xs
xsm
sm
md
lg

สะใภ้จ้าว ตอนที่ 15

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


สะใภ้จ้าว ตอนที่ 15

วันต่อมา ที่โถงห้องสมุดมีการเตรียมงานวันอุทิศหนังสือ
 
มีการจัดบอร์ดนิทรรศการ สาลิน บราลี ลลิตา แว่นต่างช่วยกันติดภาพที่บอร์ด แว่นหยิบหนังสือขึ้นมาจากกองเล่มหนึ่ง เปิดดูแล้วมองมือสั่น หน้าแดง หอบหายใจแรง
สาลินถาม
"นายแว่นเป็นอะไร"
"ปละ เปล่าครับ"
"อ่านอะไรน่ะ"
ลลิตาจะดึงไปอ่าน แว่นรีบดึงกลับ
"ไม่มีอะไรครับ คุณเป็นผู้หญิงอย่าอ่านเลยครับ"
"ปล่อย นายแว่น" บราลีว่า
สามสาวรุมอ่านทันที
ในเล่ม เป็นรูปวาดอัศจรรย์ แขกโบราณ จูบปากกอดรัดกันนัวเนีย บางภาพเป็นการร่วมเพศ /
"ว้าย ภาพโป๊แนวอัศจรรย์ ว้าย สลับหัว สลับหาง กลับล่าง บิดบน ว้ายจะเป็นลม" ลลิตาว่า
"ใครเอามาบริจาคนะเนี่ย เอาไปทิ้งเถอะ" บราลีบอก
"อย่าทิ้งครับ ขอผม"
"เอาทำอะไร" ลลิตาถาม
"ไว้ทำตาม เอ๊ย....เอาไปศึกษาน่ะครับ"
"เดี๋ยวขอฉันศึกษาก่อน"
สามสามรุมกันดูอีกครั้ง หัวเราะกันคิกคัก พลิกไปอีกหน้าทั้งสามทำหน้ายี้ เบือนหน้าหนีพร้อมกัน แต่แล้วพอทำใจได้ ก็หันมามองดูใหม่ เริ่มวิพากษ์วิจารณ์
"มันเป็นอย่างนี้เองเหรอ" สาลินบอก
"ก็ใช่น่ะซี"บราลีว่า
"น่ากลัวจัง ฉันไม่มีสามีแล้วล่ะชาตินี้"
ไนเจลหน้าเครียดโผล่มา
"นี่คุณสามคน จะทำงานหรือจะเล่นเพื่อน"
ทั้งสามหญิงสะดุ้ง
"ว้าย เล่นกะเพื่อนค่ะ ไม่ใช่เล่นเพื่อน"
"ไม่ต้องมาแก้ผ้า เอ๊ย แก้ภาษาให้ผม"
จิตริณีเดินตามมา ถือกล่องเน็คไทมาด้วย
"บอส ตกลงคุณจะรับของขวัญของฉันหรือจะไม่รับ"
"ไม่รับ เพราะคุณไม่ได้ซื้อให้ผม คุณซื้อให้มิสเตอร์ Ass ต่างหาก"
"ฉันซื้อมาให้คุณจริง ๆ ถ้าคุณไม่เชื่อ ฉันจะเอาไปโยนทิ้งทั้งกล่องเลยคอยดู"
"Up to you แล้วก็ทิ้ง กล่องดวงใจ ผมไปด้วย"
สี่สาวหนึ่งหนุ่มสะดุ้ง ร้องอุทานพร้อมกัน
"กล่องดวงใจ คุณหมายถึงอะไร"
"ก็หมายถึงหัวใจ ที่แตกสลายของผมน่ะซี เอ.....พูดตรง ๆ แล้ว ทำไมยังไม่รู้เรื่อง พวกคุณนี่แย่ ภาษาไทยไม่แตกฉานเอาเลย"
ไนเจลกระแทกเดินกลับไปโต๊ะทำงาน จิตริณีหงุดหงิดเต็มที ทั้งสี่สาวหนึ่งหนุ่มเดินกลับมาที่เคาน์เตอร์ แว่นหยิบหนังสืออีโรติคมาด้วย

จิตริณีวางกล่องเน็คไทลงบนเคาน์เตอร์
"ฉันจะทำยังไงดีกับผู้ชายขี้งอน ขี้หึง ขี้โวยวาย แถมเป็นคนต่างชาติและเป็นนายฉันเสียด้วย"
"ใจเย็นค่ะคุณจินนี่ ว่าแต่จะเอาเนคไทนี่จะเอาไปทิ้งจริง ๆ เหรอคะ" บราลีบอก
"มีใครอยากได้บ้างล่ะคะ ฉันจะเอาไปบริจาค"
"ผมครับ"
"ค่ะ ฉันให้คุณ"
จิตริณีส่งให้แว่น ลลิตาดึงกลับมา
"แว่นไม่เกี่ยว เก็บไว้ก่อนค่ะ เวลาที่คืนดีกัน คุณจะได้ให้เขาอีกครั้ง คราวนี้แหละ เขาจะเห็นค่าทั้งของขวัญและตัวคุณเองอย่างไม่มีวันลืม"
"เหรอคะ เมื่อไหร่จะถึงวันนั้นล่ะ"
"ไม่ยากนะคะคุณจินนี่ บางครั้งทุกอย่างลงเอยได้ ด้วยจูบครั้งแรกค่ะ จูบให้วาบหวาม ซาบซ่าน สะท้านทรวง"
บราลีบอก
"แหม เห็นหนังสือโป๊เข้าแว่บเดียว รู้ดีขึ้นมาทันทีเลยนะ"
"ฉันจำมาจากหนังสือโว้กต่างหากล่ะคะ" สาลินบอก
"แล้ว.....จะจูบยังไงล่ะคะ ถึงจะซาบซ่าน สะท้านทรวง"
"จะแสดงให้ดูค่ะ"
"ต้องการผู้ร่วมแสดงไหมครับ" แว่นถาม
"นายแว่นไม่เกี่ยว เขาทำอย่างนี้ค่ะ เลียริมฝีปากให้ชุ่มฉ่ำ แล้วแหงนเงย เผยอริมฝีปากน้อย ๆ"
สาลินพูดไปก็ทำท่าไปด้วย จิตริณี ลลิตา บราลี แว่นอ้าปากค้าง เพราะเห็น ม.ร.ว. กิตติราชนรินทร์เดินเข้ามาพอดี สาลินยกมือขึ้นแตะชายหผมเบา ๆ แล้วหลับตาพริ้ม กมือทำท่าไมม์ ปากเผยอ แล้วหลับตาลง
เพื่อนๆ พยายามจะส่งสัญญาณเตือน แต่ไม่สำเร็จ
สาลินหลับตา มือยังยกค้าง ปากเผยอ ยวนยั่ว เขาเดินอ้อมมายืนตรงหน้า
"ง่ายจะตายค่ะ"
สาลินลืมตาขึ้น ชะงักกึก กิตติยืนอยู่ตรงหน้าในระยะประชิด
"นี่เธอทำอะไรน่ะ"
สาลินหน้าแดงฉาน ตกตะลึง จิตริณี ลลิตา บราลี แว่นกลั้นหัวเราะ
ดวงตาชายรองมีแววขบขัน แต่พยายามระงับไว้
"เธอทำท่าจูบกับผู้ชายคนไหนเหรอ "
"ฉะ....ฉันเปล่า"
"แล้วเธอไปเอาท่าทางแบบนี้มาจากไหน"
"เล่มนี้มังครับ"
แว่นส่งหนังสือโป๊ให้ ชายรองเปิดอ่านดู แล้วหน้าแดง
"ฉันห้ามเธออ่านจันดารากับบันเทิงทศวาร แต่เธอกลับอ่านหนังสือที่มีภาพโจ๋งครึ่มแบบนี้เลยเหรอ"

สาลินพูดไม่ออกบอกไม่ถูก

สาลินอับอายขายหน้า หน้าแดงฉาน ชายรองมองดูดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ สาลินเม้มปากเชิดหน้านิดนึง
 
"คุณมีธุระอะไรกับฉันคะ ฉันมีเวลาให้คุณ 5 นาที"
"ตั้งแต่คบหากับนักธุรกิจนี่ เดี๋ยวนี้พูดจาเป็นนักธุรกิจไปแล้วนะ"
สาลินเชิดขึ้นอีกนิด
"ฉันมาเรื่องบริจาคหนังสือ"
"อีกตั้งหลายวัน เดี๋ยวฉันจะให้ทางห้องสมุดส่งรถไปรับหนังสือที่วังค่ะ"
"ไม่ต้องหรอก ตอนนี้ฉันขนหนังสือมาไว้ที่ร้านแล้ว"
"ฉันจะใส่พระนามเสด็จกับชื่อคุณเป็นผู้บริจาคนะคะ"
ชายรองยิ้มขรึมๆ
"ใส่แค่พระนามเสด็จป้าเถอะ เพราะว่าตอนนี้ฉันไม่ใช่วุฒิวงศ์แล้ว"
สาลินงง
"คุณหมายความว่าอะไรคะ"
"ก็หมายความว่า เด็จป้าทรงเนรเทศฉันจากวุฒิเวสม์ ทรงประกาศตัดขาด ห้ามไม่ให้ฉันใช้สกุลวุฒิวงศ์อีก"
สาลินตาเบิกกว้าง คว้ามือ ชายรองอึ้ง เธอดึงเขาไปมุมหนึ่งที่พ้นตาผู้คน เขาหน้าวูบวาบแต่ข่มไว้
"โธ่.....เพราะเรื่องคุณกับคุณหญิงก้อยหรือคะ" ชายรองพยักหน้า "แล้วตอนนี้คุณเป็นยังไงบ้าง"
"ตอนนี้นะหรือ ตอนนี้ฉันรู้สึกแปลก ๆ"
"แปลกยังไงคะ"
"แปลกที่มีผู้หญิงมาจับมือถือแขนฉัน"
เธอชะงัก ปล่อยมือ ชายรองอมยิ้ม
"ฉันหมายความว่า แล้วคุณจะทำยังไง"
"ก็ไม่เห็นต้องทำอะไร ฉันแค่ถูกไล่ออกจากวุฒิเวสม์ ไม่ได้ถูกไล่ออกจากงานซักหน่อย ฉันยังมีเงินเดือน มีร้านผ้า แย่หน่อยที่ต้องยืมรถบุโรทั่งนายศุภรใช้"
สาลินส่ายหน้า ดวงตาทุกข์ร้อน
"โธ่ นี่คุณ นี่คุณต้องมารับเคราะห์หรือคะ"
"ยังไงฉันก็เป็นคนเดิม หน้าเดิม มีมือไม้แขนขาเหมือนเดิม อาจจะมีแต่เพียง....หัวใจที่เปลี่ยนไป"
สาลินร้อนใจจนไม่สังเกต
ที่บอร์ดหนึ่ง ลลิตา บราลี แว่น โผล่มาซุบซิบคิกคักกัน
"มีเพียงหัวใจที่เปลี่ยนไป" ลลิตาว่า
สาลินมองไปที่ทั้งสามคน ชายรองก็หันไปดูแวบหนึ่ง ทั้งสามรีบหดหัวหายไป
สาลินถอนใจ
"ไม่ได้นะ คุณเป็นผู้สืบสกุลวุฒิวงศ์ เป็นทายาทของวุฒิเวสม์ คุณเป็นเจ้าจะมาเป็นชาวบ้านได้ยังไง"
"ท่านพ่อฉันต่างหากที่เป็นเจ้า ฉันก็เป็นแค่ชาวบ้านคนหนึ่ง เธอเองก็เคยบอกหญิงก้อยว่าอย่างนี้ไม่ใช่หรือ"
"แล้วคุณหญิงล่ะคะ คุณหญิงว่ายังไง"

ในคอฟฟี่ช็อปหรู ม.ร.ว. เทพีเพ็ญแสงตาเบิกกว้าง เอะอะ
"แล้วนี่หญิงจะเป็นยังไง บ้าที่สุด แล้วใครเขาจะว่ายังไง"
หญิงก้อยกับชายรองนั่งอยู่ที่โต๊ะด้านในค่อนข้างเป็นส่วนตัว กิตติทำหน้าเฉย
"ใครเขาจะว่ายังไง หญิงแคร์ด้วยหรือ ปรกติผมไม่เคยเห็นหญิงแคร์อะไร"
"แต่เรื่องนี้หญิงแคร์ค่ะ รอบตัวเรามีแต่พวกปากหอยปากปู"
"ช่างปากเขาปะไร " ชายรองกุมมือ "ตอนนี้เรามีกันและกันอย่างที่หญิงต้องการแล้วไง เสด็จป้าจะมาทรงบีบบังคับอะไรเราไม่ได้แล้ว"
หญิงก้อยฝืนยิ้ม ค่อยดึงมือออก เมินไป ชายรองหน้าเฉย แต่ดวงตามีรอยยิ้ม

ต่อมา หญิงก้อยเดินเคียงกับชายรองมา
"รถคุณรองอยู่ไหนคะ"
ชายรองผายมือไปข้างตัว หญิงก้อยผงะถอย ยกมือปิดปากอย่างมีท่วงท่า
"นี่ไงหญิง"
ข้างกายเขามีรถเก่าปุปะผุพังอย่างน่าสังเวชจอดอยู่
"รถนายศุภร มันให้ผมยืมขับ"
"แล้วรถคุณรอง"
"นั่นรถของเด็จป้า ผมต้องถวายคืนฮะ"
"แล้วคุณรองจะให้หญิงไปรถบุโรทั่ง สัปปะรังเคนี่หรือคะ"
"หญิงรักผมที่ตัวผม ที่จิตใจผมไม่ใช่หรือ สิ่งนอกกายพวกนี้ หญิงไม่สนใจเลย หญิงเคยบอกไม่ใช่หรือฮะ"
ม.ร.ว. กิตติราชนรินทร์พูดเหมือนเพ้อรัก เทพีเพ็ญแสงยิ้มจืดเจื่อน เขาเปิดประตูให้ หญิงก้อยนั่งลงอย่างขยะแขยง กิตติอ้อมมาขึ้นรถสตาร์ทเครื่อง เสียงรถดังสนั่น รถสั่นไปทั้งคัน พร้อมกับเสียงระเบิดเบา ๆ คุณหญิงร้องว้าย
"ดึงประตูไว้หน่อยหญิง เมื่อเช้านี้ประตูมันเพิ่งเปิดผัวะออกไป"
"หา....ประตูหลุดเหรอคะ"
"ครับ ประตูมันหลุดอยู่เรื่อย เวลาออกรถแรง ๆ น่ะครับ"
หญิงก้อยกลั้นใจ กรายมืองาม 2 ข้างจับกรอบหน้าต่าง รถไขกระจกหน้าต่างลงเพราะไม่มีแอร์
เขายิ้มในหน้า ออกรถ รถเคลื่อนไป มีเสียงระเบิดอีก ที่ท่อไอเสียปล่อยควันดำโขมงออกมาจนบดบังพร้อมเสียงวี๊ดว้ายของเหญิงก้อย

ควันดำมืดมิดค่อยๆจางลง ที่บ้านเช่าหลังนั้น หลังคา บานหน้าต่างเอียง บางบานห้อยทำท่าจะหลุดลง รอบด้านเป็นป่าหญ้าสูงท่วม
ทั้งคู่ก้าวมาที่หน้าบ้าน ชายรองปลดกระดุม พับแขนเสื้อ มีรอยเหงื่อชุ่มตามตัว หญิงก้อยมองสภาพบ้านอย่างสยองใจ
"บ้านผม บ้านเช่าน่ะหญิง รกไปนิดนะ"
"ไม่นิดหรอกค่ะ"
"แต่ถ้าซ่อมแซมทาสีใหม่ ทำสนามจัดสวนซักนิดก็สวย หญิงจะอยู่ได้ไหม"
"แล้วทำไมหญิงต้องอยู่คะ คุณรองน่ะเงินเดือนก็ไม่ใช่น้อย แล้วก็ยังมรดกท่านพ่ออีก"
"เงินผมเอาไปลงร้านหมดแล้วล่ะหญิง นี่ร้านก็ขาดทุนมา 2 ปีแล้ว"
"หา.....อะไรนะคะ ร้านผ้าไหมของคุณขาดทุนมาสองปี ไม่เห็นคุณบอกให้หญิงทราบ"
"โธ่.....ไม่อยากให้หญิงต้องรับรู้น่ะ จะไม่สบายใจไปเปล่า ๆ"
"แต่มารู้เอาตอนนี้ งั้นสิ รถนายศุภรถึงได้สภาพแบบนั้น"
"เข้าไปดูข้างในก่อนนะหญิง"
ชายรองเข้าไปหมุนลูกบิดประตู แต่ดึงไม่ออกจึงดึงสุดแรง ประตูเปิดโครมออก บ้านสะเทือนเลื่อนลั่น หญิงก้อยกรีดร้อง ผละถอย ชายรองหัวเราะกลบเกลื่อน)
"ประตูแน่นดี ขโมยแถวนี้ชุม มันจะได้งัดได้ยาก"

ชายรองเดินนำเข้ามา บ้านยังไม่ได้จัดระเบียบ ข้าวของวางเกลื่อน เสื้อผ้าซุกกอง ๆ ไว้ ทั้งใส่แล้วและที่ยังไม่ได้ใส่ หนังสือเกลื่อนห้อง จานอาหารมีเศษอาหารเกลื่อน วางสุม ๆ อยู่ หญิงก้อยทำท่าจะเป็นลม
"ผมยุ่งมาก ยังไม่มีเวลาจัดห้องเลย"
"ทำไมไม่ให้แม่บ้านมาดูแลคะ"
"โธ่....หญิงครับ ตอนนี้ผมต้องประหยัดทุกอย่าง รายได้ทางเดียวตอนนี้ก็คือ เงินเดือนกระทรวง"
"เอ.....แล้วเงินมรดกท่านพ่อล่ะคะ"
"หญิง เงินมรดกน่ะหมดไปนานแล้ว ที่จริงไม่มีด้วยซ้ำ เพราะตอนท่านพ่อสิ้นสมบัติเก่าแทบไม่เหลืออะไรเลย ดีที่เสด็จป้าทรงค้ำจุนพวกเราไว้"
 
"แล้วหญิงอย่านึกนะว่าเงินที่ประทานให้จะพอ เพราะ....เออ....หม่อมแม่ก็ถลุงไปกับบ่อนอยู่ทุกวัน"

หญิงก้อยหน้าเจื่อน ทรุดลงนั่งแล้วสะดุ้งโหยงเพราะมีแต่ฝุ่นที่โซฟา จึงลุกยืนทำสง่าใหม่
 
