำหน้าคนร้ายหรือลักษณะพิเศษของคนร้ายอะไรได้มั่ง"
น้องคราฟส่ายหัว
ส่วนเสี่ยบุญหนักมองเงินในกระเป๋าอีกครั้งแล้วก็รูดเก็บ สมปองเดินคอตกเข้ามาอ้อนวอน
"เสี่ยครับ ถ้าพวกมันไม่ได้เงิน...พวกมันต้องฆ่าลูกผมแน่ๆ"
เสี่ยบุญหนักถอนหายใจ
"เอางี้ อั๊วะก็พอรู้จักนายตำรวจใหญ่ เดี๋ยวอั๊วะจะคุยให้"
"แต่เสี่ยครับ มันขู่ว่าอย่าแจ้งตำรวจ" สมปองบอก
"มันก็ขู่ไปอย่างนั้นเองแหละ ลื้อเชื่อพวกมันเหรอ"
เสี่ยบุญหนักคว้ากระเป๋าเงินเพื่อเอาไปเก็บชั้นบน
"งั้นผมขอยืมเงินในกระเป๋าเสี่ยได้ไหมครับ"
"อะไรนะ ลื้อจะบ้าเหรอเปล่า เงินตั้งสิบห้าล้านคนอย่างลื้อจะเอาที่ไหนมาใช้อั๊วะ"
"ผม...ผมจะหามาทยอยคืนครับ ไม่งั้นเสี่ยก็หักเงินเดือนผมกับเมียไปก็ได้"
"ลื้อก็ซี้ซั้วพูด"
"แล้วจะไม่ช่วยกันเลยเหรอไงวะ ที่กับลูกเสี่ยเมื่อกี้ยังทำท่าเหมือนจะเป็นจะตายเลยไม่ใช่เหรอ" น้อยว่า
เสี่ยบุญหนักโมโห
"ระวังปากนะอีน้อย อย่ามากำเริบกับกู"
"ใจเย็นๆกันก่อนครับ แค่นี้มันก็แย่พออยู่แล้ว" จิมมี่บอก
น้อยยังจ้องมองเสี่ยตาขวาง ร่มฉัตรจะเอื้อมมือไปปลอบแต่น้อยกลับผละตัวออก
"ก็อั๊วบอกพวกมันแล้วว่าจะลองหาทางช่วย จะเอาอะไรอีกวะ อาฉัตรพาน้องคราฟขึ้นไปข้างบน"
ร่มฉัตรรีบประคองน้องคราฟขึ้นไปโดยที่มีเสี่ยบุญหนักเดินตามหลัง
สมปองมองจนเสี่ยเดินลับไป
"คุณจิมมี่ช่วยพวกเราด้วยนะครับ"
"ใช่ๆ ถ้าเป็นพวกคุณต้องช่วยไอ้ป้องได้แน่ๆ"
สองผัวเมียยกมือขึ้นไหว้ท่วมหัวอย่างน่าสงสาร
"ถึงเราสองคนจะมีเงินเก็บไม่มาก แต่ผมยกให้พวกคุณหมดเลย...ช่วยพวกเราด้วยเถอะนะครับ"
เสี่ยบุญหนักแอบฟังอยู่หัวบันได...เครียด
ส่วนจิมมี่หันกลับมามองลูกทีมด้วยความลำบากใจ

ควันความร้อนจากเกล็ดสีน้ำตาลไหม้บนช้อนลอยอ้อยอิ่ง...
เปี๊ยก กึ่งนั่งกึ่งนอนตาลอยเคลิ้ม จ้องมองโทรทัศน์แล้วยิ้มเลื่อนลอย ประตูบ้านเปิดผัวะออก วิชัยเดินเข้ามามองเปี๊ยกและอุปกรณ์เสพยาอย่างไม่พอใจ
"อย่ามาเล่นยาในบ้านกู"
"บ้านมึง? มันก็บ้านน้องสาวกูเหมือนกันละหว่า"
วิชัยยังคงจ้องหน้าอย่างโมโห
เปี๊ยกยิ้มยียวน
"หรือว่าไม่จริง"
วิชัยข่มใจ
"ไอ้เด็กนั่นอยู่ไหน"
เปี๊ยกยิ้มแล้วชี้ไปด้านบน วิชัยข่มอารมณ์โกรธเดินขึ้นชั้นสอง เปี๊ยกตะโกนไล่หลัง

"กูก็ไม่อยากอยู่หรอกโว้ยไอ้บ้านไม้กระจอกๆยังงี้ ไหนล่ะเงินส่วนแบ่ง...กูจะได้ไปซะที...เชี่ย"

ประตูห้องนอนเปิดออก
เด็กชายยังนั่งหลบอยู่ในมุมมืด ได้ยินเสียงก็ตกใจถอยหลังหนี บังอรรีบคว้าตัวเด็กมากอดไว้
"อะไร...อะไร ไม่ต้องกลัวลูก"
"อรปล่อยเด็กคนนั้นมา"
"อย่า...ไม่เอาแล้ว อย่าเอาลูกฉันไป"
บังอรมองตาขวางส่ายหน้า วิชัยหมดความอดทนเข้าไปยื้อแย่งตัวเด็กผู้ชายอยู่พักใหญ่ก็ผลักบังอรล้มลง วิชัยดึงตัวเด็กที่ใบหน้ามีรอยบวมช้ำขึ้นมาดู...แล้วก็ตกใจรีบคว้าคอเด็กลงมาที่ชั้นล่าง
วิชัยโมโหถามเปี๊ยก "ไอ้เด็กนี่มันใคร"
"อ้าว ก็มึงใช้ให้กูไปจับใครล่ะ"
"แต่ไอ้เด็กนี่ มันไม่ใช่ไอ้ลูกเศรษฐีนั่น"
เปี๊ยกลุกขึ้นเดินกร่าง เอานิ้วจิ้มที่หน้าอกเสื้อที่มีตัวหนังสือปักไว้
"ไม่ช่ายได้งาย...นี่ไง ชื่อมันก็อยู่บนเสื้อทนโท่ จะผิดตัวได้ไง"
"มึงต้องจับไอ้เด็กคนนี้ต่างหาก" วิชัยให้ดูรูปในมือถือ
เปี๊ยกทำเป็นเล็งดูรูปไปมา แล้วเกาหัวงงๆ
"ไอ้ขี้ยา...มึงมันไม่เอาไหน เกาะน้องสาวแดกไปวันๆ ทำห่าอะไรไม่เป็น"
"หึ..แล้วมึงดีกว่ากูนักเรอะไง? น้องสาวกูเป็นบ้าก็เพราะมึง...หรือไม่จริง"
วิชัยสะอึก บังอรเข้ามาคว้าตัวป้องเอากอดไว้ เปี๊ยกยิ้มกวนๆคว้ามือถือวิชัยแล้วเดินตรงไปหาบังอร
"อย่าทำอะไรลูกฉันเลย...ฉันขอร้อง"
เปี๊ยกบอก
"อีอร มึงก็บ้าอยู่ได้ ไม่เห็นเรอะว่ามันเป็นเด็กผู้ชาย"
เปี๊ยกจ้องหน้าป้องแล้วบีบคางบังคับ
"งั้น...มึงเป็นลูกใครกันวะ"

