xs
xsm
sm
md
lg

ชิงรักหักสวาท ตอนที่ 8

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ชิงรักหักสวาท ตอนที่ 8

ดาวและเดือนหมอบอยู่ตรงหน้าเจ้าพระยาขรรค์ชัย เจ้าพระยาเชยหน้าทั้งสอง พิศดูทีละคน

ขรรค์ชัยเชยหน้าเดือนบอก "แม่คนนี้สวยพิศ" แล้วก็เชยหน้าดาว "แม่คนนี้สวยผาด"
หาญนั่งนิ่งอยู่ กำลังคิดอะไรบางอย่าง กล้าหันมาจับขาไว้เป็นเชิงเตือนว่าอย่าผลีผลาม
"สรุปว่าสวยทั้งคู่ ข้าอยากได้...ว่าอย่างไรท่านเจ้าสัว"
"ข้ามิขัดข้องดอกเจ้าพระยาขรรค์ชัย แต่ลองถามนังสองคนนี้ดูก่อนจะเป็นไร เอ็งสองคนจะว่ายังไง นังดาว นังเดือน" เจ้าสัวแสนบอก
ผู้คนต่างอื้ออึงที่แสนไม่ขัดข้อง เดือนมองดาวส่ายหน้าปฏิเสธ แต่ดาวแอบยิ้มหวาน
"ชีวิตทาสอย่างบ่าวต้องเจียมเนื้อเจียมตัว หากนายท่านใช้ไปซ้าย บ่าวก็ไปซ้าย หากชี้ไปขวา บ่าวก็ไปขวา หากท่านเจ้าสัวไม่ขัดข้อง บ่าวหรือจะกล้าขัดคำสั่งท่านเจ้าสัว"
"อา...ดีๆ แล้วเอ็งล่ะ นังคนงาม"
หาญมองเดือน เดือนผิดหวังจากดาว ไม่อยากโดนไปด้วย
"สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตทาส คือได้ตอบแทนพระคุณนายผู้ชุบเลี้ยง สำหรับบ่าว การได้อยู่รับใช้คุณแก้วถือเป็นสิ่งเดียวที่คนต่ำต้อยเยี่ยงบ่าวต้องการเจ้าค่ะ"
"อา...นับเป็นวาจาปฏิเสธที่สวยงามยิ่ง แต่นั่นแหละนะ อยู่กับข้าก็ตอบแทนพระคุณนายของเจ้าได้เช่นกัน"
เดือนยิ่งฟังยิ่งกลัว
"งั้นก็เป็นอันว่า..."
เจ้าพระยาตบไหล่แสน เป็นเชิงว่า ขอเหอะ
หาญลุกขึ้น ชิงตอบ
"ในเมื่อท่านพระยาต้องใจนังทาสทั้งสองของใต้หล้ามากขนาดนี้ อีกทั้งท่านพระยาก็เป็นผู้มีพระคุณกับคุณพ่อและใต้หล้ามาแสนนาน พวกเราใต้หล้า ยินดีจะยกแม่ดาวและแม่เดือนให้เจ้าพระยาขรรค์ชัยขอรับ"
ทุกคนอื้ออึง บ่าวไพร่ตกใจวาบ มั่นมือไม้สั่น อ่ำแทบกระโดดลงจากเรือนไป
เดือนมองหน้าหาญ น้ำตาเอ่อหน่วยตา แล้วหยดเผาะเหมือนหัวใจโดนตัดทิ้งไปแล้ว

อ่ำวิ่งตาเหลือกเหยียบกะลา กาละมัง โครมครามมาทางลานครัว
"แย่แล้วพี่ชื่น แย่แล้ว นังเดือน นังดาว"
อ่ำเหนื่อยหอบ พูดไม่ออก เมฆได้ยินชื่อดาว รีบมาใกล้อ่ำ
"นังดาวมันทำไมน้าอ่ำ น้าอ่ำ บอกสิวะ"
"นังดาว นังเดือน เจ้าพระยาขรรค์ชัยขอซื้อตัวนังดาวนังเดือนไปเป็นนางเล็กๆ"
"เฮ้ย..." เมฆร้อง
"นังเดือนลูกแม่ ไม่จริงใช่ไหม แล้วคุณท่านล่ะ คุณท่านว่าอย่างไร"
"คุณท่านไม่ว่า แต่คุณหาญ"
"คุณหาญเอ็นดูนังสองคน คุณหาญท่านปฏิเสธใช่ไหม"
"คุณหาญ...คุณหาญยินดียกนังดาวนังเดือนให้เจ้าพระยาขรรค์ชัย"
"ไม่จริง"
ชื่นมืออ่อน ทำถาดร่วงจากมือ ตัวทรุดลงจนอ่ำรีบประคอง เมฆเจ็บใจ ไม่อยากเชื่อ กระโจนออกจากเรือนครัวไปทางเรือนใหญ่
"อีดาวของข้า"
ชื่นรีบไปทางเรือนใหญ่ มีอ่ำประคองไป

กลางตลาดสำเพ็ง ผู้คนคึกคัก เต็มไปด้วยคนสวยงาม ฟ้าหยาดเดินเล่นอยู่ในตลาด มีคุณหญิงคุณนายเรียกรถลาก
"รถลาก...ไปใต้หล้า"
ชาวบ้านหอบลูกจูงหลานผ่านมา
"ไปเร็วอีช้อย เดี๋ยวข้าไปไม่ทันแจกทานที่ใต้หล้า"
ฟ้าหยาดได้ยิน ก็เอะใจ เดินไปยังรถลากที่รออยู่
"พี่จ๊ะ ดูท่าวันนี้ใครๆก็ไปใต้หล้ารึ"
"ใช่สิ วันนี้ที่ใต้หล้ามีงานใหญ่ ฉลองคุณหาญ อายุ 20 จะไปหรือเปล่า"
ฟ้าหยาดยิ้มกริ่ม เสียงเว่ยชิงดังขึ้น
"ฟ้าหยาด"
บริเวณร้านผ้า เว่ยชิงออกมาจากร้าน
"อาฟ้าหยาด ผ้าผืนนี้สวยไหม อ้าว นังตัวดี หายไปไหนเนี่ย"
เว่ยชิงมองซ้ายขวา เห็นรถลากคันหนึ่งทางด้านหลัง แล่นห่างออกไป
"เอ๊ะ ผู้หญิงคนนั้นคุ้นๆ เอ๊ะ อาฟ้าหยาดอีหายไปไหน"
ระหว่างนั้นได้ยินผู้คนที่แต่งตัวสวยงามพากันเดินไปทางหนึ่ง
"เร็วเข้าพวกเอ็ง ที่ใต้หล้าวันนี้มีแจกทาน คุณหาญจะแจกเองเชียวนะเอ็ง"
ชาวบ้านรีบไป เว่ยชิงหัวใจหายวาบ รู้ว่าฟ้าหยาดต้องไปใต้หล้าแน่ๆ
"นังฟ้าหยาด !"

เดือนแอบปาดน้ำตาพลางทิ้งค้อนให้หาญ ไม่คิดว่าหาญจะยกให้คนอื่นง่ายๆเยี่ยงนี้ เจ้าพระยาขรรค์ชัยหัวเราะด้วยความพอใจ จะดึงตัวเดือนและดาวมาใกล้กว่าเดิม
"แหม่ๆ ข้าเต็มใจรับแม่สองคนนี้ ขอไปเสียวันนี้เลยได้ก็ดีนะ"
ดาวชั่งใจ นึกเสียดายที่ไม่ได้เป็นเมียหาญ สองคนคุยกันเบาๆ
"คุณหาญยกเราสองคนให้ท่านพระยาง่ายดายเหลือเกิน...แหม่ ข้าก็อดเป็นเมียคุณหาญน่ะสิ"
เดือนชำเลืองมองหาญด้วยความน้อยใจที่สุด
ชื่น อ่ำ เมฆ เข้ามา ตื่นตกใจรีบร้อน ชื่นมาอยู่ใกล้ แทบจะกอดขาพวงแก้ว เอื้อยคอยห้ามไว้
"คุณท่านเจ้าขา เมตตานังเดือนมันเถอะนะเจ้าคะ"
พวงแก้วถอนหายใจ ไม่อยากจะขัดข้องหักหน้าเจ้าสัวต่อหน้าใคร สองคนผัวเมียกระซิบกระซาบกัน
"ท่านเจ้าสัวเจ้าคะ อิฉันว่า..."
"แม่แก้วก็คิดเหมือนฉันใช่ไหม เจ้าพระยาขรรค์ชัยเป็นผู้ยิ่งใหญ่ กว้างขวางด้วยอำนาจบารมี หากเราได้ทำอะไรให้ท่านพอใจ ก็นับว่าดีกับใต้หล้า"
ขรรค์ชัยมองเดือน เห็นก้มหน้าลงต่ำ
"ว่าอย่างไร"
เดือนแอบปาดน้ำตา สบตาหาญด้วยความน้อยใจ
"บ่าวนับความกตัญญูเป็นใหญ่เหนือความรู้สึกเจ้าค่ะ หากนายหาญสั่งให้บ่าวไป บ่าวก็ต้องไปเจ้าค่ะ"
หาญมองเดือนนิ่ง
มั่นกระวนกระวายรอฟังคำหาญ ขณะที่เมฆพยายามสบตาดาว ส่ายหน้าว่าอย่าไป แต่ดาวเชิดใส่
"หากท่านพระยาตกลง กระผมก็ยินดี หากแต่ว่า..."
"แต่อะไรรึ พ่อหาญ"
ทุกคนมองหาญ ว่าคราวนี้จะมาอย่างไรอีก

รถลากคุณหญิงหลายคนมาจอดที่หน้าใต้หล้า คุณหญิงคุณนายต่างๆเดินเข้าไปในใต้หล้าพร้อมบ่าวไพร่
ฟ้าหยาดนั่งรถลากอีกคันตามมาห่างๆ

"นั่นหรือ ใต้หล้า"

ทุกคนกำลังมองหาญเป็นตาเดียว ยกเว้นเดือนที่น้อยใจจนไม่อยากเห็นหน้าหาญที่กำลังยิ้มแย้ม

