xs
xsm
sm
md
lg

หนีก็ล่า ซ่าก็รัก ตอนที่ 13 จบบริบูรณ์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


หนีก็ล่า ซ่าก็รัก ตอนที่ 13 อวสาน

ขณะที่โจกำลังล้างมืออยู่ในห้องน้ำ วัยรุ่นชายคนหนึ่งเดินคุยโทรศัพท์เข้ามา
“เย็นนี้ไม่ว่างเพื่อน กำลังจะพาสาวไปฟัน”
โจหยุดฟัง แล้วส่ายหน้าถอนใจ

จากนั้นโจก็กลับออกมานั่งที่โต๊ะเหมือนเดิม แต่แล้วก็มีคนกระแทกพนักเก้าอี้อย่างแรง
“ขอโทษครับ”
โจลุกขึ้นขยับเก้าอี้ให้ “ไม่เป็นไรครับ”
วัยรุ่นชายรีบเดินผ่านไป โจมองตาม พลางส่ายหน้า
“เด็กสมัยนี้”
“มีอะไรเหรอคะ”
โจลดเสียงพูดให้เบาลง “ตอนพี่อยู่ในห้องน้ำ ได้ยินไอ้หมอนั่นเอ้อ He will take the girl to the hotel.”
แนนตกใจ “หา ใครคะ”
โจพยักเพยิด แนนหันไปดู ก็ยิ่งตกใจ เพราะเป็นโต๊ะของบิวกับนักศึกษาชายนั่นเอง

นักศึกษาชายกับวัยรุ่น ประคองบิว ที่ท่าทางอ่อนแรง เข้ามาในห้องในคอนโดหรู “ไอติมบ้าอะไรก็ไม่รู้ กินแล้วง่วงเป็นบ้า”
“ไม่เป็นไรหรอก ไปนอนพักก่อน เดี๋ยวก็หาย”
นักศึกษาชายกับวัยรุ่นหันมายิ้มให้กัน แล้วช่วยกันประคอง บิว เข้าไปในห้องนอน
“ตามสบายเพื่อน”
นักศึกษาชายหันมาบอก วัยรุ่นยิ้ม
“สั่งพิซซ่ามากินดีกว่าเพื่อน หุ่นแบบนี้ อีกชั่วโมงนึงเราต้องหิวแน่ๆ”

ครู่หนึ่งเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ขณะที่นักศึกษาชาย นั่งเล่นเกมอยู่หน้าทีวี แต่เมื่อลุกขึ้นไปเปิดประตู ก็ต้องตาเหลือก เมื่อเห็นแนนยืนอยู่กับโจ โจชกโครมเข้าให้ที่หน้า จนนักศึกษาทรุดฮวบ โจรีบลากเข้าไปในห้อง แล้วปิด ประตูเบาๆ
“ห้องนอน แนนรออยู่ที่นี่ก่อน”
แนนพยักหน้า พลางหันมามองนักศึกษาชายที่หลับอยู่
“พ่อแม่ไม่สั่งสอน”
พลางรีบดึงโทรศัพท์ขึ้นมากดสายโทร. ออก “น้ำหวาน มีเรื่อง พวกเรามาด่วน”

ขณะที่โจเดินมาถึงหน้าห้องนอน เอามือขยับลูกบิด ที่ไม่ได้กดล็อก พลางรีบเปิดประตูพรวดเข้าไป วัยรุ่นชายกำลังใส่ผ้าขนหนู นั่งข้างๆบิวที่อยู่ใต้ผ้าห่ม โจพรวดเข้าถึงคว้าแขนดึงขึ้นมาแล้วเหวี่ยงโครมออกไปกระแทก ฝาห้อง ก่อนที่จะตามติดเข้ามามือยันที่หน้าอก พลางเงื้อหมัด
“จะเอายังไงไอ้น้อง”
“พี่ยุ่งอะไรด้วย นั่นแฟนผม”
โจยิ้มเหยียดๆ “เดี๋ยวตำรวจมาก็รู้”
“อย่ามีเรื่องเลยครับพี่”
วัยรุ่นชายหน้าซีด ก่อนที่จะถูกโจผลักเข้าไปในห้องน้ำ
“ใส่เสื้อผ้าซะ แล้วอย่าออกมาจนกว่าจะเรียก”
โจเดินออกมาในห้องรับแขก ขณะที่แนนยืนคุมนักศึกษาชายที่ยังหลับอยู่ที่พื้น
“พี่โจต่อยแรงไปหรือเปล่า ยังไม่ฟื้นเลย”
“พี่ว่าแนนเข้าไปดูเพื่อนดีกว่า”

แนนพยักหน้ารับคำ

“ออกมาได้แล้ว”
โจเปิดประตูห้องน้ำ วัยรุ่นชายที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วนั่งอยู่บนโถส้วมรออยู่ เมื่อลุกขึ้นยืน ก็เห็นแนน นั่งอยู่ข้างเตียงกำลังดูบิวซึ่งยังสลึมสลืออยู่
“นายดับแน่”
โจดันวัยรุ่นออกมาที่ห้องรับแขก
“ไปลากเพื่อนขึ้นมาที่โซฟา”
วัยรุ่นเข้าไปเอาแขนสอดใต้ปีกเพื่อน แล้วลากขึ้นไปไว้บนโซฟา พร้อมๆ กับเสียงกริ่งประตูดัง โจ ชี้ให้วัยรุ่นอยู่นิ่งๆ ก่อนที่จะเดินไปเปิดประตู เห็นคนส่งพิซซ่ายืนอยู่
“ทั้งหมด 536 บาทครับ”
โจ หยิบเงินออกส่งแบงค์พันให้ พร้อมกับดึงกล่องพิซซ่ามา แล้วปิดประตูโครม มองหน้าวัยรุ่น แล้ววางพิซซ่าไว้บนโต๊ะกลาง ครู่หนึ่งเสียงกริ่ง ก็ดังอีก
“ตกลงสั่งอะไรมาอีกวะเนี่ย”
วัยรุ่นส่ายหน้า โจเดินไปเปิดประตู เจอ น้ำหวาน เมจิ และเทป ยืนอยู่
“แนนโทรบอกให้พวกเรามาค่ะ”

“วัยรุ่นชายหลอกเพื่อนหญิงไปคอนโดหมายมีเพศสัมพันธ์ด้วย แต่โชคดีที่มีเพื่อนๆไปห้ามไว้ได้ทัน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งในยุคสมัยนี้ สมัยที่อิสระและเสรีภาพทางด้านเซ็กส์กำลังอินเทรนด์และวัยรุ่นบางกลุ่ม ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา”
เสียงนักข่าวบรรยาย พร้อมกับภาพที่ปรากฏในจอทีวี เป็นภาพแนนกำลังประคองบิว โดยมีน้ำหวาน
กับเมจิอยู่คนละด้าน ขณะที่โจยืนคุมวัยรุ่นสองคนเดินอยู่ข้างหน้า ส่วนเทปคอยเดินนำดันพวกนักข่าวออกไป “ผมกับแนนตั้งใจจะให้เงียบที่สุดแต่คนที่คอนโดเห็นเข้า เลยโทรไปบอกเพื่อนที่เป็นนักข่าว กลาย เป็นวุ่นกันไปหมด”
โจหันมาบอกกับทอม ขณะที่นั่งดูทีวีด้วยกันอยู่ในบ้าน
“อืม โชคยังดีที่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
แนนพยักหน้า “โชคดีที่พี่โจได้ยินพวกนั้นคุยกัน”
“เป็นโชคของเพื่อนแนนมากกว่า ที่แนนอยู่ด้วย ไม่ยังงั้นล่ะก็ อนาคตดับแน่ๆ”
“เฮ้อ เด็กสมัยนี้ เผลอไม่ได้ แนนต้องละวังนะลูก”
ทอมถึงกับถอนหายใจ พร้อมทั้งถือโอกาสดักคอแนนกับโจไปด้วย
“แนนระวังอยู่แล้วค่ะ”
“ผมจะคอยดูน้องแนน ไม่ให้เกิดเรื่องแน่นอนครับ”

นายสมภพเดินไปเดินมาอยู่ในโกดังเก็บของ ด้านหลังคือคอนเทนเนอร์ของทั้งหมดที่รับมา ครู่หนึ่งไอ้เม่นก็เดินเข้ามารายงาน
“ไอ้วินมาแล้วครับ พี่จะให้ผมเก็บมันหลังจากรับเงินหรือเปล่า”
“ไม่ต้องทำอะไร รับเงินแล้วจบ เก็บมันไว้ก่อน เราต้องการเหยียบ มันเพื่อขึ้นไปหานายเกื้อพร เอ็งแค่
คอยระวัง อย่าให้มันตุกติกก็แล้วกัน”

“ความจริงคุณไม่ต้องมาก็ได้”
วินหันมาบอกกับเอ เมื่อรถตู้แล่นเข้ามาจอดที่หน้าโกดัง
“นี่ ฉันมาเป็นเพื่อนแล้ว ยังบ่นอีก”
“ผมไม่อยากให้คุณต้องมาวุ่นกับเรื่องพวกนี้”
“การที่ฉันมาเนี่ย เป็นผลดีรู้มั้ย”
วินพยักหน้า “รู้ครับ นายสมภพจะได้รู้ว่า เราไม่กลัวมัน”
“ดี งั้นไปกันได้แล้ว”

มือปืนของวินส่งกระเป๋าเงินให้ ไอ้เม่นรับมาเปิดออก นายสมภพพยักหน้า
“นึกไม่ถึงว่าคุณเอ จะมาด้วย”
“ไหนๆ ก็ร่วมงานกันแล้ว ฉันอยากรู้ทุกขั้นตอนเผื่อว่าคุณวินเป็นอะไรไป ฉันก็สานต่อได้เลย”
นายสมภพพยักหน้า “ดีครับ งานจะได้ไม่สะดุด”
“เตือนไว้ก่อน คนนี้ดุกว่าผมหลายเท่า”
นายสมภพจ้องหน้าเอ เอจ้องตอบ “ของมาครบ”
“ครับ คุณมีเวลาส่งของภายในหนึ่งอาทิตย์ ช้ากว่านั้น ไม่ปลอดภัย”
“จากใคร” วินย้อนถาม
“จากเจ้าหน้าที่บ้าง โจรบ้าง ไม่อาจบอกได้”
เอพยักหน้า “อืม ใครก็แล้วแต่ ก็ต้องวัดกันดู ดวงใครดวงมัน”
นายสมภพยิ้มรับ “ครับ ผมขอตัวก่อน”
พูดพลางขยับตัวจะเดินออกไป แต่แล้วกลับหยุดแล้วหันมาพูดต่อ
“คุณสองคนถ้าชอบวัดดวง วันหลังเชิญไปเที่ยวบ่อนผมมั่งก็ได้นะครับ ไม่มีอั้น”
พูดจบ นายสมภพหันกลับเดินออกไป วินหันมาทางเอ
“ขั้นต่อไปนัดคุณเกื้อพรส่งของ”
“ฉันนัดเอง”

”เชิญเจ้าแม่มาเฟียเลยครับ”

วินกับเอ เดินมาจนถึงรถตู้ ที่จอดอยู่หน้าเซฟเฮ้าส์

“ระวังตัวด้วยนะครับ”
วินหันมารบอกด้วยความเป็นห่วง เอยิ้มหวาน
“ไปกินข้าวกับคุณเกื้อพรไม่มีอะไรต้องน่ากลัวซะหน่อย”
“คุณเกื้อพรนั่นแหละครับที่ผมกลัว”
เอยิ้มมั่นใจ “ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ”
พูดพลางจับชุดที่มีผ่าตรงช่วงขาให้ขยับ เห็นปืนกระบอกเล็กมัดติดอยู่ตรงต้นขา “ห้ามตามไปนะ จะบอกให้”
พูดจบ เอก็เดินขึ้นรถไป มือปืนปิดประตู วินเข้าไปใกล้กระซิบ
“ดูแลให้ดี มีอะไรรีบโทรหาผม”

