xs
xsm
sm
md
lg

สวยร้ายสายลับ ตอนที่ 2

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สวยร้ายสายลับ ตอนที่ 2

ปึกปัดฝุ่น เช็ดทำความสะอาดห้องรับแขก ซึ่งมีพระพุทธรูปเก่า ของเก่าต่างๆ วางอยู่มากมาย โดยมีประไพพรรณยืนควบคุมอย่างเข้มงวด

“แกต้องระมัดระวังข้าวของพวกนี้นะ มันเป็นของเก่าแล้วราคาแพงมาก เข้าใจมั้ย”
“ค่ะคุณนาย หนูจะระวังอย่างที่สุดค่ะ”
“แล้วแกก็ห้ามเอาน้ำเปียก ๆ มาเช็ดถูรู้มั้ย”
“ค่ะ ค่ะ หนูเข้าใจ”
“แกปัดกวาดเสร็จแล้วก็ถูตรงนี้หน่อยนะ แล้วก็ไปกินข้าว เสร็จแล้วไปเก็บใบไม้ในสนาม”
“ค่ะ”
วัฒนาเดินลงมาจากบนบ้าน
“คุณพรรณขอน้ำชาแก้วสิ”
“ค่ะ ปึกไปเอาน้ำแข็งใส่ชาจีนมาให้คุณผู้ชายซิ”
“ค่ะ”
ปึกเดินออกไป วัฒนามองตามไม่ได้สนใจนัก
“เป็นไงเด็กใหม่”
“วันแรกยังบอกอะไรไม่ได้หรอกค่ะ ขอให้มันอยู่นาน ๆ ก็พอแล้ว เดี๋ยวฉันไปเตรียมอาหารให้คุณก่อนดีกว่า”
ประไพพรรณเดินออกไป เสียงโทรศัพท์มือถือวัฒนาดังขึ้น วัฒนาหยิบมาดูเห็นเบอร์ขึ้น ชื่อ KV ก็กดรับสาย
“สวัสดีครับคุณเควิน”
เควินพูดโทรศัพท์อยูที่บ้านพักในต่างประเทศ
“ผมได้ข่าวว่ามีคนเอาเศียรพระไปจากวัดดังแถวภาคอีสานหรือ”
“แหม คุณเควินนี่หูตามีเรดาร์หรือไง ขนาดอยู่ต่างประเทศ ยังรู้ความเป็นไปของเมืองไทย”
“ผมก็ต้องอัพเดทข่าวตลอดเวลาสิ ว่าแต่ว่าคุณวัฒนาได้พระมารึยัง”
“ยังเลยครับ ผมกำลังให้คนหาข่าวอยู่ว่าของอยู่กับใคร”
“ผมสนใจและอยากได้นะ”
“ไม่มีปัญหาครับ ผมก็ตั้งใจจะหาให้คุณอยู่แล้ว”
ปึกเอาน้ำชาใส่น้ำแข็ง เข้ามาวางให้วัฒนา
“ว่าแต่ว่าหลวงพ่อนี่ชื่ออะไรนะ”
ปึกลุกออกไปจะพ้นประตู ก็ได้ยินวัฒนาพูด
“เห็นว่าชื่อหลวงพ่อคำเกลี้ยงครับ”
ปึกชะงัก แล้วถอนใจ
“สงสัยเราจะนึกถึงแต่เรื่องหลวงพ่อคำเกลี้ยงมากไป ได้ยินใครพูดอะไรคิดว่าพูดถึงหลวงพ่อตลอด”
“ปึกเอ๊ย มานี่หน่อยซิ”
“ค่ะคุณนาย”
ปึกเดินออกไป วัฒนายังคงคุยโทรศัพท์กับเควินอยู่
“ผมจะพยายามหาของให้ได้ก่อนที่คุณจะมาถึงเมืองไทย”
“ขอบคุณมากคุณวัฒนา แล้วเจอกัน”
เควินกดปิดโทรศัพท์ วัฒนาแสยะยิ้ม
“ไอ้เควินนี่ไวจริงๆ พระเพิ่งถูกตัดไม่กี่วัน รู้เรื่องแล้ว อย่างนี้ต้องโขกราคาให้หนัก”
วัฒนายกชาขึ้นจิบ

เสี่ยเล็กมาที่โกดังเก็บของ มองเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงที่ตั้งอยู่บนแท่นสีดำด้วยความพอใจ บัติ ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทและลูกน้องคนอื่นอีก 3-4 คนยืนรายรอบอยู่
“งามหยด”
“ผมว่าองค์นี้เสี่ยต้องปล่อยได้ราคาเยอะนะครับ”
“มึงอย่าทำรู้เยอะ ไอ้บัติ อยู่กับกู กูไม่ชอบคนรู้เยอ”
“ขอโทษครับเสี่ย”
เสียงโทรศัพท์มือถือเสี่ยเล็กดังขึ้น เขาดูเบอร์แล้วกดรับ
“สวัสดีครับท่านวัฒนา”
“หวัดดีเสี่ยเล็ก เป็นไง สบายดีนะ”
“ครับ ท่านก็สบายดีนะครับ มีอะไรให้ผมรับใช้หรือครับ”
“ได้ข่าวว่าเสี่ยเล็กมีของมาใหม่หรือ”
เสี่ยเล็กชำเลืองมองไปที่เศียรพระหลวงพ่อคำเกลี้ยง
“ยังเลยครับท่าน ยังไม่มีอะไรคืบหน้า”
“จริงอ่ะ แต่เท่าที่ผมเช็คมา เขาบอกว่าคนของเสี่ยเอาของไปไม่ใช่หรือ”
“ใช่ครับ มันเป็นลูกน้องเก่าผมเอง มันออกไปนานแล้ว”
“หมายความว่าเขาไม่ได้เอาของมาปล่อยกับเสี่ยเล็กหรือ”
“ยังเลยครับ นี่ผมก็กะจะโทรหามันเหมือนกัน”
“ฝากเสี่ยเป็นธุระหน่อยนะ ผมอยากได้”
“ได้ครับ ถ้าได้เรื่องยังไงผมจะโทรกลับท่านวัฒนาอีกที”
“ขอบใจเสี่ยมาก”
วัฒนากดปิดโทรศัพท์ เสี่ยเล็กปิดโทรศัพท์ บัติพูดขึ้นทันที
“เห็นมั้ยครับเสี่ย ของมายังไม่ถึงสองวัน มีลูกค้าโทรมาแล้ว”
“แต่องค์นี้พวกมึงต้องหุบปากไว้นะ อย่าเที่ยวบอกใครว่าของอยู่กับกู”
“ทำไมล่ะครับเสี่ย”
“องค์นี้กูจะเก็บไว้สักพักเพื่ออัพราคา”
“โอ้โหเสี่ยนี่ สุดยอดเซลล์แมนจริง ๆ”
“หึ ของดี ใคร ๆ ก็ต้องอยากได้”

เสี่ยเล็กมองกลับไปที่เศียรพระ ยิ้มพอใจ

ภายในโบสถ์วัดหลวงพ่อคำเกลี้ยง ขั้นเทพ กับ ไมค์ โจ๊กเกอร์ ยืนมององค์พระที่ไม่มีเศียร เจ้าหน้าที่ในชุดสีกากีสองนายนั่งเฝ้าอยู่ที่โต๊ะ รอบองค์พระมีสายกั้นของตำรวจกันไม่ให้คนเข้าไปใกล้องค์พระ
 
สองหนุ่มมององค์พระด้วยความเครียด
“ไอ้พวกนี้มันเลวจริง ๆ จับได้น่าจะตัดคอมันทิ้งให้สมกับที่มันตัดเศียรพระ”
“นายไม่ต้องออกอารมณ์มาก เดี๋ยวคนเขาจะสงสัย”
“ก็คนกำลังโกรธอยู่นี่ มันยั้งไม่อยู่ เห็นแล้วมันเลือดขึ้นหน้า”
“อย่างน้อยนายก็ยังเป็นคนดีอยู่นะ ที่รู้สึกรักชาติหวงของแผ่นดิน”
“นี่ผู้กอง ฉันเป็นคนไทย แล้วก็เป็นลูกอีสานแท้นะ ฉันย่อมโกรธแค้น ที่คนมันมาทำอย่างนี้กับคนอีสาน”
“งั้นก็ดี นายควรจะช่วยฉันจับไอ้พวกนี้มาลงโทษ”
“แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันทำงานนี้ฟรีนะ”
“ฉันนึกแล้ว ไป”
“ไปไหน”
“เย็นนี้ฉันมีนัดกับคนที่จะพาเราไปหาไอ้คนที่ตัดเศียรพระ”
“นายพูดจริงหรือ ฉันขอฆ่ามันด้วยมือฉันเองนะ”
“ลืมไปแล้วหรือ นายต้องแสดงตัวเป็นนายหน้ามารับซื้อของเขา”
“เออ ขอโทษลืมไป ออกแอ๊คชั่นไปนิด อารมณ์มันติดพัน”
สองหนุ่มเดินออกไป

บริเวณล็อบบี้โรงแรมที่ร้อยเอ็ด เมษาเดินเข้ามาพร้อมกับกดโทรศัพท์หาไมค์ โจ๊กเกอร์ ขณะนั้นไมค์ โจ๊กเกอร์ นั่งอยู่เบาะหลังในรถขั้นเทพ เขาหยิบโทรศัพท์มาดู เห็นเบอร์ของสวยเสมอ จึงรีบกดรับสาย
“สวัสดีครับคุณสวยเสมอ”
ขั้นเทพขับรถ เหลือบมองกระจก
“นี่ผมก็กะว่าจะโทรหาคุณอยู่พอดีเลยครับ”
“คุณไมค์นี่ปากหวานจัง”
“ไม่ได้ปากหวานนะครับ ผมคิดถึงคุณสวยเสมอจริง ๆ”
ขั้นเทพเหลือบมองอย่างหมั่นไส้
“คิดถึงก็มาหาสิคะ มาทานข้าวกัน”
“โธ่ ผมอยากไปใจจะขาด แต่ไปไม่ได้จริง ๆ ครับ”
“ทำไมจะไม่ได้คะ ตอนนี้สวยอยู่ร้อยเอ็ด”
“จริงหรือครับ คุณอย่าล้อผมเล่นนะ”
ขั้นเทพมองสงสัย
“สวยไม่ได้ล้อเล่นค่ะ สวยอยู่ที่โรงแรม”
“หา จริงหรือครับ”
“จริงสิคะ ทุ่มหนึ่งเจอกันที่ล็อบบี้โรงแรมนะคะ”
“ได้เลยครับ”
เมษากดปิดโทรศัพท์ ยิ้มอย่างมีเลศนัย
ไมค์ โจ๊กเกอร์ ปิดโทรศัพท์ แล้วชะโงกหน้ามาบอกขั้นเทพ
“เป็นไงผู้กอง น้องสวยเสมอบินมาหาฉันถึงร้อยเอ็ดเลยนะ”
ขั้นเทพเบรครถทันที ไมค์ โจ๊กเกอร์ หน้าคะมำหัวทิ่ม ก่อนจะถูกขั้นเทพกระชากคอเสื้อ
“นายไปบอกผู้หญิงหรือว่านายอยู่ไหน”
“ทำไมฉันจะบอกใครไม่ได้”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ สะบัดมือขั้นเทพออก
“นายลืมไปแล้วหรือว่าเรากำลังทำงานลับอยู่”
“แต่กับน้องสวยจะเป็นอะไรไป เขาก็แค่ว้อนท์ฉันเท่านั้นเอง”
“นายอย่าหลงตัวเองให้มาก ผู้หญิงสวยขนาดนั้น เขาไม่น่ามาตามติดนาย ฉันว่าเธอต้องมีแผนอะไรสักอย่าง”
“ผู้กอง ฉันว่านายอย่ามาตีลูกกันฉันหน่อยเลย น้องสวยเสมอเขาหลงใหลในความหล่อของฉัน”
ขั้นเทพกระชากคอเสื้อ ไมค์ โจ๊กเกอร์ กลับมา
“ฉันจะเตือนนายอีกครั้งนะ เรามาที่นี่เพื่อมาทำงาน แล้วเย็นนี้ เราก็มีนัดสำคัญ นายต้องหุบปาก ห้ามบอกใครทั้งนั้น”
“แต่เย็นนี้ฉันนัดกับน้องสวยเสมอแล้ว”
“โทรกลับไปบอกเธอว่าวันนี้นายยกเลิก นายไม่สบาย”
“เฮ้ย แต่ว่า”
“ไม่มีแต่ นายอยากเข้าคุกหรือไง โทรเดี๋ยวนี้”