"กระผมและพวกเราใต้หล้า ยินดีให้ท่านเจ้าพระยาขรรค์ชัยไถ่ตัวแม่ดาวและแม่เดือนไปเป็นนังเล็กๆในวังของท่านได้ หากว่า..."
"ดูท่าพ่อหาญจะมีเหตุผลมากมาย" เจ้าพระยาขรรค์ชัยว่า
"ขอรับ...หากว่าท่านพระยาไม่เห็นแก่ความรักของแม่ลูก คือแม่เดือนกับแม่ชื่น คนเป็นแม่ย่อมอยากเห็นลูกมีความสุข ไม่อึดอัดคับข้องใจ"
ชื่นน้ำตาคลอ สำนึกพระคุณหาญ
"หากว่า...ท่านพระยาไม่เห็นแก่ความกตัญญูของทาสที่มีต่อนายเดิมของมัน หากว่า การที่ท่านจะได้เมียเล็กๆอย่างเช่นแม่เดือนและแม่ดาวเข้าไปอยู่ในวังนั้น จะไม่นำมาซึ่งความวุ่นวายแก่อาณาจักรของท่านพระยา ซึ่งกระผมทราบข่าวว่า ยังมีนังเล็กๆอีกเป็นสิบนางที่ประพฤติดั่งลิ้นกระทบฟันกันอยู่"
"พ่อหาญ"
"ขอรับ...ประการสำคัญ การที่ท่านพระยาชุบเลี้ยงบ่าวไพร่มากมาย แสดงให้เห็นความเมตตาของท่าน แต่หากเมตตาที่เจือมาด้วยเรื่องกามารมณ์นั้นจะทำให้ท่านและชื่อเสียงของท่านพระยาเสียหาย หากท่านไม่ใยดีกับความฉาวโฉ่นั้น กระผมก็ยินดียกแม่เดือนแม่ดาวให้ท่านขอรับ"
เจ้าพระยาตบเข่าฉาด ท่าทางไม่พอใจ มองหน้าหาญที่มาดนิ่ง สุขุม ยิ้มสู้ เดือนมองหน้าหาญ น้ำตาเอ่อ รู้ว่าหาญช่วยตนไว้แน่นอน
"คุณหาญ"
"หากข้ายังต้องการนังสองคนนี้"
"หากว่าท่านเจ้าพระยาไม่เห็นแก่หน้าอิฉัน"
ทุกคนตกใจ หันไปมอง คุณหญิงของเจ้าพระยาขรรค์ชัยขึ้นเรือนมา ทุกคนรีบน้อมตัวไหว้ ขรรค์ชัยหน้าเจื่อนทันที
"สวัสดีค่ะคุณพี่...ลูกกล้า ลูกหาญจ๊ะ กราบคุณหญิงแม้นเสีย คุณหญิงเป็นภรรยาของท่านเจ้าพระยาขรรค์ชัย" พวงแก้วว่า
คุณหญิงแม้นเดินมาใกล้ดาวและเดือน
"เอ็งสองคนก็สะสวยดี แต่บ้านข้าคนเยอะแล้ว คงไม่มีที่พอจะเหลือรับใครมาเลี้ยงกระมังคะ ท่านเจ้าพระยา"
"ข้าก็ไม่ได้ว่าจะเอาจริงอะไร...ถนอมน้ำใจของเจ้าสัวแสนก็ส่วนหนึ่ง ที่สำคัญ พ่อหาญ ให้เหตุผลที่ดี หนำซ้ำยังกล้าค้านข้า ข้าจะฝืนให้เสียน้ำใจกันทำไม"
"แม่เดือนแม่ดาว กราบท่านเจ้าพระยาและคุณหญิงแม้นที่เมตตาเจ้าทั้งสองเสีย"
เดือนกราบด้วยความตื้นตันใจ ส่วนดาวนึกเสียเส้นที่ไม่ได้เป็นเมียของเจ้าพระยา
เอื้อย ชื่น มั่น เมฆ กราบพระยา กราบคุณหญิง กราบหาญ แล้วรีบพาเดือนและดาวออกไป
"ขอบพระคุณเจ้าค่ะคุณหาญ"

บริเวณลานครัว ดาวกระฟัดกระเฟียด ถูสีชาดออกจากปาก ถูแก้มที่แตะแต้มน้ำกุหลาบให้แก้มแดงออกจากแก้ม
"โว้ย! โว้ย !โว้ย"
"ร้องหาผัวเหรอจ๊ะ"
เมฆยื่นหน้าเข้ามา ดาวยันออกห่าง เขยิบตัวไปอีกทาง
"เอ็งไปห่างๆข้าเลยนะ ไอ้เมฆ ข้าอารมณ์ไม่ดี"
"ฝันค้างล่ะสิ ฮ่ะๆ อีดาวบนดิน อดเป็นเมียบ่าวผู้ลากมากดี สมน้ำหน้า ดูสิ! ผิดกับนังเดือนมันจริงๆ"
เดือนปาดน้ำตา ถอนหายใจอย่างโล่งอก
"ข้าไม่อยากถูกขายไปเป็นเมียบ่าวเมียทาสให้คนรวยที่ไหน ข้าอยากอยู่อย่างนี้"
"อีเดือน ! เอ็งมันโง่ ถ้าได้เป็นเมียคนรวยๆ มียศมีศักดิ์ ก็เท่ากับได้เลื่อนขั้นชีวิตนะโว้ย"
"แต่ข้าไม่ปรารถนา"
"ช่างหัวเอ็ง อยากจมปลักเป็นทาสก็เป็นไป ข้าต้องจับใครให้ได้สักคน ข้าจะต้องหลุดจากความต่ำตมตรงนี้"
ดาวกระแทกเสียงอย่างมุ่งมั่น ลุกออกไปจากครัว
"อีนี่ใฝ่สูงเกินตัวมันจริงๆ" มั่นบอก
"เดี๋ยวข้าสอยมันมาอยู่ที่เดิมเอง ไม่ต้องห่วง" เมฆบอก
"ไอ้เมฆ เอ็งก็เหมือนกัน สถุนอย่างเอ็งอย่ายุ่งกับมัน หรืออีเดือนเด็ดขาด ไม่งั้นข้าเอาดุ้นฟืนฟาดตายคาครัวนี่ละ"ชื่นบอก
"เหรอจ๊ะ"
เมฆเบ้หน้าเย้ย แล้วออกไปอีกทาง
เดือนหันมากอดแม่ ชื่นลูบหัว มั่นพยักหน้าให้กำลังใจ แบบว่ารอดไปได้แล้วเพราะคุณหาญช่วยไว้

ฟ้าหยาดยืนอยู่หน้าใต้หล้า ตะลึงกับความใหญ่โตของใต้หล้า
"โอ้โห ใต้หล้าใหญ่โตโอฬารถึงเพียงนี้เชียวหรือนี่ จะเป็นอย่างไรหากข้าได้มาอยู่ที่นี่"
อ่ำมารออยู่ที่หน้าประตูใหญ่ เห็นฟ้าหยาดดูงงๆ ไม่เข้ามา
"แม่หญิงเป็นแขกของใต้หล้าหรือขอรับ" อ่ำถาม
"แขก"
"ใช่ขอรับ มางานที่ใต้หล้านี้ใช่หรือไม่ หากเป็นโรงทาน อยู่ทางโน้น"
"ฉันไม่ได้มาโรงทาน วันนี้เป็นวันเกิดคุณหาญ ฉัน....ฉันเป็นคนรู้จักกับคุณหาญ เป็นแขกพิเศษของคุณหาญหน่ะ"
อ่ำมองสงสัยแต่จำไม่ได้
"อ๋อ...เดี๋ยวกระผมจะไปเรียนคุณหาญให้นะขอรับ"
ฟ้าหยาดตื่นเต้น จัดเสื้อผ้าหน้าผม รอ
ภายในห้องจัดเลี้ยงใหญ่โต แขกเหรื่อกระจายกันอยู่
มุมหนึ่ง สายฝนอยู่กับบุหงา ใกล้กันนั้นซินแสเทียนคุยอยู่กับหยกและกล้า
"แกนี่ไม่ได้เรื่องเลยนะนังสายฝน ขนาดอีทาสสองคนยังเข้าตาท่านเจ้าพระยาขรรค์ชัย"
"แม่อยากให้ฉันไปเป็นเมียเล็กๆของท่านบ้างหรือยังไง"
"เป็นเมียคนใหญ่คนโต อำนาจบารมีล้นฟ้า"
"แต่ก็ไม่ใช่เมียแรก เมียใหญ่ สายฝนไม่เอาด้วยหรอก... หรือแม่เจ็บไม่พอ จะให้ฉันชิมรสชาติน้ำใต้ศอกเหมือนแม่ใช่ไหม"
"นังนี่"
"ดีแล้วที่ท่านพระยาไม่มองฉัน เพราะฉันมองพี่หยกคนเดียว"
หยก กล้า ซินแสเทียนได้ยิน หันมา ซินแสเทียนยิ้มๆ
"บุรุษมักสะดุดตาที่สุภาพสตรีเท่านั้น เห็นทีคุณสายฝนคงต้องเรียนรู้คำกุลสตรีให้มาก มิเช่นนั้นก็จะได้แต่มองอยู่ฝ่ายเดียว ไม่ถูกมองบ้าง" ซินแสเทียนบอก
สายฝนยังไม่รู้ตัวว่าโดนเหน็บ
"ค่ะ ซินแสเทียน สายฝนจะจำไว้"
หยกและกล้าหัวเราะ สายฝนถึงรู้ตัว บุหงารีบมาดึงสายฝนออกไป
"โดนซินแสหลอกด่า ยังไม่รู้ตัว มานี่ ! นังสายฝน แกอย่าทำให้ฉันเสียหน้ามากกว่านี้ได้มั้ย"

เจ้าสัวแสนมองหาญอย่างดุๆ เพราะคิดว่าเจ้าพระยาต้องไม่พอใจอย่างมาก
"ขอโทษท่านพระยาเสียเจ้าหาญ ที่บังอาจหักน้ำใจท่าน"
"กระผมขออภัยที่ล่วงเกินท่านขอรับ"
พระยามองหาญ แล้วพลันยิ้มออก ตบไหล่หาญอย่างชอบใจ
"ฮ่าๆ ข้าชอบลูกผู้ชาย คนจริง กล้าพูดกล้าทำ มีวาจาเฉียบแหลม เด็ดขาด คุณสมบัติเยี่ยงนี้ หากรับราชการ จะเติบใหญ่รุ่งเรืองแน่ๆ"
"แต่เมื่อสักครู่ กระผมบังอาจ..."
"สอนมวยท่านเจ้าพระยาน่ะหรือ....ฮึๆ" แม้นว่า
"อิฉันขออภัยแทนลูกหาญด้วยเจ้าค่ะ ท่านเจ้าพระยา คุณหญิง" พวงแก้วบอก
"ใครบอก...ฉันละชอบตาหาญเสียจริง ถ้าฉันมีลูกสาวจะขอจองตัวไว้นะ เสียดายว่ามีแต่ลูกชาย"
แก้วได้หน้า ปลาบปลื้ม แสนพลอยยิ้มออก
"คงเป็นบุญหากลูกหาญจะได้ใกล้ชิดกับท่านพระยาและคุณหญิง แต่เมื่อมีแต่ลูกชาย เจ้าหาญคงจะไร้วาสนาเสียแล้ว"
"ไม่ได้เป็นเขย ก็มาทำงานด้วยกันได้สิ หากว่าพ่อหาญอยากรับราชการ ข้าก็ยินดีส่งเสริม"
เจ้าสัวแสนและพวงแก้วหน้าชื่นบาน หาญอึ้งๆไป ไม่อยากเชื่อเลย อ่ำเข้ามา
"คุณหาญขอรับ มีแขกสำคัญของคุณหาญมาถึงแล้วขอรับ"
"แขกสำคัญของเรา"
"หรือจะเป็นคุณจันทร์กระมัง...พ่อหาญ ไปรับแขกกับแม่ด้วยกันนะลูก อิฉันขอตัวนะคะท่าน"