"ตายแล้ว คุณรองกำลังจะบอกหญิงว่าคุณรองหมดตัวงั้นเหรอคะ"
"เอาเป็นว่า ผมไม่ได้ร่ำรวยอย่างแต่ก่อนดีกว่า ผมยังพอหารายได้เสริมได้บ้าง"
"อย่างอะไรคะ
"ก็อย่างสอนหนังสือ สอนพิเศษตามบ้านไง"
"หา....สอนพิเศษ คุณชายไม่อายเหรอคะ"
"อายเรื่องอะไรครับ"
"ไม่มีอาชีพอื่นที่ดีกว่านี้"
"ก็....อาจจะแปลหนังสือ หรือแปลบทความให้นักศึกษาอะไรทำนองนี้ก็ได้"
"แล้ว....แล้วมันจะได้สักกี่บาท กี่สตางค์กันคะ"
"ถ้าเราประหยัด รู้จักอดออม เราก็อยู่ได้นะ อีกไม่ถึงสองเดือน เราจะแต่งงานกันแล้ว"
ชายรองเดินเข้ามากอดหญิงก้อย ทั้ง ๆ ที่เหงื่อชุ่ม เธอตัวเกร็งอย่างรังเกียจ
"เราจะแต่งอย่างเงียบ ๆ เชิญเฉพาะญาติสนิท จัดอย่างสมถะที่สุด"
"เหรอคะ"
"แล้วบ้านเช่าเล็ก ๆ นี่ จะเป็นรังรักของเรา"
"หญิงต้องมาอยู่ในรัง เออ....รังรักหลังนี้เหรอคะ"
"ครับ....เราจะพิสูจน์ให้ทุก ๆ คนเห็น ว่าความยากไร้ไม่ใช่อุปสรรคความรักของเรา แม้แต่น้อย"
"คุณรอง เหงื่อทั้งนั้น ถอยออกไปก่อนค่ะ หญิงหายใจไม่ออก"
"โทษครับ" ชายรองสีหน้าดีใจ "หญิง....เรามาเริ่มต้นสร้างเรือนหอของเราดีกว่านะ"
"ยังไงคะ"
"ช่วยผมจัดบ้านไงครับ เดี๋ยวผมจะกวาดถูเอง หญิงช่วยจัดเสื้อผ้า แล้วล้างจานนะ"
"ล้างจาน"
"ครับ"
กิตติถลกแขนเสื้อ เริ่มต้นเก็บข้าวของ
"จานชามสามวันแล้วยังไม่ได้ล้างเลยนะ หญิงช่วยหน่อย"
หญิงก้อยหยิบจานขึ้นมาอย่างรังเกียจ แล้วทันใด ก็ร้องกรี๊ดออกมาลั่น แมลงสาปวิ่งออกมาจากจาน เธอขว้างจานทิ้ง
"กรี๊ด ๆๆๆ "
หญิงก้อยยังปาจานชามอีกหลายใบ ตามนิสัยดั้งเดิม ก่อนวิ่งออกจากบ้าน
"หญิง"
ชายรองวิ่งตามออกมานอกบ้าน
"แมลงสาป หญิงเกลียด โอย อยากอาบน้ำ"
"ไม่เป็นไรครับหญิง นั่งก่อน"
ชายรองประคองลงนั่งที่เก้าอี้สนาม
"อย่าให้หญิงกลับเข้าไปอีกนะคะ หญิงแพ้ฝุ่น แพ้สิ่งโสโครก ปฏิกูลทุกอย่าง"
เธอพูด แต่สายตามองคราบเหงื่อบนร่างกิตติ
"ครับ ครับ"
"มีผ้าเช็ดมือไหมคะ อ้อ อยู่นี่"
เทพีหยิบเส้นยาว ๆ ที่พาดอยู่ที่เก้าอี้สนามขึ้นมา ทำเช็ดมือ
"นั่นไม่ใช่ผ้านะหญิง"
เธอมองดู มันคือคราบงูอันสมบูรณ์ยาวใหญ่
"แอร๊ย"
เธอปาคราบงูปลิวไป แล้ววิ่งออกจากรั้วบ้านทันที ก่อนออกยังผลักรูปปั้นเก่า ๆ ล้มไปอีกสองตัว ตามนิสัยดั้งเดิม ชายรองมองตาม แต่ไม่วิ่งตามอีกแล้ว ยิ้มกับตัวเอง

เย็นวันนั้น
โครงใบโพธิ์มีบุหงาข้างใน ศรีจิตรานั่งบนโซฟายาวกำลังเย็บตรึงใบโพธิ์เข้าด้วยกันอย่างใจเย็น สาลินมาจากห้องสมุด มองศรีพี่สาวอย่างร้อนรน
"เรื่องคอขาดบาดตายแบบนี้ ทำไมพี่ศรีไม่บอกสา"
"อ้าว ก็สาบอกว่าไม่อยากสนใจเรื่องอะไรของคุณชายรองอีกแล้วไง"
"ฮึ พี่ศรีไม่ต้องมาประชดสา พี่ศรีเองก็เสียใจใช่ไหมล่ะ"
"จ้ะ แต่น้อยกว่าสา"
"ใช่ซี เพราะสาเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการจนเกิดเรื่อง วันนั้นเป็นไงบ้างคะ เสด็จกริ้วมากเลยหรือ"
"จ้ะ ทรงเรียกประชุมคนเกือบหมดวัง ประกาศตัดขาดคุณชายต่อหน้าทุกคน แล้วไล่ออกจากวัง ยังกะฉากในหนังหรือละครเวทีแน่ะสา"
ศรีจิตรามีแววยิ้มขบขัน แต่สาลินทุกข์ร้อน
"ยังจะมาพูดเล่นอีก สาสงสารเขาจะตายอยู่แล้ว"
"สาแคร์คุณชายจัง ก็ไม่ดีหรอกหรือที่คุณชายจะได้อยู่กับคุณหญิงก้อย"
"โดยโดนเสด็จทรงตัดขาดน่ะหรือ ฮึ ความจริงที่สามาหาพี่ศรี สากะจะนัดพี่ศรีไปเจอคุณพล แต่พอเกิดเรื่องแบบนี้ สาไม่มีกระจิตกระใจเป็นแม่สื่อแล้ว"
ศรีจิตรายิ้มนิดๆ มองเลยไปยังตำหนักเล็กแล้วหลุดปาก
"สาเพิ่งเจอคุณชายเล็กซีนะ"
"คุณชายเล็กอะไร เปล่านี่คะ สาเจอแต่คุณพล ไม่เคยเจอคุณชายเล็กซักหน่อย"
"คุณชายเล็กอาจจะไปเจอสาหลายหนแล้วก็ได้"
"อื้อ อย่าบอกนะว่าเขาไปคอยแอบดูสา ตาย พิลึกตายเลย"
ศรีจิตรามองดูสาลินอย่างอ่อนโยน มีแววอัดอั้นบางอย่าง

วันรุ่งขึ้น เสด็จทรงประทับบนตั่ง ตรงหน้ามีบุหงาของชำร่วยหลายแบบ ที่เป็นใบโพธิ์โปร่งก็มี ที่เป็นดอกกุหลาบดอกโตเดี่ยวๆ ที่เป็นถุงผ้า สอางค์อยู่ที่พื้นปั้นปึ่งใส่เสด็จ ศรีจิตรา มาลา วรรณา และนางข้าหลวง 5-6 คน กำลังเลือก-แยกดอกไม้
"อ้อ เรือนหอจะโปรดให้ทุบทิ้งวันไหนดีเพคะ" สอางค์ถาม
"ให้สร้างต่อไป"
"ฮึ"
"ฉันยังเหลือเจ้าเล็กอีกคนนี่"
สอางค์เลิกงอนยิ้มออก ศรีจิตรายิ้มมุมปาก ดวงตาระยิบระยับ สบสายพระเนตรของเสด็จเข้าพอดี ศรีจิตราอึ้งไปเพราะสายเนตรนั้นทรงแสดงถึงความรอบรู้เท่าทัน
"วุ้ย อาทิตย์นี้หม่อมฉันจะให้แม่สามานี่ แล้วทางนมย้อยก็จะรั้งคุณชายเล็กไว้เพคะ"
"ยังไม่เข็ดอีกหรือ เรื่องจับคู่นี่"
สอางค์ มาลา วรรณาเป็นงง
"อ้าว เสด็จทรงหมายถึงคุณเล็กกับยายสาไม่ใช่เหรอเพคะ"
เสด็จไม่ทรงรับสั่งอะไร
"เอ้า ช่วยฉันดูหน่อยซิ ของชำร่วยงานแต่งจะทำแบบไหนดี"
"ฮึ เกิดเรื่องขนาดนี้แล้ว ยังทรงมีพระทัยทำของชำร่วยประทานใครอีกหรือเพคะ"
"ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหนนี่"
ศรีจิตรายิ้มรับเสด็จ
"อีกอย่างนังพวกนี้พอมีเวลาว่างเยอะ ถ้าไม่จับกลุ่มซุบซิบนินทา ก็พูดกันแต่เรื่องผู้ชาย"
มาลา วรรณา นางข้าหลวงซุบซิบหน้าเป็น
"จริงไหม ศรีจิตรา"
"จริงเพคะ"

ทุกคนมองศรีจิตราอย่างตกใจนิด ๆ ที่กล้าพูดเล่นกับเสด็จ แต่เสด็จกลับแย้มสรวลพอพระทัย ทุกนางจึงยิ้มออก

สร้อยและสอางค์อยู่บนโซฟา
 
ศรีจิตรานั่งอยู่กับแม่ อุ่นเรือนจับมือลูกสาวไว้ มาลา วรรณา นั่งอยู่กับพื้น ทุกคนครุ่นคิดยกเว้น ศรีจิตราที่อมยิ้มอยู่
"ตีปริศนาหน่อยเถอะทุกคน เสด็จตรัสมาแบบนี้ จะให้ตีความว่ายังไง" สอางค์บอก
"วุ๊ย....สมองหนูยิ่งไม่ค่อยดี อย่าให้คิดเลยค่ะ" สร้อยว่า
"แล้วแม่ศรีล่ะ คิดว่ายังไงที่เสด็จยังทรงให้จัดงานหมั้น งานแต่งต่อไป"
ศรีจิตรายิ้ม
"เสด็จรับสั่งว่ายังเหลือคุณชายเล็กไงคะ"
"แต่ไม่ได้ตรัสถึงแม่สาลินสักคำเลยนี่ " สอางค์ว่า
มาลาบอก
"แล้วยังทรงเหน็บด้วยว่า ยังไม่เข็ดเรื่องการจับคู่อีกเหรอ"
"ก็ต้องไม่ใช่คุณสาแน่ ๆ ค่ะ" วรรณาว่า
อุ่นเรือน สร้อย สอางค์ มองหน้ากันแล้วสะดุ้งเฮือก
"งั้น ก็ต้องหมายถึงหล่อนกับคุณชายเล็กน่ะซี" สร้อยบอก
"ว้าย....เอาจริงหรือลูก" สอางค์ว่า
"เอ๊ะ แต่ก็ได้เหมือนกันนะ" อุ่นเรือนบอก
"ว้าย ไม่ได้ค่ะ คุณพี่ ยายศรีไม่ใช่ลูกตะกร้อนะคะ จะได้โยนไปเรื่อย ตั้งแต่พี่คนโต คนรอง แล้วมาน้องคนเล็ก"
"แม่คะ คุณป้า หนูกำลังจะบอกว่าคุณชายเล็กน่ะเธอชอบยายสาอยู่นะคะ"
"หา....จริงนะลูก ไปชอบกันตอนไหน"
"เจอกันครั้งแรกที่งานฉลองวันประสูติ แล้วก็ไม่เห็นเจอกันอีกเลยนะคะ"
"เขาคงเจอกัน แต่พวกเราไม่รู้ก็ได้ค่ะ"
"งั้นก็ไขปริศนาได้แล้วล่ะ เสด็จทรงหมายมั่นคุณเล็กกับแม่สาลินนั่นแหละ ไม่มีใครอื่นหรอก งานนี้แม่สาจะมาแก้สถานการณ์ได้" สอางค์ว่า
"นี่แม่มาลา วรรณา" สร้อยเรียก
มาลา/วรรณรับคำ "ขา"
"ขมิ้นกับดินสอพองน่ะมีไหม ขอปันมาให้สักหน่อยเถอะ ที่บ้านราชดำริกำลังขาด"
"มีครบค่ะ จะเอากำยาน หรือมดยอบก็มีนะคะ" วรรณาบอก
"เอาไว้ปัดรังควานพวกหล่อนเถอะจ้ะ"
สร้อยค้อนวงใหญ่ มาลา วรรณาหัวเราะคิก

หน้าตำหนักใหญ่ เจียมรับฟังเรื่องทั้งหมดจากมาลา วรรณา แล้ววิ่งแจ้นไปที่ทางสวนตำหนักเล็ก เจียมวิ่งมารายงานยายน้อมและนมย้อยที่กำลังทำครัวกันอยู่ นมย้อยรีบขึ้นตึกทันที น้อม เจียมรีบตาม
"คุณนม!! คุณเล็กจะแต่งกับคุณสาลิน"
บ่อนอำพัน ขาไพ่มาประจำทีม นมย้อย น้อม เจียม เข้ามา นมมากระซิบข้างหู
"อะไรอีกล่ะนม อย่าบอกนะว่าตำรวจบุกอีก ฉันกำลังลุ้นไพ่อยู่ ไพ่สวยเชียว"
นมย้อยกระซิบ
"ไม่ใช่ค่ะหม่อม เสด็จมีพระประสงค์จะให้คุณเล็กกับคุณสา"
"หา....จับคู่อีกแล้ว คราวนี้กับเจ้าเล็ก"
"ค่ะ"
คุณหญิงเสนาทิ้งไพ่พอดี อำพันกรีดร้อง นม เจียม น้อย ร้องเอะอะตาม
"ไม่พอใจเหรอคะหม่อม"
"ใครบอกล่ะ พอใจมากต่างหากนมย้อย ฉันได้กินตานี้ เห็นทีโชคลาภจะกลับมาพร้อมข่าวดีเรื่องเจ้าเล็กกับหนูสาโท"
"สาลินค่ะ"
"นั่นแหละ"

สนามบ้านราชดำริ สาลินร้องโอดครวญ นั่งอยู่บนตั่ง มีป้าสร้อย สอางค์ อุ่นเรือน จับขัดศรีฉวีวรรณด้วยขมิ้นและดินสอพอง
"โอย แสบ ทำไมต้องมาลอกคราบหนูด้วย หนูไม่แต่ง ไม่แต่งกับใครทั้งนั้น"
"ต้องแต่งซีลูก กับคุณเล็กนั่นแหละเหมาะกับเราที่สุดแล้ว"
"แล้วถ้าคุณชายไม่ชอบหนู หันไปคว้าผู้หญิงอื่นมาเป็นเมียอีกล่ะคะ หนูไม่กลายเป็นหม้ายขันหมากตามพี่ศรีไปอีกคนเหรอ"
"ยายสา อย่าพูดเป็นลางอย่างนั้นซีลูก"
"อุ๊ย...หรือว่าจะจริง คราวคุณชายโตก็ไปคว้าคนใช้มาเป็นเมีย ส่วนคุณชายรองก็ไปคว้าของใช้แล้วมาอีก คุณชายเล็กเธอเพลย์บอย อาจจะไปคว้าหญิงสาธารณะใช้แล้ว อย่างหญิงพาร์ทเนอร์ หรือนางหยำฉ่าก็ได้นะคะ " สร้อยว่า
"ยายสร้อย หล่อนพูดอะไรไม่เป็นมงคล ยายศรีบอกแล้วว่าคุณเล็กน่ะเขาชอบยายสามาก เอาน่า งานนี้ไม่พลาดแน่"
"คุณชายเล็กชอบหนู ? ตอนไหน"
สาลินทำหน้างุนงง สะดุ้งเมื่อน้ำราดตัว

"โอย....แสบร้อนไปหมดเลย ฮือ.... หนังหนูลอกแล้ว"

สะใภ้จ้าว ตอนที่ 15 (ต่อ)

ม.ร.ว. บดินทราชทรงพลแต่งชุดหมีเหงื่อซก เปื้อนน้ำมันเครื่องเข้ามาในโถง
 
หน้ามีน้ำมันเครื่องกระเซ็นเปื้อนเป็นปื้น ชายเล็กผงะเมื่อร่างหม่อมอำพันถลาเข้ามากอด ประคองพิศดูหน้า
"ตาเล็ก กลับมาแล้วหรือลูก เหนื่อยไหม ดูซิ เหงื่อไหลไคลย้อย"
อำพันคว้าผ้าเช็ดหน้าขลิบลูกไม้มาจากร่องอกเข้าเช็ดหน้าให้
"แม่เช็ดหน้าให้ลูก ว้าย เปื้อนขี้ดิน"
"น้ำมันเครื่องน่ะหม่อม อย่าเช็ดฮะ ยิ่งเช็ดยิ่งเลอะ"
หม่อมอำพันประคองพาลูกชายมายังโซฟา บนโต๊ะจัดของว่างไว้อลังการ ชายชายและพี่สะใภ้นั่งอยู่ด้วย นมย้อย น้อม เจียมประคองอ่างแก้วลอยกลีบกุหลาบมาให้บดินทร์ล้างมือ หลังล้างมือ อำพันคว้าผ้าเช็ดมือมาเช็ดให้
"หิวไหมลูก แม่ทำของโปรดไว้ให้ เมี่ยงก๋วยเตี๋ยวลูก"
"นั่นมันของโปรดพี่รองต่างหากครับ หม่อม"
"อุ๊ย นมนี่แหละ จำผิดจำถูก เลยมาพาฉันผิดไปด้วย"
"ไม่ได้จำผิดจำถูกหรอกค่ะ แต่คุณเล็กน่ะไม่มีของโปรดค่ะ ส่งอะไรขึ้นมาก็กินเรียบหมด" นมย้อยว่า
"เหมือนคุณสาเปี๊ยบเลยฮะ"
"อุ๊ย....ใช่ลูก หนูสาวิตรีนี่น่ารักไหมลูก"
"หม่อมครับ คุณสา คุณสาชื่อสาลินครับ ไม่ใช่สาวิตรี" ชายโตบอก
"อุ๊ย นมนี่แหละจำผิดจำถูก เลยมาพาฉันผิดไปด้วย เออ แล้วเรากับหนูสาเป็นยังไงลูก"
"อ๋อ เราเป็นเพื่อนกันฮะ"
"ว้าย ไม่ได้เป็นเพื่อนไม่ได้ เขาน่ารักก็ต้องรักเขาซี อุ๊ย นี่เยลลี่ในตู้เย็นเซ็ทตัวหรือยัง นังเจียม"
"เจียมดูไม่เป็นเจ้าค่ะ หม่อม"
"เดี๋ยวฉันไปดูเอง รอเดี๋ยวนะลูก ตาเล็ก" อำพัน" อำพันบอก
อำพันกระวีกระวาดลุกขึ้นเดินเข้าไปห้องกินข้าว ชายเล็กทำตาปริบๆ
"หม่อมเสียไพ่จนเพี้ยนหรือครับ"
"ไม่ใช่เสียไพ่หรอก หม่อมกลัวเสียตำหนักมากกว่า" ชายโตว่า
"ตอนนี้คุณสาขึ้นมาเป็นนางคู่บัลลังก์แทนคุณศรี ถ้าคุณเล็กแต่งกะคุณสา คุณเล็กก็จะเป็นทายาทอันดับหนึ่งของเด็จป้าไงคะ"
ชายเล็กอ้าปากค้าง จรวยมองอย่างหมั่นไส้เต็มที
"สรุปคือ นายรองตกกระป๋อง ส่วนนายก็ขึ้นหม้อแทน" ชายโตบอก
ชายเล็กอ้าปากค้างยิ่งกว่าเดิม นึกขึ้นมาว่า สาลินเพิ่งปฏิเสธความรักตนไปหยก ๆ ที่สำคัญ เขาอยู่ในคราบของนายพลเสียด้วย จะทำยังไงดีละหว่า