ทีมการ์เดี้ยนเข้ามาประชุมในห้องลับที่บ้านเสี่ยบุญหนัก มีมอนิเตอร์จากกล้องวงจรปิด
แป้งถาม
"เอางี้ดีละ ทีนี้ ถ้าเราไม่ช่วยน้องป้อง...ใครจะช่วย"
หอยแครงถาม "อ้าว...แล้วน้องคราฟล่ะ"
"ไอ้หอยแครง คนที่ตกอยู่ในอันตรายตอนนี้เป็นน้องป้องนะเว้ย" น้าสมานบอก
"แต่จ๊อบของเราคือ คุ้มครองน้องคราฟนะ" ชาโดว์บอก
"ก็น้องคราฟปลอดภัยแล้วนี่ งานเราก็น่าจะจบแล้ว" แป้งว่า
"ยังไม่ปลอดภัยหรอก ถ้าคนร้ายยังไม่ถูกจับ" จิมมี่บอก
เสียงเสี่ยบุญหนักดังเข้ามา "จิมมี่พูดถูก"
เสี่ยบุญหนักเดินหน้าเครียดเข้ามา
"ผมจ้างพวกคุณมาคุ้มครองน้องคราฟ ผมจ่ายเงินแต่งานยังไม่จบ ถ้าพวกคุณทิ้งงาน ได้เสียชื่อกันก็คราวนี้แน่"
"งั้นเราจะแคนเซิลงานนี้!" แป้งโพล่ง
ทีมการ์เดี้ยนทุกคนร้อง "เฮ้ย"
เสี่ยบุญหนักบอก
"ไม่ทันแล้วล่ะ เพราะจิมมี่เบิกล่วงหน้าไปแล้วห้าสิบเปอร์เซนต์"
ทีมการ์เดี้ยนร้อง "หา"
"ผมเอาไปหักหนี้จ๊อบคราวก่อนน่ะ แล้วก็หอยแครงมันขอเบิกไปอัพเกรดเครื่องมือด้วย"
ชาโดว์ฉุน "นี่นาย !"
หอยแครงเขิน " แหะๆ"
"เอาเป็นว่า เข้าใจตรงกันนะ จิมมี่ ลื้อคงไม่ทิ้งงานอั๊วะใช่ไหม"
"ไม่ทิ้งงานแน่นอนครับ เสี่ย"
"ดี..."
เสี่ยบุญหนักเดินจากไป
"นี่นาย ทำอะไรไม่ปรึกษากัน" แป้งว่า
"เอาน่า...มันจวนตัวนี่น่า )แต่เมื่อกี้ก็ไม่ได้มีใครรับปากเสี่ยบุญหนักนี่ นอกจากผมคนเดียว"
"หมายความว่า"
ชาโดว์บอก
"ก็หมายความว่า พวกเราก็สามารถออกไปช่วยน้องป้องได้ไง"
"โดยที่ผมจะอยู่ที่นี่ หอยแครงเรื่องซิมการ์ดของคนร้ายเป็นไงมั่ง"
"เป็นหมายเลขซิมการ์ดเป็นแบบเติมเงิน ถูกลงทะเบียนด้วยข้อมูลปลอม ผมเช็คแล้วเบอร์นี้เซลส์ของระบบฝากขายที่ร้านค้ารายย่อยอีกทีนึง"
"งั้นเราต้องหาร้านค้ารายย่อยเจ้านี้ให้เจอ"
"เดี๋ยวน้าไปสืบข้อมูลจากเซลส์ซิมการ์ดเอง"
ชาโดว์บอก "ฉันไปช่วยน้าเอง"
"งั้นผมจะไปกับชาโดว์" หอยแครงอาสา
"ไม่ต้องเลย..แกกับคุณเลขาอยู่ด้วยกันกับฉันที่นี่แหละ"

ทางด้านน้องคราฟยังไม่คลายจากอาการหวาดกลัว กอดแม่อยู่ในห้องนอน น้อยเอาน้ำมาเสิร์ฟให้ทั้งเสี่ยบุญหนัก ร่มฉัตรและน้องคราฟ ทั้งสามยกขึ้นดื่ม ในขณะที่น้อยย้ายถาดมาวางบนโต๊ะริมประตู
"น้อย" ร่มฉัตรเรียก
น้อยเงียบไม่พูดอะไร
"ฉันเข้าใจความรู้สึกเธอนะ"
"พวกคุณไม่เข้าใจคนจนๆอย่างหนูหรอก"
เสี่ยบุญหนักบอก "แกออกไปเลยไป"
น้อยนิ่งไม่พอใจ
"หนูต้องอยู่รอที่นี่แหละค่ะ"
เสี่ยบุญหนักบอก
"รออะไรของแก ? ฉันรับปากว่าจะหาทางช่วยยังจะเอาอะไรอีก"
เสียงแก้วแตกดังจากด้านหลัง ทุกคนหันไปมองก็เห็นน้องคราฟสลบไปแล้ว แก้วหล่นกระจายที่พื้น
ร่มฉัตรเข้าไปจะประคองลูกก็ล้มลงอีก ดีที่เสี่ยบุญหนักรับตัวไว้ได้ แต่เขาก็มึนงง จนซวนเซนั่งลง น้อยมองอย่างเลือดเย็น
"เสี่ยไม่ต้องช่วยอะไรพวกหนูหรอก....แค่เตรียมเงินไว้ก็พอ"
แล้วคนทั้งสามก็สลบไป