พวงแก้วดูตื่นเต้น รีบพาหาญออกไป หาญงง ว่าแขกคนไหน
 
อ่านต่อหน้า 2

ชิงรักหักสวาท ตอนที่ 8 (ต่อ)

ระหว่างทางเดินไปหน้าบ้าน อ่ำเดินตามมาติดๆ หาญยังสงสัยไม่หาย

"ไอ้อ่ำ แขกคนสำคัญของข้า เป็นใคร ข้าไม่ได้เชิญใครเลยนี่ แล้วเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย"
"ผู้หญิงขอรับ สวยมาก สวยเหมือน เหมือน เหมือนนางโลมที่หอจันทร์ฉายน่ะขอรับ"
"เหมือนนางโลมที่หอจันทร์ฉาย"
อ่ำคิดได้ คิดไปคิดมา ตาเหลือก ก้าวขาไม่ออก พวงแก้วเดินนำไปแล้ว หาญงง มองอ่ำ
"ไอ้อ่ำ เป็นอะไร"
"ชิ...หายแล้ว ขอรับ"
พวงแก้วหันมา เห็นหาญกับอ่ำหยุดคุยกัน
"พ่อหาญ รีบเข้าสิจ๊ะ ไอ้อ่ำ ทำไมเอ็งไม่รีบนำไป"
หาญจะเดินต่อ แต่อ่ำคว้าขาหาญกอดไว้
"ตายห่า...นายน้อยขอรับ นางคนนั้นไม่ได้เหมือนนางโลมที่หอจันทร์ฉายหรอกขอรับ แต่ใช่เลย นางชื่อ ฟ้าหยาด"
หาญโพล่งอย่างตกใจ "ไอ้อ่ำ... คุณแม่! "
หาญรีบวิ่งไปดักหน้าพวงแก้วไว้

ฟ้าหยาดยืนรออยู่ตื่นเต้น
"คุณหาญ ทำไมช้านักนะ"
เหมือนกับจะมีใครเดินมา
"อุ๊ย ! มาแล้ว"
ฟ้าหยาดดีใจ

พวงแก้วกำลังจะเดินมา หาญรีบมาดึงตัวแม่รั้งไว้ กั้นตัวบัง
"คุณแม่ขอรับ กระผมรับแขกเองดีกว่าขอรับ คุณแม่กลับไปรอที่เรือนดีกว่า"
"ไม่ได้หรอก แขกคนสำคัญ แม่จะมารับเอง"
พวงแก้วจะไปต่อ หาญกั้นขวาง
"อะไรกันเนี่ยลูกหาญ ทำตัวเป็นเด็กไปได้ ถอยไปเดี๋ยวนี้นะ"
อ่ำเขกกบาลตัวเอง ด้วยความหวาดหวั่น

เว่ยชิงลงจากรถลาก เห็นฟ้าหยาดกำลังจะเข้าไปในใต้หล้า
"ฟ้าหยาด"
ฟ้าหยาดเหวอ หันไปเจอเว่ยชิงก็ตกใจ
"อาเว่ย"
ฟ้าหยาดละล้าละลัง ไม่ยอม
"นังตัวดี มาทำอะไรที่นี่ กลับไปเดี๋ยวนี้นะ กลับ"
"ไม่เอา ไม่กลับ ข้าจะหาคุณหาญ"
"ไม่ได้ ! ต้องกลับ"
เว่ยชิงลากฟ้าหยาดขึ้นรถลาก
"ออกรถ เร็วเข้า ออกรถ"
ฟ้าหยาดโดนจิกหัว พยายามหันมองใต้หล้าอีกครั้ง

พวงแก้วผลักหาญแล้วเดินลิ่วหน้าบ้าน แต่ไม่เห็นใคร
"อ้าว !"
หาญรีบเดินตามมา ส่วนอ่ำปิดตาก้มหน้างุดลง ทำให้มองไม่เห็น
"เอ็งเป็นอะไรไอ้อ่ำ หลอกข้ารึ ไม่เห็นมีใคร"
หาญเดินออกมามอง งง เขี่ยอ่ำ
"ไอ้อ่ำๆๆ"
อ่ำเงยหน้าเปิดตาไม่เห็นฟ้าหยาดแล้ว ตอบไม่ถูก
" เออ อา"
รถลากของจันทร์และบุษบาบรรณมาถึงพอดี อ่ำดีใจ
"โน่นไงขอรับ มาแล้วขอรับ"
แก้วดีใจ
"คุณจันทร์ แม่หญิงบุษบาบรรณ หาญ รับแม่หญิงสิลูก"
รถลากจอด หาญจำเดินเข้าไปรับ ส่งแขนให้จันทร์จับ จันทร์ก้าวลงมามองหาญด้วยความเอ็นดู เมตตา
"เชิญครับ"
หาญมองเข้าไป ทำไมนางอีกคนยังไม่ลง มองไม่ชัดแต่เห็นนางทำหน้าเชิด จันทร์จึงเรียก
"ลงมาสิลูก บุษบาบรรณ"
บุษบาบรรณตามแม่เรียกและจะลงจากรถลาก หาญยื่นแขนให้เหมือนกัน บุษบาบรรณมองหน้าหาญ กระโดดลงจากรถเอง โดยไม่จับแขนหาญ
"ขอบใจนะ แต่ไม่ต้อง เราช่วยตัวเองได้"
หาญอึ้งกับทีท่าบุษบาบรรณที่ดูมั่นใจมาก
"เข้าข้างในกันเถอะคะ ท่านเจ้าสัวรออยู่"
พวงแก้วนำต้อนรับ บุษบาบรรณเดินควงแขนแม่เข้าไปในใต้หล้าเลย โดยไม่สนใจหาญเลย

พวงแก้ว เจ้าสัวแสน จันทร์ บุษบาบรรณ หาญและกล้า ได้รู้จักกัน
"แม่จันทร์เป็นเพื่อนสนิทของแม่ ตั้งแต่ครั้งอยู่วังรับใช้หม่อมท่าน ก็หวังจะให้ลูกๆได้รู้จักสนิทสนมกันด้วยนะ"
"อายุหนูบุษน่าจะพอๆกับพ่อหาญกระมัง พ่อกล้าก็น่าจะเป็นพี่หนูบุษปีสองปีได้นะจ๊ะ" จันทร์ว่า
"สวัสดีครับน้องบุษบาบรรณ" กล้าบอก
"เรียกบุษเฉยๆก็ได้ค่ะ"
บุษบาบรรณดูเป็นจุดเด่นในงาน สวย น่ารัก กิริยามารยาทงดงาม หนำซ้ำยังพูดจาฉาดฉาน
"กราบทุกท่านในที่นี้ด้วยนะคะ บุษกับคุณแม่ขออำนวยความสุขแด่ท่านเจ้าสัวและคุณน้าแก้วด้วยค่ะ"
"อวยพรน้ากับท่านเจ้าสัวได้อย่างไรจ๊ะ วันนี้วันเกิดพ่อหาญ หนูบุษก็ต้องอวยพรพ่อหาญสิจ๊ะ" จันทร์บอก
"วันคล้ายวันเกิด หมายความว่าย่อมมีผู้กำเนิด และผู้ให้กำเนิด คนหนึ่งกำเนิดมาดูโลก เพราะอีกคนหนึ่งเอาใจใส่ประคบประหงมมาตลอดเก้าเดือน และยังเจ็บหนักที่สุดเมื่อถึงวันคลอดด้วย เยี่ยงนั้น บุษว่า คนที่ควรอำนวยพรให้และแสดงมุทิตาจิต น่าจะเป็นคุณน้าแก้วมากกว่าค่ะ"
"โอว ! สมแล้วที่แม่แก้วกล่าวถึงแม่หนูบุษบาบรรณให้ข้าฟัง คุณจันทร์ช่างเลี้ยงลูกได้จำเริญวัย ทั้งสวยทั้งเก่งทีเดียว" แสนบอก
"ขอบพระคุณค่ะ ท่านเจ้าสัว"
หาญรู้สึกชื่นชมบุษบาบรรณไม่น้อย กล้ายิ้ม แอบกระทุ้งเอวน้องชาย
"อึ้ง ทึ่งไปเลยนะเจ้าหาญ"
"กระผมแค่ไม่เคยพบผู้หญิงคนไหนฉาดฉานเท่านี้มาก่อนเลยเท่านั้นขอรับ"
พวงแก้วเห็นกล้าและหาญคุยกันยิ้มๆ จึงรีบเปิดทาง
"แม่จันทร์คงไม่ว่า หากปล่อยให้หนุ่มสาวได้รู้จักกันบ้าง"
"ฉันยินดียิ่งนักแม่แก้ว"
"เยี่ยงนั้น พ่อหาญ พ่อกล้า พาน้องไปทานของว่างสิจ๊ะ"

กล้าและหาญมองหน้ากัน จำต้องไป กล้าทำผายมือเชิญบุษบาบรรณเดิน เธอเดินหน้าเชิดออกไปเลย กล้า หาญ เหวอ รีบตามออกไป

กล้า หาญ และบุษบาบรรณเดินมาทางมุมอาหาร กล้าแหยๆ เพราะรู้แกวแม่ตัวเองดี

"น้องหาญท่าทางถูกชะตาน้องบุษ งั้นพี่จะไม่อยู่ขวาง"
"ไม่ได้นะพี่กล้า พี่กล้าอย่าทิ้งกระผม"
"มีอะไรกันหรือคะ ที่จริง บุษดูแลตัวเองได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องประคบประหงมเดินตาม"
"มิใช่หรอกครับน้องบุษ พี่จะไปหยิบน้ำอัญชัญให้น้องบุษ เลยจะฝากให้เจ้าหาญดูแลน้องบุษอยู่ตรงนี้ก่อน"
"อ๋อ เช่นนั้นเอง ขอบคุณนะคะพี่กล้า"
แม่หญิงบุษบาบรรณยิ้มดูไม่ดัดจริต กล้าถูกชะตา ยิ้มจริงใจตอบกลับ อีกมุมหนึ่ง หยกมองรอยยิ้มกล้านั้นแล้วอึ้งไปด้วยความหึง

