xs
xsm
sm
md
lg

หนีก็ล่า ซ่าก็รัก ตอนที่ 7

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


หนีก็ล่า ซ่าก็รัก ตอนที่ 7

ผู้กองวันชาติ ที่นั่งอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล กำลังฟังเจ้าหน้าที่สองคน รายงานข้อมูล“ทางนายสุรชัยไม่ให้ความร่วมมือเรื่องถอนเงินรางวัลครับ”
“นึกแล้วอยู่เหมือนกัน ผมเพิ่งดูข่าวสองคนนั่นอยู่ที่โรงเรียนในต่างจังหวัด ข่าวไม่ได้บอกว่า
อยู่โรงเรียนไหน พวกคุณรีบไปสืบดู คุมตัวสองคนนั่นมาให้เร็วที่สุด แล้วก็ระวังตัวด้วย”
“ครับผม”
เจ้าหน้าที่รับคำ พลางรีบพรวดออกไปจากห้อง

ในขณะที่แนน กับน้ำหวาน เดินถือน้ำและขนม เข้ามาหาเมจิกับเทป ที่กำลังเปิดดูไอแพดอยู่ที่โต๊ะประจำ
“โห พี่เอเก๋สุด ถ่ายรูปกับแฟนคลับด้วย”
เมจิพูดพลางชี้ให้น้ำหวาน ที่เดินเข้ามาพอดีดู
“เสียดายพี่วินไม่ได้ถ่ายด้วย จะได้เป็นคู่รักมหากาฬ แบบ แบรทพิท กับ แอนจาลีน่า โจลีน”
“พี่วินอยู่คงไม่ให้ถ่ายหรอก” แนนพูดยิ้มๆ
นุจรี กับ ก๊วนเดินเข้ามาสมทบ
“นี่แนน พี่เอของเธอสร้างวีรกรรมอีกแล้ว”
นุจรีพูดพลางเขยิบเข้ามายืนใกล้แนน แต่ที่เหลือยืนเขม่นกับพวกของน้ำหวานกันอยู่
“นี่ไง เล่นงานพวกนักเรียนตีกัน”
นุจรียื่นไอแพดให้แนนดู
“ขอบใจนะ”
“โอเค ฉันมาบอกแค่นี้แหละ จะไปช็อปปิ้ง ไปมั้ย”
นุจรีหันมาถาม แนนส่ายหน้าเบาๆ
“ตามสบาย”
นุจรีกับก๊วนเดินผละไป แนนรำพึงกับตัวเอง
“โห พี่เอ ลุยเปิดตัวแบบนี้ วุ่นแน่”

ไอ้เม่นกับลูกน้องสองคน เดินลงมาที่หน้าตึกที่ทำงานของนายสมภพ พวกมันอีกสองคนยืนรอ
ป้วนเปี้ยนอยู่
“ไปเว้ย รีบไปลากไอ้สองคนนั่นก่อนที่คนอื่นจะคว้าไปซะก่อน”
ไอ้เม่นสั่งการ ก่อนที่จะเดินนำขึ้นรถตู้แล้วขับออกไปทันที

ในขณะที่ไอ้อ๊อดกับพวกสามสี่คนนั่งสุมหัวกันอยู่ในร้านกาแฟ ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา
ไอ้อ๊อด รีบกดรับสาย
“ผมจะรีบสืบว่าเป็นโรงเรียนอะไร แล้วจะรีบจัดการครับท่าน”
ไอ้อ๊อดวางสายแล้วพรวดลุกขึ้น พวกสมุนรีบลุกตามทันที

ทางด้านเอ ที่ยังไม่รู้ว่าสถานการณ์ภายนอกเป็นยังไง กำลังยืนหน้าชั้น พลางกวาดสายตามองเด็ก ในห้องเรียน
“เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ ใครคิดว่าเป็นเรื่องไม่ดีบ้าง”
นักเรียนยกมือทั้งห้อง
“นับตั้งแต่วินาทีนี้ เริ่มทำสิ่งที่ถูกต้องได้เลย”