ขั้นเทพมองจ้องหน้าเอาเรื่อง ไมค์ โจ๊กเกอร์ สะบัดมือขั้นเทพออกด้วยความโกรธ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด

เมษาอยู่ในห้องพักโรงแรม เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาดูอย่างแปลกใจ ก่อนจะกดรับ

“นี่คุณถึงโรงแรมแล้วหรือคะ”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ พูดโทรศัพท์อย่างจำยอม โดยมีขั้นเทพนั่งจ้อง คุมอยู่
“ยังหรอกครับ ผมจะโทรมาบอกคุณว่าเย็นนี้ผมคงไปเจอคุณไม่ได้แล้ว”
“อ้าว ทำไมล่ะคะ”
“เอ่อ คือว่าผม”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ จะทำลีลา แต่ก็ถูกขั้นเทพกระชากคอเสื้อ
“โอ๊ย”
“คุณเป็นอะไรรึเปล่าคะ”
“อ๋อ มดกัดน่ะครับ คือ ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะครับ อยากกลับไปพักผ่อน พรุ่งนี้ผมจะโทรหาคุณสวยเสมออีกทีนะครับ”
“แล้วคุณไมค์ไม่สบายเป็นอะไรหรือคะ”
“เป็นไข้น่ะครับ มันตัวร้อน ๆ รุม ๆ”
ขั้นเทพทำมือบอกให้วางหูโทรศัพท์ได้แล้ว ไมค์ โจ๊กเกอร์มองโกรธ
“พรุ่งนี้ผมโทรหานะครับ”
“ค่ะ ดูแลตัวเองนะคะ”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ กดปิดโทรศัพท์มองขั้นเทพอย่างขัดใจ ในขณะที่เมษามองโทรศัพท์อย่างครุ่นคิด
“แสดงว่าไอ้ไมค์ โจ๊กเกอร์ ต้องมีนัดสำคัญแน่ ถึงไม่ยอมกินข้าวกับเรา ต้องสืบให้ได้”
เมษาพยักหน้าบอกกับตัวเอง

ไมค์ โจ๊กเกอร์ นั่งอยู่ด้านหลังรถ ชะโงกหน้ามาบอกขั้นเทพ
“ความจริงหลังจากเสร็จธุระนาย ฉันขอไปกินข้าวต้มตอนดึกกับน้องสวยได้มั้ย”
“ไม่ได้ ตอนนี้นายห้ามพบกับใครทั้งนั้น และนายก็ควรจะอยู่ห่าง ๆ กับเธอ เธออาจจะเป็นคนของใครสักคนที่กำลังสืบเรื่องของนาย”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ มองอย่างรำคาญ ขยับตัวกลับไปนั่งพิงเบาะ
“แล้วถ้าเธอรู้ว่านายเป็นแค่ตลกคาเฟ่ นายอาจจะตายก็ได้”
“ฉันว่านายคิดมากไปน่ะ”
เสียงโทรศัพท์มือถือของขั้นเทพดังขึ้น เขาดูเบอร์แล้วกดรับสาย
“หวัดดีครับพี่บัติ”
บัติเดินเข้ามาในล็อบบี้ของโรงแรม มีลูกน้องเดินตามมาด้วย 2 คน
“นี่ผมมาหาคุณที่โรงแรมแล้ว”
“โทษทีพี่ ไม่เกินสิบนาที ผมถึงแล้ว”
ขั้นเทพกดปิดโทรศัพท์แล้วบอกไมค์ โจ๊กเกอร์
“ไอ้คนที่ฉันนัดหมาย มันโทรมาแล้ว เดี๋ยวถึงโรงแรม นายวางมาดให้ดี แล้วเดินขึ้นห้องไป ฉันจะคุยกับมันเพื่อให้พาเราไปหาหัวหน้ามัน จำไว้นะ ถ้าฉันไม่เรียก นายห้ามออกมาเปิดประตูรับใครทั้งนั้น เข้าใจมั้ย”
“ฉันรู้น่ะ”

ไมค์ โจ๊กเกอร์ ตอบด้วยความรำคาญในความเข้มงวดของขั้นเทพ

เมษาเดินออกจากลิฟต์โรงแรม มาที่เคาน์เตอร์ เพื่อถามพนักงาน

“ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณไมค์ โจ๊กเกอร์ กลับเข้ามารึยังคะ”
“ยังเลยค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ”
เมษาหันมองรอบตัว ตัดสินใจเดินไปที่เก้าอี้รับแขกของล็อบบี้ บัตินั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ตรงข้ามลดหนังสือพิมพ์ลงมองเมษา เมษาหันไปหยิบหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่ใกล้มือ หันกลับมาเห็นบัติมองแล้วยิ้มให้ หญิงสาวเมิน ยกหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน ลูกน้องบัติมองเมษาแล้วกระซิบลูกพี่
“สวยนะพี่”
“อืม”
ประตูโรงแรมเปิด ขั้นเทพเดินเข้ามาพร้อมไมค์ โจ๊กเกอร์ บัติมอง เห็นขั้นเทพกระซิบกับไมค์ โจ๊กเกอร์ จากนั้น ไมค์ โจ๊กเกอร์ ก็เดินเข้าไปในลิฟต์ บัติเดินเข้าไปหาขั้นเทพ
เมษาลดหนังสือพิมพ์ลง เห็นบัติเดินเข้าไปหาขั้นเทพ เธอชะงักมองอย่างสนใจ
“หวัดดีพี่บัติ”
ขั้นเทพมองซ้ายขวาอย่างระมัดระวังตัว เมษายกหนังสือพิมพ์บังหน้า แล้วแอบมอง เห็นขั้นเทพเดินนำบัติออกไปทางหลังโรงแรม เธอจึงลุกตามไป

บริเวณสวนหลังโรงแรม ขั้นเทพยืนคุยกับบัติอยู่ในมุมลับตา ลูกน้องบัติยืนประกบ
“แต่นายผมเขาอยากคุยกับนายพี่บัติโดยตรงนะ”
“ก็ผมบอกแล้วไง นายผมเขาไม่คุยด้วย ถ้าคุณสนใจของก็เปิดราคามา ถ้านายผมโอเคทุกอย่างก็จบ”
เมษาแอบซุ่มมองอยู่หลังพุ่มไม้
“พี่บัติ ผมจะบอกให้นะ นายผมคนนี้เขาไม่ได้ซื้อของแค่ชิ้นสองชิ้นนะ เขาเป็นพ่อค้าระดับชาติ เราไม่ได้มาซื้อปลาทูนะ ถ้าเจ้านายพี่ไม่สนใจก็ไม่เป็นไร”
“เอา เอา เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมจะกลับไปคุยกับนายก่อน ถ้านายผมเขายอมคุยด้วยผมจะโทรกลับมาบอกคุณเคนอีกที”
“แต่อย่าช้านะ เพราะนายผมเขาใจร้อน”
“ไม่ช้าหรอก ไม่เกินชั่วโมงก็รู้เรื่อง”
ขั้นเทพพยักหน้า สายตาเหลือบไปเห็นใบไม้ไหว ๆ ตรงที่เมษาซุ่มอยู่ เขาชะงัก บัติมองตาม
“มีอะไรหรือ”
“ไม่มี แล้วอย่าลืมล่ะพี่บัติ บอกเจ้านายพี่ ถ้าขายได้ต้องให้ค่านายหน้าผมห้าเปอร์เซ็นต์นะ”
“คุณก็อย่าลืมแบ่งให้ผมสองเปอร์เซ็นต์”
“ไม่ลืมอยู่แล้วพี่บัติ”
บัติเดินออกไปกับลูกน้อง ผ่านพุ่มไม้ที่เมษาซุ่มอยู่ เมษาหลบตัวแอบเข้าไป บัติเดินผ่านไป เธอสงสัยว่าบัติเป็นใคร พอหันกลับมาก็ต้องสะดุ้ง
“อุ๊ย นายเคน”
“คุณมาทำอะไรที่นี่”
“ฉันก็มาเดินเล่นในสวน แล้วนี่คุณไมค์อยู่ไหนเห็นว่าไม่สบาย”
“เขานอนอยู่ที่ห้อง”
“งั้นฉันขอไปเยี่ยมได้มั้ย”
“ไม่ได้ครับ คุณไมค์สั่งห้ามรบกวน”
“แล้วนี่นายเคนจะไปไหน”
“ผมจะกลับเข้าไปในโรงแรม”
“เออนี่ นายเคนว่างมั้ย ฉันอยากจะคุยด้วยหน่อย”
“เรื่องอะไรครับ”
“เรื่องเจ้านายเธอ”
“ทำไมหรือครับ”
“ฉันอยากรู้เรื่องส่วนตัวเขาน่ะ”
“แล้วทำไมคุณถึงอยากรู้เรื่องส่วนตัวเขา”
“ก็ฉันชอบเขา”
“ผมรู้ว่าคุณโกหก”
“เรื่องอะไรมาว่าฉันโกหก”
“เพราะผมไม่เชื่อว่าผู้หญิงสวย ๆ อย่างคุณจะชอบคุณไมค์”
“ทำไมหรือ เขามีอะไรเสียหายหรือไง หรือว่าเขาเป็นเกย์”
“ผมว่าคุณบอกผมมาดีกว่า ว่าคุณต้องการอะไรกันแน่ ถึงมาตามติดคุณไมค์”
“ก็บอกไปแล้วไงว่าฉันชอบเขา”
เมษาจะเดินไป ขั้นเทพคว้าข้อมือเธอไว้
“เดี๋ยว”
“เรื่องอะไรมาจับแขนฉันเนี่ย ปล่อย”
“ผมจะไม่ปล่อย ถ้าคุณไม่บอกว่าทำไมอยู่ ๆ ถึงเข้ามาหาคุณไมค์ และต้องการอะไรกันแน่”
ขั้นเทพมองจ้อง เมษามองตอบอย่างไม่กลัว
“ฉันว่านายปล่อยมือฉันดีกว่า”
“แล้วถ้าผมไม่ปล่อยล่ะ”
เมษาสับเข้าที่สันมือขั้นเทพ จนชายหนุ่มปล่อยมือหลุด เมษาหมุนตัวสับเข้าที่เอวขั้นเทพ ขั้นเทพรับได้ หลบได้ ก่อนจะคว้าตัวเมษามากอดไว้
“บอกผมมาซะดี ๆ ว่าคุณเป็นใคร”
“ปล่อยฉัน”
เมษาสะบัดศอกคู่ใส่ท้องขั้นเทพ จนตัวงอ
“โอ๊ย”
“ดี สมน้ำหน้า”
เมษาหมุนตัวหันมาต่อยซ้ำ ขั้นเทพเซ เมษาได้ใจรี่ตามเข้าไปจะซ้ำอีกที ขั้นเทพจับข้อมือหญิงสาวบิดรวบตัวมากอดอีกครั้ง
“ถ้าคุณไม่บอกว่าคุณเป็นใคร ผมคงต้องจูบคุณให้คุณเปิดปากพูดแล้วนะ”
“ปล่อยฉันนะ”
“ผมไม่ได้ขู่นะ ผมจะจูบคุณจริง ๆ”
เมษาเม้มปาก ขั้นเทพก้มลงจะจูบ หญิงสาวพยายามดิ้น ไมค์ โจ๊กเกอร์ วิ่งเข้ามา
“ไอ้เคน นี่แกทำบ้าอะไรเนี่ย”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ เข้ามากระชากตัวเมษาแยกออกมา
“คุณสวย คุณเป็นยังไงบ้างครับ”
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ แต่คนขับรถคุณจะปล้ำฉันค่ะ”
“ไอ้ผู้ ไอ้เคนทำไมแกทำแบบนี้”
“ผมไม่ได้ปล้ำเธอนะครับ ผมแค่สอบสวนว่าทำไมเธอถึงมาตามติดเจ้านาย จะมาทำมิดีมิร้ายเจ้านายรึเปล่า”
“ก็ฉันบอกไปแล้วไงว่าฉันชอบคุณไมค์”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ ชะงักมองเมษา แล้วมองขั้นเทพ ยิ้มเยาะ
“ได้ยินรึยัง ไอ้เคน ว่าคุณสวยเสมอเขาชอบฉัน”
“แต่ผมว่าเธอจะมาปอกลอกเจ้านายนะครับ”
“บ้าใหญ่แล้ว นายนี่มันหยาบคายจริง ๆ ดูถูกฉันหรือ”
“ใช่ คุณเห็นว่าคุณไมค์รวยใช่มั้ย ถึงมาตามติดเขา”
“ไอ้เคน ฉันว่านายหยุดบ้าได้แล้ว ถึงฉันจะโดนคุณสวยเสมอหลอก ฉันก็เต็มใจโว้ย นายจะไปไหนก็ไปได้แล้ว ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้า”
“ผมคงไปไม่ได้หรอกครับ”
“ทำไม”
“ผมได้รับคำสั่งจากท่านพ่อคุณให้ดูแลคุณตลอดเวลา อย่าให้ผมต้องรายงานท่านพ่อคุณเลยนะครับ”
ขั้นเทพบอกเสียงเข้ม ไมค์ โจ๊กเกอร์ มองอย่างคับแค้นใจ จำใจยอม
“เอ่อ คุณสวยครับ ผมขอโทษแทนไอ้เคนมันด้วยนะครับ มันไม่ค่อยเต็ม วันนี้ผมไม่ค่อยสบาย
พรุ่งนี้เราค่อยคุยส่วนตัวกันนะครับ”
“ก็ได้ค่ะ พักผ่อนเยอะ ๆ นะคะ”
เมษาเดินออกไป ขั้นเทพมอง ยักคิ้วให้หญิงสาว
“นายกับฉันนต้องได้เห็นดีกันแน่”
เมษาบอกอย่างอาฆาต ไมค์ โจ๊กเกอร์หันมาจะต่อว่า
“นี่ ผู้กอง”
“ไม่ต้องพูดมาก ตามฉันขึ้นไปที่ห้อง”
ขั้นเทพเดินออกไป
“ทำไมเราต้องมาเป็นลูกน้องมันด้วยวะ”