น้อยเอาเชือกมัดมือ มัดเท้าน้องคราฟอย่างแน่นหนาแล้วอุ้มอย่างทุลักทุเลออกจากมาจากเรือนใหญ่

ใกล้รั้วหลังบ้าน น้อยเปิดประตูเล็กๆในเป็นเรือนคนใช้
เสียงสมปองถาม " "ทำอะไรน่ะ"
น้อยตกใจหันมา
"แกจะทำอะไรคุณหนูคราฟ"
"ฉันก็จะเอาน้องคราฟไปแลกตัวกับไอ้ป้องไง"
"จะบ้าเหรอไง แกจะไปหาพวกมันเจอได้ไง"
"ไม่ใช่ฉันหรอก...แต่พวกมันต่างหากที่รู้ตัวว่าจับเด็กไปผิดคนแล้วก็โทร.มาหาฉัน"

ก่อนหน้านี้ น้อยเดินเข้ามาแล้วทรุดตัวลงร้องไห้ สมปองเข้ามาจะปลอบใจ
"ใจเย็นนะน้อย เสี่ยรับปากแล้วว่าจะช่วยเรา"
"ใจเย็นบ้าบออะไรกัน ก็เห็นๆกันอยู่ว่ามันไม่จ่ายเงินแน่ๆ ลูกเรามันก็คนเหมือนกันนะโว้ย"
"งั้นฉันจะลองไปขอร้อง"
"ถ้ามันมีน้ำใจ มันช่วยพวกเราไปแต่แรกแล้ว"
"แล้วจะให้ฉันทำไง"
"กูจะไปรู้เรอะ"
"บางที ตำรวจก็อาจจะ..."
"มึงโง่เหรอเปล่าเนี่ย? พวกมันต้องฆ่าไอ้ป้องแน่ๆ พวกมันก็บอกแล้วว่า อย่าแจ้งตำรวจ มึงน่ะมันเป็นขี้ข้าไอ้เสี่ยนั่นจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว....ไป....ออกไป...ไอ้ขี้ข้า"
สมปองสะอึกพูดอะไรไม่ออกเดินจากไป

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น น้อยรับ
เสียงเปี๊ยกถาม
"นั่นแม่เด็กชายป้องใช่ไหม"
"ใช่!"
"อยากได้ลูกแกคืนไหม"
"แกเป็นใคร"
"จะสนไปทำไม เอาเป็นฉันช่วยลูกแกได้ แต่มันต้องมีข้อแลกเปลี่ยนนะ...สนมั้ยล่ะ"
"ได้...ให้ฉันทำอะไรก็ได้"

น้อยรับซองยาสลบจาก เปี๊ยก ที่แอบซุ่มรออยู่นอกรั้ว....

สมปองพูดกับน้อย
"แกบ้าไปแล้ว ปล่อยคุณหนูเดี๋ยวนี้"
สมปองทะเลาะและเข้าขวางน้อย เปี๊ยกได้ยินเสียงจึงแอบโดดข้ามกำแพงเข้ามาช่วย....ทั้งคู่สู้กัน
เปี๊ยกทำร้ายสมปองได้แล้วจับมัดขังไว้ในห้องหลังบ้าน

เปี๊ยกรีบพาน้อยและน้องคราฟขึ้นรถที่จอดแอบไว้หลังบ้านขับหนีไปอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่หอยแครงกับจิมมี่มัวแต่ง่วนอยู่กับการแกะรอยตำแหน่งสัญญาณมือถือ แป้งมองภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วรู้สึกผิดสังเกต
"เอ....ไอ้กล้องนี่มัน"
ทั้งหอยแครงและจิมมี่รีบมาดู ภาพจากกล้องที่รั้วหลังบ้าน เห็นประตูเล็กเปิดทิ้งไว้
"ลองเล่นภาพย้อนหลังซิ" จิมมี่บอก
หอยแครงเสิรช์ภาพแบบเร็ว...
"ตรงนั้น"
หอยแครงหยุดแล้วย้อนภาพในคลิปไป เป็นเหตุการณ์ที่เปี๊ยกกับน้อยอุ้มร่างไร้สติของน้องคราฟขึ้นรถไป
จิมมี่เห็นที่เอวเปี๊ยก
"คนร้ายมีปืน"
หอยแครงบอก
"ซวยแล้ว"
จิมมี่บอก "จีพีเอส!"
หอยแครงรีบกลับไปกดเสิร์ชสัญญาณจีพีเอสในคอมฯ จุดแดงเล็กๆเคลื่อนที่ไปตามแผนที่
"ยังใช้ได้ครับเฮีย"
แป้งถาม "นี่พวกนายแอบติดจีพีเอสเมื่อไรเนี่ย"
จิมมี่ยักคิ้วเจ้าเล่ห์

ย้อนหลังกลับไป จิมมี่คิดแล้วหันมาบอกหอยแครง
"คนร้ายมีความรู้เรื่องพวกนี้ ถ้ามันรู้ว่าจับเด็กผิดคนต้องไม่เลิกราแน่ๆ"
ทุกคนเห็นด้วย
จิมมี่หยิบชิพเล็กในกล่องของหอยแครงแล้วเดินย้อนกลับมาที่น้องคราฟจับข้อมือน้องคราฟเอาไว้
"น้องคราฟ พี่อยากให้เราตั้งสติแล้วค่อยๆนึกให้ดีๆนะ ว่าเราจำหน้าคนร้ายหรือลักษณะพิเศษของคนร้ายอะไรได้มั่ง"
น้องคราฟส่ายหัว
ที่มือจิมมี่แอบติดสัญญาณเล็กๆไว้บนนาฬิกาข้อมือของน้องคราฟ
" ไม่เป็นไร ค่อยๆนึกนะครับ"

