xs
xsm
sm
md
lg

ตี๋ใหญ่ ดับ ดาว โจร ตอนที่ 6

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ตี๋ใหญ่ ดับ ดาว โจร ตอนที่ 6
บริเวณแถวฝึกร่างกายนักเรียนตำรวจตอนเช้า ไซเรนมาไม่ทันเข้าแถว เพราะไม่สบาย เพื่อนร่วมห้องไม่ปลุก ตั้งใจให้โดนลงโทษไปด้วยในที ในแถวนักเรียนขาดไซเรนไป 1 คน ครูฝึกสำรวจจำนวนนักเรียน นักเรียนรายงานยอดขาดไป 1 นาย

“ใครขาด”
“นักเรียนนายร้อยตำรวจ ไซเรน ครับ”
“ไปตามมา”
“ครับ”
นักเรียนคุมแถววิ่งไปตามไซเรน แล้ววิ่งลงมาพร้อมกัน ครูฝึกถาม
“ไปไหนมา”
“ผมไม่สบายครับ”
“ใครนอนห้องเดียวกับเรา”
ไซเรนไม่กล้าบอก เพราะว่าเพื่อนร่วมห้องจะถูกลงโทษด้วย
“ใคร ถ้าไม่บอกก็จะถูกลงโทษทั้งหมด”
เพื่อนร่วมห้องของไซเรน รู้สึกเข้าใจไซเรนมากขึ้น จึงยกมือยอมรับว่าอยู่ห้องเดียวกับเขา
“ดี ที่เรายอมรับ ถือว่าเป็นสุภาพบุรุK ครูจะลงโทษไซเรนคนเดียว ส่วนเราไปเข้าเวรโทษคืนนี้ ไซเรน ในระหว่างที่เพื่อนออกกำลังกายอยู่เนี่ย ให้เธอวิ่งรอบแถว จนกว่าครูจะสั่งเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น”
ไซเรนปฏิบัติตามครูฝึกสั่ง ทั้งๆ ที่ยังป่วยอยู่

จักรอยู่ที่บ้านอัศวิน ดึงภาพออกจากแฟ้ม ทั้งคู่เดินไปคุยไป
“อันนี้เป็นภาพจากวงจรปิดของร้านไอ้ชาติ ภาพนี้ชัดที่สุดแล้วครับ คุณไซเรนเชื่อว่าคนนี้คือตี๋ใหญ่
ส่วนไอ้ชาติบอกไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน มันมาดักปล้นไอ้ชาติ ผมคุ้นๆ แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน“
“แล้วบัญชามาได้ยังไง”
“ไม่ทราบครับ“
“แสดงว่าสอบสวนกลางมาดูคดีรถของเราที่ถูกปล้นเต็มตัวแล้ว”
“รถขนของเราทุกคัน เปลี่ยนเป็นกระจกกันกระสุน และระบบประตูล็อคอัตโนมัติ เปิดได้เฉพาะด้านคนขับเท่านั้นครับ ติดตั้งกล้องทั้งในห้องคนขับ และส่วนที่เก็บของ ออนไลน์ถึงศูนย์ตลอด เราสามารถดูออนไลน์ได้ รวมถึงระบบแผนที่ซึ่งระบุตำแหน่งของรถได้ตลอดเวลา ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติใดๆ ขึ้น ยังมีปุ่มสัญญาณฉุกเฉิน จะส่งสัญญาณเตือนไปที่ห้องควบคุมที่บริษัททันทีครับ”
“นี่ใช้งานได้ทันทีรึเปล่า อืม ทันสำหรับในการส่งของรอบต่อไปใช่มั้ย”
“ครับท่าน พร้อมครับ”
“แล้วอย่าให้การส่งของครั้งนี้รั่วไหลอีกล่ะ ที่ผ่านก็เสียหายจากความไม่รอบคอบมามากแล้ว”
“ครับท่าน ครั้งนี้ผมจะคุมไปเองครับ”

ตี๋ใหญ่นั่งรับโทรศัพท์อยู่ที่โต๊ะอาหารด้านล่างของบ้านพาสเวิร์ด มีเนนั่งอยู่ด้วย
“มีฤกษ์ดีมาบอกอีกแล้วพี่”
“เมื่อไหร่”
“ตอนนี้เลขยังเคลื่อนอยู่พี่ แต่เตรียมตัวได้เลยพี่ ชุดใหญ่”
“สบายดี”
“กินอิ่มสามมื้อ ตื่นตอนเช้า นอนเร็ว ฟิตสุดๆ พี่”
“เออๆ ระวังด้วย”
หลังจากตี๋ใหญ่ได้รับข่าวจากเน เขาก็บอกให้เชนเตรียมตัวสำหรับการปล้นครั้งต่อไป
“เชน เตรียมตัวให้พร้อมนะ ข่าวมาแล้ว อีกไม่กี่วันมันจะส่งของล็อตใหญ่”
“คราวนี้มันคงระวังมากขึ้นนะพี่ พี่วางแผนยังไง”
“ยัง รอเวลากับสถานที่อยู่”
“จะไปไหนกัน ไปด้วยได้นะ ไม่หลง จำได้”
เชนหันมาดุพาสเวิร์ด
“ไอ้เวิร์ด มึง หยุดพูด อยู่นี่แหละ ภาระพี่ตี๋เขา”
ตี๋ใหญ่นิ่งคิดมองหน้าพาสเวิร์ด
“จำอะไรได้”
“ทางไง มีแผนที่อยู่ในนี้”
พาสเวิร์ดชี้ไปที่หัวตัวเอง
“ช่วยจำเส้นทาง จำแม่นนะ อยู่ตรงไหน จริงๆ นะ ชื่อถนนไร บอกมา จำได้ ระยะทาง กี่แยก บอกได้”
เชนมองหน้าตี๋ใหญ่ขอความเห็น
“ก็ดี ลองดู ให้พาสเวิร์ดไปด้วย ครั้งนี้ต้องรอบคอบ”