ส่วนซินดี้ก็เดินช้อปปิ้งอยู่กับบอย ที่ห้างสรรพสินค้า
“ตาแก่พ่อนังเอ มันบอกว่าไอ้พวกโจรรู้เรื่องคนมาปล้นเงิน จะทำยังไงดี”
“ใจเย็นๆ รู้ก็ช่างมัน เผื่อมันเรียกจะเอาเงินอีก เราก็ปล้นมันอีกเธอคอยตามข่าวให้ดีก็แล้วกัน”
“คราวนี้ช่วยจัดการนังเอให้เรียบร้อยด้วย” ซินดี้กำชับ
“แน่นอนอยู่แล้ว”
ซินดี้เห็นชุดสวยในร้าน รีบจูงมือจะเข้าไปดู ด้วยความรีบ ก็เลยชนกับนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่เดินสวน
ออกมา
“ตายจริง เดินยังไง”
“คุณนั่นแหละ จะเข้าก็ต้องดูก่อนซิ” นุจรีหันมาย้อน
“ต๊ายตาย นักศึกษา ปากจัด”
“ไม่มีการศึกษาน่ะซิ ถึงปากพล่อย”
“นี่ “ ซินดี้โกรธจัด จะด่าต่อ แต่บอยห้ามไว้
“เอาล่ะๆ ไปกันเถอะ ขอโทษนะครับน้องๆ”
จากนั้นบอยก็รีบดึงซินดี้เข้าไปข้างใน
“บอยไม่หน้ายุ่งเลย กะจะตบพวกนักศึกษาไฮโซซะหน่อย”
“นี่ ระวังด้วยตอนอยู่กับผม มีเรื่องขึ้นมามีข่าวออกไป ไอ้แก่ของคุณมันรู้เข้าก็จบกัน ไม่คุ้ม
เข้าใจมั้ย”
บอยพูดเสียงเข้ม

“รู้แล้ว” ซินดี้ตอบ ยังหงุดหงิดอยู่ บอยส่ายหน้าด้วยความรำคาญ

“ดิฉันคิดว่า วันนี้อาจจะทำอะไรมากไป ดิฉันไม่ใช่ครูที่นี่ซะด้วยซ้ำ”
เอบอกอย่างสุภาพเมื่ออยู่ต่อหน้าอาจารย์มะปราง
“โอย ดีแล้วค่ะ ที่คุณเอทำถูกต้องที่สุดแล้ว เราอลุ้มอล่วยกันมากเกินไป สังคมใดที่ขาดกฏ
ระเบียบ จะต้องพังในที่สุด”
“ดิฉัน เกรงว่าจะก่อเรื่องให้ทางโรงเรียนน่ะซิคะ” เอแอบหวั่นใจ
“ดิฉันห่วงคุณเอ มากว่าค่ะ พ่อเด็กคิดว่าตัวเองใหญ่โตเกรงว่าจะมาก่อเรื่องกับคุณเอน่ะซิคะ”
เอยิ้ม “ขืนมาก่อเรื่อง ก็ต้องเจอคุณวินของดิฉันก่อนค่ะ”
“อ้าวคุณ วิน มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
อาจารย์มะปรางทัก เมื่อเห็นวินเดินเข้ามา เอ หันตามไป เห็นวินยืนยิ้มอยู่ตรงหน้า
“เพิ่งมาครับ”
จากนั้นวินกับเอ ก็เดินลงมาจากอาคาร เดินผ่านสนามบาส ผ่านนักเรียนชายกลุ่มเดิม ที่กำลังเล่นบาสกันอยู่
“ได้ข่าวว่าวันนี้คุณเล่นงานใครเข้าให้”
“อืม อดไม่ได้ค่ะ ลูกเกเร แล้วพ่อยังเข้าข้างทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง ผิดก็ต้องผิด”
“อาจารย์ครับ”
เสียงเด็กนักเรียนดังแทรกขึ้นมา วินหันไป เด็กชายคนเดิม ส่งผ่านลูกบาสมาให้ วินรับ
อย่างคล่องแคล่ว ก่อนที่จะชู้ตลงห่วงไปอย่างแม่นยำ
“ที่แท้คุณเป็นอาจารย์เพราะแบบนี้เอง” เอพูดล้อๆ
วินยิ้มพยักหน้า แล้วหันมาคุยเรื่องเดิมต่อ
“เรื่องที่เกิด ผมว่าคุณเอทำถูกแล้วครับ”
เอยิ้ม “คุณเห็นด้วยกับฉันเหรอนี่”
“เยส ก็ผมเป็นคุณวินของคุณนี่ครับ”
เอ ตาโตคาดไม่ถึงว่าวินได้ยิน
“กำลังอิน ก็เลยขี้ตู่ไปหน่อย”
“ผมเต็มใจครับ”
ทันใดนั้นเสียงเข้มๆ ของผู้ชายคนหนึ่งก็แทรกเข้ามา
“นึกว่าเอ็งเป็นใครมาสั่งสอนข้า ที่แท้ก็เป็นคนหนีกฎหมาย มีค่าหัว”
เอ กับวิน หันไป ก็เห็นพ่อของเด็กนักเรียนหญิงที่ก่อเหตุ ยืนอยู่ตรงหน้า พร้อมชายฉกรรจ์อีกสามคน
“ข้าสั่งสอนพวกเอ็งที่ข้ามถิ่น มาเหยียบจมูกข้า เฮ้ย เอาเว้ย”