"พวกนายนี่มันร้ายจริงๆ" แป้งบอก
"แต่ไม่นึกว่า น้อยจะกล้าทำเรื่องแบบนี้นะครับ"
"น้อยอาจจะไม่รู้ว่าตรงนั้นมีกล้องวงจรปิด....เสี่ยคงซ่อนไว้ทั่ว โดยไม่ได้บอกพวกคนใช้ หอยแครง...แกรีบสแกนใบหน้า หาประวัติคนร้ายกับทะเบียนรถคนร้ายด่วนเลย"
เสียงมือถือจิมมี่ดังขึ้น
"ฮัลโหล"

เวลาต่อมา น้าสมานกับชาโดว์ยืนอยู่ที่หน้าร้านโทรศัพท์เล็กๆ ซึ่งป้ายเล็กๆติดว่า..หยุด
"จิมมี่..น้าอยู่หน้าร้านขายมือถือนั่นแล้ว เจ้าของเป็นสามีภรรยาคู่นึงแต่ตอนนี้มันปิดวะ ร้านข้างๆก็บอกว่าไม่ได้มาเปิดเป็นอาทิตย์แล้ว น้ากับชาโดว์ว่าจะตามไปหาที่บ้าน แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนวะ"

หอยแครงที่ใส่บูลทูธฟังอยู่
"งั้นน้ารู้ชื่อเจ้าของร้านมั้ย"

น้าสมานพยักหน้าให้ชาโดว์อ่านจากกระดาษที่จด
" รู้แต่ชื่อของผู้ชายนะ...วิชัย เปี่ยมสุข"
"รู้แค่นี้ก็พอแล้วจ๊ะ สุดสวย"
หอยแครงรีบพิมพ์ชื่อ...คอมพิวเตอร์เสิร์ช์ประมวลผลอย่างรวดเร็ว
"คอมฯที่อัพเกรดแพงๆมันดียังงี้นี่เอง" หอยแครงบอก
"เดี๋ยวฉันจะหักจากเงินเดือนของนาย" แป้งบอก
หอยแครงจ๋อย
"อ่ะนั่นไง? รู้แล้ว ชาโดว์สุดสวย....เดี๋ยวส่งไลน์ให้นะจ๊ะ"


เสียงไลน์ดังขึ้น ชาโดว์เปิดอ่านแล้วพยักหน้าให้น้าสมานรีบออกเดินทาง

จิมมี่คาดนาฬิกาสัญญาณจีพีเอส
"นายไปช่วยสมปองแล้วก็ตามข้อมูลที่เหลือให้ฉันด้วย....ส่วนคุณไปกับผม"
"ฉันเนี่ยนะ"
"ก็ใช่นะซิ ไม่เหลือใครแล้วนี่"
"ให้ฉันไปกับนาย ไม่กลัวงานงอกเรอะ"
จิมมี่ยิ้ม
"งานงอกน่ะดีแล้ว ตื่นเต้นดี"
จิมมี่หยิบเหน็บที่เอวด้านหลังแล้วหันไปมองแป้ง แป้งหยิบเครื่องช๊อตไฟฟ้าขึ้นมาโชว์
"ฉันก็มีของฉันมาเหมือนกัน"
"เออ....อย่าเผลอเอามาช๊อตผมก็แล้วกัน...โอเค้"
จิมมี่เดินนำหน้าไป แป้งหันมาบอกหอยแครง
"ได้เรื่องคืบหน้าอะไร นายต้องรีบไลน์มาบอกฉัน...เข้าใจ๋"
หอยแครงพยักหน้ารับ

เวลาค่ำคืน.... วิชัยนั่งรอคอยในโกดังร้างท่ามกลางความมืด มองปืนในมือที่สั่นเทา

บนถนนนุ่นลอยปลิวในสายลม.... ใครบางคนลุกขึ้นจากพื้นถนน มอเตอร์ไซด์ค่อยๆหมุนล้อจนหยุดนิ่งในที่สุด ไทยมุงเริ่มเข้ามา...

วิชัยมือสั่น...เสียงไซเรนรถพยาบาลค่อยๆซ้อนเข้ามา

วิชัยเลือดอาบหัวพยายามยืนไปมา แต่ก็สั่นโงนเงน เขาตรงไปที่อะไรบางอย่าง...

วิชัยตัวสั่น

ตุ๊กตาตัวหนึ่งใส้แตก นุ่นจากภายในกระจายฟุ้งปลิวไปตามแรงลม

วิชัยเหงื่อแตกพลั่ก กำปืนแน่น แค้นสุมอก

รอยเลือดและเกือบจะเห็นร่างใครบางคน !