วันต่อ ๆ มา สาลินเดินมาในห้าง จะตรงไปร้านผ้าไหม ม.ร.ว. ศศิรัชนีกำลังวินโดว์ช็อปปิ้งอยู่
"คุณหญิงกลาง สวัสดีค่ะ จำได้ไหมคะ ดิฉันสาลินค่ะ"
"จำได้ซีคะ นายเล็กพูดถึงคุณสาไม่ขาดปาก"
"คุณชายเล็กพูดถึงฉันเหรอคะ"
"ใช่ค่ะ ท่าทางจะสนิทกับคุณมาก"
"เอ....ไม่มังคะ เขาคงฟังเรื่องของฉันจากเพื่อนเขาอีกทีน่ะค่ะ"
"คุณสามาซื้อของเหรอคะ"
"แวะมาร้านผ้าไหมคุณชายรองน่ะค่ะ เขานัดฉันมารับหนังสือที่เขาบริจาคจากวังวุฒิเวสม์"
"ได้ข่าวเรื่องคุณรองถูกเนรเทศออกจากวังแล้วใจหายนะคะ"
"ค่ะ.....ความผิดของฉันแท้ ๆ เลย"
หญิงกลางมองอย่างสงสัย ทั้งสองเดินไปที่ร้านด้วยกัน

สองสาวเดินเข้ามาในส่วนร้าน ต้องชะงักไปเพราะ ศุภรกำลังหัวเสียใส่ ชายรองใส่เสื้อไม่ได้รีด หน้าตาดูโทรม ๆ หมดสง่าราศรีคุณชาย
"ไม่ได้ แกจะมาใช้รถของฉันไม่ได้ นั่นมันรถส่วนตัวของฉัน"
"โธ่..... ศุภร เห็นใจหน่อยเถอะว่ะ ฉันขับรถบุโรทั่งของแกไปกระทรวงทีไร ถ้ารถไม่ตาย ก็แล่นเป็นเต่าคลาน ฉันทำงานสายทุกที"
"ก็เรียกแท็กซี่ซีวะ"
"ไม่มีปัญญาว่ะ ตอนนี้ฉันย่อบแย่บเต็มที เออ....แกพอจะมีให้ฉันหยิบยืมหน่อยไหม ต้องไปจ่ายมัดจำล่วงหน้าบ้านเช่าน่ะ"
"ไอ้หม่อม แกยืมฉันไปสามงวดแล้วนะ ตั้งแต่ระเห็จออกมาจากวัง ยังไม่ใช้สักกะบาท นี่ร้านเราก็เปิด section ใหม่อีก ยังถอนทุนคืนไม่ได้เลย แล้วแกก็รู้ว่าตอนนี้ร้านเราไม่มีฝรั่งเข้าเลย ขาดทุนมาเป็นปีแล้ว ฉันจะระดมทุนเพิ่มจากแก แกก็ไม่มีอีก จะมาเบียดบังอะไรฉันอีกวะ เฮ้ย.....ถ้าแกยังลืมตาอ้าปากไม่ได้ บางทีฉันจะคงต้องตัดแกออกจากหุ้นส่วนร้าน"
"โธ่ ศุภร ฉันขอร้อง ยังไงก็เห็นแก่ความเป็นเพื่อนเถอะว่ะ"
ชายรองจับมือศุภร
"ปล่อย ปล่อย อย่ามาทำลูกโอดแบบนี้ ฉันไม่ใจอ่อนหรอก"
ศุภรสะบัดมือ ชายรองถึงกับเซ ก้มหน้านิ่งดูหมดหวัง ศุภรหันมาเห็นสองสาวพอดี หญิงกลางหน้าเครียด ส่วนสาลินตาแดงอยากจะร้องไห้
"อ้าว หญิงกลาง คุณสา มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ"
"มานานแล้วค่ะ นานพอที่จะได้ยินได้เห็นทั้งหมดที่คุณทำกับเพื่อนอย่างไร้มนุษยธรรมที่สุด"
"เดี๋ยวครับหญิง อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะครับ"
"แล้วจะให้ฉันเข้าใจว่ายังไงคะ คุณรองกำลังลำบาก แต่คุณกลับทิ้งเพื่อน คุณรองเคยช่วยคุณทั้งตอนเรียนที่นี่และที่อังกฤษ แต่คุณกลับตอบแทนบุญคุณเขาแบบนี้"
"หญิงกลางครับ อย่าทะเลาะกันเลยนะครับ ไม่ใช่ความผิดศุภร ศุภรทำถูกแล้ว มันเป็นความผิดของผมต่างหากที่เอาตัวไม่รอดเอง" ชายรองบอก
"มันเป็นเรื่องของธุรกิจน่ะครับ"
"ค่ะ..... เข้าใจ แต่ถ้าธุรกิจมันทำลายความเป็นเพื่อนแบบนี้ ฉันรับไม่ได้ ขอตัวก่อนค่ะ"
ศศิรัชนีสะบัดไปทันที
ศุภรรีบตาม
"หญิงครับ เดี๋ยว"

ศุภร กิตติ สาลินรีบตามไป

ศุภรตามมาจับมือหญิงกลางไว้ ชายรอง สาลินตามมา
 
"เดี๋ยวครับหญิงกลาง วันนี้เรานัดทานกลางวันกันนี่ครับ"
"ไม่มีอีกต่อไปแล้วค่ะ ฉันควรจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ควรมาคบกับนักธุรกิจหน้าเลือดอย่างคุณ ลาก่อนค่ะ"
หญิงกลางสะบัดไปทันที สาลินตกใจ ชายรองหน้าสลด
"หญิงกลางครับ"
ศุภรหันขวับมามองชายรอง
"เพราะแก แกคนเดียวไอ้หม่อม สร้างแต่ปัญหา ถ้าหญิงกลางเลิกกับฉัน มันคือความผิดของแกทั้งหมด"
ศุภรเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน ชายรองถอนหายใจเฮือกใหญ่ สาลินจับมือเขาอีกครั้ง
"คุณชาย ไม่ใช่ความผิดคุณนะคะ"
เขาเหมือนจะหน้ามืด เซไปนั่ง สาลินประคองตาม จับมือเขาอย่างลืมตัวอีกครั้ง
"คุณชาย เป็นยังไงบ้างคะ"
"ไม่เป็นไรหรอก ฉันคงต้องกลับแล้ว"
"แต่ดูเหมือนคุณไม่สบาย"
"ฉันสบายดี เออ หนังสือบริจาคอยู่ที่รถน่ะ"
"ค่ะ"
สาลินพากิตติค่อย ๆ ลุกเดินออก

บนถนนหน้าห้าง รถบุโรทั่งจอดอยู่ ทั้งคู่เดินมา สาลินมองรถถอนใจเฮือกใหญ่
"นี่รถคุณเหรอคะ"
"เอ๊ะ แต่เธอรู้ได้ยังไงว่านี่คือรถฉัน"
"ก็เมื่อกี้คุณเพิ่งพูดเองว่าคุณขับรถบุโรทั่ง แถวนี้ก็มีคันนี้แหละบุโรทั่งที่สุด"
ชายรองแอบยิ้ม
"เธอไม่....สมเพช ฉันหรอกหรือ"
"คุณชายคะ ฉันจะไปสมเพชคุณทำไม คุณค่าของคนไม่ได้วัดที่ราคาของวัตถุนะคะ แล้วคุณค่าของคุณชายก็มีมากเสียจนไม่ต้องอายใคร"
"งั้น....ฉันพอจะมีความมั่นใจขึ้นมาบ้างกับคำชมของเธอ เออ....ที่จริงฉันมีหนังสือที่จะบริจาคอีกหลายเล่มที่บ้าน"
"บ้านคุณ"
"บ้านเช่าน่ะ ถ้าเธอไม่รังเกียจ จะลองแวะไปเลือกดูก็ได้นะ"
"ก็ได้ค่ะ"
เขาผายมือให้สาลินขึ้นรถ จะเปิดประตูให้ แต่ต้องใช้ความพยายามมากสักหน่อย สาลินหัวเราะคิกด้วยความสนุก เขาเหลือบมอง สาลินหยุดขำทำเสงี่ยมใหม่

รถบุโรทั่งแล่นอย่างสั่นเทิ้ม เสียงเครื่องดังสั่น ท่อไอเสียปล่อยควันดำฝุ่ด ฝุ่ด ฝุ่ด มาตามถนน
ภายในรถ เขาขับอย่างรำคาญใจเล็กน้อย สาลินนั่งข้างเอามือยึดขอบหน้าต่างไว้ หัวสั่นหัวคลอน แต่กลับสนุกสนาน
"เออ...ช่วยจับประตูรถไว้หน่อยนะ มันชอบหลุดออกมาบ่อยๆ"
"มันเคยเปิดผัวะออกไปจริง ๆ หรือคะ"
"จริงซี เธอระวังให้ดีๆนะ"
"ฉันไม่เห็นกลัวเลย"
ขาดคำสาลินก็ดึงผ้าพันคอจากกระเป๋าถือ มาผูกปลายข้างหนึ่งกับมือจับประตู อีกปลายก็ผูกกับเบาะ ชายรองมองตาปริบ ๆ มีเสียงเครื่องยนต์ดังตื่ด ๆๆๆ สาลินตาโต
"ฟังซี.....พอมันดังตึ่ด ๆ ๆ สิบหน แล้วมันก็จะระเบิดหนนึง ลองนับดูซีคะ ... เจ็ด แปด เก้า สิบ"
ขาดคำก็มีเสียงท่อไอเสียระเบิดตูม นอกรถ กลุ่มควันระเบิดตูมมา
ภาย ในรถ สาลินตาโต หัวเราะคิก แล้วรีบงำกิริยาทำสวย กิตติมองอย่างเหนื่อยใจ
"นี่...เธอหาเรื่องเล่นสนุกได้ทั้งวันจริง ๆ นะ เธอเคยเป็นทุกข์เป็นร้อนอะไรบ้างไหมนี่"
"มีสิ ก็ที่เสด็จกริ้วคุณ จนคุณต้องออกจากวังนี่ไง"

สาลินเลิกสนุก กลับเป็นทุกข์ร้อนจริง ๆ ขึ้นมา คุณชายรองยิ้มนิด ๆ
"ฉันไม่เป็นอะไรหรอกน่า นี่เธอหิวหรือยัง ภัตตาคารข้างหน้านี่อาหารอร่อยดีนะ ทานกันไหม"
สาลินมองไปเห็นภัตตาคารจีนหรู
"อุ๊ย ไม่เอาค่ะ มันเลี่ยน มันใส่ผงชูรสเยอะ อีกอย่างมันก็แพงด้วย"
"ฉันแค่ถูกไล่ออกจากวัง ไม่ถึงกับหมดตัวหรอกนะ"
"เอ๊ะ แต่เมื่อกี้คุณบอกคุณศุภรว่า คุณย่อบแย่บเต็มที ยังไงกันแน่"
ชายรองเก้อไป หลุดบท
" เออ.....ก็ใช่ ฉันลืมตัวอยู่บ่อย ๆ ว่าฉันยังเป็นคุณชายวังวุฒิเวสม์อยู่ ตอนนี้ฉันเป็นแค่ยาจกจะสุรุ่ยสุร่ายไม่ได้"
"ดีค่ะ เอาอย่างนี้ แวะตลาดให้หน่อย เดี๋ยวฉันซื้อของสดไปทำให้คุณทานเอง ประหยัดกว่าตั้งเยอะ "
เขามองสาลินอย่างเอ็นดู

ม.ร.ว. เทพีเพ็ญแสงเข้ามาในร้านทำผม พบว่า จรวยนั่งทำอบผมอยู่แล้ว กำลังคุยกับมวยมณี มวยมณียังไม่ได้มองมาที่หญิงก้อย ทั้งสองกำลังอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ แล้วซุบซิบแล้วหัวเราะกันคิกคัก เหมือนกำลังเมาท์เรื่องความตกต่ำของชายรองและตน
หญิงก้อยมองกลับไปอีกที พบว่ามวยมณีและจรวยแค่คุยและหัวเราะกันธรรมดา
"ถูกตัดขาดแบบนี้ก็เหลือแต่ตอ"
"เหลือแต่ตัวค่ะคุณมวย"
หญิงก้อยสะดุ้งเฮือก
"เหลือแต่ตอนั่นแหละถูกแล้วค่ะ เมื่อก่อนเคยร่ำรวย พอจะอยู่กับนังเมียคนนี้ก็ตกอับทันที นี่แหละที่เขาเรียกเมียกาลกิณี"
หญิงก้อยก้าวมาทันที ตวาดแว้ด
"เธอว่าใครตกอับ ว่าใครกาลกิณี"
"ว้าย คุณหญิง" จรวยว่า
"คุณหญิงขา เราว่าคนในข่าวค่ะ"
"หา.....ยายติ่งเอาข่าวคุณรองไปลงแล้วเหรอ"
มวยมณีและจรวยหน้ามึน หญิงก้อยคว้าหนังสือพิมพ์เปิดหน้า วิรงรองทันที
"เอ๊ะ ไม่เห็นมีข่าวอะไรนี่"
"เราอ่านข่าวพาดหัวอยู่ค่ะ " จรวยบอก
หญิงก้อยเปิดดูหน้าแรก เห็นข่าวพาดหัว “ เมียหึงโหดเชือดของดีผัวโยนให้เป็ดกิน”
"ที่พูดเมื่อกี้คือข่าวนี้เหรอ"
"ค่ะ ผู้ชายเคยเป็นเศรษฐีเก่า พอมาอยู่กับยายเมียคนนี้ก็ตกต่ำ เล่นแต่การพนัน แล้วยายเมียก็ขี้หึงร้ายกาจ" จรวยว่า
"คืนนึงนังเมียทนหึงไม่ได้ ย่องหาผัวตอนหลับแล้วปาดตรงนั้น สับ ๆๆๆ โยนให้เป็ดกินค่ะ" มวยมณีบอก
"ไม่ต้องเล่าแล้ว ฉันไม่อยากฟัง"
หญิงก้อยโยนหนังสือพิมพ์ให้ ลงนั่ง
"สักครู่นะคะ เดี๋ยวมวยเตรียมเครื่องมือก่อน วันนี้สวยเปิ๊ดสะด๊าดเหมือนเดิมนะคะ"
มวยมณีแยกไป จรวยยิ้มเอาใจ
"กลัวเรื่องคุณรองถูกเนรเทศ จะกลายเป็นข่าวอื้อฉาวลงหน้าหนึ่งใช่ไหมคะ คุณหญิง "

หญิงก้อยปรายตามองหน้าเชิด

รถบุโรทั่งเลี้ยวเข้าประตูรั้วแล้วจอดลง
 
สาลินหอบถุงสีน้ำตาลใส่ของชำ อีกมือหิ้วหมูห่อใบตองพันด้วยเชือกกล้วยลงมา กิตติรับถุงไป สาลินมองดูบ้านตรงหน้าแล้วตาโต
บ้านเช่ายังทรุดโทรมอย่างที่เคย
"นี่น่ะหรือคะบ้านเช่าคุณ ก็น่ารักดี"
ชายรองมองสาลินอย่างทึ่ง
"ไม่ซอมซ่อหรอกหรือ"
"รกไปนิด แต่ถ้าจัดดี ๆ ก็น่าอยู่นะคะ"
"ฉันก็ว่าอย่างนั้น แต่พอกวาดถูเข้าจริง ๆ ก็ทำเอาหมดแรงไปเหมือนกัน"
"คุณกวาดถูบ้านเป็นด้วยหรือ"
"สมัยไปเรียนต่อนะ นักเรียนนอกต้องทำงานบ้านเองทุกอย่าง ดูดฝุ่น ถูบ้าน ซักผ้าเองทั้งนั้นแหละ อีกอย่างงานบ้านฉันก็ทำเป็นประจำอยู่แล้วที่วัง"
"คุณน่ะเหรอทำงานบ้านเองที่วัง"
"ใช่....เสด็จป้าทรงบังคับให้ทำงานบ้านกันทุกคน ไม่ให้อยู่เฉย ถ้าทำงานก็จะได้ค่าตอบแทน ฉัน พี่โต นายเล็กยังเคยรับจ้างตัดหญ้าสนามวังหารายได้ช่วงปิดเทอมเลย"
"ดีจัง ทีแรกฉันนึกว่านักเรียนนอกจะมือห่าง เท้าห่างเสียอีก"
"ฉันไม่ใช่นักเรียนนอกแบบนายอัศนีย์"
สาลินต่อ
"หรือแบบคุณหญิงก้อย"
สาลินรู้สึกว่าตัวเองพูดลามปามไป ทำหน้าสำนึกผิด ลงสำรวจสวน เขาเดินตาม สาลินนั่งลงดูดอก
ขาวสวย
"อุ๊ย....ต้นแก้ว"
"ทำไมเหรอ อะไร"
"ดอกสวยมากค่ะ แล้วใบมันก็ขมปิ๊ดปี๋"
"เคยกินเหรอถึงรู้"
"กินบ่อย ๆ ค่ะ"
"อ้าว ไปกินมันทำไม"
"ก็กินแล้วตัวจะร้อนรุม ๆ ฉันเลยกินเพื่ออ้างว่าป่วย จะได้ไม่ต้องไปโรงเรียนไง ตายายเชื่อฉันทุกครั้ง มีคนที่รู้ทันคือพี่ศรี"
สาลินหันไปเห็นคราบงู หยิบมาดูเล่น กิตติเกือบหัวเราะออกมา
"เธอนี่เจ้าวางแผนนะ หาของสารพัดในสวนมาเล่นพิสดารแบบนี้"
"สนุกจะตาย ชั้นเอาไปแกล้งยายพิณ กรี๊ดบ้านแตก....ในวังคงไม่เล่นอะไรกันแบบนี้หรอก คงเล่นแต่ตุ๊กตาชาววัง"
"ใครว่า ในวุฒิเวสม์น่ะ มีต้นไม้เยอะยังกะป่า เด็จป้าทรงหาอะไรแปลก ๆ มาให้เรา 3 คนเล่นเป็นประจำ ทรงสอนฉันเล่นด้วงกว่าง ทรงให้ฉันเลี้ยงปลากัดด้วยนะ"
"เสด็จพระองค์หญิงน่ะเหรอคะ"
"คุณสอางค์บอกว่า สมัยเรียนน่ะ เด็จป้าทรงเป็นหัวโจก พาสมุนไปเล่นอะไรแผลง ๆ ร้อยแปด คงแบบเดียวกับเธอน่ะแหละ"
สาลินค้อน เขาเด็ดดอกผักตบมารวมกัน
"ยามไร้ เด็ดดอกหญ้า แซมผม" สาลินร่ายกวี
"หอมบ่หอมก็ดม ดั่งบ้า" สาลินทึ่ง "นี่....ฉันไม่ใช่พระลอหรอกนะ จะได้ทำแบบนั้น"
"เพราะคุณมีดอกไม้เลอโฉมอยู่ในมือแล้วต่างหาก"
เขาถอนใจเมื่อนึกถึหญิงก้อย สาลินเดินไปเก็บดอกไม้ตามต้น แสงแดดอ่อนทำให้สาลินดูงดงามประหลาด สาลินหันมามองเห็นเขามองตะลึงอยู่
"คุณมองอะไรคะ"
"เออ....เปล่า กำลังสงสัยน่ะว่าเธอไม่สบายรึเปล่า"
"ทำไมคะ"
"ก็....ผิวเธอดูเหลืองจัง"
สาลินไม่กล้าบอกเรื่องจับคู่ชายเล็ก
"ฉัน....เออ....ขัดผิวด้วยขมิ้นน่ะค่ะ ผิวจะได้สวยเหมือนพี่ศรีบ้างไง"
เขายิ้ม สาลินเก็บดอกไม้ต่อ
"เธอพูดถูก ฉันมีดอกไม้เลอโฉมอยู่ในมือ"

