xs
xsm
sm
md
lg

สามใบไม่เถา ตอนที่ 5

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สามใบไม่เถา ตอนที่ 5

ต่อมา เวศม์ใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เขายืนตรงกลางระหว่างแสงฉานกับอุรวสา ให้ทั้งคู่ปกป้องภยันตรายจากอัษฎา
 
"เวศม์เป็นเพื่อนวสากับแสงค่ะ เค้าไปเรียนต่อปริญญาโทที่ซานฟราน จนได้ปริญญาโทสองใบ"

ที่ซานฟรานซิสโก เวศม์ยกกาแฟมาเสิร์ฟลูกค้าฝรั่ง
"ระหว่างเรียนเวศม์ไปทำงานพาร์ทไทม์ที่คอฟฟี่ช็อป ขยันจนเจ้าของร้านให้เป็นผู้จัดการร้านเลยนะคะ"
แสงฉานกับอุรวสา เอาของขวัญกล่องเล็ก ๆ มาให้เวศม์
"Hi ผู้จัดการคนใหม่ Congratulation ค่ะ"
"Thank you ครับ วสา แสง แต่ผมกำลังเก็บเงินจะย้ายไปนิวยอร์กพอดี"
"ไปเรียนปริญญาอีกใบเหรอ"
"โบรกเกอร์ที่นิวยอร์ก เรียกผมไปทำงาน"
"Wow ว่าที่มหาเศรษฐีหุ้นชาวไทย"
ทั้งคู่มองอย่างชื่นชม เวศม์เป็นคนเก่งมาก

ห้องพักในโรงพยาบาล อถรวสาบอกว่า
"ตอนอยู่ที่โน่น...วสาเคยให้เวศม์เอาเงินไปซื้อหุ้นลงทุนทำกำไรให้วสาหมื่นกว่าเหรียญแน่ะค่ะ"
สมศักดิ์เปลี่ยนท่าทีอย่างไว
"อ๊ะ..จริงดิเวศม์.. อามีเงินเย็นในบัญชี เอาเงินไปลงทุนให้อาบ้างก็ได้นะ"
อัษฎาชำเลืองมองสมศักดิ์อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ สมศักดิ์เห็นแล้วสะดุ้งนิดๆ
"ขอโทษด้วยนะคะที่เข้าใจผิด" บราลีบอก
"อินบอกแล้วไงคะว่าคุณเวศม์เป็นคนดี"
"ดีอะไร...มีชู้ นอกใจเมีย" อันตราบอก
"พี่ศิไม่ใช่เมียผมครับ เรื่องราวระหว่างเรามันจบไปแล้วตั้งแต่ก่อนผมไปอเมริกาอีกนะครับ"
เวศม์ยิ้มๆ ไม่ค่อยอยากพูดถึง
"ความจริง...ควรจะบอกว่าผมไม่ดีพอสำหรับพี่ศิมากกว่า" เวศม์หันไปมองอันตรา "สำหรับผม...ถ้าจบก็คือจบ ผมไม่มีใครในหัวใจแล้วจริงๆ"
อันตราชะงัก อึ้ง ไปนิดหนึ่งเมื่อเห็นแววตาที่จริงจังจริงใจของเขา
"ถึงไงพี่ก็เกลียดผู้ชายคนนี้! เพราะทำเจ้าอันขาหัก"
ภิสิตบอก
"แต่เจ้าอันขี่รถมาชนท้ายรถเค้าเองนะครับ"
"พี่ไม่สนว่าเป็นใครเป็นต้นเหตุ"
อัษฎาชี้หน้าเวศม์
"ถ้าแกไม่เข้ามาวุ่นวาย ลูกสาวฉันก็ไม่นอนเดี้ยงอยู่อย่างนี้ ไปเลยนะ อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ไปซี่ ไป๊"
"โอเคๆ ไปแล้วครับ ไป"
เวศม์รีบเผ่นออกไปเพราะไม่อยากมีเรื่อง อัษฎาทำหน้าฮึ่มๆ อยากเล่นงานเวศม์ แต่ละคนเซ็ง ขนาดรู้ตัวตนที่แท้จริงเวศม์แล้ว อัษฎายังไม่เลิกเกลียดเวศม์

เวศม์เดินเซ็งมากดลิฟต์ เพิ่งโดนอัษฎาไล่ตะเพิดออกมา แสงฉานตามออกมา
"พ่ออันตราเค้าเป็นอะไร เจอทีไรจัดหนักทุกที"
แสงฉานยิ้มๆ
"หวงลูกสาว ผมก็โดน ขอเบอร์โทร.ไว้หน่อยสิจะได้โทร.ติดต่อกัน"
"ได้... ที่ว่าโดน โดนอะไร"
"เดี๋ยวค่อยนัดกินข้าว..คุยกันวันหลัง ... ไม่อยากออกมานาน เดี๋ยวโดนจัดหนักอีกคน แล้วเจอกัน"
แสงฉานรีบกลับไป เวศม์ยืนหน้าเมื่อย เบื่อ เมื่อไหร่พ่ออันตราจะญาติดีด้วยซะที

กลางคืน อินทุอรคะยั้นคะยอให้พ่อกลับไปนอนบ้าน
"อินนอนเฝ้าพี่อันคนเดียวได้ค่ะ คุณพ่อกลับไปนอนบ้านบ้างเถอะ"
"นั่นซีคะ คุณพ่อนอนหลังขดหลังแข็งมาหลายคืนแล้ว"
"โซฟาโรงพยาบาลนิ่มดี นิ่มกว่าเตียงที่บ้านอีกนะลูก"
บราลียิ้มๆ
"งั้นเลยเหรอ ... งั้นพอกลับบ้านลงไปนอนที่โซฟาทุกคืนเลยเอามั้ยคะ"
"อ๊ะ...ได้เลยนะ ถ้าคุณลงไปนอนเป็นเพื่อน"
"คุณพ่อขา อินไม่อยากให้กระดูกสันหลังคุณพ่อเคลื่อนอีก จำได้มั้ยคะ ตอนนั้นที่คุณพ่อต้องไปทำกายภาพบำบัดทุกวัน อินเป็นห่วงคุณพ่อจะแย่"
อินทุอรเข้าไปกอดอ้อนพ่อ อัษฎาเห็นลูกแล้วสงสาร เอามือลูบหัวลาวคนเล็กด้วยความรัก
"โถ...ห่วงพ่อเหรอลูก พ่อไม่อยากให้หนูอินเป็นห่วง งั้นพ่อกลับไปนอนบ้านก็ได้"
"คนเราเนี่ยน้า แพ้ทางกันตลอด"
อัษฎาหันไปปลุกสมศักดิ์ที่หลับคาโซฟา อ้าปากหวอ
"ศักดิ์ ยุงก้นปล่องเข้าไปสร้างครอบครัวในปากแล้ว"
สมศักดิ์งัวเงีย
"เฮ้ยกำลังฝันว่ารวยหุ้น"
สมศักดิ์หลับต่อ อัษฎาดึง กระชาก สมศักดิ์ไม่ยอมตื่นง่าย ๆ กำลังฝันดี ยิ้มกริ่ม

อันตราอาบน้ำแล้ว เตรียมนอน อินทุอรยังเก็บกวาดความสะอาดห้องพัก พี่สาวแซว
"หนูอินเนี่ย ไม่ได้เป็นแม่ศรีเรือนอย่างเดียวนะ เป็นแม่ศรีโรงพยาบาลด้วย"
อินทุอรค้อนพี่สาวเล็กน้อย
"อินเอาเศษอาหารไปทิ้งนะคะ เดี๋ยวห้องเหม็น"
"จ้า แม่ศรีเอยแม่ศรีโรงพยาบาล"
อินทุอรหิ้วถุงขยะออกไป อันตราอยู่คนเดียวแล้ว ไม่ต้องฟอร์ม กลัวใครรู้ เธออมยิ้ม คิดถึงเวศม์

อันตราโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เธอมีสิทธิ์คิดถึงเวศม์โดยไม่ต้องรู้สึกผิดใด ๆ เพราะเค้ายังโสด และไม่ได้เกาะผู้หญิงกิน ...เธอเป็นปลื้ม ตาลอยใจลอย ปล่อยใจคิดถึงเวศม์เต็มสตรีม

เวศม์ทำแซนวิชกิน ยังเซ็งไม่หายเรื่องพ่ออันตรา เวศม์คิดถึงเรื่องราวของทั้งสองคนแล้วส่ายหัว แต่ยังอดอมยิ้มไม่ได้

สองสามีภรรยากำลังจะเข้านอน อัษฎาคุยโทรศัพท์กับอินทุอร ขณะที่บราลีลอบมองกำลังตัดสินใจว่าจะเล่าเรื่องระหว่างอุรวสากับแสงฉานดีหรือไม่
อัษฎาห่วงลูก
"ถ้ามีเรื่องอะไร โทร.หาพ่อนะหนูอิน" เมื่อวางสาย กระวนกระวายใจ อดห่วงลูกไม่ได้ "ผมไปนอนเฝ้าลูกดีกว่า เผื่อไอ้เจ้าเวศม์มันบุกไป"
"โดนคุณกระทำทารุณกรรมขนาดนั้น ไม่กล้ามาแล้วล่ะค่ะ นอนบ้านบ้างเถอะค่ะคุณอัษ"
อัษฎาเชื่อเมีย ขึ้นเตียงนอน บราลีเหมือนคิดอะไรอยู่
"คุณเป็นอะไร.. ตั้งแต่กลับถึงบ้าน เหมือนครุ่นคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา"
บราลีลังเลใจ จะบอกอัษฎาเรื่องแสงฉานไม่ได้เป็นเกย์ดีมั้ย
"มีอะไรก็บอกสิ ผมเป็นสามีคุณนะ"
"เรื่องแสงฉาน"
"ทำไม ! มันทำอะไร"
"ฉันบอกแล้ว คุณอย่าโวยวายนะคะ"
"ฮื่อ"

หลังฟังความ อัษฎาแหกปากลั่นบ้าน
"ไอ้แสงฉาน"

เช้าวันใหม่ อัษฎาหน้าเหมือนยักษ์ขมูขี คันไม้คันมืออยากหักคอแสงฉาน มาที่คอนโดฯพร้อมบราลี
"สัญญาแล้วนะคะ จะให้ฉันเป็นคนพูดกับลูก"
"ดูก่อน"
"งั้นฉันไม่เคาะประตู"
"ก็ได้ ผมจะอดทน ไม่ฆ่ามัน"
บราลีเคาะประตูห้อง อุรวสามาเปิดประตูรับ
"คุณแม่ คุณพ่อ เชิญค่ะ"
อุรวสายิ้มแย้มต้อนรับ พาพ่อกับแม่เข้าห้อง

แสงฉานหน้าระบายยิ้ม ยกซุปสองถ้วยมาให้อัษฎากับบราลี อัษฎาตีหน้ายักษ์ตลอดเวลา
"พอคุณแม่โทร.มาบอกว่าจะมากินอาหารเช้าด้วย แสงก็รีบลุกขึ้นมาทำอาหารเลยค่ะ"
"เชิญชิมซุปหัวหอม สูตรลับเฉพาะของผมครับ"
"แสงจ๋า คนกันเองไม่ต้องเก็กแมนหรอก"
แสงฉานจีบปากจีบคอ
"อุ๊ยตาย ลืม คุณพ่อคุณแม่ฮะ แสงขอไปทำอาหารจานหลักต่อนะฮะ"
"นั่งคุยกันก่อนจ้ะแสง"
แสงฉานนั่งลงข้างอุรวสา ทั้งคู่แปลกใจท่าทีบราลี วันนี้แม่ขรึมผิดปกติ
"แม่รู้แล้ว... แสงไม่ได้เป็นเกย์"

"คืนที่เราออกตามหาคุณวสา เพราะคิดว่าคุณวสารถชน สิ่งที่แสงกับคุณวสาปฎิบัติต่อกัน ไม่ใช่เพื่อน แต่มันคือ..คนรัก"
ทั้งคู่จำเหตุการณ์คืนนั้นได้ ทั้งคู่ลืมตัวแสดงความรักต่อกันต่อหน้าบราลี
แสงฉานก้มหน้า ละอายใจที่โกหกบราลี
"เอ้อ.. แสงเค้าเป็นพวก 2 คนในร่างเดียวค่ะคุณแม่ ความที่เค้าต้องแสดงตัวว่าเป็นผู้ชายต่อหน้าคนอื่น เลยติดมาทำกับวสาค่ะ"
อัษฎาโมโหลูก
"ขนาดนี้แล้วยังโกหกอีก เราไปกันเถอะคุณบราลี ลูกเรามันปากแข็ง ต้องรอให้เราตาย ถึงไปสารภาพหน้าโลง"
อัษฎาโมโหฉุนเฉียวเดินไปที่ประตู อัษฎาเดินผ่านกล่องพัสดุใบหนึ่งบนโต๊ะรับแขก
แล้วสะดุดตา... ยืนจ้องกล่องพัสดุ
บราลีแปลกใจท่าทีสามี ลุกไปหา บราลีมองกล่องพัสดุ โมโหลูกสาว หน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันที
"เอ่อ..นั่นพัสดุที่คนเช่าห้องต่อจากวสาส่งมาให้จากซานฟรานค่ะ"
อัษฎาบอก
"หน้ากล่องจ่าชื่อผู้รับ มิสเตอร์แอนด์มิสซิสฉัตรประพงศ์!"
บราลีย้ำ
"นาย และนาง ฉัตรประพงศ์!"
พ่อกับแม่จ้องอุรวสาตาขุ่นขลั่ก ลูกสาวใช้คำนำหน้าว่า นาง...
อุรวสาจนแก่หลักฐาน หาเหตุผลมาแย้งไม่ได้ แสงฉานหน้าตารู้สึกผิดมาก
พ่อแม่จับได้ว่า อุรวสาแต่งงานกับแสงฉาน เปลี่ยนคำนำหน้าเป็นนาง อุรวสาจากเคยเก่งกล้า ไม่ยอมพ่อ ตอนนี้ไม่กล้าพูดซักคำยืนเอียงตัว หลบหลังแสงฉาน ใช้แสงฉานเป็นที่คุ้มภัย แสงฉานในฐานะสามี ผู้นำครอบครัวจึงชี้แจง
"ผมต้องกราบขอโทษคุณพ่อคุณแม่ที่แต่งงานกับวสาโดยไม่ขออนุญาต เราจดทะเบียนสมรสกันที่สถานทูตไทย เพื่อเป็นการยืนยันว่าผมจริงจังกับความสัมพันธ์นี้ เป็นพันธะทางกฎหมาย เป็นความผูกพันทางใจ ที่ผมพร้อมรับผิดชอบไปตลอดชีวิตครับ"
คำอธิบายของแสงฉานไม่ช่วยให้บราลีหายขุ่นเคือง ส่วนอัษฎาเศร้าใจ
อัษฎาไม่ได้โกรธอุรวสาเหมือนครั้งก่อนๆ ที่ทะเลาะกันเพราะเรื่องแสงฉาน วันนี้อัษฎามีแต่อารมณ์เศร้า เศร้าถึงก้นบึ้งหัวใจ ถึงกับน้ำตาคลอ
"เรากลับเถอะคุณบราลี"
อุรวสาเห็นน้ำตาพ่อ ก็เสียใจมาก
"คุณพ่อขา"
อัษฎาไม่อยากมองหน้าลูก ค่อย ๆ เดินไปที่ประตู ชอกช้ำ หมดอาลัยในชีวิต บราลีตามสามีออกไป พอประตูห้องปิดสนิท อุรวสาปล่อยโฮ ! แสงฉานตกใจ ไม่เคยเห็นเมียร้องไห้
"วสา"
"วสาทำพ่อร้องไห้ วสาไม่ดี วสาผิดสัญญา"
อุรวสานึกถึงวันที่เห็นพ่อร้องไห้เป็นครั้งแรก

ในอดีต แม่แท้ ๆ ของอุรวสาเพิ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ร่างยังอยู่บนเตียง อัษฎากับอุรวสาในวัยเด็กอาลัยอาวรณ์ต่อการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของภรรยาที่รัก และ แม่ที่แสนดี
"หายเจ็บหายปวดแล้วนะคุณ"
อัษฎามองศพภรรยา กลั้นน้ำตาไม่ไหว ร้องไห้โฮ..!!ลูกสาวตกใจ ไม่เคยเห็นพ่อร้องไห้มาก่อน
"คุณพ่อร้องไห้"
อัษฎาสะอื้น
"พ่อเสียใจน่ะลูก แม่เค้าจากเราไปแล้ว เราจะไม่ได้เจอแม่เค้าอีกแล้ว"
อัษฎาสะอื้นไห้ อุรวสาสงสารพ่อมาก ร้องไห้ตามพ่อ พลางเอามือเล็ก ๆ เช็ดน้ำตาให้พ่อ
"วสาไม่อยากเห็นคุณพ่อร้องไห้วสาสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี จะไม่ทำให้คุณพ่อเสียใจ คุณพ่อจะได้ไม่ร้องไห้ วสารักคุณพ่อค่ะ"
"พ่อก็รักวสาลูก"