จากนั้นทั้งสามคนก็กรูเข้ามา วินตั้งท่าพร้อม พวกมันคนหนึ่งก้าว เข้ามาตรงหน้าวิน พร้อมกับชก
วิน แต่วินหลบทัน แถมชกสวนกลับไป จนมันกระเด็นไป อีกสองคนปรี่เข้ามา ก็โดนลูกบาสลอย มาถูกหัวมันโครม มันกระเด็นออกไป คนที่เหลือยินอึ้ง กระทั่งลูกบาสอีกหนึ่งลอยมาถูกหัวมันโครม มันกระเด็นไป
วินกับเอหันไปก็เห็นพวกนักเรียนที่เล่นบาส 10 คน เลี้ยงลูกบาสเข้ามายืนเป็นรั้วกั้นระหว่าง
พ่อเด็กกับชายฉกรรจ์สามคนที่เพิ่งจะตั้งตัวได้ ทั้ง 10 คน เลี้ยงบาสกระแทกกับพื้นพร้อมกันเสียงดังสนั่นไปทั่ว
พ่อเด็กหันไปมองนักเรียนด้วยความไม่พอใจ
“ฉันว่าพวกนายควรกลับไปดีกว่า ก่อนที่จะเจ็บกันมากกว่านี้” เอหันมาบอกพ่อเด็ก
“เฮ้ย พวกเอ็งคิดจะเล่นกับข้าเหรอ”
เด็กเล่นบาสไม่ตอบได้แต่เลี้ยงลูกบาสเสียงดังเหมือนเดิม ทุกคนสีหน้าพร้อมลุย
พ่อเด็กมองด้วยความโกรธ
“ข้าจะแจ้งตำรวจมาจับพวกเอ็ง ไปเว้ยพวกเรา”
พ่อเด็กเดินออกไป พวกชายสามคนต่างประคองตามกันไป
“ขอบใจมากทุกคน”
เอยิ้มให้เด็กเล่นบาส
“พวกผมเป็นแฟนคลับของอาจารย์ครับ”
“ครูมั่นใจว่าพวกเธอจะต้องเป็นอนาคตที่ดีของชาติ” วินพูดหน้าตาเฉย “ขอให้ทุกคนโชคดี แล้วคงได้พบกันอีก”
“สวัสดีครับคุณครู”
วินกับเอพยักหน้ายิ้มรับ แล้วเดินออกไป
“อาจารย์ครับ”

วินกับเอ หันมา นักเรียนชายส่งลูกบาสให้ วินยิ้ม เลี้ยงสามครั้งแล้วกระโดดชู้ตลูกบาสลงห่วงอย่าง แม่นยำ เอมองวินอย่างชื่นชม