ไมค์ โจ๊กเกอร์ แค้นใจ
 
อ่านต่อหน้า 2

สวยร้ายสายลับ ตอนที่ 2

ขั้นเทพเปิดประตูห้องพัก ไมค์ โจ๊กเกอร์ เดินตามเข้ามาอย่างเอาเรื่อง

“ผู้กอง เรื่องอะไรมาตีท้ายครัวฉัน”
“ท้ายครัวอะไร”
“หนอย อยู่บนรถบอกเราว่าผู้หญิงคนนี้ไว้ใจไม่ได้ แต่นายแอบมาดักเจอเธอ แถมยังคิดจะปล้ำขืนใจเธออีก อย่างนี้เขาไม่เรียกตีท้ายครัวงั้นหรือ”
“ฉันกำลังสอบสวนเธอต่างหาก ว่าเธอเป็นใครกันแน่”
“สอบสวนแล้วต้องจูบปากด้วยหรือ”
“ฉันแค่ขู่ให้เธอพูดความจริง นายดันเข้ามาแทรก”
“ไม่ต้องเลย ไม่ต้องมาทำลูกเล่นเลย มุกแบบนี้ฉันเอาไปเล่นตลกบ่อย ๆ นายแอบชอบเธอก็บอกมาเถอะ แล้วนายก็โกรธที่เธอบอกว่าชอบฉัน เลยคิดจะข่มขืนเธอใช่มั้ย”
“ฉันว่านายหยุดบ้าซะที ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เซลล์ขายของธรรมดาแล้ว”
“ก็ใช่สิ ฉันรู้ว่าเธอไม่ธรรมดา เธอเซ็กซี่ นายถึงชอบไง”
“ฉันหมายถึงว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงหน่อมแน้มอย่างที่นายเห็น ฉันว่าเธอต้องปลอมตัวมาเพื่อมาสืบเรื่องของนายกับฉัน”
“ไม่ว่านายจะพูดยังไงฉันก็ไม่มีวันเชื่อหรอก”
เสียงโทรศัพท์มือถือของขั้นเทพดังขึ้น เขากดรับ
“ฮัลโหล”
บัติพูดโทรศัพท์อยู่ที่โกดังเสี่ยเล็ก
“ตกลงนายผมยินดีที่จะพบนายคุณ คืนนี้สามทุ่มตรงเจอกันที่อุทยานประวัติศาสตร์”
“ได้”
“มาแค่สองคนนะ”
“ครับพี่บัติ สามทุ่มเจอกัน”
ขั้นเทพกดปิดโทรศัพท์แล้วหันมาบอกไมค์ โจ๊กเกอร์
“ฉันว่านายนอนพักเอาแรงซะ สามทุ่มเรามีงาน”
“สามทุ่มหรือ งั้นทุ่มหนึ่งฉันก็กินข้าวกับน้องสวยได้สิ”
“ไม่ได้ นายไม่เข้าใจที่ฉันพูดหรือไง”
ขั้นเทพเดินเข้าห้องน้ำไป
“ทำเป็นเอาเรื่องงานมาบังหน้า ที่แท้ก็อยากจะฟันน้องสวยเสมอเหมือนกับเรา อย่าหวังเลยไอ้ผู้กองเทพพนม”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ ทำหน้าไม่เชื่อใส่

เวลาเดียวกันนั้น เมษาคุยโทรศัพท์กับสถิตย์ยุทธอยู่ในห้องพัก
“ตอนนี้นายไมค์กำลังจะนัดเจอใครสักคนที่ร้อยเอ็ด แต่เมยังไม่รู้ว่าใคร”
“ดี สืบให้รู้ว่ามันไปเจอกับใคร”
“แต่เมคิดว่าอาจจะเกี่ยวกับเรื่องหลวงพ่อคำเกลี้ยงที่เพิ่งถูกตัดเศียรไป”
“ถ้าเป็นเรื่องนั้นก็ดี เราจะได้รู้ว่าตอนนี้เศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงอยู่กับใคร”
“ค่ะ ได้เรื่องยังไงเมจะรีบรายงานหัวหน้าทันที”
“ดีมาก ระวังตัวด้วยล่ะ”
“ค่ะ”
เมษากดปิดโทรศัพท์
สถิตย์ยุทธวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ชายชาตินั่งอยู่ตรงข้าม
“ผู้การนี่สุดยอดจริง ๆ ครับ”
“ทำไมหรือ”
“ก็ที่ส่งผู้กองเมษาไปตามติดไอ้ไมค์ โจ๊กเกอร์ ถ้าไอ้ไมค์มันตามไปเจอเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงจริง ๆ เราก็ไม่ต้องออกแรงตามหาให้เสียเวลาน่ะสิครับ”
“นายก็อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกให้วัฒนารู้ล่ะ เพราะถ้าเราเจอหลวงพ่อคำเกลี้ยงก่อน เราก็จะขายให้กับไอ้เควินได้ก่อน ไม่ต้องรอแบ่งเปอร์เซ็นต์จากวัฒนา”
“นี่ไงครับผมถึงบอกว่าท่านฉลาดสุด ๆ”
“ว่าแต่นายเถอะ ทางหัวหน้านายมีข่าวอะไรคืบหน้ามั้ย”
“ยังไม่มีอะไรครับ ถ้ามีอะไรผมต้องรายงานท่านก่อน อ้อ ผมอยากจะขออนุญาตเบิกเงินท่านล่วงหน้าสักก้อนได้มั้ยครับ”
“ฉันนึกแล้วว่าที่นายมาหาฉันต้องมาเรื่องนี้”
สถิตยุทธหยิบเงินจากลิ้นชักออกมาหนึ่งแสนบาทส่งให้ชายชาติ
“อย่าใช้ให้มันมากนักล่ะ เก็บ ๆ ไว้บ้าง”
“ขอบคุณครับท่าน”

ชายชาติยิ้มพอใจ

ประไพพรรณลงมาจากชั้นบนของบ้าน ร้องเรียกหาปึก ปึกรีบเข้ามาหา

“ไปตลาดกับฉัน เดี๋ยวฉันจะพาแกไปดูร้านที่ฉันชอบซื้อของ วันหลังแกจะได้ไปซื้อแทนฉันได้”
“ค่ะ”
วัฒนาเปิดประตูห้องทำงานออกมาเรียกประไพพรรณ ประไพพรรณเดินเข้าไปหาที่หน้าห้อง ปึกเดินตามไป
“ตอนนี้คุณมีเงินสดที่ตัวเท่าไหร่ หกเจ็ดแสนถึงมั้ย”
“มีค่ะ แล้วเงินสดของคุณล่ะ”
“เมื่อวานผมเพิ่งเอาเข้าแบงค์ไป”
ปึกมองผ่านช่องประตูเข้าไป เห็นชายคนหนึ่งนั่งดูเศียรพระอยู่ ปึกชะงัก ชะเง้อมอง
“ผมขอยืมคุณก่อน”
วัฒนาเหลือบมาเห็นปึกมองเข้าไปในห้อง จึงดึงประตูปิด ประไพพรรณหันมาบอก
“ปึก แกไปรอข้างนอกก่อน”
“ค่ะ”
ปึกเดินออกไป วัฒนามองตามแล้วหันมาบอก
“คุณเอาไปให้ผมในห้องนะ คุณวินัยเขารออยู่”
“ค่ะ”
วัฒนาเดินกลับเข้าห้องไป ประไพพรรณเดินกลับขึ้นไปชั้นบน

ปึกนั่งรอประไพพรรณอยู่หน้าบ้าน พยายามคิดถึงเศียรพระที่เห็นในห้องวัฒนาเมื่อครู่ แล้วถอนใจ
“ไม่ใช่หลวงพ่อคำเกลี้ยงนี่หว่า แล้วทำไมคุณผู้ชายถึงมีเศียรพระ”
ประไพพรณเดินออกมาจากบ้าน
“ไป นังปึก”
“เอ่อ คุณนายคะ”
“อะไร”
ประไพพรรณมองจ้อง ปึกตั้งใจจะถามเรื่องเศียรพระ แต่เห็นประไพพรรณจ้อง เลยไม่กล้า
“อ๋อ หนูจะถามว่าร้านที่เราจะไปซื้อร้านอะไรคะ”
“เดี๋ยวไปถึง แกก็รู้เอง”
ประไพพรรณเดินออกไป ปึกเดินตาม