สองพ่อลูกกอดกันร้องไห้ ข้างร่างของแม่

แสงฉานสงสาร ดึงเมียมากอดซบแนบอก
 
"เราสองคนพ่อลูกเป็นพวกน้ำตาจระเข้ ไม่เคยร้องไห้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราร้อง นั่นคือเราเสียใจมากจริง ๆ แต่วันนี้...วสาทำให้คุณพ่อร้องไห้"
"เป็นความผิดของผมเอง ผมไม่เอาไหน..คุณเลยไม่กล้าบอกพ่อว่าผมเป็นลูกเขย"
"ไม่ใช่ความผิดแสงหรอกค่ะ ในลูกสาวทั้งสามคน เจ้าอัน..คือความสนุกของ
คุณพ่อ เฮไหนเฮกัน หนูอิน..คือความรักความเอ็นดู วสา..เป็นลูกที่แบกความหวังทั้งหมดของคุณพ่อ แต่เล็กจนโต วสากลัวทำให้คุณพ่อผิดหวัง กลัวทำให้คุณพ่อเสียใจ และที่กลัวที่สุด...คือกลัวทำให้คุณพ่อเสียน้ำตา"
แสงฉานมองหน้าอุรวสาอย่างเข้าใจ เอื้อมมือไปจับมืออุรวสาไว้
"วสาไม่อยากให้คุณพ่อผิดหวัง...ก็เลยปิดเรื่องของเรา แต่ในที่สุดวสาก็ทำให้คุณพ่อร้องไห้ คุณพ่อเสียใจเพราะวสา"
อุรวสาคร่ำครวญประโยคเดิม ...เธอทำให้พ่อร้องไห้ พ่อเสียใจเพราะเธอ... แสงฉานลูบหลังปลอบภรรยา เวลานี้ดูเหมือนคำพูดใด ๆ ก็ไม่ช่วยให้อุรวสาหยุดร้องไห้ได้

อัษฎามองเต็นท์หลังเก่าของลูกที่เขาต่อให้ สะเทือนใจ.. บราลีเห็นอาการแล้วเข้าใจ
"ตั้งแต่เล็ก...พ่อคือคนสำคัญของลูกที่สุด แต่มาวันนี้..แม้แต่วันแต่งงาน ลูกก็ยังไม่ยอมบอกพ่อ"
บราลีช้ำใจน้อยกว่า จึงเป็นฝ่ายปลอบใจ
"ที่ลูกปิดคุณ... เพราะไม่อยากให้คุณผิดหวัง"
"ผมไม่ได้เสียใจเรื่องแสงฉาน ผมเสียใจ เพราะ..."
อัษฎาน้ำตาไหล เวลานี้ คำพูดใด ๆ ก็ไม่อาจแบ่งเบาความเสียใจได้"วันสำคัญที่สุดในชีวิตของลูก ลูกกลับไม่บอกผม"
อัษฎาหวนนึกถึงตอนอุรวสาเด็ก ๆ

เขาเล่นกับลูก ๆ อุรวสาเล่นเป็นเจ้าสาว เอาผ้าขนหนูคลุมหัว อันตราเป็นเจ้าบ่าว นุ่งกางเกงทะมัดทะแมง ส่วนอินทุอรเล่นเป็นเพื่อนเจ้าสาว นุ่งกะโปรงสีชมพูหวานแหวว
"พอเพลงขึ้น คุณพ่อจูงมือวสาไปส่งที่โบสถ์นะคะ ให้เต็นท์เป็นโบสถ์"
อุรวสาในวัยเด็กทำมือสั่งน้อง ๆ ร้องเพลงได้ อันตรากับอินทุอรทำเสียงดนตรี แท่น..แทนๆๆ แถน แถน แทนๆๆ
อุรวสาควงแขนพ่อ ทำหน้าจริงจังเหมือนเป็นเจ้าสาว
อัษฎาขำลูก พาอุรวสาไปส่งที่เต็นท์ เหมือนเป็นพ่อเจ้าสาว อุรวสาจุ๊บแก้มขอบคุณพ่อ
1 จุ๊บ

ยิ่งหวนนึกถึงภาพความหลังยิ่งพาให้สะเทือนใจ
"ลูกลืมไปหมดแล้ว แต่พ่อไม่เคยลืม พ่ออยากเป็นคนส่งตัวลูกสาวให้กับคนดี คนที่จะดูแลลูกสาวไปตลอดชีวิตแทนพ่อ"
บราลีปล่อยให้สามีทำใจ อยู่เป็นเพื่อนข้างๆ อัษฎาเช็ดน้ำตา แต่น้ำตาก็ไหลซึมออกมาอีก

คืนเดียวกัน บุษบาบัณดูรูปอินทุอรบนปกนิตยสาร บนโต๊ะ มีขวดไวน์พร่องไปเกือบหมด แก้วไวน์วางอยู่บนโต๊ะ
"ฉันจะไม่มีวันแพ้แก"
บุษบาบัณครุ่นคิดด้วยสีหน้าเกลียดชัง ตัดสินใจยกหูโทรศัพท์โทรออกไป

ภิสิตกำลังดูนิตยสารเล่มเดียวกัน ยิ้มๆ มองรูปอย่างชื่นชม เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขารับสาย
"สวัสดีครับ....ภิสิตพูดครับ"
"ทำอะไรอยู่ล่ะ จะเย็นแล้วนะ ไม่ออกไปหานังเด็กไร้เดียงสา คิดแต่จะแย่งผัวชาวบ้านคนนั้นอีกเหรอ"
"บุษ"
บุษบาบัณพูดโทรศัพท์ด้วยสีหน้าและแววตาเกลียดชังเป็นอย่างมาก
"ภิสิต...คุณทำให้ความรักระหว่างฉันกับนนท์ไม่สมหวัง เพราะฉะนั้น อย่าหวังเลยว่าจะมีความสุขกับนังอินทุอร ฉันจะทำทุกวิถีทาง คุณไม่มีวันได้แต่งงานกับมัน"
บุษบาบัณกระแทกหูโทรศัพท์โครม หันไปฉีกหน้าปกนิตยสารเล่มที่อินทุอรเป็นปกขาดกระเจิง

ภิสิตวางหูโทรศัพท์ลง ถอนหายใจยาวด้วยความไม่สบายใจ เมื่อคิดถึงเรื่องราวที่จะเกิดขึ้น

วันใหม่ อันตราออกจากโรงพยาบาลกลับบ้าน ใช้ไม้ค้ำเดิน คนรับใช้มารับกระเป๋าเสื้อผ้า ข้าวของจากอัษฎา
อัษฎามองเลยไปเห็นอุรวสารออยู่ เธอหน้าเศร้ามาหาพ่อ กราบลงบนอกพ่อ
"วสาขอโทษค่ะคุณพ่อ"
อัษฎายังเสียใจอยู่
" ในเมื่อเป็นคนหัวสมัยใหม่...คิดแหวกม่านประเพณีไปแล้วก็ไปให้สุดทาง ทิ้งพ่อไว้หลังม่านนี่แหละ"
อัษฎาผละไป ยังไม่มีแก่ใจเคลียร์ใจกับอุรวสาตอนนี้
"ให้เวลาคุณพ่อทำใจหน่อยลูก"

อินทุอรส่งสายตาถาม คุณวสาแต่งงานแล้วหรอ อันตราพยักหน้า ฮื่อ.. อินทุอรเลิกตาโต คุณวสาแต่งงานแล้ว !!

คืนเดียวกัน 3 สาวพี่น้องคุยกันในเต็นท์หลังเก่าของพ่อ อันตราเพลินเพลิดใช้ปากกาเมจิกเขียนเล่นบนเฝือก ส่วนอินทุอรตาเป็นประกาย ถามอุรวสาเสียงแจ๋วๆ
 
"ตอนจดทะเบียนสมรส คุณวสาตื่นเต้นมั้ยคะ"
"หัวใจพี่เต้นตึ้กๆๆ เลยจ้ะ แหม ก็ครั้งหนึ่งในชีวิตลูกผู้หญิง" อุรวสามองหน้าน้องสาวแล้วถามจริงจัง "หนูอินน้อยใจมั้ย ที่พี่ไม่ได้บอกน้อง ๆ ว่าพี่แต่งงาน"
"นิดหน่อยค่ะ แต่อินดีใจมากกว่าที่คุณวสามีความสุข"
"พี่โชคดีอะไรอย่างนี้น้า มีน้องสาว 2 คน น่ารักทั้งคู่" เธอเห็นอันตราอมยิ้ม มองที่ตัวเองเขียนบนเฝือก "เขียนอะไรน่ะเจ้าอัน" เธอจะดู
"ไม่เอาค่ะ อันไม่ให้ดู"
อันตรารีบขีดลบชื่อออก ลบชื่อเวศม์ อันตราเขียนชื่อทั้ง 2 คน มีหัวใจคั่นกลาง
"อุ๊ย.. รูปหัวใจ ฮั่นแน่ เจ้าอัน เราไปแอบรักใครเข้า"
"อันรักนี่ค่ะ"
อันตราวาดรูปช้าง ต่อจากรูปหัวใจ
อินทุอรดูไม่ออก รูปอะไร
"น้องหมาเหรอคะ"
"ช้าง ! พี่รักช้าง ช้างกูอยู่ไหน"
อันตราทำท่า จา พนม อุรวสาขำ
"เข้าเฝือกอยู่ ยังซ่าส์"
อันตราร่ายหมัดมวย ลุกขึ้นยืนไม่ได้ ก็ใช้มือรำเอาทำเสียงประกอบ หึย ๆ ๆ
อุรวสากับอินทุอรหัวเราะขำอันตรา ทำให้พี่น้องฮาได้เสมอ

สามสาวออกมาจากเต็นท์ ยังอารมณ์ดีหัวเราะกันอยู่ ก่อนจะนิ่งกันไปเมื่อเห็นบราลีมากอดอกยืนมองแบบเอาเรื่องอยู่หน้าเต็นท์

ทั้งสี่คนนั่งคุยกัน
อุรวสายกมือไหว้บราลี
"วสาขอโทษคุณแม่ค่ะ ที่วสาไม่ปรึกษาแต่วสาคิดว่าตัวเองโตแล้ว"
"ในสายตาพ่อแม่ ลูกคือนางฟ้าตัวน้อย ๆ เสมอ ไม่มีวันโต"
"คุณแม่คิดว่าอีกนานไหมคะ กว่าคุณพ่อจะหายโกรธวสา"
บราลียิ้มเพราะรู้นิสัยอัษฎาดีว่า รักลูกมากแค่ไหน
"คุณพ่อไม่ได้โกรธที่คุณวสาแต่งงาน แต่คุณพ่อน้อยใจที่คุณวสาแต่งงานโดยไม่บอก"
อุรวสาซึมลงไป รู้สึกผิดมากขึ้นกว่าเดิม
"อย่าคิดมากน่ะคุณวสา คุณพ่อโกรธไม่นานหรอก" อันตราบอก
อินทุอรเสริม
"ใช่ค่ะ อ้อนให้มาก ๆ เดี๋ยวคุณพ่อก็ใจอ่อน"
ทุกคนยิ้มให้กำลังใจ ว่าต้องทำให้พ่อหายโกรธให้ได้

วันใหม่ อัษฎาคลายเศร้าเรื่องอุรวสาแล้ว ตอนนี้กลับมาไม่ชอบหน้าไอ้แสงฉาน หงุดหงิดทั้งวัน สมศักดิ์มาหา
"หน้าเป็นตูดเด็กไม่ได้ล้างเลยแก"
"ศักดิ์ แกมีหลานเขยแล้วนะ คุณวสาแต่งงานกับแสงฉานแล้ว"
"อุแม่เจ้า"
"เดี๋ยวยันเปรี้ยงตกตึก ! นี่ฉันไม่พูดกับคุณวสามาหลายวันแล้ว"
"แกกับคุณวสาก็เป็นอย่างเนี้ย แข็งใส่กัน มีอะไรก็ไม่เปิดอกคุยกัน อัษ.. ยังไงฉันก็... " สมศักดิ์ส่งเสียงร่าเริงแกล้งยั่ว "Congratulation พ่อตาคนใหม่"
"ไอ้เวรนี่วอนถูกเตะ ... เดี๋ยวปั๊ด"
อัษฎายัวะ จะเตะ สมศักดิ์เผ่นออกไป

ในห้องเขียนรูป อินทุอรช่วยแม่ล้างพู่กัน เธอสีหน้ากลัดกลุ้มใจ จนป่านนี้ แม่ยังไม่พูดกับพ่อเรื่องเธอจะไปเรียนเมืองนอก
"คุณแม่คะ อินจะพูดกับคุณพ่อเองค่ะ เรื่องที่อินจะไปเรียนบัลเล่ต์ที่อเมริกา"
"ตอนนี้ไม่เหมาะหรอกลูก คุณพ่อเค้าทะเลาะกับคุณวสาอยู่"
อินทุอรเก็บกด ปัญหาของเธอต้องรอให้ปัญหาของพี่ ๆ เคลียร์ก่อน แล้วตัวเธอล่ะ.. ใครแคร์บ้าง เธอเริ่มน้อยใจ
"คราวก่อนคุณแม่ก็ให้รอ เพราะพี่อันถูกรถชน คราวนี้ก็ปัญหาคุณวสาอีก พี่ ๆ ได้มีชีวิตของตัวเอง คุณวสาได้ไปเรียนต่อเมืองนอก แต่งงานโดยไม่ขออนุญาตคุณพ่อ พี่อันเป็นนักสืบ มีชีวิต
ตื่นเต้นทุกวัน แล้วอินล่ะคะ อินเคยได้ทำอะไรที่อยากทำบ้างไม่มีเลย"
อินทุอรเริ่มร้องไห้ บราลีสงสารลูก
"แม่เข้าใจหนูอินลูก แม่เข้าใจ"
"ไม่ว่าอินจะทำอะไร ต้องได้รับความเห็นชอบจากคุณพ่อ จะไปไหน กับใคร กลับเมื่อไหร่ ต้องรายงานคุณพ่อทุกฝีก้าว ชีวิตอินไม่เคยเป็นของอิน ชีวิตอิน...เป็นของคุณพ่อ"
อินทุอรวิ่งร้องไห้ออกไป
"หนูอินลูก"
บราลีน้ำตาคลอ เสียใจแทนลูกสาว

บราลีเข้ามาปลอบ กอดลูกสาว
"สมัยมหาวิทยาลัย แม่ต้องเลือกเรียนคณะบัญชี ตามความต้องการคุณตา คณะที่แม่อยากเข้าที่สุด คือ จิตรกรรม ศิลปากร"
สาวน้อยเลิ่กตากลมโตมองแม่ เธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน
"คนที่ทำให้แม่ได้เขียนรูป คือใครรู้มั้ยจ๊ะ"
"ใครคะ"
"คุณพ่อของหนู ตอนนั้นแม่ช่วยงานที่บริษัทคุณพ่อมาเกือบปี ไม่มีความสุขเลย คุณพ่อรู้ ไปหาคุณตา บอกอยากให้แม่เป็นแม่บ้าน คุณตาโกรธมากต่อว่าคุณพ่อยกใหญ่ ส่งแม่เรียนมาสูญเปล่า คุณพ่อยืนยัน ไม่ให้แม่ไปทำงานที่บริษัทอีก"
"คุณพ่อเนี่ยนะคะ กล้ากับคุณตา"
"แม่ยังตกใจที่เค้ากล้าบุกไปพูดกับคุณตาถึงบ้าน พอแม่ออกจากงาน คุณพ่อเค้าก็ทำห้องเขียนรูปให้แม่ เป็นของขวัญ"
อินทุอรยิ้มยินดีกับแม่ แม่ได้ทำตามความฝัน เป็นจิตรกรเขียนรูป
"ที่แม่เล่าให้หนูอินฟังเพราะอยากให้หนูเข้าใจคุณพ่อหนูเป็นลูกคนเล็ก พ่อเค้าห่วงหนูมากที่สุด ห่วงเสียจนบดบังใจเค้า ให้มองไม่เห็นความฝันของหนู แต่เชื่อแม่เถอะ สุดท้ายแล้ว เค้าจะยอมให้หนูเดินตามความฝัน เหมือนที่เค้าช่วยสานฝันให้แม่"