ที่โรงเรียนตำรวจสามพราน นักเรียนนายร้อยที่ออกกำลังกายเสร็จแล้ว ครูฝึกปล่อยให้นักเรียนขึ้นไปที่กองร้อย เหลือไว้แต่ไซเรนคนเดียว ครูฝึกซ่อมเดี่ยวไซเรนต่อ ไซเรนถูกซ่อม เช่น วิดพื้น พุ่งหลัง งอเข่าครึ่งนั่ง และในระหว่างนั้นเขาเริ่มไม่ไหว ทรุดลงคุกเข่าจนหยิบยาออกมาจะมาพ่น
“ไม่ต้องนักเรียน วางลง ลุกขึ้น ลุกขึ้น”
ไซเรนวางขวดยาพ่น หอบหนักขึ้น
“มองหน้าครู ยืนนิ่งๆ ครูเข้าใจอาการป่วยของมึงดี แต่ถ้าลมหายใจของตัวเองยังเอาชนะไม่ได้ จะลากสังขารไปรับใช้ประชาชนได้ยังไง โรคที่มึงเป็นเนี่ย มึงต้องเอาความแข็งแรงทั้งจิตใจและร่างกาย สู้ ใจเป็นนายกายเป็นบ่าว”
ไซเรนโงนเงน หอบจะทรุด ตาลอย
“ไม่ไหวแล้วครับ ผมไม่ไหว”
“มองหน้าครู มีสติสิวะ มันอยู่ที่ใจ แม่งไอ้พวกใจเสาะ ยืน ใช้ใจมึงยืนไว้ไม่ใช่ขา มึงดูกูนี่ กูเนี่ยกินยาวันละ 20 กว่าเม็ด ไม่รู้กี่โรคกูยังไหวเลย ไอ้ห่ามึงแค่หอบกระจอกชิบหาย”
ไซเรนทรุดลงพ่นยา ครูส่ายหน้า
“ไม่ไหวแล้วครับครู”
ไซเรนสะอื้น
“มึงไปคิดดูดีๆ ว่าสอบมาที่นี่ทำไม เพื่ออะไร เพื่อใคร อุตส่าห์สอบแข่งกับคนทั้งประเทศมาตั้งเท่าไหร่ มึงรู้มั้ยมีอีกกี่คนที่เขาอยากเป็นตำรวจ แค่นี้มึงจะถอดใจแล้วเหรอ แล้วจะไปดูแลปัญหาของประชาชนได้ยังไง”
ครูฝึกเดินออกไป ทิ้งไซเรนให้เจ็บใจในความอ่อนแอของตัวเอง นอนแผ่หราหอบหายใจ ห่างออกมา ตี๋ใหญ่ในชุดตำรวจแอบดูอยู่มุมหนึ่ง มองไซเรนด้วยความเป็นห่วง ไซเรนรู้สึกเหมือนมีคนมองอยู่ เขามองไปที่ตี๋ใหญ่ซึ่งหายไปแล้ว

ตี๋ใหญ่กำลังทุกข์ใจ เดินเหม่อผ่านร้านกาแฟเห็นหลิน จึงตัดสินใจเดินเข้าไปหา แต่ยังไม่ทันจะนั่งหลินก็ชิงทักขึ้นมาก่อน
“เริ่มติดกาแฟแล้วเหรอคะ คุณธาวิน”
“ผ่านมา ฟังอะไรอยู่ครับ"
“พักสมองก็ฟังอะไรไปเรื่อยเปื่อยแหละค่ะ วันนี้มีกลิ่นความเศร้านะ มีอะไรเล่า หลินฟังได้นะคะ"
“คุณชอบฟังเรื่องเกี่ยวกับอะไร"
“ตอนนี้ฟังเรื่องกฎแห่งสุริยะค่ะ หนังสือพูดถึงการใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ โดยการอยู่และยอมรับโดยไม่ทุกข์ ซึ่งโลกของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน โลกของคุณเป็นยังไง เล่าให้ฟังหน่อย”
“โลกของผมไม่สนุกหรอก แล้วโลกของคุณเป็นยังไง"
“โลกของหลิน อาจจะบอกไม่ได้ว่าเป็นสีชมพู สีเขียว หรือสีดำ แต่โลกของหลินสวยมากนะคะ"
“ถ้าคุณอยากช่วยคนๆ หนึ่ง แต่เขาคิดว่าคุณเป็นคนทำลายชีวิตครอบครัวของเขาไปทั้งครอบครัว คุณจะทำยังไง"
“ขึ้นอยู่กับว่าคุณตั้งใจทำลายเขารึเปล่า ถ้าช่วยเขาแล้วคุณสบายใจ ถึงแม้เขาจะไม่ต้องการก็ตาม แต่ใจคุณรู้สึกดีกับสิ่งที่ทำก็ทำเถอะค่ะ หลินกำลังจะไปที่ร้าน คุณไปนั่งเล่นได้นะ ได้กลิ่นหอมๆ จะได้สบายขึ้น ท่าทางคุณจะยังไม่ได้นอน"
“ความง่วงมีกลิ่นด้วยเหรอ”
“แล้วจริงมั้ยล่ะ”