เวลาสามทุ่ม ขั้นเทพขับรถเข้ามาที่อุทยานประวัติศาสตร์ เขาหันมากำชับไมค์ โจ๊กเกอร์ ที่นั่งเบาะด้านหลัง
“เอาล่ะ ฟังฉันให้ดีนะ ที่เราจะลงไปคุยเนี่ยมันอันตรายมาก นายต้องระมัดระวังคำพูด”
“ฉันรู้แล้วน่ะ นายไม่ต้องมาย้ำบ่อย ๆ ฉันก็กลัวตายเหมือนกันนะ”
“เอาล่ะลงไปได้แล้ว”
ขั้นเทพเปิดประตูรถ เดินอ้อมมาเปิดประตูให้ไมค์ โจ๊กเกอร์ ลงมา
“ไหน ไม่เห็นมีหมาสักตัว”
“ฉันบอกแล้วไงว่าให้ระมัดระวังคำพูด”
บัติเดินออกมากับลูกน้องอีก 2 คน ขั้นเทพยกมือให้
“ทางนี้ พี่บัติ”
บัติเดินเข้ามาหา
“ไหนล่ะเจ้านายพี่บัติ”
“อยู่ในรถ”
“นี่เจ้านายฉัน”
“หวัดดีครับ”
“ไปเรียกเจ้านายแกมา ฉันมีเวลาคุยไม่มาก”
“เจ้านายผมเชิญคุณไปคุยที่รถครับ”
“งั้นก็ไปดิ”
สองหนุ่มขยับจะเดิน บัติเอามือขวางไว้
“เดี๋ยวครับ”
“อะไรอีกวะ”
“ผมต้องขออนุญาตค้นตัวพวกคุณก่อน”
“เฮ้ย”
“เพื่อความปลอดภัยของทั้งสองฝ่าย”
“เอา”
ขั้นเทพยกมือขึ้น บัติตบคลำตามตัว แล้วชะงักเจอปืนที่เอว
“ผมก็ต้องมีปืนไว้ป้องกันตัวนะ”
“ผมต้องขอยึดไว้ก่อน”
“เชิญ”
บัติเอาปืนขั้นเทพเหน็บเอวตัวเอง แล้วหันมาหาไมค์ โจ๊กเกอร์
“ขอโทษด้วยนะครับ คุณไมค์”
“ทำยังกะเป็นพวกซีไอเอ”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ ยกมือขึ้น บัติตบที่ข้างลำตัวไล่ลงมาด้านล่าง จะตบเป้า ไมค์ โจ๊กเกอร์ เอามือปิด
“หวังว่านายคงไม่ตบเป้าฉันนะ เพราะฉันคงไม่ซ่อนปืนไว้ในเป้า”
บัติมจ้อง ขั้นเทพมองลุ้น
“งั้นก็เชิญครับ”
บัติเดินนำออกไป ไมค์ โจ๊กเกอร์ มองขั้นเทพ ถามถึงลีลาของตัวเอง
“เป็นไง”

ขั้นเทพส่ายหน้า

เสี่ยเล็กนั่งรออยู่ในรถตู้ ไมค์ โจ๊กเกอร์ ก้าวเข้าไปในรถ ขั้นเทพขยับจะตาม บัติเอามือขวางไว้

“นายเขาขอคุยส่วนตัว”
ขั้นเทพชะงัก ไมค์ โจ๊กเกอร์ หันมาทำทีเป็นสั่งขั้นเทพ
“แกรอฉันอยู่ข้างนอก”
ขั้นเทพมองสบตาไมค์ โจ๊กเกอร์ อย่างมีเงื่อนงำ
“ครับ”
บัติดึงประตูรถปิด ขั้นเทพมองลุ้นปนหวั่นใจ

ภายในรถ เสี่ยเล็กถามไมค์ โจ๊กเกอร์
“คุณไมค์อยากได้อะไรหรือครับ”
“ผมอยากได้ทุกอย่างที่คุณมี”
เสี่ยเล็กชะงัก มองประเมิน
“หมายความว่าคุณไมค์จะซื้อของผมหมดเลยหรือครับ”
“มันก็ขึ้นอยู่กับว่าของของเสี่ยสวยและแท้พอที่ผมจะเอาไปให้ลูกค้าได้รึเปล่า”
“เรื่องสวยและแท้ไม่ต้องห่วง ของ ๆ ผม ระดับสองร้อยปีขึ้น”
เสี่ยเล็กเปิดคอมพิวเตอร์ ให้ดูรูปภาพเศียรพระ พระพุทธรูปเก่า มากมาย

ด้านนอกรถ ขั้นเทพยืนมองสำรวจ เห็นลูกน้องเสี่ยเล็กยืนคุ้มกันอยู่ 6 คน บัติมองตามสายตาขั้นเทพ
“ไม่ต้องกลัวหรอกคุณเคน ที่พวกผมมาเยอะก็เพื่อความปลอดภัยเท่านั้นเอง ถ้าคุณไม่ใช่ตำรวจปลอมมาก็ไม่มีอะไรหรอก”
“ผมไม่ได้กลัวหรอก ผมแค่กำลังจะถามพี่บัติว่าของส่วนใหญ่พี่บัติเป็นคนไปเอาหรือ”
“ก็แล้วแต่งาน ถ้างานยากและแพง เสี่ยเขาก็ต้องให้ผมไป”
“แล้วพี่บัติอยู่กับเสี่ยเล็กนานแล้วหรือ”
“ตั้งแต่ผมตัดผมจุก พ่อผมก็ให้มาอยู่ที่นี่แล้ว”
ขั้นเทพพยักหน้ารับรู้ เหลือบมองเข้าไปด้านในรถ ในขณะที่เมษาอยู่บนต้นไม้ ส่องกล้องจากปืนยาวมองมา

ภายในรถตู้เสี่ยเล็ก ไมค์ โจ๊กเกอร์ พับปิดคอมพิวเตอร์
“เป็นไง สนใจบ้างมั้ย”
“เท่าที่ผมดู ผมว่าผมเอาหมดเลยนะ”
“หา คุณไมค์พูดเล่นรึเปล่า อย่าหลอกให้ผมดีใจนะ”
“เสี่ยเล็กคงขายกับคนอื่นได้ทีละองค์สององค์ใช่มั้ย”
“นี่คุณไมค์จะเอาหมดจริง ๆ หรือ รู้มั้ยว่าหมดนี่ราคาเท่าไหร่ ทั้งหมดนี่เกือบสองร้อยล้านนะครับ”
“เอาเป็นว่าผมวางก่อนล่วงหน้าร้อยล้าน”
เสี่ยเล็กตกใจ
“นี่คุณไมค์พูดจริงนะครับ”
“เอ๊ะเสี่ยนี่ยังไง เงินผมอยู่ในรถ”
“ถ้าอย่างงั้นก็ไม่มีปัญหาครับ”
“แต่ผมจะวางเงินสด ก็ต่อเมื่อผมต้องเห็นของทั้งหมดด้วยตาของผมก่อน”
“ไม่มีปัญหาครับ ถ้างั้นพรุ่งนี้คุณไมค์ไปดูที่โกดังผมได้เลย”
“กี่โมง”
“เก้าโมงเช้าเจอกันครับ”
“เช้าไป ผมไม่เคยตื่นเช้า เที่ยงเจอกัน”
“อ๋อ ได้ครับ”
“งั้นเดี๋ยวผมจะเอาเงินวางมัดจำให้คุณสิบล้านก่อนดีมั้ย”
“ยังไงก็ได้ครับ”
“แต่คิดอึกทีเงินสิบล้านมันน้อยไปสำหรับเครดิตผม เอาไว้พรุ่งนี้ ผมเอาไปให้ร้อยล้านเลยดีกว่าเสี่ยจะได้สบายใจ”
“ก็ได้ครับ”

เสี่ยเล็กยิ้มพอใจ

ไมค์ โจ๊กเกอร์ เปิดประตูก้าวลงมาจากรถ ขั้นเทพรีบถาม

“ว่าไงครับคุณไมค์”
“จะว่ายังไง ก็กลับโรงแรมน่ะสิ ผมไปล่ะเสี่ยเล็ก ซียูทูมอโร่”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ เดินออกไป ขั้นเทพมองหน้าเสี่ยเล็ก บัติดึงประตูปิด เห็นขั้นเทพยังมองอยู่
“เจ้านายกลับไปแล้วนะ”
“ขอปืนผมคืนด้วย”
“อ้อเกือบลืม”
บัติหยิบปืนที่เหน็บเอวส่งคืนให้ขั้นเทพ เมษามอง
“พกปืนซะด้วย”
ขั้นเทพเดินออกไป บัติขึ้นรถ รถเสี่ยเล็กขับออกไป เมษาโดดลงจากต้นไม้ สะพายปืนยาว
“ใครกันนะที่มันมาเจอ”
เมษาหันหลังเดินหายไปในความมืด

ขั้นเทพขับรถ พลางหันมาถามไมค์ โจ๊กเกอร์ ที่นั่งอย่างสบายอารมณ์
“มันว่าไง นายคุยอะไรกับมันบ้าง”
“ฉันจะไม่บอกนาย จนกว่านายจะพาฉันกลับโรงแรม แล้วสั่งเบียร์ให้ฉันกิน”
ขั้นเทพมองหน้าไมค์ โจ๊กเกอร์ อย่างไม่พอใจ
“อยากรู้ก็รีบขับให้ถึงโรงแรมเร็ว ๆ”
ขั้นเทพส่ายหน้าอย่างอดกลั้น

ตอนดึก ปึกนอนหลับอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงผู้ชายเรียกในความมืด
“ปึก ปึก เอ็งต้องตื่นนะ มีคนจะตัดเศียรพระ”
ปึกลืมตาตื่น
“มีคนจะตัดเศียรพระหรือ”
ปึกลุกขึ้นวิ่งออกไปตามคันนา
“เร็ว เร็วอีก”
ปึกวิ่งตะบึงไปที่โบสถ์ คนร้ายกำลังใช้อุปกรณ์ทันสมัยตัดเศียรพระ ปึกร้องเสียงดัง
“ไม่ ไม่ ฉันไม่ยอม”
ปึกผลักประตูโบสถ์เข้าไป
“หยุดนะ ไอ้พวกเดรัจฉาน”
คนร้ายชะงักมอง ก่อนชักปืนยิง และใช้มีดฟันใส่ปึก แต่ปึกหลบได้หมด พร้อมกับต่อสู้กับชายทั้งสี่อย่างคล่องแคล่ว แต่ก็ถูกคนร้ายอีกคนที่ซ่อนตัวอยู่เอาเชือกเข้ามาตวัดรัดคอปึก ปึกดิ้น
“นึกว่าแน่หรือ อีปึก”
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
ปึกดิ้นกลิ้งจนตกเตียง ก่อนลืมตามองรอบตัว
“นี่เราฝันไปนี่หว่า”
ประไพพรรณเปิดประตูเข้ามา
“มีอะไรนังปึก”
“ไม่มีอะไรค่ะคุณนาย หนูเพียงแต่ฝันร้าย”
“นังนี่ ร้องซะลั่นบ้านนึกว่าโจรขึ้นปล้น”
“ขอโทษค่ะคุณนาย หนูฝันว่าโจรมันบีบคอจะฆ่าหนู”
“แกนี่ บ้าจริง ๆ”
ประไพพรรณออกไป ปึกถอนใจลงนั่ง
“ทำไมเราถึงฝันถึงหลวงพ่อคำเกลี้ยงอีกแล้ว หลวงพ่อคะหนูจะต้องเอาเศียรหลวงพ่อมาคืนให้ได้ค่ะ หนูสัญญา”