สาลินก้าวเข้ามาในห้องเช่า มองดูรอบ ๆ ที่ส่วนรับแขกมีเก้าอี้หวายชุดหนึ่ง มีเบาะและหมอนอิงสีสด
ที่โต๊ะทำงานมีหนังสือเอกสารสุม มีกองหนังสือล้มกระจายที่พื้น กระดาษเกลื่อนอยู่ จานอาหารวางสุมอยู่เช่นเดิม เขาเดินไปที่ตู้เย็นเครื่องเก่า ยี่ห้อกรุนดิก เอาน้ำดื่มมาวาง 2 แก้ว
"นี่น่ะหรือคะเก็บกวาดแล้ว"
"ฉันหาของไม่เจอเลยต้องรื้อหนังสือดู ไม่รู้ไปเก็บไว้ที่ไหน"
"เหมือนไดอะรี่ของคุณ ที่หามาข้ามปีก็ไม่เจอซีนะ... ไดอะรี่ที่จะยืนยันว่าคุณขับรถทำโคลนเปื้อนฉันไง"
"นี่เธอจะอาฆาตแค้นไปถึงไหน"
"ฉันไม่ได้อาฆาตแค้น แต่ถ้าใครทำผิดไว้ ก็ต้องขอโทษ"
สาลินคุกเข่าลงจับหนังสือขึ้นวางบนโต๊ะ
"นี่ ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวฉันเก็บเอง"
"อยู่บ้านท่าน อย่าอยู่ดูดายต่างหากค่ะ"

สาลินเก็บอย่างชำนิชำนาญ ชายรองมองอย่างซาบซึ้ง

ฝ่าย ม.ร.ว. เทพีเพ็ญแสงนั่งเชิด อบผมต่อเนื่อง จรวยอบอยู่เช่นกัน
 
"รวยเสียใจด้วยนะคะเรี่องที่คุณชายต้องถูกเนรเทศออกจากวัง แล้วคุณหญิงก็ไม่มีโอกาสได้อยู่เรือนหอ"
"ฉันดีใจต่างหากที่ไม่ต้องเข้าไปอยู่ในวัง คุณรองออกมาจากวังนั่นก็เพื่อฉัน"
"แต่ก็แปลกนะคะ เสด็จยังทรงให้สร้างเรือนหอต่อไป ของหมั้นของแต่งก็ทำกันอยู่ต่อเนื่อง"
หญิงก้อยเกิดความหวังในเรือนหอขึ้นมาทันที
" ก็เป็นไปได้ ที่เด็จป้าทรงขู่ไปอย่างนั้น เมื่อฉันกับคุณรองแต่งงานกัน เด็จป้าคงพระทัยอ่อน ทรงยอมรับคุณรองและฉันกลับเข้าวังตามเดิม เรือนหอก็คงเป็นของฉันนั่นแหละ"
"เอ....รวยไม่แน่ใจนะคะ เพราะเห็นลือกันว่าคุณชายเล็กจะเป็นเป้าหมายคนต่อไป ถ้าไม่ถูกจับคู่ยายคนน้อง ก็อาจจะเป็นยายคนพี่เหมือนเดิม"
"ทำไมเธอคิดอย่างนั้น"
"ก็ตอนนี้ นังคนพี่เป็นหม้ายขันหมากแล้ว แต่เสด็จไม่ทรงเฉดหัวมันออกจากวังไปเสียที ยังลอยหน้าเฉิบ ๆ เก็บดอกไม้หน้าระรื่นอยู่ทุกวัน"
หญิงก้อยชักลังเลสงสัย
"มันยังหวังว่าจะได้อยู่เรือนหอซีนะ"
"คงอย่างนั้นมังคะ"
"มันยังมาทำผมที่นี่อยู่รึเปล่า"
"ค่ะ"
"สืบวันเวลามา ฉันอยากเจอหน้ามันอีกสักครั้ง "
"ได้ค่ะ คุณหญิง"
จรวยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

ในครัวโล่งเกือบจะว่างเปล่า มีเพียงตู้กับข้าว ที่คว่ำชามไม้ เตาอั่งโล่แบบใช้ถ่าน สาลินกำลังใช้พัดพัดไฟอย่างสุดแรงเกิด ควันไฟโขมง ชายรองถือหม้อข้าวมา สาลินไอสำลักควัน
"แน่ใจนะ ว่าเธอทำได้"
"ถึงฉันจะทำกับข้าวไม่เก่งอย่างพี่ศรี แต่ก็มีใครหลงเสน่ห์ปลายจวักฉันก็แล้วกัน"
"ใคร นายพลอีกล่ะซี"
"เปล่า...ไอ้มอม หมาที่บ้านฉัน"
ชายรองทำตาปริบ ๆ สาลินเชิดเล็กน้อยดูงาม

สาลินผัดผักดูชำนิชำนาญ เขาอยู่ข้างหลัง สาลินเอียงกระทะ ทันใดก็เกิดไฟลุกพรึ่บในกระทะ สูงเกือบถึงเพดาน สาลินร้องวี๊ด ผงะถอยมาในอ้อมอก เขารีบยกกระทะจากเตาวางพักไว้ แล้วหันมาดูมือสาลิน
"เป็นยังไงบ้าง ไหนดูซิ"
เขาคว้ามือสาลินมาดู สาลินตัวชา
"ไฟลวกตรงไหนหรือเปล่า"
เสียงความคิด สาลิน" ไม่โดนซะหน่อย" แล้วพูดอ่อยๆ "โดนลวกที่ปลายนิ้วนิดนึงค่ะ"
เขาพลันเอามือใกล้ปาก สาลินตกใจ เขาห่อปากแล้วเป่าลมแผ่วเบา สาลินเคลิบเคลิ้ม
"ดีขึ้นไหม"
ใจสาลินร่ำร้องบอก "ดีมากเลยค่ะ" แล้วพูดแผ่วเบา "เออ...ยังร้อนอยู่นิดนึงค่ะ"
กิตติเป่านิ้วอีก
"รู้สึกแสบ ๆ ร้อน ๆ อีกนิ้วด้วยค่ะ"
กิตติเป่าเพิ่มอีกนิ้ว สาลินมองกิตติ แล้วยิ้มระทวย

ทั้งสองทานอาหารด้วยกัน แม้จะเป็นอาหารพื้น ๆ แต่พุดคุยกันกลับเต็มไปด้วยอรรถรส เปี่ยมสุข

สะใภ้จ้าว ตอนที่ 15 (ต่อ)

วันต่อมา ในห้องอาหารวังรัชนีกุล
 
ม.ร.ว. เทพีเพ็ญแสงหน้าเคร่ง ครุ่นคิด ไม่สบายใจ เดินลงบันไดมา ก้าวเข้าไปในส่วนห้องอาหาร หญิงกลาง รื่น โรยกำลังเตรียมอาหารอยู่ที่โต๊ะ ส่วนหญิงกลางมีอาการเลื่อนลอยเล็กน้อย หม่อมวาณีนั่งหน้าเจื่อน ถือหนังสือพิมพ์
หญิงก้อยทำปรกติเดินเข้าไปนั่งลง รื่น โรยเอาอาหารเช้ามาให้
"เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมหญิงกลางไม่บอกแม่"
"มันเป็นเรื่องของหญิงก้อย หญิงควรจะบอกคุณแม่เองค่ะ"
"มีอะไรกันคะ"
"นี่ลูก คอลัมน์ยายติ่งลงข่าวเรื่องคุณชายรองแล้ว"
หญิงก้อยดึงหนังสือพิมพ์มาอ่าน
"เด็จป้าทรงตัดขาดชายรอง เนรเทศจากวุฒิเวสม์ ห้ามใช้สกุลวุฒิวงศ์อีกต่อไป โธ่.....ไม่มีใครบอกแม่สักคน"
"นังติ่ง ! เลวที่สุด ทำไมมันต้องเอาเรื่องแบบนี้ไปลงด้วย"
"เลิกคบเถอะลูก เพื่อนแบบนี้"
หญิงก้อยกระแทกตัวลงนั่ง
"มีอาหารเช้าอะไรให้ทานบ้างคะ หญิงหิวจะเป็นลมอยู่แล้ว"
"ก็ควรจะเป็นลมหรอก เพราะนี่มันจะเที่ยงอยู่แล้ว นี่จ้ะ ผัดไทยกุ้งสด"
รื่น โรยรีบจัดให้ทันที หญิงก้อยจิ้มทานพอดีคำ แล้วชะงัก รีบคายทิ้งลงผ้ากันเปื้อน
"เป็นอะไรลูก"
"จานนี้ใครทำ แกล้งฉันใช่ไหม"
"ปละ เปล่าค่ะ รื่นตักจากในหม้อใหญ่นะคะ"
"พี่ทำเองมีอะไรเหรอ"
"ก็ลองชิมดูซีคะพี่กลาง เค็มเหมือนโรยเกลือลงไปทั้งทะเล ถ้าฝีมือมีแค่นี้อย่าอยู่ในครัวเลยค่ะ อยู่ก้นครัวจะเหมาะกว่า"
หญิงก้อยสะบัดออก วาณีและ หญิงกลางลองชิมดูบ้าง
"รสชาติก็ปรกตินี่คะหม่อมแม่"
"ว้ายลูก....ทำกระปุกเกลือหลุดมือลงไปหรือยังไง นี่หนูไม่รู้รสเลยเหรอ"
คุณหญิงศศิรัชนีจะร้องไห้ "มะ....ไม่ค่ะ"
เสียงหญิงก้อยเอะอะอาละวาดใส่สาวใช้จากโถงด้านนอก
"ว้าย.....ยายก้อยอาละวาดอีกแล้วลูก แม่ไปดูก่อนนะ"
วาณีรีบออกไป
"รื่น โรย มันเค็มจริง ๆ ใช่ไหม"
รื่นบอก"ค่ะ เค็มจริง ๆ ค่ะ"
"เราจะเตือนคุณหญิงหลายหนแล้ว ว่าใส่เกลือกับน้ำปลามากเกินไปในอาหาร
ทุกอย่างเลยค่ะ" โรยบอก
"เป็นมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะคะ" รื่นบอก
"แล้วทำไมไม่เตือนฉัน"
"ก็....ตอนคุณหญิงใส่เกลือ เหยาะน้ำปลาเหมือนกำลังโกรธใครสักคนอยู่น่ะค่ะ เราก็เลยไม่กล้าเตือน"
คุณหญิงกลางน้ำตาไหล
"แล้วทำไมลิ้นฉันไม่รู้รสอะไรเลย เกิดอะไรขึ้น"
ม.ร.ว. ศศิรัชนีสะอื้น รู้สาเหตุแล้ว รื่น โรยรีบหลบเข้าครัวไป

ห้องสมุด ตอนกลางวัน จิตริณีกำลังพูดสายอยู่ที่มุมโทรศัพท์
"ฉันจะลองเจรจาดูนะ ค่ะ....อาร์นี่"
จิตริณีวางสายโทรศัพท์ แล้วมองมาทางสาลินที่ทำงานอยู่มุมหนึ่งตามลำพัง ตัดสินใจเข้ามาคุย
"ลินซี่ พรุ่งนี้ว่างไหมคะ"
"วันหยุด ว่างซีคะ มีอะไรเหรอ"
"อาร์นี่ชวนเธอไปเล่นเทนนิสน่ะ"
"งั้นไม่ว่างแล้วค่ะ ฉันต้องทำงานบ้าน ซักผ้า เก็บกวาดห้อง"
"ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไปเป็นเพื่อนเธอด้วย"
"ก็ยังไม่ว่างอยู่ดีค่ะ"
"งานนี้นัดมีตติ้งกลุ่มใหญ่ ยายวิรงรองก็มา"
"ยิ่งไม่ว่างใหญ่เลยค่ะ"
"งั้น....ถ้าฉันบอกว่างานนี้คุณชายกิตติก็ไปด้วยล่ะ เขาไปกับคุณหญิงก้อย"
"คุณรองไปด้วยเหรอคะ"
สาลินมีท่าทีลังเล แต่อยากเจอกิตติมากกว่า เลยยิ้มรับออกมา

วันรุ่งขึ้นในคลับสโมสร กลางวัน รถบุโรทั่งของกิตติแล่นช้า ๆ มาตามถนน แล้วเครื่องก็ระเบิดขึ้นเสียงดังปัง รถจอดแน่นิ่ง
ภายในรถ ชายรองและหญิงก้อยในชุดเล่นเทนนิส คุณชายเสื้อผ้ายับ หญิงก้อยหน้าหงิก
"อะไรอีกคะ จะถึงสปอร์ตคลับอยู่แล้ว"
"มันเป็นอย่างนี้ล่ะครับรถผม พอมันดังตึ่ด ๆ สิบหน มันจะระเบิดออกมาหนนึง ฟังซีครับ"
"ฟังทำไมคะ มันน่าภูมิใจนักเหรอ หญิงบอกแล้วใช่ไหมให้เอารถของหญิงมา ตายจริง.....เดี๋ยวต้องมีคนรู้จักเราผ่านมาเห็นแน่ ๆ"
"ทำไมหรือหญิง หญิงอับอายที่อยู่กับผมหรือ"
หญิงก้อยหน้าบึ้ง โพล่งในใจ
" ก็ใช่น่ะซี" แล้วฝืนยิ้ม "หญิงไม่อายหรอกค่ะ แต่ว่าคนพวกนี้ซุบซิบเป็นงานอดิเรก นินทาเป็นงานประจำ หญิงไม่อยากให้คุณรองต้องตกเป็นขี้ปากเขา"
"ไม่เห็นเป็นไรเลย ผมเริ่มจะชินแล้วล่ะ"
เธออยากร้องกรี๊ด ตะโกนกึกก้องในใจ
"แต่หญิงไม่มีวันชินค่ะ"
เขาลงจากรถทันที รีบเปิดหน้ารถ เธอตามลงมา
"หญิงครับ เออ....ช่วยผมหน่อยซิ"
"ช่วยอะไรคะ"
"ช่วยผมเข็นรถหน่อย"
"หา.....ให้หญิงช่วยเข็นรถ"

เขายิ้มอย่างเกรงใจเต็มที

อัศนีย์แล่นรถเข้ามาในเขตสโมสร หน้าตาไม่พอใจนัก
 
คนนั่งข้างคือจิตริณี เธอยิ้มสบายใจ สาลินนั่งอยู่ตอนหลังอมยิ้มเช่นกัน ทั้งหมดอยู่ในชุดกีฬา
"จินนี่ ตอนที่ฉันชวน เธอไม่เห็นบอกว่าเธอจะมาด้วย"
"อ้าว ฉันก็นึกว่าคุณชวนฉันด้วยน่ะซี"
จิตริณีหันไปยิ้มกับสาลิน อัศนีย์ยิ่งหงุดหงิด
"ขอบคุณนะคะ คุณจินนี่ที่มาเป็นเพื่อน"
ทั้งสามมองไปตรงหน้า
"เอ๊ะ นั่นคุณชายนี่คะ" สาลินบอก

