xs
xsm
sm
md
lg

เลือดมังกร : กระทิง ตอนที่ 8

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เลือดมังกร : กระทิง ตอนที่ 8

เล้งยกดรัมเบลออกกำลังแขนทั้งสองข้างอยู่โดยที่หลังของเขามีผ้าก็อชปิดแผลถูกยิง เกี๊ยงเดินเข้ามารายงาน
 
“ของเรียบร้อยแล้วครับนายใหญ่”
“ดี ห่อแล้วยัดใส่เครื่องลายคราม ลื้อไปตามอาเฉียงมาช่วยขน แต่ห่อของให้เสร็จก่อนนะ อย่าให้มันรู้ว่าข้างในเป็นอะไร อั๊วยังไม่ไว้ใจมัน”
“ครับนายใหญ่” เกี๊ยงรับคำ


ย่าหยาเดินสะพายกระเป๋าออกมาที่หน้าโรงแรม สักครู่ธามก็เดินเข้ามาประกบข้างๆ ย่าหยา ทั้งคู่เดินคุยมาด้วยกัน
“อาจิวส่งข่าวว่าเสี่ยเล้งกลับมาพักฟื้นที่บ้านแล้ว” ธามบอก
“ขอบคุณที่มาบอก” ย่าหยาว่า
ย่าหยาจะเดินฉีกออกไป ธามคว้าแขนย่าหยาเอาไว้
“จะไปไหน”
“บ้านเสี่ยเล้ง”
“เธอรู้เหรอว่าบ้านมันอยู่ไหน”
ย่าหยาชะงักไปนิดนึง
“ฉันพาไป เราต้องร่วมมือกัน ฉันจะคอยช่วยเธอ ขออย่างเดียว อย่าให้มันถึงตาย ฉันขอร้อง”
ย่าหยายืนนิ่งโดยไม่รับปากธาม


เล้งกับเฉียงเดินออกมาจากห้องรับแขกโดยเตรียมจะไปขึ้นรถ ทันใดนั้นเกี๊ยงก็เดินเข้ามา
“อาหยามาครับ นายใหญ่”
เล้งชะงัก ย่าหยาเดินเข้ามา
เล้งมีรอยยิ้มขึ้นมา “อาหยา”
“ขอโทษค่ะ ไม่ทราบว่าเสี่ยจะออกไปข้างนอก เดี๋ยวตอนค่ำฉันแวะมาใหม่ก็ได้ค่ะ”
ย่าหยาจะเดินออกไป
“เดี๋ยว อาหยา” เล้งสั่งเกี๊ยง “ลื้อไปจัดการเอาของลงให้เรียบร้อย” เล้งพูดกับเฉียง “ลื้อขนของเสร็จแล้วกลับมาเลย เรื่องจัดของลงลังให้อาเกี๊ยงจัดการ”
เฉียงกับเกี๊ยงรับคำ “ครับ”
เฉียงกับเกี๊ยงเดินออกไป
“เชิญข้างใน อาหยา”
ย่าหยายิ้มให้เล้งแล้วคลายยิ้มทันที่ที่เล้งหันหลังให้

เล้งขยับเก้าอี้ให้ย่าหยานั่งแล้วรินน้ำชาส่งให้เธอ
“เธอมาบ้านฉันถูกได้ยังไง” เล้งถาม
“ถามชาวบ้านมาเรื่อยๆค่ะ ไม่มีใครไม่รู้จักบ้านเสี่ยเล้ง” ย่าหยาว่า
“มีเรื่องอะไรรึเปล่าอาหยา ใครทำอะไรให้เธอไม่สบายใจ” เล้งถาม
“ไม่มีค่ะ ฉันมาล้างแผลให้เสี่ยตามสัญญาไงคะ”
เล้งอึ้ง เขาลืมคิดและนึกไม่ถึงว่าย่าหยาจะใส่ใจเขาขนาดนี้
“ฉันคิดว่าเธอพูดเพื่อให้ฉันสบายใจแค่นั้น ไม่คิดว่าเธอจะใส่ใจ”
“เสี่ยถูกยิงเพราะฉันนะคะ จะไม่ให้ใส่ใจได้ยังไง”
“เธอไม่กลัวเหรอ ผู้หญิงมักจะกลัวเลือดกลัวแผล”
“ถ้ากลัว ฉันคงไม่มาหาเสี่ยที่นี่”
เล้งยิ้มและมีแววตาเป็นประกายระริกเพราะนึกถึงความอบอุ่นที่เคยได้รับในอดีต

เหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมา หลิวเจียหลินหิ้วตะกร้ากับข้าวเดินคุยมากับเจิน สักครู่ทั้งคู่ก็สะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงปืนดังติดกันหลายนัด นักเลง 2 คนวิ่งถือปืนเหมือนมองหาใครโดยวิ่งผ่านมาทางเจียหลินและเจิน เจียหลินกลัวแต่ยืนนิ่ง ในขณะที่เจินซุกอยู่ด้านหลังเจียหลินตัวสั่นเหมือนไข้ขึ้น
“มันหายไปไหนวะ”
นักเลงอีกคนมองหา พอไม่เห็นคนที่ตัวเองหมายหัวก็พากันวิ่งออกไป เล้งในวัย 33 วิ่งเอามือกุมท้องโผล่มาจากอีกซอยแล้วล้มลงตรงหน้าเจียหลินกับเจิน
“อ๊ายย ตาย ตาย คนตาย” เจินร้องโวยวาย
เจียหลินใจสั่น เธอตั้งสติแล้วก็เห็นว่ายังหายใจอยู่ “ยังไม่ตายอาเจิน อียังหายใจอยู่” เจียหลินวิ่งไปดูแล้วก็เห็นว่าเป็นเล้ง “อาเล้ง นี่คุณเองเหรอ”
“เจียหลิน”
“ไปหาหมอ อาเจิน ช่วยฉันพยุงอาเล้งเร็วเข้า”
เจินวิ่งเข้ามาแล้วก็ผงะ “เลือด จะ เจียหลิน ฉัน ฉันกลัวเลือด”
“ไปหาหมอไม่ได้เจียหลิน เรื่องจะถึงตำรวจ”
“ถ้างั้นไปซื้อยากับอุปกรณ์ทำแผลมาเร็วเข้าอาเจิน ฉันจะทำแผลให้อาเล้งเอง”
ระหว่างที่เจียหลินพูด เล้งก็ซาบซึ้งในน้ำใจและความกล้าหาญของเธอ


เจียหลินในวัย 37 กำลังพันแผลที่ต้นแขนให้เล้งในวัย 40 ปีที่เริ่มไว้หนวด
“เมื่อไหร่จะเลิกเป็นนักเลงสักทีอาเล้ง ใจคอจะให้ฉันทำแผลให้ตลอดชีวิตเลยรึไง มีเรื่องตั้งแต่หนุ่มยันแก่”
เล้งยิ้มอย่างอารมณ์ดี “ก็ฉันอยากให้เธอทำแผลให้จริงๆ นี่”
“ฉันไม่ใช่หมอไม่ใช่พยาบาล ถ้าถูกยิงถูกแทงมาหนักกว่านี้จะทำยังไง”
“จะพยายามถูกยิงถูกแทงเบาๆ”
เจียหลินยิ้มแล้วก็ส่ายหน้า
“ชีวิตที่ต้องมีเรื่องทุกวันแบบนี้มันไม่สนุกนะอาเล้ง ฉันว่าหาผู้หญิงดีๆสักคนแต่งงานแล้วมีลูกน่ารักๆสัก 5 คน รับรองชีวิตจะยุ่งกับครอบครัวจนไม่มีเวลาไปหาเรื่องกับใคร ดูอย่างอาธามกับอาธีสิ เผลอแป๊บเดียว โตเป็นหนุ่มแล้วเห็นมั้ย”
เล้งเก็บกดจึงขบกรามแน่น “ไม่ ฉันไม่แต่งงาน ฉันไม่รักใครอีกแล้ว”
“ทำไมต้องเสียงดังด้วยล่ะ ไม่แต่งก็ไม่แต่งสิ” เจียหลินเปรย “พูดยังกับเคยรักใครอย่างนั้นล่ะ”
เจียหลินยิ้มแล้วส่ายหน้าก่อนจะก้มลงพันแผลอย่างเบามือ โดยไม่ทันเห็นแววตาที่เล้งมองมาที่เธอว่ามันเต็มไปด้วยความรัก
 
ความเสียดายและความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของมากเพียงใด

เหตุการณ์ปัจจุบัน เล้งรู้สึกปั่นป่วนในหัวใจจนน้ำตาซึม ย่าหยาที่กำลังพันแผลให้เล้งเหลือบมอง เขาแล้วก็ชะงัก
 
“เป็นอะไรรึเปล่าคะเสี่ย”
เล้งมองย่าหยา “ความมีน้ำใจของเธอทำให้ฉันนึกถึงผู้หญิงคนนั้น ความนุ่มนวลใส่ใจ พันแผลอย่างเบามือ เหมือนกันไม่มีผิด”
“เสี่ยรักเธอมากขนาดนี้ ทำไมไม่แต่งงานกับเธอคะ”
เล้งทั้งขมขื่นทั้งเก็บกด “นั่นสินะ ฉันเห็นเขาเป็นคนแรก รู้จัก ได้คุยกับเขาก่อนใคร แต่ทำไมเราถึง ไม่ได้อยู่ด้วยกัน”
ย่าหยาเห็นเล้งนิ่งไปก็ไม่พูดอะไรต่อ แล้วเธอก็ตัดบท
“เรียบร้อยแล้วค่ะ” ย่าหยาหยิบยาแล้วรินน้ำให้ “ยาฆ่าเชื้อค่ะ”
เล้งรับยามากินแล้วดื่มน้ำตาม
“พักผ่อนเยอะๆนะคะ ตอนค่ำฉันจะแวะมาทำแผลให้ใหม่ ฉันไปทำงานก่อนนะ”
พูดจบย่าหยาก็จะเดินออกไป เล้งคว้ามือเธอไว้
“รักฉันมั้ยอาหยา รักฉันเถอะนะ”
ย่าหยาส่งยิ้มอบอุ่นให้ “ค่ะ”
ย่าหยาแกะมือเล้งออกเนียนๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาทำตาขวาง เธอกัดฟันกรอดแล้วเดินจากไป

ย่าหยาเดินออกมาจากบ้านเล้ง ธามโผล่พรวดออกมาตามประกบทันที อิกเดินเข้ามาเห็นทั้งคู่แล้วก็ชะงัก ธามกระชากมือย่าหยาตัวปลิมแล้วเดินผ่านหน้าอิกไป


เล้งโผเข้ามาอย่างไม่พอใจ
“มันพาอาหยาไปไหน” เล้งถาม
“ผมไม่รู้ แต่น่าจะยังไปไม่ไกลจากที่นี่ อีไม่ได้เอารถมา” อิกบอก
เฉียงกลับเข้ามาในบ้านแล้วรายงาน
“อั๊วขนของไปลงไว้ที่โกดังเสร็จแล้ว”
“ดี ลื้อตามอาอิกไปจัดการสั่งสอนคนที่มันกล้ามาหยามอั๊วถึงนี่” เล้งพูดกับอิก “อย่าให้อาหยาเป็นอะไรนะ ส่วนอาธาม” เล้งหันมามองเฉียงแล้วสั่ง “เก็บมัน”
เฉียงหูอื้อ ตัวชาที่รู้ว่าคนที่เล้งให้จัดการคือธาม แต่เขาก็ก้มหัวรับคำเล้งอย่างแนบเนียนและไร้พิรุธใดใด


ธามดึงมือย่าหยาเดินดุ่ยๆ มาตามทางด้วยหน้าตาหึงรุนแรง
“นี่คุณ มาไกลขนาดนี้ ไม่มีใครเห็นแล้ว ปล่อยมือฉันสักที” ย่าหยาแกะมือธามออก
“มันทำอะไรเธอรึเปล่า” ธามถาม
ย่าหยางง “ทำอะไร คืออะไร”
ธามหงุดหงิดเพราะไม่รู้จะอธิบายยังไง “ก็ มันจับมือจับแขนแตะหน้าแตะไหล่เธอรึเปล่า มันจูบมือ มันกอดมันหอมเธอมั้ย มัน มัน” ธามยิ่งคิดยิ่งเตลิด สุดท้ายก็หลุดปากออกมา “ทำไมเธอปล่อยให้ฉันยืนรอตั้งนาน รู้มั้ยฉันเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน ย่าหยา”
ย่าหยาได้ยินประโยคสุดท้ายของธามแล้วก็ตื้นตัน เธอรู้สึกดีใจที่โลกนี้ยังมีคนที่เป็นห่วงเธอ
“เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน แค่นั้น ใช่มั้ย” ย่าหยาถาม
ธามคิดว่าเอาล่ะ จังหวะนี้เขาจะสารภาพรัก “ไม่ใช่”
ย่าหยาโหยหาและอยากฟังคำตอบ “เพราะอะไร”
ทั้งคู่มองตากันลึกซึ้งแล้วก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน สรรพสิ่งรอบกายก็หยุดนิ่ง ได้ยินเสียงเพียงหัวใจที่เต้นอยู่
ธามตั้งใจพูด “เพราะฉัน”
ธามหลุดปากคำว่า “รักเธอ” พร้อมๆกับเสียงปืนที่ดังเปรี้ยงๆๆ กลบเสียงเขาจนหมดสิ้น ธามรีบคว้าย่าหยาเข้ามากอดแล้วพาหญิงสาววิ่งหลบกระสุนหนีไป


ธามพาย่าหยาวิ่งหลบเข้ามาในซอย เสียงปืนดังไล่หลังตามมาไม่หยุด
ธามพูดกับย่าหยา “หนีไป”
“ไม่”
“เราตกลงกันแล้ว เธอต้องไม่ทำให้พวกมันสงสัย ไป เร็วเข้า”
อิกโผล่จากเหลี่ยมตึกออกมาสาดกระสุนใส่ธาม ธามพาย่าหยาหลบ
“รีบหนีไปก่อนที่มันจะจับได้ว่าเราเป็นพวกเดียวกัน”
ย่าหยาพะวักพะวง “สัญญานะว่าคุณจะเอาตัวรอดให้ได้ สัญญาว่าคุณจะไม่ตาย”
“ฉันจะกลับไปหาเธอ”
ธามวิ่งพาย่าหยาหลบไปอีกซอย ในช่วงที่ต้องแยกจากกัน ทั้งคู่ก็แอ๊กติ้งโชว์อิกเล็กน้อย โดยธามทำเป็นยื้อดึงย่าหยาเหมือนบังคับให้มาด้วย ในขณะที่ย่าหยาสะบัดมือออกจากธามแล้วหนีไป อิกตามไล่ยิงธาม ธามยิงสวนกลับ ธามฉากออกมาตั้งหลัก อิกวิ่งตาม