ปึกยกมือพนม
 
อ่านต่อหน้า 3

สวยร้ายสายลับ ตอนที่ 2

ตอนเช้า เมษาเดินเข้ามาในห้องอาหารของโรงแรมมองซ้ายมองขวาหาไมค์ โจ๊กเกอร์ แต่ไม่เห็น พอขยับจะเดินก็ชะงักเมื่อเห็นขั้นเทพนั่งหันหลังให้ กำลังกินอาหารอยู่คนเดียว เมษาคิดแผนบางอย่าง แล้วเดินไปหยิบอาหาร

ขั้นเทพกินอาหารเสร็จขยับจะลุกขึ้น เมษารีบเดินจ้ำเข้ามาเพื่อชนขั้นเทพอย่างแรง ชายหนุ่มชะงัก เมษาปล่อยของในมือหล่น แล้วทำท่าจะล้ม ขั้นเทพคว้าตัวมากอดไว้ เมษาเอามือคล้องคอขั้นเทพ
“คุณสวยเสมอ”
เมษาแอบติดที่ดักฟังตัวจิ๋วใต้ปกเสื้อขั้นเทพ ก่อนจะผละออกจากอ้อมกอดชายหนุ่ม ทำเสียงแข็ง
“ขอโทษ ฉันไม่ทันมอง นายหันมาพอดี”
“ผมก็ต้องขอโทษด้วย ผมไม่ทันมองเหมือนกัน”
เมษาก้มลงเก็บของที่พื้น
“มาครับ ผมช่วย”
“ไม่ต้อง ฉันทำเองได้”
“นี่คุณยังโกรธผมอยู่หรือ”
“เรื่องอะไรฉันจะไปโกรธนาย”
“อ้าว ก็ที่เมื่อวานผมจะจูบคุณ”
“นายอย่าสำคัญตัวผิด นายก็แค่คนขับรถ”
“คุณนี่มันแบ่งชนชั้นจริง ๆ นะ”
“แน่นอน ฉันมีการศึกษา หน้าตาสวย ฉันจะไปมองคนขับรถอย่างนายทำไม”
“บางทีสิ่งที่คุณมองอาจจะไม่ใช่ของจริงก็ได้”
“จะบอกว่านายเป็นเจ้าชายปลอมตัวมาเป็นคนขับรถงั้นหรือ”
“ก็ไม่แน่นะครับ คุณไมค์อาจจะเป็นคนขับรถของผมก็ได้”
“ถ้าเป็นอย่างงั้นจริง ฉันก็คงต้องรอวันที่นายถอดรูปเป็นเจ้าชายก่อน ถึงวันนั้นฉันอาจจจะมอง
แล้วกัน ขอตัว”
เมษาเดินออกไป ขั้นเทพมองตามอมยิ้ม
“ปากจัดจริง ๆ น่าจะจูบซะให้เข็ด”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ เดินเข้ามา เห็นหลังเมษาไว ๆ
“คุณสวยเสมอครับ คุณสวยเสมอ”
ขั้นเทพคว้าแขนไมค์ โจ๊กเกอร์ไว้
“จะไปไหนครับคุณไมค์”
“ฉันจะไปหาคุณสวยเสมอ”
“คุณไมค์คงลืมไปนะครับว่าตอนเที่ยงเรามีนัดสำคัญ ผมว่า คุณไมค์ควรจะรีบทานอาหารนะครับ เดี๋ยวบุฟเฟ่ต์จะหมดเวลา”
“นายนี่มันยุ่งจริง ๆ”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ เดินออกไปทางมุมอาหาร เมษาใส่บลูทูธเดินเข้ามาในห้องน้ำ
“มีนัดสำคัญตอนเที่ยงงั้นหรือ”
เมษาครุ่นคิด

หลังกินอาหารเสร็จ ไมค์ โจ๊กเกอร์ กับขั้นเทพ เดินออกมาที่หน้าโรงแรม
“นายคิดออกรึยังว่าเราจะเอาเงินร้อยล้านจากไหนไปมัดจำเสี่ยเล็ก”
ขั้นเทพส่ายหน้า
“แต่ถ้าไม่มีเงิน เราไปพบมันไม่ได้นะ มันฆ่าฉันแน่”
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ฉันมีแผนแล้ว”
เมษาฟังบูลทูธอยู่ คิดแปลกใจ
“ทำไมสองคนนี้พูดจาแปลก ๆ”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ หยุดเดินหันมาถาม
“แผนอะไรว่ามาได้เลย”
“พอไปถึงโกดังเก็บของของมัน”
“เฮ้ย เดี๋ยว”
“อะไร”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ มองที่ปกเสื้อขั้นเทพ เห็นที่ดักฟังแปะอยู่
“อะไรติดที่ปกเสื้อนาย”
เมษาชะงักฟังตกใจ
“ไหน”
ขั้นเทพจับที่ปกเสื้อ ไมค์ โจ๊กเกอร์ หยิบเครื่องดักฟังจิ๋วมาดู
“นี่ไง”
“อะไร”
“อะไรก็ไม่รู้”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ ดีดเครื่องดักฟังทิ้ง ไม่ได้สนใจ
“อ้าว เลยไม่รู้เลย”
“นายจะดูไปทำไม มันไม่ใช่ทองคำซะหน่อย มาพูดต่อเรื่องแผนดีกว่า ตกลงยังไงนะ”
ขั้นเทพมองซ้ายขวาเห็นมีคนยืนอยู่แถว ๆ นั้น
“ขึ้นรถแล้วจะเล่าให้ฟัง”
สองหนุ่มขึ้นรถออกไป ในขณะที่เมษาพยายามขยับฟังเสียง แต่ไม่ได้ยิน วิ่งตามออกมาเห็นทั้งสองขึ้นรถไปแล้ว จึงมองตามพื้นหาที่ดักฟังแต่ไม่เจอ
“เลยไม่รู้เลยว่าพูดอะไร”

เมษาวิ่งตามออกไป

ภายในรถ ไมค์ โจ๊กเกอร์ นั่งด้านหลังชะโงกหน้าเข้ามาถามขั้นเทพ

“ผู้กองจะให้ฉันถ่วงเวลาในการจ่ายเงินไอ้เสี่ยเล็ก”
“ใช่ ถ้านายไม่ถ่วงเวลา นายมีเงินสองร้อยล้านจ่ายมันหรือ”
“แล้วไงต่อ”
“นายพยายามหาทางคุยกับมันเพื่อโยงเข้าหาเควิน สมิธ”
“เควิน สมิธ ประธานมูลนิธิเควินโฮป”
“ถูกต้อง ฉันดีใจนะที่นายจำเรื่องที่ฉันเคยบอกได้”
“ฉันไม่ใช่พวกตลกกะโหลกกะลานะจะได้โง่ไม่รู้เรื่อง ถึงจะเป็นตลกแต่ก็จบหกนะครับ”
“อย่าพูดนอกเรื่อง จำไว้ให้ดี ฉันต้องการให้เสี่ยเล็กพาเราไปพบกับเควิน สมิธ”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ พยักหน้า
เมษาขี่มอเตอร์ไซค์ตามรถของสองหนุ่มมา รถขั้นเทพขับเลี้ยวเข้าไปที่รั้วแห่งหนึ่ง ยามเปิดประตูให้เข้าไป เมษาขี่รถตามมาหยุดมอง
“แล้วเราจะเข้าไปได้ไงเนี่ย”
เมษาเข้าเกียร์พุ่งรถออกไป

ขั้นเทพขับรถไปจอดหน้าโกดัง บัติยืนรออยู่มีลูกน้องคุมอีก 5 คน ขั้นเทพเปิดประตูรถให้ไมค์ โจ๊กเกอร์ ลงมา
“เชิญทางนี้เลยครับคุณไมค์”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ เดินตามบัติเข้าไป แล้วหันมาสั่งขั้นเทพ
“เคน แกเข้าไปด้วย”
“ครับ”
ขั้นเทพเดินตามไมค์ โจ๊กเกอร์ เข้าไป
เมษาเหวี่ยงตะขอเหล็กขึ้นไปเกี่ยวที่ขอบรั้ว แล้วไต่เชือกปีนกำแพงขึ้นไป เห็นมือปืนเดินอยู่ด้านใน เธอเหนี่ยวตัวหลบ มือปืนเดินผ่านแนวรั้วมองซ้ายขวาแล้วเดินผ่านไป เมษาปีนขึ้นกำแพงโดดลงฝั่งตรงข้ามแล้ววิ่งไปที่โกดัง

ภายในโกดัง ไมค์ โจ๊กเกอร์ เดินชมพระพุทธรูป มีทั้งเศียรพระพุทธรูป องค์พระพุทธรูปเต็มตัววางเรียงโชว์ รวมๆ แล้วสิบกว่าองค์ เขาใช้แว่นขยายมองสำรวจ ขั้นเทพเดินตาม มองพระมองรอบตัวอย่างระวัง บัติถือไอแพดที่มีข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับพระแต่ละองค์เดินตาม
เสี่ยเล็กนั่งอยู่ตรงกลาง มีลูกน้องยืนล้อม ไมค์ โจ๊กเกอร์ เดินมาหยุดมองที่เศียรพระ
“ผมว่าองค์นี้หน้าไม่สวยนะ มีรอยบิ่น”
“ของมันเก่ามันก็ต้องมีบิ่นกันบ้างสิคุณไมค์ องค์นี้ตั้งสามร้อยปี”
“แต่องค์นี้แน่ใจนะว่ามันถึงยุค พระใหม่รึเปล่า ไม่ใช่เอามาย้อมนะ”
“อ้าว ทำไมพูดอย่างงั้นล่ะคุณไมค์”
“นั่นสิครับ นี่เราค้าขายกันระดับชาตินะ แล้วองค์นี้ผมเป็นคนตัดมากับมือผมเอง”
บัติบอกอย่างไม่พอใจ ลูกน้องขยับตัวไม่พอใจเช่นกัน ขั้นเทพจึงช่วยแก้สถานการณ์
“คุณไมค์แกแค่โจ๊กน่ะครับเสี่ย”
“ฉันไม่ได้โจ๊ก เรามาซื้อของเป็นร้อย ๆ ล้าน เราก็ต้องสอบถามให้แน่นอน”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ เดินดูพระองค์ต่อไป บัติก้มลงกระซิบบอกเสี่ยเล็ก
“ดูท่าไอ้ไมค์นี่ไม่มีความรู้เรื่องของเก่ารึเปล่าครับเสี่ย”
“ช่างมัน ขอให้มันมีเงินให้เราก็พอ”
ขั้นเทพเดินตามเข้ามากระซิบไมค์ โจ๊กเกอร์
“ฉันว่านายอย่าติให้มาก เดี๋ยวมันจะสงสัยเรา”
“รู้แล้วน่า”