อัศนีย์จอดรถใกล้กับรถกิตชายรอง เห็นหญิงก้อยกำลังช่วยเข็นรถ ส่วนชายรองยืนอยู่กับพวงมาลัย กำลังหมุนให้รถเข้าจอดข้างทาง อัศนีย์ลงจากรถ หญิงก้อยหันมาเห็น
"ว้าย !"
เธอเลิกเข็นรถทันที ชายรองหน้าเปื้อนฝุ่นและน้ำมันเครื่อง เหงื่อท่วมตัว อัศนีย์ สาลิน จิตริณี ลงมาจากรถ เขามองสาลินที่มากับอัศนีย์ สาลิน จิตริณีหวัดดีคุณชาย
"สวัสดีค่ะคุณชาย คุณหญิง" สาลินทัก
"สบายดีนะคะคุณหญิง"
"ฉันควรสบายไหมล่ะ"
จิตริณียิ้ม หญิงก้อยเสียฟอร์ม แต่หน้ายังเชิด
"รถเสียเหรอครับคุณชาย หญิงก้อย"
"ครับ"
"แหม.....เป็นบุญตาผมจริง ๆ ได้เห็นคุณหญิงเข็นรถ"
"มันจำเป็นค่ะ"
"คุณชาย เอ้อ นี่มันรถแน่หรือครับ"
ชายรองยิ้มนิด ๆ ราวภาคภูมิ
"อย่าเรียกผมคุณชายเลยฮะ ผมกำลังทำตัวให้ชินกับการเป็นยาจกอยู่"
อัศนีย์มีแววอึ้ง หญิงก้อยอายจนหน้าเผือด
"มาครับ ผมจะช่วยลากไปอู่"
"ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวผมโทรศัพท์เรียกรถลากดีกว่า แต่ถ้าจะกรุณา ช่วยพาคุณหญิงไปส่งสปอร์ตคลับก่อน"
อัศนีย์เหลือบดูหญิงก้อย
"ผมยินดีช่วยเหลือครับ แต่ไม่รู้ว่าคุณหญิงจะยินดีหรือเปล่า"
"ไม่ยินดีค่ะ" ทุกคนอึ้ง "แต่ว่าฉันไม่มีทางเลือก ขอตัวนะคะคุณรอง"
เธอเดินเชิดไปขึ้น อัศนีย์หันมาหาสองสาว
"ขึ้นรถซีครับสาว ๆ"
สาลินบอก "เออ.....ฉันขออยู่เพื่อนคุณชายก็แล้วกันนะคะ เดี๋ยวตามไป"
เขามองสาลินอย่างขอบคุณ
"แต่ว่า"
"ฉันยืนยันค่ะ"
อัศนีย์พูดไม่ออก จิตริณียิ้มแล้วขึ้นรถ อัศนีย์ตามไปอย่างไม่พอใจนัก รถแล่นออก
"จะมาอยู่เป็นเพื่อนฉันทำไม แดดร้อนออก"
"เผื่อฉันจะช่วยอะไรคุณได้บ้าง"
เขายิ้มออกมา
"ไม่ยักรู้ว่าเดี๋ยวนี้เธอออกเดทกับนายอัศนีย์วันหยุดด้วย"
"ไม่ใช่เดทค่ะ ฉันมาคุยกับเขาเรื่องงานเท่านั้นเอง คุณจิตริณีก็มาด้วย ว่าแต่คุณ... สบายดีนะคะ"
"ก็อย่างที่เห็นน่ะ"
ชายรองเกิดนึกรู้ขึ้นได้ทันที ทำเป็นไอออกมาเบา ๆ
"อุ๊ย....คุณไม่สบายรึเปล่า"
"เป็นไข้นิดหน่อย"
"แล้วทำไมไม่นอนพักคะ มาออกกำลังกลางแดดทำไม"
"หญิงก้อยชวน ยังไงฉันก็ต้องมา"
สาลินสลดอย่างไม่รู้ตัว
"จริงซี คุณต้องเทคแคร์เธอนี่"
"ใครบอก หญิงกลับเป็นฝ่ายดูแลฉัน นี่ไง เธอเข็นรถให้ฉันด้วย"
แล้วทั้งสองก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน แล้วเจื่อนกันไป ชายรองรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นขรึมทันที
"ฉันเข็นรถให้คุณนะ อย่างน้อยฉันว่าฉันแรงเยอะกว่าคุณหญิงแน่ ๆ"
"สาลิน ไม่ต้อง"
"คุณสตาร์ทรถนะคะ ฉันจะเป็นคนเข็นรถเอง"
เธฮไม่รอให้เขาปฏิเสธ เข็นรถทันที เขารีบตรงไปยึดพวงมาลัย มือหนึ่งหมุน อีกมือช่วยผลักรถ
จนรถเข้าที่ ทั้งคู่ยิ้มใหกัน

สาลินอยู่ในห้องน้ำหญิงในสโมสร หญิงก้อยเดินเข้ามาอย่างตั้งใจ สาลินชะงักไป
"ไงจ๊ะ....ได้ข่าวว่าเป็นตัวเลือกรายต่อไปของเด็จป้างั้นเหรอ"
"ตัวเลือกรายต่อไป"
"อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่อง เธอกำลังถูกจับคู่กับนายเล็กหรือว่าเธอจะแก้ข่าว"
"ขอแก้ข่าวค่ะ เพราะฉันกับคุณชายเล็กคงไม่ใช่คู่กันแน่ ๆ"
"ก็ดีนะ ที่เธอยังจงรักภักดีอยู่กับอาร์นี่"
"ก็ขอแก้ข่าวอีกล่ะค่ะ เพราะฉันไม่เคยจงรักภักดีกับคุณอัศนีย์หรือใครทั้งนั้น"
"งั้น.....เธอก็ไม่ได้หวังจะครอบครองเรือนหออยู่น่ะซี"
"เรือนหอ เรือนหออะไร"
"เรือนหอของเด็จป้าไง"
"เฮ้อ.....คุณหญิงคะ ฉันว่าคุณหญิงคิดมากไปแล้วล่ะ"
"ฉันไม่ได้คิดมาก แต่ฉันคิดรอบคอบต่างหาก ถึงเธอไม่คิด แต่พี่สาวเธอก็คงคิด ไม่อย่างนั้นทำไมยังลอยหน้าอยู่ในวัง ทั้ง ๆ ที่เป็นหม้ายขันหมากไปแล้ว"
"ใครจะอยู่หรือไปจากวัง เสด็จพระองค์หญิงเป็นผู้ทรงประทานพระอนุญาต ไม่ใช่เข้าออกกันตามอำเภอใจ"
หญิงก้อยแน่ใจแล้วว่า ศรีจิตราคือคนที่จะได้ครอบครองเรือนหอเพราะน่าจะถูกจับคู่กับชายเล็กแน่ ๆ ไม่ใช่ สาลิน จิตริณีเดินเข้ามาพอดี
"มีอะไรกันรึเปล่าคะ"
หญิงก้อยยิ้มหยันก่อนออกไป
"ขอบใจมากนะที่ทำให้ฉันเข้าใจอะไรได้อีกเยอะ"
"คุณหญิงเพิ่งเข้ามาไม่ใช่เหรอคะ ลืมทำธุระในห้องน้ำรึเปล่าคะ" จิตริณีว่า
"เปล่า ธุระฉันหมดแล้วต่างหาก"
สาลินอ่อนใจ
"ลินซี่ แม่นั่นมาระรานอะไรเธอรึเปล่า"
"เปล่าค่ะ แต่ฉันไม่เข้าใจเจตนาของเธอเลย"

สาลิน จิตริณีเดินข้ามฝั่งมายืนซ้อม บริเวณข้างสนาม อัศนีย์ ชายรอง นั่งอยู่ด้วยกัน
"อีกเดือนเดียว ไนท์คลับของผมก็จะเปิด คุณชายยังเป็นแขกวีไอพีเหมือนเดิมนะครับ"
"เอ....จะเหมาะเหรอ ผมไม่ใช่วุฒิวงศ์แล้วนะ เด็จป้าทรงตัดผมออกจากตระกูลแล้ว กำลังหาชื่อสกุลใหม่อยู่"
อัศนีย์อึ้งไปนิดนึง
"ยังไงคุณชายก็ต้องไปครับ เพราะสาลินเป็นประชาสัมพันธ์ไนท์คลับของผม"
ชายรองชะงัก อัศนีย์อมยิ้ม
หญิงก้อย วิรงรองเดินมายืนคุยฝั่งตรงข้ามมองสาลิน จิตริณี
"ไม่นึกนะหญิง ว่าแม่สาลินจะกล้ามาเผชิญหน้ากับหญิงวันนี้ด้วย"
"ยายบ้านสวนนั่นดูไม่กลัวเกรงอะไร กล้าเผชิญหน้า ผิดกับเธอ ลอบทำร้ายฉันลับหลัง"
"พูดอะไรน่ะหญิง ฉันไปทำร้ายลับหลังเธอตอนไหน"
"ก็ที่เธอแส่ลงข่าวคุณรองน่ะซี เธอจงใจกลั่นแกล้งฉันใช่ไหม"
"โถ กลั่นกล้งกลั่นแกล้งอะไรกันจ๊ะ ฉันแค่ทำตามเสาวนีย์ของหญิง"
"ฉันไปสั่งอะไรเธอตั้งแต่เมื่อไร"
"อ้าว ก็ที่หญิงกำชับฉันไว้ไง ว่าให้มีข่าวหญิงกับคุณรองต่อเนื่องเป็นเรื่องชุด"
 
"เริ่มจากข่าวหญิงกำหนดจะแต่งงานในเดือนสองเดือนนี้ไง"

หญิงก้อยคอแข็ง
 
"แต่เธอก็น่าจะรู้ว่าข่าวนี้ไม่น่าเขียน ถ้าเธอยังมีสมองอยู่บ้าง"
วิรงรองฝืนยิ้ม
"แต่นี่ฉันก็ใช้สมองเขียนแล้วนะหญิง เพราะเนื้อหาข่าวก็คือ คุณชายรองยอมสละได้ทุกสิ่งเพื่อความรัก คุณชายยอมทิ้งยศศักดิ์เพื่อคุณหญิงยอดดวงใจ"
คุณหญิงอึ้ง ยิ่งโกรธกว่าเดิมหลายเท่า
"ไม่มีอะไรในโลกนี้ งดงาม เลอค่า ไม่มีวันแปดเปื้อนแล้วเท่าเธอ"
หญิงก้อยตาวาววับ
"ก็ได้ ฉันยกโทษให้เธอ"
"โอว์ เป็นพระกรุณาเพคะ"
วิรงรองเดินออกมารวมกลุ่มกับจิตริณี หญิงก้อยมองตาม ทางด้านจิตริณีเสิร์ฟลูก วิรงรองหันไปรับลูกทันที ตีกลับ หญิงก้อยมองวิรงรองได้โอกาสแก้แค้น
สาลินตีลูกกลับมา หญิงก้อยรับตีลูกกลับ จิตริณีรับแล้วตีกลับอีกที ลูกกระเด็นมาตรงกลาง วิรงรองวิ่งรับลูก หญิงก้อยวิ่งเข้าไป ทั้งสองสาวปะทะกัน เทหญิงก้อยตั้งใจฟาดไม้แร็คเก็ตเข้าที่ไหล่ของวิรงรองอย่างแรง
"แอร๊ย"
วิรงรองล้มไปกับพื้น
"ติ่ง ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ"
"โอย เข่าฉัน"
เลือดซึมออกมาที่เข่า อัศนีย์ กิตติกับชายรองวิ่งมาดู วิรงรองโอดโอยตอนลุกขึ้น อัศนีย์ประคองแขนอีกข้าง
"ติ่ง ขอโทษจริง ๆ นะ"
สองหนุ่มพาวิรงรองกลับเข้าตัวตึก หญิงก้อยตามไปสีหน้ากึ่งสงสารกึ่งยิ้ม สาลิน จิตริณีสังเกต
"เห็นอย่างที่ฉันเห็นรึเปล่าลินซี่"
"ค่ะ เธอตั้งใจทำคุณติ่งเจ็บตัวแน่ ๆ"
สองสาวตามไป

วิรงรองนั่งอยู่บนเตียงพยาบาลในสปอร์ตคลับ สะอื้น หัวหูฟู สาลินกำลังช่วยทำแผลที่เข่าให้ ใช้สำลีล้างแผลด้วยน้ำเกลือ และใช้ทิงเจอร์ฆ่าเชื้อ ชายรองช่วยอยู่ข้าง ๆ
"แสบหน่อยนะคะ "
"โอย....แสบค่ะ แสบ"
"อดทนนิดค่ะ"
ชายรองแกล้งไอออกมาอีก สาลินมองตามอย่างเป็นห่วง
หญิงก้อยยืนมองอยู่หน้าห้อง สีหน้าสะใจ อัศนีย์ยืนอยู่ข้าง ๆ
"ไม่ช่วยยายติ่งหน่อยล่ะครับหญิง"
"ไม่ล่ะค่ะ คุณก็รู้นี่ว่าฉันเกลียด เออฉันแพ้เลือด เห็นแล้วจะเป็นลม"
จิตริณีเดินเข้ามาพอดี
"แหม....ยายติ่งนี่ก็สำออยนะคะ แผลเล็กแค่นี้เอง ร้องจะเป็นจะตาย"
"ดิฉันว่าไม่ใช่แค่แผลนะคะ เพราะที่ไหล่ก็โดนแร็คเก็ตของคุณหญิงฟาดเข้าไปเต็ม ๆ ยกแขนแทบไม่ขึ้น ไม่รู้กล้ามเนื้ออักเสบหรือกระดูกหักรึเปล่า"
"คุณพูดเหมือนฉันตั้งใจทำอย่างนั้น"
"ฉันไม่ได้กล่าวหาคุณหญิงนะคะ อย่าเพิ่งร้อนตัว"
จิตริณีตรงไปหาวิรงรอง หญิงก้อยอยากจะด่าตาม อัศนีย์ตามไป
จิตริณีบอก
"ติ่ง เดี๋ยวฉันขับรถพาเธอไปโรงพยาบาลเอง"
"ขอบใจจ๊ะ แต่ปวดแขนจริง ๆ นะ"
อัศนีย์เข้าทาง
"งั้น....ผมไปส่งลินซี่นะ"
"ฉันว่าฉันเรียกแท็กซี่กลับบ้านเองดีกว่าค่ะ" สาลินบอก
"ไม่ได้หรอก มากับผม ผมก็ต้องไปส่งซีครับ"
สาลินพูดไม่ออก
"เออ.... อาร์นี่ เธอไปส่งฉันด้วยซี รถคุณรองเสีย ฉันไม่อยากลับแท็กซี่"
"ผมเรียกช่างมาซ่อมแล้วนะหญิง" ชายรองบอก
"แล้วถ้ามันเกิดเสียอีกล่ะคะ คุณจะให้หญิงเข็นรถให้คุณกลางถนนอีกงั้นเหรอ"
"ฉันรู้แล้ว งั้นฉันไปกับคุณชาย ฉันช่วยเข็นได้สบายมากค่ะ คุณอัศนีย์ก็ไปส่งคุณหญิง คุณจินนี่ก็ไปส่งคุณติ่ง ลงตัวทุกคู่แล้วนะคะ"ชายรองยิ้มปลื้มนิด ๆ จิตริณีพึงใจ หญิงก้อยเลิกคิ้วมองสาลินอย่างสงสัย

ลานจอดรถสปอร์ตคลับ หญิงก้อยนั่งหน้าเชิดข้างอัศนีย์ที่หน้าบอกบุญไม่รับ แล่นรถบึ่งออกไป ชายรองยืนอยู่กับสาลินข้างรถบุโรทั่งของตัวเอง
"จะให้ฉันไปส่งเธอที่บ้านสวนใช่ไหม ขึ้นรถเลย"
"คุณไปส่งฉันแค่ถนนใหญ่ก็พอค่ะ ฉันเรียกแท็กซี่ไปเอง"
"ไหนบอกว่าจะให้ฉันไปส่งไง"
"รถคุณแล่นไปไม่ถึงเมืองนนท์หรอกค่ะ อีกอย่างฉันแค่จะหลบนายอัศนีย์ ไม่ให้เขาไปส่งฉันเท่านั้นเอง"
เขามองสาลินอย่างปลื้ม แล้วทำเป็นไอแรง ๆ
"ตายจริง คุณไม่สบายนี่ ไหน ดูซิ"
สาลินอังมือหน้าผาก เขารู้สึกถึงสัมผัสนั้น
"ตัวรุม ๆ"
"ไม่เป็นไรหรอก ไป ฉันไปส่งเธอ"
เขาทำไอแรง ๆ น่าสงสาร เปิดประตูรถให้ เธอมองเขาตาละห้อย เขานั่งยิ้มเพลีย ๆ ไอออกมาอีก หอบหายใจแรก แล้วขับออก รถพ่นไอเสีย กระตุกเป็นระยะ ดูป่วยไม่แพ้เจ้าของ

ในโรงพยาบาลจิตริณีประคองวิรงรองลุกจากเตียง
"จินนี่ ยายคุณบรรณารักษ์นี่เขาก็ดี้ดีนะ ขนาดเคยมีเรื่องกันมา ยังเต็มอกเต็มใจทำแผลให้ ไม่เห็นร้ายกาจอย่างที่นัง เอ้ย ยัยหญิงก้อยใส่ไฟไว้ซักนิด"
"ลินซี่เป็นคนดี น่ารัก ฉันเลยต้องมาดูแลเขาเพื่อกันเขาจากอาร์นี่ คนร้ายที่เธอควรระวังคือยายคุณหญิงก้อยต่างหาก"
"ทำไมเหรอ"
"ถึงจะอยู่ในระยะไกล แต่ฉันก็พอมองออกว่ายายคุณหญิงตั้งใจฟาดเธอด้วยแร็คเก็ต"
"แน่ใจเหรอ"
"ลินซี่ก็เห็นเหมือนฉัน แล้วยิ่งแน่ใจ เมื่อเห็นสีหน้าสะใจของหล่อนตอนที่มองดูเธอทำแผล มีปัญหาอะไรกันรึเปล่า"
วิรงรองนึกถึงสิ่งที่หญิงก้อยต่อว่าเมื่อกี้ทันที สีหน้าเครียดขึ้นทันที
"เดี๋ยวเล่าให้ฟัง"
จิตริณีประคองวิรงรองออกไป

ชายรองพาสาลินเข้ามาในบ้าน บ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยมากกว่าเดิม กิตติยังไอโขลก ๆ แล้วเซมานั่งที่โซฟายาว หอบหายใจแรงดูเหนื่อยเสียเต็มประดา
"โธ่.....ลำบากเธอแท้ ๆ กลายเป็นเธอที่มาส่งฉันที่บ้านแทน"
"ก็คุณไอเสียขนาดนี้ คุณไม่สบายมากนะ ไปโรงพยาบาลคุณก็ไม่ยอมไป"
"ฉันนอนพักเดี๋ยวก็หาย แค่มึนหัวเท่านั้นเอง เธอกลับได้แล้วล่ะ"
"แล้วคุณอยู่คนเดียว ใครจะดูแลคุณ"
"เดี๋ยวฉันเรียกหญิงก้อยมาก็ได้ หญิงดูแลฉันได้อยู่แล้ว"
"คุณแน่ใจเหรอคะ"
"ทำไมพูดอย่างนั้น"
สาลินไม่อยากเล่าเรื่องที่หญิงก้อยทำร้ายวิรงรอง
"ก็คุณ...ไม่มีอะไรหรอกค่ะ"

"ขอน้ำทานหน่อยเถอะ คอแห้งจัง"

ชายรองไอโขลก ๆ สาลินรีบวิ่งไปรินน้ำในห้องด้านหลัง
 
ขารีบเดินไปที่กระถางต้นแก้วที่วางอยู่นอกเทอเรซ เด็ดใบมาสามสี่ใบ แล้วกลั้นใจเอาเข้าปากเคี้ยว หน้าเหยเกเพราะขมปี๋ แล้วรีบกลับมานอนทำซมที่โซฟาต่อ สาลินกลับเข้ามาพร้อมน้ำ เขาดื่มน้ำ ทำท่าอ่อนแรง สาลินอังฝ่ามือที่หน้าผาก
"ตายจริง ตัวร้อนกว่าเดิมอีก ไปหาหมอเถอะนะ ฉันพาไป"
"ไม่....ค่าใช้จ่ายทั้งนั้น ฉันไม่มีเงิน"
"โธ่ ทำยังไง ไข้ขึ้นขนาดนี้ เอาอย่างนี้ ต้องลดไข้ค่ะ คุณต้องนอนแช่น้ำแข็งแล้วล่ะ"
ชายรองสะดุ้งเล็ก ๆ
" หา....ว่าอะไรนะ"
"นอนแช่น้ำแข็งค่ะ"