“น่าเสียดายคุณวินไม่มาด้วยนะครับ”
นายเกื้อพรเอ่ยกับเอ เมื่อทั้งคู่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ในร้านอาหารบรรยากาศหรู
“ดิฉันไม่ให้คุณวินมาเองน่ะค่ะ”
นายเกื้อพรตาวาว “ จริงเหรอครับ”
“ค่ะ มานัดคุณเกื้อพรไปดูสินค้าแค่นี้ ไม่ต้องมาสองคนให้วุ่นวาย”
นายเกื้อพรแอบผิดหวัง “ สินค้ามาแล้ว”
“ค่ะ แต่แน่นอน ถ้าไม่ยืนยันแบบนั้นคุณวินต้องมาด้วยแน่นอน ความจริงคุณวินเ กรงว่าคุณเกื้อพร อาจจะคิดว่าไม่ให้เกียรติที่ไม่มาด้วยตัวเอง”
“ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยครับ คุณวินกับคุณเอ คนหนึ่งคนใดก็สามารถคุยกันได้ เรากันเองครับ”
“ตกลงลูกค้าคุณเกื้อพรจะมารับของได้เมื่อไหร่คะ”
“ผมจะรีบแจ้งให้ทราบ”
เอยิ้มรีบ แต่แล้วเมื่อปรายตามองไปรอบๆ ก็เห็นซินดี้กับบอยนั่งอยู่ที่โต๊ะหนึ่งห่างออกไป
“มีอะไรเหรอครับ”
“เอ้อ เปล่าค่ะ คือนึกว่าเจอเพื่อนน่ะค่ะ แต่ไม่ใช่”
เอยิ้มกลบเกลื่อน ขณะที่สายตาลอบจับจ้องอยู่ที่โต๊ะของซินดี้กับบอย เห็นทั้งคู่กำลังลุกขึ้นจากโต๊ะ พอดี เอจ้องตามอย่างไม่วางตา
“ผมว่าเราน่าจะไปต่อกันที่คลับดีกว่า”
นายเกื้อพรเอ่ยชวนดื้อๆ ขณะที่เอลอบมองซินดี้กับบอย ที่เดินกันออกไปที่ประตู พลางยกแก้วขึ้น ตรงหน้า
“เอ้อ ดื่มค่ะ”
นายเกื้อพรยิ้มยกแก้วขึ้นชน เอฝืนยิ้มแล้วยกขึ้นจะจิบ แต่แล้วก็แกล้งทำเครื่องดื่มหกใส่ชุด
“โอย ชุดเปียกหมดเลย ขอตัวก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวครับ”
เอรีบเดินออกไป แล้วหันมา “ขอโทษนะคะ แล้วค่อยนัดกันใหม่นะคะ”

เอรีบพรวดออกมา เห็นบอยกับซินดี้กำลังรอรถที่พนักงานจอดรถกำลังเอามา เอรีบหันหลังกลับ
พอดีรถมาจอด ซินดี้หันกลับไปขึ้นรถ บอยเดินไปขึ้นอีกด้านหนึ่ง พนักงานวิ่งอ้อมไปทันเปิดประตูให้ บอยขึ้นรถ แล้วปิดประตูโครม ก่อนที่จะรีบขับรถพรวดออก พร้อมกับที่รถตู้ของเอเข้ามาจอดเทียงตรงหน้าพอดี
“ตามรถคันนั้นไป”
เอรีบขึ้นรถ แล้วสั่งความเสียงเข้ม
“ไม่โทรแจ้งคุณวินเหรอครับ”
“ไม่ต้อง กระเป๋าอุปกรณ์ปลอมตัวของฉันเก็บไว้ในรถ”
“อยู่หลังรถครับ”

รถของบอยแล่นเข้ามาจอดที่บ่อนของนายสมภพ
“บ่อนอีกแล้ว”
ซินดี้ลงจากรถพลางบ่นอุบ
“โธ่ ก็บอกแล้วไง มาบ่อนใช้เงินได้ ไม่มีใครสน”
พูดพลางก็เดินจูงมือซินดี้เข้าไปด้านใน ครู่หนึ่งรถตู้ของเอ ก็เข้ามาจอด มือปืนลงมาเปิดประตู
“อฉันอยู่ที่นี่ เดี๋ยวฉันมา”
เอหันมาบอกทันทีที่ลงจากรถ
“แต่ว่า”
“คอยรับโทรศัพท์ฉันก็แล้วกัน แล้วก็ไม่ต้องโทรหาคุณวินด้วย เข้าใจมั้ย”
“ครับผม”

จากนั้นเอก็ก้าวฉับๆ มาตรงหน้าอาคาร ซึ่งเป็นเหมือนผับหรูแห่งหนึ่ง มือปืนมาดดีสองคน เข้ามาขวาง
“ขอโทษครับ”
เอยิ้มให้ “มีคุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายเพิ่งเข้าไปหรือเปล่า”
“ครับ ผมต้องขอชื่อหรือนามบัตรคนรับรองด้วยครับ”
เอแกล้งทำทีหงุดหงิด “สองคนนั่นแหละ นัดฉันมาโธ่เอ๊ย บอกให้รอ ให้รอ รถมันติด ดันเข้าไปซะก่อน กลับบ้านดีกว่าเรา”
พูดพลางแกล้งหันหลังกลับ
“คุณครับ”
เอยิ้ม พลางหยุดเดิน แล้วหันกลับไปแกล้งตีหน้าตึง
“เชิญครับ. คุณสองคนเพิ่งเข้าไป คงไม่เป็นไร”
“ขอบใจนะ”
เอพูดพลางตวัดแบงค์พันยื่นให้ จากนั้นก็รีบเดินเข้าไปด้านใน ค่อยๆ กวาดตามองไปรอบๆ เห็น
ซินดี้กับบอยนั่งเล่นรูเลทอยู่ที่โต๊ะประจำ เอรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำ พลางเปิดกระเป๋าแล้วรื้อดู พร้อมกับดึงวิกผมปลอม
ออกมา แล้วมองอย่างพอใจ

จากนั้นเอก็ปลอมตัวออกมานั่งที่บาร์ พลางลอบสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ 

ขณะที่โจกำลังต้อนรับแขกอยู่ที่หน้าผับ พอหันมา ก็ถึงกับแปลกใจ เมื่อเห็นวินยืนอยู่กับทอม
“หวัดดีครับคุณพ่อ”
“หวัดดีโจ”
จากนั้นโจก็พาทั้งคู่มานั่งที่โต๊ะ
“คุณเอ ทำไมไม่มาด้วย”
โจหันมาถามวิน
“ออกไปกินข้าวกับนายเกื้อพร”
โจถึงกับตกใจ “หา”
“นายไม่ต้องมาหา เหอ เรื่องงานตามแผน คุณเอ เดี๋ยวนี้เก่ง ไม่มีอะไรต้องห่วง”
“ใช่ นายถึงได้พาคุณพ่อมาดริ๊งแก้กลุ้มอยู่นี่ไง”
โจแกล้งพูดประชด แต่แล้วก็ต้องตาค้าง “เฮ้ย นายดูโน่นดิ”
วินหันไป ก็เห็นพนักงาน กำลังพานายเกื้อพรมานั่งที่โต๊ะประจำ
“นายเกื้อพร ทำไมมาคนเดียว”
“พ่อว่า ลูกน่าจะรีบโทรหาหนูเอนะ”
“ไม่น่าจะมีอะไรหรอกครับ กินข้าวคุยธุระเสร็จก็คงแยกย้ายกันไป ป่านนี้คุณเอ คงกลับถึงบ้านแล้ว”
“แต่พ่อ”
วินยิ้มให้พ่อ
“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณพ่อ ผมรู้จักคุณเอดี ถ้าผมโทรไป แกจะหา ว่าผมคอยตามระวังแจ มีเรื่องกัน เปล่าๆ คุณพ่อสบายใจได้”
วินพูดขณะที่มองจ้องไปที่โต๊ะนายเกื้อพรไม่วางตา

ขณะที่เอที่นั่งสังเกตการณ์อยู่ เห็นซินดี้กับบอยเริ่มเถียงกัน ซินดี้ลุกจากโต๊ะรูเลท แต่แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เอรีบกดรับสาย
“ว่าไง”
“คุณวินโทรมาครับ ถามว่าคุณอยู่ไหน ผมเลยต้องบอกไป”
“บ้าจัง”
ซินดี้เดินมานั่งที่บาร์ ห่างจากเอเก้าอี้เดียว เอรีบวางหู พลางวางท่าปกติ ซินดี้หันไปสั่งเครื่องดื่มกับพนักงาน พลางหันนมามองเอ แล้วยิ้มให้
“หน้าคุ้นๆ เคยเจอกันที่ไหนคะ”
เอพยักหน้านิดๆ “ก็คงในบ่อนนี้ล่ะคะ”
ซินดี้หัวเราะชอบใจ “ใช่ แล้ว จริงด้วย ความจริงซินดี้ ไม่ชอบมาหรอกค่ะ แต่แฟนชอบเล่น แย่จัง”
“เหมือนกันค่ะ น่าเบื่อ มีแต่เสียมากกว่าได้”
“จริงด้วยค่ะ นี่ดีแต่ว่าฟลุ้คได้เงินมาก้อนหนึ่งไม่ยังงั้นแย่เลย”
เอแกล้งทำทีเป็นสนใจ “โชคดีจัง ถูกหวยเหรอคะ”
ซินดี้กำลังอ้าปากจะเล่า แต่บอยมาเรียกตัวไปก่อน
“งั้นซินดี้ขอตัวก่อนนะคะ”
จากนั้นซินดี้ก็เดินออกไปพร้อมกับบอย เอกวาดตามองไปรอบๆ อีกครั้ง ก็เห็นไอ้อ๊อดกับนายสมภพ เดินออกมาจากประตูห้องทำงาน
“นายอ๊อด ทำงานกับนายสมภพ”
นายสมภพกับไอ้อ๊อด เดินมาที่มุมหนึ่งของบาร์พอดี เอพยายามนั่งเฉย พลางยกแก้วขึ้นจิบ ทำไม่ รู้เรื่อง
“ขอบใจมากอ๊อดที่เอาแหวนมาให้”
“เรื่องเล็กครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ”
ไอ้อ๊อดขยับตัวจะเดินออกไป แต่นายสมภพรั้งไว้
“เฮ้ย ดื่มอะไรก่อนซิ เล่นซะหน่อย ไหนๆ ก็มาแล้ว”
“วันหลังดีกว่าครับ วันนี้ไม่ไหว”
ไอ้อ๊อดพูดพร้อมกับเดินออกไป เอถอนหายใจ ยกแก้วขึ้นจิบ
“คืนนี้เล่นได้กี่แสนแล้วครับ”
เอหันมาทางต้นเสียง เห็นสมภพยืนอยู่ข้างๆ พลางปรายตาไปมา พยายามคิดหาทางออก ครู่หนึ่งก็ยิ้มได้ เมื่อสายตาเห็นฝรั่งผู้ชายนั่งเล่นอยู่ห่างออกไป
“ I am sorry, excuse me!”
พูดจบเอก็รีบพรวดไปโต๊ะที่ฝรั่งคนนั้นนั่งเล่นอยู่ นายสมภพมองตาม เห็นเอเดินตรงไปที่โต๊ะ พลางขยับตัวยืนใกล้ฝรั่ง ทำเป็นว่ามาด้วยกัน ขณะที่นายสมภพยังมองอยู่ เอเลยแกล้งก้มลงไปหอมแก้มฝรั่งฟอด
“For good luck”
ฝรั่งแปลกใจ แต่ก็ยิ้มหน้าบาน “Thank you,”
นายสมภพเห็นเลยขำตัวเองที่คิดมาก แล้วเดินกลับไปที่ห้องทำงาน เอมองตาม แล้ว รีบชิ่งทันที