อิกวิ่งเข้ามาในซอย ทันใดนั้นธามก็โผล่มาถีบอิก ทั้งคู่สู้กันกลิ้งไปมากับพื้น ธามดึงกรรไกรออกมาแทงใส่มือข้างเดิมของอิกที่พันผ้าก็อชไว้เพราะถูกธามยิง
“อ้าก ไอ้กระทิง” อิกแค้น
อิกจะใช้มือซ้ายยิงธามแต่ธามไวกว่าจึงยิงมือซ้ายอิกก่อน
อิกร้องลั่น “อ้าก”
ธามจะเข้ามากระทืบซ้ำ เฉียงเข้ามาชกธาม ธามพลิกตัวกลับมาเห็นเฉียงก็แค้นจัดลุกขึ้นชกเฉียงจนปากแตก ธามกับเฉียงชกกันด้วยท่าที่ฝึกด้วยกันมาอย่างโชกโชนจึงรู้จังหวะรุกและรับของกันและกันเป็นอย่างดี ทั้งคู่ต่างก็หยิบปืนออกมาจ่อยิงแต่ละฝ่ายพร้อมๆกัน เล้งขยับจากเหลี่ยมตึกอีกด้านออกมามองและอยากรู้เหมือนกันว่าทั้งสองจะฆ่ากันมั้ย เฉียงพุ่งไปหาธามโดยหันหลังให้เล้งในมุมประชิด แล้วเฉียงก็กระซิบบอกธาม
“หนีไป เฮีย”
ธามชะงักเล็กน้อย เฉียงหันปลายกระบอกปืนซึ่งจ่อที่อกธามแล้วบิดเข้าหาตัวเองแล้วยิงเฉียดที่เอว เสียงปืนดังปัง เฉียงล้มลงแล้วเอามือกุมที่เอว ธามมองเฉียงที่ล้มลงไป เล้งเล็งปืนมาที่ธามแล้วยิง กระสุนพุ่งเข้าใส่ไหล่ธามจนเลือดกระจาย ธามเงยหน้ามองที่มาของวิถีกระสุน เล้งหลบเข้ามุมตึก
 
ธามกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจก่อนจะวิ่งหนีไป เล้งโผล่ออกมาแสยะยิ้มอย่างสะใจ

วันต่อมา โบตั๋นเตรียมตัวออกไปทำงาน เล้งเดินเข้ามากับเฉียง โบตั๋นเห็นรอยคราบเลือดที่เสื้อเฉียงก็ตกใจ
 
“อาเฉียงถูกอาธามยิง” เล้งบอก
โบตั๋นอึ้ง
“อั๊วพาไปหาหมอแล้ว ลื้อพาอีกลับไปพักไป” เล้งพูดต่อ
โบตั๋นรีบกุลีกุจอพาเฉียงออกไป


โบตั๋นประคองเฉียงลงนั่งที่เตียง เฉียงปลดกระดุมเสื้อตัวเองแล้วถอดออก เผยให้เห็นผ้าพันแผลรอบเอวที่อยู่ข้างใน
โบตั๋นถาม “เฮียยิงคุณจริงๆเหรอ”
“เสี่ยเล้งมันตามมา ผมเลยต้องสู้กับเฮียแล้วยิงตัวเองเพื่อให้มันตายใจ” เฉียงบอก
โบตั๋นเอื้อมมือไปแตะที่ผ้าพันแผล “เจ็บมากมั้ย”
เฉียงส่ายหน้า “คุณไปทำงานเถอะ”
“ใส่เสื้อก่อนนะ อากาศเย็น ฉันหยิบให้”
โบตั๋นเดินไปเปิดตู้ก็เห็นห่อเสื้อผ้าเฉียงวางอยู่มุมหนึ่งในตู้ที่เต็มไปเสื้อผ้าของโบตั๋น โบตั๋นหยิบห่อผ้าออกมารื้อดูเสื้อกางเกงที่มีอยู่ 4-5 ชุดแล้วก็มาสะดุดอยู่ที่ผ้าปักไหมจีนสีชมพูอ่อนผืนหนึ่งที่พับอยู่ในห่อ
ผ้าเช็ดตัวอีกที โบตั๋นคลี่ผ้าออกดู
เหตุการณ์ในอดีต โบตั๋นคลี่ผ้าไหมปักสีชมพูออกดูแล้วก็ยิ้มอย่างพอใจ
“นี่มันผ้าที่ร้านนั้นนี่”
“ผมรู้ว่าคุณอยากได้ ผมเลย กลับไปซื้อมาให้ แต่ไม่มีโอกาสได้ให้เลย ผมถือโอกาสให้คุณวันนี้นะ สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังครับ”
โบตั๋นน้ำตาคลอด้วยความตื้นตันใจ “อาเฉียง”
“ขอให้คุณมีความสุขมากๆและตลอดไปนะครับ”
“ขอบคุณที่ใส่ใจความรู้สึกฉัน ขอบคุณมาก ขอบคุณจริงๆ
โบตั๋นน้ำตาไหลพรากที่ในยามที่ทุกข์ใจที่สุด เธอก็ยังมีผู้ชายคนนี้เคียงข้าง เธอรู้สึกว่าตัวเองโชคดีอะไรอย่างนี้


จิวใช้คีมคีบหัวกระสุนออกจากไหล่ธามทิ้งลงในถ้วย แล้วเตรียมเย็บแผลสดๆ
จิวแค้นจัด “เย็บแผลเสร็จ อั๊วจะไปจัดการมัน”
“ไม่ต้อง”
“เฮียจะปล่อยให้มันลอบกัดเฮียไปเรื่อยๆ เหรอ”
“ลื้อไม่ต้องห่วง ถึงเวลาเอาคืน มันจะเจ็บยิ่งกว่าอั๊วเป็นร้อยเท่า”
“แล้วเมื่อไหร่ล่ะเฮีย” จิวเสียงอ่อย “ยิ่งนานไป อั๊วกลัวว่า อาเฉียงอีจะยิ่งไม่ปลอดภัย”
ธามนิ่งไป จิวกลั้นใจถาม
“เฮีย ให้อภัยอีแล้วใช่มั้ย”
ธามนิ่งไม่พูดอะไร สักครู่เขาก็เปลี่ยนเรื่อง “เรื่องที่ให้ไปสืบมา ว่าไง”

เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เกี๊ยงคุมคนงานขนของที่ห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ซึ่งวางอยู่ในลัง เขาลงจากรถเข้าไปในโกดัง เฉียงเดินออกมาจากโกดังเพื่อจะยกลังรอบที่ 2 แต่ดันไปคว้าลังใบเดียวกับลูกน้องของเล้งอีกคน เฉียงหันไปมองหน้าแล้วก็ตะลึงเมื่อพบว่าลูกน้องเล้งคนนั้นคือ จิว ที่แฝงตัวเข้ามา จิวเองก็ตกใจที่เห็นเฉียง
เกี๊ยงหันมาเห็นเฉียงแต่ก็เห็นด้านหลังจิว “อย่าอู้ ลื้อคุยกับใครอาเฉียง รู้จักกันเหรอ”
เกี๊ยงเดินเข้ามาใกล้
เฉียงกับจิวคิดหนักว่าจะเอายังไงดี
เกี้ยงเดินเข้ามาแล้วทำท่าจะดึงหมวกจิวออก
เฉียงตัดสินใจในวินาทีนั้น เขาถีบจิวกระเด็นกระแทกพื้นทำให้ลังของที่อยู่ในมือจิวหล่นกระแทกพื้นไปด้วย
เฉียงว่าทันที “ซุ่มซ่าม มือตีนไม่มีแรงอย่างนี้ ไปแบกของที่ท่าเรือเลยไป” เฉียงกำหมัดถลาเข้าไปเหมือนจะชกจิวแล้วแอบส่งซิกทางสายตา “รีบไปสิวะ อยากตายรึไง”
จิวรีบลุกขึ้นแล้วเดินออกไปแต่ก็ยังเงี่ยหูฟังว่าเฉียงคุยอะไรกับเกี๊ยงจากทางด้านหลัง
“มีเรื่องอะไรวะ” เกี๊ยงถาม
“มันกินแรงเพื่อนน่ะสิ ยกของแค่นี้ทำหมดแรงมือไม้อ่อน อั๊วเลยต้องสั่งสอน” เฉียงบอก
เฉียงตามมาเก็บห่อของที่หล่นจากลังแล้วก็ต้องอึ้งเมื่อเห็น ทองคำ อยู่ในห่อกระดาษห่อหนึ่งซึ่งฉีกขาดเพราะแรงกระแทก เพียงครู่เดียวเฉียงก็เอาห่อกระดาษใส่ลังแล้วแบกเข้าโกดังไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


เหตุการณ์ปัจจุบัน จิวพันแผลที่ไหล่ให้ธาม
“อาเฉียงแอบมาบอกอั๊วทีหลังว่าของในลังมันคือทองเถื่อน มันจะยัดใส่เครื่องลายครามแล้วส่งออก แต่จะเอาไปยังไงอียังไม่รู้”
“จะเอาไปยังไงก็ช่างมัน เราต้องทำให้มันชะล่าใจยิ่งกว่าเดิม แล้วค่อยตลบหลังมันครั้งสุดท้ายทีเดียว” ธามว่า
“ตอนแรกอั๊วก็กลัวว่ามันส่งอาเฉียงมาหลอกเรารึเปล่า แต่พอฟังเรื่องที่เกิดขึ้นกับเฮีย อั๊วว่าอาเฉียงอีสำนึกผิดแล้ว เฮีย ยกโทษให้อีนะ” จิวบอก
ธามตัดบท “อั๊วอยากนอนสักพัก ลื้อไปดูโรงงานให้อั๊วก่อนไป”
จิวกลืนน้ำลายเอื้อกที่ธามไม่รับปาก แต่เขาก็เกรงใจเจ้านายเกินกว่าจะทู้ซี้อะไรต่อ


ย่าหยายกอาหารเสิร์ฟลูกค้าเสร็จก็เดินผ่านโต๊ะประจำธามแล้วเหลือบมอง เธอเห็นโต๊ะธามว่างเปล่า ย่าหยาชะเง้อมองไปที่ทางเข้าอย่างกระวนกระวายเพราะไม่รู้ธามเป็นยังไงบ้าง ย่าหยาถอนใจเฮือกก่อนจะเอาถาดไปเก็บในครัว แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นโบตั๋นยืนอยู่ตรงหน้า
“เฮียไม่มาหรอกคืนนี้ เฮียถูกยิง” โบตั๋นบอก
ย่าหยาตัวชา ใจหายวาบ


ธามใส่เสื้อกล้ามคุยโทรศัพท์กับมิสเตอร์ลี ผ้าก็อชพันอยู่ที่ไหล่ของเขา
“นัดรับของกับมันได้เลย ผมจะปล่อยงูเห่าเข้าป่าไปก่อน แล้วค่อยเอาเหยื่อล่อมันทีหลัง” ธามยิ้ม “ไม่ลืมครับมิสเตอร์ลี งานสำเร็จเมื่อไหร่ ที่ดินตรงนั้นเป็นของคุณทันที แทคแคร์”
ธามวางโทรศัพท์แล้วหมุนตัวกลับมาเห็นย่าหยาเดินมาหาเขาด้วยสีหน้าที่ทั้งโกรธ เสียใจ เป็นห่วง และอารมณ์อื่นๆ สารพัดทุกอย่างผสมปนเปไปหมด
“ไหนคุณบอกจะเอาตัวรอดให้ได้ไง ทำไมไม่ให้ฉันอยู่ช่วยคุณ” ย่าหยาบอก

“แค่ยิงไหล่ ไกลหัวใจ”

ย่าหยาตบหน้าธามเต็มแรง “แล้วถ้ามันพลาดล่ะ ถ้ามันโดนหัวใจคุณ มันระเบิดสมองคุณ คุณจะตายมั้ย”
 
ธามอึ้ง “ย่าหยา”
ย่าหยาน้ำตารื้น “ฉันถามว่าคุณจะตายมั้ย ถ้าคุณตาย ฉันจะอยู่ยังไง ทำไมไม่คิดถึงคนที่อยู่ข้างหลังบ้าง”
ธามทั้งอึ้ง ทั้งตื้นตัน “ฉัน ขอโทษ”
ย่าหยาสะเทือนใจ “คนที่ฉันรักตายจากฉันไปมากพอแล้ว มันเกินพอแล้ว คุณธาม”
ธามคว้าตัวย่าหยามากอดแน่น เขาคิดว่าใครจะรับรู้ความรู้สึกสูญเสีย การต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวของย่าหยาได้ดีเท่ากับคนที่ต้องสูญเสียและอยู่อย่างโดดเดี่ยวเหมือนกัน
“ฉันจะอยู่กับเธอ ฉันจะไม่ทิ้งเธอ ย่าหยา”
ย่าหยาหลับตาซึมซับความอบอุ่นในอ้อมกอดของธามตราไว้ในความทรงจำ สักครู่เธอจึงเดินผละออกมา
ธามเรียกไว้ “จะไปไหน”
ย่าหยาพูดโดยไม่หันกลับไปมองธาม “ฉันไม่อยากสูญเสียใครอีกต่อไปแล้ว ฉันต้องจบเรื่องนี้ด้วยตัวฉันเอง” ย่าหยาพูดจบก็เดินหน้านิ่งออกไปทันที
ธามทบทวนคำพูดประโยคสุดท้ายของย่าหยาแล้วเบิกตากว้างเมื่อเดาได้ว่าเธอคิดและจะทำอะไร


เล้งสั่งงานเกี๊ยง
“พรุ่งนี้ลื้อขนของไปขึ้นรถไฟที่หัวลำโพงลงที่ระยอง มิสเตอร์ลีจะไปรอรับของที่นั่น”
“ครับนายใหญ่” เกี๊ยงรับคำ
“พวกตำรวจมันได้กลิ่นอะไรมั้ย”
“เงียบครับ มันคงหัวปั่นกับการตามหาคนบ่งการถล่มฉั่วเทียนเหลา ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“ลื้ออย่าประมาท ก่อนพายุจะมา ทะเลมักนิ่งสงบเสมอ”
ย่าหยาเดินเข้ามา
“ฉันมาแล้วค่ะ”
เล้งพูดกับเกี๊ยง “ลื้อออกไปรอข้างนอก อย่าให้ใครมารบกวนอั๊ว”
เล้งส่งยิ้มให้ย่าหยา ย่าหยาสูดลมหายใจเข้าปอดกับคำว่า “อย่าให้ใครมารบกวนอั๊ว” ของเล้ง แต่เป็นไงก็เป็นกัน


ย่าหยาล้างแผลให้เล้งซึ่งนั่งหันหลังให้เธอบนเตียงหวาย
“งานวันนี้เป็นยังไงบ้าง” เล้งถาม
“ก็ดีค่ะ แขกไม่เยอะเท่าไหร่ ฉันเลยขออนุญาตคุณสุ่ยออกมาก่อนเวลาได้” ย่าหยาบอก
“อยู่กับฉันตามลำพังแบบนี้ เธอกลัวมั้ย” เล้งถาม
ย่าหยาชะงัก “กลัวอะไรคะ”
“กลัวคนนินทา กลัวว่าฉันจะทำอะไรเธอก่อนเวลาอันสมควร”
“ฉันไม่กลัวใครนินทาเพราะฉันไม่ได้ทำอะไรเสียหาย แล้วการที่เสี่ยพูดถึงเวลาอันสมควร นั่นหมายถึงเสี่ยรู้ดีว่ามันหมายความว่ายังไง เพราะฉะนั้นเสี่ยคงไม่ทำอะไรที่ไม่สมควร”
เล้งยิ้มพอใจ “เธอฉลาดพูดเสมอ ฉันอยากให้ผู้หญิงที่ฉันรัก อยู่กับฉันด้วยความรักความเต็มใจ” เล้งนึกถึงเจียหลินแล้วเศร้า “ที่จริง ฉันไม่คิดว่าคืนนี้เธอจะมาหาฉันด้วยซ้ำ”
“ฉันสัญญาว่าจะมา ฉันก็ต้องมา”
คำพูดของย่าหยาทำให้เล้งย้อนนึกถึงอดีตเมื่อ 7 ปีที่แล้ว