ไมค์ โจ๊กเกอร์ ก้มลงส่องดูพระ ขั้นเทพมองไปรอบ ๆ ตัว

เมษาซุ่มมองที่ช่องลมด้านนอกโกดัง เห็นสองหนุ่มเดินดูพระ เสี่ยเล็กลุกขึ้นมาอธิบาย

เมษายกมือถือขึ้นมาถ่ายซูมอินเข้าไป เห็นเศียรพระ องค์พระ เห็นไมค์ โจ๊กเกอร์ กับ ขั้นเทพพูดกับเสี่ยเล็ก
“มันลักลอบซื้อขายเศียรพระจริง ๆ ด้วย ไอ้พวกนี้มันเลวจริง ๆ”
เมษาถ่ายภาพเก็บไว้ เมื่อเห็นหน้าเสี่ยเล็กชัด ๆ ก็จำได้
“ไอ้นี่มันไอ้เสี่ยเล็กร้อยเอ็ดนี่”
ในขณะที่ไมค์ โจ๊กเกอร์ ก้มลงมองสำรวจเศียรพระอีกองค์ เสี่ยเล็กเดินเข้ามาหา
“สรุปว่าคุณไมค์จะซื้อชิ้นไหนบ้างเนี่ย”
“อ้าว ก็ผมบอกไปแล้วไงว่าผมเอาหมดทุกชิ้น”
“คุณพูดจริงนะ”
“อ้ะ ถ้าไม่จริง ผมจะมาหาเสี่ยถึงร้อยเอ็ดหรือ”
ขั้นเทพเข้ามาขัด
“คุณไมค์ครับ เราต้องถ่ายรูปส่งเมล์ไปให้บ๊อบบี้ดูก่อนนะครับ”
“บ๊อบบี้ ใคร” เสี่ยเล็กแปลกใจ
“อ๋อ ลูกค้าผมน่ะ ไอ้นี่มันเป็นฝรั่งจุกจิก มันต้องเห็นของก่อนว่าเรามีของอยู่จริง มันถึงจะยอมจ่ายเงิน เอา แกถ่ายแล้วก็ส่งเมล์ให้มันเลย มันจะได้รีบโอนเงินให้เรา”
เสี่ยเล็กพยักหน้ารับรู้ ขั้นเทพกดถ่ายรูปเศียรพระจากโทรศัพท์มือถือ แล้วหันมาจะถ่ายรูปเสี่ยเล็ก เสี่ยเล็กคว้าโทรศัพท์มือถือไว้
“ลื้อถ่ายหน้าอั๊วทำไม”
“ผมไม่ได้ถ่ายเสี่ย ผมแค่ถ่ายเปรียบเทียบขนาดความสูงให้ลูกค้าดู”
“แหม เสี่ยเล็กทำยังกะเป็นดารา แค่ถ่ายรูปจะคิดเงินด้วยหรือ” ไมค์ โจ๊กเกอร์ แกล้งแซว
“ไม่ต้องถ่ายอั๊ว”
ขั้นเทพหันไปถ่ายรูปพระองค์อื่น

เมษาโดดลงจากช่องลมของโกดัง กดโทรศัพท์ไปหาสถิตย์ยุทธ
“ว่าไงผู้กองเมษา”
“ตอนนี้ไอ้ไมค์ โจ๊กเกอร์ มันกำลังซื้อขายเศียรพระอยู่กับไอ้เสี่ยเล็กร้อยเอ็ด หัวหน้าจะให้เมจับมันเลยมั้ยคะ”
“เสี่ยเล็กร้อยเอ็ดงั้นหรือ”
ชายชาตินั่งอยู่กับสถิตย์ยุทธ มองอย่างสนใจฟัง
“ใช่ค่ะ เมจะเรียกกำลังเสริมจากพื้นที่ที่นี่”
“ไม่ต้อง”
เมษาชะงัก
“ทำไมล่ะคะ มันมีของกลางอยู่พร้อม รับรอง ถ้าเราจับ มันดิ้นไม่หลุดแน่”
“ตำรวจพื้นที่อาจจะเป็นพวกของเสี่ยเล็กก็ได้ คุณออกมาจากพื้นที่ เดี๋ยวผมจะจัดการเรื่องนี้เอง”
“แต่หัวหน้าคะ”
“ผมไม่อยากให้คุณได้รับอันตราย ผมจะส่งหน่วยเฉพาะกิจไปเอง คุณรีบออกมาจากพื้นที่ได้เลย”
“แต่ให้เมอยู่เถอะค่ะ”
“นี่เป็นคำสั่ง ผู้กองเมษา”
“ก็ได้ค่ะ”
เมษาปิดโทรศัพท์ไม่เข้าใจ มองกลับไปข้างใน
“ทำไมหัวหน้าไม่ให้เราจับพวกมันนะ”
สถิตย์ยุทธปิดโทรศัพท์ ชายชาติถามทันที
“มีปัญหาอะไรหรือครับ”
“เมษาไปเจอไอ้ไมค์กับเสี่ยเล็กกำลังจะซื้อขายสิ้นค้ากัน เธอก็เลยจะบุกจับ”
“ถ้าเมษาจับไอ้ไมค์กับผู้กองเทพได้ แผนแตกนะครับ”
“ก็นี่ไง ฉันถึงสั่งให้เธอถอนตัวออกมา”

ชายชาติพยักหน้า

ไมค์ โจ๊กเกอร์ ชวนเสี่ยเล็กคุยต่อ

“เสี่ยเล็กรู้จักคุณเควิน สมิธ ประธานมูลนิธิเควินโฮปมั้ย”
“เคยได้ยินชื่ออยู่”
“ผมได้ข่าวว่าแกเป็นเศรษฐีชอบสะสมของเก่า กำลังจะมาเมืองไทย ผมบังเอิญได้ทับหลังนารายณ์มา”
“ทับหลังนารายณ์ของเขมรน่ะหรือ”
“ใช่ เสี่ยไม่เชื่อใช่มั้ยว่าผมได้มา ผมเอาคนไปฝังตัวอยู่ที่เขมร แล้วหาจังหวะเอาของปลอมไปเปลี่ยนแล้วสับเอาของจริงออกมา”
“จริงหรือ”
“หน้าอย่างผมนี่เหมือนคนโกหกหรือ เอาอย่างนี้ถ้าเสี่ยสามารถติดต่อคุณเควิน สมิธให้ผมได้ เสี่ยก็จะได้เห็นมัน”
“คุณต้องการเอาของไปปล่อยกับเควิน สมิธ งั้นหรือ”
“ใช่ ผมได้ข่าวจากวงในว่าแกอยากได้ทับหลังนารายณ์อยู่ ถ้าเสี่ยรู้จักหรือมีใครแนะนำได้บอกนะผมให้สิบเปอร์เซ็นต์”
“แล้วคุณจะปล่อยเท่าไหร่”
“ไม่ต่ำกว่าห้าร้อยล้าน”
“เดี๋ยวผมจะลองถามพรรคพวกดู รู้สึกว่าจะมีเพื่อนที่อยู่กรุงเทพคนหนึ่งเขาสนิทกับคุณเควิน สมิธ”
“ใครหรือ”
“บอกไปคุณก็ไม่รู้จักหรอก เขาไม่ค่อยเปิดตัว”
เสียงโทรศัพท์มือถือของเสี่ยเล็กดังขึ้น เขาดูเบอร์แล้วหันมาบอกไมค์ โจ๊กเกอร์
“ขอโทษที ฮัลโหล อ้อ สวัสดีครับ มีอะไรให้ผมรับใช้”
สถิตย์ยุทธพูดโทรศัพท์อยู่ในห้องทำงาน
“นายกำลังคุยกับไอ้ไมค์ โจ๊กเกอร์ใช่มั้ย”
“ใช่ครับ”
“มันเป็นสายให้ตำรวจ”
เสี่ยเล็กชะงัก
“อะไรนะครับ”
“คนที่มากับมันเป็นตำรวจชื่อผู้กองเทพ”
เสี่ยเล็กมองจ้องขั้นเทพ แสยะยิ้มมุมปากให้
“อ้อ หรือครับ”
“จัดการเก็บมันซะ อย่าให้เหลือซาก”
“ครับผม ขอบคุณมากครับ”
เสี่ยเล็กกดปิดโทรศัพท์มองไมค์ โจ๊กเกอร์
“เมื่อกี้ที่คุณไมค์พูดถึงเควิน สมิธ ถ้าผมติดต่อให้คุณพบได้ผมขอยี่สิบเปอร์เซ็นต์ได้มั้ย”
“สิบห้า”
“ตกลงครับ สิบห้าก็สิบห้า”
เสี่ยเล็กจับมือกับไมค์ โจ๊กเกอร์ ขั้นเทพมองรู้สึกถึงความผิดปกติ เสี่ยเล็กเหลือบมองบัติ บัติพยักหน้ารับรู้ เสี่ยเล็กกระชากมือดึงไมค์ โจ๊กเกอร์ เข้ามาล็อคคอ ขั้นเทพจะขยับหยิบปืน บัติยกปืนจ่อหลัง
“อย่าขยับนะ ถ้าแกขยับฉันยิงออกหูนะ”
“นี่มันอะไรกันเนี่ย เสี่ยเล็ก อยู่ๆ มาล็อคคอผมทำไม”
“มึงเป็นสายตำรวจใช่มั้ย”
“เสี่ยพูดเรื่องอะไร กินเหล้ามาหรือไง”
“นั่นน่ะสิ ปล่อยคุณไมค์เดี๋ยวนี้นะ”
“มึงไม่ต้องตอแหลไอ้ผู้กองเทพ”
ขั้นเทพตกใจ
“หา ไอ้เคน นี่แกเป็นตำรวจปลอมตัวมาจับฉันงั้นหรือ แกนี่มันเลวจริง ๆ ขอบใจมากเสี่ยเล็กที่ช่วยช่วยชีวิตฉันไว้ ปล่อยฉันได้แล้ว”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ จะผละตัวออก แต่เสี่ยเล็กกระชากคอแล้วต่อยโครม
“มึงอย่ามาไหลกะกู”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ เซไป ขั้นเทพรับไว้
“ไหนบอกว่ามันไม่รู้ไง”
“เสี่ยเล็ก ฉันไม่ได้มาจับนาย คนที่ฉันต้องการจับคือเควิน สมิธ ถ้าเสี่ยร่วมมือกับเรา ฉันจะกันเสี่ยไว้เป็นพยาน”
“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ผู้กอง จะตายอยู่แล้วยังมีหน้ามาต่อรองกับฉันอีกหรือ ฆ่ามันสองคน”
ลูกน้องและบัติขยับปืน
“เฮ้ย เดี๋ยวก่อนเสี่ยเล็ก เดี๋ยวก่อนไอ้บัติ ถึงเสี่ยเล็กจะฆ่าเราสองคน วันหนึ่งเสี่ยก็ต้องโดนตำรวจจับอยู่ดี เพราะตอนนี้หัวหน้าเรารู้แล้วนะว่าเสี่ยเล็กและลูกน้องคือใคร”
คำพูดของไมค์ โจ๊กเกอร์ ทำให้ลูกน้องเสี่ยเล็กชะงัก มองหน้า
“ใช่ เพราะเมื่อกี้ที่ฉันถ่ายรูปไป มันออนไลน์ไปที่สำนักงานตำรวจแล้ว แล้วตอนนี้ผมก็ไม่แน่ใจตำรวจมาปิดล้อมอยู่ข้างนอกรึยัง”
“ฉันว่าเสี่ยควรให้พี่บัติออกไปดูนะว่าตำรวจอยู่ข้างนอกรึเปล่า”
“เอาไงครับเสี่ย”
“มึงเชื่อมันหรือ”
“ฉันว่าตอนนี้เสี่ยให้ความร่วมมือกับฉันดีกว่า” ขั้นเทพกล่อม
“ตอนนี้ยังมีเวลานะเสี่ยเล็ก เดี๋ยวถ้าหน่วยสวาทจู่โจมเข้ามา ฉันกลัวเสี่ยจะเละเป็นโจ๊กไข่เยี่ยวม้านะ”
“ฆ่ามัน”
เสี่ยเล็กตะโกนสั่งลูกน้อง ทันใดนั้น เสียงปืนดังปัง ลูกน้องเสี่ยเล็กถูกยิงเข้าที่ท้อง ขั้นเทพเงยหน้ามอง เห็นคนในชุดดำสวมหมวกสวมแว่นอำพรางตัวยืนอยู่
“ใครมาช่วยเราผู้กอง”
“ไม่รู้ ก้มหัวให้ต่ำถ้าไม่อยากตาย”
เมษาคือคนในชุดดำ เธอยืนอยู่ด้านบนโกดังยิงเข้าใส่กลุ่มด้านล่าง ขั้นเทพกระชากปืนหมุนตัวยิงลูกน้องเสี่ยเล็ก เสี่ยเล็กชักปืนจะยิงไมค์ โจ๊กเกอร์ ขั้นเทพผลักไมค์ โจ๊กเกอร์ล้ม กระสุนถากไป เสี่ยเล็กหันไปยิงใส่เมษาและขั้นเทพ ทั้งสองหลบพัลวัน
“หนีเร็ว”
ขั้นเทพตะโกนบอกไมค์ โจ๊กเกอร์ ทั้งสองวิ่งผ่านเศียรพระเป็นที่กำบัง เสี่ยเล็กชะงัก ไม่กล้ายิง สองหนุ่มจึงพากันวิ่งหนีไป เมษายิงสกัดเสี่ยเล็ก เสี่ยเล็กหันกลับมายิงใส่เมษา เมษาโดดเกาะเชือกเหนี่ยวตัวลอยทะลุผนังกระจกออกไป
“ตามมันไป”