เอเดินออกมาที่หน้าบ่อน มือปืนสองคนมองอย่างแปลกใจ เพราะจำไม่ได้ เออดขำไม่ได้ พลางรีบเดิน แต่แล้วกลับมีมือมาคว้าแขนไว้ เอสะดุ้ง แล้วหันกลับมาชกแต่วืด
“นี่ คุณ ผมเอง”

วินพูดพลางคว้าหมัดของเอไว้ได้ทัน

หนีก็ล่า ซ่าก็รัก ตอนที่ 13 อวสาน (ต่อ)

“ไม่น่าเชื่อ นายอ๊อดทำงานให้นายสมภพ”
วินเอ่ยขึ้นหลังจากที่เอเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง เมื่อทั้งคู่กลับมาถึงเซฟเฮ้าส์
“ผมคิดว่าเรื่องที่คุณถูกแก๊งค้ามนุษย์จับตัวไป แล้วนายอ๊อดโผล่มาช่วยไม่ใช่เรื่องธรรมดาซะแล้ว”
เอพยักหน้า
“เห็นด้วยค่ะ เพราะนายสมภพคือคนที่เคยเล่นงานเรา”
วินเดินมานั่ง พลางเอื้อมมือมาจับมือเอ
“เรื่องราวเริ่มซับซ้อน ต่อไปนี้คุณต้องระวังให้มาก”
วินมองเอด้วยสายตาเป็นห่วง พร้อมๆ กับที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“ครับ คุณพ่อ คุณเอถึงบ้านแล้วครับ ขอบคุณครับ กู๊ดไนท์”
วินวางสาย เอรีบหันมาถาม “อย่าบอกนะคะ ว่าคุณไปฟ้องคุณพ่อ”
“ครับ ฟ้องว่าคุณดื้อ ทำให้ผมเป็นห่วงจนกลุ้ม”
“ขอโทษนะคะ”

แนน น้ำหวาน เมจิ เทป เดินเข้ามาในห้องพักคนป่วยในโรงพยาบาล ขณะที่บิว ที่หน้าตาดีขึ้นแล้วนั่งพิงหัวเตียงอยู่
“เป็นไงมั่ง บิว”
แนนเอ่ยทัก บิวพยักหน้า
“ขอบใจนะที่ เอ้อ ช่วยฉัน”
แนนยิ้มให้ “ไม่ต้องคิดมากน่า บิว ยังไงเราก็ผู้หญิงด้วยกัน”
ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น พร้อมๆ กับที่นุจรี หลิน พีช เดินเข้ามา
“มาทำไมกันยะ พวกเธอ”
หลินจ้องหน้าพวกแนนอย่างเอาเรื่อง
“พวกเราไปกันเถอะ”
แนนกับเพื่อนๆ ขยับตัวจะเดินออกไป แต่บิวรั้งไว้
“ไม่ต้องไปหรอกแนน”
พูดพลางจ้องหน้านุจรีอย่างไม่แคร์
“อยู่ก็ดี จะได้รู้ซะเลยว่า นับจากนี้ เธอ ยัยบิว ไม่ได้อยู่ในก๊วนของฉันอีกต่อไป เพราะเธอ ทำให้ฉัน เสียชื่อ ไปพวกเรา”
นุจรีพูดพลางเดินนำก๊วนออกไป แนนกับทุกคนเข้ามายืนใกล้ๆ
“ถ้าเธอจะมาอยู่ก๊วนเราก็ได้”
บิวยิ้มให้เมจิ “ขอบใจนะ เมจิ”

มือปืนวิ่งเข้ามาในโกดังเก็บของ ขณะที่วินกับเอ ยืนรออยู่กับมือปืนอีกสามสี่คน
“คุณเกื้อพรกับลูกค้ามาแล้วครับ”
วินหันมามองหน้าเอ ต่างเตรียมพร้อมระวัง
“คุณวิน คุณเอ”
นายเกื้อพรเดินเข้ามาพร้อมชายคนหนึ่ง ตามหลังด้วยมือปืนอีก 5 คน วินกับเอ กวาดสายตามอง ทุกคนอย่างใจเย็น
“ขอโทษที่ทำให้รอนะครับ นี่คือมิสเตอร์ หยูฟง ตัวแทนผู้ซื้อสินค้าของเรา คุณหยูฟง จะใช้เวลาตรวจดู ของทั้งหมดประมาณสามวัน เมื่อทุกอย่างครบ และตกลงกันเรียบร้อยผมจะโอนเงินเข้าบัญชีของคุณ”
วินพยักหน้า “เชิญเลยครับ เด็กๆของผมพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง และพร้อม ที่แจ้งให้ผมทราบทันทีที่มีปัญหา”

จากนั้นวินกับเอ ก็กลับมานั่งคุยกันในเซฟเฮ้าส์
“สามวัน เสียเวลาจริงๆ นานเกินไป”
“นายเกื้อพรอาจจะสงสัยอะไรหรือเปล่าคะ”
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น วินรีบกดรับสาย
“ได้ครับ ตกลงตามนั้น”
เมื่อวางสาย ก็หันมาบอกกับเอ
“แปลกมาก นายเกื้อพรบอกว่าตรวจเสร็จแล้ว ให้เราไปพบบ่ายนี้ เพื่อเคลียร์ทุกอย่าง”
“ต้องระวังตัวนะคะ”
วินพยักหน้า “ผมรู้แล้วว่าจะทำยังไง”

“ลูกค้าเพิ่งโทรมาบอกว่าตรวจเสร็จแล้วไม่ต้องรอถึงสามวัน”
วินเอ่ยในห้องประชุม ต่อหน้านายสมภพ
“ดีครับ แต่อันที่จริง คุณวินโทรมาบอกผมก็ได้นี่ครับ”
“ที่ผมมาเพราะจะเชิญให้คุณไปกับผมบ่ายนี้เลย ผมจะแนะนำคุณให้รู้จักคุณเกื้อพร”
นายสมภพตื่นเต้นแต่รีบกลบเกลื่อน “จะดีเหรอครับ”
“คุณทำงานได้ดี คุณเกื้อพรควรจะรู้ว่าคุณเป็นใครผมไม่เคยกั๊กใคร”
“ขอบคุณมากครับ”
“งั้นเราเจอกันที่โกดังตอนบ่าย”
วินกับเอลุกขึ้น นายสมภพรีบลุกขึ้นส่ง แต่จู่ๆ เอก็หันกลับมาถาม
“ได้ข่าว นายอ๊อด ลูกน้องนายสุรชัยมั่งหรือเปล่า”
นายสมภพถึงกับอึ้ง ตอบไม่ถูกไปพักใหญ่
“ผมไม่ได้ข่าวเลยครับ มันคงกลัวคุณเกื้อพรเล่นงานเผ่นไปกบดานที่เขมรแล้วมั้งครับ”

นายสมภพตอบ พลางหัวเราะกลบเกลื่อน

“นายสมภพโกหก เรื่องนายอ๊อดจะๆ ฉันมั่นใจว่า บ่ายนี้นายสมภพ จะเขี่ยคุณให้พ้นทาง เปิดโปง คุณเรื่องนายสุชาติชัวร์”
เอบอกกับวิน เมื่อทั้งคู่นั่งอยู่ในรถด้วยกัน
“ดี ทันทีที่มันบอกนายเกื้อพรว่า มันเป็นคนฆ่านายสุชาติ งานของเราก็จบไปหนึ่งขั้น ถ้านายเกื้อพรคิด จะจัดการกับผม เท่ากับว่างานเราจบสนิท ทุกอย่างอยู่ที่คุณกับผู้กอง”
เอพยักหน้าอย่างมั่นใจ “ฉันกับผู้กองไม่พลาดเด็ดขาด”

นายสมภพกับไอ้เม่น พร้อมด้วยลูกน้องอีกสองคนเดินเข้ามาในโกดัง ขณะที่วินยืนรออยู่แล้ว พร้อม มือปืนสองคน
“คุณเกื้อพรกำลังเดินทางมา อีกครึ่งชั่วโมงน่าจะถึง”
สมภพกวาดสายตาไปมา “คุณเอ ไม่มาด้วยเหรอครับ”
“เขาบอกว่าปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้ชาย แต่ความจริงคือไปช้อปปิ้ง”
เมื่อวินพูดจบ นายสมภพก็ชักปืนออกมาจ้องที่วิน ขณะที่มือปืนของวิน ก็กระชากปืนออกมาส่องที่ นายสมภพ วินจ้องหน้านายสมภพแล้วพูดยิ้มๆ
“ทันทีที่คนของคุณเหนี่ยวไก คุณก็เจอก่อนเต็มๆ”
แต่แล้วไอ้อ๊อดกับพวกมันอีกห้าคน ก็พรวดออกมาเข้าทางข้างหลังของวินและมือปืน “คราวนี้ คนของคุณคงยิงไม่ทันแน่ เพราะคุณต้องไปก่อน”
วินยิ้มอย่างใจเย็น “ในที่สุด นายอ๊อดกับคุณก็เผยโฉมจนได้”
นายสมภพยิ้มกวน พลางหันไปสั่งการ
“อ๊อด เก็บปืนของพวกมัน”
ไอ้อ๊อดเข้ามาเก็บปืนจากมือปืนของวิน แล้วค้นตัววินได้ปืนไปอีกกระบอกหนึ่ง
“ไง นายอ๊อด เงินสี่ล้านคงไม่พอใช้ซินะ ถึงต้องมาพึ่งนายใหม่”
นายสมภพมองหน้าไอ้อ๊อดเขม็ง
“ข้านึกว่าเงินรางวัลแค่สามล้านซะอีก ไม่เป็นไร แล้วก็แล้วกันไป คืออย่างนี้คุณวิน ผมเบื่อที่จะเห็นคุณ เสวยสุขจากผลงานของผม ผมคิดว่าผมจะเขี่ยคุณให้พ้นทาง”
“ผมเป็นอะไร คุณเกื้อพรต้องเล่นงานคุณ”
นายสมภพส่ายหน้า
“ไม่หรอกครับ ถ้าคุณเกื้อพรได้รู้ความจริงเรื่องไอ้สุชาติ อาจจะปลื้มผมก็ได้”
ขณะที่นายสมภพกำลังจะสารภาพความจริง ลูกสมุนก็โผล่เข้ามาขัดจังหวะ
“มีรถกำลังมา”
“ลาก่อน คุณวิน”
นายสมภพยกปืนขึ้นเล็ง ขณะที่วินยิ้มอย่างใจเย็น แต่แล้วไอ้อ๊อด กลับตวัดปืนมาทางนายสมภพ แล้ว ยิงเปรี้ยง นายสมภพเซไปแล้วทรุดลงนั่งกับพื้น
“ไอ้เม่น ช่วย”
นายสมภพร้องเรียกให้ไอ้เม่นช่วย ไอ้เม่นกลับตอบสนองด้วยการหันมายิงอีกเปรี้ยงเข้าที่อก จนนายสมภพหงายหลังตึง แล้วก็สิ้นใจตาย วินถอนหายใจอย่างเสียดาย เพราะแผนที่จะให้นายสมภพสารภาพความจริงเสียหมดเพราะไอ้อ๊อด
“คุณวิน ผมอยู่ฝ่ายคุณ”
วินจ้องมองไอ้อ๊อดกับไอ้เม่นตาเขม็ง “ผมจะไว้ใจพวกคุณได้ยังไง”
“พวกผมไม่ได้คิดหักหลังนายสมภพ แต่ทนถูกหักหลังและเอาเปรียบไม่ได้”
ไอ้อ๊อดสารภาพ ไอ้เม่นรีบเสริม
“ใช่ครับ ตอนที่ผมทำงานให้ คุณสมภพก็ให้ไอ้อ๊อดมาเก็บผม เพื่อจะให้ที่ว่างไอ้อ๊อดเข้ามาเสียบ”
“เรื่องจริงครับ แต่ผมกับเม่นหัวอกเดียวกัน ก็เลยตัดสินใจที่จะทำงานกับคุณ”
“เกิดอะไรขึ้น”
ทุกคนหันไปมองตามเสียง ก็เห็นนายเกื้อพร กับสมุนห้าคนถือปืนจ้องมา พลางกราดสายตามอง วิน ไอ้อ๊อด ไอ้เม่น และทุกคน
“เอาล่ะ ในเมื่อเรื่องมันเป็นอย่างนี้ ก็ให้จบๆ ไป คุณวิน คุณต้องรับผิดชอบอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก”
“แน่นอนที่สุดครับ ต่อไปนี้ นายอ๊อดกับเม่นจัดหาของแทนนายสมภพ”
ไอ้อ๊อดกับไอ้เม่นต่างตื่นเต้น ที่จะได้ก้าวขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ขณะที่นายเกื้อพรกวาดสายตามองทุกคน อย่างครุ่นคิด และระแวดระวัง
“งั้นผมขอตัวก่อน”
พูดจบ นายเกื้อพร ก็เดินออกไป พร้อมลูกสมุนเดินตามเป็นพรวน วินหันมามองไอ้อ๊อดกับไอ้เม่น
“จำไว้ถ้าของไม่เรียบร้อยตามข้อตกลง ฉันเล่นงานพวกนายแน่”
ไอ้อ๊อดรับคำ พลางเดินนำไอ้เม่น พร้อมสมุนออกไป วินถอนหายใจ ครู่หนึ่งเอกับผู้กองวันชาติ ก็โผล่ออกมาจากด้านใน
“วีดิโอที่ถ่ายไว้ใช้ไม่ได้เลย”
ผู้กองวันชาติส่ายหัวอย่างหงุดหงิด
“ผมคาดไม่ถึงว่าจะพลิกผันแบบนี้”
“นายสมภพกำลังจะเปิดเผยเรื่องที่ฆ่านายสุชาติอยู่แล้ว”
“ตกลงเราจะทำยังไงต่อไปคะ”
วินหน้าเครียด