7 ปีก่อน เล้งโผเข้ามาหาเจียหลินด้วยหัวใจที่เบิกบาน
“เจียหลิน ในที่สุดเธอก็มาหาฉันจริงๆ”
เจียหลินขยับมายืนหน้าเล้ง
“ฉันสัญญาว่าจะมา ฉันก็ต้องมา”
เล้งขยับเลื่อนเก้าอี้มาให้ “เชิญ เชิญนั่ง”
เจียหลินนั่งที่เก้าอี้ “ไหน มีเรื่องสำคัญอะไรจะบอกฉัน”
เล้งนั่งแล้วเอื้อมมือมาจับมือเจียหลิน
“ฉันรักเธอ เจียหลิน”
เจียหลินอึ้งไปพักใหญ่แล้วหัวเราะอย่างน่าเอ็นดู “กินอะไรผิดสำแดงมาแน่ๆ”
“ฉันรักเธอตั้งแต่เห็นเธอครั้งแรก”
สายตาและน้ำเสียงจริงจังของเล้งทำให้เจียหลินหัวเราะไม่ออก
เล้งพูด “ฉันทำงานหนัก เก็บเงินทุกบาททุกสตางค์เพื่อขอเธอแต่งงาน แต่เธอก็ไปแต่งกับอาเช็ง มันมีดีอะไร อาเช็งมันมีดีอะไรเธอถึงเลือกมัน”
“นี่คุณดื่มเหล้าแต่เช้าเลยเหรอ ฉันไม่คุยกับคนเมานะ ขอตัว”
เจียหลินลุกจะเดินออกมาแต่เล้งคว้ามือหมับแล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจังและดุดัน
“ฉันไม่ให้เธอไปไหนทั้งนั้น ฉันรอเธอมานานแล้ว รอตั้งแต่เห็นเธอครั้งแรก จนเธอแต่งงาน ฉันก็รอว่าเมื่อไหร่เธอจะแยกทางกับมัน แต่เธอก็อยู่กับมันอย่างมีความสุข มีลูกกับมัน ฉันเห็นเด็กสองคนนั่นตั้งแต่แบเบาะ จนมันโตเป็นหนุ่ม ยี่สิบกว่าปีที่ต้องรอมันทรมาน เธอรู้มั้ยว่าฉันเจ็บปวดแค่ไหนที่เห็นเธออยู่กับมัน ฉันแช่งมันทุกวัน แช่งให้อาเช็งมันตาย แต่มันก็ไม่ตาย”
เจียหลินโกรธจัดจึงตบหน้าเล้งฉาดใหญ่
“คุณเมาจนไม่รู้ตัวว่าพูดอะไรออกมา เราสามคนเป็นเพื่อนรักกันไม่ใช่หรือ จะพูดอะไรให้เกียรติฉันกับเฮียเช็งบ้าง สร่างเมาเมื่อไหร่ค่อยคุยกัน ฉันจะกลับบ้าน”
“ฉันไม่ให้เธอกลับ” เล้งว่า
เจียหลินตวัดตามองเล้งด้วยสายตาที่ทำเอาเล้งแทบเข่าอ่อน เสียงของเล้งเลยอ่อนลงตามไปด้วย

เล้งน้ำตาคลอ “เห็นใจฉันเถอะนะเจียหลิน อย่าไปจากฉัน”

เหตุการณ์ปัจจุบัน เล้งน้ำตาคลอในขณะที่ย่าหย่ากำลังปิดผ้าก็อชที่แผลให้เขา
 
เล้งพึมพำ “อย่าทิ้งฉัน”
ย่าหยาชะงัก “เสี่ยว่าอะไรนะคะ”
เล้งหันมาหา “อย่าไปจากฉันนะย่าหยา”
“ทำไมเสี่ยถึงคิดว่าฉันจะไปจากเสี่ยคะ หรือว่า ผู้หญิงที่เสี่ยรักเคยทิ้งเสี่ยไป”
เล้งเจ็บปวดใจไปถึงไส้ติ่ง

เหตุการณ์ในอดีตต่อเนื่อง เจียหลินเดินตึงๆ ออกมา เล้งตามมาดักหน้าแล้วขอร้อง
“อย่าไป”
เจียหลินไม่ฟัง เธอเดินเลี่ยงออกมา
เล้งของขึ้นจึงคว้าแขนเจียหลินแล้วดึงเข้าหาตัวเอง
“ปล่อย”
“ไม่”
“ฉันจะกลับไปหาเฮีย ไปหาอาธี” เจียหลินบอก
เล้งเว้าวอน “เจียหลิน”
เจียหลินสะบัดมือหลุดจากเล้งแล้วจะวิ่งออกมา เล้งตามมารวบเอวโอบกอดเจียหลินทางด้านหลังแน่นโดยพยายามจะซุกไซ้ซอกคอของเธอ เจียหลินดิ้นสู้สุดฤทธิ์ ในที่สุดเธอก็สะบัดตัวหลุดออกจากอ้อมกอดแล้วหันมาตบหน้าเล้งฉาดใหญ่อีกครั้ง
เจียหลินน้ำตาไหลพรากด้วยความแค้นใจและเจ็บใจ “คุณทำกับฉันอย่างนี้ได้ยังไง ยังเห็นฉันเป็น
เพื่อนอยู่รึเปล่า ฉันรักครอบครัวของฉัน ฉันไม่ได้รักคุณ ไม่มีวัน”


เหตุการณ์ปัจจุบัน เล้งสะเทือนใจเพราะจำได้แม่นยำว่าตัวเองยื้อเจียหลินได้แค่ไม่กี่ชั่วโมง หลังจากนั้น เจียหลินก็จากเขาไปอย่างไม่มีวันกลับและเขาเป็นคนทำให้เจียหลินต้องตาย
“มันเป็นความผิดของฉันด้วยเหรอที่รักเธอ เจียหลิน” เล้งเปรยออกมา
“เธอคือ คุณเจียหลิน” ย่าหยาถาม
เล้งพยักหน้า “หลิวเจียหลิน”
ธามที่สวมชุดดำซึ่งแอบตามย่าหยามายืนซุ่มที่ระเบียงข้างหน้าต่างห้องเล้งกัดฟันกรอด เขาคิดในใจว่าเล้งผิดหวังจากแม่แล้วถึงกลับฆ่าล้างตระกูลเขาเลยเชียวหรือ
“เสี่ยสนใจฉันเพราะฉันอาจมีอะไรหลายอย่างคล้ายคุณเจียหลิน เสี่ยแค่เห็นฉันแล้วนึกถึงผู้หญิงที่เสี่ยรัก เสี่ยไม่ได้รักฉัน” ย่าหยาตัดพ้อ
“ไม่จริงนะอาหยา ตอนแรกฉันก็คิดอย่างนั้น แต่ยิ่งนานวัน ฉันยิ่งรู้สึกผูกพันกับเธอ มันมากจน..ฉันเองก็พูดไม่ถูก รู้แต่ว่าฉัน จะไม่มีวันยอมเสียเธอให้ใคร”
เล้งกอดเอวย่าหยา ย่าหยาหลับตากลืนความโกรธเกลียดและขยะแขยงอย่างยากเย็น ธามร้อนวูบวาบ ไฟในกายของเขาพุ่งออกมาทุกอณูขุมขน สักครู่ ย่าหยาก็ผละออกมาแอบเปลี่ยนยานอนหลับที่เตรียมมาซึ่งแรงกว่าที่หมอจัดให้เล้ง เธอหยิบยาแก้อักเสบ แล้วรินน้ำ
“เสี่ยกินยาแก้อักเสบ กับยานอนหลับสักเม็ดนะคะ คุณหมอให้มาด้วย จะได้หลับสบาย”
เล้งรับยากับน้ำจากย่าหยามากิน
“เธอรู้มั้ย วินาทีที่ฉันรู้ว่าอาธามมันมาดักเธอที่หน้าบ้านฉันเมื่อเช้า ฉันอยากจะยิงมันให้ตาย ฉันกลัว กลัวว่ามันจะมาแย่งเธอเหมือนที่ป๊ามันแย่งเจียหลินไป” เล้งว่า
ธามกับย่าหยากัดฟันกรอดเพราะที่ผ่านมานึกว่าส่งลูกน้องมา ที่แท้ตัวพ่อนี่เองที่เป็นคนยิง
“พักผ่อนเถอะค่ะเสี่ย ฉันไม่ไปไหนหรอก” ย่าหยาบอก
“จริงนะ อาหยา”
ย่าหยาช่วยขยับหมอนให้เล้งลงนอนตะแคง “ค่ะ ฉันจะอยู่กับเสี่ยจนลมหายใจสุดท้าย ฉันสัญญา”
ย่าหยามองเล้งที่จับมือเธอด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่แววตาส่อแววเหี้ยมที่เวลาหายใจเฮือกสุดท้ายของเล้งมาถึงแล้ว เล้งยิ้มให้ย่าหยาก่อนจะค่อยๆหลับตาลง ย่าหยามองเล้งนิ่ง ภาพตอนที่เล้งยิงพ่อของเธอ เล้งยิงย่าหยา และย่าหย่ายิงชลธีย้อนกลับมา
ย่าหยาชักมีดออกมาแล้วเงื้อสูงสุดแขนเตรียมแทงเข้าที่หัวใจเล้งด้วยความแค้น แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นธามยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ย่าหยาเงื้อมีดมือสั่น
ภาพตอนที่พ้งพูดย้อนกลับมา
“โอกาสที่จะเข้าใกล้เสี่ยเล้งมีไม่มาก และลื้อลงมือได้แค่ ครั้งเดียว”
ตอนที่ธามลุกพรวดขึ้นมาพูด
“ฉันขอเธอแล้วนะ จับเป็น”
“ฉันจะคอยช่วยเธอ ขออย่างเดียว อย่าให้มันถึงตาย ฉันขอร้อง” ธามย้ำ
ย่าหยาน้ำตาคลอ เธอจับมีดแน่นจนมือสั่นเพราะอยู่ในภาวะกดดันสุดๆ เพราะคำพูดของพ้งและธามดังก้องสลับกันไปมาในหัว ธามจ้องย่าหยาและส่งสายตาทั้งขอร้องทั้งห้ามปราม เสียงพ้งดังก้องในหัวขึ้นมาอีกคล้ายจะผลักให้ย่าหยาเงื้อมีดและเตรียมจะจ้วงแทงเล้งอีกครั้ง
ธามเข้ามาขวางไว้ เขาจับข้อมือย่าหยาแล้วเบนปลายมีดจากเล้งมาที่หัวใจตนเอง
ธามสบตาหญิงสาวนิ่งแล้วกัดฟันพูด “จะฆ่ามัน ฆ่าฉันก่อน”
ย่าหยาไม่มีแรงแม้แต่จะถือมีด เธอปล่อยมีดลงข้างตัวแล้วน้ำตาก็พรั่งพรูเป็นน้ำตกไนแองกาล่า
ย่าหยาพึมพำทั้งน้ำตา เธอร้องไห้แบบเก็บกดจนไม่มีเสียง “ฉันอยากจะฆ่ามัน ทำเหมือนกับที่มันทำกับพ่อแม่ฉัน แต่ฉัน”
ย่าหยามองหน้าธาม ธามคว้าย่าหยามากอดแน่นซึ่งเป็นสัมผัสที่เต็มไปด้วยความขอบคุณ เห็นใจและเจ็บปวดไม่แพ้กัน
สักครู่ เล้งขยับตัวและพึมพำเหมือนละเมอ
“อาหยา”
ย่าหยากับธามมองเล้งแล้วมองไปรอบห้อง ไม่มีทางออกไหนนอกจากประตูแต่จะออกไปได้ยังไงในเมื่อด้านนอกนั้น ลูกน้องของเล้งยืนเฝ้าเต็มไปหมด ทั้งคู่มองหน้ากันแล้วมองไปที่เล้ง
เล้งละเมอ “อาหยา อาหยา ย่าหยา”
เล้งผุดลุกขึ้นนั่งในสภาพเหงื่อผุดที่หน้า เขามองไปรอบๆห้อง แต่ก็ไม่พบใคร เล้งลุกจากเตียง
เล้งกวาดตามองหา “อาหยา อาหยา”
เล้งเดินหาย่าหยาผ่านข้างตู้ ผ่านเหลี่ยมมุมห้อง ผ่านข้างโซฟาแต่ก็ไม่เจอ สุดท้ายเล้งเข้าใจว่าเพราะตัวเองเผลอหลับย่าหยาเลยกลับไปแล้ว เล้งเดินมายืนรับลมที่หน้าต่างด้วยความคิดถึงย่าหยาแล้วก็เคลิบเคลิ้มใจว่าชีวิตมีความหวัง เขาอยากสร้างครอบครัว อยากมีมังกรตัวน้อยเร็วๆ
ที่นอกหน้าต่าง ย่าหยายืนเอาหลังแนบผนังตึก โดยมีธามยืนประกบหญิงสาวเป็นแซนวิช ธามยึดตัวเองไว้ด้วยมือที่เกาะขอบปูนซึ่งยื่นออกมาเพียงน้อยนิด พอๆกับขอบระเบียงที่แทบจะไม่มีที่ให้ยืนสำหรับคนสองคน ธามกับย่าหยาเหลือบมองเล้งที่ยืนหันหลังให้
 
ทั้งคู่แทบหยุดหายใจเพราะมันใกล้กันแค่คืบจริงๆ

เลือดมังกร : กระทิง ตอนที่ 8 (ต่อ)

ธามทิ้งตัวจากระเบียงตึกด้านบนลงมาที่ด้านล่าง ตามด้วยย่าหยา
 
ทั้งคู่จะกระโดดจากระเบียงลงไปที่สนามหญ้าด้านข้าง แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นลูกน้องเล้งยืนเฝ้าตามจุดต่างๆยั้วเยี้ย พร้อมด้วยอาวุธครบมือ
ย่าหยาสะกิดให้ธามเปลี่ยนใจมาทางเดินหน้าโถง ย่าหยาเดินนำ ธามเดินตามแบบระวังหลัง ลีลาการเดินและการกวาดสายตาของทั้งคู่ผ่านการฝึกมาอย่างดี
สักครู่ ทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงคนเดินคุยกันมาตามทาง ธามกับย่าหยาหันมามองหน้ากัน รอบตัวไม่มีทางออกอื่น จะกลับไปที่ระเบียงลูกน้องเล้งก็อยู่กันเต็มไปหมด ทางออกเดียวก็คือทางที่คนอีกกลุ่มกำลังจะเดินเข้ามา
ย่าหยาตัดสินใจเดินออกไปถ่วงเวลา เมื่อหลุดพ้นเหลี่ยมตึกไปถึงรู้ว่าคนที่กำลังเข้ามาคือเกี๊ยง กับอิก และลูกน้องของเล้งอีก 3 คน
“นายใหญ่ล่ะ” เกี๊ยงถาม
“หลับไปแล้ว เมื่อกี้นี้เอง” ย่าหยาบอก
ย่าหยามองหน้าอิก แต่อิกตีมึนทำเป็นไม่เคยเห็นย่าหยา
“งั้น อั๊วคุยกับเสี่ยพรุ่งนี้ก็ได้” อิกบอก
“ค่ะ เสี่ยเพิ่งหลับ อย่าไปรบกวนเลย”
ธามนั่งอยู่บนคานปูนเหนือหัวย่าหยาและทุกคน
เกี๊ยงพูด “นายใหญ่สั่ง อาอิกมาเมื่อไหร่ให้เข้าไปหาได้ทุกเวลา อั๊วต้องทำตามคำสั่ง”
เกี๊ยงเดินนำอิกและลูกน้องทั้งหมดเลี้ยวโค้งไปยังจุดที่ธามยืนอยู่เมื่อครู่ ธามขยับตัวจะกระโดดลงไปหาย่าหยา แต่แล้วกุญแจบ้านธามที่ยัดใส่กระเป๋ากางเกงก็ร่วงจากกระเป๋าหล่นลงสู่พื้น ลูกกุญแจหล่นกระทบพื้นเสียงดังกริ๊ง เกี๊ยงกับลูกน้องได้ยินเสียงก็หันกลับมา
เกี๊ยงสงสัย “อะไร”
ย่าหยารีบก้มลงเก็บกุญแจขึ้นมา
“กุญแจห้องฉันเอง” ย่าหยาบอก
เกี๊ยงมองหน้าย่าหยาแต่ก็ไม่ติดใจอะไรจึงเดินออกไปพร้อมลูกน้อง ย่าหยาเหลือบมองขึ้นไปบนคานปูนโดยสบตากับธาม