แล้วเสียงแตรดังลั่น.....รถเก๋งขับเข้ามา ฉุดให้วิชัยหลุดจากความความคิด เขาลุกขึ้นยืน เปี๊ยกและน้อยพาน้องคราฟที่ยังสะลึมสะลือลงมาจากรถ
"ไปเลย...แม่งอ๊วกเต็มรถเลย เหม็นฉิบหาย" เปี๊ยกบอก
"ไหนล่ะลูกฉัน" น้อยถาม
"ถามอีกหละ ...ห่าเอ้ย ไม่เข้าใจเหรอไง ให้กูได้ตังค์ก่อนสิ"
"ไม่เอา...กูทำตามสัญญาแล้วไง เอาลูกกูคืนมาเดี๋ยวนี้"
น้อยทั้งผลักทั้งยื้อ จนเปี๊ยกรำคาญตบน้อยล้มไป น้อยทั้งเจ็บทั้งกลัว เปี๊ยกจะเข้าตบซ้ำ
"เฮ้ยอย่า....พอแล้ว" วิชัยเข้ามา หันมาคุยกับน้อย " มึงไปอยู่กับเด็ก"
น้อยคลานหนีไป
วิชัยสังเกต... เหนือริมฝีปากของเปี๊ยกมีผงขาวติดอยู่
"มึงเล่นยาอีกแล้วใช่ไหม"
"ฮึ่ย... เรื่องของกู"
วิชัยมองคาดคั้น
เปี๊ยกเฉไฉ
"ทำไมไม่ปล้นแม่งซะเลยวะ เอาไอ้เด็กห่าเนี่ยมาให้วุ่นวาย"
"มึงไม่เข้าใจหรอก"
"เหอๆ กูรู้เรื่องพวกมึง แต่ไม่อยากเข้าใจว่ะ"
"งั้นมึงก็รู้มันไม่ใช่แค่เรื่องเงิน"
"ไม่ใช่เงินแล้วแม่งคือเชี่ยอะไรวะ? มึงคงไม่คิดจะเบี้ยวกูใช่ไหม"
"ไม่หรอก...เงินเป็นแค่สิ่งที่พวกเราสมควรจะได้ แต่ความตายของไอ้เด็กนี้ต่อหน้าพ่อมันต่างหาก"
"แก้แค้น !เอาเลย เอาให้สะใจ แล้วก็ไปตายห่าก็ซะให้หมด"
"ไอ้คนขี้ยาอย่างมึงไม่เข้าใจหรอก"
"ควายอย่างมึงคิดจริงๆเรอะว่าคนรวยอย่างมันจะสำนึก"
"แต่มันจะจำไปจนตาย"
"มึงแม่งโคตรไร้สาระเลยว่ะ กูแนะนำให้ ได้เงินแล้วมึงก็ไปเปิดโรงแรมหรูๆปั๊มกันใหม่ซิวะ ฮ่าๆๆๆ นี่ไงๆเดี๋ยวกูทำกับอีนี่ให้ดู"
เปี๊ยกตรงเข้าไปไล่คว้าตัวน้อย น้อยกรีดร้องถอยหนี
วิชัยยกปืนขึ้นมาอย่างรวดเร็วแล้วเหนี่ยวไก....ปัง!
ร่างของเปี๊ยกทรุดฮวบลงแล้วพยายามคลานหนี
น้อยตกใจกลัว กอดน้องคราฟไว้แน่น
วิชัยเดินตามอย่างใจเย็นแล้วยิงซ้ำ....ปัง....ปัง!
"กูบอกแล้วว่าคนอย่างมึงไม่มีทางเข้าใจหรอก"

วิชัยกลับมา น้อยและคราฟหายไปแล้ว...

น้อยพาน้องคราฟวิ่งหนีไปตามทางแล้วพยายามใช้รถหลบ
เธอวิ่งมาจนถึงประตูทางออกด้านหลังโกดัง แต่ก็พบว่าใส่กุญแจแน่นหนา พยายามทั้งงัด ทั้งดึงยังไงก็ไม่สำเร็จจึงหยิบมือถือขึ้นมาโทร.

เสี่ยบุญหนักอาการดีขึ้นในขณะที่ร่มฉัตรยังไม่ได้สติอยู่บนเตียง โดยที่มี สมปอง หอยแครงและคนรับใช้ 2 คนคอยดูแล เสียงมือถือดังขึ้น....สมปองรีบเดินเลี่ยงกดรับ
"เธออยู่ที่ไหนเนี่ย ? รู้ไหมที่นี่วุ่นวายไปกันใหญ่แล้ว"

น้อยร้องไห้
"ขอโทษ...ฉันขอโทษมาช่วยฉันที"
วิชัยมาโผล่ทางด้านหลัง น้องคราฟรีบสะกิดเรียกน้อยด้วยความกลัว น้อยหันมาตกใจกลัว

"แล้วตอนนี้เธอ..."
น้อยกรีดเสียงร้องดัง "แอร๊ย"
"น้อย…น้อย !"
เสี่ยบุญหนักรีบลุกขึ้นมาทันที แย่งโทรศัทพ์จากมือสมปอง
"อีน้อยใช่ไหม? อีเวรเลี้ยงไม่เชื่อง" เสี่ยบุญหนักแย่งมือถือ " มึงเอาลูกกูไปที่ไหน"
ทุกอย่างนิ่งเงียบไปชั่วครู่
เสียงวิชัยดังผ่านโทรศัพท์เข้ามา
"หึๆๆ เสี่ยเรอะ อย่าเพิ่งโมโหซิ...รอให้เห็นศพลูกชายของมึงซะก่อน"
"ถ้ามึงทำอะไรลูกกู กูจะล่ามึงไม่ให้ผุดให้เกิด"

วิชัยบอก
"เหมือนกันเลยเสี่ย แล้วถ้าอีกครึ่งชม.ถ้าเสี่ยยังไม่มา...เรียกมูลนิธิมารับศพน้องคราฟได้เลย ตอนนี้ผมอยู่ที่โกดังร้าง"

วิชัยกดวางสายไปแล้ว เสี่ยบุญหนักโกรธจัดหันมาต่อยสมปองจนล้มลง หอยแครงรีบเข้าไปประคอง
"เพราะเมียมึงคนเดียวเรื่องเลยฉิบหายแบบนี้"
"ก็ถ้าเสี่ย...ให้เงินไปช่วยลูกผม"
"สัตว์...ลูกมึงค่าตัวมันจะสิบห้าล้านเลยเรอะวะ"
"ลูกกูมันคนเหมือนกัน"
เสี่ยบุญหนักหยิบปืนมาจากเก๊ะในโต๊ะ
"ไม่เหมือนกันเว้ย"
เสี่ยเอาปืนเหน็บหลังแล้วเดินจากไปทันที