“ความหวังของเรายังอยู่ที่ไอ้อ๊อดและไอ้เม่นสองคนนี้รู้ดีว่านายสมภพเป็นคนยิงนายสุชาติ”

วินพาเอ มาผ่อนคลายความตึงเครียด ด้วยการเต้นรำ ที่ผับของโจ เอทั้งเต้น ทั้งดื่มอย่างเต็มที่จนเมาหลับไป จนมาตื่นอีกที ในห้องพักของโรงแรมริมทะเล
“ฉันไม่เคยเป็นแบบนี้นะจะบอกให้ เดี๋ยวคุณจะคิดว่าฉันเป็นยัยขี้เมา”
เอยิ้มแห้งๆ พลางรีบอธิบาย หลังจากที่เธอเดินมาหาวินที่กำลังเล่นวอลเล่ย์บอลชายหาดอยู่กับเด็กๆ
“ผมเข้าใจดีครับ คุณเอ ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ หนักๆหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องนายสมภพ ที่เรา หวังจะให้เปิดเผยความจริง นี่ถ้าผมไม่ต้องขับรถ ผมก็คงเมาหัวปักไปแล้ว”
“ ฉันต้องยอมรับ ว่าผิดหวัง แต่ฉันไม่เป็นไรแล้ว รับรองได้”
“แน่ใจนะครับ”
“แน่นอนดิ ไม่เชื่อพนันกันก็ได้”
“พนันอะไรครับ”
“ใครถึงโรงแรมที่หลังต้องเป็นคนใช้ทั้งวัน”
พูดจบ เอก็ออกตัววิ่งไปอย่างรวดเร็ว

“หา เหลือแค่สามล้านเท่านั้นเหรอ”
ซินดี้โวยวายกับบอย เมื่ออยู่ด้วยกันในคอนโด
“พูดมากน่า”
“ห้ามแตะเงินนี้อีกจำไว้”
ซินดี้พูดเสียงเข้ม
“ห้ามแตะ ได้ยังไง ผมต้องเล่นเอาคืน”
“เรื่องของพี่ นี่เป็นส่วนของฉัน ถ้าพี่แตะ ฉันจะไปบอกคุณประสิทธิ์ ให้หมดเรื่องเงินค่าไถ่ตัวของนังเอแถมคิดจะฆ่าอีก”
บอยหันมามองหน้า พลางก้าวเข้ามาหาซินดี้
“อย่าคิด .ตาแก่ของฉันมีอิทธิพลแค่ไหนแค่ฉันบอกนิดเดียว ว่าพี่รังแกฉัน รับรองว่าพี่เจ็บตัวแน่
ฉันไม่ว่าถ้าพี่อยากจะเล่น แต่ต้องไม่ใช่ส่วนของฉัน จำไว้”
พูดจบ ซินดี้ก็สะบัดหน้าเดินออกไป ก่อนจะหันกลับมากำชับ
“อ้อ แล้วก็อย่าคิดที่จะเปิดโปงฉัน ถึงยังไงตาแก่ก็ต้องเชื่อฉันมากกว่าพี่”

“คุณมีท้อง”
พอลทวนคำอย่างตกใจ ขณะที่นุจรีพยักหน้า
“คิดว่าค่ะ ยังไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์”
“คุณควรจะให้แน่ใจว่าไม่มีร้อยเปอร์เซ็นต์จะดีกว่า”
พูดจบพอลก็เดินออกไปจากคอนโด ทิ้งให้นุจรีมองตาม ด้วยดวงตาดุร้าย

และเมื่อพอลออกไปปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้นกับแก๊งเพื่อนสาวไฮโซของเอ คำพูดของพิ้งค์ก็ทำให้พอลฉุกคิดขึ้นมาได้
“ท้องกับคุณแน่เหรอคะ”
พอลยิ้มออก “ คุณพิ้งค์ไอเดียดีมากเลยครับ วิธีนี้ดีที่สุด ขอบคุณครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ จะรีบไป จัดการเรื่องนี้”
จากนั้นพอล ก็กลับเข้ามาที่คอนโดอีกครั้ง ขณะที่นุจรียังนั่งรออยู่ที่โซฟา
“คุณยังไม่กลับบ้านอีก”
“นุจรอคุณ เผื่อว่าคุณจะอารมณ์ดีขึ้น”
พอลเดินผ่านเข้าไป ที่บาร์ เปิดตู้เย็นหยิบน้ำออกมาดื่ม ก่อนจะหันมาถามอย่างใจเย็น
“คุณแน่ใจหรือว่าท้องกับผม”

ทางด้านแนนกับเพื่อน ก็กำลังลุ้นผลการนับคะแนนคัดเลือกเป็นประธานนักศึกษา ขณะที่กลับไม่เห็นวี่แววของกลุ่มนุจรี
“พวกนุจรีหายไปไหนหมดน่ะบิว”
น้ำหวานอดไม่ได้ที่จะหันมาถาม
“อ๋อ หลบอยู่แถวนี้แหล่ะ ชนะก็โผล่มาทำเป็น คาดไม่ถึง ถ้าแพ้ก็ทำว่า ไม่ได้สนใจ”
ทันใดนั้นก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น นักศึกษาคนที่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ กำลังรวบรวมคะแนน รีบกด รับสาย และเมื่อวางสายลง ก็หันมากระซิบกับนักศึกษาที่อยู่ข้างๆ ก่อนที่จะเขียนลงบนกระดาษ แล้วลุกขึ้นมา ยื่นให้ คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าโพเดี่ยม
“ไม่ต้องนับแล้ว เนื่องจากผู้แข่งขันคนหนึ่งถอนตัว ขอต้อนรับประธานนักศึกษาคนใหม่ คุณแนน ธำรงค์รักษ์ธรรม”

สิ้นเสียงประกาศ เสียงปรบมือ ก็ดังสนั่น เมจิ น้ำหวาน เทป และ บิว ต่างเฮลั่น ขณะที่แนนได้แต่ยืนยิ้ม

“นุจรีลาออกจากมหาวิทยาลัยจะไปเรียนต่อที่อังกฤษ”
อาจารย์โสภาเอ่ยบอกแนน เมื่อนั่งคุยกันตามลำพังในห้องพักอาจารย์
“เหรอคะ”
“ไม่เป็นไร ที่สำคัญก็คือเรื่องละครการกุศลอาจจะมีปัญหา เพราะคุณพอลเองก็ถอนตัวเหมือนกัน อาจารย์อยากให้เธอช่วยคิดว่าจะทำยังไง อาจให้คุณพ่อเธอมาร้องเพลง แล้วเชิญใครมาร่วมแจมด้วย ได้ข่าวว่า คุณพ่อ เธอรู้จักกับดารานักร้องหลายคนไม่ใช่เหรอ”
แนนพยักหน้ารับคำ
“ค่ะ แล้วแนนจะรองถามคุณพ่อให้นะคะ”

“เชอะไปเรียนต่อเมืองนอก ท้องละไม่ว่า”
หลินพูดพลางเบ้ปากเยาะๆ พีชพยักหน้าเห็นด้วย
“นั่นนะซิ ทำเป็นไฮโซ อวดรวย ข่มชาวบ้าน ที่แท้ ใจง่าย”
“คนที่เธอนินทานั่นน่ะ เป็นเพื่อนเธอไม่ใช่เหรอ”
เมื่อทั้งคู่หันมา ก็เห็นบิวยืนอยู่กับแนน น้ำหวาน เมจิ และเทป หลินเชิดหน้าใส่บิว “เธอเองก็หักหลังเพื่อนไปเข้ากับพวกนั้นเหมือนกันนั่นแหละ อย่ามาทำเป็นนิสัยดี”
“ที่ฉันจำได้ นุจรีกับพวกเธอ ตัดฉันออกจากก๊วนต่างหาก”
“ชอบบิดเบือนแบบนี้ ต้องตบปากให้เข็ด”
พูดจบ เมจิก็ก้าวพรวดเข้าไป หลินกับพีช ถอยกรูด เทปรีบดึงเมจิไว้ แต่ครู่เดียวก็แกล้งปล่อยมือ เมจิ พรวดเข้าใส่ หลินกับพีชตกใจ หันหลังวิ่งแจ้นไปอย่างรวดเร็ว

“น่าสงสารนุจรี ถ้าเรื่องที่หลินกับพีช พูดเป็นเรื่องจริง”
แนนเอ่ยกับกลุ่มเพื่อน สีหน้าจริงจัง เมจิพยักหน้าหงึก
“อาจจะจริง”
“อยู่ๆจะไปนอกก่อนเรียนจบ มันก็น่าคิดอยู่”
น้ำหวานพูดเสริม ก่อนที่ทุกคนจะหันมาทางบิว
“เราไม่อยากจะนินทานุจรีหรอก แต่เราพอจะรู้ว่านุจรีโดดเรียนไปหาคุณพอลบ่อยๆ อ้างว่าไป ปรึกษา เรื่องละคร”
“ดูซิ นายเทปวิ่งทะเล่อทะล่ามาโน่น”
ทุกคนหันไปเห็นเทปวิ่งเข้ามา หน้าเครียด
“อุบัติเหตุ รถของนุจรีชนกับรถตู้บนเส้นทางกรุงเทพฯ พัทยาเมื่อเช้านี้”
แนนหันมาทำหน้าดุใส่เทป
“นี่อย่าพูดเล่นไป นุจรีจะไปพัทยาทำไม”
“แย่แล้ว นุจรีชอบขับรถไปพัทยา เวลาทะเลาะกับที่บ้าน พวกเราเคยไปด้วยบ่อยๆ”
บิวหันมาบอกกับทุกคน ขณะที่เสียงโทรศัพท์ของแนนดังขึ้น
“ค่ะ เหรอคะ ได้ค่ะ ทราบค่ะ”
เมื่อวางสาย ก็รีบหันมาบอกเพื่อนๆ
“พี่หมอโจ๊กโทรมา นุจรีเป็นคนบอกให้คนของมูลนิธิพาไปโรงพยาบาลพี่หมอ”