ธามกับย่าหยาเดินมาเงียบๆตามทางเดิน สักครู่ธามก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน
“ฉันขอโทษ”
“วันนี้มันคงไม่ใช่วันดีของฉัน” ย่าหยาว่า
“ขอบคุณมากนะที่เสียสละเพื่อครอบครัวฉัน พักผ่อนเถอะนะ”
ธามก้มลงจะหอมแก้มย่าหยา แต่แล้วก็เปลี่ยนใจไปหอมที่หน้าผาก
“กู้ดไนท์”
ย่าหยาอึ้งจนตัวชา

เหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมา ในวันที่ชลธีหอมหน้าผากจันทร์ชมพู
ชลธีบอกจันทร์ชมพู “กู้ดไนท์จ้ะ”


ย่าหยายังคงอึ้งตะลึง วิธีการและจังหวะที่จมูกธามสัมผัสหน้าผากเธอด้วยความอ่อนโยน นุ่มนวล ช่างเหมือนกับชลธีราวกับเป็นคนคนเดียวกัน สักครู่ ย่าหยาก็รู้สึกตัวจึงรีบผละออกมา
“ฉัน ขอตัวก่อนนะ”
ย่าหยาส่งยิ้มฝืดๆ ให้ธามก่อนจะรีบเดินเข้าโรงแรมไป ธามมองตามแบบงงนิดๆ


ย่าหยาดึงนาฬิกาออกมาจากใต้หมอนแล้วเปิดดูรูปชลธี
“ทำไมเขาเหมือนพี่ธีได้ขนาดนี้ จันทร์ควรจะทำยังไงคะพี่ธี จันทร์จะทำยังไงดี”


โบตั๋นเปิดประตูเข้ามาเห็นเฉียงนอนอยู่บนเตียงอยู่ในความมืด
โบตั๋นเปิดไฟ “หลับแล้วเหรอ อาเฉียง”
เฉียงพลิกตัวกระสับกระส่ายแล้วก็ละเมอเพราะพิษไข้
เฉียงพึมพำ “ผิง ผิง หม่าม้า ม้า”
โบตั๋นขยับเข้ามาใกล้
“ผิง ผิง ป๊าคิดถึงนะ คิดถึง”
โบตั๋นเอาหลังมืออังที่หน้าผากเฉียงแล้วก็ตกใจ “ทำไมตัวร้อนเป็นไฟอย่างนี้ล่ะ”
โบตั๋นหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กในตู้วิ่งหายเข้าไปในห้องน้ำ สักครู่เธอก็วิ่งถือขันใส่น้ำออกมา แล้วเอาผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้เฉียง
เฉียงพึมพำทั้งที่หลับตา “ผมขอโทษ โบตั๋น ผมขอโทษ”
โบตั๋นชะงัก น้ำตารื้นขึ้นมา
“ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษคุณ ฉันไม่น่าพาคุณมาตกต่ำอย่างนี้เลย”

โบตั๋นมองเฉียงด้วยความละอายใจและเสียใจ

ย่าหยาใส่ชุดนอนเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำ แล้วเธอก็แทบผงะเมื่อเห็นธามยืนอยู่ในห้อง
 
“คุณ ทำไมยังไม่กลับบ้าน” ย่าหยาบอก
“กลับไปแล้ว แต่เข้าไม่ได้”
ย่าหยานึกขึ้นได้ “จริงสิ” ธามรีบไปค้นกระเป๋า แล้วดึงกุญแจบ้านธามออกมาส่งให้ “ขอโทษนะ ฉันลืมสนิทเลย คุณเลยต้องเสียเวลาเดินไปเดินมา”
“นั่นสิ ร้อนมากเลย” ธามออกท่าเยอะ “เหนียวเหนอะไปทั้งตัว” ธามเข้าประเด็น “ขออาบน้ำหน่อยนะ” ธามชงเองอวยเองตบเอง
ย่าหยาชะงักกึกว่าเธอยิ่งอยากห่างก็ยิ่งอยากเข้ามาใกล้


โบตั๋นที่อยู่ในชุดนอนขยับเอาผ้าขนหนูวางบนหน้าผากเฉียงแล้วดึงผ้าห่มให้เขา เฉียงนอนสั่นเล็กๆเพราะพิษไข้ โบตั๋นล้มตัวลงนอน เธอพยายามจะหลับตาแต่ไม่สามารถข่มตาหลับได้ โบตั๋นลืมตาขึ้นมา แล้วหันมามองเฉียงด้วยความเป็นห่วง


ย่าหยาเดินวนไปเวียนมาในห้อง ใจของเธอตุ๊มๆต่อมๆ เพราะไม่รู้จะรับมือกับธามยังไงจนได้ยินเสียงธามเปิดประตู ย่าหยารีบลงไปนั่งปักผ้าเช็ดหน้าผืนใหม่ที่เตียง ธามนุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาจากห้องน้ำ
ย่าหยาก้มหน้าก้มตาปัก “สบายตัวแล้วก็ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” ย่าหยาเงยหน้าขึ้นมาแล้วก็ตาค้าง “ทำไมคุณไม่แต่งตัวออกมาเลยล่ะ”
“ก็ไม่มีอะไรใส่”
“เสื้อผ้าที่คุณใส่มาไง”
“ฉันอาบน้ำมาสะอาดๆ จะให้กลับไปใส่ชุดเดิมเหรอ”
“ก็แล้วคุณจะทำยังไง”
ธามส่งสายตาเป็นประกาย “ไม่กลับได้มั้ย”
ย่าหยาร้อนวูบวาบว่าเขาจะมาไม้ไหนเนี่ย “ไม่ได้”
“วันนี้เราผ่านเรื่องเป็นเรื่องตายมาเยอะแล้ว ฉันอยากพัก ง่วงแล้วด้วย”
ธามไม่รอให้ย่าหยาอนุญาต ธามเดินไปที่เตียงแล้วสอดตัวลงใต้ผ้าห่มแล้วหลับตาทันที
ย่าหยาเข้ามาเขย่าแขนขาธาม “คุณ คุณ คุณธาม เฮียกระทิง”
ธามนิ่งไม่ไหวติงเหมือนคนดำดิ่งหลับลึก
ย่าหยาไม่รู้จะทำยังไงเลยต้องกลับมาล้มตัวลงนอนในที่ตัวเอง เธอเอื้อมมือจะปิดไฟที่หัวเตียง
จู่ๆ ผู้ที่ดูเหมือนหลับสนิทก็หันมากอดเธอหมับ
“คุณ เฮียกระทิง ปล่อยนะ ปล่อย”
ธามยังคงหลับตาทำหูทวนลมไม่ได้ยินอะไรและตั้งหน้าตั้งตากอดหญิงสาวแน่นต่อไป ย่าหยาทั้งศอกทั้งถองทั้งทุบเป็นพัลวันจนเผลอไปโดนแผลที่ไหล่ชายหนุ่ม
ธามเจ็บจริงจึงเด้งขึ้นมาเอามือจับแผล “โอ้ย”
ย่าหยาตกใจจึงลุกขึ้นมาดูก็เห็นธามเลือดซึมออกมา “ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันดูแผลให้นะ”
ธามมองหญิงสาวด้วยท่าทางเคลิ้มจัด “เป็นห่วงฉันใช่มั้ย”
ย่าหยาอึ้งและใจเต้นตึกตัก เธอปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าเธอเป็นห่วงเขามาก ธามส่งสายตาและพูดประโยคที่ทำให้ผู้หญิงทั้งโลกละลาย
“ฉันรักเธอ ย่าหยา”
ย่าหยารู้สึกเหมือนทุกอย่างในโลกหยุดเคลื่อนไหวมีเพียงดอกไม้รอบตัวที่แข่งกันบาน ดอกที่งดงามที่สุดหอมหวานที่สุดและบานอยู่ในใจเธอ
ธามค่อยๆ โน้มตัวลงมาจูบหญิงสาวโดยไล่จากหน้าผากลงไปที่แก้ม จากแก้มไล่ลงไปที่ปาก ย่าหยาเหมือนจะละลายอยู่ในอ้อมกอดธามหมดแรงจะขัดขืน หรือจริงๆแล้วไม่ได้อยากจะขัดขืน ธามค่อยๆ โน้มตัวให้ย่าหยานอนลงบนที่นอนอย่างนุ่มนวล อ่อนโยน เขาลงไปคลุกวงในซุกไซ้จนย่าหยาเคลิบเคลิ้มปล่อยใจกายทุกสิ่งอย่างให้เป็นไปตามที่หัวใจเรียกร้อง


เหตุการณ์ในอดีตหวนกลับมา จันทร์ชมพูที่วิ่งหัวเราะร่ามาตามชายหาดแล้วหันไปมองข้างหลังเหมือนดูว่าใครตามมาใกล้รึยัง ชลธีวิ่งไล่จันทร์ชมพูตามมาไกลๆ ท่ามกลางทะเลอันดามันสีฟ้าคราม และแสงอ่อนๆของอาทิตย์ยามเย็น
จันทร์ชมพูยังคงวิ่งหัวเราะแล้วเธอก็ต้องตกใจเมื่อโดนรวบเอว จันทร์ชมพูหันกลับมาหาชลธีแล้วยิ้มมีความสุขในอ้อมกอดของชายหนุ่ม ชลธียิ้มอบอุ่นให้ย่าหยา


ย่าหยารู้สึกตัวตื่นลืมตาแล้วผุดลุกขึ้นนั่งหายใจหอบ
ธามแปลกใจ “เป็นอะไร”
“ฉัน ทำไม่ได้”
“ถ้าเป็นเพราะอาหงส์ เธอเข้าใจผิด ฉันกับอาหงส์ไม่เคยคิดจะแต่งงานกัน”
“ไม่ใช่เรื่องนั้น”
ธามเข้าใจ “เธอคิดถึงเขา”
“ฉัน”
ย่าหยาไม่รู้จะอธิบายยังไงเพราะเธอรักธาม เธอแน่ใจว่ารัก แต่ภาพชลธียังตามหลอกหลอนตลอดเวลา
“บอกได้มั้ย ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร” ธามถาม
ย่าหยาปากคอสั่น เธอจะตอบได้ยังไงว่าเขาก็คือน้องชายธาม ย่าหยาทำได้แค่ส่ายหน้า
ธามสบตาย่าหยานิ่ง “เธอไม่เคยลืมเขา” ธามเจ็บปวดร้าวลึก “เธอรักฉันมั้ย ฉันต้องการรู้แค่นี้”
ย่าหยาน้ำตารื้นแล้วโผเข้ากอดธามแน่นซึ่งเป็นคำตอบที่หนักแน่นยิ่งกว่าคำพูดใดใด
“นอนเถอะ ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรเธอจนกว่า เธอจะพร้อม”
ธามพาย่าหยานอนลงแล้วห่มผ้าให้ ก่อนจะนอนลงข้างๆ และหันหลังให้หญิงสาวในที่สุด ย่าหยาพลิกตัวหันข้างแล้วค่อยๆ ดึงนาฬิกาจากใต้หมอนมาแนบที่หัวใจคล้ายจะขอให้ชลธีช่วยดึงเธอกลับมา


โบตั๋นงัวเงียตื่น เธอหันไปมองด้านข้างเมื่อได้ยินเสียงครางฮือ ฮือ โบตั๋นตกใจที่เห็นเฉียงนอนตัวสั่นอยู่ใต้ผ้าห่ม เธอเอาผ้าห่มของตัวเองห่มให้เฉียงแต่เฉียงก็ยังคงนอนสั่นเหมือนเดิม โบตั๋นไม่รู้จะทำยังไง สุดท้ายเธอตัดสินใจล้มตัวลงนอนข้างเฉียงแล้วค่อยๆ เอื้อมมือไปกอดเขาแน่น
ไออุ่นจากโบตั๋นทำให้เฉียงค่อยๆ คลายความหนาวสั่น เขาขยับพลิกตัวหันมาซุกอกอุ่นคล้ายเด็กน้อยที่ชอบซุกหาไออุ่นจากอกแม่ โบตั๋นใจเต้นโครมคราม สักครู่ เธอก็ค่อยๆ เอนตัวซบเฉียงเพราะเธอเองก็ต้องการความรักความอบอุ่นจากใครสักคนเหมือนกัน


เล้งยืนอยู่ที่กรอบหน้าต่างมองแสงจันทร์ด้วยหัวใจเบิกบานด้วยความรัก
เขานึกถึงตอนที่เจอย่าหยาครั้งแรก เล้งเชยคางเธอ

ตอนที่เกี๊ยงขับรถชนย่าหยา แล้วเขาลงมาดูย่าหยา

ตอนที่เขาเล้งนั่งดื่มกาแฟ ย่าหยาสั่งชานมเย็น
 
ตอนที่เขาดักรอย่าหยาที่หน้าโรงแรมหมู่ตัน
ตอนที่เขาพาย่าหยามาไหว้พระที่ศาลเจ้า
ตอนที่เขาพาย่าหยาไปกินบัวลอย
ตอนที่เขาเต้นรำกับย่าหยา
ตอนที่เขาให้ช่อดอกไม้ย่าหยา
ตอนที่ย่าหยาทำแผลให้เขา
เล้งครึ้มอกครึ้มใจแล้วหยิบรูปถ่ายที่อยู่ในมือขึ้นมาดู ภาพในมือคือรูปหลิวเจียหลินที่ยิ้มหวาน ดูน่ารัก และอบอุ่น
“ต่อไปนี้ ฉันคงไม่ต้องดูรูปเธอทุกคืนอีกแล้วนะ เจียหลิน”
เล้งบรรจงจูบรูปถ่ายเหมือนจูบลาเจียหลินเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเอาไฟแช็กจุดไฟเผารูป
เจียหลิน แล้วปล่อยให้รูปที่ไหม้นั้นลอยละล่องจากหน้าต่าง รูปเจียหลินถูกไฟลามลุกโชน ลอยล้อลมกลางอากาศแล้วมอดกลายเป็นเถ้าถ่านตกสู่พื้นดิน


ย่าหยางัวเงียตื่นแล้วก็นึกขึ้นได้จึงรีบหันไปหาธาม แต่บริเวณที่ธามเคยนอนเมื่อคืนกลับว่างเปล่า ย่าหยามองไปรอบๆห้องก็ไม่เห็นแม้เงาชายหนุ่ม ย่าหยาลุกขึ้นนั่ง เธอหันมาเห็นนาฬิกาตกอยู่ข้างตัวใต้ผ้าห่ม เธอหยิบขึ้นมาถือไว้ในมือแทนที่จะคิดถึงคนให้ ใจดันไพล่ไปคิดถึงคนที่จากไปว่าเขารู้สึกยังไง โกรธเธอมากมั้ย และทำไมถึงไปโดยไม่ร่ำลา