โจเดินถือกระเช้าดอกไม้มาที่ห้องพักของผู้กองวันชาติ ที่โรงพยาบาล ก่อนที่จะเคาะประตูแล้วก้าว เข้าไป ผู้กองนั่งอยู่บนเตียงกำลังดูทีวีอยู่
“คุณโจ”
โจเวางกระเช้าดอกไม้ลง แล้วเดินมาใกล้เตียง
“เพื่อนผมให้มาดูว่าคุณเป็นยังไงบ้าง”
“คุณวินกับคุณ เอ ช่วยผมไว้”
“คุณจะทำยังไง” โจถาม พลางรอฟังคำตอบ
ผู้กองวันชาติ ส่ายหน้า ”ผมยังทำอะไรตอนนี้ไม่ได้ เพราะหลักฐานมัดคุณวินกับคุณเอแน่นมาก”
“ถ้าเอาปืนของนายสมภพมาให้ทางการ”
“นายสมภพอาจจะอ้างว่าปืนถูกขโมยไปและถูกใส่ร้าย ทางเดียวคือต้องจับให้ได้ตอนปืน อยู่ในมือของนายสมภพ”
“หมายความว่า นายวิน และคุณ เอ ต้องเป็นเหยื่อหล่อให้นายสมภพลงมือ” โจย้อนถาม
ผู้กองวันชาติพยักหน้า พร้อมพูดเสียงเบาๆ กึ่งกระซิบ
“อาจจะต้องเป็นอย่างนั้น ทางที่ดีคุณวินกับคุณเอ ต้องกบดานจนกว่าผมจะ หายพร้อมสืบสวน ข้อมูลได้ ตอนนี้เจ้าหน้าที่คิดว่าผู้ต้องหาอยู่ต่างจังหวัด”
โจ ยิ้ม “ขอบคุณครับ”

วินกับเอ ช่วยกันหิ้วสัมภาระออกมาบ้านพัก มาใส่ไว้ที่ท้ายรถ
“เสียดายจัง กำลังสอนเด็กสนุกเลย”
“ก็คุณเล่นถ่ายแฟชั่นโชว์ลงเน็ตเวิร์ค” วินหันมาพูดล้อๆ กับเอ
“ฉันแค่จะให้นายสุรชัยรู้ว่าทุ่มเงินแค่ไหนก็ซื้อน้ำใจคนไม่ได้”
“อืม ดูเหมือนว่าคุณจะพูดถูก”
วินพูดพลางมองไปทางด้านหน้า เอมองตาม เห็นอาจารย์มะปรางกับนักเรียนนับสิบ กำลังเดินเข้ามา
วินกับเอมองกันอย่างแปลกใจ
“นักเรียนอยากจะมาขอโทษที่ทำให้ครูเอต้องเดือดร้อน”
อาจารย์มะปรางบอกกับเอ เอกวาดสายตามอง นักเรียนทุกคน ต่างก็ยกมือไหว้ จนสุดท้ายมาถึง
นักเรียนหญิงแก่แดดที่ถามเรื่องเพศสัมพันธ์
“คุณครูทำให้หนูคิดได้และรักตัวเองมากขึ้นค่ะ”
เอ ยิ้มตื้นตันใจ อาจารย์มะปรางเข้ามาสวมกอดเอ…
“อาจารย์มีบ้านอยู่ในกรุงเทพฯไปพักได้ไม่มีใครรู้”
พลางยื่นกระเป๋าเล็กๆให้ “กุญแจบ้านและที่อยู่จ้ะ”
“ขอบคุณค่ะ”
เอ กวาดตามองทุกคนด้วยความซึ้งใจ
“ครูลาทุกคนก่อนนะคะ”
“สวัสดีค่ะคุณครู”
เอ น้ำตาคลอ

วินขับรถอยู่แล่นไปตามสถนนสายหลัก เอ ที่นั่งข้างๆ ใช้กระดาษซับที่ดวงตา
“คุณร้องไห้เหรอ”
เอ พยักหน้า “ฉันไม่ได้เป็นคนหัวใจกระด้างเหมือนคุณนี่”
“งั้นก็เตรียมร้องต่อได้เลย ดูข้างหลังคุณซิ”

เอ หันไปมอง เห็นเด็กนักเรียนร่วมสิบขี่จักรยานตามมา พร้อมกับโบกมือให้ เอโบกมือกลับ จนกระทั่งรถห่างออกไป เห็นเด็กโบกมือไหวๆ เอมองเด็กๆ แล้วน้ำตาซึม