ตี๋ใหญ่ ดับ ดาว โจร ตอนที่ 6 (ต่อ)
ธารใสเดินอยู่ใต้แฟลตตำรวจ เสียงตี๋ใหญ่ดังขึ้น

“ขอโทษครับ คุณรู้จักลูกดาบยุทธใช่มั้ยครับ”
ธารใสหันมาเห็นตี๋ใหญ่ สวมแว่นตา ใส่หมวก
“ค่ะ รู้จัก ไซเรน”
“ผมมีของที่ดาบยุทธฝากไว้ ยังไงฝากให้ด้วยนะครับ ”
“ได้ค่ะ กำลังจะไปเยี่ยมวันนี้พอดีเลย ”
ตี๋ใหญ่ส่งซองให้ธารใส จากนั้นธารใสก็ไปหาไซเรนที่โรงเรียนตำรวจ
“เป็นไงบ้างไซเรน”
“สบายดี มาทำไมลำบากเปล่าๆ เราขอโทษที่พูดไม่ดีกับธารใสวันก่อนที่ร้านพระ”
“ไม่เป็นไรเลย เราเข้าใจ อยากมาหา กินข้าวบ้างมั้ยเนี่ย ได้นอนบ้างหรือเปล่า ตาโหลเชียว”
“ไม่ต้องห่วง สบายมาก ที่นี่เขาเลี้ยงดีจะตาย ห้องเรานอนกันสี่คน แต่ช่วงแรกโดนจวกเยอะหน่อย”
ธารใสงงๆ ดันซองให้แบบแอบๆ
“จวก จวกหมายถึง”
“อ๋อ จวก จวกหมายถึง แบบเวลาพวกเราทำอะไรผิด ครูเขาก็จะแดกเรา ลงโทษเราอะไรเงี้ย ที่นี่เขาเรียกโดนจวก”
ไซเรนเผลอหัวเราะ
“แล้วเรนโดนอะไรบ้าง“
“ก็เยอะอ่ะ พุ่งหลังบ้าง”
“แล้วยังหอบอยู่ปะ“
“นิดหน่อย ครูเขาถึงพยายามเคี่ยวให้เราแข็งแรงขึ้นแหละ”
ไซเรนก้มหน้าเงียบไปครู่หนึ่ง
“ความจริง ร่างกายอ่อนแออย่างเรา บางที่อาจจะไม่เหมาะกับที่นี่ก็ได้”
ธารใสดันซองให้แบบแอบๆ
“เอ้ยอย่าท้อดิ เดี๋ยวก็ดีเอง อ่ะยา เอาไว้ใกล้ๆ ตัว อย่าลืมนะ เออๆ มีคนฝากของมาให้ด้วย”
ไซเรนมองซองที่ฝากมา งงแปลกใจ พร้อมแกะซองดู มือสั่น โกรธ พร้อมตะโกนใส่หน้าธารใส
“ใครฝากมา”
“เราไม่รู้ เขาบอกว่าเป็นญาติของพ่อไซเรน เราเลยรับมา นึกว่าของสำคัญของพ่อไซเรน”
ไซเรนโกรธฟึดฟัด จะออกไปหน้าโรงเรียนเพื่อไปหาตี๋ใหญ่ ธารใสรั้งไว้แต่ไซเรนเผลอผลักจนกระเด็นล้มลง
“ที่ไหน มันเอามาให้ธารใสที่ไหน ที่แฟลตใช่มั้ย”
ธารใสวิ่งตามไซเรนออกไป ไซเรนเดินจะออกจากโรงเรียน มือกำเชือกและซองกระดาษแน่น เจอครูฝึกคนเดิม ซึ่งกำลังเดินฝึกหมู่อื่นอยู่ เห็นอาการไซเรนจึงเรียก แต่ไซเรนไม่หยุด ครูฝึกเดินขนานไป เตือนไป เรียกไซเรนให้หยุด ไซเรนเดินไปหอบไป
“จะไปไหน หยุดนักเรียน ครูบอกให้หยุด ขัดขืนคำสั่งมีโทษนะนักเรียน”
ไซเรนไม่หยุด หอบมากแต่ยังไปต่อ ธารใสเดินตามมา
“ไซเรนเป็นอะไร เราทำอะไรผิดเหรอ เราขอโทษ”
“นี่อะไรรู้มั้ย นี่มันเป็นเชือกที่ไอ้ชั่วนั่นใช้แขวนคอพ่อเราจนพ่อเราขาดใจตาย มันเอามาให้ธารใสที่ไหน มันเอามาให้เมื่อไหร่ ที่ไหน”
ไซเรนเดินต่อไป
“นักเรียนทำอะไรคิดให้ดี เราเข้ามาเรียนที่นี่เพื่ออะไร เพื่อใคร ใครอยากให้เธอเป็นตำรวจ เธอลืมไปแล้วเหรอ”
“มันทำลายครอบครัวผม ครูจะให้ผมอยู่ที่นี่แล้วให้มันนั่งหัวเราะเยาะผมอยู่ข้างนอกนั่น โดยที่ไม่มีใครทำอะไรได้เลยงั้นเหรอครับ”
ไซเรนปั๊มยาขยายหลอดลม แล้วค่อยลุกขึ้นยืน ธารใสตกใจทำอะไรไม่ถูก
“ครูเข้าใจเรื่องครอบครัวเธอ แต่แค่ลมหายใจตัวเองยังเอาชนะไม่ได้ จะไปทำอะไรได้ พ่อเธอคงภูมิใจมากกว่าถ้าเธอได้ไปจับมันด้วยมือเธอเอง ในฐานะตำรวจ ไม่ใช่นักเรียนตำรวจที่โดนไล่ออกจากโรงเรียน”
ไซเรนหยุดชะงักจากคำพูดของครู เขามองไปที่ประตู แล้วเดินกลับไปในโรงเรียน เขานั่งอยู่ในห้องคนเดียว มองเชือกและหยิบซองมาดู พบว่าภายในซองว่ามีโทรศัพท์อยู่ เขาเปิดดูไม่พบเบอร์เก่าใดๆ โทรออกก็ไม่ได้ ไซเรนสับสนเคียดแค้น กำโทรศัพท์แน่น
ตอนเช้า ไซเรนฝึกคนเดียวอย่างบ้าคลั่ง จนหอบ นั่งตัวสั่น นึกถึงภาพที่แม่ พ่อ น้องสาว ตาย เขาหอบหนัก เอาขวดยาพ่นออกมาวางตรงหน้า ทุบทำลายในที่สุด