นุจรีค่อยๆลืมตาขึ้นมาในห้องพักผู้ป่วย ขณะที่หมอโจ๊กยืนอยู่ตรงหน้า
“คุณปลอดภัยแล้ว”
“เด็ก เด็ก ในท้อง เด็ก”
“ใจเย็นๆก่อนครับ มีเพื่อนมาเยี่ยม”
เมื่อนุจรีหันไปมอง ก็เห็น แนน น้ำหวาน เมจิ และบิว ยืนอยู่ห่างออกไป
“ออกไป ออกไป ให้หมด”

“เป็นความผิดของพี่ที่อนุญาตให้พวกเธอเข้าไปเยี่ยม”
หมอโจ๊กบอกกับแนนและเพื่อน ขณะที่นั่งคุยกันอยู่ในห้องทำงาน
“พี่นึกว่าการที่ได้เห็นพวกเธอ คุณนุจรีอาจจะรู้สึกดีขึ้น”
“ทำไมไม่มีใครบอกเรื่องนี้ให้นุจรีทราบคะพี่หมอ”
แนนอดที่จะถามไม่ได้
“อันที่จริงแพทย์ตรวจพบ และแจ้งให้พี่ทราบแล้ว แค่รอให้คุณนุจรีอาการดีขึ้นอีกหน่อย แต่นึกไม่ถึงว่า คุณนุจรีจะพูดออกมา”
“เป็นเพราะฤทธิ์ยา ทำให้ เพ้อ หรือคะ”
หมอโจ๊กส่ายหน้า
“คงเป็นเพราะคุณนุจรีคิดเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลามากกว่า”
ยังไม่ทันที่หมอโจ๊กจะพูดอะไรต่อ พยาบาลก็เดินนำเทปเข้ามาในห้อง
“โห ออกมาจากห้องน้ำ หายไปหมดเลย”
เมจิรีบลุกขึ้น “เทป ไปซื้อหนมกัน”
พูดจบก็ลากมือเทปออกไปจากห้องจนได้ ทุกคนหันมามองหน้ากัน

“พี่หมอโจ๊กไม่ต้องห่วงหรอกค่ะความลับของนุจรี จบที่นี่ค่ะ”

หนีก็ล่า ซ่าก็รัก ตอนที่ 13 อวสาน (ต่อ)

นุจรีตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าแนน เมจิ น้ำหวาน และบิว กำลังยืนคอยดูอยู่
“ออกไปให้หมด”
แนนพยักหน้า ก่อนที่จะเดินนำน้ำหวานกับเมจิออกไป เหลือบิวอยู่ในห้อง
“นุจรี เราเป็นห่วงเธอนะ”
นุจรีเบ้ปาก “เธอจงใจจะพาพวกนั้นมาเยาะเย้ยเรามากกว่า”
พลางกวาดสายตามอง “หลินกับพีชล่ะ”
“ยังไม่มีใครมาเลย คุณพ่อคุณแม่เธอมารออยู่พักหนึ่ง เธอยังไม่ตื่น ท่านก็เลยกลับไป”
นุจรียิ้มเยาะตัวเอง “สรุปมีแต่คนที่ฉันไม่ชอบหน้ามาเยี่ยมฉัน”
“งั้นฉันไปก่อนก็แล้วกัน”
พูดจบ บิวก็ขยับตัวจะเดินออกไป แต่นุจรีเรียกไว้ก่อน
“บิวฉันหมายความว่ากลายเป็นคนที่ฉันไม่ชอบหน้าที่ห่วงฉัน”
บิวยิ้ม พลางเดินเข้ามาใกล้ จับมือนุจรีไว้
“ฉันถือว่าเธอเป็นเพื่อนเสมอ ส่วนพวกแนน เขาไม่คิดแค้นอะไร เขาถือว่าอย่างน้อย ก็เป็นเพื่อน ร่วม สถาบันเดียวกัน”
นุจรีได้แต่พยักหน้า ไม่พูดอะไร

ทางด้านไอ้เม่น ก็เดินงุ่นง่านอยู่ในโกดัง จนไอ้อ๊อดรำคาญ
“เอ็งจะเดินทำไมวะ ข้ามึนเว้ย”
ไอ้เม่นหยุดเดิน พร้อมๆ กับที่สมุนวิ่งเข้ามารายงาน
“คุณวินมาแล้ว”
พูดจบ วินกับสมุนอีกสองคน ก็เดินเข้ามา ไอ้อ๊อดรีบรายงาน
“เชิญครับคุณวิน เชิญตรวจของได้เลย”
“มีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย”
“อะไรเหรอครับ”
ไอ้เม่นขยับตัว พร้อมกับปรายตามองไอ้อ๊อดเป็นเชิงเตือนให้ระวังตัว
“คุณเกื้อพรขอมารับของพร้อมเงิน พวกนายมีปัญหาหรือเปล่า”
“ไม่มีเลยครับ ขอบคุณที่คุณวินเปิดเผยชัดเจนกับพวกผม”
วินยิ้ม “ฉันไม่อยากเอาเปรียบพวกนายเดี๋ยวจะกลายเป็นอย่างนายสมภพ”
“โห ไม่หรอกครับ คุณวินใจนักเลงกว่าเยอะ แบบนี้พวกผมยอมรับเกินร้อยแล้วครับ”
ไอ้อ๊อดพูดเอาใจ ขณะที่ไอ้เม่นพูดเสริม
“ใช่ครับ เอาไงเอากัน ถึงไหนถึงกันเลยครับ”
จบประโยคของไอ้เม่น สมุนก็วิ่งเข้ามารายงาน
“มากันแล้วครับ”

“คนของผมบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยสมบูรณ์ผมก็เลยไม่อยากยืดเยื้อ”
นายเกื้อพรพูดต่อหน้าทุกคน วินยิ้มรับ
“เป็นฝีมือของนายอ๊อดแล้วก็นายเม่นครับ”
ไอ้อ๊อดกับไอ้เม่นยิ้มอย่างพอใจ
“ดีใจ ที่เห็นพวกคุณเข้ากันได้ดี”
นายเกื้อพรพยักหน้า พร้อมๆ กับที่ลูกสมุน เดินออกมาส่งกระเป๋าให้วิน
“นายอ๊อด ช่วยรับหน่อย”
อ๊อดมองอย่างแปลกใจ แต่ก็ออกไปรับเอาไว้ ขณะที่ไอ้เม่นแอบมองอย่างไม่พอใจ
“เอาล่ะ ที่เหลือก็เป็นเรื่องของพวกคุณโชคดีทุกคน”
นายเกื้อพรกันมาบอกกับวิน
“ขอบคุณครับ”
นายเกื้อพรยิ้มให้ แล้วหันหลังเดินออกไป พร้อมกับหยูฟง และพวกมือปืน
“เอ้อ คุณวินครับ นี่ครับ”
ไอ้อ๊อดส่งกระเป๋าเงินให้
“นายจัดการเลย เอาส่วนของนายไป แล้วเอาส่วนที่เหลือให้คนของฉัน”
ไอ้อ๊อดจ้องมองวินอย่างนับถือ
“คุณสุดยอดจริงๆ คุณวินผมเสียใจที่เคยทำให้คุณกับคุณเอเดือดร้อน คุณได้ใจของผมเต็มๆ”
ทันใดนั้นเสียงปืน ก็ดังสนั่น มือปืนของไอ้อ๊อดล้มไปสอง ขณะที่มือปืนของวินล้มไปหนึ่ง ทุกคนต่าง ตวัดปืนกราดยิงสวนออกไปรอบๆ ทันใดนั้นกระสุนวิ่งเข้ามาถูกหัวไหล่ซ้ายของวินจนหมุนคว้าง ก่อนที่จะทรุดลง
“คุณวิน”
ไอ้อ๊อดกราดปืนยิง พร้อมๆ กับวิ่งเข้ามาประคองวิน ไอ้เม่นวิ่งเข้ามาประคองอีกด้านหนึ่ง แต่แล้ว กระสุนก็พุ่งตรงเข้ามาที่ไอ้เม่น จนมันทรุดนิ่งไป
จากนั้นต่างฝ่ายต่างก็สาดกระสุนใส่กัน มือปืนของไอ้อ๊อด และวินถูกกระสุนจนล้มหงาย ทรุดลง จนหมด
“ถอยเร็ว”

วินตะโกนสั่ง แต่ไอ้อ๊อดหน้ามืด ร้องด้วยความแค้น กราดปืนยิงสาดออกไป แต่กลับถูกยิงใส่จนทรุดลง กระเป๋าเงินเปิดกางออก เงินทะลักออกมา ไอ้อ๊อดกอดกระเป๋าแน่น จนวินต้องเข้ามาลากคอเสื้อ ถอยไปยังตู้คอนเทนเนอร์ เลือดของไอ้อ๊อดไหลออกเป็นทาง ปะปนกับเงินที่ทะลักออกมา เป็นทาง ผสานกับเสียงปืนดังสนั่นไม่ ขาดสาย

วินลากไอ้อ๊อดเข้าไปหลบในซอกคอนเทนเนอร์จนได้
“นายอ๊อด เป็นยังไงบ้าง”
“ยังไหวครับ”
“นายเกื้อพรหักหลังเราซะแล้ว”
ไอ้อ๊อดกัดฟันหยิบโทรศัพท์ออกมาส่งให้วิน
“นายจะให้ฉันโทรหาใคร”
“มีคลิปที่นายสมภพ บอกว่ายิงนายสุชาติ”
วินรับไว้อย่างคาดไม่ถึง
“ขอบคุณ ที่ไว้ใจผม”
“ทำใจดีๆไว้”
ไอ้อ๊อดยิ้ม พลางดึงกระเป๋าเงินเข้ามาใกล้
“เงิน สุดท้ายก็เอาไปด้วยไม่ได้”
เงินทะลักออกมาอีก แต่แล้วมีเสียงติ๊กต่อกดังออกมาจากกระเป๋า วินรีบเปิดกระเป๋า ปัดเงินออก พลันก็ถึงกับชงัก มือเท้าเย็น เพราะใต้เงิน มีระเบิดซ่อนอยู่
ขณะที่สมุนของนายเกื้อพรวิ่งออกมาจากโกดัง เข้ามายังรถตู้ ซึ่งมีนายเกื้อพรนั่งอยู่หยูฟง ยืนอยู่ใกล้ๆ
“รายงานครับ ไม่มีใครรอดครับ”
“ศพนายวินกับไอ้อ๊อด”
“กำลังเข้าไปจัดการอยู่ครับ”
นายเกื้อพรปรายมองหน้าหยูฟง
“เฮ้อ น่าเสียดายเงิน แต่ต้องให้มั่นใจ”
พลางรีบยกโทรศัพท์ขึ้นมาสั่งการ
“บอกทุกคนให้ถอนกำลัง”
ชั่วครู่เสียงระเบิดก็ดังตูม ประกายไฟแดงฉานทั่วโกดัง
ขณะที่เออยู่ที่เซฟเฮ้าส์ ก็รู้สึกใจคอไม่สู้ดี หลังจากที่พลั้งมือทำแก้วตกลงพื้นแตกกระจาย

จากนั้นเอก็มานั่งคุยกับคุณหญิงอัญชลีที่ร้านกาแฟ
“ดูคุณเอ ไม่ค่อยสบายใจที่มาพบคุณแม่”
เอฝืนยิ้ม “ไม่มีอะไรนี่คะ ทุกอย่างเรียบร้อยดีตามแผนที่วางไว้”
“บอกตามตรง แม่ไม่สบายใจเลย จบเร็วๆหน่อยก็ดี คุณวินว่ายังไงบ้างล่ะ”
“เรื่องอะไรคะ” เอย้อนถาม
“อย่ามาทำไก๋ ก็เรื่องแต่งงานกับลูกน่ะซิ”
“คงต้องรอให้เรื่องจบก่อนค่ะถึงจะทราบ”
“ดี ให้แม่เป็นคนจัดงานแต่งให้นะ”
เอฝืนยิ้มรับ “ได้เลยค่ะ”