มุมหนึ่ง หยกกำลังคุยกับขุนนางหน้าตาดี หล่อๆ แต่สายตาก็มองหากล้า แต่ไม่เห็นว่ากล้าอยู่กับหาญและแม่หญิงบุษบาบรรณ
ขุนนาง1บอก
"คุณหยกก็ต้องใจใบหน้าหวานๆของคุณหนูบุษบาบรรณเหมือนกันหรือครับ"
"ครับ !"
หยกรับคำไปเพราะไม่ได้ยินว่าพูดอะไรกัน
ขุนนาง2 บอก
"คุณหยกหมายปองดอกฟ้าเสียแล้ว จะแข่งกับพวกเรารึนี่"
"ห๊า ! หมายปอง....เอ้อ เปล่านะครับ ไม่เลย อย่าเข้าใจกระผมผิด"
ขุนนางหัวเราะ ตบไหล่หยก ดูสนิทสนมกัน
กล้าเดินเข้ามาเห็นหยกท่าทางสนิทกับขุนนาง ก็หึงวูบ รีบเดินเข้าไปแทรกระหว่างหยกกับขุนนางทันที
"คุณอะไรกันหรือครับทุกท่าน... พี่หยก"
ขุนนาง3 บอก
"พวกเรากำลังคิดว่าจะเป็นมิตร หรือศัตรูกันดีน่ะครับ"
กล้างง"มิตร ศัตรู"
"ทุกคนที่นี้ต่างมองแม่หญิงบุษบาบรรณ แต่ก็ดันมาเหมารวมพี่เข้าไปด้วย"
"แล้วพี่หยกประทับใจแม่หญิงหรือเปล่าครับ"
"โธ่...น้องกล้าก็น่าจะรู้"
หยกและกล้าสบตากัน กล้าหึงหยก ในขณะที่หยกก็ประหวั่นใจว่ากล้าจะชอบบุษบาบรรณด้วย
"คุณชายทุกท่าน เห็นตรงกันว่าท่านเจ้าสัวกับคุณแก้วคงจะทาบทามแม่หญิงบุษบาบรรณมาเป็นสะใภ้ใต้หล้าแน่ๆ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าแม่หญิงจะมาเป็นคู่ครองของน้องหาญหรือน้องกล้าน่ะครับ"
หยกมองกล้าที่อึ้งไป อดชำเลืองมองบุษบาบรรณที่บัดนี้อยู่กับหาญ หยกแอบรู้สึกเพราะกล้าไม่ตอบแต่ดันหันไปมองหึงบุษบาอีก!

แม่หญิงบุษบาบรรณมองหาญตรงๆ ไม่มีหลบสายตา
"เป็นอะไรหรือคะคุณหาญ ทำหน้าเหมือนอึดอัด"
หาญหัวเราะออกมาได้ ขันที่บุษบาบรรณช่างฉลาด ทำให้เขาผ่อนคลาย
"คุณบุษช่างเป็นคนตรงไปตรงมา ช่างสังเกต และสายตาแม่นยำเสียด้วย"
"บุษเดาว่า ตอนนี้คุณหาญกำลังประเมินว่าจะรับมือบุษเยี่ยงไร"
หาญสบตา พยักหน้า ชักจะชอบใจ
"อย่าคิดอะไรมากสิคะ คนเราเกิดมาเพื่อจะไปสู่ความตายทุกคน ฉะนั้น ทำทุกวันที่มีอยู่ให้ดีที่สุด ปกติใจที่สุด และไม่ทำร้ายผู้อื่น"
"ถ้าเช่นนั้น กระผมมีหน้าที่รับแขก พาคุณบุษมาชิมอาหารว่าง ผมควรดูแลคุณบุษอย่างดี"
"ใช่ บุษก็จะชิมอย่างเต็มที่เหมือนกัน ไหนคะ ขนมบุหลันดั้นเมฆ เห็นคุณแม่ท่านว่า คุณน้าแก้วทำอร่อยที่สุดในพระนคร"
หาญยิ้มกว้าง พาบุษบาบรรณไปชิมขนม ต่างคนต่างรู้สึกสบายๆ ไม่เกร็ง
หาญพาแม่หญิงเดินชิมขนม พวกขุนนางหล่อๆเข้ามาคุยด้วย ไม่เว้นแม้แต่กล้าและหยก
อีกมุมหนึ่ง สายฝนมองอยู่ เห็นหยกเข้าไปด้วยก็ทนไม่ได้
"อินังนี่เป็นใครมาจากไหนเนี่ย มาถึงก็แย่งความสนใจจากฉันไปได้"
"แล้วแกจะยืนแห้ง เหมือนดอกไม้เหี่ยวอยู่อย่างนี้เหรอ" บุหงาว่า
"แม่ อย่าด่าซ้ำได้ไหม จะให้ทำอะไรก็บอกมา"
"อยากเป็นที่สนใจ ก็ต้องทำตัวเด่น"
สายฝนคิดออกทันที เรื่องร้ายๆ เด่นๆขอให้บอก
"อีเจียม ! ไปเรียกวงดนตรีมาสิ ถึงเวลาที่ลูกข้าจะเฉิดฉายเสียที" บุหงาบอก
"เออ วงดนตรีเก็บของกลับกันหมดแล้วคะคุณบุหงา"
"ไปตามพวกมันกลับมาสิ อีโง่"
เจียมนึกได้
"อุ๊ย มีคนนึงช่วยได้เจ้าคะ"
เจียมเข้าไปกระซิบรายงานนาย บุหงายิ้ม ปัดมือไล่ไปตามนั้น เจียมพยักหน้า รีบออกไป

เดือนเปลี่ยนชุดแล้วในชุดทาส กำลังช่วยคนในเรือนครัวทำงาน เตรียมกับข้าวส่งเรือนใหญ่
"แม่จ๋า ของว่างนี่ยกขึ้นเรือนใหญ่เลยใช่ไหมจ๊ะ" เดือนถาม
"มึงไม่ต้องเลยนังเดือน ข้ายกเอง " ดาวบอก
"แหม่ งานเสนอหน้านี่ถนัดนักนะ อีดาว " ชื่นว่า
ดาวแย่งถาดไปจากเดือน จะออกไป เจียมเข้ามา แทบจะชนกัน
"อ๊าย ! น้าเจียม เดินประสาอะไร เกือบชนฉันแล้วเนี่ย"
"โอ๊ย ! อีดาว เอ็งจะยกสำรับก็รีบไป ข้าไม่อยากมีเรื่องกับเอ็ง อีเดือน...เอ็งมานี่"
เดือนงง ชื่นมอง
"เอ็งมีเรื่องอะไรกับนังเดือน ห๊า ! อีเจียม"
"ข้าไม่มี แต่คุณท่านมี ไปเร็วนังเดือน คุณท่านเรียกหา ปัดเนื้อปัดตัวด้วย ให้มันเรี่ยมเร้เรไรหน่อยเอ็ง"
"เรียกหานังเดือน" ดาวว่า
" เฮ้ย ? ไหนว่าไม่ยกนังดาวนังเดือนให้ท่านเจ้าพระยาแล้วยังไง"
"นั่นสิ แล้วจะให้ไปรับหน้าอีกทำไม" มั่นว่า
"ข้าไม่ให้มันไป"
ชื่นมากันเดือนไว้ ดาวหมั่นไส้
เดือนร้องไห้บอก
"ข้าไม่อยากเป็นเมียบ่าว"
"โว้ย ! อีเดือน อีบ้า เอ็งไม่มีวาสนาเป็นเมียคนใหญ่คนโตที่ไหนหรอก มีแต่คนใหญ่คนโตจะมาใหญ่ในบ้านนี้แล้ว ไปกับข้า" เจียมบอก
"ท่านเจ้าสัวพาแม่หญิงคนใหม่เข้ามาใต้หล้ารึ"
"ไม่ใช่โว้ย คราวนี้มีแม่หญิงที่ไหนไม่รู้ ทั้งสาว ทั้งสวย กำลังเป็นดาวอยู่กลางเรือนใต้หล้า ท่าทางคุณแก้วจะหมายมั่นมาเป็นสะใภ้แน่ๆ"
ทุกคนตกใจ ดาวกรี๊ด
"ไม่จริงนะ ไม่...ต้องไม่ใช่คุณหาญ"
ดาวยัดถาดใส่มือเมฆ เมฆงง
"วันนั้นคงมาถึงแล้ว" เดือนว่า
"โอย !วันนั้นวันไหนอะไรของเอ็ง มานี่เลยนังเดือน เอ็งต้องมาช่วยคุณสายฝน จะปล่อยให้แม่หญิงคนนั้นเด่นอยู่คนเดียวไม่ได้"

เจียมลากเดือนออกไป ทุกคนงง ดาวช็อก คาดไม่ถึง เสียใจ
 
อ่านต่อหน้า 3

ชิงรักหักสวาท ตอนที่ 8 (ต่อ)

เจ้าสัวแสนและแก้วกำลังรับแขก ทั้งเจ้าพระยา คุณจันทร์ คุณหญิงแม้น บุหงาเดินเข้ามา ยิ้มให้เจ้าพระยาขรรค์ชัยอย่างหวาดหยด

จันทร์มองบุหงา แล้วแอบซุบซิบกับพวงแก้วสองคน
"นี่หรือบุหงา อดีตนางโลมหอจันทร์ฉาย"
"ใช่จ๊ะ แม่จันทร์ นางโลมหยำฉ่า คนนี้แหล่ะที่เป็นเสี้ยนฉันตลอดมา"
"ถ้าเสี้ยนมันตำ เป็นหนองอยู่นานขนาดนี้ ควรจะบ่งออกบ้างนะคะ"
พวงแก้วยิ้มเย็น แต่ดูร้ายลึก
"ค่ะ"
บุหงามองใส่พวงแก้ว และ จันทร์
"แหม ทุกคนมองบุหงาเยี่ยงนั้น บุหงาก็ตื่นเต้นนะคะ"
"แม่บุหงามีอะไรหรือเปล่า" แสนว่า
"ท่านเจ้าสัวเจ้าขา ถ้าไม่มี บุหงาจะมาร่วมพูดคุยด้วยไม่ได้หรือเจ้าคะ"
"มีอะไรก็รีบๆว่ามา แม่บุหงา งานมงคล กำลังเป็นรื่นรมย์" พวงแก้วว่า
"นี่แหละค่ะ ที่บุหงากำลังจะกราบเรียน.....วันนี้เป็นวันเกิดลูกสายฝนด้วยเหมือนกัน ลูกสายฝนจึงมีของขวัญพิเศษให้ท่านเจ้าสัวและแขกเหรื่อทุกท่านค่ะ"
บุหงายิ้มหวาน แก้วมองว่านังนี่จะทำอะไรอีก ไม่ไว้ใจ