ลูกน้องวิ่งตามออกไปด้านหลัง เสี่ยเล็กตามขั้นเทพกับไมค์ โจ๊กเกอร์ ไปด้านหน้า
 
อ่านต่อหน้า 4

สวยร้ายสายลับ ตอนที่ 2

สองหนุ่มวิ่งออกมาหน้าโกดัง ลูกน้องเสี่ยวิ่งตามมา แล้วยิงใส่ ทั้งสองวิ่งหลบกระสุนอุตลุด ก่อนจะหนีขึ้นรถขับออกไป

ในขณะที่เมษาหลบอยู่หลังพงหญ้า มือปืนเดินล้อมหา เมษาปลดแมกกาซีนปืนออกเห็นกระสุนหมด เสี่ยเล็กวิ่งเข้ามาถามลูกน้อง
“มันอยู่ไหน”
“ไม่รู้ครับ แต่มันวิ่งมาทางนี้”
“หามันให้เจอ มันต้องอยู่แถวนี้ล่ะ”
เสี่ยเล็กเห็นพงหญ้าไหว จึงกระโดดขึ้นลังกราดยิงใส่กอหญ้า แต่ไม่มีใคร เพราะเมษาหนีไปหลบอยู่ในบ่อน้ำ เธอเห็นเศียรพระและพระพุทธรูปหลายองค์ถูกทิ้งอยู่ในน้ำ
“หรือมันจะอยู่ในบ่อครับ”
เมษากลั้นหายใจกวาดตามองรอบตัว
“ผมว่ายิงลงไปเลยดีมั้ยครับ”
“ไอ้บ้า ยิงได้ไง ในนั้นมีเศียรพระอยู่”
“ขอโทษครับ ผมลืมไป”
“ถ้ามันอยู่ในบ่อจริง เดี๋ยวมันก็ต้องโผล่ขึ้นมาให้เรายิง”
เมษาคาบหลอดกาแฟเป่าอากาศ ซึ่งมีถุงพลาสติกครอบอยู่ เสี่ยเล็กและลูกน้องยืนล้อมบ่อน้ำมองเล็งปืน
“หรือมันจะหนีไปแล้วครับเสี่ย”
“นั่นสิครับ ถ้าเป็นคนคงไม่ดำน้ำอึดขนาดนี้”
“ใช่ ถ้าเป็นคนมันไม่น่าอึดขนาดนี้ เอาล่ะ พวกเอ็งรีบไปย้ายของในโกดังก่อน”
ลูกน้องแยกกันออกไป เสี่ยเล็กเดินตาม เมษาค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาจากบ่อน้ำ หายใจหอบ

ไมค์ โจ๊กเกอร์ เปิดประตูเดินเข้าห้องพักของโรงแรมมาในสภาพที่ยังไม่หายตื่นตกใจ ขั้นเทพเดินตามมา
“ถ้าเมื่อกี้เราสองคนหลบไม่ทันนะ เราหัวแบะแน่ ไม่อยากเชื่อเลยยังกะดูหนังแอ็คชั่น”
“ฉันบอกนายแล้วไงว่ามันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น”
“ฉันไม่คิดเลยว่าพวกมันจะโหดขนาดนี้ นี่โชคดีนะที่มีคนมาช่วยเราไว้ได้ พวกของผู้กองใช่มั้ย”
“ไม่ใช่”
“ไม่ใช่แล้วใคร”
“ฉันก็ไม่รู้ ดูเหมือนจะไม่ใช่ผู้ชาย”
“จะชายหรือหญิงก็ช่างมันเถอะ อย่างน้อยเขาก็ช่วยชีวิตเรา เฮ้อ พูดแล้วยังเสียวก้นอยู่เลย ฉันขอถอนตัวจากงานนี้”
“นายถอนตัวไม่ได้”
“นี่ ผู้กอง ฉันไม่เอาชีวิตไปเสี่ยงกับลูกกระสุนปืนเพียงเพราะเงินแค่แสนสองแสนหรอกนะ พอกันที”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ คว้ากระเป๋าเสื้อผ้าเดินออก
“แต่ฉันจะเตือนนายก่อนนะ ถ้านายเดินออกจากห้องนี้ไป ฉันไม่แน่ใจว่าไอ้พวกนั้นมันจะมารอนายอยู่ข้างล่างแล้วก็เชือดนายทิ้งรึเปล่านะ”
“อย่ามาขู่ฉันเลยผู้กอง บ้านเมืองมีขื่อมีแป ลองมันมาสิ ฉันจะเรียกตำรวจจับมัน”
“งั้นก็ตามใจ ฉันเตือนนายแล้วนะ”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ เดินออก ปิดประตูปัง แล้วก็เปิดประตูกลับมาอีกครั้ง
“แล้วบอกหัวหน้าผู้กอง ให้โอนเงินค่าแรงที่ฉันเสี่ยงชีวิต ครึ่งหนึ่งด้วย”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ ปิดประตูออกไป
“หึ เดี๋ยวแกจะรู้สึก”

ขั้นเทพมองส่ายหน้า

ไมค์ โจ๊กเกอร์ เดินออกมาจากลิฟต์ เห็นบัติเปิดประตูโรงแรมเดินเข้ามากับลูกน้อง 4 คน
 
เขาชะงัก กระโดดหลบหลังกระถางต้นไม้ ชะโงกหน้าออกมามอง เห็นบัติสั่งการให้ลูกน้อง 2 คน ยืนเฝ้าหน้าประตู แล้วบัติเดินนำลูกน้องอีก 2 คน เดินมาทางลิฟต์
“พวกมันตามมาฆ่าเราจริง ๆ ด้วย”
บัติเดินมาหยุดสั่งการลูกน้องหน้ากระถางที่ไมค์ โจ๊กเกอร์ หลบอยู่
“ไอ้หมาน มึงเฝ้าหน้าลิฟต์ไว้ ถ้าเห็นไอ้ผู้กองกับไอ้ไมค์ โจ๊กเกอร์ โทรเรียกกู”
“ครับ”
“ไอ้หมู เอ็งตามกูขึ้นไปข้างบน”
บัติเดินนำลูกน้องเข้าลิฟต์ไป หมานยืนเฝ้าหน้าลิฟต์
“ต้องโทรบอกผู้กองให้รู้ตัวก่อน”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ กดโทรศัพท์ รอฟังเสียงปลายสาย ไม่มีคนรับ
“ไอ้ผู้กองดันปิดเครื่องอีก ช่วยไม่ได้โว้ย เราเผ่นก่อนล่ะ”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ โผล่หัวออกมามองหน้าประตู เห็นลูกน้องบัติยังยืนเฝ้าอยู่
“แต่เราจะออกไปยังไงวะ”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ มองชะเง้อครุ่นคิด ระหว่างนั้นมีตัวมาสคอทเดินผ่านมาพอดี ชายหนุ่มมองตาม และในเวลาต่อมา ไมค์ โจ๊กเกอร์ ก็ใส่ชุดมาสคอทนั้น เดินออกมาหน้าประตู ลูกน้องบัติมองขำ ไมค์ม้วนตัวหมุนเปิดประตูออกไป

บริเวณทางเดินหน้าห้องพักโรงแรม บัติกระชากปืนเก็บเสียงออก แล้วยิงกระหน่ำใส่ประตูห้องพักของขั้นเทพ
เวลาเดียวกันนั้น ไมค์ โจ๊กเกอร์ ในชุดมาสคอทเดินออกมามองซ้ายขวา ถอดหัวออก รถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งพุ่งเข้ามาจอดข้างตัว เขาสะดุ้ง คนขับเปิดหมวกกันน็อคออกมา
“ผู้กอง”
“ก็ฉันบอกนายแล้วไง นายไม่เชื่อฉัน ตกลงนายจะอยู่นี่หรือจะไปกับฉัน”
“ถามได้”
ไมค์ โจ๊กเกอร์ โดดขึ้นซ้อนท้าย ขั้นเทพพุ่งรถออกไป
ขณะเดียวกัน บัติเดินออกมาจากห้องพักขั้นเทพ แล้วกดโทรศัพท์สั่งการ
“ไอ้หมาน ไอ้ผู้กองมันลงไปแล้ว หาให้ทั่ว อย่าให้มันหนีไปได้”
บัติปิดโทรศัพท์แล้วเดินออกไป

วันรุ่งขึ้น เมษาไปหาสถิตย์ยุทธที่ห้องทำงาน สถิตย์ยุทธจ้องหน้าหญิงสาว
“ทำไมถึงขัดคำสั่งผม”
“เมขอโทษค่ะ แต่ในสถานการณ์คับขันแบบนั้น เมไม่สามารถทิ้งภารกิจได้จริง ๆ ค่ะ หัวหน้าลองคิดดูสิคะ คนร้ายกำลังจะส่งมอบของกัน แล้วจะให้เมผละหนีออกมางั้นหรือคะ”
“ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมจะส่งหน่วยเฉพาะกิจเข้าไป”
“เมเข้าใจค่ะ แต่กว่าหน่วยเฉพาะกิจจะมา ไอ้พวกคนร้ายก็จะหนีไปหมด เมก็เลยตัดสินใจกลับเข้าไปอีกครั้ง แต่เผอิญพวกมันหักหลังกันเองขึ้นมา ก็เลยเกิดการปะทะขึ้น”
“แต่คุณรู้มั้ยว่ามันเสี่ยงมาก คุณอาจจะถูกยิงตายได้”
“เมทราบค่ะว่าหัวหน้าเป็นห่วงความปลอดภัยของเม แต่เมคิดว่าถ้าหัวหน้าตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเม หัวหน้าก็ต้องทำแบบนี้”
“เอาล่ะ ผมขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะที่คุณขัดคำสั่งผม”
“ค่ะ เมขอโทษอีกครั้งค่ะ แล้วหัวหน้าจะให้เม ตามไอ้ไมค์ โจ๊กเกอร์ ต่อมั้ยคะ”
“ตามต่อไป”
“ค่ะ เมสัญญา เมจะจับไอ้ไมค์ โจ๊กเกอร์ ให้ได้”
เมษาบอกอย่างจริงจังก่อนเดินออกไป
“เสียเรื่องหมด”