บราลียิ้มเย็นให้ลูกสาว เธอยิ้มทั้งน้ำตารู้สึกมีความหวัง วันหนึ่งพ่อจะยอมปล่อยเธอให้ดำเนินชีวิตด้วยตัวเอง เธอจะได้เป็นนักบัลเล่ต์อาชีพ ซึ่งเป็นความฝันสูงสุดในชีวิตเธอ

สามใบไม่เถา ตอนที่ 5 (ต่อ)

รถของอินทุอรเสีย เครื่องยนต์ดับไปเฉย ๆ บนถนน เธอลงจากรถ มองหาคนช่วย มีอู่รถแถวนี้มั้ย เวศม์ขับรถผ่านมาเห็นเข้าพอดี ก็จอดรถช่วย
 
"พี่เวศม์.. รถอินเสียค่ะ"
"ไหนพี่ขอดูสิครับ"
เวศม์สตาร์ทรถ เครื่องยนต์สำลัก ติด ๆ ดับ ๆ เวศม์หัวเราะ
"คุณน้องครับ ขับรถยังไงครับ ไม่เติมน้ำมัน น้ำมันเกลี้ยงถัง"
อินทุอรยิ้มแหย หัวเราะแก้เขิน
"อินลืมดูค่ะ"
เวศม์มองอินทุอรอย่างเอ็นดู เธอมองนาฬิกา
"แย่แล้ว...จวนจะได้เวลาแล้วสิ"
"เวลาอะไรเหรอ"
"พี่อันทำกายภาพจะเสร็จแล้วค่ะ"

เวศม์กับอินทุอรมาหาอันตราที่ห้องตรวจ
"โทษนะครับ... เจ้าหน้าที่ห้องกายภาพบำบัดบอกว่า คุณอันตราตรวจห้องนี้"
"เพิ่งเข้าไปเมื่อกี้ค่ะ คงอีกซักชั่วโมงคุณหมอสั่งเอ็กซเรย์"
เวศม์หันมองอินทุอร จะรอตรงนี้มั้ย

ระหว่างรออันตราตรวจ เวศม์กับอินทุอรมานั่งกินกาแฟที่คอฟฟี่ช้อปโรงแรม เธอหน้าม่อย พี่เวศม์ก้มหน้าก้มตาบิดหุ้นผ่านทางมือถือ ไม่คุย เวศม์รู้ตัว ปล่อยให้น้องนั่งหงอย
"บิดหุ้นอีกตัวเดียวก็เสร็จแล้วครับ"
"เล่นหุ้นทางมือถือนี่ทำยังไงคะพี่เวศม์"
"หนูอินลองบิดดูก็ได้ เห็นช่องนี้มั้ยครับ"
เวศม์ยื่นมือถือให้อินทุอรดู เธอชะโงกข้ามโต๊ะ ดูไม่ถนัด อุรวสาเดินผ่านหน้าร้านก็ชะงัก หยุดดูเวศม์กับอินทุอร
"หนูอินใส่ตัวเลขในช่องนะ"
"อินพิมพ์เลขเลยนะคะ"
"ครับ"
อินทุอรพิมพ์เลข ทำการบิดหุ้น
"เรียบร้อย เฮ้... หนูอินบิดหุ้นเป็นแล้ว"
"เฮ้... ไชโย"
อุรวสามองพฤติกรรมเวศม์ ตีความผิดไป ดันไปเข้าใจว่า...เวศม์ชอบอินทุอร !

อุรวสากับอันตรากำลังจ่ายเงินค่ารักษา อันตรานั่งรอบนรถเข็น เวศม์อยู่ข้าง ๆ อันตราทำเมิน
"หิวมั้ยครับ เดี๋ยวไปกินข้าวกัน"
"ฉันไม่อยากกินข้าว"
เวศม์เพลียใจ อันตราเยอะ เล่นตัวชะมัด
"ฉันอยากกิน...ก๋วยเตี๋ยว"
อันตราอมยิ้มน่ารัก ใจก็อยากไปกับเวศม์ ฟอร์มไปงั้น
"ผมรู้จักร้านนึง ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกอร่อยมาก"
ทั้งคู่ยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตรครั้งแรก อุรวสากับอินทุอรจ่ายเงิน ได้ยาแล้ว เดินมา
"ไปกินก๋วยเตี๋ยวน้ำตกกันครับ"
"หนูอินไม่กินน้ำตกค่ะ หนูอินกินแต่ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส จำให้ขึ้นใจนะคะเวศม์" อุรวสาบอก
แล้วยิ้มล้อเล่น
ทุกคนงง อุรวสาทำหน้าล้อเวศม์ทำไม แล้วให้เวศม์จำไปเพื่ออะไร
"หนูอินยังชอบกินอาหารชาววัง ขนมไทยโบราณ วสาใจดีบอกให้เท่านี้แหละค่ะ ต่อไป..ของจริง ถึงเวศม์เป็นเพื่อนวสา วสาก็หวงน้อง ไม่ปล่อยง่าย ๆ เพราะในสายตาวสา... หนูอินเป็นเด็กน้อยที่ต้องปกป้องเสมอ"
อุรวสาโอบอินทุอรไว้อย่างแหนหวง ทุกคนเข้าใจว่า อุรวสาหวงอินทุอรกับเวศม์
อินทุอรหันมองหน้าพี่สาว คิดไปอย่างนั้นได้ยังไง? อันตราจ้องเวศม์ ตาแทบทะลุจากเบ้า
"นายชอบหนูอิน !! ฉันเกลียดก๋วยเตี๋ยว จะกลับไปกินข้าวบ้าน"
อันตราหมุนล้อรถเข็นหนีเวศม์ ไปไม่อยากเห็นหน้า หนอย..ชอบน้องสาวตู ใช้ตูเป็นสะพาน
"อย่าซิ่งค่ะพี่อัน"
"เจ้าอันโกรธอะไรน่ะ " อุรวสางง
เวศม์คิดวิเคราะห์อาการอันตรา เฮ้ย..หรือหึงตนหว่า ??

เวศม์มาโม้กับเพื่อนหมอ อันตราชอบตนเข้าแล้ว
"แกแน่ใจหรอ คุณอันตราชอบแก ฉันเห็นเค้าด่าแกปาว ๆ" อำพลว่า
"เฮ้ยไอ้หมอ อย่าทำให้เสียฉันความมั่นใจดิวะ"
"อ่ะ ๆ เค้าชอบแกก็ได้ แล้วแกจะทำยังไง เค้าคิดว่าแกจีบน้องสาวเค้า"
"เข้าทางฉันเลยเพื่อน ฉันจะทำเป็นสนใจหนูอิน บีบให้คุณอันตราทนไม่ไหว สารภาพรักฉัน เวศม์เอ๊ย.. แผนสูง ขุนแผนยังต้องมาขอวิชา"
อำพลส่ายหัว มันยอตัวเองก็เป็น

คืนวันเดียวกัน พงษ์ชัยกับอนุวัติคุยกัน
"ที่ว่าจะไปสืบไอ้แสงฉานกับคุณอัษฎามีปัญหาอะไรกัน ได้เรื่องหรือยัง"
"ผมนัดคนสนิทคุณอัษฎาคืนนี้ครับ คุณพงษ์ชัยไปด้วยกันซิครับ"
ศศิพิมลกลับจากช้อปปิ้ง เจอพงษ์ชัยก็ดี มีปัญหาเรื่องเงิน
ศศิพิมลหยิบบัตรเครติตในกระเป๋าให้พงษ์ชัย
"บัตรศิรูดไม่ผ่านค่ะ"
"ผมยกเลิกแล้ว คุณจะได้ชินไง อีกไม่นานก็จะถูกผมเฉดหัวไปลำบากนอกบ้านแล้ว"
"ศิไม่ไป ! ถ้าเมียใหม่คุณอยากเข้ามาอยู่นักก็ต้องไปนอนห้องคนใช้"
พงษ์ชัยฟาดปากศศิพิมล เพียะ!
"เอาอีกสิคะ... ศิชินแล้ว เมียรุ่นนี้ทนมือทนเท้า"
พงษ์ชัยหน้าตากระเหี้ยนกระหือรือ บีบคอศศิพิมล ศศิพิมลกลัว พงษ์ชัยไม่เคยทำแรงขนาดนี้
"เมื่อวันที่คุณต้องไป เลือกเอา จะเดินออกไปเอง หรือ ให้รถพยาบาลพาออกไป"
พงษ์ชัยมองศศิพิมลด้วยสายตาเบื่อหน่ายเมียคนนี้เกินทน เขาปล่อยมือ ศศิพิมลร่วงลงพื้น
พงษ์ชัยกับอนุวัติออกไป
ศศิพิมลโทรหาเวศม์ เวศม์ไม่รับสาย
"เวศม์นะครับ ฝากข้อความไว้นะครับผม"

ศศิพิมลไม่ฝากข้อความ ร้องไห้ อนาถชีวิตตัวเอง ถูกผัวตบตี ทำทารุณจิตใจ

สมศักดิ์ คือลูกน้องที่อนุวัตินัดออกมาเจอ สมศักดิ์เมาปลิ้น อนุวัติรินเหล้าให้เต็มแก้วไม่ขาด กะมอมให้สมศักดิ์เมาเละ ได้หลอกถาม
 
สมศักดิ์เมา เพ้อเจ้อเต็มที่
"สาว ๆ ที่ออฟฟิศชอบผมเพียบ ณเดชน์ เจมส์ จิ บอย ปกรณ์ หลบปาย... หนุ่มน่ากอดแห่งปีอยู่ตรงนี้....เอื๊อก"
"คุณสมศักดิ์สนิทกับคุณอัษฎา เคยได้ยินคุณอัษฎาพูดถึงแสงฉานบ้างมั้ยครับ"
สมศักดิ์หัวเราะร่วน
"ฮ่าๆๆ วันนี้ ไอ้เจ้าอัษ อยู่ ๆ ฮ่าๆๆๆ มันก็ได้ตำแหน่ง พ่อตา"
"พ่อตา"
"เจ้าแสงฉาน แหมมันแสบน่าดู จับคุณวสาแต่งงานตีทะเบียนเรียบโร้ย ฮ่าๆๆ ดื่มให้เจ้าอัษ .. พ่อตามือใหม่.. ฮ่าๆๆ เชียร์" สมศักดิ์ชูแก้วดื่มอยู่คนเดียว
"จะเอายังไงล่ะครับทีนี้"อนุวัติถาม
พงษ์ชัยหน้าตาร้าย ถึงอุรวสาแต่งงานแล้ว ก็ไม่ยี่หระ อยากได้อุรวสาเป็นเมียแต่งเพื่อเงิน

ร้านตกแต่งเรียบร้อย เหลือแต่ต่อไฟ แสงฉานกับอุรวสากำลังคุมช่างเดินสายไฟ
อัษฎากับสมศักดิ์เข้ามา สมศักดิ์ยังแฮ้งค์จากเมื่อคืน อุรวสาดีใจพ่อมา
"คุณพ่อมาถูกได้ยังไงคะ"
อัษฎายังคงโกรธๆ แต่ที่มาเพราะอดห่วงไม่ได้ จึงทำท่าทางหมางเมิน ไม่ยอมตอบคำถาม แต่เดินมองไปรอบๆ ร้าน
สมศักดิ์ถามแสงฉาน
"มีอะไรมาให้อากินแก้แฮ้งค์มั้ย"
"มีแต่น้ำเปล่าครับ ครัวยังไม่เสร็จ"
อัษฎามองสภาพร้าน ตกแต่งสวยดี แต่เล็กไป
"ร้านเข้ามาตั้งลึก เกือบท้ายซอย"
"วสาบอกแสงแล้วค่ะ ทำเลร้านนี้ไม่ดี แสงก็ไม่เชื่อ เห็นมั้ยใครมาก็บ่น คนมาส่งโต๊ะเก้าอี้ ยังบ่นเลยค่ะคุณพ่อ"
แสงฉานเคือง พยายามเก็บอารมณ์ อุรวสาต่อว่าแสงฉานต่อหน้าคนอื่น ถึงเป็นพ่อตาก็เหอะ
"ไม่เห็นป้ายชื่อร้านเลย" อัษฎาถาม
"ยังเลือกไม่ได้ครับ คิดไว้หลายชื่อ"
"ยังไม่มีชื่อร้าน งั้นก็ไม่ได้ทำโฆษณา ไม่ได้ทำใบปลิวร้าน"
อุรวสาตำหนิแสงฉานอีก
"ชะล่าใจนัก ระวังเถอะค่ะ วันเปิดร้านจะไม่มีคน วสาบอกให้เลือกมาซักชื่อ ก็ดื้อไม่ฟัง"
อัษฎาไม่ชอบใจลูกสาวที่ต่อว่าข่มสามี แสงฉานหน้านิ่ง แต่อัษฎาก็ดูออกว่าไม่พอใจ แค่ไม่พูดออกมาเท่านั้นเอง
ช่างไฟหันมาหา ต้องการถามจุดติดไฟจุดถัดไป แสงฉานกับอุรวสาไปคุยกับช่างไฟ
อัษฎาบ่นกับสมศักดิ์
"ข่มสามีแบบเนี้ย ต่อไปได้ทะเลาะกันบ้านแตก ชีวิตคู่จะไม่รอดเอา"
สมศักดิ์แปลกใจ
"นี่แกเอาใจช่วยชีวิตคู่ลูกเขยเหรอ"
"เฮ้ย แกแฮ้งค์ เลยหูฝาด คุณวสา พ่อกลับก่อนนะ แค่แวะมาดู"
อัษฎาออกไปอย่างไว อุรวสากับแสงฉานไม่ทันลา สมศักดิ์ตามไปบ่นพึมพำ หูฝาดซะที่ไหนวะ

ศศิพิมลขับรถตามเวศม์จากบ้านจนมาถึงโรงพยาบาล เวศม์ไม่รู้ตัวว่าถูกตาม อันตราเอาไม้ค้ำตีเวศม์ ตีเอา ๆ เวศม์หลบเป็นพัลวัน
"เฮ้ยๆๆ ไปก็ได้" เวศม์ทำหวานใส่อินทุอร "พี่เวศม์ไปรอที่คอฟฟี่ช็อปเดิมนะครับ"
เวศม์ยิ้มกรุ้มกริ่มให้อินทุอร ตามแผนที่ให้อันตราเข้าใจผิด ได้ผล อันตราเชื่อ หน้าง้ำ น้อยใจเวศม์ แต่เธอไม่ได้โกรธน้อง อินทุอรไม่เกี่ยว
ศศิพิมลที่แอบดูอยู่ตั้งแต่แรกรีบหันหลังหลบเวศม์ เขาเดินเลยไป ศศิพิมลหน้าตาเอาเรื่องไปหาอันตรา
"ดิฉันขอเหตุผลที่ฟังขึ้นหน่อย ทำไมสามีดิฉันถึงมาวอแวคุณ.. คุณอันตรา"
"คุณไม่ได้เป็นภรรยาคุณเวศม์"
ศศิพิมลอึ้ง
"ดิฉันรู้ความจริงหมดแล้ว ตัดใจซะเถอะค่ะ ผู้ชายเค้าไม่ต้องการคุณแล้ว"
ศศิพิมลโกรธ ก้าวเท้าหาอันตรา เธอปกป้องน้องก่อน ดึงอินทุอรมาหลบข้างหลัง
"อย่ามัววิ่งไล่จับเงาเลยค่ะ เพราะสุดท้าย...คุณจะคว้าได้แต่อากาศ"
อันตราพูดตอกย้ำสิ่งที่ศศิพิมลคิดมาตลอด เธอกำลังไล่ตามเงา เธอชี้หน้าโกรธอันตรา มาก แต่ไม่ได้ด่าอะไร ก่อนผลุนผลันกลับออกไป
"ผู้หญิงคนนั้นท่าทางร้ายจังค่ะ" อินทุอรว่า
"ถ้าไม่ร้าย..ก็ไม่ไล่ตามผู้ชายที่เค้าไม่เอาตัวแล้วหรอก"
สายเข้าโทรศัพท์มือถืออินทุอร
"สวัสดีค่ะ ได้ค่ะ เดี๋ยวอินไป ... พี่อันคะ อืม เพื่อนโทร.ตามอินออกไปด่วนค่ะ มีธุระสำคัญให้คุณวสามารับพี่อันนะคะ"
"หนูอินรีบไปหาเพื่อนเถอะจ้ะ เดี๋ยวพี่โทร.ตามคุณวสาเอง"