วิชัยเอาปืนจี้น้อยและน้องคราฟให้เดินกลับไปที่ด้านใน จิมมี่และแป้งแอบซุ่มอยู่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่
"มันอยู่คนเดียวแล้ว นายไม่เข้าไปช่วยเลยเหรอ"
"ยัง...เสี่ยงเกินไป"
"โห..ทีงานเสี่ยงกว่านี้ ฉันยังเห็นนายวิ่งเข้าใส่เหมือนคนบ้า"
"ผมหมายถึงตัวประกันเสี่ยงต่างหาก..อีกอย่างเราก็ยังไม่รู้ว่าเด็กอีกคนอยู่ที่ไหน"
"นั่นสินะ"
"นั่นสิครับ"
แป้งทำหน้าเซ็ง จิมมี่ยิ้มกวนๆ
"ทางนี้ครับ คุณเลขา"
จิมมี่อ้อมเสาโกดังตามวิชัยไป

น้าสมานกับชาโดว์ลอบเข้ามาภายในรั้วบ้านวิชัย บรรยากาศเงียบวังเวงผิดปกติ ชาโดว์พยักหน้าให้น้าสมานสะเดาะกุญแจแล้วค่อยๆเปิดประตูเข้าไป

ภายในบ้านที่มีเพียงไฟสลัว บนชุดโต๊ะโซฟามีอุปกรณ์เสพยาของเปี๊ยกวางไว้ ชาโดว์ดึงปืนสั้นออกมา น้าสมานมองแล้วควานหาอาวุธให้ตัวเองแล้วคว้ากะทะใบหนึ่งขึ้นมา ชาโดว์ยิ้มทำมือว่าให้แยกกัน แล้วชี้ให้น้าสมานขึ้นไปข้างบน
ชาโดว์เดินตรงเข้าไปด้านในที่เกลื่อนไปด้วยมือถือรุ่นต่างๆ มีซิมการ์ดที่ถูกแกะใช้งานแล้ว
ชาโดว์เดินสำรวจต่อ...

น้าสมานขึ้นไปข้างบนเดินสำรวจ เผลอเตะอะไรกุกกัก…

ชาโดว์ได้ยินเสียงแล้วชะงักชั่วครู่ แล้วออกเดินสำรวจต่อ

น้าสมานมาถึงห้องประตูห้องนอนที่ถูกล็อกเอาไว้เลยสะเดาะกลอนเข้าไป ภายในห้องเห็นน้องป้องนั่งตัวสั่นอยู่ที่มุมมืดของห้อง

ชาโดว์เหมือนเห็นผู้หญิงแอบอยู่ในห้องน้ำ..กระชับปืนเตรียมพร้อมแล้วเดินเข้าหา

น้าสมานตรงจะเข้าไปแก้เชือกให้น้องป้อง.....

ชาโดว์ผลักประตูเต็มแรงเล็งปืนขึ้น แต่กลายเป็นแค่ผ้าถุงที่แขวนไว้!

บังอรกรีดร้องกระโจนออกมาจากเงามืดใช้คัทเตอร์เหวี่ยงเข้าแขนน้าสมานจนล้มลงได้เลือด

ชาโดว์ได้ยินเสียงข้างบนรีบวิ่งขึ้นชั้นสองทันที

บังอรโถมตัวออกมาจากอีกมุมมืดของห้อง เธอเข้ามากระโดดเกาะหลังแล้วจ้วงแทงด้วยคัทเตอร์ น้าสมานร้องลั่น

ชาโดว์ได้ยินเสียงข้างบนรีบวิ่งขึ้นชั้นสองทันที

น้าสมานล้มลงเอามือจับด้ามคัทเตอร์ไว้ไม่ให้บังอรแทงลงมา ชาโดว์กระโจนเข้ามารวบตัวบังอรออกไป เธอตวัดมีดเข้าใส่ ชาโดว์พลิกตัวหลบหักข้อมือบังอรแล้วกดลงกับพื้น บังอรร้องโหยหวน...
น้าสมานรีบวิ่งไปที่น้องป้องซึ่งอยู่ในอาการตกใจกลัว
"ไม่เป็นไรแล้วไอ้หนู เอ็งปลอดภัยแล้ว"
ชาโดว์รีบโทร. แจ้งว่าให้ทุกคนทราบว่าช่วยป้องได้สำเร็จแล้ว

จิมมี่และแป้งได้รับแจ้งว่าเด็กปลอดภัย จิมมี่ให้แป้งแอบเข้าอีกด้านเพื่อไปช่วยน้อยกับน้องคราฟ
จิมมี่ทำมือเป็นสัญญาณ
"สัญญาณอะไร? ไม่เห็นเข้าใจ"
จิมมี่ถอนหายใจ
"งั้นตอนคนร้ายหยิบกระเป๋าเงินปุ๊บ" จิมมี่ทำมือ "มูฟ...มูฟ"
"อะ..เออ"
"เร็วสิ คุณเลขา"
แป้งงง แต่ก็ยอมทำตาม จิมมี่ออกมาจากที่ดักซุ่ม
"เฮ้ย!"
วิชัยตกใจหันมาชี้ปืนเข้าใส่จิมมี่
"มึงเป็นใคร?"
"ใจเย็นๆ...ฉันเอาเงินค่าไถ่มาให้ตามที่แกต้องการไง? สิบห้าล้าน"
วิชัยยังคงมองระแวง
"ไม่ต้องกลัว ฉันมาคนเดียว เอาเงินมาให้ตามที่ตกลงไง นายได้เงิน ฉันได้ตัวเด็ก วิน-วิน"
"ไอ้เสี่ยบุญหนักอยู่ไหน"
"ฉันมาแทนเขา แค่ยื่นหมูยื่นแมวก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ"
แป้งเข้าใกล้ตัวน้อยและน้องคราฟ เตรียมตัว....ลุ้น