สถิตย์ยุทธส่ายหน้า หงุดหงิด

เมษาเดินเลี้ยวออกมาจากห้องสถิตย์ยุทธก็เจอวิทย์ ตำรวจรุ่นพี่

“ไง ผู้กองเม พักนี้ไม่ค่อยเจอหน้าเลยนะ”
“หวัดดีค่ะพี่วิทย์ เมกำลังตามประกบคนร้ายอยู่น่ะค่ะ”
“อ้าว ไม่ได้ทำงานอารักขาเควิน สมิธ หรอกหรือ”
“เปล่าค่ะ หัวหน้าเรียกตัวให้มาติดตามพวกลักลอบค้าโบราณวัตถุ เออ พี่วิทย์เคยได้ยินชื่อไมค์ โจ๊กเกอร์ บ้างมั้ยคะ”
“ไม่เคยนะ คนร้ายหรือ”
“ค่ะ มันเป็นนายหน้าเถื่อน”
“ไม่ลองถามแฟนเราดูล่ะ ถ้าจำไม่ผิดเขาเคยตามพวกเรื่องลักลอบตัดเศียรพระนะ”
“แฟนเมหรือคะ”
“สารวัตรชายชาติเขาอยู่หน่วยฉก.911 ไม่ใช่หรือ เขาเคยทำคดีพวกนี้เมื่อปีที่แล้วนะ”
“อ๋อ หรือคะ”
“ใช่ ลองถามเขาดู เขาอาจจะรู้ก็ได้”
“ค่ะ”
วิทย์เดินแยกไป เมษามองตามอย่างไม่ค่อยชอบใจ
“ฮึ แฟนเราที่ไหนกัน”
เมษาหยิบโทรศัพท์มากด

เสวีเดินมากับชายชาติและตำรวจอีกสองนาย
“มีใครส่งข่าวให้ผู้กองเทพรู้รึยังว่าเควิน สมิธ มาถึงเมืองไทยแล้ว”
“ผมยังติดต่อผู้กองเทพไม่ได้เลยครับ” ชายชาติบอก
“ล่าสุดที่ผมเจอ เห็นบอกว่าจะไปร้อยเอ็ดนะครับ แต่ไม่รู้ว่ากลับมารึยัง” ตำรวจคนหนึ่งรายงาน
เสียงโทรศัพท์มือถือของชายชาติดังขึ้น เขาหยิบมาดูเห็นเบอร์เมษา
“ขอโทษครับ เดี๋ยวผมตามไปที่ห้องประชุมครับ”
ทุกคนเดินเลี้ยวออกไป ชายชาติกดรับ
“ว่าไงจ๊ะน้องเม”
“เมอยากชวนพี่ชายทานข้าวน่ะค่ะ”
“จริงหรือ พี่ไม่อยากเชื่อเลยนะว่าเมจะโทรมาชวนพี่ทานข้าว”
“พูดแบบนี้ไม่อยากมาใช่มั้ยคะ”
“ใครบอก พี่น่ะคิดถึงเมทุกวันเลยนะ”
เมษาทำหน้าเซ็ง
“แล้วตกลงจะมาเจอกับเมได้มั้ยคะ”
“ได้สิ แต่ต้องเป็นพรุ่งนี้นะ วันนี้พี่มีประชุมถึงมืดเลย”
“พรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ แต่เป็นเที่ยงนะคะ”
“จ้ะ”
“แล้วเจอกันค่ะ”
ชายชาติกดปิดโทรศัพท์
“สงสัยงวดนี้จะถูกหวย น้องเมโทรชวนกินข้าว”
ชายชาติยิ้มกับตัวเองแล้วเดินออกไป

เควิน สมิธ เดินทางมาเมืองไทย และตรงมาที่มูลนิธิเควินโฮป เจ้าหน้าที่ผู้หญิงและเด็ก ๆ ตั้งแถวรอรับ แม่บ้านมูลนิธิคล้องพวงมาลัยให้ เควินถ่ายรูปร่วมกับผู้หญิงและเด็ก จากนั้นก็ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์
“ผมรักเด็ก ๆ รักประเทศไทย ผมจะส่งเสริมให้เด็ก ๆ มีการศึกษาที่ดี ปีนี้เป็นปีที่สองที่มูลนิธิเควินโฮปของเราได้ให้ความช่วยเหลือ จัดหางานให้กับผู้หญิงไทยที่ด้อยโอกาส”
ประไพพรรณนั่งดูข่าวของเควินอยู่ ปึกเช็ดถูโต๊ะพลางเหลือบมองข่าวไปด้วย
“ฝรั่งคนนี้ใจบุญหลาย ๆ นะคะคุณนาย”
“ใช่ ปี ๆ หนึ่งเขาบริจาคเงินช่วยคนบ้านเราเยอะนะ ผู้หญิงหลายคนที่ไปหามูลนิธินี้นอกจากจะได้งาน บางคนยังได้ผัวฝรั่งด้วย”
“อีหลีบ่ค่ะคุณนาย”
“ก็จริงสิ ฉันจะโกหกแกทำไม ทำไม แกทำตาโต อยากมีผัวฝรั่งหรือไง”
ปึกยิ้มอาย “ก็อยากอยู่เด้อค่ะ”
ประไพพรรณกดปิดโทรทัศน์
“ไม่ได้นะนังปึก แกเพิ่งทำงานได้ไม่ถึงเดือน อย่าเพิ่งรีบมีผัว”
“หนูพูดเล่นน่ะค่ะ”
ประไพพรรณลุกออกไป ปึกนึกถึงฝรั่ง
“วันไหนมีโอกาสต้องหาทางไปมูลนิธิเควินโฮปซะหน่อยเผื่อจะได้เจอฝรั่ง”

ปึกเริ่มฝันหวาน

ตอนค่ำ วัฒนานั่งดูพระเครื่องในคอมพิวเตอร์ เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เขาดูเบอร์แล้วกดรับ

“สวัสดีครับคุณเควิน”
“สวัสดีคุณวัฒนา”
ประไพพรรณเปิดประตูเอากาแฟเข้ามาให้
“เดินทางเรียบร้อยดีนะครับ ผมเพิ่งดูข่าวคุณอยู่เมื่อเย็น”
“เรียบร้อยดี พรุ่งนี้ผมว่าเราควรจะคุยกันซะหน่อยนะ”
“มาที่บ้านผมดีมั้ยครับ ผมมีของใหม่ ๆ ให้คุณดูเยอะเลย”
“ได้ กี่โมง”
“เที่ยงดีมั้ยครับ มาทานข้าวบ้านผม คุณอยากทานอะไร”
“อะไรก็ได้ กับข้าวบ้านคุณอร่อย”
“โอเคครับ”
วัฒนาปิดโทรศัพท์
“พรุ่งนี้เควิน สมิธ จะมาหรือคะ”
“ใช่ จะมากินข้าวเที่ยง คุณให้นังปึกมันออกจากบ้านไปสักสองสามชั่วโมงนะ”
“ที่จริงให้มันอยู่ก็ได้นะคะ มันไม่สงสัยอะไรหรอก”
“อย่าดีกว่า ผมไม่อยากให้มีใครรู้ว่าเรารู้จักกับเควิน สมิธ”
“ได้ค่ะ งั้นฉันจะบอกให้มันไปเที่ยว”
วัฒนาพยักหน้า

คืนนั้น ปึกล้มตัวนอน นึกถึงภาพเควิน สมิธ กอดเด็ก ๆ ก็ได้แต่ถอนใจ
“ถ้าเราจะขอคุณนายไปมูลนิธิเควินโฮป คุณนายต้องไม่ให้ไปแน่ๆ”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ปึก ปึกเอ๊ย”
ปึกลุกไปเปิดประตู
“อิหยังคะคุณนาย”
“ฉันจะบอกแกว่าพรุ่งนี้ ฉันจะให้แกหยุดงานวันหนึ่ง”
“อีหลีบ่คะคุณนาย”
“จริงสิ พรุ่งนี้ตอนเช้าแกรีบทำงานบ้านให้เสร็จก่อนสิบเอ็ดโมง แล้วแกก็ออกจากบ้านไปได้เลย กลับมาอีกทีห้าโมงเย็น”
“ได้ค่ะ ขอบคุณคุณนายหลาย ๆ เด้อค่ะ แต่ทำไมอยู่ ๆ คุณนายให้หนูลางานล่ะคะ หนูเพิ่งทำงานได้ไม่กี่วัน”
“ฉันเห็นว่าแกขยันแล้วก็ทำงานดี ก็เลยอยากให้แกพักบ้าง”
“ต้องขอบพระคุณคุณนายหลาย ๆ เด้อค่ะ ที่เห็นความดีในตัวปึก”
“แค่นี้ล่ะ แกนอนได้แล้ว”
ประไพพรรณออกไป ปึกปิดประตู
“ไม่น่าเชื่อเลย ว่าความฝันของเราจะเป็นจริง นี่คงเป็นเพราะบารมีของหลวงพ่อคำเกลี้ยงที่ดลบันดาลให้เรา”
ปึกลงนั่งคุกเข่ายกมือพนม
“ขอบคุณหลวงพ่อหลาย ๆ เด้อค่ะ อีปึกสิต้องนำเศียรของหลวงพ่อกลับคืนสู่บ้านเฮาให้จงได้”
สีหน้าปึกเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง

เสวีนั่งคุยกับขั้นเทพ ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
“คุณคิดว่าในหน่วยเรามีหนอนบ่อนไส้งั้นหรือ”
“ใช่ครับ เพราะไม่อย่างงั้นไอ้เสี่ยเล็กมันจะรู้ได้ไงว่าผมเป็นตำรวจ”
“แต่เรื่องที่คุณนัดหมายกับเสี่ยเล็กก็ไม่มีใครรู้นะ เพราะผมเองยังไม่รู้ถ้าคุณไม่บอก”
“ก็จริงของหัวหน้า”
“หรือว่าจะเป็นผู้หญิงที่เป็นเซลล์มาติดพันไอ้ไมค์”
“ตอนแรกผมก็สงสัยเธออยู่เหมือนกัน แต่มาคิดอีกที เธอไม่รู้นี่ครับว่าผมเป็นตำรวจ”
“อืม นั่นสิ แล้วใครกันที่เป็นคนโทรบอกไอ้เสี่ยเล็ก”
ขั้นเทพครุ่นคิด
ระหว่างนั้น เมษาเปิดประตูร้านเข้ามาพร้อมกับชายชาติ แล้วเลี้ยวไปนั่งโต๊ะอีกมุม แต่เสวีกับขั้นเทพไม่เห็น
“แต่ผมก็ไม่อยากเชื่อนะว่าในหน่วยเราจะมีหนอนบ่อนไส้”
“ผมก็ไม่อยากคิดอย่างงั้นหรอกนะครับ แต่มันไม่น่าเป็นไปได้ที่ใครจะรู้เรื่องที่ผมปลอมตัวเข้าไป”
“ผมเข้าใจ ผมจะลองสืบดูอีกทางละกัน”
“ครับ”

ขั้นเทพเครียด
 
อ่านต่อตอนที่ 3
กำลังโหลดความคิดเห็น