“ตกลงเราจะไปไหนกันดีครับ” จู่ๆ วินก็หันมาถาม
“กรุงเทพฯ ค่ะ”
“หา”
“อาจารย์มะปรางมีบ้านอยู่ที่กรุงเทพฯให้ที่อยู่กับกุญแจมาเรียบร้อย”
วินจอดรถพรืด“จะเอายังงั้นเหรอครับ”
“คุณมีที่อื่นอย่างนั้นเหรอ” เอย้อนถาม
พลันเสียงโทรศัพท์ของวิน ก็ดังขึ้น วินรีบกดรับสาย
“โจ มีข่าวอะไรมั่ง”
โจ ที่คุยโทรซัพท์อยู่ที่ผับตอบกลับมา “ฉันไปคุยกับผู้กองวันชาติมา”
“แล้ว”
“ผู้กองวันชาติรู้ว่านายช่วยชีวิตเขา ขอให้นายกบดานไว้ก่อน”
วิน ถอนหายใจ“กบ จนไม่มีที่จะกบแล้วเพื่อน”
“ผู้กองวันชาติกระซิบเป็นเชิงบอกว่าพวกนายไม่ควรอยู่ต่างจังหวัด”
วินยิ้มออก “โห เข้าล็อกพอดี ฉันมีที่นึงในกรุงเทพฯ”
“โอเคเลยเพื่อน นายไปหลบที่นั่นก่อน ฉันมีแผนอยู่ในใจที่จะต้องจัดการ”
“ขอบใจเพื่อน”
วิน วางสาย แล้วหันกลับมองเอ
“ก็ได้ครับ เราจะเข้ากรุงเทพฯ”
เอหันมาค้อน “ คราวหลังบอกให้ทำอะไรก็เชื่อกันมั่ง เข้าใจ๋”
“ครับ เจ๊”
“กวนเหรอ” พูดพลางทุบเข้าที่ไหล่ของวินเบาๆ
“โอย ครับ ที่รัก”
เอกลั้นยิ้ม วินแกล้งลูบต้นแขนตีหน้าเจ็บ

“ป่านนี้พี่วินกับพี่ เอ ไปอยู่ที่ไหนกันแล้วก็ไม่รู้”
น้ำหวานหันมาเปรยกับแนน ขณะที่เดินอยู่ในมหาวิทยาลัย
“อืม ฉันก็ห่วงอยู่เหมือนกัน แต่ฉันเชื่อมือพี่วิน”
แนนพูดจบ ก็เห็นกลุ่มนักศึกษาวิ่งผ่านไป ทุกคนต่างมองหน้ากัน
“ไปดูกันดีกว่า”
เทปหันมาบอก จากนั้นทั้งหมดวิ่งตามนักศึกษาไป

นักศึกษารวมกลุ่มกันอยู่ที่ลานกว้างของมหาวิทยาลัย มีนักศึกษาชายคนหนึ่ง ยืนปราศรัยอยู่ที่โพเดี่ยม
“ผมตื่นตัวเรื่องนักเรียนมัธยม ตั้งคำถามว่า ทำไมต้องแต่งเครื่องแบบมาโรงเรียน ผมขอตั้งคำถาม อย่างเดียวกัน”
เสียงนักศึกษากลุ่มหนึ่งเฮขึ้นมาพร้อมกัน ในขณะที่อีกกลุ่ม ยืนนิ่งเหมือนยังตัดสินไม่ถูก
“ทำไมต้องทำตามกฏ ทำไมต้องมีกฏ เราน่าจะมีอิสรภาพที่จะแต่งอะไรมาก็ได้ เพราะไม่ได้มี ผลกระทบต่อการศึกษาของเรา”
นักศึกษากลุ่มเดิมฮหนักขึ้น แต่แล้วก็ค่อยๆ แผ่วลง เมื่อเห็นแนนเดินขึ้นไปที่โพเดี่ยม“เป็นที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ บ้านเมืองเราผ่านเหตุการณ์หลายๆอย่างที่สะท้อนถึงความไม่แน่นอน
แต่เรื่องที่นักศึกษากับนักเรียน ซึ่งจะเป็นอนาคตของชาติกลับห่วงกังวลก็คือเรื่องการแต่งตัว”
เสียงฮึมฮำเริ่มเงียบลง
“จะบอกให้รู้ไว้ว่าทำไมถึงต้องมีเครื่องแบบนักเรียนหรือนักศึกษา หนึ่งให้ทุกคนเหมือนกันหมด เพื่อจะได้ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณt สอง จะได้มุ่งอยู่ที่การเรียน ไม่ไขว่เขวไปในเรื่องสวยๆงามๆ ซึ่งจะนำไปสู่เรื่องเพศ สัมพันธ์ก่อนวัย”
แนนพูดอย่างมีหลักการ น้ำหวานกับเพื่อนตะโกนเชียร์