เจียมลากเดือนมาทางเรือนทาส
"โอ๊ย น้าเจียม เบาๆสิจ๊ะ น้าจะให้ฉันทำอะไร "
"เอ็งต้องช่วยคุณสายฝน"
"ช่วย ช่วยยังไงจ๊ะ"
"ซอเอ็งอยู่ไหน"
เดือนเข้าใจ ชี้ไปในบ้าน
เวลาต่อมา เดือนหยิบซอ หันมองเจียม
"ไปสภาพนี้ไม่ได้แน่"
เจียมมองหน้าเดือน ที่ยังสวยสะด้วยเครื่องแต่งหน้า ผิวพรรณก็ผุดผาด
"น้าเจียมมองฉัน....ทำไมหรือจ๊ะ"
เจียมเหลียวซ้ายขวา แล้วนึกออก เจียมกำดินที่พื้น ถูมือไปมา แล้วทาใส่หน้าแขน ไหล่ หน้าเดือน
" น้าเดือน เอาขี้เถ้า ขี้ดินมาถูฉันทำไม"
"เอ็งจะสวยเด่นกว่าคุณสายฝนไม่ได้"
เจียมทึ้งผมเดือน จับยีๆ จนเดือนร้อง
"น้าเจียม...อย่านะ น้าเจียม"
"เงียบเถอะน่า เอาวะ แค่นี้พอ ไปเร็วเข้านังนี่"
เจียมลากเดือนที่สภาพหัวฟู เนื้อตัวกระดำกระด่างออกไป

ทุกคนกำลังนั่งมองเดียวเป็นตาเดียว เพราะเสียงซอนั้นไพเราะจับใจ สายฝนรำสวยงามยิ้มกระหยิ่มเพราะตอนนี้ใครๆก็มองตนเป็นตาเดียว บุหงารีบเอาหน้ากับแสนและแขกเหรื่อทันที
"รำพิเศษจากลูกสายฝนของบุหงา ถือว่าเป็นของขวัญแด่ท่านเจ้าสัวจากบุหงาและลูกนะเจ้าคะ"
แสนยิ้มกว้าง บุหงาเข้าไปซบ แก้วอึ้ง หน้านิ่งไป
เดือนซึ่งหัวฟูเล็กน้อย เนื้อตัวก็มีรอยเปื้อนดิน นั่งสีซออย่างอายๆอยู่ เดือนเห็นหาญนั่งอยู่กับบุษบาบรรณ
"แม่ซอคนนี้ ฝีมือซอช่างไพเราะเสนาะหู" แม่หญิงว่า
"หล่อนชื่อ แม่เดือน เป็นทาสที่ใต้หล้าแห่งนี้" หาญบอก
"อ้อ..."
อีกมุมหนึ่ง ดาว เอื้อย ชื่น มั่นมาแอบดู
"ทำไมนังเดือนมันมอมขนาดนั้น" เอื้อยว่า
"สมน้ำหน้า เหมือนหมาตกขี้ตม ดี จะได้ไม่มีใครมองมัน" ดาวว่า
ดาวมองไปทางหาญ หมั่นไส้ ที่มีแม่หญิงบุษบานั่งข้างๆ พาลโกรธด้วยแรงหึง
"อีนังนี่นะหรือ คนที่คุณท่านจะจับคู่ให้ เชอะ สวยก็ไม่สวย สู้ข้าก็ไม่ได้"
" ฮะๆ ดาวเอ๊ย เจียมตัวเองบ้าง แล้วนี่ เอ็งดูนั่น" มั่นชี้ไปทางเดือน " เหล่าท่านขุนน้ำขุนนางมองนังเดือนเป็นตาเดียว ความงามของมันคงทะลุคราบดินออกมาเลย ดูสิ ฮ่าๆ"
เหล่าขุนนางต่างมองเดือนแล้วอมยิ้ม บางคนเข้าไปใกล้เดือน
หาญเห็นแต่ไม่กล้าลุกไป หึงเดือนแต่ทำอะไรไม่ได้
"ต้องมีคนแกล้งแม่เดือนกระมัง เฮ้อ น่าสงสารจริง" หยกว่า
"น้องสายฝนคงกลัวว่าแม่เดือนจะเด่นกว่า แต่กลับตาลปัตร ตอนนี้ใครๆก็มองแต่แม่เดือน" กล้าบอก สายฝนเห็นขุนนางมองสนใจเดือน ก็พะวงความเด่นจนรำผิดรำถูก หันไปแว้ดใส่เดือน
"นังเดือน สีซอดีๆหน่อย"
พวงแก้วยิ้มๆ
"นี่แหละหนา เขาเรียกว่ารำไม่ดี โทษปี่โทษกลอง"
บุหงาหน้าเสีย ขยิบตาให้สายฝน ! เดือนตั้งใจสีซอ แต่สายฝนไม่มีสมาธิ ทนรำต่อไปจนจบ เสียงปรบมือดัง พระยาขรรค์ชัยลุกขึ้น ปรบมือยาว ทุกคนยิ้มแย้ม สายฝนนึกว่าตนเองได้หน้า
"สวยมาก ยอดเยี่ยม ช่างเป็นเพลงซอที่ไพเราะจับใจที่สุดเท่าที่ข้าเคยฟังมา"
เดือนกราบลง สายฝนแอบกระทืบเท้าข้างเดือน พลางก้มไหว้พระยาขรรค์ชัย แต่แอบจิกเดือน
"เอ็งกล้าแย่งความเด่นไปจากข้ารึนังเดือน เอ็งไม่รอดแน่"
ดาวเห็นสายตาเจ็บแค้นที่สายฝนมองเดือน
"อีเดือน เอ็งโดนแน่ แบบนี้"
ดาวยิ้มร้าย

เดือนรีบเดินหนีกลับเรือนทาสด้วยความหวั่นใจว่าอาจโดนสายฝนเล่นงาน มุมหนึ่ง ขุนนางสุดหล่อมายืนดักรอ
"แม่เดือน"
เดือนตกใจ
"เอ้อ นายท่าน รู้จักชื่อบ่าว"
"ฉันถามคุณกล้ามา"
"นายท่านมีอะไรให้บ่าวรับใช้หรือเจ้าคะ มิเช่นนั้น บ่าวจะต้องรีบไปทำงานในครัวต่อ"
"จะรีบไปไหนเล่า ฉันเห็นหล่อนแล้วถูกชะตา ฉันน่ะ มองทะลุคราบดินกับผมฟูๆของหล่อนจนเห็นความงามของหล่อนเลยนะ"
ขุนนางจับแขนเดือน ลูบผมที่ฟูของเดือนให้ เดือนตกใจ จะดึงแขนออก
"นายน้อยมาทำอะไรที่นี่ขอรับ" เสียงมั่นดังขัดจังหวะ
เดือนตกใจ หันไปมอง
"คุณหาญ"
หาญเดินมาดูอยู่ตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ เดือนกลัวว่าหาญจะเข้าใจผิด
"อ้าว คุณหาญ มีธุระอะไรหรือขอรับ"
"เออ ไม่มีอะไร พอดีกระผมผ่านมาทางนี้ จะกลับเรือนแล้วขอรับ"
มั่นรีบเข้ามาหาหาญ
"คุณหาญมาอยู่นี่เอง คุณแก้วให้บ่าวมาตามขอรับ"
"คุณแม่มีอะไรรึ"
"คุณแก้วจะให้คุณหาญพาคุณหนูบุษบาบรรณไปชมใต้หล้าขอรับ"

หาญอึ้งไป เดือนสลดลง รีบขอตัวจากขุนนางออกไป หาญไม่กล้าเรียกไว้ ขุนนางเก้อเขิน เลี่ยงไปอีกทาง

แม่หญิงบุษบาบรรณกางร่มนั่งอยู่กลางเรือลำน้อย พลางเก็บบัวในบึง เธอดึงบัวแต่ไม่ถนัด หาญวางไม้พายมาช่วยดึงให้

"บัวที่บ้านก็มีเยอะแยะ ทำไมคุณแม่ต้องให้บุษมาเก็บบัวที่นี่ด้วยก็ไม่รู้"
"อ้าว ไม่ใช่คุณบุษหรือครับที่อยากเก็บดอกบัว"
"บุษน่ะหรือคะ ฮ่ะๆ เราสองคน คงโดนคุณแม่ของเราจับคู่ให้แล้วกระมัง"
"โธ่เอ๊ย คุณแม่ก็บอกผมว่าให้มาช่วยคุณบุษเก็บบัว"
หาญกับบุษบาบรรณหัวเราะกัน
ริมตลิ่งในมุมหนึ่ง ดาวมาแอบมอง
"ต๊าย หัวเราะหัวใคร่ไม่ปิดปากเล้ย แม่หญิงอะไรเนี่ย....ตายแล้ว ทำไมคุณหาญท่าทางพออกพอใจ"
ดาวอิจฉาจนทนไม่ได้ เริ่มคิดร้าย
"นังเดือน เอ็งต้องได้เห็นภาพบาดตานี่"
ดาวรีบไปทางเรือนครัว
หาญและบุษบาบรรณพายเรือเล่นด้วยความเพลิดเพลิน เพราะเหมือนไม่มีกำแพงอะไรขวางกัน
"ถ้าอย่างนั้น คุณบุษจะขึ้นฝั่งเลยไหมครับ" หาญว่า
"ไหนๆก็ไหนๆแล้ว พายเรือเล่นก็สนุกดีนะคะ เก็บบัวสองสามดอกไปหลอกคุณแม่ อย่าให้ท่านเสียเชิง ส่วนเรา ก็..."
"เรา"
"เราก็ไม่มีอะไร...ใช่ไหมคะ"
หาญโล่ง
"ครับ ไม่มีอะไร"
บุษบาบรรณยิ้ม หาญสบายใจเหมือนกัน หาญพายเรือต่อไป

ดาวลากเดือนมาดูภาพบาดตาที่ริมตลิ่ง
"ดูท่าทางคุณหาญกับแม่หญิงบุษบาบรรณจะสมกันดี เอ็งคิดอย่างนั้นไหมนังเดือน"
"อืม"
"อ้าว เอ็งไม่ดีใจเหรอ ไหนเอ็งบอก เป็นบ่าวไพร่ต้องกตัญญูตอบแทนเจ้านาย นี่ไงนายมีความสุข เอ็งก็ควรจะมีความสุขสิ"
"ข้า...ก็ยินดีกับคุณหาญด้วย"
"แต่หน้าตาเอ็งมันไม่ใช่....ฮ่าๆ เจ็บปวดใจใช่ไหมล่ะ หึงอยู่ละสิ"
"หึง ? ทำไมข้าต้องหึงด้วย"
"อ๊าว เอ็งต้องหึง ต้องลงมือทำอะไรสักอย่างสิ เอ็งจะให้แม่หญิงระริกระรี้คนนั้นมาเป็นใหญ่ในใต้หล้าหรือไง"
"หากแม่หญิงท่านนี้จะมาอยู่ที่ใต้หล้า ข้าก็จะรับใช้แม่หญิงกับคุณหาญให้มีความสุขด้วยกัน"
"ถุ๊ย...ทำเป็นกัดฟันพูด เอ็งเจ็บใจ เอ็งอิจฉา บอกมา เอ็งอิจฉาใช่ไหม"
เดือนมองหน้าดาว
"ข้าว่าเอ็งก้มหน้าลงมองน้ำ ให้น้ำสะท้อนเห็นเงาหัวเอ็งบ้าง แล้วดูให้ดี ว่าใครอิจฉา ใครตาร้อน"
เดือนเดินกลับเรือน ดาวเจ็บใจ แทบกรี๊ด
"อีเดือน มึง มึง !"