สาลินไขน้ำครึ่งอ่าง แล้วเทน้ำแข็งก้อนเล็กที่ทุบจากน้ำแข็งก้อนสี่เหลี่ยมใหญ่ลงไป เขาอยู่ในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำ ปิดเนื้อตัวมิดชิด
"เร็วค่ะ ลงมาแช่ในอ่าง ฉันไม่แอบดูคุณหรอกน่า"
เขาเดินมาที่อ่าง แล้วหย่อนเท้าลงไป สะดุ้งโหยง
"มันเย็นนะ"
"มันช่วยลดไข้ค่ะ นั่งลงไปเลย"
เขาลงนั่งแล้วผวาเฮือก
"โอย"
"แช่ไปทั้งตัวค่ะ"
สาลินกดร่างเขาลงแช่ไปทั้งร่าง เขาสะดุ้งเฮือก
"ดีค่ะ พอไข้ลดคุณจะรู้สึกดีขึ้น"
เขาจะลุกขึ้นเพราะน้ำเย็นชัด สาลินกดร่างให้นอนลงไปใหม่
"อย่าเพิ่งลุก"
สาลินเอาฟองน้ำมาเช็ดหน้า และช่วงคอให้กิตติ
"เธอเคยทำมาก่อนเหรอ เห็นเธอทำแผลให้คุณติ่งอย่างชำนาญ"
"ค่ะ.....ฉันเป็นนางพยาบาลประจำบ้าน ใครเจ็บป่วยอะไรฉันรักษาได้หมด คุณตามีตำรับยาสมุนไพรตั้งหลายเล่ม ที่บ้านสวนก็ปลูกสมุนไพรไว้เยอะแยะ เราแทบไม่ต้องพึ่งยาหมอฝรั่งเลยนะ แม้แต่เจ้ามอมฉันก็เคยทำแผลให้มันเลย"
"ฉันว่าไข้ฉันน่าจะลดแล้วนะ เพราะน้ำมันเย็นขึ้นเรื่อย ๆ"
สาลินอังฝ่ามือที่หน้าผาก กิตติอีกครั้ง
"ค่ะ เหมือนไข้จะลดแล้ว ทำไมเร็วจัง"

ต่อมา ชายรองจามฮัดเช่ย เป็นหวัดเข้าจริง ๆ สวมเสื้ออุ่น ๆ นั่งอยู่ที่โต๊ะทานข้าว มองข้าวต้มร้อนๆ ในหม้อที่สาลินเพิ่งปรุงมาให้ตรงหน้า เธอตักใส่ชามเล็ก โรยด้วยผักชีและขิงหั่นซอย
"ข้าวต้มปลาค่ะ ทานหน่อยนะคะ จะได้ทานยาลดไข้ แล้วรีบเข้านอนเลย พรุ่งนี้ฉันจะแวะมาดูอาการอีกที "
"พรุ่งนี้เธอจะแวะมาเหรอ"
"ค่ะ.....ถ้าคุณไม่ว่า"
"ไม่ว่าหรอก แต่ฉันเกรงใจเธอ"
"อย่าเกรงใจเลย ฉันเป็นต้นเหตุให้คุณเป็นอย่างนี้นี่นา ทานค่ะ"
ชายรองทานข้าวต้ม รู้สึกอร่อยที่สุดเท่าที่เคยทานมา
"เป็นไงคะ"
"ดีมาก อร่อยที่สุดเท่าที่เคยทานมา"
"ไม่ต้องมายอฉันหรอกค่ะ ฝีมือฉันก็พื้น ๆ แค่คุณทานได้ฉันก็ดีใจแล้ว ฉันทานบ้างดีกว่า"
สาลินยิ้มให้ ไม่รู้เลยว่ากิตติอร่อยที่สุดตามที่พูดจริง ๆ

คืนนั้น ท่านจันทร์กำลังทรงอ่านหนังสือ หม่อมวาณีนั่งปักผ้าอยู่ใกล้ ๆ ม.ร.ว. ศศิรัชนีท่าทางเศร้าซึมจัดดอกไม้ลงแจกันอยู่ รื่น โรย กำลังริดก้านใบ ดอกไม้อยู่ที่พื้นใกล้ ๆ หญิงก้อยใส่ชุดอยู่บ้านเดินมานั่งลง
"อ้าว ลูกหญิง"
"ท่านพ่อเพคะ หญิงมีเรื่องอยากปรึกษา เรื่องมรดกของหม่อมย่า ในส่วนของหญิง"
"หม่อมย่ายกให้เธอเป็นทุนการศึกษา กับเป็นของขวัญแต่งงาน ตอนเธอไปอเมริกา เพื่อที่เธอเรียนไม่จบ และเพื่อแต่งแล้วหย่าสายฟ้าแลบน่ะ เธอผลาญสมบัติไปจนไม่เหลือแม้แต่สตางค์แดงเดียว"
เธอคอแข็ง วาณีสบตาหญิงกลาง รื่นโรยขยับเข้าหากัน
"แล้วท่านพ่อจะช่วยหญิงกับคุณรองยังไงบ้างเพคะ หลังจากที่เราแต่งงานกันแล้ว"
"ทำไมต้องช่วย สมบัติของชายรองมีตั้งเยอะแยะ"
"นั่นสมบัติเด็จป้าเพคะ ตอนนี้คุณรองกำลังลำบากเพราะเหลือแต่เงินเดือนราชการ ธุรกิจผ้าไหมก็ขาดทุน"
"อย่าว่าแต่ชายรองเลย ธุรกิจของรัชนีกุลก็อยู่ใต้ใบบุญของวังวุฒิเวสม์เหมือนกัน ถ้าฉันยื่นมือไปช่วย เสด็จพี่ไม่โปรดแน่ และถ้าเสด็จพี่กริ้ว ฉันขึ้นมาอีกคน เราจะเดือดร้อนกันหมด"
เธอลุกพรวดขึ้น
"ท่านพ่อเห็นแก่ตัวเอง ไม่เห็นแก่หญิงเลย"
วาณีและหญิงกลางเกือบช็อค รื่น โรย เข้าบีบมือกันแน่น
"หญิง!"
ท่านจันทร์มองลูกสาวอย่างสมเพช แล้วตรัสเรียบๆ
"แล้วเธอเล่า ตั้งแต่ลืมตาดูโลกขึ้นมานี่ เธอเคยเห็นแก่ใครอื่นบ้างไหม"
เธอชะงักแล้วเชิดหน้าเดินไปขึ้นไปชั้นบน หม่อมวาณีร้องเรียกลูกหญิงแล้ววิ่งถลาตามไป
หญิงกลางมาคุกเข่ากับพื้นบีบกรท่านจันทร์อย่างปลอบโยน ท่านจันทร์แย้มสรวลแต่เนตรขมขื่น ลูกสาวยิ้มปลอบ ซบหน้ากับตักของท่านพ่อ ทอดถอนใจ

ในห้องนอน หญิงก้อยกำลังพูดสาย สายตาหวั่นไหวจากที่รู้ว่าท่านพ่อจะไม่ทรงช่วยเรื่องเงิน
"อ้อ วันมะรืน มันจะไปเดินห้างใช่ไหม ดี ฉันจะไปเจอมันที่นั่น"

จรวยพูดสายอยู่ในห้อง
"คุณหญิงแน่ใจเหรอคะว่า เรือนหอน่ะ ไม่ใช่สำหรับคุณชายเล็กกับนังคนน้องแน่ ๆ"
จังหวะนี้ ชายโตเดินเข้ามา ชะงักหยุดฟัง
"ฉันเพิ่งเจอนังคนน้องมา ถามลองใจมันดูแล้ว มันบอกว่ามันไม่ใช่คู่ของคุณเล็ก ดูมันไม่ได้สนใจอะไรเรื่องเรือนหอเลยสักนิด เพราะฉะนั้น น่าจะเป็นนังคนพี่กับชายเล็กเสียมากกว่า"
"เหรอคะ ก็แสดงว่านังคนพี่นี่แหละที่หวังว่าจะได้อยู่เรือนหอ คุณหญิงก็รีบจัดการเลยนะคะ"
"เธอก็ช่วยด้วยอีกแรงก็แล้วกัน ทำให้มันสิ้นหวังเป็นสะใภ้จ้าวให้มากที่สุด"
"ได้ค่ะ ให้มันหมดอาลัยตายอยาก ระเห็จจากวังไปเลย"
"เมื่อหมดเสี้ยนหนาม สมบัติของเด็จป้า รวมทั้งเรือนหอ ต้องเป็นของฉันทั้งหมด"
"ค่ะ จรวยก็หวังว่าอย่างนั้น อ้อ อย่าลืมนะคะ วันมะรืน มันไปเดินช็อปปิ้งที่ห้าง เห็นว่าจะเข้าไปร้านติ่มซำด้วยนะคะ"

จรวยหัวเราะ ดิเรก ส่ายหน้าอย่างระอาใจ

สะใภ้จ้าว ตอนที่ 15 (ต่อ)

วันรุ่งขึ้น ชายรองใส่ผ้าขนหนู เพิ่งอาบน้ำเสร็จ
 
เปลือยท่อนบนน้ำยังพราวทั้งตัว เดินออกมาโถงกลาง แล้วสะดุ้งเฮือกเพราะสาลินกำลังเก็บกวาดโถง สาลินหันมาพอดี ห้องโถงสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยยิ่งกว่าเดิม
"ว้าย"
สาลินหันหลังให้ เขารีบดึงผ้าขนหนูอีกผืนที่พาดบ่าอยู่ มาปิดท่อนบน
"เออ.....เธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วเข้ามาในบ้านได้ยังไง"
"เมื่อคืนก่อนกลับ ฉันเอากุญแจบ้านไปด้วยน่ะค่ะ เพราะตั้งใจจะมาทำอาหารเช้าให้คุณทาน"
"เธอหันมาได้แล้ว"
สาลินหันมา พบว่า กิตติคลุมท่อนบนเรียบร้อย มองไปที่มุมครัว เห็นข้าวต้มกำลังอุ่นอยู่บนเตา
"หอมจัง"
"ฉันทำข้าวต้มให้คุณค่ะ"
สาลินตรงมาใกล้ แล้วเอามืออังหน้าผากทันที กิตติอึ้งไป
"ตัวไม่ร้อนแล้วค่ะ เห็นไหมฉันลดไข้ให้คุณเห็นผลทันใจ"
"ขอฉันไปแต่งตัวก่อนเถอะนะ"
"ได้ค่ะ"
ชายรองรีบกลับเข้าห้องด้านใน สาลินดูแฮ็ปปี้ ไปดูข้าวต้มในหม้อต่อ

สาลินกับชายรองทานอาหารเช้าอยู่ด้วยกัน
"กุนเชียงบ้านสวนนี่อร่อยจัง ไม่ติดมันด้วย จำได้....คราวที่แล้วฉันให้ไอ้มอมกิน มันกระดิกหางใหญ่ แสดงว่าของโปรดมันเลยนะ"
"ชื่อคล้ายกัน ก็เลยชอบเหมือนกัน"
"หา....เธอพูดอะไร"
"ก็ชื่อเล่นคุณที่คุณศุภรเรียกไง"
"ศุภรเรียกฉันว่า ไอ้หม่อม"
"ฉันได้ยินทีไร คิดว่าเป็นไอ้มอมทุกที"
กิตติหน้าบึ้ง สาลินทำหน้าวิงวอน
"อย่าโกรธนะคะ ก็ครั้งแรกฉันได้ยินแบบนั้นจริง ๆ นี่"
ชายรองเอาตะเกียบคีบห้อยจ๊อส่งมาที่สาลินบ้าง
"เธอชิมซิ มันเย็นแล้ว ไม่เหมือนไข่นกกระทาหรอก"
สาลินตีมือกิตติเผียะ กิตติคว้ามือไว้ สาลินชะงัก กิตติมองตา สาลินหน้าแดงฉาน
ที่กลางห้องโถง หญิงก้อยในชุดสั้นปักเลื่อม เดินเข้ามาแล้วชะงัก ตาวาว สาลินดึงมือออก กิตติลุกขึ้นรับ สาลินลุกตาม
"อ้อ หญิง กินข้าวด้วยกันไหม"
"แหม....ถ้าร่วมวงด้วย ก็ขัดความสำราญแย่เลยซีคะ"
"คุณหญิงคะ คุณชายไม่สบายตั้งแต่เมื่อวาน ฉันเลยมาดูแล"
"ตั้งแต่เมื่อวาน ! อ้อ งั้นก็ดูแลต่อเนื่องมาถึงวันนี้ซีนะ ค้างอ้างแรมกันรึเปล่า"
สาลินหน้าเชิด
"ฉันคิดว่าฉันสมควรจะกลับแล้ว คุณชายคะหนังสือที่จะบริจาค ฉันมาเอาวันหลังก็แล้วกัน"
"เธอน่าจะบอกฉันด้วยนะ เพราะฉันก็มีของที่อยากบริจาคให้เป็นทานเหมือนกัน"
หญิงก้อยยิ้ม หึงนิดนึง แต่โล่งใจมากกว่า
"กรุณาอย่าเข้าใจผิดนะคะ คุณชายกับฉันบริสุทธิ์ใจ"
หญิงก้อยกรายมาใกล้
"เธอแน่ใจหรือ ว่าเธอบริสุทธิ์ใจจริง"
สาลินเริ่มโกรธแต่ยิ้มหวาน
"ฉันแน่ใจค่ะ แน่ใจว่าฉันบริสุทธิ์กว่าคุณหญิง"
ชายรองสะดุ้ง หญิงก้อยผวา สาลินพูดแล้วก็เสียใจ หญิงก้อยเชิดหน้า
"หญิงจะมารับคุณรองไปกินอาหารฝรั่งเศสที่ลาโรช แต่คุณรองกลับมีอาหารริมทางเสพอยู่แล้ว"
"ฉันกลับก่อนค่ะ"
สาลินคว้ากระเป๋ารีบกลับทันที หญิงก้อยหันมามองเขาอย่างเอาเรื่อง
"ไม่สบายเหรอคะ แต่หน้าตาดูสดชื่นดีนี่ "
กิตติไอออกมาทันที
"ใครบอก ไข้ผมขึ้นสูง ไม่มีแรงเลย หญิงช่วยอะไรผมหน่อยได้ไหม"
"ช่วยอะไรคะ"
"เช็ดตัวให้ผมที"
"หา....เช็ดตัว"
"ครับ"
เขาทำตาละห้อย ทั้งไอทั้งจาม

ณ ระเบียงตำหนักใหญ่ วังวุฒิเวสม์ สอางค์ตาเบิกโพลง
"หา จะขอเข้าเฝ้า"
สอางค์นั่งอยู่บนตั่ง สาลินนั่งอยู่ตรงหน้า มาลา วรรณา นั่งอยู่ที่พื้นกำลังทำของชำร่วยกันอยู่
"ค่ะ คุณป้าใหญ่"
"เรื่องงานที่ห้องสมุดอีกเหรอ"
สาลินอึกอักกำลังจะปฏิเสธ แต่สอางค์บ่นบ้าก่อน
"แต่ช่วงนี้น่ะมันไม่เหมาะ ตั้งแต่เกิดเรื่องคุณชายรอง เสด็จทรงเหมือนเดิมซะที่ไหน เดี๋ยวก็ทรงเงียบ เดี๋ยวก็เย็นชา บางทีก็กริ้วแหวออกมา"
สาลินหน้าเสีย
"อย่างงั้นเชียวหรือคะ"
"น้อยไปน่ะซีคะ คุณสา วันก่อนมีพวกนังเล็ก ๆ กลุ่มนึง ไปซุบซิบกันเรื่องสงสารคุณชายรอง ทรงพระดำเนินผ่านมาพอดี ทรงไล่ออกไปทั้งโขยง ห้ามเสนอหน้ามาให้ทรงเห็นเป็นอันขาด" มาลาว่า
วรรณาซับน้ำตา
"ที่ทรงประกาศิตไว้ว่าห้ามพูดกระทั่งชื่อคุณชายรองน่ะ ทรงหมายความตามนั้นจริง ๆ"
"โธ่เอ๋ย คุณชายไม่น่าพระชนม์สั้นเลย"
ทุกคนสะดุ้ง สอางค์ชะงักรู้ตัวว่าพูดเพ้อ
"เอ๊ย คุณชายไม่น่าคิดสั้นแบบนั้นเลย"
สาลินยิ่งหน้าซีด
"เออ แล้วหนูจะขอเข้าเฝ้าเรื่องอะไรล่ะลูก
"เอ้อ เรื่องขอประทานอภัยโทษให้คุณชายรองค่ะ"
สอางค์ยิ้มละไมแล้วตาเหลือก มาลา วรรณาโยนของชำร่วยทิ้ง คลานพรวดมาคว้าขาสาลิน
"ดีลูก ว้าย.....ไม่ได้นะยายสา"
"เสด็จกริ้วแหวแน่ค่ะ"
"ดีไม่ดีจะกริ้วมาถึงคุณศรี ถึงคุณแม่บ้านด้วยนะคะ"
ประตูเปิดออก ศรีจิตราเข้ามา
"ยายสา เสด็จทรงประทานพระอนุญาตให้เฝ้าได้แล้วจ้ะ แต่รออีกสักสิบนาทีนะ"

ทุกคนร้องอุทานประหวั่นพรั่นพรึง สาลินลังเลแล้วมีแววสู้ตาย

หญิงก้อยถือกาต้มน้ำเก่าคร่ำเดินจากนอกห้องเข้ามาในห้องน้ำ ผมรุ่ยร่าย หน้าเป็นมัน
 
"คุณรองคะ เตาถ่านทำไมมันยุ่งยากอย่างนี้ ว้าย"
หญิงก้อยชะงักเพราะเขานั่งเปลือยท่อนบนอยู่ในอ่างอาบน้ำ ท่อนล่างอยู่ในผ้าขนหนู นอกอ่างมีกระป๋องสังกะสีวางอยู่ เทพีเบือนหน้าไปทางอื่น
"คุณรอง คุณเปลือยอยู่นะคะ"
"ผมต้องเช็ดตัวนี่ครับ ไม่ต้องอายหรอก เราจะแต่งงานกันอยู่แล้วนะ"
หญิงก้อยค่อย ๆ หันมา
"นี่ค่ะ น้ำร้อน คุณผสมเอาเองนะ แล้วเช็ดตัวเอง หญิงจะไปรอข้างนอก"
"โธ่ หญิง ผมไม่มีแรง ผสมน้ำให้ผมเถอะ นี่ครับ ผ้าขนหนู"
เธอเทน้ำในกาลงในกระป๋องอย่างทุลักทุเล หย่อนผ้าขนหนูลงไป แล้วบิดหมาด ๆ
"เช็ดเลยครับ"
เธอวางผ้าขนหนูบนไหล่ของเขา แล้วเช็ดไปกลางหลัง
"ดีครับ เดี๋ยวเช็ดช่วงล่างให้ผมด้วยนะ"
"ว้าย อะไรนะคะ เช็ดช่วงล่าง"
"ครับ ผมไม่มีแรง"
กิตติดึงผ้าขนหนูปิดช่วงล่างออก วางพาดบนขอบอ่าง
"เช็ดได้เลยครับ ไม่ต้องเกรงใจ"
"ไม่ได้ค่ะ คุณรองเช็ดเองเถอะ"
ชายรองทำท่าผะอืดผะอมขึ้นมา
"คุณรองเป็นอะไร"
"ผมไม่น่าทานของเช้าของสาลินเมื่อกี้เลย ผมจะอาเจียน"
เขาทำท่าเหมือนจะอ้วกออกมา
"ลูบหลังผมหน่อยครับ ลูบหน่อย"
"ไม่ไหวแล้วค่ะ เดี๋ยวหญิงโทร.ไปเรียกคนที่ วังวุฒิเวสม์มาดีกว่านะคะ"
"หญิง อย่าทิ้งผมนะครับ ผมช่วยตัวเองไม่ได้ ผมหน้ามืดจะเป็นลมอยู่แล้ว"
"งั้นเป็นลมในอ่างอาบน้ำไปก่อนค่ะ ไม่อันตรายหรอก หญิงขอตัวค่ะ"
หญิงก้อยวิ่งออกจากห้องด้วยความขยะแขยง
"หญิงครับ หญิง เดี๋ยวซี"
ชายรองยิ้มออกมา แล้วทำเสียงโอ้กอ้าก อาเจียน