อันตราฝึกเดินต่อ ยังเดินด้วยไม้ค้ำไม่คล่อง

อินทุอรมาถึงร้านที่นัด มองหาคนที่โทร.นัด บุษบาบัณนั่งเด่น สวยเฉิดฉายอยู่ที่โต๊ะ
 
อินทุอรเดินเกร็ง มาหา ไหว้นอบน้อม บุษบาบัณแสร้งยิ้มเป็นมิตร
"ทานอะไรมาหรือยังจ๊ะ หนูอิน"
"ทานแล้วค่ะ อาบุษมีธุระสำคัญอะไรเหรอคะ..ถึงให้อินออกมาพบ"
"หมู่นี้อาไม่ค่อยเจออาสิต อาสิตเค้างานยุ่ง ไม่ค่อยกลับบ้าน หนูอินเจออาสิตบ้างมั้ยจ๊ะ เห็นว่าอาหลาน สนิทกัน"
บุษบาบัณเน้นคำว่า สนิท จงใจเหน็บอินทุอรชัด ๆ ถึงอินทุอรจะไร้เดียงสา ก็เข้าใจ
"เอ่อ..อินไม่ค่อยเจออาสิตหรอกค่ะ"
"งั้นเหรอ อืม งั้นอาคงคิดมากไปเอง อาคิดว่าอาสิตไป...ติดเด็ก"
อินทุอรใจหายวูบ ไม่กล้าสบตา
"นึกว่าหนูรู้ว่าเป็นใคร คนที่แต่งงานกันมานาน ๆ มีระหองระแหงกันเป็นธรรมดา แต่อากับอาสิต..เรายังรักกัน อาขอใช้คำไม่สุภาพหน่อยนะจ๊ะ อาน่ะ...เสียทองเท่าหัว ไม่ยอมเสียผัวให้ใคร หนูอินเข้าใจความหมายมั้ยจ๊ะ"
อินทุอรรู้ว่า บุษบาบัณจงใจเตือนเธอ
"เอ่อ..ค่ะ.. อินเข้าใจค่ะ"
"หนูอินอุตส่าห์มา อาสั่งอะไรให้ทานนะจ๊ะ"
บุษบาบัณยิ้มเชือดเฉือน อินทุอรก้มหน้างุด ไม่อยากเจอสายตาพิฆาต

ในเวลากลางคืน อินทุอรเปิดดูกล่องวินเทจสวยหวาน จ้องของในกล่องไม่วางตา อุรวสาเปิดประตูเข้ามา เธอรีบปิดฝากล่อง ล็อกุญแจ อุรวสาสงสัยน้อง
"คืนนี้คุณวสามานอนบ้านเหรอคะ"
"จ้ะ ช่วงนี้โปรโมชั่นเอาใจพ่อน่ะ หนูอินเก็บอะไรไว้ในกล่องจ๊ะ ล็อคกุญแจด้วย"
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ"
อุรวสาทาย
"ต่างหู แหวน กำไล" อินทุอรส่ายหน้า ไม่ใช่ แต่อุรวสาอยากรู้ "บอกพี่หน่อยซี่ ข้างในมีอะไร หนูอินไม่เคยมีความลับกับพี่นะ"
"วันนี้มีแล้วค่ะ อินเพิ่งซื้อกล่องมา กล่องใบนี้จะเก็บความลับของอินไปชั่วชีวิต"
"เอ้ย พี่ยิ่งอยากรู้อ่ะ"
อุรวสาหยิบกล่องมาเขย่าๆ ไม่มีเสียงอะไร
"เหมือนไม่มีอะไรข้างใน"
อินทุอรอมยิ้ม เอากล่องคืนมาจากพี่
"ความลับของหนูอินค่ะ"
อุรวสาเซ็ง น้องไม่ยอมบอก
"พี่จะเข้ามาบอกว่า คราวหน้าพี่จะพาเจ้าอันไปโรงพยาบาลเองหนูอินจะได้ไปฝึกงานกับคุณพ่อ นอนเถอะจ้ะ"
อุรวสาลูบผมน้องสาวคนเล็กเบา ๆ อินทุอรล้มตัวนอน จะออกจากห้องแล้ว ยังไม่วายหันมาถาม มีความลับอะไรในกล่อง..อินทุอรหัวเราะ จ้างก็ไม่บอก

อุรวสาชงกาแฟดื่ม หันมาคุยกับบราลี อุรวสาถือโอกาสปรึกษาปัญหาชีวิตคู่กับแม่
"วสาเหนื่อยใจกับแสงมากเลยค่ะคุณแม่ ไม่มีหัวธุรกิจเอาซะเลย วสาแนะนำอะไรก็ไม่ฟัง บอกมากๆ ก็เถียง"
"คุณวสา… ถึงผู้หญิงเราจะเก่งแค่ไหนก็ต้องผ่อนบ้าง ยอมเป็นช้างเท้าหลังให้สามี อย่าหักหน้าเค้าต่อหน้าคนอื่น"
"คุณแม่เตือนช้าไปค่ะ เมื่อกลางวันวสาจัดไปหลายชุด แสงคงเคืองอยู่เหมือนกัน"
อุรวสารู้สึกผิดต่อแสงฉาน ทำให้สามีเสียหน้า อัษฎาเข้ามา ยังฟอร์ม ทำตึง ๆ
อุรวสาพูดเอาใจพ่อ
"วันนี้คุณพ่อหน้าตาสดใสเชียวค่ะ"
อุรวสาเอาใจพ่อ รีบชงกาแฟให้ อัษฎาทำเฉย ๆ หยิ่ง ๆลูกง้อก็ไม่หายงอน ฮึ...

เช้าวันใหม่ แสงฉานตื่นนอน ออกมาเห็นอุรวสากำลังตักซุปใส่ชาม โอ้โหแฮะ..เมียทำกับข้าว
"รีบมาแต่เช้าเลยเหรอวสา"
"วสามาทำซุปไก่ข้นให้แสงค่ะ"
แสงฉานตักซุป แต่ใสแจ๋ว
"ข้นมากเลยจ้ะ"
"อุตส่าห์เปิดตำราทำนะเนี่ย วสาขอโทษนะคะที่เมื่อวานหักหน้าแสงต่อหน้าคุณพ่อ แสงอย่าโกรธวสานะคะ"
แสงฉานเก็กหน้าขรึม ชี้ช้อน ชี้ถ้วยซุป บอกใบ้ให้เมียตักซุปป้อน อุรวสาต้องเอาใจสามี ตักซุปป้อน อ้ำ...
"แกล้งโกรธที่รักบ่อย ๆ ก็ดีเนอะ ที่รักจะได้ทำกับข้าวให้ผมกิน"
แสงฉานยิ้มแฉ่ง
อุรวสาตีแสงฉานเบา ๆ
"นี่แน่ะ แกล้งกัน"
แสงฉานอุ้มอุรวสาขึ้น ทำหน้าหื่นใส่เมีย
"อึ๋ย จะทำอะไรน่ะ เช้าแล้วนะคะ"
"เช้าสิจ๊ะดี เห็นชัด"
"ทะลึ่ง"

แสงฉานอุ้มอุรวสาหายไปในห้องนอน

วันเดียวกัน อันตราเข้าเฝือก ออกไปไหนไม่ได้ ติดแหงกอยู่บ้าน เล่นเกมส์ต่อสู้เลือดสาด แก้เหงา เสียงเกมส์ก็ดัง เสียงลูกสาวก็ดัง ออกแอ็คชั่นด้วย แม่หนวกหูปนรำคาญ
 
บราลีบ่นๆ
"เล่นเกมมาตั้งแต่เช้ายันเย็น ไม่เบื่อบ้างรึไง"
"ไม่ค่ะ"
ภิสิตมา บราลีมองอย่างนึกรู้
"นัดดูดาวกันกับพี่อัษอีกแล้วใช่มั้ย นั่งคุยกับเจ้าอันไปก่อนนะ พี่อัษคงใกล้จะกลับแล้วล่ะ เดี๋ยวพี่จะไปเอาน้ำกับขนมมาให้" แล้วบราลีก็บ่นลูกต่อ "กลายเป็นเด็กติดเกมส์ไปแล้ว"
บราลีไป อันตราหรี่เสียงเกมส์ แขกมาบ้าน
"เป็นไงบ้างเจ้าอัน ใช้ไม้ค้ำเดินคล่องหรือยัง"
"ใช้เดินไม่คล่อง แต่ใช้ฟาดหัวคน... คล่องค่ะ"
"เวศม์ทำอะไรให้เราไม่พอใจอีกล่ะ"
"อันไม่อยากพูดค่ะ"
"ไม่อยากบอก งั้นอาก็ไม่ถาม"
"โหอาสิตอ่ะ ไม่คะยั้นคะยอเลย อันอยากระบายให้ใครซักคนฟัง อาสิตช่วยฟัง
หน่อยนะคะ"
"ก็เล่ามาสิ" ภิสิตขำอันตรา ทำตัวเป็นเด็ก
"หมอนั่นน่ะตีซี้อันเพราะมีแผน นายเวศม์ใช้อันเป็นสะพาน เชื่อมไปหาหนูอิน
นายเวศม์ชอบหนูอินค่ะ"
อันตราน้อยใจแค้นใจ เวศม์เห็นเป็นทางผ่าน ส่วนภิสิตใจคอไม่ดี มีคู่แข่งเป็นหนุ่มหล่อ เพอร์เฟก

ภิสิตร้อนใจ มารออินทุอรหน้าบ้าน อยากคุยเรื่องเวศม์ อัษฎาขับรถพาลูกกลับมาจากทำงาน สมศักดิ์ขับรถส่วนตัวตามหลัง
"สวัสดีครับคุณสมศักดิ์"
"คุณสิตเอากล้องดูดาวมาหรือเปล่า"
"อยู่ในรถครับ"
"พี่กับศักดิ์จะไปเอาเตา สิตไปตั้งกล้อง...เดี๋ยวจะได้ส่องไปกินไป"
"ได้ครับ"
อัษฎากับสมศักดิ์เข้าบ้าน อินทุอรจะตามเข้าไป
"เดี๋ยวค่ะหนูอิน อืม..เอ่อ อาได้ข่าวว่าเวศม์"
"พี่เวศม์? พี่เวศม์ทำไมคะ"
อินทุอรสงสัย ภิสิตดูอ้ำอึ้งจนอินทุอรนึกรู้ว่า ภิสิตสงสัยเรื่องเธอกับเวศม์
สายเข้าโทรศัพท์มือถืออินทุอร
"พี่เวศม์โทรมา" แล้วเธอก็รับสายเสียงใส "สวัสดีค่ะพี่เวศม์ กี่ทุ่มคะ พี่เวศม์ส่งแผนที่
ร้านมาทาง Lineนะคะ แล้วเจอกันค่ะ"
"จะไปไหนคะ"
"พี่เวศม์ชวนไปฟังเพลงค่ะ"
"อาไปเป็นเพื่อนมั้ย ไปกันสองคน ไม่เหมาะ"
"อินโตแล้วนะคะอาสิต อืม.. อันที่จริงอินมีแฟนก็ดีนะคะ ผู้ชายที่ชอบ ๆ อินอยู่จะได้ตัดใจ"
ภิสิตชะงักเมื่อได้ยินว่าอินทุอรมีคนมาชอบ
"ลูกน้องที่ออฟฟิศคุณพ่อชอบมาแอบจีบอินลับหลังคุณพ่อค่ะ อินไม่ชอบเลย อินเข้าบ้านก่อนนะคะ"
อินทุอรเข้าบ้าน ภิสิตหน้าละห้อย
อินทุอรพอใจ ที่เมื่อกี้พูดออกไปว่า “ มีแฟนก็ดี ผู้ชายที่ชอบ ๆ อยู่ ได้ตัดใจ” อินทุอรตั้งใจบอกภิสิต อินทุอรไม่อยากมีปัญหาชู้สาว ยุ่งกับสามีคนอื่น

อินทุอรกำลังเดินจะขึ้นบันได เสียงมือถืออินทุอรดังขึ้นอีกครั้ง เป็นเบอร์เดิมที่โทร.มาเมื่อสักครู่นี้
อินทุอรรับแล้วตอบด้วยเสียงเบื่อๆ
"โทร.มาอีกแล้วเหรอคะ ขอโทษทีนะคะ เมื่อกี้ดิฉันนึกว่าเพื่อนโทร.มา แต่ดิฉันเคยบอกแล้วไงว่าไม่ซื้อ เมื่อวานก็เพิ่งโทร.มาขายประกันดิฉันมีเยอะแล้วค่ะ ไม่ซื้อนะคะ"
อินทุอรวางหูไป ความจริงเมื่อกี้ไม่ใช่สายของเวศม์ แต่เป็นสายขายประกัน แต่อินทุอรแกล้งหลอกภิสิตให้เข้าใจผิด

ภายในห้อง อินทุอรแกะกุญแจที่คล้องกับสร้อยคอ ใช้กุญแจไขกล่องลายวินเทจสวยหวาน
แล้วจ้องมองของที่ในกล่อง
"เธอทำถูกแล้ว ... อินทุอร"

เย็นแล้ว ปาร์ตี้บาร์บีคิวเริ่ม ภิสิตประกอบขาตั้งกล้องดูดาว อัษฎากับสมศักดิ์ย่างบาร์บีคิว
อันตรานั่งเซ็งท่ามกลางพ่อกับอา ๆ
"ร่าเริงหน่อยสิเจ้าอัน พ่อจัดปาร์ตี้นี้ เพื่อต้อนรับเรากลับบ้านนะ"
อันตราพึมพำ
"ปาร์ตี้คนแก่ วัยรุ่นห่อเหี่ยวใจ"
สมศักดิ์เต้นยึกยือ ๆ พยายามเต้นท่าวัยรุ่น
"หนุกขึ้นยังลูก"
อันตราฮาก๊าก อินทุอรออกมาที่รถหน้าบ้าน
"จะไปไหนหนูอิน" อัษฎาถาม
"อินนัดเพื่อนไว้ค่ะ"
"เพื่อนที่ไหน"
"ก็.. เพื่อนน่ะค่ะ"
"อย่ากลับดึกนะลูก"

อินทุอรขับรถออกไป อัษฎามองตามอย่างเป็นห่วงลูกสาว ภิสิตรู้ว่า อินทุอรนัดเวศม์ ทั้งหึง หวง ห่วง สารพัด เก็บกด แต่ทำอะไรไม่ได้

สามใบไม่เถา ตอนที่ 5 (ต่อ)

ดึกแล้ว บรรยากาศปาร์ตี้เป็นไปแบบเบื่อๆ อันตราเซ็งปาร์ตี้คนแก่ นั่งเล่น Facebook บนมือถือ ภิสิตรับหน้าที่ปิ้งบาร์บีคิว ส่วนอัษฎาสอนสมศักดิ์ดูดาว สมศักดิ์กดกล้องต่ำลงเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ สมศักดิ์ออกแนวหื่น
 
"ซี้ด...แหมมันชัดแจ๋วเลยเจ้าอัษ"
อัษฎาเบิ้ดกะโหลกสมศักดิ์ ป้าบ...
"ไอ้นี่ ! ให้ดูดวงดาว ไม่ใช่น้องดาว" แล้วอัษฎาก็ชะเง้อมองประตูรั้ว ห่วงลูกสาวคนเล็ก
"สี่ทุ่มกว่าแล้ว หนูอินยังไม่กลับ ปกติเวลานัดเพื่อน หนูอินไม่เคยกลับดึก
ภิสิตหน้าเครียด หวงอินทุอรโพล่งบอก
"หนูอินนัดกับเวศม์ครับพี่อัษ"
"ทำไมสิตไม่บอกพี่แต่แรก นี่ไอ้เวศม์มันพาลูกพี่ไปไหนเนี่ย"
"หนูอินขึ้นสเตตัสใน Facebook อันดูให้ค่ะว่าน้องอยู่ไหน"
อันตราเช็คข้อมูลบนมือถือ อัษฎาไปดูใกล้ ๆ อยากรู้ ไอ้เวศม์มันพาลูกสาวสุดที่รักไปไหน

Internet cafeตอนกลางคืน อัษฎา ภิสิต สมศักดิ์มาตามหาอินทุอร อัษฎาหน้าตากระเหี้ยนกระหือรือ อยากฆ่าไอ้เวศม์
ภิสิตห่วงหวงอินทุอร ส่วนสมศักดิ์เฉย ๆ หนูอินมีแฟนก็ไม่เห็นแปลก พอเข้ามาในร้าน ก็เห็นอินทุอรกำลังนั่งคุยหัวเราะร่าเริงกับเวศม์
"คุณพ่อ ! มาได้ยังไงคะ"
อัษฎาด่าเวศม์ทันที
"แกบังอาจมาก กล้าล้วงคองูเห่า หนูอินเป็นแก้วตาดวงใจของฉัน"
เวศม์หน้าแหย โดนด่าอีกแล้ว !
"อินบังเอิญเจอพี่เวศม์ค่ะ"