ธารใสเข้ามาในห้องมิลค์ ซึ่งเปิดเพลงลั่นเต้นอยู่บนเตียง มิลค์เริ่มไม่สนใจอะไรมากขึ้น ธารใสเข้ามา มิลค์ไปสูบบุหรี่ที่หน้าต่าง สภาพค่อนข้างโทรม
“เอ๊ย เดี๋ยวนี้สูบบุหรี่ด้วยเหรอ”
“นิดหน่อย”
ธารใสมองไปที่หน้าต่างสังเกตเห็นก้นบุหรี่เต็มไปหมด
“ทำไมไม่ค่อยไปเรียนพิเศษเลย”
“พอแล้วไอ้โอเอเน็ทอะไรนั่น ไร้สาระ ชีวิตเราจะไปต่อไม่ได้เลยหรือไง ถ้าไม่ได้เรียนมหาลัย มันจะเป็นจุดจบของชีวิตเลยใช่มั้ย อย่าบอกว่าจะมาชวนไปเรียน”
“แต่มันก็เป็นทางเลือกที่คนส่วนใหญ่เขาทำกันไม่ใช่เหรอ แล้วมันก็พิสูจน์แล้วว่ามันช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นกว่าไม่มีไม่ใช่เหรอ ปริญญาน่ะ”
“ฉันว่าเราแค่ต้องเก่งอะไรก็ได้อย่างหนึ่งน่ะพอละ แต่ฉันแค่ยังนึกไม่ออกว่าอยากทำอะไร”
“พ่อเธอกลับเมื่อไหร่”
“หึ มีอะไรกับป๊าเหรอ กลับเย็นๆ มั้ง”

เวลาผ่านไป ไซเรนค่อยๆ แข็งแรงขึ้น เขาฝึกรวมกับคนอื่น แต่ยังรั้งท้ายอยู่บ้าง ครูฝึกหันมาถาม
“ไหวมั้ยนักเรียน”
“ไหวครับ”
“ดี อีกรอบไปได้”
ไซเรนวิ่งออกไป ครูฝึกแอบยิ้มในความสำเร็จของเด็กหนุ่ม

หลังจากที่ตี๋ใหญ่หลับไปได้พักใหญ่ในร้านเครื่องหอมที่หลินทำงานอยู่ เขาลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นหลินนั่งอยู่ข้างๆ นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่ตี๋ใหญ่สามารถหลับสนิท และตื่นขึ้นมาไม่มีอาการระแวงกับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง
“หลับสบายมั้ยคะ คุณธาวิน”
“ร้านคุณใส่กลิ่นยานอนหลับไว้ทั้งร้านใช่มั้ยครับ ผมหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ตัวเลย”
“ค่ะ แล้วคุณรู้สึกสบายขึ้นมั้ยคะ”
“หลับสนิทในรอบหลายปีเลยล่ะ คุณจะปิดร้านหรือยังครับ”
“ยังค่ะ อีกสักพัก ไปไหนมาคะถึงได้มาถึงร้านได้วันนี้”
“ผมมาหาคุณครับ ก็ ก็ วันก่อนคุณชวนผมมาที่ร้านคุณนี่ครับ”
“อ๋อค่ะ ฉันชวนคุณมา”
“เมื่อวานผมไปหาคนที่ผมอยากช่วยเขามา”
“เขาเป็นอย่างไรบ้างคะ ”
“เขาไม่เห็นผมหรอกครับ ผมดูอยู่ห่างๆ แต่เขาคงอยากเจอผมมากๆ”
“เจอคุณ ทำไมเหรอคะ”
“เขาอยากให้ผมตาย แต่ผมเข้าใจความรู้สึกของเขาตอนนี้เป็นอย่างดี ผมเคยรู้สึกอยากฆ่าใครมากๆ แบบนี้เหมือน"
“แล้วคุณทำสำเร็จมั้ยคะ”
“ยัง แต่มีคนบริสุทธิ์ต้องตายกับความแค้นของผม”
“คุณอยากหยุดมั้ยคะ หนึ่งชีวิตของคนหนึ่งคนไม่ได้ยืนยาวมากนักหรอกนะคะ คุณใช้ชีวิตอยู่กับอดีตที่มันทำร้ายคุณมานานเกินไปหรือเปล่าในเมื่อความจริงมันคือเวลานี้ที่คุณมีลมหายใจอยู่ และคุณก็ไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้”
“ก็จริงของคุณ”
“เดี๋ยววันนี้ให้น้ำมันหอมไปหยดที่หมอนนะคะ จะได้นอนหลับสบาย”
“ไม่ดีกว่าครับ มานอนที่นี่ หลับสบายกว่าเยอะ”




ตี๋ใหญ่ ดับ ดาว โจร ตอนที่ 6 (ต่อ)
ธารใสนั่งกินข้าวอยู่กับมิลค์ อัศวินตักอาหารให้อย่างอบอุ่น มิลค์เขี่ยๆ กินไม่ลง