ใต้ร่มต้นตะแบก ดอกสีม่วงร่วงพราวลงมา หยกคุยอยู่กับขุนนางรูปหล่อรายหนึ่ง
"เรียกกระผมมาคุยในที่ลับเช่นนี้ มีอะไรหรือครับ"
"คุณหยกขอรับ ช่วยอะไรกระผมหน่อยเถิด กระผมจะอดใจไม่ไหวแล้ว"
ขุนนางจับมือหยกขึ้นมา หยกตกใจ
"เอ้อ"
กล้าออกมาจากเรือนใหญ่ มองหาหยก พลันเห็นหยกเหมือนจะจับมืออยู่กับชายหล่อ
"พี่หยก ถึงขั้นจับไม้จับมือ สนิทกันเร็วจริงนะ"
กล้าหึงมาก หยกยิ้มให้ชายหนุ่ม

เดือนปาดน้ำตา หวั่นไหวไม่ได้กับภาพบาดตาบาดใจ หยกเดินมาจนเจอเดือน
"อุ้ย !คุณหยก"
"แม่เดือนเป็นอะไรหรือเปล่า"
"เปล่าเจ้าค่ะ คุณหยกมีอะไรให้บ่าวรับใช้หรือเจ้าคะ"
"มีสิ เรื่องร้อนใจฉันเสียด้วย"
"อะไรหรือเจ้าคะ"
"แบมือหน่อย"
เดือนงงๆ แต่จำยอมแบมือโดยดี
หยกวางผ้าเช็ดหน้าปักลาย ย.ที่มุมผ้าเช็ดหน้า
"นี่หมายความเยี่ยงไรหรือเจ้าคะ"
"เห็นตัว ย. ตรงนี้ไหม นี่เป็นผ้าเช็ดหน้าส่วนตัวของคุณชายยุวภัทร คุณชายฝากมาให้แม่เดือน เอาไว้แทนใจ"
"แทนใจ เอ้อ บ่าวคงรับไม่ได้ดอกเจ้าค่ะ คุณหยกเอาคืนไปเถอะเจ้าค่ะ"
"ไม่ได้หรอก คุณชายฝากมาแล้ว หากฉันเก็บไว้ก็จะยิ่งไม่งาม ที่สำคัญคุณชายไม่ให้บอกใครด้วย"
"บ่าวก็เก็บไว้ไม่ได้เจ้าค่ะ บ่าวไม่คู่ควร ที่สำคัญบ่าวไม่ได้รู้จักคุณชายท่านนั้นเลย"
เดือนคืนผ้าเช็ดหน้าใส่มือหยก หยกก็ยัดใส่มือเดือน ต่างคนต่างไม่อยากเก็บไว้ ทั้งคู่ต่างหัวเราะ
สายฝนเห็นเดือนจับมือหยกอยู่ ก็ไม่พอใจ ปรี่เข้ามาทันที
"นังเดือน ! แกจับมือพี่หยกทำไม ปล่อยเดี๋ยวนี้"
สายฝนปรี่เข้ามากระชากเดือนออกห่างจากหยก
"น้องสายฝน เบาๆก็ได้ครับ โมโหโกรธาเรื่องอันใดรึ"
"พี่หยกยังจะมาทำหน้าซื่อ อีเดือนมันอ่อยพี่หยกใช่ไหม แล้วนี่อะไร พี่หยกให้อะไรนังเดือน"
สายฝนกระชากผ้าเช็ดหน้า
"ผ้าเช็ดหน้า ปักตัว ย... หยก...นี่พี่หยกถึงกับให้ของส่วนตัวแบบนี้กับมันเลยเหรอคะ แอร๊ย"
สายฝนทนไม่ได้ ฉีกผ้าเช็ดหน้าขาดแคว่กๆ แล้วทิ้งลงพื้น เหยียบซ้ำ
"คุณสายฝนเจ้าคะ ไม่ใช่อย่างนั้นนะเจ้าคะ"
"น้องสายฝนเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว"
"ทำไมไม่ใช่ นี่ยังไง ลายปัก ตัวย. ยอ...หยก ใช่ไหม ถ้าไม่ใช่พี่หยกแล้วจะเป็นใคร"
หยกกับเดือนมองหน้ากัน พูดชื่อคุณชายยุวภัทรไม่ได้
"เป็นของ...เอ้อ...แต่ยังไงก็ไม่ใช่ของคุณหยกเจ้าค่ะ" เดือนว่า
"อีเดือน เมื่อครู่เอ็งก็แย่งความเด่นไปจากฉัน ตอนนี้ยังจะมายอกย้อนอีกเรอะ"
สายฝนเงื้อมือจิกหัวตบ เดือนล้มลง หยกรีบห้ามกันไว้ สายฝนยิ่งปรี๊ดแตก !
"อร๊าย พี่หยกปกป้องมันเหรอคะ แอร๊ย อีเดือน แกมาให้ฉันตบเดี๋ยวนี้"
"น้องสายฝนครับ อย่าเลย...แม่เดือน ไปเถอะ ทางนี้ฉันจัดการเอง"

เดือนรีบไป สายฝนกรี๊ดๆ จะอาละวาดเดือน หยกดึงไว้ แล้วลากไปทางหนึ่ง
 
อ่านต่อหน้า 4

ชิงรักหักสวาท ตอนที่ 8 (ต่อ)

หยกรัดตัวสายฝน กึ่งหอบหิ้ว กึ่งลากมาทางหนึ่ง กล้าเข้ามาเจอ กล้ามองหยกนิ่งๆ แต่หยกยังไม่รู้ว่ากล้าโกรธตน

"น้องกล้าครับ ช่วยพี่หยกด้วย น้องสายฝนอาละวาดจะทำร้ายแม่เดือน"
"อ๊าย !พี่หยก ปล่อยสายฝนนะ สายฝนจะไปตบมัน"
"เป็นบ้าหรือสายฝน" กล้าบอก
"มันใช่เรื่องของพี่กล้าเรอะ สะเออะ !ไม่ต้องมายุ่ง"
สายฝนดิ้นจนหลุดจากการจับตัว หยกก็หมดแรง
"น้องสายฝนนี่ท่าจะเป็นเอามาก กรีดร้องราวกับหมูตัวเมียถูกเชือด"
"แอร๊ย ! พี่กล้า พี่ด่าสายฝน"
"พี่ไม่ได้ต่อว่านะ พี่จะอวยพร เนื่องในวันคล้ายวันเกิดปีนี้ พี่ขอให้น้องสายฝนเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาเสียที เลิกบ้าวิ่งกรี๊ดกร๊าดตามผู้ชาย เพราะมันดูไร้ค่า"
กล้าเหยียดใส่อย่างเนียนๆ แล้วเดินไป
"แอร๊ย พี่กล้า ไอ้คนปากร้าย"
สายฝนกรีดร้องแล้ววิ่งกลับเรือนด้วยความเจ็บใจ
หยกยืนอึ้งอยู่ มองสองพี่น้องที่แยกไปคนละทาง งงๆ
"น้องกล้าครับ...เดี๋ยวก่อน "
หยกงงกว่าเดิม เพราะเรียกกล้าแล้วกล้าไม่หัน

หยกเดินผ่านจุดที่คุยกับเดือน เห็นซากผ้าเช็ดหน้าที่ถูกฉีกขาดอยู่บนพื้นดิน หยกหยิบขึ้นมา
"หรือคุณกล้าจะเข้าใจผิดเราเรื่องนี้"
หยกมองเศษผ้าเช็ดหน้าในมือ

ต่อมา เศษผ้าเช็ดหน้าอยู่ในมือกล้า กล้ายิ้มเงยหน้าขึ้นมามองหยก ความเข้าใจผิดคลี่คลายไป
"ที่แท้คุณชายยุวภัทรฝากผ้าผืนนี้ให้แม่เดือน"
"ใช่ครับ ตัวอักษร ย. นั่น ใช่ พี่หยกเสียเมื่อไหร่"
"ที่สำคัญพี่หยกไม่ใช้ผ้าเช็ดหน้า แต่ใช้ชายเสื้อ นิสัยเสียจริงๆ"
กล้าจับที่แขนเสื้อของหยก หยกยิ้มขัน ทำท่าเช็ดหน้าด้วยชายเสื้อตัวเอง
"น้องกล้าช่างใส่ใจพี่หยกยิ่งนัก"
กล้าเขินมาก
"เรียกว่า ช่างสังเกตจะดีกว่ากระมังครับ"
กล้าเขินมาก เลี่ยงไปให้ฟางม้า ลูบเนื้อลูบตัวม้า แก้ขวย
"แต่พี่หยกอยากให้เป็นการใส่ใจ มากกว่าการสังเกต"
"พี่หยกก็น่าจะรู้ว่ากล้าก็ใส่ใจพี่หยกอยู่เช่นกัน"
"อะไรนะครับน้องกล้า พี่ได้ยินไม่ถนัด"
หยกเข้ามาใกล้ กล้าเบี่ยงไปยืนอีกฝั่งหนึ่งของม้า มือลูบแผงคอม้าไว้ แล้วพลัน หยกสะดุ้งวาบ มือหยกที่ลูบคอม้าไปลูบทับมือกล้า กล้าไม่ดึงมือหนี หยกจับมือลูบแผงคอม้าไปด้วยกัน สายตาสบกัน มีแต่เสียงฟืดฟาดของม้าที่ดังก้องในโรงม้า