ก่อนหน้านี้ อินทุอรนั่งกินกาแฟ เวศม์มาเห็นกัน อินทุอรโบกมือเรียก ยิ้มให้ เวศม์ดีใจได้มีเพื่อนคุย
แต่อัษฎาไม่เชื่อลูก โวยต่อ
"หนูอินไม่ต้องโกหกพ่อช่วยมัน ! แกล่อลวงลูกสาวฉันให้อยู่จนดึกดื่นค่อนคืน แกต้องคิดมิดีมิร้ายกับหนูอิน"

แล้วอัษฎาก็มโนไปว่า
"ตอนหนูอินลุกไปเลือกเค้ก แกต้องแอบใส่ยาในแก้วกาแฟหนูอิน"
อินทุอรยืนเลือกเค้กที่ตู้ เวศม์หน้าตาหื่นกาม แอบหยดยาน้ำในแก้วกาแฟอินทุอร
"พอหนูอินดื่มกาแฟ ก็สะลึมสะลือ"
อินทุอรสะสึมสะลือ เวศม์เข้าประคอง แล่บลิ้นแผล่บ ๆ ปากงี้มัน..
"จากนั้น แกก็พาหนูอินไปทำอย่างที่แกวางแผนไว้ แล้วแกต้องอัดคลิป เอาไว้แบล็คเมย์หนูอิน!"
เวศม์ทึ่งๆ
"โอ้โฮ...มโนล้ำ"
สมศักดิ์บอก
"เฮ้ยอัษ แกไปแต่งนิยายขายท่าจะรุ่งว่ะ"
อัษฎาด่าสมศักดิ์
"แกเข้าข้างมัน ฉันจะปลดแกจากความเป็นเพื่อน !" แล้วอัษฎาก็หันไปด่าเวศม์ต่อ "กล้าขโมยไข่งูจงอางอีกแล้ว ฉันจะฉกแก เซรุ่มขนานไหน ก็เอาไม่อยู่"
"อืม คุณพ่อเป็นงูเห่า หรือ งูจงอางครับ ตอนแรกบอกเป็นงูเห่า"
"หนอยไอ้นี่ ยังกวนประสาทอีก"
อัษฎาสาดกาแฟใส่เวศม์ เข้าหน้าเวศม์เต็ม ๆ เวศม์ปาดกาแฟออก แค่นยิ้ม โดนดีแล้วมั้ยล่ะตู
"กลับบ้านลูก"
อัษฎาทิ้งทวน ชี้หน้าอาฆาตเวศม์ ก่อนจูงมืออินทุอรกลับ สมศักดิ์ตามไป
เวศม์บอกกับภิสิต
"ผมมานั่งบิดหุ้นตลาดอเมริกาที่ร้านนี้ประจำร้านเปิดทั้งคืนน่ะครับ"
"ไม่ต้องโกหกผมได้ยินหนูอินโทร.นัดกับคุณ"
ภิสิตมองเวศม์อย่างไม่ชอบคนโกหก
"โทร.นัดอะไรวะ"
เวศม์เง็ง เค้าไม่ได้โทร.นัดอินทุอรซะหน่อย วันนี้ซวยชะมัด

ภายในบ้านกำลังเถียงกัน 2 คู่ คู่อัษฎากับสมศักดิ์ และ คู่อุรวสากับอันตรา เถียงกันโวกเวก เสียงดังอย่างกับนกกระจอกแตกรัง
"แกเป็นญาติโกโหติกามันรึไง ถึงการันตีว่ามันเป็นคนดี"
"แกมันหวงลูกสาวโอเว่อร์ หาเรื่องผู้ชายทุกคนที่เข้าใกล้ลูกแก"
คู่อุรวสากับอันตราก็เถียงกัน เสียงดังแข่งกับคู่พ่อกับอา
"พี่รู้จักเวศม์มาหลายปี เวศม์เป็นคนดี"
"พวกหน้าไหว้หลังหลอก มีเยอะแยะไปค่ะ"
บราลีสุดจะทน เถียงกันอยู่ได้
"หยุด"
เจอบราลีสั่งเข้าไป ทุกคนเงียบกริบ ปกติบราลีใจดี แต่เวลาเอาจริง ก็น่าเกรงขาม ไม่มีใครกล้าหือ
บราลีน้ำเสียงเด็ดขาด
"แม่เชื่อหนูอิน หนูอินบังเอิญไปเจอเวศม์กับอินทุอร" แล้วบราลีก็ตัดบท "จะตี 1 แล้วไปนอนเถอะลูก"
บราลีพาอินทุอรไป พลางตำหนิลูก
"ทีหลังอย่ากลับดึกอีกนะลูก ถึงมีรถขับก็อันตราย"
"ค่ะคุณแม่"

พอบราลีคล้อยหลังไป 2 คู่ก็เถียงกันต่อ ภิสิตไม่ได้ร่วมเถียงด้วย แต่มองตามอินทุอร อย่างแสนหวง

ทั้งหมดออกมาขึ้นรถใครรถมัน จะกลับ
 
สมศักดิ์เซ็งอัษฎา
"อาว่านะคุณวสา น้อง ๆ เราน่ะ ต้องแอบแต่งงานอย่างเรา ไม่งั้น ต้องค้างเติ่งอยู่บนคาน พ่อเราน่ะหวงลูกสาวเกิน ไปนะครับคุณสิต"
สมศักดิ์ขับรถกลับไปก่อน
"อาก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะที่หนูอินจะมีแฟน อาแค่อยากให้หนูอินได้คนดี ๆ"
"วสายืนยันค่ะ...เวศม์เป็นคนดี ว่าแต่หนูอินชอบเวศม์หรือเปล่า เรายังไม่รู้เลย"
"อ้าว หนูอินไม่ได้เล่าให้คุณวสาฟังเหรอ"
"ไม่อยากจะพูดค่ะ เดี๋ยวนี้หนูอินมีความลับกับวสา หนูอินสนิทกับอาสิต อาสิตลองถามซีคะ"
"หนูอินเคยติดอาตอนเด็ก ๆ แต่ตอนนี้อาไม่ใช่คนสำคัญของหนูอินอีกแล้ว"
ภิสิตหน้าสลด น้อยใจ เดี๋ยวนี้คนสำคัญของอินทุอรคือเวศม์ ไม่ใช่อาสิตแสนดีคนนี้ ฝ่ายอุรวสาเข้าใจว่า ภิสิตน้อยใจตามประสาอาหลาน ไม่คิดว่าภิสิตน้อยใจเชิงชู้สาว
"ใครว่าอาสิตไม่สำคัญคะ พออาสิตไปเมืองนอก หนูอินยังพูดถึงอาสิตตลอด ตอนอาสิตกลับมา หนูอินก็ดีใจจนนอนไม่หลับ หนูอินรักอาสิตมากค่ะ ลองอาสิตถามหนูอินเรื่องเวศม์ วสาว่าหนูอินต้องตอบค่ะ"
"งั้นเหรอ"
ภิสิตรู้สึกดีขึ้นยิ้มออก ตนยังสำคัญกับอินทุอร

ภายในห้อง อินทุอรสีหน้าเครียด จมกับความคิด เมื่อไหร่เธอจะได้มีชีวิตตัวเอง วันนี้พ่อก็ตามเธอไปจนมีเรื่องกับเวศม์ อินทุอรไม่ชอบที่พ่อทำราวกับเธอเป็นสิ่งของ ไม่ใช่ลูกสาวที่มีชีวิตจิตใจ
"อยากมีชีวิตของตัวเอง ไม่ผิดซักหน่อย"
อินทุอรตัดสินใจแล้ว คืนนี้เธอต้องพูดกับพ่อให้เคลียร์ ขอพื้นที่ชีวิตคืนมา เธอออกไปหาพ่อ หน้าตาซีเรียส เอาจริงเอาจัง

อัษฎากำลังจะปิดไฟหัวเตียง บราลียังไม่หลับ อินทุอรเข้ามา
"ทำไมยังไม่นอนอีกล่ะหนูอิน"
เธอยืนนิ่ง รวบรวมความกล้า นี่เป็นครั้งแรกที่เธอจะเปิดใจคุยกับพ่อ ถึงการดำเนินชีวิตของเธอที่อยู่ใต้บัญชาการของพ่อมาตลอด เธอต้องการเป็นอิสระ
พ่อกับแม่รอฟัง ลูกสาวคนเล็กมาหาถึงห้อง มีอะไร ?
"คุณพ่อคะ อินรู้ คุณพ่อรักอินมาก แต่ปล่อยให้อินมีชีวิตของตัวเองเถอะนะคะ"
บราลีหน้าไม่ดี รู้ว่าอินทุอรมาพูดเรื่องไปเรียนต่อเมืองนอก บราลีไม่อยากพ่อลูกทะเลาะกัน
"หนูอินพูดอะไรน่ะลูก" อัษฎาว่า
อินทุอรยังไม่กล้าร้อยเปอร์เซ็นต์ ยังเกรงใจพ่อ
"อิน...อินไม่อยากทำงานที่บริษัทคุณพ่อค่ะ อินอยากเป็น..."
บราลีลอบส่ายหน้า ไม่ให้อินทุอรพูด
"อิน...อืม อินอยากทำงานเกี่ยวกับบัลเล่ต์ค่ะ"
บราลีใจหาย อินทุอรพูดออกมาจนได้ แม้ไม่ตรงประเด็นที่จะเป็นนักบัลเล่ต์อาชีพ
อัษฎาลุกจากเตียงมาหาลูกสาวทันที
แม่กับลูกต่างลุ้นว่าพ่อจะพูดอะไร จะต่อว่า จะตำหนิมั้ย
"แล้วทำไมหนูไม่บอกพ่อแต่แรก" อินทุอรหน้าเสียทันที "พ่อเข้าใจ หนูรักบัลเล่ต์มาก"
อินทุอรกับบราลีหน้าเหรอ ไม่อยากเชื่อ ทำไม...อัษฎาพูดง่าย ไม่โมโหโวยวายเหมือนอย่างที่กลัว เธอยิ้มแฉ่ง พ่อยอมแล้ว พ่อยอมปลดปล่อยเธอจากกรงทองแล้ว...
"พ่อจะเปิดโรงเรียนสอนบัลเล่ต์ให้ หนูอินไปถามเจ้าของโรงเรียนที่หนูสอนพิเศษอยู่ ลงทุนเท่าไหร่ กี่สิบล้านบอกมาเลย พ่อทุ่มไม่อั้น"
อินทุอรค่อย ๆ หุบยิ้ม นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ !! เธออยากเป็นนักบัลเล่ต์ ไม่ใช่เจ้าของโรงเรียนสอนบัลเล่ต์
"พอใจแล้วนะลูก ทีหลังอยากได้อะไรก็บอกพ่อ พ่อให้หนูอินได้ทุกอย่าง"
อัษฎาลูบผมลูกสาวคนเล็กด้วยความรักเอ็นดู เธอไม่ได้อธิบายความเพิ่มเติม หญิงสาวยิ้มแห้งให้พ่อ จำใจรับสภาพที่พ่อเข้าใจผิด

วันนี้แสงฉานเปิดร้านอาหาร มีพิธีเปิดแพรคลุมป้าย โดยแสงฉานเอาใจพ่อตา ให้พ่อตาเป็นประธาน
อัษฎาดึงเชือก กระตุกผ้าแพรออกจากป้ายชื่อร้าน ทุกคนปรบมือร่วมยินดีกับแสงฉาน บราลีให้ช่อดอกไม้แสงฉานพร้อมอวยพร
"ขอให้ขายดี กิจการเจริญรุ่งเรืองนะจ๊ะ"
"ขอบคุณครับคุณแม่"
ภิสิตถาม
"ชื่อร้านมีความหมายว่ายังไงน่ะ"
ป้ายชื่อร้าน “ U & S Restaurant ”
"มาจากชื่อจริงผมกับวสาในภาษาอังกฤษครับ U คือ อุรวสรา S คือแสงฉาน ชื่อจริงผม"
สมศักดิ์บอก
"เอาเมียชื่อนำหน้าแสดงว่ากลัวเมีย อาจะบอกให้ คนกลัวเมียน่ะ ได้ดีทู้กคนอย่างพ่อตาเรานี่ไง"
สมศักดิ์มองอัษฎา หัวเราะฮึๆๆ
"ฉันไม่ได้กลัวเมียเว้ย!" อัษฎาเจอสายตาเข้มของบราลีเข้าไป "แค่..เกรงใจตามหน้าที่"
ลูก ๆ ขำพ่อ กลัวแม่ก็สารภาพมาเถอะ
"เข้าร้านกันเถอะค่ะ" อุรวสาบอก

ทั้งหมดยกโขยงกันเข้าร้าน

ในเวลาต่อมา ทั้งหมดกินอาหารฝีมือแสงฉาน อร่อยจัด กินเรียบทุกจาน
 
สมศักดิ์อร่อยแทบเลียจาน
"อื้อหือ... อย่างกับอาหารตามโรงแรม 5 ดาว"
ภิสิตบอก
"อีกหน่อยผมคงต้องโทร.มาสั่งจองโต๊ะนะครับ พี่อัษลูกค้าต้องแน่นร้าน"
อัษฎาเฉย มันจะแน่นร้านไปได้ยังไง ทำเลไม่ดี เข้ามาเกือบสุดซอย
"ปวดฉิ๊งฉ่องอ่ะ" อันตราบอก
"พี่พาไปจ้ะ ห้องน้ำอยู่ข้างหลัง"
"ในร้านไม่มีห้องน้ำเหรอคะ"
"ทีแรกพี่ก็ว่าจะทำห้องน้ำในร้าน แต่เนื้อที่ไม่พอ"
"แม่พาน้องไปเอง เผื่อลูกค้ามาคุณวสาได้ต้อนรับ" บราลีบอก
บราลีพาอันตราที่ยังใส่เฝือก เดินออกนอกร้านไปเข้าห้องน้ำด้านหลังร้าน
อัษฎาติ
"ทางไปห้องน้ำไม่มีหลังคา ฝนตกล่ะก็...ลูกค้าได้อั้นกันจนเป็นนิ่วตาย เจ้าของมันไม่รอบคอบ ก่อนเซ้งร้านไม่ดูให้ดี"
อุรวสาไม่แก้ตัวแทนแสงฉานเพราะเห็นด้วยกับพ่อ อินทุอรกับภิสิตไม่ออกความเห็น แสงฉาน ทำอะไรก็ไม่ถูกใจอัษฎา
"อินไปหาพี่แสงในครัวนะคะ"
ภิสิตมองตาม หมายใจจะตามไปคุยเรื่องเวศม์

ในครัว แสงฉานกับผู้ช่วยเชฟกำลังเทแป้งคัพเค้กที่ตีแล้ว ใส่พิมพ์ อินทุอรเข้ามา
"ให้อินช่วยมั้ยคะ"
"ลูกค้าคนนี้ใจดีน่าดู อาสาช่วยเชฟ"
ภิสิตตามเข้ามา อินทุอรทำเฉย ๆ ฝ่ายภิสิตดูกระอักกระอ่วน
"อาหารอร่อยมากแสง" ภิสิตบอก
"เดี๋ยวชิมคัพเค้กของผมแล้วจะยิ่งติดใจครับ"
อุรวสายิ้มเข้ามา
"ลูกค้ารายแรกมาแล้วค่ะแสง"
แสงฉานดีใจ ยิ้มแฉ่งออกไปต้อนรับลูกค้า
อินทุอรช่วยผู้ช่วยเชฟทาพิมพ์คัพเค้ก ภิสิตยืนมอง รอจังหวะถามอินทุอรเรื่องเวศม์