ย่าหยาเดินออกมาหน้าโรงแรม โดยที่ใจยังพะวงกับความรู้สึกของธาม มือใครสักคนเอื้อมมาจับมือของเธอ ย่าหยาดีใจเพราะคิดว่าธาม เธอหันไปด้วยรอยยิ้มกว้าง แต่แล้วก็เจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคนที่จับมือเธอคือ เล้ง
เล้งพูดแบบมโนบรรเจิด “ฉันคิดถึงเธอทั้งคืน ย่าหยา ฉันไม่อยากรออีกต่อไปแล้ว ฉันอยากสร้างครอบครัวกับเธอ เราจะหมั้นกันมะรืนนี้ และฉันจะแต่งงานกับเธอทันทีหลังจากกลับจากภูเก็ต เธอมีอะไรขัดข้องมั้ย”
ย่าหยาอึ้งที่วินาทีสำคัญของชีวิตมาถึงอีกครั้ง

ย่าหยาคิดหาคำตอบ สักครู่เธอจึงตัดสินใจ
"มาถึงตอนนี้ฉันมั่นใจแล้วค่ะว่าเสี่ยต้องการแต่งงานกับฉันจริงๆ เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องมีงานหมั้นก็ได้ เอาเป็นว่าเสี่ยกลับจากภูเก็ตเมื่อไหร่ เราจะแต่งงานกันทันที"
เล้งยิ้มอย่างมีความสุข เพราะความหวังที่จะได้สร้างครอบครัวของเขาอยู่ใกล้แค่เอื้อม


เฉียงยังคงนอนกอดโบตั๋นอยู่ในท่าเดิม สักครู่เฉียงก็รู้สึกตัวจึงค่อยๆ ลืมตาแล้วขยับตัวเงยหน้าขึ้นมาทำให้จมูกโดนแก้มโบตั๋นโดยไม่ตั้งใจ เฉียงอึ้งและใจสั่นที่เห็นโบตั๋นอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก โบตั๋นรู้สึกตัว จึงค่อยๆลืมตา เฉียงรีบดึงมือที่โอบกอดโบตั๋นออกและขยับตัวออกมา
"เมื่อคืนคุณไข้ขึ้น นอนหนาวสั่นทั้งคืน" โบตั๋นบอก
"ผม เอ่อ ขอโทษ"
"ขอโทษเรื่องอะไร"
"ผมคงรบกวนคุณ"
โบตั๋นยิ้ม "ฉันเต็มใจ คุณดูแลฉันมามากแล้ว ถึงเวลาที่ฉันต้องดูแลคุณบ้าง คุณอยากนอนอีกนิดมั้ย"
"ไม่ ไม่ครับ"
"งั้นฉันเช็ดตัวให้"
เฉียงรีบออกตัว "ไม่เป็นไรครับ ผมจัดการเองได้ ขอบคุณมากครับ"
เฉียงค่อยๆลงจากเตียงทั้งซาบซึ้งทั้งเก้อเขินก่อนจะมาหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินออกไป โบตั๋นมองตามเฉียงแล้วอมยิ้ม หัวใจดวงน้อยของเขาเริ่มเบิกบาน


พ้งยิ้มพอใจแล้วพูด
"ถึงขั้นนี้ แสดงว่ามันรักลื้อจริง"
พ้งยืนหันหลังให้ย่าหยาอยู่
"หยาจะอาศัยช่วงที่ต้องไปไหนมาไหนกับมันช่วงนี้ จัดการมันให้เร็วที่สุด" ย่าหยาบอก
พ้งหันมา "โอกาสมาถึงแล้วอาหยา ลื้อต้องตั้งสติดีๆ รอจนกว่าจะมั่นใจแล้วค่อยลงมือ อย่างที่อั๊วบอก โอกาสทำสำเร็จมีแค่ครั้งเดียว"
"หยาจะทำอย่างรอบคอบที่สุดอาปา"
"ที่สำคัญระวังใจลื้อด้วย อย่าเผลอไปสงสารมันเด็ดขาด ความรักความสงสารจะทำให้ลื้ออ่อนแอ ลื้อยังจำวันที่ลื้อเจอมันครั้งแรกได้ใช่มั้ย จำได้มั้ยว่ามันใช้ความรัก ความสงสารที่ลื้อมีต่อพ่อมาเล่นงานลื้อยังไง"
"ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี หยาจำได้ขึ้นใจเหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน"

ย่าหยาย้อนกลับไปนึกถึงเหตุการณ์เมื่อ 7 ปีก่อนด้วยใจที่อัดแน่นไปด้วยแรงแค้น

เลือดมังกร : กระทิง ตอนที่ 8 (ต่อ)

เจ็ดปีที่แล้ว จันทร์ชมพูถือกระดาษที่มีที่อยู่
 
เธอเล็งหาเลขที่บ้านตามที่อยู่จนเจอ เธอกวาดตามองหาออดแล้วกดอย่างตื่นเต้นดีใจ สักครู่ ฮกก็เปิดประตูออกมา
"มาหาใครหมวย"
จันทร์ชมพูยิ้ม "มาหาพ่อค่ะ พ่อฉันชื่อสมชาย"
ฮกพยักหน้าแล้วอ้าประตูให้จันทร์ชมพู จันทร์ชมพูดีใจจนเนื้อเต้นที่จะได้เจอหน้าพ่อจึงรีบเดินเข้าไปในบ้าน


ซ้งเดินเข้ามา
"ใคร อาฮก" ซ้งถาม
"ลูกสาวอาสมชาย อีจะมาขอพบป๊าอี" ฮกบอก
ซ้งพูดห้วนๆ "พ่อลื้อไม่อยู่ที่นี่แล้ว กลับไป"
"ถ้าไม่อยู่แล้วเฮียคนนี้เปิดประตูให้ฉันเข้ามาทำไม" จันทร์ชมพูว่า
ซ้งหันขวับมามองฮก ฮกจ๋อยและยังกระเซอะกระเซิงเพราะเพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ๆ
จันทร์ชมพูพูดกับซ้ง "ฉันขอร้องนะเฮีย แม่ฉันไม่สบายมาก ขอให้พ่อกลับไปเยี่ยมแม่สักอาทิตย์นะ"
"อั๊วบอกแล้วไง พ่อลื้อไม่อยู่ที่นี่แล้ว ที่นี่ไม่ต้อนรับคนที่ทรยศหักหลังเจ้านายลื้อออกไปเลยไป"
"ไม่ ฉันจะไปหาพ่อ"
จันทร์ชมพูวิ่งเข้าไปในบ้าน ซ้งไล่ตามมาคว้าตัวไว้ จันทร์ชมพูไม่ยอมจึงยื้ออย่างแข็งขืนสุดฤทธิ์
"ยืนเซ่ออยู่ทำไมอาฮก ลากตัวอีออกไปสิ" ซ้งบอก
ฮกวิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาฉุดกระชากจันทร์ชมพู จันทร์ชมพูขืนตัวจนถูกลากถูลู่ถูกังไปกับพื้น
"ฉันไม่ไปปล่อย ฉันจะไปหาพ่อ บอกให้ปล่อยไง ปล่อย"
"ฤทธิ์เยอะนัก อยากตายรึไง" ซ้งชักปืนออกมาขู่
จันทร์ชมพูเห็นปืนแล้วก็ตกใจจนผวา เล้งเดินเข้ามายืนด้านหลังหญิงสาว
"ปล่อยอี ให้อีเข้ามา"
จันทร์ชมพูหันมามอง เธอเห็นเล้งเป็นครั้งแรก

จันทร์ชมพูขอความเห็นใจ
"แม่ฉันป่วยหนัก ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหน กรุณาให้พ่อไปเยี่ยมแม่นะคะเสี่ย"
"ลื้อชื่ออะไร" เล้งถาม
"จันทร์ชมพูค่ะ"
"พ่อลื้อทรยศอั๊ว อาจันทร์"
"ไม่จริงค่ะ พ่อรักและเคารพเสี่ย พ่อพูดถึงเสี่ยเสมอ พ่อแค่อยากจะวางมือ ไม่เคยคิดไปทำงานให้ใคร ฉันยืนยันได้ พ่อไม่เคยคิดทรยศเสี่ย"
"การที่พ่อลื้อคิดวางมือนั่นแหละ คือการทรยศอั๊ว" เล้งว่า
"พ่อแค่อยากกลับไปดูแลแม่เท่านั้น"
"กฎของแก๊งมังกรดำ เข้ามาแล้วออกไม่ได้ พ่อลื้อรู้ดี"
"แต่แม่ฉันป่วย จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ ทำไมเสี่ยถึงใจดำไม่ยอมปล่อยพ่อ ในเมื่อเสี่ยเอาเวลาของพ่อไปทั้งชีวิตแล้ว ที่ผ่านมาเราพ่อแม่ลูกแทบไม่ได้อยู่ด้วยกันไม่ได้เห็นหน้ากันเลย" จันทร์ชมพูบอก
"ต่อไปคงไม่ได้เห็นหน้าและอยู่ด้วยกันอีกเลย" ซ้งบอก
จันทร์ชมพูชะงักแล้วถามมือไม้สั่น "หมายความว่ายังไง"
"คนที่ทรยศเสี่ยเล้ง ศพไม่สวยทุกคน"
"ไม่นะ" จันทร์ชมพูหันไปหาเล้ง "ไม่จริงใช่มั้ย เสี่ยไม่ทำกับพ่ออย่างนั้นใช่มั้ย" จันทร์ชมพูคลานมาหาเล้ง "อย่าทำอะไรพ่อฉันเลยนะ ฉันขอร้อง ฉันไหว้ล่ะ" จันทร์ชมพูไหว้เล้งปลกๆ
เล้งขยับเข้ามาเชยคางจันทร์ชมพู "กฎต้องเป็นกฎ"
จันทร์ชมพูร้องไห้โฮ
"แต่ ครั้งนี้อั๊วจะยกเว้นให้พ่อลื้อสักครั้ง ถ้าลื้อมีอะไรแลกเปลี่ยน" เล้งว่า
จันทร์ชมพูเริ่มมีความหวัง "เสี่ยจะเอาอะไร ถ้าแลกกับชีวิตพ่อได้ ฉันยอมทั้งนั้น ขอแค่ปล่อยพ่อฉันแค่นั้น"
"ลื้อต้องทำงานให้อั๊ว"
"งานอะไร"
"เข้าไปตีสนิทกับผู้ชายคนหนึ่ง ทำให้มันรักและไว้ใจ ถ้าสำเร็จอั๊วจะปล่อยพ่อลื้อ"
"แล้ว ตอนนี้พ่ออยู่ไหน" จันทร์ชมพูถาม


ดวงตาคู่หนึ่งของจันทร์ชมพูแอบมองผ่านช่องระบายอากาศสี่เหลี่ยมเล็กๆ ตาคู่นั้นมองเห็นสมชายที่กำลังถูกจับมัดมือมัดขา สภาพร่างกายเต็มไปด้วยคราบเลือด รอยฟกช้ำปูดโปน สักพักซ้งก็เดินเอาจานข้าวมาวางลงตรงหน้า ส่วนฮกแกะเชือกที่มือข้างนึงเพื่อให้สมชายกินข้าว สมชายปัดจานข้าวกระเด็น ซ้งโมโหจึงเตะเข้าที่หน้าสมชายเลือดกลบปาก
"มีข้าวกินดีๆไม่ชอบ" ซ้งตะคอก
สมชายกัดฟันกรอด "ฆ่าฉันให้ตาย"
"ลื้อจะตายง่ายๆได้ยังไง คนทรยศหักหลังอย่างลื้อต้องตายอย่างทรมาน โกยใส่จานให้มันกินอาฮก" ซ้งว่า
ฮกผวากวาดเม็ดข้าวที่ตกเกลื่อนพื้นใส่จานในสภาพมือไม้สั่น
"กิน อั๊วบอกให้กิน กินสิ กินเข้าไป กิน กิน กิน"
ซ้งโกยข้าวในจานใส่มือแล้วยัดๆๆๆใส่ปากสมชายจนหกเลอะเทอะ สมชายไอโขลกเพราะสำลึกข้าวจนหน้าดำหน้าแดง จันทร์ชมพูร้องไห้ปานจะขาดใจแต่ไม่มีเสียงออกมาเพราะผ้าที่ถูกมัดคาอยู่ในปาก จะทุบห้องเรียกพ่อก็ทุบไม่ได้เพราะมือถูกมัด จันทร์ชมพูรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นที่เห็นพ่ออยู่ตรงหน้าแต่ช่วยอะไรไม่ได้เลย จันทร์ชมพูทรุดตัวลงกับพื้นห้องอย่างหมดเรี่ยวแรง
เล้งย่อตัวลงนั่ง "ทำงานให้อั๊ว พ่อลื้อรอด ครอบครัวลื้อได้อยู่ด้วยกัน ตกลงมั้ย”

เมื่อนึกถึงเหตุการณ์นั้น ย่าหยาก็แค้นจัดจนน้ำตาคลอ
"มันบังคับให้หยาทำงานให้มัน ใช้หยาเป็นเครื่องมือฆ่าคนบริสุทธิ์ ครอบครัวพี่ธีพ่อแม่หยาต้องตายก็เพราะมันคนเดียว หยาไม่มีความรักความสงสารอะไรจะให้มัน หยาไม่ยกโทษให้มันเด็ดขาด"
"อั๊วจะรอดูความสำเร็จของลื้ออาหยา.. ฆ่าคนอกตัญญูตายสักคน แผ่นดินคงสูงขึ้น ฟ้าดินคงช่วยเรา"

สายตาของพ้งเต็มไปด้วยความเจ็บแค้นแกมปวดร้าวไม่ต่างจากย่าหยา

ธามขยับมาสวมสูทที่กระจก แล้วเขาก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน
 
ภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมา
ธามเพิ่งเข้าใจ "เธอคิดถึงเขา"
"ฉัน" ย่าหยาอึกอัก
"บอกได้มั้ย ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร"
ย่าหยาปากคอสั่นเพราะเธอจะตอบได้ยังไงว่าคือน้องชายของธาม เธอทำได้แค่ส่ายหน้า
ธามสบตาย่าหยานิ่ง "เธอไม่เคยลืมเขา" ธามเจ็บปวดร้าวลึก "เธอรักฉันมั้ย ฉันต้องการรู้แค่นี้"
ย่าหยาน้ำตารื้นแล้วโผเข้ากอดธามแน่น เป็นคำตอบที่หนักแน่นยิ่งกว่าคำพูดใดใด
ธามตื่นจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง สักครู่จิวก็เดินเข้ามา
"มิสเตอร์ลีโทรมาบอกว่า เสี่ยเล้งขอเลื่อนส่งของรอบสุดท้ายเร็วขึ้นครับเฮีย" จิวบอก
"ไอ้นี่มันทำชั่วขึ้นจริงๆ เมื่อไหร่" ธามว่า
"มันยังไม่ได้นัดครับ แต่กะคร่าวๆว่า น่าจะอีกอาทิตย์"
ธามพยักหน้ารับรู้ เขาตัดเรื่องหัวใจทิ้งได้ทันทีก่อนจะเดินออกจากห้องไป จิวเดินตาม