หาญลงเรือก่อน บุษบาบรรณจะลงตาม หาญยื่นมือให้อีก แม่หญิงมองไม่จับ หาญยิ้ม
"งั้นคุณบุษลงเอง"
หาญทำไม่สนใจ บุษบาบรรณแอบเจื่อนแต่ยังเชิด พอก้าวลงพื้นดันลื่น ตัวล้มจะหงาย หาญเห็นทันรีบคว้าไว้ เธอตกใจมองหน้าหาญ ซึ่งหน้าใกล้มาก ทั้งสองมองอึ้ง แม่หญิงใจแอบเต้น เริ่มเขินจึงผละตัวออกไป
" ขอบใจมาก เออ เราซุ่มซ่ามนัก ถ้าไม่มีไรแล้วเราขอตัว"
"คุณบุษ อยากทำอะไรต่อรึเปล่า ผมจะพาไปได้ในฐานะเจ้าบ้าน"
"ไม่ล่ะ เราทำตามใจแม่แล้ว ตอนนี้เราจะทำตามใจของเราบ้าง ในใต้หล้ากว้างใหญ่มาก เราอยากเดินเล่นคนเดียวให้สบายใจ"
"ถ้าคุณบุษต้องการเยี่ยงนั้น งั้นผมขอตัวไปรับแขกก่อนนะครับ"
หาญยิ้มให้ แล้วไปทางเรือนใหญ่ บุษบาบรรณมองตามไป แอบรู้สึกใจเต้นเล็กน้อย แต่คิดว่าคงไม่มี แต่ก็ยังเหมือนเขินอายอยู่ จึงหอบดอกบัว เหลียวซ้ายขวา แต่ไม่อยากไปเรือนใหญ่ คิดว่าเดินไปทางเรือนครัว ที่มีเสียงล้งเล้งของเหล่าทาส ท่าทางคึกคัก จะดีกว่า

สายฝนหน้าเหวี่ยงเข้ามาทางเรือนครัว
"นังเดือนอยู่ที่ไหน"
"คุณสายฝนถามหานังเดือน....รึว่านังเดือนไปทำอะไรให้คุณสายฝนไม่พอใจเหรอเจ้าคะ" ดาวถาม
"เอ็งเห็นมันหรือไม่ นังดาว"
สายฝนถามหาตัวเดือน แต่ดาวใส่ไข่ไปอีกทาง เพื่อสุมความไม่พอใจ
"เห็นเจ้าค่ะ บ่าวเห็นว่านังเดือนมันแย่งความเด่นของคุณสายฝนไป เมื่อครู่ตอนรำมันก็ทำให้คุณสายฝนเหมือนตัวตลกเลยเจ้าค่ะ"
"แอร๊ย ! นังดาว ฉันถามว่าเห็นหัวนังเดือนมันไหม ไม่ได้หมายถึงว่า เห็นที่มันทำกับฉันไหม"
"แหม บ่าวก็เข้าใจผิดไป แต่ถ้านังเดือนมันทำกับคุณสายฝนขนาดนี้นะเจ้าคะ ถ้าเจอมัน ต้องลากตัวมา ตบ ตบ ตบ เจ้าค่ะ"
เดือนเดินมาทางหนึ่งพอดี เจอสายฝนหน้าราวกับยักษ์ขมูขี แถมดาวก็ลอยหน้าลอยตาเย้ยอยู่ข้างๆ
เดือนเหมือนจะรู้ชะตากรรม
"คุณสายฝน"
"มาแล้วเหรอนังเดือน"
สายฝนสะบัดมือ เตรียมตบ ดาวแอบยิ้มย่อง
"ว้าย ! คุณสายฝนจะทำอะไรน่ะเจ้าคะ"
"ไปลากตัวนังเดือนมาให้ข้า นังดาว"
"แต่ว่า..." ดาวแสร้งทำอิดออด "บ่าวก็ไม่อยากทำร้ายใคร แต่ถ้าคุณสายฝนสั่ง บ่าวก็จำต้องทำเจ้าค่ะ"
ดาวกระหยิ่มมาจิกหัวเดือนไปให้สายฝน เดือนร้อง พยายามขัดขืนตัวเอง
"ดาว อย่า...คุณสายฝนเจ้าคะ บ่าวกราบ บ่าวไม่ได้ทำอะไรผิด"
"เอ็งผิดที่แย่งความเด่นไปจากฉัน เอ็งผิดที่ทำให้พี่หยกใส่ใจแกมากกว่าฉัน นังเดือน"
สายฝนตบหน้าเดือน ฉาด ! อย่างแรง เดือนถลาไปทางหนึ่ง ซบแทบเท้าแม่หญิงบุษบาบรรณ
"แม่เพลงซอ !"
"แม่หญิง !"
บุษบาบรรณวางดอกบัว แล้วช่วยประคองเดือนขึ้นมา

หาญเดินไปทางเรือนใหญ่ แต่แล้วคิดอะไรบางอย่างได้
"แม่หญิงบุษบาบรรณไปเดินเล่น....ใต้หล้าออกจะกว้างใหญ่จะหลงทางเสียกระมัง"
หาญตัดสินใจ ไม่กลับเข้าเรือนใหญ่ เดินกลับไปทางเรือนครัว

สายฝนมองบุษบาบรรณ ที่มีท่าทางไม่กลัว
"นี่มันอะไรกัน"
"ไม่ใช่เรื่องของคนนอก นี่มันใต้หล้า ฉันมีอำนาจจะทำอะไรกับทาสไพร่พวกนี้ก็ได้"
"อ้อ...ฉันเข้าใจแล้ว เรื่องเบ่งอำนาจบาตรใหญ่นี่ เป็นเรื่องปกติของเธอ"
"แก...แกมีสิทธิ์อะไรมาว่าฉัน"
"ฉันไม่ได้ว่าเสียหน่อย หล่อนเข้าใจแบบนั้นก็ช่วยไม่ได้"
"อ๊าย !นี่มันใต้หล้า ฉันไม่เคยถูกใครหยามถึงถิ่นแบบนี้"
สายฝนปรี่เข้ามาหา บุษบาบรรณมองหน้าสายฝนโดยไม่หลบ
"คุณสายฝน อย่าค่ะ"
สายฝนเงื้อมือ
ทันใดนั้น เดือนเอาตัวเข้าขวางไม่ให้บุษบาบรรณโดนตบ
"สมน้ำหน้านังเดือน เสนอหน้ามาเอง ช่วยไม่ได้" ดาวว่า
"คุณหนูสายฝน หล่อนอารมณ์ร้ายเกินไปแล้วนะ"
"เอาสิ จะตบฉันก็เข้ามา เอาเลย"
"ไม่ล่ะ ฉันเป็นผู้ดี ไม่ชอบวิธีการต่ำๆเยี่ยงนั้น แต่ดูเหมือนคุณหนูสายฝนจะไม่กลัวว่าฉันจะเอาเรื่องไปฟ้องคุณน้าแก้วกับแม่ของฉันเลยนะ รู้ไหม ถ้าผู้ใหญ่รู้เรื่องนี้จะเกิดอะไรขึ้น"
"แอ๊ย !แก แก"
สายฝนเงื้อมือร่าขึ้นมาอีก เดือนรีบไปเกาะสายฝน ไม่ให้ลงมือ
"คุณหนูสายฝนเจ้าคะ หากคุณหนูไม่พอใจสิ่งใด ลงโทษบ่าวเถอะเจ้าค่ะ เฆี่ยนตีบ่าวก็ได้ อย่าให้เรื่องใหญ่ขึ้นมาเลยเจ้าค่ะ แม่หญิงบุษบาบรรณเป็นแขกของคุณแก้ว คงไม่งามหากเกิดเรื่อง"
บุษบาบรรณดึงตัวเดือนมาทางหนึ่ง
"ใช่ ถ้าฉันไปรายงานคุณน้าแก้วและให้เห็นใบหน้าของแม่เดือนแบบนี้ คงมีการซักถาม และฉันจะพูดในสิ่งที่ฉันเห็น"
สายฝนตะลึง ดาวเหวอ แม่คนนี้แสบใช้ได้
เดือนได้แต่อึ้ง หวาดหวั่น กลัวว่าสายฝนก็จะถูกต่อว่าจากแสนด้วย
หาญเข้ามาพอดี เห็นบรรยากาศมาคุ ดูแปลกๆ
"คุณบุษ....มาอยู่ที่นี่เอง เอ๊ะ !สายฝน แล้ว...แม่เดือน หล่อนเป็นอะไร"
"แม่เดือนถูก..."
"ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะคุณหาญ"
เดือนสบตาจับแขนบุษบาบรรณไว้เป็นเชิงขอ
"ว่าไงสายฝน เกิดอะไรขึ้น"
สายฝนไม่ตอบ มองแค้นแล้วสะบัดตัวออกไป
ดาวได้แต่เจ็บใจที่เดือนไม่โดนมากไปกว่านี้ หนำซ้ำดูท่าทางหาญยังมาตามบุษบาบรรณ ดาวต้องเลี่ยงไปอีกทาง

หาญมองเดือนและบุษบาบรรณ แต่ไม่มีใครพูดอะไร

ดาวเดินมาที่ท่าน้ำโกรธจัด กำมือแน่น

"นังเดือน ! ทำไมเอ็งถึงมีแต่คนช่วย ทำไมเอ็งถึงมีแต่คนรัก แล้วข้าหล่ะ ทำไม ทำไม"
ดาวฟาดโน่นฟาดนี่ เมฆโผล่มาโอบข้างหลัง
"ไม่มีใครรักเอ็ง แต่ข้ารักเอ็งนะนังดาว"
เมฆหอมไซร้ ดาวโกรธจัดและผลักออก
"ไอ้บ้า ! ปล่อยนะ ไอ้เมฆ แต่ข้าไม่รักเอ็งและไม่ต้องการความรักจากเอ็งด้วย คนอย่างอีดาวชีวิตนี้ขอมีผัวรวยโว้ย ไม่ใช่ขี้ข้าอย่างเอ็ง"
" ถุ๊ย ! นังดาว ข้าจะบอกให้เอาบุญ อย่างเอ็งมันก็เป็นได้แค่เมียขี้ข้า จะหวังสูงเป็นเมียนายหน่ะอย่าหวัง คนที่จะได้ดี โน่น! อีเดือนมัน"
ดาวฟังแล้วโกรธจัด
"ถ้าอีเดือนมันจะสูง กูนี่แหละจะฉุดมันลงต่ำเอง คอยดู"
พูดจบดาวออกไป เมฆมองยิ้ม ยังไงก็อยากกิน