ภายในร้าน แสงฉานแนะนำเมนูลูกค้า อุรวสามองอยู่ห่าง ๆ ไม่ได้เข้าไปช่วยสามีเอาใจลูกค้าแต่อย่างใด นิสัยเธอไม่ชอบบริการใคร เธอเป็นผู้บริหาร ไม่ใช่ลูกจ้าง! แสงฉานบอกลูกค้า
"ผมสั่งตรงหอยแมลงภู่จากนิวซีแลนด์ครับ ตัวใหญ่ สด เนื้อแน่น"
"งั้นเอาหอยแมลงภู่อบเนยอีกจานก็ได้ค่ะ"
"พวกคุณเป็นลูกค้าคนแรก ผมขอมอบสิทธิพิเศษ ลดค่าอาหารให้ 50 เปอร์เซ็นต์ครับ"
อัษฎาได้ยินแสงฉานพูดกับลูกค้า ขณะนั้นบราลีกับอันตรายังไม่กลับจากห้องน้ำ
"ไม่ทันได้กำไรซักบาท ก็คืนกำไรให้ลูกค้า โปรโมชั่นลดราคา เค้าให้แต่ลูกค้าที่เป็นสมาชิก ลูกค้ากลุ่มนี้จะมาอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้"
สมศักดิ์พยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย
อัษฎามอง แสงฉานยิ้มแย้มเอาใจลูกค้าเต็มที่ อัธยาศัยดีแล้วไง ถ้าบริหารร้านไม่ดี ร้านก็เจ๊ง จริงๆ แล้วอัษฎาก็อยากเห็นแสงฉานประสบความสำเร็จ

ผู้ช่วยเชฟเอาถาดคัพเค้กเข้าเตาอบแล้วออกไป อินทุอรอยู่กับภิสิตสองคน เธอเลยเลี่ยงไปคนน้ำซุปในหม้อ เขารีรอเล็กน้อย ก่อนเอ่ยถาม
"วันนี้หนูอินไม่ได้ชวนเวศม์มาเหรอคะ"
"คุณวสาว่าจะชวนค่ะ แต่เปลี่ยนใจกลัวมาแล้วมีเรื่องกับคุณพ่อ แล้วอาสิตล่ะคะ ทำไมไม่พาอาบุษมาด้วย"
อินทุอรคุยไปคนซุปไป จะได้ไม่ต้องมองหน้าภิสิต
"อากับอาบุษ เราไม่เกี่ยวข้องกันแล้วค่ะ"
"แต่อาบุษบอกอินว่า อาบุษกับอาสิตยังรักกัน"
"อาบุษบอกหนูอินเมื่อไหร่คะ"
อินทุอรหน้าเสีย นึกได้ว่าไม่ควรพูด
"อืม..คือ อาบุษใจดี โทร.มาชวนอินไปเลี้ยงข้าวน่ะค่ะ"
ภิสิตหน้าตึง นึกไม่พอใจบุษบาบัณ
"แล้วอาบุษเค้าคุยอะไรกับหนูอินอีกคะ"
"ก็เรื่องสัพเพเหระของผู้หญิงน่ะค่ะ วันหลังอาสิตพาอาบุษมากินอาหารร้านพี่แสงนะคะ อาบุษชอบอาหารฝรั่ง"
ถึงอินทุอรไม่พูดภิสิตก็รู้ อย่างบุษบาบัณไม่มีวันคุยดีกับอินทุอร ต้องนัดอินทุอรไปต่อว่าเรื่องตนแน่

เวลาต่อมา ภิสิตขับรถเข้ามาจอดพรืด เขาโมโหมาจากร้านแสงฉาน เมื่อรู้ว่า บุษบาบัณนัดอินทุอรออกไปคุย เธอต้องต่อว่าอินทุอรแรง ๆ เขายอมให้บุษบาบัณทำร้ายหนูอินไม่ได้ วันนี้เป็นไงเป็นกัน ต้องให้จบ !

ภิสิตหน้าตาขึงขังเข้ามา บุษบาบัณเงยหน้าจากนิตยสารผู้หญิงที่อ่านอยู่ มองไม่แคร์ผัว
"ห้ามคุณยุ่งกับหนูอินอีก ห้ามโทรหา ห้ามนัดออกมาเจอ"
"อีหนูฟ้อง เลยมาอาละวาดกับเมียหลวง ทุเรศ"
"บุษ ผมจะฟ้องหย่า"
บุษบาบัณโกรธ ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้า
"คุณมีชู้ ศาลต้องสั่งให้คุณเซ็นใบหย่า"
"รีบส่งเอกสารมาเลยนะคะ บุษอยากขึ้นศาลเร็ว ๆ เวลาทนายซัก บุษจะให้การให้ละเอียด บุษพาผู้ชายมานอนที่บ้านกี่คน คนละกี่ครั้ง"
ภิสิตอึ้ง บุษบาบัณไม่มียางอายแม้แต่น้อย
"เรียกพยานมาด้วยก็ดีนะคะ แหม แต่ต้องเสียเวลาศาลท่านน่าดู เพราะว่าชู้บุษน่ะ เพียบ... อุ๊ย แล้วต้องใช้กฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนด้วย เพราะผัวฝรั่งบุษก็มี สวิส ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี"
ภิสิตทนฟังไม่ได้ ยกมือห้ามบุษบาบัณ หยุดสาธยายเถอะ
"ไม่แน่จริงอย่าท้า ! เพราะนอกจากบุษจะลากชีวิตเซ็กซ์ส่วนตัวออกมาแฉแล้ว บุษจะลากนังคุณหนูอินออกมาแฉกลางศาลด้วย ว่ามันคิดจะจับผัวบุษยังไง ฮึๆๆ เอาให้งามหน้ากันทั้งหมดนี่แหละ"
บุษบาบัณหัวเราะเยาะภิสิต นั่งลงไขว่ห้างอ่านนิตยสารต่ออย่างสบายใจอารมณ์ ชีวิตหล่อนช่าง Happy เสียนี่กระไร ภิสิตหงอยไปเลย ยอมแพ้ความไร้ยางอายของบุษบาบัณ

ภิสิตมาถึงบ้านด้วยอารมณ์เดือดดาล ตั้งใจมาจบชีวิตคู่กับบุษบาบัณเสียที แต่...มันไม่จบ เขากลับถูกย้อนเยาะเสียจนไม่อาจต่อปากต่อคำด้วยได้ ชีวิตคู่เส็งเคร็งยังสร้างความทุกข์ให้

แสงฉานกับอุรวสากลับถึงคอนโดตอนดึก รอปิดร้านอาหารของแสงฉาน
"พรุ่งนี้ที่รักไม่ต้องลางานไปช่วยคุมร้านนะจ๊ะ"
"วสาไม่ไปอยู่แล้วค่ะ อยากให้แสงคุมร้านเอง"
"วันนี้เปิดวันแรกลูกค้าไม่เยอะ ต่อไปลูกค้าแน่นร้าน ที่รักต้องไปช่วยผมเก็บเงินล่ะ"
อุรวสายิ้มเนือย ไม่ได้รับปากสามี เพราะไม่เชื่อว่าร้านแสงฉานจะคนแน่น
"พรุ่งนี้เช้าแสงไม่ต้องทำกับข้าวเผื่อวสานะคะ วสาจะไปกินข้าวบ้าน ต้องพาเจ้าอันไปโรงพยาบาลแต่เช้าน่ะค่ะ"
"จ้ะ"
แสงฉานอารมณ์ดี ฮัมเพลง เปิดตู้เย็นหยิบของกิน อุรวสาหยิบบัญชีร้านมาเปิดดู แล้วสีหน้าไม่สบายใจ
"เปิดทั้งวัน...ขายได้ห้าโต๊ะเหรอคะเนี่ย"
แสงฉานหยิบของในตู้เย็นไม่กังวล
"ใหม่ๆ ก็อย่างนี้แหละ ที่รักอย่าซีเรียส"

อุรวสาส่ายหน้า ร้านอาหารขายไม่ดี แสงฉานยังไม่กังวล

เช้าวันใหม่ ที่บ้าน อุรวสาชงกาแฟ พลางระบายเรื่องแสงฉานให้แม่ฟัง
 
"เมื่อวานมีลูกค้าแค่ 5 โต๊ะ ..5 โต๊ะค่ะคุณแม่ แสงยังชิล ๆ บอกอีกหน่อยคนก็แน่นร้าน จะแน่นได้ยังไง ร้านอยู่ลึกเกือบสุดซอย ป้ายบอกทางไปร้านก็ไม่มี"
"คุณวสาก็บอกให้แสงติดป้ายซีจ๊ะ"
"เคยบอกแล้วค่ะแต่ไม่ฟังวสาจะไม่พูดอีก ให้แสงได้บทเรียนเองการทำธุรกิจ ต้องมีแผนชัดเจน ความผิดพลาดครั้งนี้ จะทำให้แสงเข้าใจค่ะ"
อุรวสายกกาแฟจิบ นึกเซ็งสามี บราลีเป็นกังวล ลูกสาวตั้งแง่กับลูกเขย ความสัมพันธ์ลักษณะนี้ ระยะยาวไม่เป็นผลดี

ย่านธุรกิจ ใจกลางเมือง เวศม์เช่าพื้นที่ในอาคารแห่งหนึ่ง เปิดบริษัทส่วนตัว วันนี้เวศม์มาทำงานวันแรก ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทเนียบ อินเทรนด์ หน้าตาสดชื่น แววตาเป็นประกาย ภาคภูมิใจในตัวเอง พอมาถึงหน้าบริษัท เวศม์เจออำพลกับออมยืมยิ้มรออยู่
"บอกแล้วไม่ต้องมา ลางานมาเสียงานเสียการ"
"เพื่อนเปิดบริษัททั้งที ไม่มาแสดงความยินดีได้ยังไง ขอให้เฮงๆๆ รวย ๆๆ นะ" ออมบอก
เวศม์ยื่นช่อดอกไม้เวศม์
"ขอบใจมาก"
"เวศม์มันต้องประสบความสำเร็จอยู่แล้ว คนกตัญญูต้องได้ดี ดูสิมันเอาชื่อพ่อกับชื่อตัวเองมาตั้งเป็นชื่อบริษัท"
บริษัทของเวศม์ ชื่อ “บริษัทหลักทรัพย์วีระเวศม์”
"ไอ้หมอ ล้อชื่อพ่อ เดี๋ยวก็จุดธูปบอกวิญญาณพ่อให้มาหักคอซะเลย"
เวศม์กอดอำพล โน้มตัวเพื่อนเหมือนจะต่อยท้องซักที อำพลหัวเราะ

เวศม์พาอำพลกับออมเดินดูบริษัท พนักงานกำลังโทรคุยกับลูกค้า บ้างก็กำลังซื้อหุ้นผ่านหน้าเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ พนักงานราว 10 คนมีคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ส่วนตัวบนโต๊ะทำงาน
"นายหน้าค้าหุ้นนี่เค้าทำงานกันยังไงอ่ะเวศม์" ออมถาม
"ก็คล้าย ๆ นายหน้าขายที่ขายบ้าน สมมติออมมีที่ดินแปลงนึง เราหาคนมาซื้อ
พอออมได้เงินค่าที่ออมก็แบ่งเปอร์เซ็นต์ให้เรา กรณีขายหุ้นเวลาลูกค้าทำการซื้อขายหุ้นเรียบร้อย เราก็ได้ส่วนแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์"
"เข้าใจแล้ว แล้วทำไมบริษัทเวศม์ถึงต้องเปิด 24 ชั่วโมงล่ะ เย็น ๆ ตลาดหุ้นก็
ปิด"
"เรามีลูกค้าเป็นนักลงทุนต่างชาติด้วย บ้านเค้าเป็นเวลากลางวัน แต่บ้านเรา
เป็นกลางคืน พนักงานเลยต้องสับเปลี่ยนกันอยู่เวรกลางคืน"
"อ๋อ ฉันรู้แล้ว ที่ประเทศไทยโดนอิทธิฤทธิ์ต้มยำกุ้งเมื่อปี 40 เพราะนายหน้าค้า
หุ้นพวกนี้นี่เองพานักลงทุนต่างชาติมาถล่มหุ้นไทยซะยับ" อำพลว่า
"เฮ้ย บริษัทฉันไม่มีนโยบายขายชาติเว้ย เราให้คำปรึกษาเฉพาะนักลงทุนคุณภาพ เกลียดนัก ไอ้พวกมาฟันกำไรแล้วขายทิ้ง ร่ำรวยบนความย่อยยับของคนอื่น"
เวศม์หน้าตาซีเครียด เกลียดคนเห็นแก่ตัว
"เฮ้ย ฉันพูดเล่น จริงจังไปได้"
อำพลกับออมสนใจยืนดูพนักงานคีย์ข้อมูล ซื้อหุ้นผ่านเว็บไซต์ เวศม์พอใจที่พนักงานทุกคนตั้งอกตั้งใจทำงาน ทุกคนล้วนเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรงเหมือนกับเวศม์

ศศิพิมลอยู่บ้านคนเดียว เหงาหงอย บ้านหลังใหญ่ หรูหรา ศศิพิมลควรมีความสุขแต่กลับไม่มี เธอมองรูปถ่ายพงษ์ชัย ผู้ชายคนนี้สร้างความเจ็บช้ำให้เธฮมากมาย ทั้งมีผู้หญิงอื่น ทั้งทุบตี ผิดกับผู้ชายอีกคนที่ช่างแสนดี เธอโทรหาเวศม์ แต่เขาไม่รับสาย เธอน้อยใจมาก

บุษบาบัณพาศศิพิมลมาเที่ยวผับแก้เซ็ง ศศิพิมลยังน้อยใจเวศม์ หน้าเศร้า
"กะอีแค่ผัวเด็ก ช่างมันเหอะน่า นี่.. โต๊ะนู้นน่ะ มากันสองคนพอดีเลย"
บุษบาบัณส่งสายตาให้หนุ่มหล่ออีกโต๊ะ ทั้งสองฝ่ายเล็งกันมาซักพักแล้ว พอบุษบาบัณยิ้มๆ ให้เป็นสัญญาณเปิดทาง หนุ่มหล่อก็ลุกมาหา
หนุ่ม 1บอก
"มากันแค่สองคนเหรอครับ"
"กำลังหาเพื่อน เต้นมั้ยคะ"
หนุ่ม 1 วางแก้วเหล้า จูงมือบุษบาบัณออกไปเต้น ทั้งคู่ต่างคลอเคลียเหมือนสนิทกัน
ที่โต๊ะ หนุ่ม 2 กะเคลมศศิพิมล
"ไปเต้นกันครับ"
ศศิพิมลให้หนุ่ม 2 พาไปเต้น
บนฟลอร์เต้น หนุ่ม 2 โอบเอวศศิพิมล เธอแกะมือออก หนุ่ม 2 ชะงัก ศศิพิมลเอาไง จะเต้นหรือไม่เต้น ศศิพิมลมองบุษบาบัณเต้นรำกับหนุ่ม 1 อย่างมีความสุขสนุกสนาน อยากมีความสุขอย่างเพื่อนมั่ง
"ขอโทษค่ะ"
ศศิพิลยอมให้หนุ่ม 2 โอบเอว แดนซ์กัน แรก ๆ ศศิพิมลเหนียมซักหน่อย เต้น ๆ ไปก็ปล่อยตัวปล่อยใจสนุกไปกับหนุ่ม 2

สองคู่เดินโอบกันมาที่รถ บุษบาบัณหน้าตาระรื่น คืนนี้ได้หิ้วผู้ชายหล่อกลับไปนอนที่บ้าน แต่ศศิพิมลสีหน้าไม่ดี
"ขับรถตามบุษไปนะคะ บ้านบุษอยู่ไม่ไกล"
หนุ่ม 1 จุ๊บแก้มบุษบาบัณ ก่อนเดินไปขึ้นรถกับหนุ่ม 2 คืนนี้ได้กินหญิงฟรี
บุษบาบัณเปิดประตูรถ กำลังจะขึ้นรถตัวเองไป ศศิพิมลมีสีหน้าไม่ค่อยดี เหมือนรู้สึกผิด "ฉันทำไม่ได้... ฉันมีอะไรกับผู้ชายที่ฉันไม่ได้รักไม่ได้"
"ยังกับเธอรักพงษ์ชัยอย่างนั้นแหละ"
"แต่ฉันไม่ได้มั่วไปเรื่อย อุ๊ย..."
ศศิพิมลตกใจ พลั้งปาก บุษบาบัณโกรธ จิกตาใส่
"ทีหลังไม่ต้องมา ทำฉันหมดสนุก"
เธอขึ้นรถ ปิดประตู ปัง ! บุษบาบัณขับรถนำรถสองหนุ่มไป คืนนี้บุษบาบัณควบสองเลย

ศศิพิมลยืนคิดถึงเวศม์ ผู้ชายคนเดียวที่ศศิพิมลต้องการคือเวศม์

สามใบไม่เถา ตอนที่ 5 (ต่อ)