เมื่อกลับมาถึงเซฟเฮ้าส์ เอก็รีบเดินเข้ามาถามมือปืนที่ยืนรออยู่
“คุณวินล่ะ”
“ยังไม่กลับเลยครับ”
เอหน้าเครียด

เสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้น เอรีบเดินไปเปิด ก็เห็นแม่บ้านหน้าตาซีดตื่นอยู่ตรงหน้า
“อะไร เกิดอะไรขึ้น”
“ข่าว ข่าว คุณวิน”
ขณะที่ในจอทีวีกำลังนำเสนอข่าว
“ครับ อีกครั้งหนึ่งนะครับ เกิดระเบิดขึ้นที่โกดังเก็บของเมื่อบ่ายนี้ เจ้าหน้าที่พบว่าหนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ นายวิน ผู้ต้องหาที่อยู่ในระหว่างประกันตัวคดี สังหารนายสุชาติ เจ้าหน้าที่คาดว่า มีการลักลอบขายสินค้า ผิดกฏหมาย และเกิดหักหลังกันขึ้น”
เอหน้าเครียด พร้อมๆ กับที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“ฉันเห็นข่าวแล้วค่ะ”
“ครับ ผมเป็นคนให้ข่าว ความจริงคุณวิน”
ผู้กองวันชาติที่อยู่ทางปลายสายยังพูดไม่ทันจบ เอก็รีบถามแทรกขึ้น
“อยู่ไหนคะ”
“คือ เรายังไม่พบร่างคุณวิน แต่ผมจำเป็นต้องให้ข่าวเพื่อหลอกพวกมัน”
“ดิฉันเข้าใจค่ะ”
เอวางสาย พลางถอนหายใจ

หลังจากตรวจบัญชีในห้องทำงานเสร็จ โจก็เดินเข้าไปหลังบาร์ เปิดตู้หยิบเอาน้ำผลไม้ออกมาดื่ม แต่แล้วได้ยินเสียงกึกกักตรงประตูหลัง โจเงี่ยหูฟัง พลางค่อยๆเดินไป จากนั้นก็ปลดล็อคออกเบาๆ พร้อมกระชับปืนในมืออย่างเตรียมพร้อม ทันทีที่ดึงประตูออก ก็ตวัดปืนจ่อไปอย่างรวดเร็ว
“เฮ้ย ไอ้วิน”
โจร้องด้วยความตกใจ เมื่อเห็นร่างของวินทรุดอยู่ตรงประตู มือกุมที่หัวไหล่ จนโจต้องรีบพรวดเข้าไป ประคองตัวขึ้นมา

“เรียบร้อยครับ”
หมอโจ๊กบอกกับวิน เมื่อทำแผลให้เรียบร้อยแล้ว
“ขอบคุณครับ”
หมอโจ๊กพยักหน้า พร้อมๆ กับเสียงเคาะประตูดังขึ้น โจออกมาเปิดประตู เห็นผู้กองวันชาติกับเอ ยืนอยู่

เอเข้ามาในห้องเห็นวินนั่งอยู่บนเตียง พลางค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับจับมือข้างหนึ่งของวินไว้ หมอโจ๊กยิ้มให้ทั้งคู่
“ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ขอบคุณมากค่ะ คุณโจ๊ก”
จากนั้นหมอโจ๊ก ก็เดินออกไปจากห้อง เอขยับตัวขึ้นมานั่งบนเตียง
“ฉันรู้ว่าคุณต้องไม่เป็นไร”
“โชคดีที่ผมเห็นระเบิดเสียก่อน”
จากนั้นวินก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เอฟังอย่างละเอียด
“ระเบิดทำให้กำแพงทางด้านหลังพัง ผมเลยหนีออกมาได้ทัน”
“นายเกื้อพรจะต้องชดใช้”
วินยิ้มให้เอ “แต่ความจริงก็ต้องขอบใจนายเกื้อพร เพราะนายเกื้อพรคิดกำจัดทุกคน ทำให้ผมได้สิ่งนี้ มา”
วินเอื้อมไปใต้หมอนหยิบโทรศัพท์ของอ๊อดที่ให้ไว้ก่อนตาย
“โทรศัพท์ของนายอ๊อด ที่มีคลิปของนายสมภพคุยโม้ว่าเป็นคนฆ่านายสุชาติ”

“นายเกื้อพรเผ่น แต่คนของเราซุ่มดูอยู่ รีบเข้าไปตรวจดู ไม่พบร่างคุณวิน จึงแจ้งให้ผมทราบ”
ผู้กองวันชาติอธิบายต่อหน้าทุกคน
“คุณก็เลยสร้างเรื่องว่าคุณวินตาย”
ผู้กองวันชาติพยักหน้า “นั่นคือสิ่งที่เราต้องการ”
“ไม่มีผมเป็นก้างขวางคอ คราวนี้คุณจะได้หวานกับนายเกื้อพรได้เต็มที่”
“ผู้กองมีแผนต่อไปยังไงคะ”
เอหันมาถาม
“ตอกย้ำให้นายเกื้อพรมั่นใจ ว่าคุณวิน เอ้อ ตายแล้ว เราต้องจัดงานศพคุณวินตั้งศพเช้า แล้วเผาเลย เร็วที่สุด จะได้ไม่มีพิรุธ”
“นายเกื้อพรไม่สงสัยเหรอคะ” เออดเป็นกังวลไม่ได้
“บอกว่าสภาพไม่เหลืออะไร ทุกคนอยากให้เร็วน่าจะได้”
วินอธิบาย แต่แล้วโจก็โวยวายเสียงดัง
“แย่แล้ว คุณพ่อกับน้องแนน”
“นั่นน่ะซิครับ หวังว่าคุณพ่อกับน้องแนนคงไม่ปล่อยไก่ออกมา”
“เอ จัดการเรื่องแอ๊คติ้งให้เองค่ะ”

เอยิ้มอย่างมั่นใจ

รถตู้ของเอแล่นเข้ามาจอดที่เซฟเฮ้าส์ ตามด้วยรถตู้ของนายเกื้อพร
“ฉันควรจะเชิญคุณเข้าบ้าน แต่ไว้โอกาสหลังนะคะ”
นายเกื้อพรพยักหน้า
“ผมเสียใจด้วยครับ นึกไม่ถึงว่านายอ๊อดจะทำได้ผมไม่ไว้ใจ ตั้งแต่นายอ๊อดหักหลังนายสมภพแล้ว
คุณเอ ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลคุณเอเอง”
“ขอบคุณค่ะ”
เอแกล้งยกมือกุมศีรษะ แล้วเซเข้าไปในอ้อมอกของนายเกื้อพร พลางแกล้งทำมึนอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนกายออก แล้วฝืนยิ้มให้
“ดิฉันต้องขอตัวก่อนนะคะ ขอบคุณที่มาส่งค่ะ”
เอหมุนตัวเดินเข้าบ้าน นายเกื้อพรมองตามตาเป็นประกาย

ตอนค่ำวันเดียวกัน เอในชุดไว้ทุกข์ ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดสายโทร. ออก พลางแกล้งตีหน้าเศร้า ในขณะที่รอสาย มือจับจี้ติดอกเสื้อที่เป็นกล้องขนาดจิ๋ว
ขณะที่ยสบเกื้อพรที่กำลังยืนคุยอยู่กับแขกอยู่ที่บ้าน เมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ก็รีบขอตัว พลางเดินออกเข้ามาในห้องทำงาน ที่ปลอดคน ก่อนจะกดรับสาย
“สวัสดีครับคุณเอ”
เอพูดเสียงเบา
“คุณเกื้อพรเหรอคะ คุยได้หรือเปล่าคะ”
“ยินดีครับ”
“ดิฉันเบื่อที่จะเศร้าแล้วค่ะขอไปปาร์ตี้ด้วยคนได้มั้ยคะ”
“เชิญเลยครับ จะให้ผมไปรับมั้ยครับ”
“ดิฉันไปเองดีกว่าค่ะเดี๋ยวจะน่าเกลียด”

นายเกื้อพรเดินนำเอเข้ามารู้จักกับบรรดาแขกไฮโซ ที่ยืนสังสรรค์กันอยู่ในบ้าน
“ทุกคนรู้จักคุณเอ แล้วนะครับ คุณเอจะรับช่วงต่อธุรกิจจากคุณวิน”
พูดจบ หญิงสาวคนหนึ่งเข้ามากระซิบข้างหู นายเกื้อพรพยักหน้า แล้วหันมาทางเอ
“ผมต้องขอตัวซักครู่นะครับ”
“เชิญค่ะ”
เอยิ้มรับ พลางชำเลืองมองไปตามทางที่นายเกื้อพรหายเข้าไป

เอถือแก้วเดินเข้าไปในทางที่นายเกื้อพรเดินเข้าไป จนถึงห้องๆ หนึ่ง ก่อนที่จะหันหลังให้ประตู แล้วใช้ มือบิดลูกบิดไปมา แต่ประตูปิด
“คุณเอ มาอยู่นี่ เอง”
เอหันกลับมา เห็นนายเกื้อพรยืนอยู่ตรงหน้า ก็แกล้งตีหน้ามึน
“คือ ฉัน มึนศีรษะก็เลยหลบมา”
พูดจบ เอก็แกล้งเซ เข่าอ่อน เหมือนเป็นลม นายเกื้อพรรับอุ้มประคองไว้ได้พอดี พลางจ้องเอ ที่หลับ ตาพริ้มอยู่
จากนั้นก็อุ้มเอเข้ามาในห้องทำงาน ค่อยๆ วางร่างของเอลงที่โซฟา พลางมองเอที่หลับตาพริ้มอย่าง หลงใหล ก่อนจะค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมาใกล้ แต่แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้น นายเกื้อพรรีบรับสาย
“มีอะไร ได้ ผมจะออกไปเดี๋ยวนี้”
ทันทีที่นายเกื้อพร เดินพ้นไป เอก็ลืมตา แล้วลุกพรวดขึ้นมา พลางกวาดสายตา แล้วดีดตัว ไปที่โต๊ะ ทำงาน ซึ่งมีคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่ ก่อนที่จะกดเปิดอย่างรวดเร็ว สายตาจับจ้องที่หน้าจอ
จากนั้นก็ ปิดกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ออกมา กดสายโทร. ออกหาวิน
“ส่งคนเข้ามาได้แล้ว”
“ช่างเทคนิคของเราปลอมตัวเป็นคนเสิร์ฟเครื่องดื่ม จะไปเคาะประตู คุณคอยเปิดด้วย”
“เร็วหน่อยก็ดี”
พลันเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เอหันขวับ พร้อมกับรีบก้าวไปที่ประตู แนบหูฟัง
“เครื่องดื่ม มาแล้วครับ”
เอรีบเปิดประตู ให้ช่างเทคนิคเข้ามา แล้วช่วยรับถาดเครื่องดื่ม ปล่อยให้ช่างเทคนิค พรวดไปที่ คอมพิวเตอร์ กดคีย์บอร์ดถี่ยิบ เอยืนลุ้น สีหน้าเคร่งเครียด

“ได้แล้วครับ”

หนีก็ล่า ซ่าก็รัก ตอนที่ 13 อวสาน (ต่อ)