เล้งเทสต์เฮโรอีนโดยการเอาแตะที่ลิ้น เกี๊ยงกับฮกยืนมอง
"ได้มาครบรึยัง” เล้งถาม
"ยังครับนายใหญ่ แต่ก็ใกล้แล้ว" เกี๊ยงตอบ
"เร่งให้มันรีบขนข้ามเขามาไวไว ของครบเมื่อไหร่อั๊วจะได้บอกมิสเตอร์ลีว่าส่งได้วันไหน ลื้อรีบเอาของที่ได้มาทยอยแพ็คก่อน”
"มันคือผงอะไร อั๊วไม่เคยเห็น" ฮกถาม
"ลื้อจะเคยเห็นได้ยังไงในเมื่ออั๊วเอาเข้ามาขายเป็นเจ้าแรก" เล้งว่า
"เขาเรียกเฮโรอีน ไอ้โง่" เกี๊ยงด่า
"ฤทธิ์แรงกว่าฝิ่นหลายสิบเท่าอย่างนี้ หาไม่ได้ง่ายๆ ใครอยากได้ต้องมาที่เสี่ยเล้งเจ้าเดียว" เล้งหัวเราะสะใจ
เล้งออกมาที่ประตูด้านนอก เฉียงยืนแอบฟังอยู่


ธามกับจิวเดินเข้ามาในโรงงานทอง
"เราต้องเร่งงานให้เสร็จก่อนที่มันจะส่งยาให้มิสเตอร์ลี" ธามบอก
"ตอนนี้อั๊วให้คนงานเร่งทำทั้งกลางวันกลางคืนแล้วเฮีย ทั้งทองแท่งทองรูปพรรณ" จิวบอก
"ได้ตราร้านมันมาแล้วใช่มั้ย" ธามถาม
"ได้รางเททองแท่งมาแล้ว เหลือแต่เหล็กตอกทองรูปพรรณครับเฮีย" จิวรายงาน
"แล้วจะได้เมื่อไหร่"
"สายเราจะเอามาให้หน้าฉั่วเทียนเหลาตอนบ่าย3 ครับ"
"งั้นไปเจอฉันที่นั่น ระหว่างนี้เอาทองแท่งที่เสร็จแล้วปล่อยเข้าตลาดไปก่อน"
ธามเดินออกมา
"แล้วเฮียจะไปไหน"
ธามทำตาคมปลาบ "ไปทำให้ตำรวจรู้เรื่องนี้ก่อนที่ไอ้เล้งมันจะลงภูเก็ต"
ธามเดินอย่างมาดมั่นออกไป

เล้งอารมณ์ดี
"ฉันสั่งผ้าลูกไม้จากฝรั่งเศสให้เธอแล้ว โทรสั่งจากฮ่องกงน่าจะถึงดอนเมืองเย็นนี้"
ย่าหยายิ้มหวาน "เร็วจังเลยนะคะ"
"ฉันต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อมเพื่อเจ้าสาวของฉัน เดี๋ยวเราไปวัดตัวตัดชุดกันฉันนัดคุณลำยงค์ไว้แล้ว และถ้าเธอไม่เหนื่อยจนเกินไป ฉันจะพาเธอไปโรงพิมพ์ ไปเลือกแบบการ์ดแต่งงานไว้ก่อน"
"ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ ช่วงเวลาแบบนี้ ฉันอยากอยู่กับเสี่ยตามลำพังที่สุด"
เล้งยิ้มกรึ่มก่อนจะวางเงินบนโต๊ะแล้วควงแขนย่าหยาซึ่งเดินตาวาววับเป็นนางเสือร้ายออกมา ทั้งคู่เดินผ่านโบตั๋นซึ่งยืนคุยกับแขกกลุ่มหนึ่งติดกับโต๊ะเล้ง โบตั๋นปรายตามองหลังจากได้ยินเรื่องที่ทั้งคู่คุยกันทั้งหมด


ธามกับชานนท์เดินผ่านลูกค้าที่เล่นบิลเลียดตามโต๊ะออกมาคุยกันที่มุมหนึ่ง
"ขอโทษนะครับที่ต้องนัดผู้กองมาที่นี่ เกรงว่าถ้าผมโผล่ไปที่โรงพักมันจะเอิกเกริก"
"ไม่เป็นไรครับคุณธาม ไม่ทราบคุณธามมีเรื่องอะไรหรือครับ"
"ผมได้ยินข่าวลือว่ามีคนปล่อยทองปลอมเข้ามาในตลาดมืด เลยอยากรบกวนให้ผู้กองช่วยตรวจสอบดูหน่อย ถ้าเป็นเรื่องจริงสมาคม และลูกค้าจะเสียหายมาก"
"ขอบคุณมากครับที่ส่งข่าว ผมจะให้ลูกน้องสืบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด"
"เรื่องนี้อาจจะทำกันเป็นขบวนการมานานแล้วนะครับ เพราะป๊าผมก็เคยเจอเรื่องแบบนี้เมื่อ7ก่อน ตอนนี้คดียังไม่ไปถึงไหน"
“7ปีที่แล้ว ผมยังไม่ได้ย้ายมาอยู่นี่ แต่ไม่ต้องห่วง ผมจะรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่และจะจับตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ ขอบคุณครับที่ให้ความร่วมมือกับทางการมาโดยตลอด"
"ยินดีครับ"

ธามยิ้มให้ชานนท์โดยเป็นยิ้มที่ประกาศว่าวาระสุดท้ายของเล้งใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว

ธามพลิกดูนาฬิกาข้อมือบอกเวลาบ่าย3 ในขณะที่เขากำลังเดินเตร็ดเตร่อยู่หน้าฉั่วเทียนเหลา
 
สักครู่จิวก็เดินเข้ามา
"ใครที่จะเอาของมาให้" ธามถาม
จิวมองหา สักครู่เฉียงเดินก็เดินเข้ามา จิวตรงดิ่งเข้ามาหาเฉียง
เฉียงไม่พอใจจึงดึงคอเสื้อจิว "ลื้อมีปัญหาเหรออาจิว"
จิวอึ้งไปหนึ่งวินาที "เออ ทำไม เห็นหน้าแล้วหมั่นไส้"
"หลีกไป อั๊วไม่อยากมีเรื่อง" เฉียงผลักจิวกระเด็นไปข้างหลัง
จิวยัวะ "ลื้อนั่นแหละที่หาเรื่อง" จิวเข้ามาชกเฉียงจนกระเด็น
เฉียงไม่ยอมจึงกระโดดใส่จิวจนจิวล้มกลิ้งไปกับพื้น ทั้งคู่ชกกันแล้วก็ล้มกลิ้งไปมา เกี๊ยงก้าวเข้ามายืนข้างธาม
"ทำไมไม่ห้ามคนของลื้อ มันชกคนของอั๊วก่อน" เกี๊ยงว่า
ธามยิ้มเย้ย "แสดงว่าเห็นตั้งแต่แรก แล้วไปมุดหัวที่ไหน ทำไมเพิ่งโผล่มา"
"เรื่องของอั๊ว ลื้อห้ามคนของลื้อสิ"
"ได้ ให้อั๊วห้าม อั๊วยิงทั้งคู่ ถือว่ากัดกัน"
ธามชักปืนออกมาเหนี่ยวไกจะยิง
เกี๊ยงรับขัดเสียงดัง "พอได้แล้วอาเฉียง"
เฉียงยัดเหล็กตอกในมือใส่กระเป๋าจิวก่อนที่เกี๊ยงจะเข้ามาลากเขาขึ้นมา
"อย่าเสียเวลาสู้กับหมา มีงานสำคัญต้องทำอีกเยอะ"
เฉียงเช็ดเลือดที่มุมปากก่อนจะหันมามองธามด้วยแววตาละห้อยเหมือนลูกหมาน้อยที่อยากกลับไปอยู่กับเจ้านาย เกี๊ยงลากเฉียงออกไป ธามเข้ามาดึงจิวขึ้นมาจากพื้น จิวหยิบแท่งเหล็กตอกในกระเป๋าออกมาส่งให้ธาม ธามพลิกดูโลโก้เล่งเฮงที่ปลายด้าม
"จริงของอาเฉียง พวกมันจับตามองอีทุกฝีก้าวจริงๆ" จิวบอก
"ลื้อเลยต้องเจ็บตัว" ธามพูด
"เจ็บตัวเพื่อเฮียแค่นี้เรื่องเล็ก อั๊วว่าอาเฉียงก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน"
ธามอึ้ง เขาสงสารเฉียงแต่ก็ตัดบทโดยการส่งแท่งเหล็กคืนจิว "ได้ของแล้วก็รีบกลับไปทำงาน"
จิวพยักหน้าแล้วเดินออกไป ธามเดินออกมาอีกทางแต่แล้วก็ชะงักหันกลับไปมองฉั่วเทียนเหลา พร้อมกับคิดถึงใครบางคนขึ้นมาจับใจ


หยกมณีเดินดูแลลูกค้าตามโต๊ะต่างๆ แล้วหันมาก็เห็นธามเดินเข้ามา
"เชิญค่าเฮียกระทิง มาหาอาหยาใช่มั้ยคะ อาหยา" หยกมณีจะพูดว่าไม่อยู่
ธามตัดบทพร้อมนั่งลงบนเก้าอี้ "เปล่า"
"งั้นรับอะไรดีคะ"
"ขอชาอังกฤษกับขนมเค้กสักชิ้นก็แล้วกัน"
หยกมณีหันไปสั่งพนักงานรับออเดอร์ ธามกวาดตามองหาย่าหยาไปทั่วแล้วหันมาเจอสายตาหยกมณีที่จ้องมองชายหนุ่มอย่างรู้ใจ
"อาหยาไม่อยู่ค่ะ" หยกมณีบอก
ธามทำเป็นหยิบหนังสือพิมพ์อ่านอย่างไม่สนใจ "ยังไม่เข้างานเหรอ"
"เข้ามาแล้ว แล้วก็ออกไปแล้วค่ะ"
ธามทำเป็นพลิกหนังสือพิมพ์แต่ก็หูผึ่ง "ออกไปทำอะไร"
"ไม่รู้ค่ะ รู้แต่ว่าเพิ่งออกไปกับเสี่ยเล้งเมื่อครู่ใหญ่ๆนี่เอง"
ธามปิดหนังสือพิมพ์ลุกขึ้นถามเสียงกร้าวทันที "ไปไหน"
หยกมณีตกใจ "หยกไม่รู้"
โบตั๋นก้าวเข้ามายืนข้างสุ่ย
"โบตั๋นรู้ค่ะ"
ธามกับหยกมณีหันมามองโบตั๋น


ลำยงค์วัดตัวตัดชุดสูทให้เล้ง โดยมีย่าหยายืนมองเหมือนให้กำลังใจอยู่ข้างๆ ลำยงค์วัดตัวเล้งเสร็จก็มาวัดตัวให้ย่าหยา เล้งมองย่าหยาอย่างไม่ยอมละสายตา ย่าหยาสบตาเล้งแล้วแสร้งหลบตาทำเขิน ธามยืนมองทั้งคู่อยู่ที่กระจกด้านนอกฉุนจัด แต่เขาก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าทั้งคู่มาตัดชุดแต่งงานกันจริงๆ


ย่าหยาเลือกดูการ์ดแต่งงานสีแดงแบบคนจีนทั้งที่เป็นลวดลายมังกร เป็ดแมนดาลินรูปบ่าวสาวอยู่ในกรอบหัวใจ ฯลฯ
"เลือกดูว่าชอบแบบไหน เดี๋ยวข้อความค่อยส่งมาพิมพ์ทีหลัง" เล้งบอก
"เชิญตามสบายนะครับเสี่ย เดี๋ยวอั๊วขอตัวไปสั่งงานลูกน้องข้างในแป๊บเดียว" เจ้าของร้านว่า
เล้งขยับจะถอดสูทออกเพราะอากาศค่อนข้างร้อน ย่าหยากวาดตาคมเหมือนเยี่ยวมองไปรอบร้านก็เห็นว่าปลอดคน
"ฉันจัดการให้ค่ะ เสี่ยเลือกเลยนะคะ ฉันชอบแบบที่มีรูปถ่ายอยู่ในหัวใจ แต่เรื่องจัดวางแล้วแต่เสี่ยเลยค่ะ เสี่ยชอบแบบไหนฉันก็ชอบแบบนั้น"
"ได้" เล้งรับคำ
ย่าหยาลุกขึ้นยืนด้านหลังเล้ง เธอถอดเสื้อสูทให้แล้วกวาดตามองรอบห้องอีกครั้งก่อนจะดึงมีดที่ซ่อนไว้ออกมา
เล้งเลือกดูการ์ดที่เป็นรูปถ่ายอยู่ในหัวใจ "มันก็สวยๆทั้งนั้น"
"ค่ะ"
ย่าหยาเงื้อมีดสุดแขนเตรียมปักเข้าที่คอเล้ง มือใครสักคนเข้ามากระชากข้อมือย่าหยาอย่างแรง ย่าหยาหันไปมองก็เห็นว่าเจ้าของมือนั้นคือ ธาม ธามดึงมีดออกจากมือย่าหยาเก็บไว้กับตัวเองแล้วทักเล้ง
"สวัสดีครับเสี่ย ย่าหยา ไม่คิดว่าจะเจอกันที่นี่"
เล้งหันมา "อาธาม มาทำอะไรล่ะ"
"มาหาเพื่อนครับ เพื่อนผมเป็นลูกชายเถ้าแก่ ร้านนี้"
ธามมองการ์ดที่อยู่ในมือเล้งและที่วางเกลื่อนบนโต๊ะแล้วอึ้ง วินาทีต่อมาเขาก็พูดด้วยความรู้สึกเจ็บจี๊ด
"มาพิมพ์การ์ดแต่งงานกันหรือครับ"
ย่าหยาหน้าชาและกระอักกระอ่วน
เล้งตอบ "ใช่ อั๊วกับอาหยาจะแต่งงานกัน"
"ยินดีด้วยครับ หวังว่าจะได้การ์ดเชิญเร็วๆนี้ ขอตัวก่อนนะครับ"
ธามพูดจบก็กัดฟันกรอดเดินเข้าไปด้านในร้าน ในที่สุดสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นก็เกิดขึ้นจนได้ เล้งมองตามธามไปอย่างเย้ยหยัน ในขณะที่ย่าหยาอึดอัด เธออยากจะอธิบายอะไรกับธามแต่ก็ไม่มีโอกาส

ธามเดินเกี่ยวสูทกลับเข้ามาที่โรงบิลเลียดอย่างเซ็งๆ เขาคิดว่าย่าหยาพูดเรื่องหมั้นหมายกับเล้งมาหลายครั้งก็จริงแต่ครั้งนี้ถึงขั้นเตรียมงานแต่งเป็นจริงเป็นจัง ไม่ว่าหญิงสาวจะยกเหตุผลอะไรมาอ้าง สำหรับธามมันก็ไม่สมเหตุสมผลทั้งนั้น ธามถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเห็นผู้กองชานนท์

"ผมได้ทองแท่งส่วนหนึ่งมาจากตลาดมืด อยากให้คุณธามช่วยตรวจดูหน่อยครับ"