กลางคืนต่อเนื่อง อันตรายังใส่เฝือก สอนสาว 1 ยกเวท
 
"ข้อศอกแนบลำตัว ให้ต้นแขนออกแรง"
เวศม์เพิ่งมา อันตราบอก
"เฮ้ย จะสี่ทุ่มแล้ว ฟิตเนสจะปิดแล้ว"
"ผมเพิ่งเลิกงาน"
เวศม์เดินมาหาอันตราใกล้ ๆ จนอีกฝ่ายหนีไปจนมุมหลังชนผนังไปต่อไม่ได้
"ไปไกล ๆ ฉันนะ"
เวศม์พูดจริงจัง บอกแผนชีวิตในอนาคตให้อันตรารับรู้
"ผมเปิดบริษัทหลักทรัพย์ สร้างอนาคตให้มั่นคง วันหน้าผมแต่งงานมีครอบครัวลูกเมียผมจะได้สบาย ผมมั่นใจว่าจะเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี เป็นสามีที่รักเดียวใจเดียวต่อภรรยา เป็นพ่อที่ดีของลูก"
เวศม์ตาเป็นประกายวิบวับกับผู้หญิงที่เวศม์อยากได้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูก ก็คืออันตรา อันตราแพ้สายตาเวศม์ เข่าอ่อน หัวใจแทบละลาย ใครกันนะจะได้เป็นภรรยาของผู้ชายเพอร์เฟคคนนี้
เวศม์กับอันตราสบตากัน
ศศิพิมลมา อารมณ์ฟิลกู๊ดหายวับไปทันที
"เมียนายมาแล้ว ปรึกษาหารือกันซะ จะมีลูกกี่คน ได้จัดไป"
อันตราไป เวศม์เซ็ง ศศิพิมลมาขัดจังหวะ

มุมหนึ่ง อันตราซึม เธอหลงรักเวศม์ แต่เวศม์ไปชอบน้องสาว แถมเมียเก่าเวศม์ยังตามวอแวอุรวสามาที่ฟิตเนสพอดี
"พี่มารับกลับบ้านแล้วเจ้าอัน ทำไมหงอยอย่างนี้ล่ะ"
"เบื่อ ๆ น่ะค่ะคุณวสา" อันตราสั่งพนักงาน "เดี๋ยวขึ้นไปดูลูกค้าที่ห้องยิมด้วย ฉันกลับก่อนนะ"
อุรวสาประคองน้องเดินออกมาจากฟิตเนสจะไปที่รถ อินทุอรโผล่มาจ๊ะเอ๋ ก่อนจะเข้ามาประคองอีกข้างหนึ่ง
"อ้าวหนูอินมาด้วยเหรอ"
"หนูอินว่างค่ะ เลยขอตามคุณวสามารับพี่อันด้วย"
อันตราสีหน้าดีขึ้นจากที่ทำหน้าเบื่อมาตลอด แต่แล้วก็ซึมลงไปอีก
"อันรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระเหลือเกิน ทุกคนต้องมาคอยเดือดร้อนดูแล"
"ภาระตรงไหนห่ะเจ้าอัน ฟังพูดเข้า พี่ไม่เห็นว่าพี่จะเดือดร้อนตรงไหน"
"นั่นสิคะ ถ้าอินไม่สบาย พี่อันก็ต้องดูแลอินแบบนี้เหมือนกัน หรือไม่จริง เรามีกันสามคนพี่น้องพวกเราก็ต้องดูแลซึ่งกันและกันสิคะ" อินทุอรว่า
อุรวสาบอก
"ใช่ ครอบครัวไม่ใช่ภาระ แต่ครอบครัวคือพลังที่จะส่งเสริม ผลักดันแล้วก็คอยช่วยเหลือกันในเวลาที่เดือดร้อนลำบาก จำไว้นะเจ้าอัน"
อันตรายิ้มออก
"โอเค งั้นเราไปหาอะไรกินอร่อย ๆ กันดีกว่า อันหิว"
"ได้เลย อยากกินอะไรก็บอกมา คุณวสาจัดให้"
" เย้!! คิดไม่ผิดเลยที่ตามคุณวสามารับพี่อัน"
สามสาวหัวเราะสดใส ประคับประคองกันเดินไป

ภายในฟิตเนส เวศม์ไม่ค่อยพอใจศศิพิมลที่บุกมาหา
"พี่ไปหาเวศม์ที่บ้าน บ้านปิด ลองเลยมาที่ทำงานคุณอันตรา เห็นรถเวศม์
จอดอยู่ เวศม์ชอบแม่นักสืบคนนั้นเหรอ"
"พี่ศิน่าจะดีใจกับผมนะครับ ผมเปิดใจซะที หลังจากเจ็บฝังใจกับรักครั้งแรก
มานาน"
"ไม่มีใครลืมรักครั้งแรกได้หรอกจ้ะเวศม์ พี่ก็เหมือนกัน เรากลับมาเริ่มต้นกัน
ใหม่เถอะนะ พี่สัญญา...จะไม่ทำให้เวศม์เสียใจอีก"
"ความรักไม่เหมือนหุ้นนะครับพี่ศิ หุ้นน่ะมีขึ้นมีลง พี่ศิกลับไปหาหุ้นส่วนชีวิตที่
พี่เลือกเถอะครับ"
เวศม์เดินหนีเข้าห้องล็อกเกอร์ผู้ชาย ศศิพิมลตามเข้าไปไม่ได้ เธอเสียใจ น้ำตาคลอ ถูกเวศม์ปฎิเสธ
"พี่ไม่เชื่อว่าเวศม์ลืมพี่แล้ว"
ศศิพิมลซับน้ำตา ไม่ยอมรับความจริง ยังหลอกตัวเองไปเรื่อย ๆ

คืนเดียวกัน บรรยากาศร้านแสงฉานเหงาหงอย ไม่มีลูกค้าเลย ทั้งวันแทบไม่มีลูกค้า เด็กเสิร์ฟเล่นเกมส์บนมือถือแก้เซ็ง ผู้ช่วยเชฟออกมานั่งหง่าว ในครัวไม่มีงานให้ทำ
รถแล่นมา แสงฉานชะเง้อมอง จะจอดหน้าร้านหรือเปล่า ปรากฏว่ารถแล่นผ่านไป ไม่ใช่ลูกค้า เขาเครียด เปิดร้านมาเป็นอาทิตย์ แต่ลูกค้าน้อยมาก

ในเวลากลางคืน แสงฉานขึ้นเตียง มองเมียนอนอ่านนิยายฝรั่งบนเตียง แสงฉานอยากระบายปัญหาที่ร้านให้ฟัง แต่ปากหนัก ไม่พูด
"กู๊ดไนท์จ้ะที่รัก"
"กู๊ดไนท์ค่ะแสง"
แสงฉานนอนหันหลังให้อุรวสา เครียด นอนไม่หลับ อุรวสารู้ว่าผัวกลุ้มใจ เป็นห่วง แต่อยากให้แสงฉานได้บทเรียน จึงไม่ถาม นอนหันหลังให้ ต่างคนต่างไม่คุยกัน

วันใหม่ อำพลใช้อุปกรณ์ผ่าเฝือกอันตรา พ่อแม่พี่น้อง อาศักดิ์หวาดเสียว อัษฎากับสมศักดิ์ถึงกับส่งเสียงลุ้น อู้ย...โอ๊ย...โอ้...
อำพลปิดอุปกรณ์บอก
"คุณพ่อกับคุณอาช่วยเงียบหน่อยครับ"
"ก็มีเสียวไส้"
"แต่หมอต้องใช้สมาธินะครับ"
อำพลผ่าเฝือกต่อ อัษฎากับสมศักดิ์ก็ร้องต่อ อู้ว.... โอ้ว.... จนอำพลเลิกขอร้อง อันตราไม่เข้าใจ พ่อแม่พี่น้อง อาศักดิ์เสียวอะไรหนักหนา อันตราเป็นคนโดนผ่ายังไม่เสียว มันส์ดีออก

อันตราผ่าเฝือกออกแล้ว ร่าเริง เดินเหินสบายใจ
"ระหว่างรอคุณพ่อไปเอารถ อันไปซื้อขนมที่มินิมาร์ทนะคะ"
"เพิ่งผ่าเฝือกออก อย่าเดินมากลูก"
"ไม่ให้เดิน...งั้นวิ่ง งั้นโดด"
อันตรายั่วพ่อเล่น กระโดดแหยง ๆ เริงร่าเต็มที่
"ไอ้ลูกคนนี้ ดื้อจริง"
สมศักดิ์วางสายโทรศัพท์ หน้าเครียด กระซิบบอกอัษฎา บริษัทมีปัญหา อัษฎาตกใจมาก ! เกิดเรื่องใหญ่ที่บริษัท
อัษฎาปรับสีหน้าให้ปรกติ ก่อนหันมาบอกลูกเมีย
"พ่อมีงานด่วน ต้องเข้าบริษัท คุณวสาไปส่งแม่กับน้องทีลูก"
"วสามีประชุมกับบอสค่ะ บอสใหญ่มาจากอเมริกา"
อุรวสาหันมองเวศม์ เห็นแต่แรกแล้วว่าเวศม์อยู่แถวนี้ เวศม์ยิ้มแฉ่ง
"ให้เวศม์ไปส่งซีคะ"

"พ่อไม่ฝากปลาย่างไว้กับแมวหรอก !" อัษฎาโทร.หาภิสิต "เลิกงานหรือยังสิต วานมารับหลานไปส่งบ้านที พี่มีงานด่วน ไปส่งไม่ได้"

ภิสิตไปรับอันตรา อินทุอร บราลีจากโรงพยาบาล ขับรถมาพาส่งบ้าน รถภิสิตเลี้ยวเข้าบ้าน เวศม์แอบขับรถตามมา จอดรถหน้าบ้าน ชะเง้อมองเข้าไป

บราลีกับคนรับใช้ประคองอันตราขึ้นบันได
"อันหายแล้วค่ะคุณแม่"
"หมอบอกว่าอย่าเพิ่งลงน้ำหนักที่ขาเยอะ"
บราลีกับคนใช้พาอันตราหายขึ้นไปข้างบน เหลือภิสิตอยู่กับอินทุอร
อินทุอรอึดอัด ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากอีกแล้ว สายเข้าโทรศัพท์มือถืออินทุอรดัง
"สวัสดีค่ะพี่เวศม์"
ภิสิตหน้าตึง หวง
"พี่เวศม์อยู่ไหนนะคะ"

อินทุอรออกมาหาเวศม์ ภิสิตตามออกมากันท่า
"เข้าบ้านได้ค่ะพี่เวศม์ คุณพ่อไม่อยู่"
เวศม์ยิ้ม
"ครับ"
"ผมว่าไม่เหมาะ พี่อัษเป็นเจ้าของบ้าน เจ้าของบ้านเค้ายังไม่ได้เชิญ"
เวศม์หน้าเจื่อน อินทุอรไม่ค่อยพอใจ ภิสิตไม่มีสิทธิ์กันท่าเธอกับใคร
"ถ้าคุณจริงใจก็ควรเข้าตามตรอกออกตามประตู ไม่ใช่แอบมาในวันที่ผู้ใหญ่ไม่
อยู่บ้าน"
"เอ้อ... หนูอินคะ พี่ว่าพี่กลับดีกว่า"
อินทุอรหน้าตึง ทำอย่างกับเป็นเจ้าของเธอ ทั้งที่ตัวเองมีภรรยาเป็นตัวเป็นตนแล้ว
"วันเสาร์นี้พี่เวศม์ว่างมั้ยคะ อินอยากพาไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์เพลงลูกกรุง"
ภิสิตอึ้ง... หญิงสาวชวนเวศม์ไปบ้านป้าอัปสร
"ว่ายังไงคะพี่เวศม์ ว่างมั้ยคะ"
อินทุอรไม่ได้หันมองภิสิต ไม่อยากเห็นหน้าเคือง เวศม์เห็นสายตาภิสิตแปลก ๆ เหมือนภิสิตหึงหวงอินทุอร หรือแค่ห่วง ชักไม่แน่ใจ

อินทุอรพูดกับกล่องเก็บความลับใบเดิมของเธอ
"เธอทำถูกแล้วอินทุอรการยุ่งกับผู้ชายที่มีภรรยาแล้ว เป็นเรื่องผิดศีลธรรม"
อันตราเข้ามาหาน้อง อินทุอรรีบปิดฝากล่องทันที พร้อมล็อคกุญแจ กุญแจห้อยอยู่ที่สร้อยคออินทุอร
"โอ้โหแฮะ ห้อยกุญแจติดตัวไว้ซะด้วย ซ่อนอะไรไว้ในกล่องน่ะ หนูอิน รหัสกดนิวเคลียร์ถล่มโลกหรอ"
อินทุอรไม่บอก ไม่สนใจพี่สาว อินทุอรเปิด Facebook ในมือถือ
อันตราเขย่ากล่อง
" ข้างมีอะไรหว่า"
อินทุอรเห็นข่าวในอินเตอร์เน็ต หน้าซีดเผือด
"ฮั่นแน่ อย่ามาฟอร์มทำหน้าซีดหน้าเซียว บอกพี่มา ในกล่องมีอะไร"
อินทุอรเสียงสั่น
"เพื่อนอินแท็กข่าวมาให้ บริษัทคุณพ่อถูกไล่ทุบหุ้น"
"ฮะ !"
อินทุอรอ่านข่าวบนมือถือ
"บริษัท ดนยา Construction ถูกนักลงทุนต่างชาติกว้านซื้อหุ้นอาทิตย์ก่อน วันนี้นักลงทุนกลุ่มเดิมเทขายหุ้นทิ้ง ทำให้มูลค่าหุ้นแทบเป็นเศษกระดาษ"
อันตราอ่านข่าวต่อจากน้อง
"นักข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์วีระเวศม์ เป็นตัวแทนกลุ่มทุนต่างชาติ ไล่ถล่มหุ้นครั้งนี้"
สองพี่น้องเป็นห่วงพ่อมาก

ภายในห้องประชุม บริษัท ดนยา ผู้ถือหุ้นประชุมด่วน หลังหุ้นบริษัทโดนถล่มจากเฮดฟันจ์ต่างชาติ อัษฎาโดนรุมด่ายับ
ชาย 1บอก
"ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้ได้ยังไงมันเข้ามาปั่น...ตอนนี้มันเทขายทิ้ง จนหุ้นราคา 26 บาท เหลือ 7 บาท"
อัษฎาเครียดจัด โดนถล่มแหลกในที่ประชุม
หญิง 1บอก
"เป็นผู้บริหาร...ถ้าแก้ไขเรื่องนี้ไม่ได้ เราจำเป็นต้องตั้งคนมาทำงานใหม่"
อัษฎายอมรับคำตำหนิ และคำขู่ เขาประมาท ชะล่าใจ ทำให้บริษัทประสบปัญหาใหญ่

อันตราบุกมาชื่อบริษัท “บริษัทหลักทรัพย์วีระเวศม์ ” เป็นชื่อเดียวกับบริษัทที่ไล่ทุบหุ้น
เธอมองป้ายชื่อบริษัท แล้วเดินเข้าไปอย่างเอาเรื่อง
เวศม์กำลังคุยกับลูกน้อง เห็นอันตราเดินฉับ ๆ เข้ามา
"แหม สมกับเป็นยอดนักสืบ รู้ที่อยู่บริษัทผม ขาหายแล้ว งั้นเย็นนี้ต่อยมวยกันซักยกนะครับ รื้อฟื้นความหลัง"
เวศม์ยิ้มทะเล้น อันตราโมโหมาก เขาทำลายบริษัทพ่ออันตราแล้วยังไม่สำนึก
เธอชกหน้าเวศม์ เปรี้ยง !
"โอ๊ย"

เวศม์แปลกใจ อันตราโมโหอะไรเค้าถึงขนาดนี้

แม่กับลูก ๆ รอพ่อด้วยความเป็นห่วง อัษฎาหิ้วกล่องเบเกอร์รี่เข้าบ้าน ยิ้มแย้มให้ลูกเมีย
 
"มีเบเกอร์รี่เปิดใหม่ใกล้บริษัท พ่อเลยซื้อมาฝาก นวล เอาเค้กไปใส่จานมาให้คุณ ๆ" อัษฎาพูดสั่งคนใช้
บราลีเปิดฉากถาม
"ที่บริษัทเป็นยังไงบ้างคะ"
อัษฎาเห็นลูกเมียเคร่งเครียด ต้องรู้ข่าวการไล่ทุบหุ้นแล้ว เขายิ้ม อารมณ์ดี
"ตอนพ่อเอาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ พ่อรู้อยู่แล้วว่ามีความเสี่ยง นี่พ่อคุยกับฝ่ายการเงิน เค้ามีวิธีทำให้หุ้นฟื้นตัวแล้ว"
"ทำได้ก็ดีค่ะ พวกเราเป็นห่วงคุณพ่อ"อุรวสาบอก
"ขอบใจทุกคนมาก พ่อน่ะ ... ชิล ๆ ลูก"
อัษฎาหัวเราะฮะๆๆ ลูก ๆ สบายใจขึ้น พ่อยังอารมณ์ดีเหมือนเดิม คนใช้ยกเค้กมา
"อ่ะมา พ่อป้อน "
อัษฎาป้อนอินทุอร ลูกสาวคนเล็กก่อน ตามด้วยอันตรา แต่เธอไม่ยอมให้ป้อน เถียงกับพ่อน่ารัก ๆ บราลีรู้ ที่จริงสามีเครียดมาก แต่ไม่ให้ลูกรู้ เธอนึกเป็นห่วงอัษฎา