ช่างเทคนิคพรวดเข้ามารับถาดจากเอ ก่อนที่จะรีบออกจากห้อง เอปิดประตู แล้วกลับไปที่พรวดไป ที่คอมพิวเตอร์ กดคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว ครู่หนึ่งก็หยิบโทรศัพท์ออกมาโทร. ออกหาวินอีกครั้ง
“ไม่เห็นมีอะไรเลย มีแต่เอกสารทั่วไป ไม่มีรายชื่อคนในองค์กรอะไรซักอย่าง”
“คุณแน่ใจนะ” วินถามย้ำ
“ขอค้นต่ออีกหน่อย”
เอวางสาย พลางวางโทรศัพท์ลง แล้วรีบเร่งมือตรวจค้น สายตากราดไปมาในจอ แต่แล้วเสียง โทรศัพท์ ก็ดังขึ้น เอรีบรับสาย
“ 191 ครับ”
ช่างเทคนิคพูดมาทางปลายสาย เอรีบวางสาย พลางขยับตัวกดคีย์บอร์ดเป็นพัลวัน. พร้อมๆ กับเสียงลูกบิดดังขึ้น พอประตูเปิดออก ร่างของนายเกื้อพร ก็เดินเข้ามา
“ฉันอยู่นี่ค่ะ”
นายเกื้อพรหันมาตามเสียง เห็นเอนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ก็จ้องมอง อย่างจับพิรุธ
“เป็นยังไงบ้างครับ ดีขึ้นหรือยัง”
“ค่อยยังชั่วแล้วค่ะ”
นายเกื้อพรเดินเข้ามาที่โต๊ะทำงาน “ทำอะไรครับ”
เอแกล้งยิ้มเขิน
“เอกะว่าจะเล่นเกมส์ หรือไม่ก็ดูแฟชั่นล่าสุด แต่เปิดไม่ออก ติด pass word”
นายเกื้อพรยิ้ม “มาเดี๋ยวผมเปิดให้”
“คิดดูแล้ว อย่าดีกว่าค่ะ อาจจะมีความลับหรือไม่ก็รูปโป๊อยู่”
“รูปโป๊ ก็อาจจะมีบ้างนะครับ แต่ความลับไม่มีแน่นอนผมจะบอกเคล็ดลับให้นะครับ”
“อะไรคะ”
เอแกล้งถามเสียงอ้อน พลางส่งสายตาหวาน นายเกื้อพรเข้ามาก้มหน้าลงใกล้ แล้วกระซิบเบาๆ
“ความลับ จะเป็นความลับ ต้องเก็บไว้กับตัวครับ”
“ ฉันก็เก็บข้อมูลไว้ในโทรศัพท์เหมือนกัน ติดไว้กับตัวตลอด”
นายเกื้อพรยิ้มขำ “โทรศัพท์ไม่ได้หรอกครับ เสี่ยงหายแน่นอน”
“อ้าวเหรอคะ”
เกื้อพรยิ้ม แต่สายตาบ่งบอกว่าเริ่มสงสัยเอ
“ไม่ต้องห่วงครับ สบายใจได้ ไม่มีใครรู้ความลับของผม”
“แต่คุณก็ต้องระวังนะคะ ไม่ใช่ว่าฉันกลัว เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรของคุณ แต่ห่วงคุณ มากกว่า”
นายเกื้อพรมองเอตาวาววับ
“หมดคุณวิน แล้วฉันก็ไม่เหลือใคร นอกจากคุณ ยังไงฉันก็ไม่มีวันสบายใจได้หรอกค่ะ”
“สบายใจได้เลยครับ”
พูดพลาง นายเกื้อพร ก็ขยับคอเสื้อ พลางดึงสร้อยเส้นหนึ่งออกมา เผยให้เห็นกล่องสี่เหลี่ยมสีเงิน ขนาดเล็กกล่องหนึ่ง เอเคลื่อนตัวเข้าใกล้
“เนี่ยน่ะเหรอคะ”
นายเกื้อพรพยักหน้า เอเอื้อมมือจับกล่องพิจารณาดูอย่างละเอียด
ขณะเดียวกันภาพของกล่อง ก็ไปอยู่ในจอคอมพิวเตอร์ของวิน
“บอกทีมวิศวะกรเตรียมการ”
ผู้กองวันชาติรับคำ “ได้ครับ”

“ป่านนี้พวกมือปืนของเรา คงตามหาเรากันให้วุ่น”
นายเกื้อพรหันมาบอกกับเอ ขณะที่ทั้งคู่นั่งอยู่ในรถ ที่กำลังมุ่งตรงไปที่จังหวัดชายทะเล ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของเอก็ดังขึ้น เอ หัวเราะชอบใจ
“พูดยังไม่ทันขาดคำ”
พูดพลางกดหน้าต่างรถให้เปิด แล้วโยนโทรศัพท์ออกไปหน้าตาเฉย พลางมองหน้านายเกื้อพร พร้อมกับส่งสายตาเป็นเชิงท้า นายเกื้อพรล้วงโทรศัพท์ของตัวเองออกมา แล้วกดหน้าต่างรถลง แล้วโยนออกไปเช่นกัน เอ ตบมือหัวเราะชอบใจ
“ตอนนี้ก็ไม่มีใครหาเราเจอ ฉันมีที่ไปอยู่ที่หนึ่ง ไม่มีใครรู้จักแน่นอน”
นายเกื้อพรยิ้มชอบใจ พลางขับรถพุ่งไปอย่างรวดเร็ว

“ผมรู้ว่าที่ไหน”
วินเอ่ยต่อหน้าทุกคน ขณะที่นั่งประชุมกันอยู่ในศูนย์ปฎิบัติการ
“ทีมวิศวะกำลังลอกแบบสร้อยของนายเกื้อพรอีกครึ่งชั่วโมงคงเสร็จ”
“ดี เราไปกันได้แล้ว”

พูดจบวินก็ลุกพรวดออกไป ผู้กองวันชาติ รีบลุกตาม

ขณะที่เอพานายเกื้อพรมาพักที่โรงแรมเดียวกับที่วินเคยพามา
“แชมเปญต้อนรับจากเราค่ะ”
พนักงานต้อนรีบถือถาดแชมเปญมาเสิร์ฟให้ทั้งคู่ถึงในห้องพัก เอกับนายเกื้อพรคว้าแก้วแชมเปญ ขึ้นมาดื่มพรวดเดียวหมด ก่อนจะหันมาหัวเราะชอบใจ
“มีอะไรเรียกเราได้ตลอดเวลานะคะ”
พนักงานสาวเดินออกไป พร้อมกับปิดประตู นายเกื้อพรหันมาส่งตาวิบวับ เอยิ้มสบตาตอบ สายตาของทั้งคู่ประสานกัน นายเกื้อพรก้มหน้าลงมา จนริมฝีปากใกล้จะสัมผัสกัน แต่แล้วกลับตาปรือร่วงผลอยลงไป
เอถอนหายใจ พลางรีบไปเปิดประตูออก เห็นพนักงานยืนรออยู่

เอเดินไปเดินมาอยู่ในห้อง พลันเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เอรีบพรวดไปเปิดประตู ร่างของวินก้าวเข้ามา
เอยิ้ม พลางโผข้ามากอดวิน
“คุณทำได้ดี เก่งมาก”
“นายเกื้อพรเป็นไงมั่งคะ”
“หลับปุ๋ย ทีมวิศวะเอาสร้อยมาเปลี่ยนเรียบร้อยทุกคนกำลังจัดฉากอยู่ห้องโน้น รอคุณเข้าซีนอยู่”
เอพยักหน้า “ได้เลย”
พลันเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น พร้อมๆ กับผู้กองวันชาติก้าวเข้ามา ชูสร้อยของนายเกื้อพรอยู่ในมือ
“เป็นแผ่น SD ฉาบโค๊ดป้องกันซ่อนอยู่เราได้รายชื่อและข้อมูลทุกอย่างครบ”
“งั้นเราก็รวบตัวนายเกื้อพรได้เลย”
เอรีบสรุป ขณะที่วินส่ายหน้า
“ยังครับ แบบนี้อาจถูกฟ้องข้อหาลักพาตัวและสร้างหลักฐานเท็จได้”
“นายเกื้อพรจะรู้ไม่ได้ว่าอะไรเกิดขึ้น”
“สำคัญที่สุดคือให้รู้ไม่ได้ว่าคนที่เล่นงาน คือคุณ”
เอพยักหน้ารับ พลางทำหน้าเครียด

ขณะที่นายเกื้อพรค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา ก่อนจะพบว่าตัวเองยังอยู่ในเสื้อผ้าชุดเดิม พอขยับตัวมองไป ก็พบว่าเอนอนอยู่บนเตียงห่างออกไป ยังอยู่ในเสื้อผ้าชุดเดิมเช่นเดียวกัน
“แชมเปญแก้วเดียว เมาได้ยังไง”
แต่พอหันไป ก็เห็นถังแช่ขวดแชมเปญตั้งอยู่บนโต๊ะสองถัง มีขวดแชมเปญคว่ำอยู่ข้างใน ถังละสองขวด และตั้งอยู่บนโต๊ะพื้นห้องรวมแล้วเกือบ 10 ขวด
“โอย ปวดหัว”
นายเกื้อพรหันไป เห็นเอลืมตาขึ้นมา
“เพราะคุณแท้ๆ สั่งแชมเปญมาเป็นสิบ”
เอแกล้งสลัดหัว ขณะที่นายเกื้อพรนั่งงง“ผมเหรอ”
“ไม่ใช่คุณ ก็คงเป็นผู้ชายข้างห้องมั้ง”
พูดจบเอก็แกล้งขำ พลอยให้นายเกื้อพรขำไปด้วย
“ตายจริง สายแล้ว ฉันต้องรีบกลับแล้วค่ะ”
เอรีบพรวดจากเตียง เข้าห้องน้ำไป นายเกื้อพรลุกขึ้น ตรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้า แล้วดึงสร้อย ออกมาดู พลางยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะยัดกลับเข้าไปข้างในเสื้ออย่างเดิม

วินกับเอนั่งดูข่าวในทีวี อยู่ในเซฟเฮ้าส์ ขณะที่ภาพในจอ นักข่าวกำลังรายงาน “สามวันหลังจากมีปาร์ตี้ฉลองกำไรของบริษัท นายเกื้อพรถูกเจ้าหน้าที่ ควบคุมตัววันนี้ ด้วยข้อหา นับสิบ”
ตัดสลับกับภาพนายเกื้อพรถูกผู้กองวันชาติกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวออกมาจากบ้าน สายตาของ นายเกื้อพรจ้องมาด้วยความแค้น แต่สุดท้ายแล้วยิ้ม
“เรื่องยังไม่จบง่ายๆหรอกครับทนายความของผมมีแต่คนเก่งๆ คนเลวกว่าผมยังหลุดออกมาได้”
นายเกื้อพรยิ้ม ขณะที่ถูกควบคุมตัวอย่างแน่นหนา
นักข่าวรีบสรุปประเด็น
“นายเกื้อพรถูกตั้งขอหา ตั้งแต่ค้าของผิดกฎหมาย ยาเสพติด อาวุธ รวมทั้งสั่งฆ่าคนตัดตอน”