เสียงสัญญาณดังจากโน้ตบุ๊ก เสียงเครื่องตรวจสอบของหอยแครงแจ้งว่าว่า จับซิงค์ใบหน้าคนร้ายเสร็จแล้ว
ภาพแสดงประวัติเปี๊ยก ว่าเป็นคนร้ายที่เพิ่งพ้นโทษ แล้วซอร์ฟแวร์ตัวใหม่ของหอยแครงก็ทำการซิงค์ประวัติรอบข้าง ซึ่งแสดงถึงความเกี่ยวพันกันของเปี๊ยก วิชัยและบังอร บังอรและเปี๊ยกเคยใช้นามสกุลเดียวกัน หอยแครงลิงก์เข้ามูลอีกชุด ภาพเกี่ยวกับข่าวอุบัติเหตุดังขึ้นมาเด้งขึ้นมา
"มันเป็นอย่างนี้นี่เอง"
หอยแครงรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ไลน์อย่างรวดเร็ว

วิชัยเริ่มคลั่ง
"ไอ้เสี่ยนั่น มันต้องอยู่ที่นี่"
"ตอนนี้ไม่เกี่ยวกับเสี่ยบุญหนักแล้ว แค่นายกับฉัน"
จิมมี่โยนกระเป๋าไปเบื้องหน้าวิชัยแล้วยกมือขึ้น เตรียมพร้อม
"นายหนีไปพร้อมกับเงินแล้วทิ้งเด็กไว้ที่นี่ แค่นี้เอง"
"ไม่...มึงไม่เข้าใจ...มึงไม่เข้าใจกูหรอก !"
บรรยากาศเริ่มตึงเครียด วิชัยไม่ยอมก้มลงเก็บกระเป๋า จู่ๆเสียงไลน์กรุ๋งกริ้งก็ดังขึ้น!
วิชัยหันขวับไปก็เห็นแป้งถือสมาร์โฟนยิ้มแหะๆ
วิชัยโมโห
"พวกมึง!"
วิชัยตวัดปืนยิงเข้าใส่ แป้งรีบพลิกตัวคว้าน้อยเอาไว้ กระสุนถากต้นแขนไป วิชัยจะยิงซ้ำแต่โดนจิมมี่ยิงสกัดไว้ เขายิงสวนกลับไป
จิมมี่หลบเข้าที่กำบังพยายามจะเล็งแต่มุมของแป้งก็บังเอาไว้
วิชัยยิงใส่มุมแป้งอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่โดน...กระสุนหมด
จิมมี่ตะโกนถาม " แป้ง โอเคมั้ย"
แป้งตะโกนตอบ "ลองมาโดนเองมั้งมั้ยล่ะ"
"เจ็บแล้วยังปากดีอีกนะ"
วิชัยมองไปที่เหนือจุดที่แป้งหลบอยู่ มีกองท่อเหล็กมัดด้วยเชือกเอาไว้ เส้นเชือกโยงมาใกล้ๆจุดที่เขาหลบอยู่ วิชัยตัดสินใจวิ่งออกไป
จิมมี่เห็นยกปืนขึ้นเล็งเข้าที่ขาวิชัยอย่างเหมาะเหม็ง แต่ตัววิชัยก็คว้าเชือกได้พอดีแล้วกระตุกอย่างแรง
จิมมี่มองตามเชือกไปที่แป้งด้วยความตกใจ เขาวิ่งออกไป
เชือกขาดผึ่งเหล็กกลมร่วงมาใส่แป้ง น้อยและน้องคราฟ แต่จิมมี่วิ่งเข้ามาทันผลักคนทั้งสามให้พ้นทาง จิมมี่โดนเหล็กท่อนฟาดจนล้มลง
วิชัยวิ่งออกมาจากที่ซ่อนแล้วหยิบปืนของจิมมี่
จิมมี่พุ่งประชิดตัววิชัยทันที ทั้งคู่ต่างยื้อปืนในมือ แต่วิชัยก็ดันตัวจิมมี่กระแทกผนัง
แป้งที่หลบอยู่ตัดสินใจหยิบเครื่องช๊อตไฟฟ้าออกไปช่วยจิมมี่
วิชัยเห็นพอดีพลิกตัวจิมมี่ให้โดนเครื่องช๊อตไฟฟ้า
"จ๊าก"
แป้งตกใจเมื่อรู้ว่าพลาด ปล่อยเครื่องช๊อตไฟฟ้าหลุดมือ วิชัยโงนเงนแต่ก็ยังไม่โดนหนักเท่าไร เขาคว้าตัวน้องคราฟไว้ได้แล้ววิ่งหนีไป
แป้งหน้าเสียเข้ามาดูอาการจิมมี่
"ขอโทษ...ขอโทษ...นายเป็นอะไรไหมอ่ะ"
จิมมี่ตาแข็งฝืนยิ้มรักษาฟอร์ม พยายามคว้าปืนขึ้นมาแล้วลุกขึ้น
"ฮึ่ย... ซาบายมาก"
แล้วจิมมี่ก็ขาอ่อนทรุดลง

วิชัยกึ่งวิ่งกึ่งเดินถอยหลังมาที่รถของเขา
....แสงสว่างจากไฟหน้ารถส่องวาบเข้ามา เสี่ยบุญหนักเห็นวิชัยที่หนีออกมาจึงเหยียบคันเร่งจะพุ่งเข้าชนด้วยความแค้น แต่วิชัยดึงตัวน้องคราฟขึ้นกันทำให้เสี่ยบุญหนักตกใจสุดขีดแล้วหักพวงมาลัยหลบจนชนเข้ากับเสาไฟข้างทางอย่างจัง
น้องคราฟร้องตะโกน แต่วิชัยก็ยังจับไว้แน่น
เสี่ยบุญหนักร่างชุ่มไปด้วยเลือดติดอยู่กับรถที่ถูกอัดก๊อปปี้ เขามองออกไป....