หาญประคองเดือนขึ้น เดือนก้มหน้างุด หาญถาม
"สายฝนทำร้ายแม่เดือนใช่ไหม"
"เปล่าเจ้าคะ"
บุษบาบรรณตอบ
"โกหกทำไม เจ้าบอกไปสิว่าเจ้าโดนอะไร"
"เออ แต่ที่คุณสายฝนทำไปก็เพื่อลงโทษบ่าวเพราะบ่าวผิดเจ้าคะ บ่าวเล่นเพลงซอไม่ดี จึงทำให้วันนี้คุณสายฝนรำพลาด"
"รำไม่ดี โทษปี่โทษกลอง"
"เราขอโทษแทนน้องสายฝนด้วยนะแม่เดือน แม่เดือนเจ็บตรงไหนบ้างรึเปล่า" หาญพูดพลางถอนใจ
หาญจะดูหน้าเดือนว่าเจ็บอะไรบ้าง บุษบาบรรณมองสงสัยทำไมดูสนิทมาก ดูหาญเป็นห่วง เดือนเห็นบุษบาบรรณมองก็รีบผละตัวออกจากหาญทันที
"บ่าวโดนเฆี่ยนโดนตีแต่เด็ก คุณสายฝนทำแค่นี้ไม่ได้ทำบ่าวเจ็บเลยเจ้าคะ"
อ่ำวิ่งมา
"นายน้อยขอรับ คุณท่านให้มาบอกคุณบุษบาว่าคุณจันทร์จะกลับแล้วขอรับ"
"งั้นเราต้องกลับแล้ว ดูแลตัวเองดีๆนะแม่เดือน หวังว่าเราคงได้มีโอกาสฟังเพลงซอจากเจ้าอีก ที่สำคัญอย่าปล่อยให้ใครมาทำร้ายง่ายๆสิ"
เดือนเงยหน้ามายิ้ม มิตรไมตรีจากบุษบาที่ทั้งสวย ทั้งนิสัยดี และคู่ควรกับหาญ เดือนก็ยินดีเชียร์
"งั้นผมไปส่งคุณบุษนะครับ"
หาญมองเดือนเป็นห่วงแต่ต้องไปส่งแม่หญิงบุษบาบรรณ หาญหันไปเห็นดอกบัวที่วางอยู่ที่พื้นจึงเดินไปหยิบมาให้ บุษบาบรรณแอบเขินนิดๆ
"ขอบคุณนะ เราเกือบลืมเอาไปให้แม่แล้ว"
เดือนแอบมอง รู้สึกคู่นี้ดูเหมาะจัง เดือนเศร้าสับสนใจยิ่งนัก

เวลากลางคืน เว่ยชิงอยู่หน้าห้องฟ้าหยาด รำคาญเสียงฟ้าหยาดจนแทบจะต้องปิดหู
"อาเว่ยใจร้าย ขังข้าไว้แบบนี้ไม่ได้นะ"
ฟ้าหยาดทุบประตู เจ็บใจ
"อาเว่ยเปิดประตู เปิดๆๆ อาเว่ยอย่าขังข้า ข้าบอกให้เปิด...เปิด"
เว่ยชิงโมโหมาก
"อั๊วไม่ให้ออก ลื้อต้องอยู่ในห้องจนกว่าจะสำนึก อั๊วห้ามไม่ให้ไปใต้หล้า แต่ลื้อยังดื้อไปจนได้ ลื้อต้องโดนทำโทษ"
นางโลมเอาถาดเข้ามาถึง เว่ยชิงพยักหน้าให้
"วางแล้วก็รีบออกมา ไม่ต้องสงสารมัน"
นางโลมเอาถาดข้าวเข้ามาให้
"ฉันไม่กิน เอาออกไป"
"กินหน่อยเถอะฟ้าหยาด เจ้ายังไม่ได้กินอะไรทั้งวันนะ"
"ฉันบอกว่าไม่กิน เอาออกไป ไป๊"
ประตูเปิดอ้ากว้าง เว่ยชิงยืนมองอยู่ตรงนั้น ด้วยความโมโห ฟ้าหยาดไปหยิบถาดแล้วเหวี่ยงโครมไปทางเว่ยชิง
"ฉันไม่กิน ฉันจะได้ทรมานสมใจอาเว่ย"
"นังฟ้าหยาด"
เว่ยชิงเดือดจัด เข้ามาในห้อง ตีแขน ตีตัวฟ้าหยาด
"นังตัวดี ทั้งชีวิตลื้อ อั๊วไม่เคยทรมาน ไม่เคยทำร้ายลื้อเลย"
"แต่ครั้งนี้อาเว่ยทำร้ายฉัน ทำร้ายหัวใจฉัน ฉันจะไปพบคุณหาญ อาเว่ยอย่ามาห้าม"
"อย่าเอ่ยชื่อนั้น อย่าเอ่ยชื่อใต้หล้า"
"ทำไมล่ะ ทำไมฉันจะเอ่ยชื่อใต้หล้าไมได้ ทำไมฉันจะไปที่นั่นไม่ได้ ทำไมฉันจะรักคุณหาญไม่ได้"
"ไม่ได้ก็คือไม่ได้ คำไหนคำนั้น ลื้อจำใส่กะโหลกไว้ฟ้าหยาด หากลื้อไม่เชื่ออั๊ว ลื้อจะเสียใจจนตัวตาย"
เว่ยชิงจิ้มหน้าผากฟ้าหยาด สั่งอย่างเด็ดขาด นางอึดอัดมากแต่ก็บอกไม่ได้ ได้แต่ห้ามเด็ดขาด
ฟ้าหยาดไม่เข้าใจ มองเว่ยชิงที่โมโหสุดๆ เดินออกไป ปิดประตูโครม
"นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่อาเว่ยโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ สั่งไม่ให้ฉันข้องแวะกับคุณหาญ มันต้องมีอะไรแน่ๆ"
ที่หน้าห้อง เว่ยชิงล็อกกุญแจห้อง หันไปบอกคนใช้
"เฝ้าไว้ให้ดี อย่าให้นังฟ้าหยาดหนีไปได้"

เวลาเดียวกัน เดือนนั่งซึมอยู่ที่ท่าน้ำ มือจะสีซอ แต่ก็เศร้ามากจนเล่นไม่เป็นเพลง เดือนวางซอ ทอดถอนใจ
"หยุดเล่นแล้วรึ"
หาญเดินเข้ามาเข้ามาใกล้ เดือนขยับจะห่าง แต่ก็ห่างได้ไม่มาก เพราะตนก็นั่งอยู่ริมท่าน้ำแล้ว
"ดึกแล้ว บ่าวขอตัวก่อน"
เดือนจะลุกออกไป หาญจับมือไว้ หาญเชยหน้าเดือนขึ้นมอง เห็นรอยช้ำที่แก้ม
"แก้มเจ้า"
เดือนตะลึง เบี่ยงหน้าหลบ
"บ่าวไม่ได้เป็นอะไรมากเจ้าค่ะ คุณหาญอย่าได้ใส่ใจเลย ถึงเวลานี้ คุณหาญน่าจะมีความสุขนะเจ้าคะ เรื่องเล็กน้อยอย่างบ่าวจะทำให้คุณหาญเสียเวลา"
"พูดไปสิ"
"ไม่พูดเจ้าค่ะ ไม่มีจริงๆ"
"ไม่มีจริงหรือ ทำไมข้ารู้สึกว่าเจ้ามือสั่น"
หาญกุมมือเดือนไว้ เดือนรีบดึงมือออก
"คุณหาญอย่าทำเยี่ยงนี้อีกเลยเจ้าค่ะ วันนี้แม่หญิงบุษบาบรรณมาที่ใต้หล้า ดูท่าทางเธอน่ารักน่าเอ็นดู ช่างเหมาะสมกับคุณหาญยิ่งนัก บ่าวขอแสดงความยินดีกับคุณหาญล่วงหน้า ดังนั้น คุณหาญอย่า มาพบบ่าวแบบนี้อีก"
เดือนจะเดินออกไป หาญดึงเข้ามา แล้วจูบเลย
"จุมพิตของเรา ตอบคำถามเจ้าหมดหรือยัง"
"คุณหาญ"
"รู้ไว้นะในหัวใจเรามีแต่เจ้าคนเดียว แม่เดือน"
เดือนอึ้ง หาญและเดือนจ้องมองหน้ากันท่ามกลางแสงจันทร์กระจ่าง จนเดือนเขินจัดรีบวิ่งออกไป หาญยิ้มอิ่มเอิบใจ

วันใหม่ ที่หอจันทร์ฉาย เว่ยชิงมาเคาะห้อง ฟ้าหยาด
"นังฟ้าหยาด ลื้อสำนึกได้บ้างหรือยัง ฟ้าหยาด ตอบ ลื้อไม่ต้องแกล้งป่วย แกล้งหลับแบบครั้งที่แล้วนะ อั๊วไม่หลงกลหรอกโว้ย"
เว่ยชิงยิ้มเยาะ แล้วไขกุญแจเข้าไปในห้องฟ้าหยาด
ภายในห้อง หน้าต่างเปิดกว้าง ลมพัดม่านปลิวไหวๆ เว่ยชิงตาโต เห็นผ้าผูกเป็นทางยาวพาดอยู่ที่หน้าต่าง
เว่ยชิงวิ่งเข้าไป ที่เตียงไม่มีฟ้าหยาด ผ้าปูถูกรื้อ เว่ยชิงไปที่หน้าต่าง เห็นว่าผ้าถูกผูกเป็นเชือกทิ้งลงไปถึงพื้นเบื้องล่าง
"อั๊ยหยา.....อาฟ้าหยาด !"

เดือนออกมาที่หน้าใต้หล้าเก็บดอกไม้ริมรั้วอย่างมีความสุข อดไม่ได้เอามาทัดหูตัวเอง คิดถึงเรื่องเมื่อคืนกับหาญ เดือนอาย เมื่อหันมามุมหนึ่ง ตกใจ ฟ้าหยาดยืนอยู่ตรงหน้า ยิ้มหวาน
"เจ้าเป็นคนของบ้านนี้ใช่หรือไม่"
"เจ้าค่ะ บ่าวเป็นทาสแห่งใต้หล้า"
"แปลว่าเจ้ารู้จักคุณหาญ"
"คุณหาญ เออ..เจ้าค่ะ"
"ดี ข้า....ฟ้าหยาด มาหาคุณหาญ"
"คุณฟ้าหยาด"
เดือนอึ้ง มีผู้หญิงมาหาหาญอีกแล้ว เมื่อคืนเพิ่งหวานๆ เช้ามาเจอเรื่องอีกแล้ว
รถลากหาญกำลังจะเข้าบ้าน เห็นเดือนกับหลังฟ้าหยาด จึงยังไม่รู้เดือนคุยกับใคร หาญยิ้มเห็นเดือนแต่เช้าดีใจ รถลากเข้าไปใกล้ หาญลงรถไปหาเดือน
"แม่เดือน"
หาญเห็นฟ้าหยาด ตกใจ นางโผเข้ากอดหาญด้วยความคิดถึง
"คุณหาญเจ้าคะ ฟ้าหยาดคิดถึง"

เดือนยืนตะลึง ตะกร้าดอกไม้ร่วงจากมือ ดอกไม้กระจาย !
 
อ่านต่อตอนที่ 9
กำลังโหลดความคิดเห็น...