“กินข้าวด้วยกันก่อนลูก แล้วที่เล่าว่า มีคนฝากของให้ยุทธ แต่กลายเป็นเชือกที่ไซเรนบอกว่าเหมือนเชือกที่ติดอยู่กับคอยุทธตอนยุทธตาย”
“ใช่คะ”
“ไม่เห็นมีเหตุผลเลย มันต้องโรคจิตแน่ๆ” มิลล์เปรย
“แล้วหนูเห็นหน้าเขามั้ย”
“เห็นค่ะ แต่จำไม่ได้ เขาใส่หมวก ใส่แว่นกันแดด เลยไม่ได้เอะใจค่ะ หนูขอโทษ”
“ใกล้ขนาดนั้นจำไม่ได้เหรอ ต้องไม่หล่อแน่ๆ” มิลค์กระเซ้า
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร”
“แต่หนูเป็นห่วงไซเรนค่ะ เขาดูไม่เหมือนเดิมเลย”
“คนเพิ่งผ่านเรื่องร้ายๆ มา หนูต้องให้กำลังใจเขาเยอะๆ นะ เขากลับมาคราวหน้าอาจะคุยกับเขาดู เดี๋ยวอาให้จักรไปส่งนะ อยู่แฟลตตำรวจใช่มั้ย”
ธารใสพยักหน้า จักรขับรถไปส่งธารใสที่แฟลต โดยมิลค์นั่งมาส่งเป็นเพื่อน
“ธารใส วันหน้าเธอไปหาไซเรนชวนฉันด้วยนะ ไปด้วย”
ธารใสเหม่อลอยคิดถึงไซเรน นิ่งไม่ตอบ
“ธารใส ใจลอยไปไหน คิดถึงไซเรนหรอ”
“อืม ที่ไปหามาล่าสุด ฝึกหนัก ผอมลงถนัดตาเลย แล้วนี่ยังจะมาเรื่องของที่เราเอาไปให้อีก เป็นห่วงน่ะ”
“ดีจัง เธอยังมีคนให้ห่วง ฉันไม่มีใครสักคนให้เป็นห่วง”
“แต่คุณมิลค์ก็มีคนที่คอยเป็นห่วงคุณมิลค์อยู่” จักรบอก
“มีด้วยหรอ นอกจากป๊า ฉันก็ไม่เห็นจะมีใคร”
“ครับ ผมว่ามีนะ”
จักรจ้องตา

ไซเรนกับเพื่อนซ้อมการใช้ปืน ฝึกท่ายิงต่างๆ พร้อมกัน จากนั้นเขาฝึกหนักคนเดียว มีครูฝึกเฝ้าดูอยู่ห่างๆ หลายครั้งที่ไซเรนเหมือนจะไม่ไหวแต่ก็ฮึดกลับมาได้

อัศวินเรียกจักรมาพบ
“ตี๋ใหญ่มันพยายามติดต่อกับไซเรน ไม่รู้ว่ามันจะทำอะไร”
“เท่าที่ผมให้สายผมสืบๆ ดู ยังไม่มีใครเคยเห็นหน้ามันเลยครับท่าน แล้วที่มันติดต่อไซเรน มันติดต่อยังไงครับ”
“มันฝากของไปกับธารใส ช่วงนี้ลองให้คนตามๆ ธารใสหน่อย เผื่อมันลอบกัด”
“ครับท่าน”
“แล้วของล็อตนี้ ต้องส่งให้ถึงมือเจ้าของนะ ถ้าพลาดถึงขั้นจบกันหมด ส่วนเวลาสถานที่รอก่อน”
เสียงข้อความเข้าที่โทรศัพท์ของอัศวิน เป็นข้อความจากธนาคารว่ามิลค์ถอนเงิน
“ช่วงนี้ฝากดูๆ มิลค์หน่อยนะ ไม่รู้เอาเงินไปใช้อะไร วันนี้ก็ถอนไปอีกสามหมื่น”
“ครับท่าน “
จักรทำความเคารพก่อนออกจากห้องอัศวินไป

ไซเรนแข็งแรงขึ้น ดูเหมือนจะไม่มีอาการหอบให้เห็นแล้ว ต่อยมวยกับเพื่อนอย่างบ้าคลั่ง ระบายความแค้นออกมาในที ตี๋ใหญ่ยิ้มโล่งใจ ดีใจด้วย

อัศวินอยู่ที่สำนักงานตำรวจ เขาพูดโทรศัพท์กับสัวซึ่งอยู่ในคุก
“คราวนี้ให้ทางคุณสัว กำหนดเวลาสถานที่ได้เลย ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่า เกลือที่มันเป็นหนอน มันมาจากฝั่งไหนแน่”
สัวใส่หูฟัง ออกกำลังกายไปพูดโทรศัพท์ไป สัวเป็นขาใหญ่ในคุก หน้าตาหล่อสะอาด สุภาพ เป็นพ่อค้ายาที่ต่างจากที่เราเคยเห็นโดยสิ้นเชิง แต่เมื่อมองเข้าไปในแววตาจะพบความเยือกเย็นและยากจะคาดเดา
“ดีครับ งั้นอีกสองวัน เป็นที่อู่”
เนกำลังสักให้ลูกน้องสัว เงี่ยหูฟังไปด้วย

กลางดึกคืนหนึ่ง โทรศัพท์ที่อยู่ในซองเดียวกับเชือก สิ่งที่ไซเรนรอคอยก็เกิดขึ้น โทรศัพท์สั่นขึ้น เขาแอบไปคุยที่ห้องน้ำ ปลายสายคือตี๋ใหญ่ ทั้งคู่เงียบกันอยู่พักใหญ่
“มึงต้องการอะไร หะ”
“ผมเสียใจ ผมพยายามช่วย”
“เสียใจ เลยส่งเชือกที่พวกมึงฆ่าพ่อกูมาให้ดู ทำไม ไอ้โรคจิต”
“ผมบอกคุณแล้วมันจะฆ่าผมเหมือนกัน”
“มึงมันก็ไอ้โจรชั่วเหมือนกันนั่นแหละ มึงแน่จริงใช่มั้ย ทำเป็นตั้งชื่อตี๋ใหญ่ มึงมันก็แค่คนชั่ว มึงมาเจอกูสิ ถ้ามึงแน่จริง”
“บางอย่างมันก็ไม่ได้ชัดอย่างที่คุณเห็น ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด”
“หยุดพล่ามเหอะ กูจะอ้วก”
“ได้ งั้นเราเจอกัน”
“ที่ไหน”
ไซเรนระบายออกโดยการเอาหัวโขกกระจกแตก