ชานนท์กำลังยืนดูช่างทองกับจิวใช้ไฟเป่าทองแท่งที่อยู่ในมือจนไฟลามแท่งทองเป็นสีแดง
 
"เป็นยังไงครับ” ชานนท์ถาม
"ทองในมืออาจิวคือทองหย่งจินซึ่งเป็นทองแท้ ทองแท้โดนเผาด้วยความร้อนยังไงก็ไม่โป่งพองเพราะไม่มีฟองอากาศ แต่ทองที่ช่างเผาอยู่มันพองออกมาเพราะมีฟองอากาศอยู่ข้างใน แสดงว่าไม่ใช่ทองแท้ ถ้าตัดเนื้อข้างในดูจะรู้ว่ามันสอดไส้ด้วยส่วนผสมอื่น"
ธามให้ช่างทองตัดทองแท่งออกดูจนเห็นส่วนผสมที่เป็นแร่ธาตุอื่นๆ อยู่ด้านใน
"นี่ไงครับ ส่วนผสมที่ซ่อนอยู่ข้างใน อันนี้น่าจะเป็นเงินเพราะสามารถทำน้ำหนักได้ใกล้เคียงกับทอง" ธามบอก
"แสดงว่าข่าวลือที่คุณธามรู้มาเป็นเรื่องจริง ผมต้องตามให้เจอต้นตอให้ได้ ถ้าผมได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม ผมจะมาขอความช่วยเหลือจากคุณธามนะครับ" ชานนท์บอก
"ยินดีครับผู้กอง"
ชานนท์หยิบทองของกลางขึ้นมาพลิกดู "คุณธามพอทราบมั้ยครับ นี่เป็นตราประทับของร้านทองในย่านนี้รึเปล่า"
ธามกับจิวชะโงกหน้ามาดูแล้วสบตากัน ก่อนจะหันมามองชานนท์
"ครับ อยู่แถวนี้" ธามบอก
"ร้านอะไร ของใครครับ" ชานนท์ถาม
"ร้านทองเล่งเฮง"
ชานนท์อึ้ง "เสี่ยเล้ง”


ธามเดินเข้าบ้านมากับจิว
"อยากเห็นหน้าเสี่ยเล้งตอนมันถูกตำรวจจับจริงๆ อยากรู้ว่าหน้ามันจะหดเหลือกี่นิ้ว พวกลิ่วล้อมันด้วย" จิวว่า
"ลื้อได้เห็นแน่" ธามบอก
"หิวมั้ยเฮีย อั๊วทำข้าวต้มร้อนๆให้มั้ย"
"ไม่ต้อง ไม่หิว"
"ถ้างั้น ไปนั่งฟังเพลงสัก2-3ชั่วโมงมั้ย เฮียเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปฉั่วเทียนเหลานะ อั๊วขับรถไปส่ง"
ธามส่ายหน้า "ลื้อกลับไปพักเถอะ"
"แล้วเฮียล่ะ อั๊วไม่อยากเห็นเฮียนั่งเศร้าอยู่คนเดียวแบบนี้ เฮียเหนื่อยเพื่อพวกเรา เฮียทำเพื่อครอบครัวมาเยอะแล้ว อั๊วอยากเห็นเฮียมีความสุขบ้าง"
"ฉันมีความสุขดี"
"เฮียจะมีความสุขได้ยังไง ในเมื่อหัวใจเฮียไม่ได้อยู่กับตัวแบบนี้"
ธามหันไปมองจิวตาขวางโทษฐานที่พูดแทงใจดำ จิวหลบตาก่อนจะถอนใจยาวแล้วเดินออกจากบ้านไป ธามหน้านิ่งและมีแววตาหมองหม่นกว่าเดิม


ย่าหยาเอาอาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะแขกแต่ก็ไม่วายหันไปมองโต๊ะธาม ย่าหยาพบแต่ความว่างเปล่า พอเสิร์ฟของเสร็จเธอก็เดินกลับออกมาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นธามเดินเข้ามายืนที่โต๊ะประจำที่เคยนั่ง ทั้งคู่ยืนมองกันด้วยอารมณ์โหยไห้อยากจะผวาเข้ามากอดกัน แต่ในความเป็นจริงทำได้แค่เดินมาหากันเท่านั้น
ธามจ้องย่าหยาอย่างตัดพ้อ "ตกลงเธอจะแต่งงานกับมันแน่ๆ"
ย่าหยาพูดไม่ออกจึงได้แต่พยักหน้า
ธามรู้สึกเจ็บปวด "เมื่อไหร่"
ย่าหยาน้ำตารื้นแต่พูดไม่ออก
"เมื่อไหร่ย่าหยา" ธามถามย้ำ
เล้งเดินเข้ามากับเพื่อนพ่อค้ากลุ่มหนึ่ง
เล้งพูดขึ้น "อาธาม เจอกันอีกแล้วนะ"
"ครับ"
เล้งแนะนำ "นี่อาหยา ผู้หญิงที่จะเป็นเจ้าสาวอั๊ว"
ย่าหยายกมือไหว้ "สวัสดีค่ะ"
"สวยอย่างนี้นี่เองถึงทำให้เสี่ยเล้งใจอ่อน" เพื่อนเล้งชม
เพื่อนเล้งอีกคนพูด "อาเล้งพูดถึงลื้อตลอดเวลา จนพวกเราต้องขอให้พามาดูตัว"
เพื่อนๆ เล้งหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
เล้งพูดกับธาม "อั๊วพาเพื่อนๆมาดื่มฉลองงานแต่งงานอั๊วกับอาหยาที่จะจัดในอาทิตย์หน้า"
ธามกับย่าหยาสบตากันเมื่อได้ยินคำว่า อาทิตย์หน้า
ย่าหยาอึ้ง "อาทิตย์หน้า"
เล้งยิ้ม "ใช่ ฉันจะรีบสะสางงานให้เสร็จ" เล้งว่าแดกธาม "ไม่อยากให้เธอเป็นความฝันล้มๆแล้งๆของผู้ชายที่ไหน นั่งดื่มด้วยกันก่อนนะ อาธาม"
ธามรู้สึกคล้ายลมออกหู เขาทั้งอึ้งทั้งเสียหน้าและเจ็บหนึบที่ใจ
"ต้องขอตัวครับเสี่ย ผมมีงานต้องทำ"
ธามพูดจบก็เดินหน้านิ่งออกไป
เล้งแสยะยิ้มแล้วมองตามก่อนจะหันมาคุยกับเพื่อน "นั่ง เชิญๆ"
ย่าหยาฝืนยิ้มลงนั่งข้างเล้งแต่ตาเหลือบมองตามหลังธามไปโดยเก็บซ่อนความเศร้าไว้ไม่มิด


ฝนตกหนัก ผู้คนใกล้ภัตตาคารฉั่วเทียนเหลาวิ่งหลบฝนกันจ้าละหวั่น สุ่ยเดินกางร่มจะเข้าด้านใน ธามเดินหน้านิ่งสวนออกมา
สุ่ยทักทายอย่างร่าเริง "มาหาอาหยาเหรอเฮีย"
ธามยังคงเดินหน้านิ่งผ่านสุ่ยไป
"เฮีย จะไปไหน เดี๋ยวสุ่ยให้เด็กเอาร่มให้" สุ่ยชะเง้อมองหาพนักงาน
ธามยังคงเดินฝ่าสายฝนออกมา
สุ่ยหันมาเห็นธามเดินออกไปแล้ว "เฮีย เอาร่มสุ่ยไปก็ได้ เฮีย เฮีย"
สุ่ยงงแต่แล้วรีบจ้ำเข้าไปในฉั่วเทียนเหลา


ธามเดินตากฝนด้วยอารมณ์เปลี่ยวเศร้าเหงารักมาตามถนน ในขณะที่คนอื่นเดินถือร่มและวิ่งหลบฝนไปอยู่ตามชายคาร้านรวงต่างๆ แต่ธามกลับใส่สูทเดินตากฝนเหมือนเป็นหนึ่งเดียวบนถนนสายนั้น
ใบหน้าของเขาเจ็บปวดร้าวลึกในท่ามกลางสายฝนโปรยปรายประกอบกับไฟที่ทอดสลัวดูเหงาหงอย

สุ่ยหุบร่มแล้วเสียบไว้กับที่วางหน้าฉั่วเทียนเหลาก่อนจะเดินเข้าไปเห็นย่าหยานั่งอยู่กับเล้ง เลยเดาได้ว่าธามคงมีเรื่องผิดใจกับย่าหยาจึงตัดสินใจเข้าไปสาระแนตามประสาอยากช่วยธาม
"สวัสดีค่าทุกท่าน มานานรึยังค้า เชิญตามสบายนะคะ" สุ่ยพูดกับย่าหยา "อาหยา มีคนโทรศัพท์มาหาแน่ะ ไปรับที่ห้องอั๊ว ไป"
ย่าหยางงว่าใครโทรมาแต่ก็เออออ "ขอตัวนะคะ"
เล้งพยักหน้าให้แล้วชวนเพื่อนๆ ดื่ม "เอ้า ดื่ม"
ย่าหยาเดินออกมาพร้อมสุ่ย สุ่ยรีบดึงย่าหยาออกมาจนพ้นสายตาเล้ง
สุ่ยกระซิบถาม "ทะเลาะกับเฮียกระทิงใช่มั้ย"
"มีเรื่องไม่เข้าใจกันนิดหน่อยค่ะ"
"มิน่า อีถึงได้เดินตากฝนออกไปอย่างนั้น รีบเอาร่มไปให้อีไป เห็นว่าเพิ่งถูกยิงมาไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวแผลได้เน่ากันพอดี"

สุ่ยหยิบร่มจากที่วางส่งให้ย่าหยา ย่าหยาไม่รีรอ เธอรับร่มแล้วรีบจ้ำออกไปด้วยความเป็นห่วงธาม

เลือดมังกร : กระทิง ตอนที่ 8 (ต่อ)

ย่าหยาวิ่งถือร่มออกมาท่ามกลางฝนโปรย เธอมองหาธามไปทั่ว
 
ย่าหยาตามหาธามไปหลายมุม ตามซอกซอยเล็กน้อยเธอก็แวะเข้าไปดูหมด สุดท้ายย่าหยาก็ยืนคว้างอยู่กลางถนน เธอมองไปรอบตัวอีกครั้งแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของธาม ย่าหยามีหน้าตาหม่นหมอง เธอถอดใจแล้วเดินหันหลังกลับ
ย่าหยาเดินมุ่งหน้ากลับไปที่ฉั่วเทียนเหลา แต่แล้วเธอก็หยุดชะงัก เมื่อได้ยินเสียงไวโอลินบรรเลงเพลง Meng Zhong Ren ลอยมาตามลม ย่าหยาหันกลับมาโดยพยายามจับทิศทางว่าเพลงลอยลมมาจากทิศไหน


ย่าหยาเดินตามเสียงเพลงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ เหมือนใกล้จุดหมายเข้ามาเรื่อยๆ ราวถูกดูดจนกระทั่งมาถึงร้านขายเหล้าจีนเล็กๆ ย่าหยาค่อยๆโผล่เข้ามาในร้าน เธอเห็นนักไวโอลินกำลังบรรเลงเพลง Meng Zhong Ren อย่างเคลิบเคลิ้ม ธามกระดกเหล้าในจอกเข้าปากแล้วกระแทกจอกลงบนโต๊ะก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเห็นย่าหยายืนถือร่มอยู่ที่หน้าร้าน
"ฉันเอาร่มมาให้คุณ"
ธามลุกขึ้นมาหาย่าหยา เขาดึงร่มมาแล้ววางลงกับพื้นอย่างไม่สนใจ
"เต้นรำกับฉันได้มั้ย"
ทั้งคู่ยืนจ้องหน้ากันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักความอ่อนโยน สักครู่ ย่าหยาก็ยกมือขึ้นแตะแขนธามแล้วทั้งคู่ก็เต้นรำกันซึ่งเป็นการเต้นรำที่มีแต่ธามกับย่าหยาเพียง2คน ไม่มีเงาของชลธีกับจันทร์ชมพูแทรกเข้ามาในใจของทั้งคู่เหมือนครั้งก่อน
ทั้งคู่เต้นรำกันด้วยหลากหลายอารมณ์ ทั้งสุข เศร้า เหงา ซึ้งและเจ็บปวด จนกระทั่งเพลงจบลง
ธามรู้ตัวว่าวินาทีในความฝันของเขาได้จบสิ้นลงแล้ว
ธามวางเงินลงบนโต๊ะแล้วพูดกับย่าหยาสั้นๆ "ขอบคุณ"
พูดจบธามก็เดินฝ่าสายฝนพรำออกไป ย่าหยาอึ้ง ในที่สุดก็ตัดสินใจว่าจะต้องพูดกับธามให้รู้เรื่อง ย่าหยาจึงวิ่งตามชายหนุุ่มออกมา


ธามเดินมาตามถนน ย่าหยาวิ่งตามมาดักหน้าในสภาพฝนตกบางๆ เหมือนละอองหิมะที่โปรยปรายอยู่ในอากาศ
"ฉันบอกคุณแล้วใช่มั้ยว่าฉันจำเป็นต้องทำแบบนี้ เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ"
"ใช่"
"แล้วทำไม"
"ฉันผิดเอง ฉันคิดว่าเธอจะเปลี่ยนใจ ฉันคิดว่าความรักของฉันมันมากพอที่จะทำให้เธอเปลี่ยนใจ"
ย่าหยาหดหู่ "พ่อแม่ผู้มีพระคุณของฉันสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด"
ธามกลืนน้ำลายหนืดเหนียวลงคออย่างยากเย็น
"ฉันสำคัญตัวเองผิดไป ตีค่าความรักของตัวเองสูงไปจนลืมไปว่า เธอไม่ใช่ฉัน และฉันก็ไม่ใช่เธอ เราไม่ได้มีหัวใจดวงเดียวกัน" ธามบอก
สายตาของธามเต็มไปด้วยแววตัดพ้อและขมขื่นจนย่าหยาเจ็บแปลบเข้าไปถึงกระดองใจ ธามดึงมีดของย่าหยาออกมาจากสูทแล้วส่งคืนใส่มือหญิงสาว
"ขอบใจที่แทงกันซึ่งๆหน้า รู้ไว้ว่ามันทิ่มเข้ากลางใจฉันเต็มๆ"
ธามหมุนตัวเดินออกมา
ย่าหยาพูดเสียงสั่น "ฉันไม่เคยคิดทำร้ายคุณ..คุณธาม คุณไม่รู้ว่าเมื่อคืนฉันมีความสุขแค่ไหนที่ได้อยู่กับคุณ"
ธามยิ่งช้ำใจ เขากัดฟันพูด "ลืมมันซะ ฉันจะคิดว่าตัวเองฝันไปเหมือนกัน"
พูดจบธามก็เดินหัวใจร้าวรานออกมาทันที ย่าหยามองธามแล้วก็น้ำตาไหลด้วยความรู้สึกเหมือนหัวใจถูกกระชากออกจากตัว


ย่าหยาเดินฝ่าสายฝนมาตามทาง สักครู่เท้าของผู้ชายอีกคนก็ขยับเข้ามาใกล้ๆ ย่าหยาเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นเล้งขยับร่มเข้ามาบังฝนให้เธอ แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดหน้าให้
"ไปไหนมา" เล้งถาม
ย่าหยาคิดหาเหตุผล "พี่ชายโทรศัพท์ให้หยาออกมาหา" ย่าหยาน้ำตาคลอ
"แล้ว ร้องไห้ทำไม"
ย่าหยาน้ำตาเล็ด "หยาหาเขาไม่เจอ เราไม่ได้เจอกันมานานแล้ว ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่" ย่าหยาสะท้อนใจเมื่อนึกถึงธาม "อาจไม่ได้เจอกันอีกเลยก็ได้"
เล้งโอบกอดย่าหยาเพื่อปลอบใจ ย่าหยาน้ำตาไหลพราก เธอชิงชังอ้อมกอดของเล้งและอยากทำงานให้เสร็จจะได้โผไปกอดใครอีกคนอย่างที่ใจอยาก


ธามในชุดนอนนั่งก้มหน้านิ่งอยู่หน้ารูปพ่อแม่และชลธีเหมือนกับว่าทุกคนยังมีชีวิตและยังอยู่กับเขา ทำให้เขาไม่ได้อยู่อย่างเดียวดายแต่ไม่ว่าจะหลอกตัวเองยังไง ธามก็รู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างอยู่ดี