“เย้ แนน สู้ๆ”

หนีก็ล่า ซ่าก็รัก ตอนที่ 7 (ต่อ)

แนนพูดต่อ

“พวกคุณอยากแต่งตัวตามสบาย ไม่ทำตามกฏ อยากมีอิสระ แต่หารู้ไม่พวกคุณก็ยังตามกฏอยู่ดี ก็คือกฏของพวกนักออกแบบแฟชั่นทั้งหลาย และที่น่าเศร้าคุณจะกลายเป็นคนทำตามกฏของ”
พูดพลางชี้มือมาที่นักศึกษาที่ยืนปราศรัยอยู่เมื่อครู่
“เจ้าหมอนี่โดยไม่รู้ตัว เพราะอะไร เพราะฮอร์โมนมันอยู่ไม่สุขยังงั้นเหรอ”
แนนกวาดสายตามองทุกคน“อยากเท่ อยากกล้า อยากเก่งลอง คิดถึงเรื่องพัฒนาบ้านเมืองดูซิ ไม่ใช่เก่งแต่เรื่องแต่งตัวกับ เรื่องผสมพันธ์”
เสียงนักศึกษากลุ่มที่ยืนฟังเงียบๆ ปรบมือกันเกรียว
“แบบนี้มันไม่ใช่เรื่อง ฮอร์โมนแล้ว มันเรื่องว่าสมองมีหรือไม่มีมากกว่า”
นักศึกษากลุ่มเดิม ปรบมือดังขึ้น

เอ เดินนำเข้ามาในศูนย์การค้า วินเดินตามเข้ามาจนทัน ทั้งสองใส่แว่นดำ เอใส่หมวกหลุบหน้า อำพรางตัว
“เชื่อแล้วว่าคุณอยู่ห่างศูนย์การค้าไม่ได้” วินอกแซวไม่ได้
“ก็ของหมด ต้องซื้อโน่นนี่”
“เฮ้อ ระวังตัวหน่อยก็แล้วกัน อย่าถ่ายรูปกับใครอีก แล้วก็รีบด้วย”
“คุณนั่นแหละระวัง” เอย้อน “บอกให้ใส่วิกใส่หมวกก็ไม่ใส่”“ผมเป็นผู้ชายไม่มีใครสนใจมองเท่ากับคุณหรอก”
“งั้นแยกกัน คุณไปคว้าของๆ คุณ ฉันหยิบของๆฉันแล้วเจอกันที่นี่ตรงนี้ ภายใน…”
“ครึ่งชั่วโมง” วินรีบพูด
“สี่สิบห้านาที” เอสวนกลับทันควัน

วินเดินเลือกเสื้อผ้า แต่แล้วก็รู้สึกว่ามีพวกพนักงาน จับตามองอยู่ วินทำไม่รู้เรื่อง ค่อยๆ เดินไป ชำเลืองมองไป ก็เห็นพวกพนักงาน เริ่มจับกลุ่มซุบซิบกัน วินรีบเดินเร็ว คว้าสิ่งที่ตัวเองต้องการ แล้วเดินออกไปทันที
ในขณะที่เอ ซึ่งกำลังเดินเลือกดูเสื้อผ้าอย่างสบายใจ โดยไม่ได้สนใจรู้ตัว ว่ามีพวกพนักงาน เริ่มมองและเริ่มซุบซิบกัน

“ผู้จัดการคะ สองคนนั่นมาที่ห้างเรา”
พนักงานคนหนึ่ง รีบรายงานให้ผู้จัดการห้าง ที่เป็นมีลักษณะตุ้งติ้งๆ ฟัง
“เธอไปบอกฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้เตรียมกล้องไว้ เธอไปสั่งทุกคนว่าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ จนกว่า
พวกเขาจะช้อปเสร็จมาจ่ายเงินเข้าใจมั้ย”
พนักงานสาวพรวดออกไป ผู้จัดการตุ้งติ้ง รีบเปิดลิ้นชักหยิบกระจก ขึ้นมาตรวจดูหน้าตา ทรงผมอย่างเร่งรีบ