จ่าแดงกับน้ำผึ้ง ไปตามสืบคดีกับสายคนหนึ่ง ที่โต๊ะสนุ้ก
“ไง ได้ไรมั้ย” จ่าแดงถาม
“มีอยู่ครั้งเดียวที่ผมจำได้นะพี่แดง ตอนผมอยู่ที่เรือนจำ มีคนหนึ่งมันบอกว่า มีคนชื่อตี๋ใหญ่เคยช่วยมัน ตอนนี้มันยังติดอยู่เลย คดีค้ายา ชื่อ เน อะไรนี่แหละ”

เชนพาพาสเวิร์ด ซ้อนมอเตอร์ไซค์ลัดเลาะจนไปจอดหน้าอู่ พาสเวิร์ดทำท่าเหมือนไม่ใส่ใจ ดู สนุกกับการซ้อนมอเตอร์ไซค์
“เอาให้ได้เรื่องนะโว้ยพาสเวิร์ด”
“เรื่อง มีเรื่องอะไรเหรอ ล้อเล่นๆ ไปๆ พอแล้วเบื่อแล้ว”

ที่สำนักงาน SG Security จักรเตรียมยาด้วยตัวเอง เขาเอายาห่อกระดาษใส่ถุงพลาสติกธรรมดาๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน จากนั้นเขากลับมาที่บ้านอัศวิน ออกกำลังกายอย่างหนัก มิลค์เดินเข้ามาหา
“ทำไรอยู่ สอนเล่นมั่ง”
จักรมองหน้ามิลค์ แล้วเล่นต่อ เพราะไม่คิดว่ามิลค์จะพูดจริง
“เร็วดิ สอนหน่อย อยากออกกำลังกายจริงๆ”
จักรสอนมิลค์ออกกำลังกาย สักพักจึงพูดขึ้น
“พักนี้คุณใช้เงินทำอะไร ท่านเริ่มสงสัย”
“ก็นายหาของให้ฉันไม่ได้ ฉันก็ต้องไปหาจากที่อื่น”
“ผมว่าคุณใช้มันแค่สนุกๆ น่าจะดีกว่านะครับ ถ้าติดขึ้นมาจะยุ่ง”
“ไม่ติดหรอกน่า ขำๆ ถ้านายไม่อยากให้ฉันไปซื้อกับคนอื่น ก็แบ่งของนายมาให้ฉันสิ”
จักรมองหน้ามิลค์ และเลิกสอน
“ถ้าคิดจะพึ่งยาก็ไม่ต้องออกกำลังกาย”




ตี๋ใหญ่ ดับ ดาว โจร ตอนที่ 6 (ต่อ)
พาสเวิร์ดเล่นแท็ปเล็ตไปรายงานไป กินน้ำอัดลมไป

“อู่ ถ้าเข้าทางซอย 27 ระยะ 1200 เมตร มีโรงเรียนรถติดแน่ ให้เลี้ยวขวาออกซอย 29 ระยะ 1600 เมตร ถึงสามแยก สะดวกกว่า ในอู่เปิดเก้าโมงเช้าปิดสามทุ่ม ช่าง 4 คนวันนี้มีรถ ดูแล้วไม่มีกล้อง”

ไซเรนนอนหลับอยู่ โทรศัพท์ที่เก็บไว้ในปลอกหมอนหล่น เขาเปิดดูเป็นข้อความบอกสถานที่และเวลาของวันพรุ่งนี้ ไซเรนเปลี่ยนชุดเรียบร้อย เดินผ่านพระรูป ร. 5 ทำความเคารพ แล้ววิ่งหลบปีนออกนอกรั้วไป