ย่าหยานั่งจมอยู่บนเตียง ในมือของเธอมีผ้าพันคอที่ธามให้ไว้
ภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมา
ตอนที่ธามหยิบมีดออกมาจากกระเป๋าหลังยื่นให้ "ถ้าจะย้อนกลับมาแทงกันล่ะก็ ขออย่างเดียว แทงกันซึ่งๆหน้า อย่าแทงข้างหลัง"
ตอนที่ธามพูดกับเธอ "ขอบใจที่แทงกันซึ่งๆหน้า รู้ไว้ว่ามันทิ่มเข้ากลางใจฉันเต็มๆ"
"ฉันไม่เคยคิดทำร้ายคุณ คุณธาม คุณไม่รู้ว่าเมื่อคืนฉันมีความสุขแค่ไหนที่ได้อยู่กับคุณ"
ธามยิ่งช้ำใจ เขากัดฟันพูด "ลืมมันซะ ฉันจะคิดว่าตัวเองฝันไปเหมือนกัน"
ย่าหยาว้าวุ่นและนอนไม่หลับเพราะคำพูดของธามยังคงวนเวียนในสมอง


ธามนั่งกินข้าวต้มบนโต๊ะ จิวเอาน้ำชามาเสิร์ฟ
"ตกลงเมื่อคืนเฮียไปโดนฝนที่ไหนมา แผลทำท่าจะดีแล้วต้องมาอักเสบอีก" จิวบอก
ธามถามสวน "ใครบอกลื้อ"
"ไม่ต้องมีใครบอกหรอก แค่เปิดดูแผล อั๊วก็รู้แล้ว ตัวเฮียรุมๆด้วย นี่ยาแก้ไข้กินดักไว้ก่อนเลย"
ธามหยิบยาขึ้นมากินแล้วดื่มน้ำตาม
"หลังอาหารเฮีย"
"ก็ฉันอิ่มแล้ว ไป ทำงาน"

ธามดึงสูทซึ่งพาดที่เก้าอี้เดินจากไป จิวเดินตาม

ช่างนั่งทำทองที่แผนกต่างๆ จิวยกลังลงมาวางตรงหน้าธาม
 
"เรียบร้อยแล้วเฮีย" จิวบอก
ธามหยิบสร้อยลายโบราณเส้นหนึ่งจากที่มีอยู่เต็มกล่องขึ้นมาดูแล้วก็ยิ้มพอใจ
"ตีตราเล่งเฮงแล้วส่งเข้าตลาดมืด"
"ครับเฮีย" จิวรับคำ
ธามวางทองลงในกล่อง จิวยกกล่องออกไป ธามยิ้มดุดัน


โบตั๋นปิดแผลที่ท้องให้เฉียง
"เสี่ยเล้งจะส่งของงวดสุดท้ายให้มิสเตอร์ลีแล้ว เฮียก็คงเดินตามแผนเฮียเหมือนกัน"
"คุณได้คุยกับเฮียบ้างรึยัง"
เฉียงส่ายหน้า "ผมไม่มีโอกาส พวกมันจับตามองผมตลอดเวลา อย่างดีผมก็ทำได้แค่ ส่งข่าวฝากอาจิวไป"
โบตั๋นคอตก "ฉันไม่หวังให้เฮียอภัยให้ฉันแล้ว แต่ฉันอยากให้เฮียยกโทษให้คุณ เรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะฉัน คุณถึงต้องอยู่ในสภาพแบบนี้"
"ผมอยากอยู่ในสภาพแบบนี้โบตั๋น ถ้าย้อนกลับไปวันนั้นได้ ผมก็จะคิดและทำแบบนี้ เพราะอะไรรู้มั้ย"
โบตั๋นขอบตาร้อนผ่าวแล้วก็น้ำตาคลอ
"เพราะผมรักคุณ ถ้าไม่มีวันนั้น ผมคงไม่ได้อยู่ใกล้คุณขนาดนี้"
โบตั๋นน้ำตาร่วงพลั่กๆ เธอยื่นมือไปจับมือเฉียง "อาเฉียง"
เสียงเคาะประตูดังขึ้น โบตั๋นรีบเช็ดน้ำตา สักครู่ฮกก็โผล่เข้ามา
"เสี่ยให้มาตาม มีงานให้ทำ" ฮกบอก
"งานอะไร" เฉียงถาม
"อั๊วไม่รู้ รู้แต่ว่างานสำคัญ ตามมาเร็วๆล่ะ" ฮกเดินออกไป
"ผมไปนะ" เฉียงลา
"วันนี้วันหยุดฉัน ฉันจะทำกับข้าวรอคุณ คุณต้องกลับมากินข้าวกับฉันนะ สัญญา" โบตั๋นล่ำลา
เฉียงยิ้มดีใจ "ครับ"
เฉียงเดินออกไป โบตั๋นมองตามด้วยความรู้สึกมีความสุขเพราะชีวิตมีความหวังขึ้นมา


เล้งรับถุงใส่ชุดสูทและชุดเจ้าสาวมาจากลำยงค์
"ตัดได้พอดีตัว แล้วก็" เล้งหันมามองย่าหยา "สวยมาก"
"ระดมช่างตัดช่างเย็บฝีมือดีทั่วกรุงเทพฯมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะค่ะ"
เล้งยื่นเงินให้ลำยงค์
ลำยงค์ยกมือไหว้ "ขอบคุณค่ะเสี่ย ก่อนถึงวันงานถ้ามีอะไรต้องแก้ไข โทรศัพท์มาได้ตลอดเวลานะคะ ป้าจะไปแก้ให้ค่ะ"
"ขอบคุณค่ะ" ย่าหยายกมือไหว้ด้วยหน้าตาหม่นหมอง
ทั้งคู่ขยับเดินออกมา
เล้งพูดด้วยความเป็นห่วง "เป็นอะไรย่าหยา หน้าตาดูไม่ค่อยสบาย ยังคิดถึงเรื่องพี่ชายอยู่เหรอ"
"ค่ะ"
"แล้วจะไปถ่ายรูปไหวมั้ย"
ย่าหยาพยักหน้า "ไหวค่ะ"

ย่าหยาฝืนยิ้มให้เล้งก่อนจะเดินออกมากับเล้งอย่างคนไร้หัวใจ

จิวก้าวเข้ามา ธามหันหลังดูแลลูกค้าอยู่ที่มุมหนึ่ง
 
"มีคนมาขอพบเฮีย" จิวบอก
ธามหันมาถาม "ใคร"
เฉียงกับเกี๊ยงขยับเข้ามาเผชิญหน้า
"ว่าไปสิ อาเฉียง" เกี๊ยงบอก
เฉียงไม่กล้าสบตาธาม "เสี่ยเล้งให้มาเชิญเฮีย เอ่อ คุณธาม ไปที่โบสถ์ครับ เสี่ยเชิญพ่อค้าทองทุกคนไปคุยงานที่นั่น"
"งานอะไร"
"ไม่ทราบครับ"
ธามยืนคิดว่ามันจะมาไม้ไหน


หยกมณีบ่นพึม ขณะปัดแก้มเกลี่ยหน้าสวยเก๋ของย่าหยาเป็นครั้งสุดท้ายอยู่ในโบสถ์
"พูดแล้วยังน้อยใจไม่หาย หยานะหยาจะแต่งงานทั้งทีทำไมไม่บอกแจ้ นี่ถ้าเสี่ยไม่ขอให้มาช่วยแต่งหน้าทำผมให้ แจ้ก็คงไม่รู้ว่าหยากำลังจะแต่งงาน"
ย่าหยาเหนื่อยใจ "มันฉุกละหุกจริงๆค่ะแจ้"
"ก็ทำไมต้องฉุกละหุกด้วยล่ะ ใครเป็นคนคิดเนี่ย แต่งอาทิตย์หน้า หยาก็อยู่นี่เสี่ยก็อยู่ตรงนี้ จะรีบไปไหนนักหนา"
ย่าหยาพูดนิ่งๆ "ยิ่งเร็วก็ยิ่งดีค่ะ ทุกอย่างมันจะได้จบเร็ว"
"หมายถึงอะไร การแต่งงานมันคือการเริ่มต้นชีวิตคู่นะ"
"สำหรับคนอื่นใช่ค่ะ"
"หยาถูกเสี่ยเล้งบังคับให้แต่งงานใช่มั้ย" หยกมณีถาม
"ไม่ค่ะ เขาไม่มีสิทธิ์บังคับหยาหรอกถ้าหยาไม่เต็มใจ มันก็แค่งานงานหนึ่ง ไม่ได้สำคัญอะไรกับชีวิตหยา"
"ที่ไม่สำคัญเพราะเจ้าบ่าวไม่ใช่เฮียกระทิงใช่มั้ย"
ย่าหยาอึ้งจนลิ้นจุกปาก ฮกเดินเข้ามายืนด้านนอกเพราะไม่กล้าเข้ามา
"ขอโทษครับ เสี่ยให้มาตามคุณหยา ช่างภาพพร้อมแล้วครับ"
หยกมณีหันมามองย่าหยาที่นั่งผ่อนลมหายใจยาว


เล้งใส่สูทชุดแต่งงานหล่อเฟี้ยวกำลังไล่เชคแฮนด์กับก๊วนพ่อค้าทอง 4-5คนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เฉียงกับเกี๊ยงเดินนำธามกับจิวเข้ามา
เล้งหันมาเห็น "ขอบใจนะอาธามที่สละเวลามาเจอพวกเราทุกคน"
ธามพยักหน้ายิ้มกับทุกคนแต่หัวสมองคิดให้วุ่นว่านี่มันงานอะไรวะ
"อั๊วจะแต่งงานทั้งทีก็อยากมีรูปถ่ายกับเพื่อนในวงการเดียวกันเก็บไว้เป็นที่ระลึกจะได้เอาไปประดับในงานด้วย" เล้งว่า
ฮกเดินเข้ามา
"เจ้าสาวอั๊วล่ะอาฮก" เล้งถาม
"มาแล้วครับ" ฮกบอก
ธามกับเฉียงอึ้งเพราะเพิ่งรู้ว่าเล้งหลอกให้มาถ่ายรูปกับว่าที่คู่บ่าวสาว
หยกมณีเดินมากับย่าหยาที่อยู่ในชุดแต่งงานสีขาวสะอาดตาโดยมีผ้าคลุมหัวแบบฝรั่ง สง่างามระหงสุดๆ เล้งหันไปมองแล้วก็ตกตะลึง

"อาหยา"

ธามหันมามอง แวบแรกชายหนุ่มตะลึงในความงดงามของย่าหยา
 
แต่นาทีต่อมาเขาก็รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าว ย่าหยาต้องทำกับเขาขนาดนี้เชียวหรือ
ย่าหยามองธามอึ้งโดยไม่คิดว่าจะเจอเขาที่นี่ แต่เธอก็ต้องกัดฟันฝืนยิ้มกับทุกคนด้วยความเจ็บใจที่เล้งมัดมือชกจับมาถ่ายรูปต่อหน้าทุกคนแบบนี้ เฉียงเองก็รู้สึกตัวเองเป็นเหยื่อเล้งที่ดึงธามมาจมมุมในสถานการณ์นี้ หยกมณีแอบมองปฏิกิริยาทุกคน
ย่าหยาพูดเชือดเล้งนิ่มๆ "ฉันคิดว่าจะถ่ายแค่รูปคู่ทำการ์ดงานแต่ง"
"เพื่อนๆอยากแสดงความยินดีด้วย ถ่ายรูปหมู่เก็บไว้เป็นที่ระลึกก็ไม่เสียหายอะไรนี่ จริงมั้ย เชิญๆ ถ่ายรูปร่วมกัน"
ช่างภาพเชิญทุกคนยืนเรียงแถวหน้ากระดาน ธามเดินกัดฟันมายืนริมสุดด้านหนึ่งโดยยืนห่างจากคู่บ่าวสาวที่ยืนตรงกลาง ย่าหยาแอบเหล่มองธาม ในขณะที่ธามยืนหน้านิ่ง
"ยิ้มหน่อยครับ"
เล้งยิ้มอย่างสะใจ ในขณะที่ย่าหยาและธามหวานอมขมกลืน ช่างภาพถ่ายรูปเป็นภาพหมู่เป็นจำนวนหลายรูป
"เรียบร้อยครับ"

เล้งพูดกับช่างภาพ "ขอเพิ่มรูปกับเพื่อนเจ้าบ่าวอีกสัก4-5รูปนะ"
ธามก้าวเดินออกมา ย่าหยามองตาม
"เดี๋ยว อาธาม ให้เกียรติเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวหน่อยได้มั้ย ช่วยเป็นตัวแทนอาเช็ง เพื่อนที่อั๊วรักที่สุดด้วยนะ"
ธามสูดหายใจลึก เขาหันมามองเล้งกับย่าหยาแล้วปั้นยิ้ม
ธามพูดเน้น "เพื่อเพื่อนรักของป๊ากับม้า ผมยินดี"
กลุ่มพ่อค้าทองเดินออกมายืนดูรอบนอก ธามกัดฟันเข้าไปยืนข้างเล้ง โดยที่ย่าหยายืนอีกด้านหนึ่งทำให้เล้งอยู่ตรงกลาง เล้งเอามือโอบเอวย่าหยาแล้วโอบไหล่ธามก่อนหันไปยิ้มเย้ย
ย่าหยาสะอิดสะเอียนกับมือเล้งที่โอบเอวเธอ ช่างภาพถ่ายภาพไปได้ 2-3 รูปแล้วเดินเข้ามาจัดท่าทาง
"คอมโพสไม่ค่อยสวย ขอจัดใหม่นะเสี่ย"
ช่างภาพย้ายธามมายืนข้างย่าหยาอีกฝั่งเพื่อให้บาล๊านซ์ ย่าหยาจึงอยู่ตรงกลางระหว่างผู้ชายสองคน เฉียง จิว และหยกมณีแอบสบตากันด้วยความสงสารธาม ธามยืนนิ่งโดยไม่แม้แต่จะชายตามองย่าหยา เพราะเขามีใจบอบช้ำเกินกว่าจะหันมามองหญิงสาว ย่าหยาแทบกระอักเลือดเพราะไม่คิดว่าการตัดสินใจแต่งงานกับเล้งจะมีบทเริ่มต้นที่เชือดเฉือนใจตัวเองขนาดนี้ เล้งกระหยิ่มยิ้มย่อง
"เพื่อนเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวยิ้มหน่อยครับ" ช่างภาพบอก
ธามกับย่าหยาจำต้องยิ้มอย่างกล้ำกลืน ช่างภาพถ่ายรูปรัว เล้งโอบเอวย่าหยา ในขณะที่ย่าหยาค่อยๆ เคลื่อนมือตัวเองขึ้นไปหมายจะแตะหลังธามเพื่อจะบอกให้เขารู้ว่าเธอยังอยู่ข้างเขาเสมอ มือหญิงสาวค่อยๆ เคลื่อนจนเกือบจะแตะหลังชายหนุ่มได้อยู่แล้วเชียว แต่แล้วช่างภาพก็พูดขึ้น
"เรียบร้อยครับ"
ธามขยับออก มือย่าหยาตกลงข้างตัวทันที
ธามพูดกับทุกคน "ผมมีงานต้องทำต่อ ขอตัวก่อนนะครับ"
ธามเดินหน้านิ่งออกมา

ย่าหยามองตามธามด้วยใจโหยไห้ ในขณะที่เล้งสะใจมาก


จบตอนที่ 8
กำลังโหลดความคิดเห็น...