เอหันมาทางวิน พร้อมกับโยนรีโมทให้ ก่อนที่จะหันมายิ้ม แล้วโผเข้ากอดกัน

ถัดมาอีกไม่กี่วัน ขณะที่ วิน เอ ทอม โจ แนน เมจิ เทป น้ำหวาน รวมถึงอาจารย์โสภา และคุณหญิง อัญชลี กำลังล้อมวงฟังทอมร้องเพลงอย่าสนุกสนานอยู่ในบ้านของวิน ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของวินดังขึ้น วินดูชื่อที่หน้าจอ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมากดรับสาย
“ว่าไงครับผู้กอง”
“นายเกื้อพรได้ประกันตัวออกไปเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว”
ผู้กองวันชาติตอบกลับมาทางปลายสาย
“เชื่อคุณเลย”
วินวางสายอย่างเสียอารมณ์ ทันใดนั้น ประตูก็เปิดผลัวะเข้ามา ทุกคนหันมอง เห็นนายเกื้อพรยืนอยู่ ในมือถือปืนสั้นจ้องมายังทุกคน
“คุณสองคนเล่ห์เหลี่ยมแสบจริงๆ”
“เด็กๆ ถอยมาทางนี้”
โจหันมาบอกกลุ่มเพื่อนๆ ของแนน
“คุณคิดกำจัดผมก่อน”
วินเดินเข้ามาพอดี พลางจ้องหน้านายเกื้อพร เอรีบเสริม
“เราปล่อยคุณให้รอดก็บุญแล้ว”
นายเกื้อพรหัวเราะร่า
“บุญ คุณวิน ผมพลาดมาครั้งหนึ่ง คราวนี้ผมไม่พลาดแน่”
พูดพลางตวัดปืนเข้าหาวิน พร้อมกับเหนี่ยวไกยิงเปรี้ยง ขณะเดียวกับที่เอปราดเข้ามาใช้ตัวบังร่างวินไว้ได้ทัน กระสุนถูกเข้าที่ไหล่ขวา เอทรุดในอ้อมกอดของวิน
ทันใดนั้นโจก็ดีดตัวเข้าหานายเกื้อพร พร้อมพยายามยื้อปืนไว้ จนปืนลั่นขึ้นเพดาน ก่อนที่โจจะชกเปรี้ยงจนนายเกื้อพรกระเด็น พอตั้งตัวได้จะขยับตัวลุกขึ้น ก็โดนกีต้าร์ของทอมก็ฟาดโครมเข้าให้ที่หัวซ้ำลงไปอีก โจ ได้โอกาสพรวดเข้ามาชกโครม จนนายเกื้อพรสลบทรุดลง
“คุณพ่อยอดเลย”
“โจ ก็ยอด”
“อุ๊ย พี่เอ”
ทุกคนรีบพรวดไปดูเอด้วยความเป็นห่วง
“คุณเอ คุณเอ”
เอลืมตาขึ้นมา“เกิด อะไรขึ้น”
“คุณถูกยิง”
“หา”
แล้วเอก็สลบไปในอ้อมกอดของวิน

เอค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาในห้องพักคนป่วยในโรงพยาบาล เห็นวินอยู่ตรงหน้า
“พวกนั้นให้ผมเข้ามาก่อน”
เอถอนใจโล่งอก “เห็นในหนังรับกระสุนแทนกัน นึกว่าไม่เจ็บรู้งี้ไม่เอาดีกว่า”
“คุณช่วยชีวิตผมไว้”
“อย่าลืมก็แล้วกัน”
วินหยิบกล่องแหวนออกมา เปิดออก เอมองดูอย่างคาดไม่ถึง
“เพชรอาจจะเล็ก แต่หัวใจใหญ่ครับ แต่งงานกับผมนะ”
เอยิ้ม พลางใช้มือสัมผัสใบหน้าวินอย่างอ่อนโยน
“นี่ คุณลืมอุดมการณ์ของคุณแล้วเหรอ”
“ผู้หญิงคนหนึ่งเสี่ยงชีวิตช่วยผมไว้อุดมการณ์แค่ไหนก็ต้านไม่อยู่หรอกครับ”
เอยิ้มหวานให้ แต่แล้ว “โอย เจ็บแผลจัง”
“ผมจะไปตามหมอนะครับ”
วินรีบพรวดออกไป เอหายเจ็บเป็นปลิดทิ้ง พลางหยิบกล่องแหวนขึ้นมา แล้วมองอย่างเศร้าใจ

“คุณวินที่แสนดี อย่าโกรธที่ฉันหนีทุกคนมา ในชีวิตฉันไม่เคยพบผู้ชายที่ดีแล้วก็มีอุดมการณ์แน่วแน่
อย่างคุณ และฉันรักคุณสุดหัวใจ แต่ฉันไม่ต้องการให้อุดมการณ์ของคุณต้องสูญสิ้นไปเพราะฉัน คุณทำถูกแล้ว
คนดีๆ ไม่มีใครอยากมารักกับลูกของคนเลวอย่างฉัน สู้ๆ นะคะ อย่าให้คนชั่วมีที่ยืน รักคุณสุดหัวใจ เอ”

เอหยุดยืนตรงสนามท่โรงเรียนของอาจารย์มะปราง มองไปเห็นทิวทัศน์สวยงามอยู่ข้างหน้า พลางหูก็แว่วได้ยินเพลงของวงโยธวาธิตของโรงเรียนดังขึ้น
เอหันไป ก็เห็นวงโยธวาธิต เดินแปรขบวนตรงมา ก่อนที่จะหยุดเล่นอยู่ห่างออกไปตรงหน้า จากนั้นก็แปรขบวนแยกออกสองข้าง ปรากฏให้เห็นวิน ยืนอยู่ เอมอง พลางยิ้มอย่างดีใจ วินยิ้มตอบ “ฉันดีใจที่คุณมา”
“ผมมีคนมาด้วย”
วินผายมือไปทางด้านหลัง เอมองตามไป ก็เห็นนายประสิทธิ์ อยู่ในผ้าเหลือง มีคุณหญิงอัญชลี ถือร่มกางให้ เอรีบวิ่งไปหาทั้งคู่ น้ำตาไหลพราก
“อโหสิให้อาตมาด้วย”
เอ ทรุดตัวลงคุกเข่ากราบตรงหน้าพลวงพ่อประสิทธิ์ น้ำตาไหล จนพูดไม่ออก วินทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เอ

“ขอให้โยมทั้งสองมีความสุข”

จากนั้นวินก็จูงมือเอเดินอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงาม
“ตอนนี้ผมก็แต่งงานกับคุณได้แล้วนะครับ เพราะคุณไม่ใช่คุณหนู ไฮโซที่ทางบ้านโกงกินเอา แต่ถลุงเงินไปวันๆ”
“อืม แล้วคุณก็เป็นผู้ชายที่มีอุดมการณ์คนแรกที่ฉันได้พบ”
“ผมก็ยังเป็นคนเดิมที่มีอุดมการณ์อยู่นะครับ”
เอยิ้ม “ดีค่ะ จะได้สอนลูกให้เป็นคนดี มีอุดมการณ์เหมือนพ่อ”
จากนั้นทั้งคู่ก็หันมาสบตากัน ใบหน้าค่อยๆ ชิดกันเข้ามา จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน แต่แล้วเอ ก็ชกท้องวินอย่างแรง จนวินตัวงอ
“นี่แนะ หมั่นไส้มานานแล้ว นายพระเอก นายอุดมการณ์”
“แบบนี้เป็นพระเอกไม่ได้แล้ว เป็นผู้ร้ายดีกว่า”
พูดพลางเคลื่อนตัวเข้าใกล้ เอยกมือกัน แล้วแกล้งเดินถอยออกมา
“เป็นผู้ร้ายเดี๋ยวฉันหนีอีกนะ”
“คุณหนีผมก็จะล่า คุณซ่าผมก็จะรัก”

“จากหลักฐานที่แสดง นายสมภพคือคนร้ายตัวจริงที่ยิงนายสุชาติ ประกอบกับปืนที่เราหาพบ เป็นปืนที่นายสมภพมีไว้ในครอบครอง”
ผู้กองวันชาติสรุปคดีอย่างมั่นใจ

“เด็กๆ มานี่เร็ว ๆ เข้าเดี๋ยวไปไม่ทันเครื่องบิน”
น้อยหน่ากับจุ๊บแจง วิ่งมาเกาะมือเอคนละข้าง
“พี่วินล่ะ” เอหันมาถามจุ๊บแจง
“อยู่โน่นค่ะ”
วินหิ้วกระเป่าใบเล็กมาหนึ่งใบ ลุงชุ่มกับแม่แก้ว ถือกระเป๋าใบใหญ่ตามมาสองใบ ก่อนที่ใส่ไว้ที่ท้ายรถ
“ฝากบ้านด้วยนะครับ ลุงชุ่ม น้าแก้ว”
“ครับคุณวิน”
“เอ้า เด็กๆ บ๋าย บาย”
จุ๊บแจงกับน้อยหน้าโบกมือบ๊ายบาย แล้วขึ้นรถ วินกับเอขึ้นรถตาม ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไป

“เป็นที่น่าเสียใจที่ละครของนักศึกษาต้องยกเลิกไป แต่ก็เป็นที่น่ายินดี ที่เราได้รับเกียรติจากคุณทอม และเพื่อนของคุณทอมที่ให้เกียรติมาร่วมงานในค่ำคืนนี้”
ไฟดวงกลมเลื่อนจากอาจารย์โสภาไป ที่ทอม ที่นั่งอยู่หลังเปียโน ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องเพลงดังขึ้น
ขณะที่ โจ แนน น้ำหวาน เมจิ บิว เทป และหมอโจ๊กยืนดูอยู่ข้างเวที แนนยกนิ้วโป้งให้ ทอมพยักหน้ารับ
“คุณวิน กับคุณเอ ล่ะครับ”
หมอโจ๊กหันมาถามโจ
“พาเด็กๆไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ ที่ฟลอริด้าครับ”

ขณะที่บอยกับซินดี้กำลังเล่นพนันอยู่ในบ่อนแห่งหนึ่ง
“เฮ้อ เสียอีกแล้ว นี่ถ้าตาแก่ไม่ทิ้งฉันไปบวชละก็ ฉันไม่มาอยู่กับพี่หรอก”
ซินดี้บ่นอย่างหัวเสีย

จากนั้นทั้งคู่ก็กลับมาที่คอนโด แต่แล้วเมื่อลงจากรถ ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินเข้ามาสามคน พร้อมชาย คนหนึ่ง
“ขอโทษนะครับ คุณบอยใช่มั้ยครับ”
บอยหันมามองก็ตกใจ “ไอ้ป่าน”
“ครับ นายป่าน บอกว่า คุณจ้างให้จับคุณเอ เงินค่าไถ่มีหมายเลข ตามบันทึกตรงกับธนบัตรที่คุณจ่าย
ให้ นายป่านหลักฐานชัดเจน”
บอยกับซินดี้หันมามองหน้ากัน

ขณะที่พอลถูกลากตัวเข้ามาในโกดังร้าง บนหัวมีถุงดำคลุม ก่อนจะถูกมือปืนผลักลงไปกองกับพื้น พลางดึงถุงดำออก พอล ที่ผมยุ่งหน้าตายุ่งก็โวยวายเสียงดัง
“จับผมมาทำไม คุณรู้มั้ยว่าผมเป็นใคร”
“คุณทำลูกสาวผมท้องแล้วไม่รับผิดชอบ”
พอลพูดไม่ออก ก่อนที่ถุงคำ จะปิดลงอย่างเดิม
หนังสือพิมพ์ลงรูปของพอล พร้อมพาดหัวข่าว
นักแสดงมีชื่อ ถูกจับข้อหามียาเสพติด เมาแล้วขับ อนาคตวงการดับ


“เอ้อ ทุกคน มีเรื่องจะแจ้งให้ทราบ ตอนนี้เอเจนซี่เรามีเจ้าของคนใหม่แล้ว”
นายวิเชียรเจ้าของเอเจนซี่ที่วินทำงานอยู่ เอ่ยต่อหน้าทุกคนในห้องประชุม ทุกคนมองหน้ากัน พลางซุบซินกันไปมา
“เชิญครับ”
พอทุกคนหันไป ก็เห็นวินกับเอเดินเข้ามา
“คุณเอเป็นเจ้าของคนใหม่ ส่วนคุณวินเป็นเอ็มดี ผู้บริหารครับ”
เจกับทีมหน้าจ๋อย พิณ แอน เป้ ส่งเสียงไชโยดังลั่น วินกับเอ หันมายิ้มให้กัน

เอวิ่งไปตามชายหาดกว้าง สวยงาม ขณะที่วินวิ่งตามหลัง ไล่มาติดๆ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอบอุ่น หลังจากที่ทั้งคู่ร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคร่วมกันด้วยความรัก และเข้าใจ

                                                               จบบริบูรณ์
กำลังโหลดความคิดเห็น...