ตอนเช้า เชนตรวจดูความเรียบร้อยของมอเตอร์ไซค์ หันไปเก็บเครื่องมือ หันกลับมาอีกทีพาสเวิร์ดไปคร่อมมอเตอร์ไซค์รออยู่แล้ว
“ไปยัง “
“ลงเลย รออยู่นี่แหละ เดี๋ยวมา“
ตี๋ใหญ่ลงมา แล้วสั่ง
“ถ้าพวกพี่ไม่กลับมาเงินอยู่ที่ตู้เหล็กบนห้อง“
ตี๋ใหญ่คร่อมรถ
“ปิดประตู“
เชนหันไปสั่ง พาสเวิร์ดจำใจปิดประตูแต่ตายังมองอยู่ จากนั้น เขาเดินเร็วคำนวณเวลาที่จะเดินไปถึงอู่ สุดท้ายเปลี่ยนเป็นวิ่ง หน้าตาสนุก
“ลัดไปทางซอยยี่สิบสาม ออกยี่สิบเก้า ผ่านโรงเรียน เจ็ดพันสองร้อยห้าสิบเมตร ยกนาฬิกาขึ้นดู สามเมตรใช้หนึ่งวินาที“
จักรขับรถอยู่ อัศวินโทรศัพท์มาหา
“จักรวันนี้ไม่ต้องเอารถบริษัทไปนะ ไปที่อู่ที่ซอย 29 แล้วก็ไปคนเดียวนะ เดี๋ยวนี้เลย“
เวลาเดียวกันนั้น จักรขับรถอยู่ ตี๋ใหญ่ซ้อนมอเตอร์ไซค์เชน ไซเรนเดินหาซอยอยู่ จักรขับรถเข้าไปจอดในอู่ซ่อมรถ เขาลงจากรถแปลกใจที่อู่ดูไม่มีคนเลย เขาเดินไปเห็นเด็กอู่ล้างอะไหล่อยู่ พอหันหน้ามาเป็นเชน
“มาหาเฮียเหรอ ด้านในเลยพี่“
จักรเดินเข้าไปข้างใน เชนจ่อปืนจากด้านหลัง ตี๋ใหญ่โผล่จ่อปืนจากด้านหน้า
“ทิ้งของลง"
เชนขู่ จักรทำตาม เชนเตะย่ามกลางห้อง เป็นจังหวะเดียวกันกับทั้งจักรชิงโอกาส จักรถอยหลังไปจนเชนล็อคมือที่ถือปืนเอาไว้ เป็นจังหวะเดียวกับที่เชนล้วงปืนจากเอวจักรได้ จักรดันเชนไปจนชิดตู้เครื่องมือด้านหลัง ปืนจักรหล่น จับปืนในมือเชนยิงไปที่ตี๋ใหญ่ ตี๋ใหญ่หลบ ไม่ได้ยิงตอบเพราะห่วงเชน พาสเวิร์ดทะเร่อทะร่าเข้ามากลางดงปืน เชนพยายามฝืนแต่จักรยังยิงได้เฉี่ยวพาสเวิร์ดไป พาสเวิร์ดนั่งลงอุดหู ตี๋ใหญ่เข้ามาลากพาสเวิร์ด จักรสะบัดหัวโขกเชนจากด้านหลัง เชนทรุดลงแต่ยังล็อกจักรแน่น
จักรลากเชนไปหลบ ตี๋ใหญ่ลากพาสเวิร์ดหลบ ลัดเลาะตามหลืบ แต่พาสเวิร์ดชนของล้มเสียงดังอีก คราวนี้ตี๋ใหญ่เลยดันให้พาสเวิร์ดไปหลบอยู่ใต้รถคันหนึ่ง จักรสะบัดเชนล้มทับโต๊ะไปด้วยกัน ตี๋ใหญ่โผล่จะมายิงก็ไม่ได้ จักรปลดปืนได้แล้วเอาเชนมาเป็นโล่ห์ ดันเชนไปโดนปุ่มยกรถขึ้น รถลอยขึ้นทำให้เห็นพาสเวิร์ดนอนหลบอยู่ ตี๋ใหญ่ส่งสัญญาณให้พาสเวิร์ดหนี จักรจะยิงพาสเวิร์ด เชนดันตัวสู้ จักรยิงขาเชนทรุดลง
ตี๋ใหญ่ตะโกนบอกพาสเวิร์ดให้วิ่ง พาสเวิร์ดวิ่งออกไป จักรลากเชนเข้าไปใกล้ถุงยา ตี๋ใหญ่ขยับคุมเชิงออกมา ทำให้ไซเรนเห็นว่าเป็นตี๋ใหญ่ จักรจะหยิบถุงยา ตี๋ใหญ่ยิงโดนบะหมี่ที่ใส่ปนมากระจาย ไซเรนมองยาแล้วมองจักร งงๆ เต่จักรไม่เห็นไซเรน จักรหยิบถุงยาถอยหลัง หยิบปืนตัวเองที่ตกอยู่ ตี๋ใหญ่คืบตาม จนเข้ามาให้ไซเรนเห็น ไซเรนมองให้ชัดว่าน่าจะเป็นตี๋ใหญ่แน่แล้ว
ไซเรนบ้าเลือดจะพุ่งออกไปอย่างไม่กลัวปืน เป็นจังหวะเดียวกับที่จักรผลักเชนใส่ตี๋ใหญ่แล้วฉากไปหลบ ไซเรนวิ่งจะถึงตัวตี๋ใหญ่ แว่บแรกตี๋ใหญ่เกือบยิง จักรหันมาเห็นไซเรนตกใจ ไซเรนพุ่งใส่ตี๋ใหญ่จนล้มลง กอดปล้ำกัน ตี๋ใหญ่ไม่อยากทำร้ายไซเรน เชนกระเผลกเข้ามาลากไซเรนที่เหมือนหมาบ้าในขณะนี้ เหวี่ยงออกไป ตี๋ใหญ่ลุกขึ้นวิ่งออกไป จักรขับรถหนีไป
พาสเวิร์ดวิ่งอยู่ ผ่านกลุ่มเด็กนักเรียนหลบทางให้พาสเวิร์ด พากันหัวเราะพาสเวิร์ด ไซเรนลุกขึ้นมา หยิบประแจเหวี่ยงใส่เชนจนต้องลากขาถอยกรูด พลางหยิบอุปกรณ์ซ่อมรถปาใส่ไซเรน อันสุดท้ายโดนหัวไซเรนเต็มๆ เฮียเจ้าของอู่ถูกมัดอยู่ ไซเรนทรุดลงกุมหัวเลือดอาบ ตี๋ใหญ่กลับมาพร้อมกับมอเตอร์ไซค์ เชนลากขามาซ้อนรถ ไซเรนวิ่งมาไม่ทัน รถออกไปไกลแล้ว ไซเรนหันมองรถในอู่ เจอคันหนึ่งสตาร์ทติด
ตี๋ใหญ่ออกตัวไปยังไม่ถึงประตูอู่ รถก็ดับ ตี๋ใหญ่สตาร์ท ไซเรนถอยรถมาเห็นตี๋ใหญ่ ถอยมาจะชน ตี๋ใหญ่สตาร์ทติดพุ่งรถออกไปได้ฉิวเฉียด ตี๋ใหญ่หนีออกประตูไปได้
ไซเรนกลับรถมาอย่างเร็ว กำลังจะพุ่งออก มีเด็กกลุ่มหนึ่งตัดหน้า ไซเรนเบรคแต่รถปักเข้าไปในกลุ่มเด็กนักเรียน รองเท้ากระเด็นและเลือดค่อยๆ ไหล ไซเรนหน้าซีดสุดขีด เด็กนอนระเกะระกะเต็มถนน ไซเรนอุ้มเด็กคนหนึ่งเลือดท่วม ร้องตะโกนให้คนช่วย ตี๋ใหญ่ได้ยินเสียงหยุดรถมอง ช็อคเหมือนกัน