รถคันหนึ่งชนอัดเข้าไปกำแพงพังยับ
เศษนุ่นปลิวไปสายลม เสี่ยบุญหนักเจ้าของรถลงมาดูสภาพรถและที่พื้นถนน เด็กหญิงคนหนึ่งนอนเลือดอาบ ข้างๆตัวเธอเป็นตัวตุ๊กตาที่ท้องเปิดออก ไส้ที่เป็นนุ่นทะลักออกมาปลิวไปตามลม ไม่ไกลจากตรงนั้น มอเตอร์ไซด์คว่ำอยู่มีลอยไถลไปเป็นทาง วิชัยพยายามยืนขึ้นโซเซ

เสี่ยบุญหนักจ้องมองวิชัย
"มึง...มึงนี่เอง"

วิชัยเดินโซซัดโซเซเข้าไปกอดลูกร้องไห้โหยหวน เขาตะโกนด่าเสี่ยวิชัย

วิชัยรัดตัวน้องคราฟแน่น
"มึงจำกูได้แล้วใช่ไหม มึงฆ่าลูกกูแล้วยังให้ทนายเอาเงินไปยัดเพื่อปิดคดี"
เสี่ยบุญหนักโซซัดโซเซออกมาจากรถ คว้าปืนออกมาจากด้านหลังแต่แขนก็ไร้เรี่ยวแรงจะยิง
"มันเป็นอุบัติเหตุ"
"กูไม่สนโว้ย มึงฆ่าลูกกู แต่ไม่เคยรับผิด แหงล่ะคนรวยอย่างมึงมันไม่รับผิดชอบอะไรทั้งนั้น ทั้งเงิน ทั้งความรู้สึกของพวกกู เมียกูต้องเข้าโรงพยาบาลบ้าก็เพราะมึงรู้ไหม ไอ้เหี้ย"
วิชัยก้าวเข้ามาเหยียบมือเสี่ยบุญหนัก
"อ๊าก"
เสี่ยบุญหนักปล่อยปืน วิชัยได้โอกาสคว้าปืนขึ้นมา
"กูรอวันนี้มานานแล้ว"
"งั้นก็เอาเลย..ฆ่ากูเลย มันจะได้จบๆกันไป"
วิชัยยิ้มสะใจกดตัวน้องคราฟลงต่อหน้าเจ้าสัว แล้วเอาปืนจ่อหัวไว้
"มันไม่ง่ายอย่างงั้นหรอกเสี่ย....กูแค่อยากให้มึงอยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็นแบบครอบครัวกูมั้ง"
"ไม่"
"หึๆๆๆ"
วิชัยกำปืนแล้วจะเหนี่ยวไก....
"ไม่!"
ปัง !
วิชัยล้มลงตาเบิ่งค้าง....
จิมมี่มาช่วยได้ทันพอดี น้องคราฟได้สติรีบเข้าไปกอดเสี่ยบุญหนักพ่อ-ลูกร้องไห้เหมือนจะขาดใจ....
จิมมี่และแป้งถอนหายใจโล่งอกที่มาช่วยได้ทันเวลา

บรรยากาศภายนอกโรงพยาบาล...วันใหม่

แป้งเดินออกมาจากห้องทำแผล เจอทีมการ์เดี้ยนและครอบครัวของสมปองกับน้อยที่ยกมือไหว้สำนึกผิด
"หนูต้องขอโทษพวกคุณๆด้วยค่ะ ที่ต้องทำให้เดือดร้อน"
แป้งบอก
"ฉันเข้าใจว่าลูกใครๆก็รักแต่ที่คุณทำแบบนี้มันไม่ถูกนะ"
"ใช่...ยังโชคดีนะที่ไม่มีใครเป็นอะไร ไม่งั้นเสี่ยกับเมียเอาเรื่องพวกเธอแน่" ชาโดว์ว่า
สมปองกับน้อยหน้าจ๋อย
"เอาน่า ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้ากันก็ดีแล้วใช่ไหม?ไอ้หนู แล้วเอาไงกันต่อล่ะพวกคุณ" น้าสมานถาม
ด.ช.ป้องยิ้มรับ
"พวกผมจะกลับบ้านนอกไปหาเช่าที่ ทำนา ทำไร่ ไม่เอาแล้วครับลูกจ้างคนแบบเสี่ยบุญหนัก"
"ดีแล้วครับ เดี๋ยวผมจะแนะนำพืชเศรษฐกิจให้รู้จัก" หอยแครงบอก
"ไม่ต้องเลย...ฉันรู้น่ะนายหมายถึงอะไร" ชาโดว์ว่า
"อ่ะ...อ่ะ รู้ใจผมอีกแล้ว"
สมปองยิ้ม
"งั้นพวกผมลานะครับ ฝากขอบคุณ คุณจิมมี่ด้วยนะครับสำหรับเงินทำทุน"
ครอบครัวสมปองเดินจากไป
"เงินทำทุน" แป้งทวนคำ
ชาโดว์บอก
"ก็เงินค่าจ้างพวกเราไงล่ะจ๊ะ"
"เฮ้อ...แล้วพ่อนักบุญจิมมี่ไปไหนละเนี่ย" แป้งถาม

จิมมี่ผล๊อยหลับอยู่ข้างเตียงปลายฟ้า ในขณะที่ชาโดว์พาแป้งมาดู
"เธอเคยสงสัยใช่ไหมล่ะ ว่าจิมมี่มักจะไม่ค่อยอยู่ที่บริษัท"
แป้งพยักหน้า
"ถ้าหายตัวไปก็ล่ะก็ สงสัยไว้ได้ก่อนเลยว่าอยู่ที่นี่"
"แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็น "
" ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน...รู้แต่ว่าเธอเคยเป็นคนที่เราต้องคุ้มกัน แล้วทุกอย่างก็ผิดพลาด"
"แต่เธอก็ไม่ตายนี่"
"บางเรื่องความตายก็อาจจะเจ็บปวดน้อยกว่าอยู่แบบเจ้าหญิงนิทรานะ"
แป้งมองไปที่จิมมี่และปลายฟ้าอย่างเห็นใจ
จิมมี่ยังคงนอนหลับสนิทอย่างเหนื่อยอ่อน บนเตียง...นิ้วของปลายฟ้ากำลังขยับเบาๆ
กำลังโหลดความคิดเห็น...