หญิงก้อยวิ่งออกมาแล้วรีบล้างมือที่อ่าง เสียงอ้วกดังแว่วมา เธอวิ่งออกจากบ้านไปทันที
เขาโผล่หน้ามา แล้วขำ บทพิสูจน์ของสองสาวเรียบร้อยไปอีกขั้น

เสด็จประทับบนตั่งพระพักตร์เคร่งขรึมเย็นชา พระหัตถ์ทำของชำร่วยไปด้วย แล้วปรายสายพระเนตรมายังกลางห้อง สาลินหมอบกราบกับพื้นดูร่างเล็กกระจ้อยร่อย ในห้องนั้นดูใหญ่โตเวิ้งว้าง ไม่มีพวกข้าหลวงอื่นใดอยู่
"มีเรื่องอะไรคอขาดบาดตายหรือ"
"หม่อมฉันมาขอประทานพระกรุณา ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเพคะ"
" เรื่องกิตติราชนรินทร์ใช่ไหม"
"เพคะ เรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความผิดของคุณชายรอง แต่เป็นหม่อมฉันเองเพคะ"
"ยังไง ไหนว่าไปซิ"
สาลินกลืนน้ำลาย
"หม่อมฉันเห็นเขารักอยู่กับคุณหญิงก้อย ถ้าแต่งไปกับพี่ศรี พี่ศรีต้องไม่มีความสุข หม่อมฉันเลยทำทุกอย่างเพื่อให้คุณชายคืนดีกับคุณหญิงเพคะ"
"เรื่องนี้ ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธอหรอก เรื่องของเรื่องคือ ชายรองอยากขัดใจฉันอยู่แล้ว"
"แต่เรื่องความรัก เราไม่ควรบังคับใจใครนะเพคะ"
เสด็จทรงลดใบโพธิ์ลง ทอดพระเนตรตรงมายังสาลิน สาลินใจหายแต่ยังคงสบพระเนตรอย่างวิงวอน สด็จทรงวางบุหงาใบโพธิ์ลงในพาน
"นี่เธอกำลังสอนฉันหรือ"
"มิได้เพคะ แต่หม่อมฉันแค่เห็นว่าคนเราควรจะแต่งงานกันด้วยความรักมากกว่าความเหมาะสม"
"แต่ฉันคิดว่าคนเราควรจะแต่งงานกันด้วยความรักเท่า ๆ กับความเหมาะสม"
"ถ้าเช่นนั้น คุณหญิงก้อยและคุณชายรองก็ควรแต่งงานกันซิเพคะ เพราะมีทั้งความเหมาะสม.. และ...ความรัก"
เสด็จทรงเชิดพระพักตร์
"ตรงกันข้าม ในกรณีของสองคนนี้ ไม่มีความเหมาะสมอะไรเลย และไม่มีแม้กระทั่งความรักด้วย"
"แต่"
"เธอนี่เก่งกล้าสามารถนักนะ กล้าขอในสิ่งที่คนทั้งวังนี้ไม่กล้าแม้แต่จะคิด"
"หม่อมฉันจำเป็นต้องกล้า เพื่อความถูกต้องเพคะ"
"อย่างนั้นหรือ ฉันคิดว่าเธอกล้า เพื่อเทิดทูนความรักเสียอีก"
"หม่อมฉันไม่เข้าใจเพคะ"
"อีกหน่อย เธอจะเข้าใจเอง"
สาลินอ้าปากค้าง เสด็จทรงหยิบบุหงาใบใหม่มา ตรัสเฉียบขาด
"เธอไปได้แล้วสาลิน"
สาลินลังเลแล้วกราบลง เสด็จทรงมองพระพักตร์เคร่ง แต่พระเนตรวิบวับขบขัน
"ขอเวลาให้ฉันใคร่ครวญเรื่องนี้อีกซักนิด เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่ฉันจะยกโทษให้ชายรอง ตอนนี้ให้เขารับกรรมที่เขาก่อขึ้นไปให้เต็มที่เสียก่อน"
สาลินกัดริมฝีปาก
เสียงในใจของสาลิน
"หม่อมฉันเองก็ต้องรับกรรมที่หม่อมฉันก่อขึ้นเหมือนกัน"
สาลินกราบลงอีกครั้ง เสด็จทรงหันพระปรัศว์ให้

วันรุ่งขึ้น ศรีจิตราเดินช็อปปิ้งทางเดินห้างหรู ชะงักไปทันทีเมื่อร่างของเทพีเพ็ญแสงมายืนขวางอยู่ตรงหน้า
"ไงจ๊ะ ยังหน้าระรื่นอยู่ได้นะ ทั้ง ๆ ที่เป็นหม้ายขันหมากถึงสองครั้งสองครา"
"คุณหญิงต้องการอะไรคะ ถึงขนาดลงทุนมาดักรอพบดิฉันแบบนี้"
"ฉันจะเตือนเธอไว้ ว่าอย่าหวังจะได้ครอบครองเรือนหอของเด็จป้า"
"คุณหญิงคิดว่าดิฉันหวังในเรือนหออยู่เหรอคะ คุณหญิงคงเข้าใจผิด"
"เธอนี่เล่นบทบาทเดียวกับน้องสาวเลยนะ ไม่หวังสมบัติเด็จป้าทั้งนั้น ถ้าไม่หวัง ยังจะลอยหน้าอยู่ในวังทำไม"
ศรีจิตราทำหน้าเศร้าทันที
"แล้วจะให้ดิฉันไปไหนเหรอคะ ดิฉันไม่มีที่ไปหรอกค่ะ"
"ก็กลับไปสวนผักอาม่า อาเจ็กของเธอไง"
"กลับไปให้คนนินทาว่าร้ายงั้นเหรอคะ ดิฉันไม่กล้าบากหน้ากลับไปหรอกค่ะ"
หญิงก้อยยิ้ม เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ
"งั้น....ก็หนีไปซี หนีไปให้ไกล ไปมีสามีใหม่ แถวหัวเมืองก็ได้ อย่างเธอคงหาไม่ยากหรอก"
"เสด็จไม่ทรงประทานพระอนุญาตแน่ ๆ ดิฉันอับจนปัญญาจริง ๆ ทุกวันนี้ชีวิตมีแต่ทุกข์ แทบจะมองหน้าใครไม่ได้ แม้แต่ข้าหลวงในวัง ที่แอบเอาเรื่องของดิฉันไปนินทาลับหลัง มีแต่ความอับอาย อดสู"
"เป็นฉัน ฉันคงตัดสินใจขั้นเด็ดขาดแล้วล่ะ "
"ยังไงเหรอคะ"
หญิงก้อยหน้าเชิดไปอีกทาง ศรีจิตรามองอย่างขัน ๆ
"ถ้าไม่บวชชี ก็ต้องฆ่าตัวตาย"
"อะไรนะคะ....ฆ่าตัวตาย"
"ใช่ เป็นฉันฉันจะเลือกอย่างหลังด้วยซ้ำ"
"ทำไมคะ"
"จบชีวิตตัวเองเพื่อประกาศว่าศักดิ์ศรีของเรายังอยู่น่ะซี"
ศรีจิตราน้ำตาคลอ หญิงก้อยสะใจ
"ฉันต้องการบอกเธอเท่านี้แหละ ไปตรึกตรองดูให้ดี ๆ"
หญิงก้อยสะบัดไป ศรีจิตราเปลี่ยนสีหน้าเป็นปลง ๆ
"อ้อ คุณหญิงยังหวังเรือนหออยู่ นี่น่ะเหรอคะศักดิ์ศรี"

ศรีจิตราถอนใจ

ในร้านเสียโป สาลินเขี่ยถั่วลันเตาในจานอย่างเศร้า ๆ แล้วเงยหน้าขึ้น อัศนีย์อยู่ตรงข้ามกำลังจิบบรั่นดี
 
"นี่คุณ ผมทำให้เขาคืนดีกันจนจะเข้าพิธีวิวาห์อยู่ร่อมร่อแล้ว งานบริจาคหนังสือก็ผ่านแล้ว เมื่อไรคุณจะทำตามสัญญาของคุณเสียที"
"รออีกนิดไม่ได้หรือคะ ปลายเดือนหน้าจะมีงานนิทรรศนิทานนานาชาติ"
"อือม์ นิทานนานาชาติ น่าสนใจจัง แล้วต่อจากนั้นล่ะ มีสัปดาห์นิทานไทยหรือ"
สาลินยิ้มแป้น
"ไม่ใช่ค่ะ สัปดาห์นวนิยายไทย แล้วจากนั้นก็จะเป็นสัปดาห์วันเด็ก"
"อือม์ ดีจังเพราะเด็ก ๆ คืออนาคตของชาติ"
"ใช่ค่ะ เด็ก ๆ คืออนาคตของชาติ"
อัศนีย์วางแก้วเหล้าเสียงดังแกร็ก มองสาลินตาเขียว ชะโงกหน้ามา
"แต่ผมห่วงอนาคตของไนท์คลับผมมากกว่า จะเปิดอยู่รอมร่อแล้ว แต่หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ยังมัวห่วงอนาคตเด็กไทยอยู่"
"แต่เด็กไทยน่าเป็นห่วงจริง ๆ นะคะ"
สาลินวิงวอน อัศนีย์เกือบใจอ่อน แล้วตบโต๊ะปัง
"คุณต้องรักษาสัญญาของคุณ"
สาลินทำท่าวิงวอนอีก อัศนีย์ส่ายหน้าแล้วเมิน
"งั้น ฉันขอไปซื้อไข่นกกระทาหน่อยนะคะ"
สาลินเลี่ยงออกมานอกร้าน สวนเข้ากับมวยมณีพอดี กระซิบบางอย่าง มวยมณีหน้าตะลึง รีบเดินไปหาอัศนีย์ ไหว้กระชดกระช้อย
"สวัสดีค่ะ คุณ อัศนีย์ เถลิงการ ดิฉันมวยมณีค่ะ"
สาลินวิ่งไปทันที
"ขอบคุณนะคะที่ต้องการให้มวยไปทำงานไนท์คลับของคุณ"
"หา....ว่าไงนะ"
"มวยทำได้ทุกอย่างนะคะ ร้องเพลง เต้น รวมทั้งโชว์งู"
"งูอะไร"
"เมียงูค่ะ"
"ผมขอตัวไปซื้อไข่นกกระทาก่อน"
อัศนีย์วิ่งออกมานอกร้าน มองหา สาลินไม่เจอเสียแล้ว

ภายในห้องประชุมห้องสมุด ด้านหนึ่งลลิตา บราลี อีกด้านคือจิตริณี สาลินนั่งอยู่ตรงหน้าไนเจล
"คุณจะลาออกไปทำงานที่ไนท์คลับของนายอัศนีย์"
จิตริณีสะดุ้งเฮือก ลลิตา บราลี มองหน้ากันอย่างตกใจ
"ฉันสัญญากับเขาไว้ค่ะ"
ไนเจลเชิด ปรายตามองดูจิตริณี
"ดูเหมือนทุกคนจะมีสัญญากับนายคนนี้ไปหมดนะ ทั้งสัญญาจ้าง ทั้งสัญญาใจ"
สาลินทำตาปริบ ๆ จิตริณีอึ้ง ลลิตา บราลีกระซิบกัน
ลลิตาบอก "ต๊าย เล่นคำ"
"โอเค ผมรับทราบ ตกลงวันนี้พอแค่นี้"
สาลิน ลลิตา บราลี ลุกขึ้น
"อะไรกันยะ ไม่บอกไม่กล่าว"
บราลีถาม "นึกยังไง ถึงจะไปทำงานทาสวัฒนธรรมตะวันตกแบบนั้น"
สาลินไม่ทันตอบ ไนเจลทุบโต๊ะปัง
"ไป ไป ไป ปรับทุกข์ปรับโศกวิโยคภัยกันที่อื่น"
สาลินออกไป ลลิตา บราลี ค้อนขวับ จิตริณียังนิ่งครุ่นคิด
"คุณคิดว่ายังไงคะ"
ไนเจลเชิดหน้า แต่เสียงสั่น ดวงตาร้าวราน
"เมื่อเขาไม่อยากอยู่ที่นี่ จิตใจเขาไปพันผูกอยู่กับที่อื่น เราก็ไม่ควรฉุดรั้งเขาไว้
ควรที่จะปล่อยเขาไป ให้สมกับที่ใจเขาต้องการ"
"บอสคะ ฉันพูดถึงลินซี่นะคะ"
ไนเจลเมิน
"ผมก็พูดถึงลินซี่ ทำไม คุณคิดว่าผมพูดถึงใคร"
"ฉันว่าคุณไม่น่าปล่อยให้ลินซี่ไปทำงานกับอาร์นี่"
"ทำไม กลัวลินซี่จะไปแย่งชายในดวงใจของคุณหรือ"
จิตริณีชะงัก สบตาไนเจล ดวงตาพลันระยิบระยับเอ็นดู
"ลินซี่ไม่มีวันแย่งชายในดวงใจฉันไปได้หรอกค่ะ"
ไนเจลยังคงเมินทำเป็นหยิบแฟ้มมาพลิก จิตริณีพลันสะบัดผมกรายมาใกล้ ไนเจลใจเต้น จิตริณีดึงแฟ้มไป
"เชื่อฉันนะคะ คุณอย่าเพิ่งส่งเรื่องลาออกขึ้นไป แค่อนุมัติให้ลินซี่ลาพักร้อนชักช่วงนึงก็พอ... ฉันรับรองว่าทุกสิ่งจะต้องลงเลยด้วยดี"
"ฮึ ผมไม่เชื่อในแฮปปี้เอ็นดิ้ง"
"งั้น....ก็เชื่อในตัวฉันก็พอค่ะ"
จิตริณียิ้มยั่วยวน ไนเจลอึ้งไป เผลอยิ้มออกมา

เย็นนั้น ณ ศาลาใหญ่ริมสระบัวศรีจิตราในชุดแม็กซี่ แหวกต้นขาพอควร มีขนม ของว่าง ผลไม้ น้ำชา จัดไว้ข้างตัว ในมือมีหนังสือ ม.ร.ว. บดินทราชทรงพลอึ้งก้าวเข้าไปเหมือนถูกสะกด
ศรีจิตราเงยหน้าขึ้น ผมเป็นคลื่นมาปรกปิดหน้าไปซีกหนึ่ง ดวงหน้าตกแต่งเข้มกว่าเคยดูยั่วยวนประหลาด
"คุณชาย เชิญนั่งซีคะ"
ชายเล็กนั่งลงบนเบาะใบหนึ่ง ทางด้านหลังมาลา วรรณา นางข้าหลวงรุ่นๆ ขยับมานั่งหลังเขา
มาลา วรรณากระซิบกัน
"คุณศรีกำลังจะเล่านิทานเวตาลหรือฮะ"
"ค่ะ เรื่องที่สิบ เรื่องสุดท้ายแล้ว"
"เรื่องสุดท้าย เล่าเลยซิฮะ"
ศรีจิตราหลุบตาลงคล้ายรวบรวมคำพูด แล้วมองตรงมาดวงตาสุกใส ราวดวงดาว
"แล้วเวตาลก็เล่าว่า.....ครั้งหนึ่ง มีพระมเหสีม่ายผู้เลอโฉมและพระธิดาพิลาสลักษณ์ ดูราวเป็นพี่สาวและน้องสาวกัน"
"คงสวยเหมือนคุณศรีกะคุณสาซีฮะ"
ศรีจิตรายิ้มพราย
"ทั้งสองต้องเร่ร่อนออกจากเมือง เพราะถูกข้าศึกโจมตี ระหว่างรอนแรมอยู่ในป่า มีพระราชาม่ายชื่อ จันทรเสน มีโอรสรูปงาม ดูราวพี่ชายน้องชายกัน"
"โฮ้โฮ เขาล็อคเลยซีฮะ"
ศรีจิตรายิ้มเร้นลับ
"ท้าวจันทรเสนและพระราชบุตรประพาสป่า พบรอยเท้าสตรีสองนาง จึงตกลงกันว่า จะตามรอยเท้านี้ไป ถ้าเป็นนางงามจะอภิเษกด้วย"
ศรีจิตราขยับตัว สลัดสลิปเปอร์จากเท้า เผยให้เห็นเท้าขาวผ่องเคลือบสีเล็บราวมุก ชายเล็กมอง
"โดยนางที่มีรอยพระบาทใหญ่ น่าจะสูงวัยกว่าจะเป็นของพระราชา ส่วนนางพระบาทเล็กจะตกเป็นของพระโอรส และถือดำรินี้เป็นคำมั่น"
"ว้าย.....ตลกจัง" มาลาบอก
"เมื่อทั้งสองพระองค์ตามรอยมาถึงต้นไม้ใหญ่ ก็พบพระมเหสีและพระธิดาที่หลบซ่อนอยู่ ก็เกิดรักแรกพบ"
"อ้าว จบแล้วซีฮะ"
"แต่ว่านางพระบาทใหญ่กลับกลายเป็นพระธิดา แต่นางพระบาทเล็กกลับเป็นพระมเหสี จึงเกิดงานแต่งงานแปลกประหลาด พ่อแต่งกับลูกสาว แม่แต่งกับลูกชาย เพราะกะขนาดรอยเท้าผิด"
มาลา วรรณา นางข้าหลวง หัวเราะระรื่น
"ลูกกลายเป็นเมียพ่อ แม่กลายเป็นเมียลูก ลูกเป็นแม่เลี้ยงของสามีแม่ แม่กลายเป็นลูกสะใภ้ของสามีลูก ต่อมาทั้งสองคู่ก็ให้กำเนิดบุตรธิดามากมาย"
ชายเล็กหัวเราะก๊าก
"เรื่องนี้ตลกจังเลย เป็นแนวผิดฝาผิดตัวนะฮะนี่"
"สลับคู่อลวน" มาลาบอก
"สลับคนอลเวง ฮิ ฮิ ฮิ" วรรษณาว่า
"แล้วเวตาลก็ตั้งคำถามต่อท้าววิกรมาทิตย์ว่า ลูกหลานที่เกิดจากนางทั้งสองนั้นจะนับญาติ เรียกขานกันอย่างไรดี"
"เออจริงเนอะ แล้วพระวิกรมาทิตย์ตอบว่ายังไงฮะ"
"ลองถามยายสาดูซีคะ"
ชายเล็กนิ่วหน้าชะโงกไปใกล้ สบตา
"นี่คุณอย่ามาเป็นแม่สื่อเลยฮะ ไม่เคยได้ยินบ้างหรือที่โบราณว่าแม่สื่อแม่ชัก"
มาลา/วรรณาต่อ "ไม่ได้วัว เอาตัวพันหลัก"
"เอ๊ะ มันแปลว่าอะไรนะ" มาลาว่า
วรรณาบอก "แปลว่า สื่อไปสื่อมาเลยเสียท่าแม่สื่อเสียเอง ว้าย คุณชายเล็กพูดอะไรคะ"
ศรีจิตราเมินขยับตัว เท้าเปลือยพลิกมาอีกด้าน เขามองแล้วใจวูบ
"เอ้อ ขอโทษฮะ ผมนี่มันปากพล่อยจริงๆ"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ"