อัษฎาหนีมานั่งอยู่ภายในสวน แววตาและใบหน้าบ่งบอกชัดเจนว่าเครียดกับเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้น ท่าทางบันเทิงเมื่อครู่หายไปหมดแล้ว
บราลีเดินเข้ามาทางด้านหลัง หยุดมองอย่างนึกรู้ว่าสามีกำลังคิดและกังวลใจอยู่
บราลีเดินเข้ามาทาง จับไหล่อย่างให้กำลังใจ เขาเงยหน้าขึ้นมองภรรยาแล้วยิ้มแห้งเต็มที
เขาจับมือภรรยาไว้ รับรู้ถึงกำลังใจที่ส่งมาให้กัน

อุรวสากับอันตราไขกุญแจห้องอินทุอร ย่องเข้ามา หมายเปิดดูในกล่องความลับว่า ข้างในมีอะไร น้องคนเล็กนอนหลับสนิท อุรวสาแกะกุญแจที่คล้องกับสร้อยคออินทุอร ลุ้น กลัวหนูอินตื่น
อินทุอรพลิกตัวนอนคว่ำ ก่ายหมอนข้าง นอนทับกุญแจ ทั้งสองเซ็ง แกะกุญแจไม่ได้ อันตราหยิบกล่อง จะย่องออกไป
อุรวสาพูดเสียงเบา
"ทำอะไรน่ะเจ้าอัน"
"เอาไปงัด"
"เดี๋ยวหนูอินก็งอนหรอก"
อุรวสาเอากล่องวางที่เดิม พี่ ๆ ย่องออกไป อินทุอรหลับไม่รู้เรื่อง

วันนี้อินทุอรพาเวศม์มาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ชรินทร์ นันทนาคร เวศม์เดินอ่านข้อมูลเป็นความรู้ แต่ไม่ค่อยสนใจนัก คือที่มาเนี่ยก็หวังจะเข้าอันตราผ่านทางอินทุอรนั่นแหละ เวศม์ชอบเพลง Alternative เพลงร็อคมากกว่า อินทุอรจัดแผ่นเสียง เรียงตามพยัญชนะ
เวศม์พยายามถามอินทุอรเรื่องอันตรา
"พักนี้พี่อันของหนูอินเป็นไงบ้าง หงุดหงิดเรื่องอะไรรึเปล่า"
"ไม่มีนี่คะ"
"แน่ใจนะจ๊ะ"
"แน่ใจค่ะ"
ผีผู้หญิงห่มสไบ เดินผ่านประตู ฟื้บ.... แล้วหายไป เวศม์หน้าเหรอ เฮ้ยอะไรวะ ผีหลอกกลางวันแสก ๆ ผีผู้หญิงห่มสไบอีกตัว ผ่านหน้าต่างฟื้บ... เวศม์ชัวร์ ชัดเลย ใช่แน่ ๆ ผีผู้หญิงสองตัวโผล่มาพร้อมกัน ถลึงตา แล่บลิ้นหลอกใส่เวศม์
"แว้ !!"
แต๋วกับต้อยกรี๊ด ! ตกกะใจ

แต๋วกับต้อยถูกจับได้ว่าแกล้งหลอกผีเวศม์ อัปสรตัวต้นคิด ตีหน้ามึน ไม่ขอโทษเวศม์
"ที่รู้เพราะไม่มีผีบ้านผีเรือนที่ไหนกัดสีผมหรอกครับ"
แต๋วกัดสีผมออกแดง
ต้อยแว้ดใส่แต๋ว
"ฉันบอกแล้ว อย่ากัดผมสีนี้"
"วีไอพี..ติ่งเกาหลีกัดสีผมนี้กันทุกคน"
เวศม์ขำป้า ๆ อินทุอรไม่ขำด้วย ป้า ๆ แกล้งหลอกผีพี่เวศม์
"ท่าทางคุณไม่ค่อยชอบเพลงลูกกรุง คงไม่มาอีกแล้วเนอะคะ อย่ามาเลยเนอะคนไม่ชอบนี่เนอะ ไม่อยากให้มาอีกเลยเนอะ"
อัปสรพูดซะวกวน สรุปคือ ไม่อยากให้เวศม์มานั่นเอง
"ครับ ไม่มาแล้วเนอะครับ"
"อินพาพี่เวศม์กลับนะคะ"
อินทุอรกับเวศม์ไหว้ลาป้า ๆ เวศม์เดินยิ้มขำไป พวกป้า ๆ นี่แสบแท้ อัปสร แต๋ว ต้อย เบ้ปากไล่หลังเวศม์ หนอยแน่ะ จะมาแย่งหนูอินจากภิสิต หลานรักของพวกเรา

เวศม์เดินมากับอินทุอร เวศม์หันไปถามอินทุอรต่อเรื่องอันตรา
"แล้วอาการขาหักพี่อันอาการดีขึ้นรึยัง"
"เห็นเดินเหินคล่องแคล่วมากแล้วนะคะ"
"แล้วยังต้องไปโรงพยาบาลอีกรึเปล่า"
"หมอนัดไปเอ็กซ์เรย์อีกครั้งปลายเดือนหน้า แต่คิดว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว"
"ดีจัง...ค่อยสบายใจหน่อย"
"คะ"
เวศม์อึกอัก
"เอ้อ...ก็พี่อันเค้าต้องเจ็บเพราะพี่ พี่ก็เลยไม่สบายใจจ้ะ"
อินทุอรยิ้มๆ ล้อๆ
"พี่เวศม์คงไม่สบายใจเรื่องพี่อันมาก ตั้งแต่มาพี่พูดถึงแต่พี่อัน พี่อันตลอด ... ห่วงกันมากดีนะคะ"
เวศม์เขินไม่พูดอะไร เดินหนีไป อินทุอรมองตาม

อัปสรโทรรายงานภิสิต
"หนูอินพาพ่อนั่นกลับไปแล้ว ไม่กล้ามาอีกแล้วล่ะ โดนพวกป้าแกล้งไป ว่าง ๆ ก็มาหาป้านะตาสิต ป้าคิดถึง" แล้วอัปสรก็วางสายไป
"นี่ ฉันว่านะ หนูอินต้องชอบพ่อเวศม์ ถึงพามา" ต้อยบอก
"อย่าพูดเป็นลางซียะ !"
"อาจเป็นเพื่อนกันก็ได้" ต้อยบอก
"เพื่อนที่ไหนยะ มากันสองคน ชอบกันแหง ๆ" แต๋วว่า
"แม่แต๋ว ถ้าหล่อนไม่เลิกปากเสีย ฉันจะจุดธูปอัญเชิญผีบ้านผีเรือนตัวจริงมาหลอกหล่อน"
หนุ่มล่ำเอาแก๊สมาส่ง 3 ป้าหงุดหงิดเถียงกันอยู่ พลันยิ้มแฉ่ง โอย... มันจะล่ำอะไรปานนี้หลานเอ๊ย... ป้าน้ำลายหก เอื๊อก....

ภิสิตรู้จากป้าอัปสรว่า อินทุอรพาเวศม์ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่บ้านป้าแล้ว ก็เศร้า เข้าใจว่าอินทุอรชอบเวศม์ ภิสิตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ควรจมอยู่กับปัญหาความรัก ภิสิตหยิบแฟ้มงานที่ขนมาจากกระทรวงฯ ไปนั่งทำงานที่โต๊ะอาหาร เขาใส่ใจงานตรงหน้า ทำให้ลืมอินทุอรไปได้ชั่วขณะ

ในห้องนั่งเล่น อัษฎาดึงเชือกปลายกรวยกระดาษ เกิดเสียงดัง ป๊อก..! เศษกระดาษพุ่งออกจากกรวย อัษฎากับอันตราร้อง...เฮ้ สองคนพ่อลูกนิสัยเฮฮา มักสนุกเกินระดับปรกติของชาวบ้าน
"ขอต้อนรับเจ้าอันคนเดิม ไม่ใช่ยายเป๋เฝือกอีกแล้ว เฮ้..."
"เฮ้..."
"อาทิตย์หน้าไปขี่จักรยานกับพ่อที่สวนรถไฟนะลูก... แข่งกัน"
"อันต่อให้คุณพ่อร้อยเมตรเลยค่ะ หนูอินไปด้วยนะ เราต้องไปปูผ้า ทำขนมปังแซนวิชให้พี่กับพ่อกิน เอาทั้งแซนวิชทูน่ากับไส้กรอกเลยนะ"
"คราวนี้อินจะขี่จักรยานด้วยค่ะ ไม่ได้ขี่นานแล้ว"
"พี่ก็ไม่ได้ขี่นานแล้วเหมือนกัน ไม่รู้ยังขี่ได้อยู่รึเปล่า"
"งั้นอาทิตย์หน้าเรายกไปกันหมดบ้านเลย คุณบราลีไปด้วยนะจ๊ะ"
"ค่ะ"
"อันต้องเข้าเส้นชัยเป็นที่ 1"

บราลีรู้ อัษฎากำลังทุกข์หนักเรื่องปัญหาบริษัท แต่คนเปลือกหนาอย่างอัษฎา ไม่เผยความทุกข์ ความในใจให้ใครรู้

เวลากลางคืน อัษฎาหน้าซึมอยู่บนเตียง สถานการณ์บริษัทกำลังย่ำแย่ บราลีเข้ามา เขารีบยิ้มแฉ่งให้เมีย เธอขึ้นเตียงพลางพูด
 
"แน่ใจนะว่าไม่อยากจะเล่าอะไรให้ฟัง"
"อะไรนะจ๊ะ"
"คราวนี้น่าจะหนักกว่าทุกครั้ง ฉันรู้นะว่าคุณยังมีเรื่องกังวลใจอยู่"
อัษฎานิ่งๆ ถอนหายใจยาว
"เราแต่งงานกัน...ก็เพราะอยากร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไม่ใช่ร่วมสุขอย่างเดียว มีลูกก็ช่วยกันเลี้ยง มีงานก็ช่วยกันทำ มีเงินก็ช่วยกันใช้ ไม่มีเงินก็ช่วยกันประหยัด มีปัญหา... ก็ต้องช่วยกันแก้ จริงมั้ยคะ"
อัษฎาพยักหน้าอย่างเข้าใจ
"ผมก็แค่ไม่อยากให้คุณกังวล ไว้ถ้าถึงที่สุดเมื่อไหร่...ผมสัญญาว่าจะพูดกับคุณเป็นคนแรก"
"คุณสัญญากับฉันแล้วนะ"
อัษฎาโผกอดบเมีย บราลีกอดอัษฎาด้วยความผูกพันอย่างที่สุด
"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คุณยังมีฉันกับลูกเป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ"
"ขอบคุณจ้ะ เราจะผ่านปัญหานี้ไปด้วยกัน เหมือนทุกๆ ครั้งที่เรามีกันและกันเสมอ"
อัษฎาซบภรรยา เวลาที่จิตใจอ่อนแอทุกคนล้วนอยากมีใครซักคนพึ่งพิง แม้แต่อัษฎา ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว
"แล้วทุกอย่างจะต้องผ่านไป ไม่ว่าสุขหรือทุกข์ เราต้องผ่านเรื่องไปได้ค่ะคุณอัษ เราจะฝ่าฟันไปด้วยกัน"
อัษฎาน้ำตาคลอ ซาบซึ้งภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก สองสามีภรรยาวัยกลางคนกอดกัน ปลอบประโลม ให้กำลังใจกันและกัน

ร้านปิดแล้ว แสงฉานให้ซองเงินเดือนลูกน้อง ลูกน้องเดินกลับอย่างเหงาๆ
ผ่านเวลา...แสงฉานยังนั่งอยู่ใต้แสงสลัว เครียดเพราะเปิดร้านมากว่าเดือนแต่ลูกค้าน้อยมาก
แสงฉานเปิดเครื่องเก็บเงิน เหลือเงินในเก๊ะเก็บเงินอัตโนมัติไม่ถึงพันบาท ... แสงฉานถอนหายใจยาว
ขาดทุนยับ เจอปัญหานี้เข้าไป ผู้ชายอารมณ์ดีเป็นนิจอย่างแสงฉานก็ยิ้มไม่ออก

แสงฉานเดินกลับเข้ามาที่ห้องนอน เห็นอุรวสากำลังจะเข้านอน
"ทำไมกลับดึกจังคะ"
"ไปขับรถเล่นน่ะ"
อุรวสาไม่ได้ถามต่อล้มตัวนอน พลิกตัวไปอีกข้างหนึ่ง เขานึกน้อยใจเมียที่ทำเหมือนไม่ห่วงซักนิด
"ไม่ถามหน่อยเหรอวสา ทำไมผมถึงไปขับรถเล่น"
"ไม่หรอกค่ะ...ถ้าแสงอยากเล่าก็คงเล่าแล้ว มีอะไรรึเปล่าคะ"
อุรวสาลุกนั่งอยากให้แสงฉานปรับทุกข์ อุรวสารู้ ร้านอาหารของแสงฉานขายไม่ดี
"ไม่...ไม่มี ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร...คุณคงไม่อยากรู้นักหรอก"
อุรวสาโมโห
"มีอะไรก็พูดออกมาสิคะแสง"
"คุณนอนเหอะ ผมจะไปนอนข้างนอก"
แสงฉานเอาหมอนออกไป อุรวสาโกรธ ไม่ง้อ

แสงฉานเอาหมอนมาวางบนโซฟา เครียด หงุดหงิด ผิดหวังตัวเอง น้อยใจเมีย ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามาหมด ในห้องนอน อุรวสาหงุดหงิดพาลนอนไม่หลับ

เช้าวันใหม่ แสงฉานตื่นขึ้นมาที่โซฟา เขาถอนหายใจท่าทางยังดูเครียด เขาเดินเข้ามาในห้องนอน ยืนมองเมียที่ตอนนี้ยังหลับสบายอยู่ เขาเดินเข้ามานั่งข้างเตียง เอาหลังมือไล้ไปตามหน้าเมียอย่างแสนรัก นึกถึงความรักที่ผ่านมา แล้วยิ้ม จูบหน้าผากเมียเบา ๆ ไม่อยากกวนให้วสาตื่น
บนโต๊ะอาหาร วสาแต่งตัวในชุดทำงานเรียบร้อยเดินออกมาจากห้อง บนโต๊ะอาหาร มีอาหารเช้าแบบอเมริกันเบรคฟาสต์ จัดเต็มทั้งไส้กรอกไข่ดาวขนมปัง สองชุด ดูน่ากินมาก
อุรวสาเดินมายืนมอง อมยิ้มชอบใจ รู้ดีว่าแสงฉานพยายามเอาใจเธอ เขาเข้ามาด้านหลัง กอดอุรวสาไว้ก่อนหอมแก้มเธอ
"ผมขอโทษนะที่รัก ที่หงุดหงิดใส่คุณเมื่อคืน"
"ยกโทษให้"
"หือ..ทำไมยกโทษง่ายจัง"
อุรวสาหมุนตัวกลับมาก่อนเอามือคล้องคอแสงฉานไว้ มองตาเขา
"ก็เล่นเอาของอร่อยมาวางไว้เต็มโต๊ะแบบนี้ ขืนเล่นตัวก็เย็นชืดหมดกินไม่อร่อยสิคะ"
สองคนผัวเมียหัวเราะผสานเสียงกัน ลืมความหมองใจที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทั้งคู่ผลัดกันกิน ผลัดกันป้อน
"แล้วตกลงแสงมีอะไรจะเล่าให้วสาฟังไหมคะ"
แสงฉานอึ้งไป ก่อนยิ้มกลบเกลื่อน
"ไม่มีหรอกที่รัก ผมแค่เหนื่อยน่ะ"

แสงฉานยังไม่อยากบอกอุรวสาเรื่องที่ร้านขาดทุนหนัก ฝ่ายเมียมองแบบรู้ทันแต่ก็ไม่เซ้าซี้ให้เสียบรรยากาศอีก เธอยิ้มให้เขา แสงฉานรีบหั่นไส้กรอกให้เอาใจเมีย
 
จบตอนที่ 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...