หน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล บรรยากาศวุ่นวาย มีพ่อแม่ของเด็กหลายคน บ้างเป็นลมเพราะรู้ว่าลูกตาย บ้างคาดคั้นเอากับพยาบาลถึงอาการของลูกตน ไซเรนเสื้อเปื้อนเลือดนั่งกุมหัวช็อค ร้องไห้ ธารใสเพิ่งมาถึงเข้ามาปลอบ
“เกิดอะไรขึ้นอ่ะ แล้วไซเรนไปขับรถใคร”
“เราไม่ได้ตั้งใจ เราตามไอ้ตี๋ใหญ่ไป แล้วๆ เด็กๆ”
ไซเรนสะอื้นออกมา บรรยากาศระงมไปด้วยเสียร้องไห้ของญาติเด็กๆ แล้วก็มีคนหนึ่งชี้มาที่ไซเรน
“ฆาตกร“
ทุกคนเริ่มกรูเข้ามารุมด่าไซเรนต่างๆ นานา ไซเรนถูกล้อม แม่เด็กคนหนึ่งตบหน้าไซเรนอย่างจัง คนอื่นเลยรุม ชุลมุน ธารใสเข้ามาช่วยจึงโดนไปด้วย ตำรวจมาช่วยห้าม
เวลาต่อมา อัศวินกับไซเรนและตำรวจคนหนึ่งอยู่ไกลออกไป จักรกำลังเคลียร์เรื่องทั้งหมดแทน อัศวินหันมาพูดกับตำรวจ
“เดี๋ยวพี่ให้คนไปทำเรื่องประกันที่สน.นะ”
ญาติๆ ตะโกนมา
“ชนเด็กตาย 4 คน ยังจะให้ไอ้เด็กเปรตนั่นประกันอีกเหรอ ไอ้เด็กชั่ว”
จักรรีบบอก “ผมกราบขออภัยแทนหลานด้วยครับ แกไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ครับ แล้วก็สำนึกแล้วด้วย เรื่องการจัดงานศพ และค่าเสียหายทางเราจะดูแลเต็มที่”
“เอาชีวิตลูกมึงมาแลกมั้ยล่ะ กูจะฟ้องมึงจนกว่ามึงจะติดคุก คอยดู”
ญาติอีกคนอยากได้เงิน รีบถาม
“คุณจะให้เท่าไหร่ล่ะ”
“นั่นดิลูกฉัน ฉันเลี้ยงมาจะมาให้หมื่น สองหมื่นไม่ได้นะ”

มุมหนึ่งของโรงพยาบาล อัศวินคุยกับตำรวจอยู่ ไซเรนสะบักสะบอมคิ้วแตก ปากแตก เลือดกำเดาไหล ธารใสกำลังเอากระดาษชุบน้ำเช็ดเลือดให้ ไกลออกไปยังเห็นญาติวุ่นวาย มีจักรเคลียร์อยู่ไกลๆ ตำรวจอีกคนปรามๆ อยู่
“ประกันได้ยังไง เส้นใหญ่นักเหรอวะ”
“ไปไซเรน เราไปคุยกันที่บ้าน”
อัศวินเดินออกไป แต่ก็ต้องหันกลับมาดู เพราะไซเรนไม่ได้ตามมาด้วย ไซเรนส่ายหน้า ร้องไห้ “ผมทำผิด ผมต้องรับผิด”
“ไซเรนฟังนะ มันเป็นอุบัติเหตุ และนี่ก็เป็นความผิดครั้งแรก อาทำเรื่องประกัน และเสียค่าปรับกับดูแลค่าใช้จ่ายให้ญาติๆ ก็พอแล้ว ไม่มีใครต้องติดคุกหรอก”
อัศวินจะพาไซเรนเดินออกมาแต่ไซเรนไม่ขยับตาม
“คุณอาไม่ต้องประกัน ไม่ต้องเสียค่าปรับ ผม ผม”
“ไซเรน ถ้าเธอติดคุก หรือแม้กระทั่งมีคดีความ เธอจะกลับเข้าไปโรงเรียนนายร้อยตำรวจไม่ได้อีกแล้วนะ ใจเย็น ตั้งสติดีๆ อารู้ว่าเธอเสียใจ แต่จะเอาอนาคตมาทิ้งแบบนี้ไม่มีเหตุผลน่า”
ญาติๆ ตะโกนมา
“กูจะฟ้องให้ถึงที่สุด มึงเอาลูกกูคืนมาสิ”
“อารู้ว่าเธอเสียใจ แต่มีสติก่อน ทำตามอาบอกละกัน”
ธารใสเข้ามา “เธอก็ยอมรับผิดอยู่แล้ว เธอไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุ”
“ใช่เราไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ผิด ผมจะเป็นตำรวจที่ดีได้ยังไง ถ้าทำผิดแล้วยังไม่กล้าที่จะรับผิด กฎหมายมันจะศักดิ์สิทธิ์ได้ยังไง”
อัศวินผิวหวังที่เกลี้ยกล่อมไซเรนไม่ได้ และรู้ว่าไซเรนแรงเกินกว่าที่จะฟังเขาแล้ว ไซเรนยื่นมือให้ใส่กุญแจมือ แต่ตำรวจไม่ใส่ยิ้มให้อย่างเข้าใจในความมุ่งมั่นของเด็กคนหนึ่งซึ่งหาได้ยากในยุคนี้ ไซเรนไหว้อัศวินและเดินออกไปผ่านธารใส ยิ้มฝืนๆ ให้น้ำตาคลอ ธารใสทรุดลงนั่งร้องไห้ อัศวินนั่งลงข้างๆ จักรยืนอยู่ห่างๆ ไซเรนยืนก้มหน้าอยู่ ประตูเหล็กลูกกรงคุกปิดลง

อ่านต่อตอนที่ 7




กำลังโหลดความคิดเห็น...