"ผมขอตัวก่อนฮะ"

เขาลุกไป ศรีจิตรามองตาม
 
"แปล๊ก แปลก คุณชายรองไม่เคยได้เห็น เห็นแต่คุณชายเล็ก" วรรณาบอก
"มาทายปริศนากันดีกว่า" มาลาว่า
มาลา วรรณา นางข้าหลวงวิพากษ์นิทานกันวุ่น ไม่รู้สายสนกลในใด ๆ
ศรีจิตรามองตามชายเล็ก ถอนใจเฮือกใหญ่

วันต่อ ๆ มา บริเวณเทอเรซหลังบ้านราชดำริ สร้อยตาเบิกโพลง
"หา.....แกจะไปทำงานเบียร์ฮอลล์"
สร้อยอยู่บนตั่ง สาลินนั่งอยู่บนพื้นกับอุ่นเรือน กำไล และพิศนั่งโม่แป้งกันอยู่
2 เด็กสาวก็ละลายน้ำดอกอัญชัน น้ำใบเตยอยู่ด้านหลัง สาลินยิ้มพูดหน้าตาเฉย
"สมัยนี้เขาเรียกไนท์คลับแล้วค่ะ"
"แกนะแก แกน่ะหลานพระยาพานทอง เชื้อสายขุนนางวางน้ำ มีศักดินางาหมื่น
แต่แกกลับจะไปเป็นนังพ๊าสซะเน่อร์ นั่งชั่วโมงหรือ"
"หนูไปเป็นหัวหน้าประชาสัมพันธ์ต่างหากค่ะ แล้วที่นี่ไม่มีพาร์ทเนอร์ค่ะ"
"วุ๊ยนั่นแหละ ยังไงก็งานกลางคืน ทางแห่งความเสื่อม แหล่งอบายมุข ที่อโคจร"
"หนูทำงานตอนกลางวันต่างหากคะ เขียนข่าว ส่งข่าว ส่งรูป ต้องทำช่วงกลางคืนบ้างก็แค่วันพิเศษ"
"หัวเด็ดตีนกระเด็น ฉันก็ไม่อนุญาตให้แกไปทำ แต่ที่แกลาออกจากห้องสมุดก็ดีแล้ว ฉันจะพาแกเข้าวัง ไปฝึกไปอบรมบ่มมารยาท ก่อนที่จะได้สนิทสนมกับคุณชายเล็ก"
สาลินทำหน้าบึ้ง
"คุณป้าขา แต่หนูคงไม่พิศวาสอีตาคุณชายเล็กนั่นหรอก"
"ว้าย....แกนะแก ของดีว่าเน่า ขี้เต่าว่าหอม"
"คุณพี่คะ ถ้ายายสาไม่อยากคบคุณชายเล็ก ก็อย่าไปบังคับเลยนะคะ คราวยายศรี
ก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกมาหนนึงแล้ว อย่าให้ยายสาต้องไปเจออะไรแบบนี้อีกเลย แค่นี้ก็อับอายขายหน้าพออยู่แล้ว" อุ่นเรือนบอก
"นี่....แกกล้าดีมาพูดกับฉันอย่างนี้หรือ ไม่รู้ล่ะ ยังไงฉันก็ไม่อนุญาตให้แกไปทำงานไนท์คลับต่ำ ๆ นั่น"
"ค่ะ หนูรับทราบค่ะ"
"ยังดี ยังเชื่อยังฟังกันบ้าง"
"แต่หนูแค่มาเรียนให้ทราบเฉย ๆ ไม่ได้มาขออนุญาตคุณป้าซักหน่อยนะคะ"
"แก"
สาลินยิ้มหวาน อุ่นเรือนอ่อนใจ พิศ กำไล 2 สาวใช้สบตากันสะใจ

ศรีจิตราบีบมือสาลิน มองอย่างห่วงใย ทั้งคู่นั่งอยู่บนศาลา
"ไม่ได้นะสา นายนั่นน่ะมันเสือผู้หญิงไม่ใช่หรือ คุณหญิงก้อยยังเอาตัวไม่รอด"
"สาว่าขนมพอสมกับน้ำยามากกว่า แต่ว่ากันตามจริง เขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนักหรอกพี่ศรี"
"อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเองนะสา"
"สารู้ แต่สาก็ต้องรักษาสัญญา"
สาลินยิ้มขื่น ๆ มองเลยไปยังตำหนักเล็ก
"ในที่สุด สาก็ช่วยให้เขาสองคนลงเอยกันได้"
"โธ่เอ๋ย สา"
สาลินเปลี่ยนสีหน้า
"สาจะทำแค่แป๊บเดียวแหละพี่ศรี จากนั้นสาก็จะเริ่มป่วน ทำเกเรอย่างให้เขาทนไมไหว จนต้องอัญเชิญสาออกจากงาน"
"แต่มันเสี่ยงเกินไปนะสา เกิดอะไรขึ้นมา ใครจะช่วยได้"
"สาก็หาคนช่วยเอาไว้บ้างแล้วล่ะค่ะ"

พุดซ้อนกับชบาทิพย์แต่งตัวเต็มเช่นเคย นั่งปรับทุกข์กันอยู่ในปั๊ม
"ตกลง....อีรถเรามันซ่อมไม่ได้แล้วใช่ไหมแม่" ชบาทิพย์บอก
"ถ้าซ่อมก็เปลืองเงินเปลืองทองเปล่า ๆ"
"งั้นไม่ซื้อใหม่ล่ะจ๊ะ"
"ซื้อทำไมยะ แค่นี้ฉันก็จะตายอยู่แล้ว ปั๊มน้ำมันก็ไม่ได้กำไร สวนก็ทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ
ไม่มีดอกออกผลซักอย่าง ตอนนี้น่ะ หนี้ท่วมหัวท่วมหูฉันแล้ว"
"อ้าว หนูคิดว่าแม่รวย เป็นคหปัตนีของละแวกนี้"
พุดซ้อนทำหน้าจะร้องไห้ มองไปนอกปั๊ม รถของชายเล็กแล่นมา
"อุ๊ย พี่สมชายมาน่ะแม่"
ชบาทิพย์วิ่งออกไปต้อนรับ
"แหม....อีชบา รสนิยมมันต่ำจริง ๆ ไอ้พวกหาเช้ากินค่ำชอบนัก"
พุดซ้อนตามมา

ชบาทิพย์ช่วยสมชายเติมน้ำมัน คุยกันหน้าเครียด พุดซ้อนออกมา
"แหม....นายสมชาย พออยู่กับหนูชบาทิพย์ลำพัง ทำตีเสมอสนิทสนมเชียวนะ หวังจะเด็ดดอกฟ้างั้นเหรอ"
"เด็ดดอกฟ้า ดอกฟ้าตรงไหนหว่า"
"แม่ ฟังก่อน พี่สมชายเขากำลังเล่าเรื่องพี่สาลิน"
"ยายสาลิน ทำไมเหรอ นายแก ไอ้เจ้าพลน่ะตามจีบอยู่ แต่อย่าหวังเลยนะว่าจะเด็ดดอกฟ้าได้น่ะ"
"โอย....คุณนาย ไม่ดอกฟ้งดอกฟ้าแล้วครับ คุณหม่อม เอ๊ย คุณพลเขาบอกผมเอง คุณสาลินเขาจะไปทำงานให้คุณอัศนีย์แล้ว"
"คุณมหาเศรษฐี อัศนีย์ เถ - ลิง - การ น่ะเหรอ ไปทำงานอะไร"
"ไนท์คลับที่เขาเปิดใหม่นี่ไงครับ ลงหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ"
"หา...ไปทำงานโรงระบำจ้ำบ๊ะ บาร์กลางคืน ก็ไม่พ้นอีตัว อีนั่งชั่วโมง อีกะแหร่ง ชบา เตรียมเอารถออกลูก"
"รถไหนแม่ รถเราไม่มีแล้วนะ"
"เออ จริง ลืมไป งั้นไปทางน้ำลูก"

ที่ศาลาท่าน้ำ มีเรือก๋วยเตี๋ยวจอดเทียบบันได ยายพิณกับเจ้าแกะซื้อก๋วยเตี๋ยว คุณตา คุณยายรอกินอยู่บนศาลา สาลินไม่เป็นอันกิน เอาชุดราตรีสีสวยที่เพิ่งตัดใหม่มาดึงด้ายเนาออก ดูความเรียบร้อย
แกะบอก "อาเจ็กดูหรือเปล่า มันจูบกันลิ้นปลิ้นเลย"
"ว้าย เจ้าแกะ แกพูดอะไร" ยายว่า
"พูดถึงหนังกลางแปลงเมื่อคืนคับ"
"ฮ่อ ๆ งานวัดเมื่อคืน"
"งานวัดใต้เมื่อคืนค่า ฉายหนังฝรั่ง มันฟัดกันนัวเนียทั้งเรื่อง แถมนังนางเอกเดี๋ยวผ้าหลุด ผ้าหลุด เห็นนมอล่างฉ่าง อุจาดนัยน์ตาเป็นที่สุด"
คุณยายเซ็ง
"เอ ทำไมเอามาฉายได้"
แกะถาม "ทำไมนางเอกถึงโชว์นมล่ะคับ ต้องนางอิจฉาถึงจะโชว์ไม่ใช่หรือ"
"โลกมันเปลี่ยนไปแล้วน่ะซี เจ้าแกะเอ๊ย" ยายว่า
"แต่ว่าคนเราดีชั่วน่ะเขาดูที่จิตใจ ไม่ใช่ดูกันแต่ภายนอกนะ เจ้าแกะ" ตาบอก
เจ้าแกะยิ้มแหย ๆ ไม่รู้เรื่อง แต่สาลินนิ่งฟังแล้วยิ้มนิด ๆ จู่ ๆ มีเรือแจวลำหนึ่งพรวดมาเทียบเรือก๋วยเตี๋ยว เรือเจ็กเอียงวูบ
"ไอ้ย่า เค้าเป๋อ้า"
"ว๊าย อกอีแป้นแล่นลึกเข้าตึกแขก" พิณอุทาน
"อิฉัน พุทธชาติเองค่ะ"
ทุกคนมองไปเห็นเรือแจวลำเล็ก ชบาทิพย์พายหัว พุดซ้อนคัดท้าย มีของที่จ่ายมาอยู่กลางเรือ
"อ้าว แม่คุณ รถราหายไปไหนล่ะจ๊ะ ถึงมาพายงัดอยู่อย่างนี้" ยายว่า
"รถมันพัง ว้าย.... แม่"
พุดซ้อนตวัดพายข้ามหัวชบาทิพย์ ชบาทิพย์ปัดป้องเลิกพูดไปได้
"ก็นึกสนุกอยากออกกำลังบ้างแหละค่ะ"
พุดซ้อนเอาเรือเทียบขึ้นบันไดมา โดยไม่มีใครเชิญ ถือถุงขนมติดมาด้วย
"ไปตลาด ซื้อขนมมาฝากบ้านนั้นบ้านนี้ตามรายทางค่ะ นี่ขนมของคุณน้าค่ะ"
พุดซ้อนส่งขนมให้ ชบาทิพย์ขึ้นมาด้วย
"แม่คุณ ช่างใจบุญสุนทานอะไรขนาดนั้น" ยายว่า
คุณยายเปิดถุงหยิบขนมมาดู พุดซ้อนฉีกยิ้มกับสาลิน
"นี่คุยอะไรกันอยู่คะ หนูสา"
"คุยกันเรื่องหนังกลางแปลงเมื่อคืนค่ะ"
พุดซ้อนตาโต , เข้าล็อd
" อ๋อ หนังฝรั่งเมื่อคืน ไม่ไหวค่ะ แม่นางเอกน่ะเป็นเด็กใจแตก หลงแสงสี ไปทำงานคลับงานบาร์ ลงท้ายก็เสียคน เปลี่ยนผู้ชายยังกะเปลี่ยนกางเกงลิง"
"ย่ะ....มีลูกสาวน่ะเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน" ยายว่าพุดซ้อนพยักหน้า "แม่ซ้อนต้องระวังหนูชบาให้ดี ๆ นะ"
ชบาทิพย์ยิ้มดูปัญญาอ่อน พุดซ้อนเชิดใส่คุณยายนิดหนึ่ง
"อุ๊ย หนูชบาน่ะทั้งเรียบร้อยทั้งเซ่อ เอ๊ย ทั้งซื่อ ไม่ทำอะไรให้ดิฉันอับอายขายหน้าแน่ค่ะ วุ้ย.... หนูสา ชุดอะไรสวยจริง ยังกะชุดนักร้อง"
"อ๋อ ชุดราตรีค่ะ หนูจะใส่ไปงานเปิด เอ้อ โรงเต้นรำวันเสาร์นี้"
"ที่เขาลือกันว่า หนูจะไปไหนเป็นนางพ๊าดซะเน่อ นั่งชั่วโมง ใช่ไหม"
คุณยาย คุณตา ยายพิณสะดุ้งเฮือก สาลินยิ้มสู้
"คงไม่ได้นั่งหรอกค่ะ"
"หา หรือไปนอน"
"คงไม่ได้ทั้งนั่งทั้งนอนค่ะ แต่คงต้องไปยืน ไปเดิน ต้อนรับแขกผู้ใหญ่ มีท่านรัฐมนตรี 3-4 ท่านมาเปิดงานค่ะ"
ตาบอก
"แม่สาน่ะ เขาเป็นหัวหน้าประชาสัมพันธ์ ก็เหมือนกรมโฆษณาการน่ะ แม่ซ้อน"
"เขาให้เงินเดือน เดือนละตั้ง 2 หมื่น" ยายว่า
พุดซ้อนกับชบาทิพย์ผงะ
"2 หมื่น"
"ว้าย....หนูอยากทำบ้าง ให้หนูนั่งชั่วโมงก็ได้"
"นังชบา"
"อ๋อ แล้วก็ทำงานแค่ตอนกลางวันเท่านั้นนะ"
"หนูทำกลางคืนก็ได้"
"อีชบา กลับ"
"ฝากคุณน้าช่วยไปลือต่อด้วยนะคะ"
"ไม่ต้องห่วงจะลือยันรากเลยล่ะ"
พุดซ้อนตาขวางฉีกยิ้ม แล้วกระชากชบาทิพย์ลงเรือไป สาลินยิ้ม คุณตา คุณยาย ยายพิณมองตามอย่างมุ่งร้าย คุณยายหันมาค้อนสาลิน สาลินสอยชุดต่อ ทำไม่รู้ไม่ชี้

วันต่อมา ร้านหรูบนโรงแรม ชายรอง หญิงก้อยจิบเครื่องดื่ม ใส่สูทเรียบร้อย
"ทำไมต้องมาร้านนี้อีกแล้วล่ะครับ แล้วผมก็ไม่มีเงินจ่ายนะครับ ต้องขอยืมหญิงก่อน"
หญิงก้อยกลัดกลุ้ม แต่พยายามยิ้มเอาใจกิตติ
"คุณรองขา วันนี้หญิงขอปรึกษาเรื่องสำคัญเรื่องนึง"
"ว่ามาซีครับ"
"เมื่อเราแต่งงานกัน หรืออาจจะก่อนแต่งก็ได้ หญิงอยากให้คุณรองรีบไปกราบขอประทานอภัยเด็จป้าได้ไหมคะ ขอประทานน้ำสังข์จากพระองค์ท่าน"
"ทำไมครับ ทำไมต้องทำอย่างนั้น"
"ไม่อย่างนั้นเราจะหมดตัวกันทั้งคู่สิคะ"
"โธ่.....หญิง แล้วหญิงคิดว่าเด็จป้าจะทรงยอมยกโทษให้เราอย่างนั้นเหรอ"
"คุณเป็นคนโปรดของเสด็จ กราบทูลว่าคุณสำนึกในความผิด เดี๋ยวก็พระทัยอ่อนเองละค่ะ"
" คุณคงรู้จักเด็จป้าน้อยไป ท่านตรัสคำไหนต้องเป็นคำนั้น"
"แต่เราควรได้กลับไปใช้ชีวิตร่วมกันในวังวุฒิเวสม์ ได้อยู่เรือนหอหลังนั้น สมเกียรติ สมฐานะของเรา"
"กลับไปพึ่งใบบุญเด็จป้าน่ะเหรอ ลืมเรื่องนั้นไปเถอะ ผมไม่มีทางได้กลับไปใช้สกุลวุฒิวงศ์ได้อีกแล้ว หญิง....ตอนนี้เราต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่นะครับ"
หญิงก้อยยิ่งเครียด ชายรองจับมือ ยิ้มให้กำลังใจ
"หญิงครับ ตอนนี้ผมต้องใช้นามสกุลใหม่แล้วนะ หญิงช่วยผมคิดหน่อยซีว่าจะใช้นามสกุลอะไรดี"
เธอเบิกตากว้าง ดึงมือออกอย่างลืมตัว
"สกุลใหม่เหรอคะ เอ้อ คุณรองคงต้องตั้งเองแล้วล่ะค่ะ"
"อ้าว....แต่นามสกุลนี้หญิงต้องเป็นคนใช้นะ ไม่ใช่แค่ใช้ หญิงต้องเป็นต้นตระกูลด้วย"
หญิงก้อยมีแววชิงชังรังเกียจ ขยับตัวออก บริกรเข้ามาพอดี รับออเดอร์ ชายรองเปิดเมนู
"อย่าสั่งแพงนักนะครับ เราต้องประหยัด เอาข้าวเปล่า ไข่เจียวก็แล้วกัน อ้อ ขอน้ำปลาพริกด้วยนะ"

บริกรปรายตามองชายรองอย่างดูแคลนนิด ๆ หญิงก้อยเห็นสายตานั้น อยากร้องกรี๊ดออกมา
 
จบตอนที่ 15
กำลังโหลดความคิดเห็น...