วินเดินอยู่ที่แผนกเครื่องแต่งกายชาย ถือเสื้อเชิตมาสองสามตัว กับเสื้อยืดมาสองสามตัว และรองเท้า หนึ่งคู่ มาที่พนักงานคิดเงินสองคน ที่ยืนยิ้มยุกยิกกันอยู่ วินมองอย่างสงสัย ทันใดนั้นผู้จัดการตุ้งติ้ง ก็โผล่มา พร้อมกับพนักงานชาย ที่ถือกล้องพร้อมถ่ายรูปมาด้วย
“ใช่แล้ว คุณเอง แหม ดีใจที่สุดฮ่ะ ของทุกอย่างมีคนจ่ายเงินให้เรียบร้อยแล้วจะเอาอะไรเพิ่ม
ก็ได้นะฮะ”
“คุณจำคนผิดแล้วครับ” วินรีบปฎิเสธ
“ไม่ผิดหรอกฮ่ะ สี่สาวไฮโซลูกสาว นักธุรกิจพันล้านประกาศยืนเคียงข้างคุณสาวหรูหนุ่มซ่านักฆ่า คู่ขวัญไงฮะ”
“เอ้อ คือ”
วินรีบเดินออกไป

“เดี๋ยวฮ่ะ เดี๋ยว”

วิน รีบเดินมาที่แผนกเครื่องแต่งกายหญิง มองหาเอ ไม่เจอ แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นห้องลองเสื้อ วินรีบพรวดเข้าไปด้านใน มีห้องลองอยู่สองสามห้อง
วิน เคาะประตูห้องหนึ่ง ประตูเปิด วัยรุ่นคนหนึ่งเปิดประตูโผล่มาดู แล้วก็ปิดประตูโครม
“คุณ เอ”
วินเรียกชื่อเอเบาๆ เอโผล่หน้าออกมาจากห้องลองที่สอง
“เรียกทำไม”
“เราต้องไปแล้ว”
“เอาอีกแล้ว คุณนี่ ฉันกำลังลองชุดอยู่” เอไม่ยอม
“คุณจะอยู่ก็ตามใจ ผมไปก่อนด้วย”
วินพูดพลางแกล้งทำท่าขยับตัวจะเดินออกไป เอมองค้อน
“เดี๋ยว”
ก่อนที่จะผลุบกลับเข้าไปในห้องลองอีกครั้ง
วินโผล่หน้าออกไปดูด้านนอก เห็นผู้จัดการตุ้งติ้งกำลังเดินนำพนักงานมาเป็นพรวน พลางมองหา
และถามพนักงานคนอื่นๆ พนักงานชี้ไปคนละทาง จนสุดท้ายชี้มาทางวิน
“เสร็จแล้ว” เอเดินออกมาจากห้องลอง
“โน่นไง”
วินโบ้ยให้แอนดู เอ มองไปเห็นผู้จัดการกับพนักงานเริ่มเกาะกลุ่มเดินกันเข้ามา
“เห็นมั้ย มากันเพียบ”
วินรีบเดินพรวดนำออกไป เอรีบเดินตาม
“รอด้วยดิ นี่จะทิ้งฉันเหรอ”
วินหันมาคว้ามือเอ แล้ววิ่งออกไป ผู้จัดการตุ้งติ้ง กับพนักงานวิ่งตามมาเป็นพรวน
“เพราะเพื่อนไฮโซของคุณก่อเรื่องแท้ๆ ไม่รู้จะอวดรวยออกอากาศกันไปถึงไหนถ้าผมมีพ่อแม่เป็น นักธุรกิจเล่ห์เลี่ยม เอาเปรียบชาวบ้านละก็ ผมจะอยู่ให้เงียบที่สุด”
วินอดที่จะเหน็บเอไม่ได้ ในขณะที่ขับรถออกมาถึงถนนใหญ่อย่างปลอดภัย
เอ นิ่งเฉยไม่โต้ตอบ วินนึกได้
“โอ โนSorry ผมไม่ได้คิดจะว่า คุณ”
เอ หันมายิ้ม แต่แววตาแอบเศร้า
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เรื่องจริง ฉันถึงต้องเงียบไงล่ะ”

ในขณะที่แนนกับสมาชิกนั่งกันอยู่ที่ม้านั่งประจำ นุชจรีกับก๊วน ก็เดินเข้ามา
“นี่ดังใหญ่แล้วนะแนน ได้ข่าวว่าไปกวนพวกฮอร์โมนผิดปกติยังงั้นเหรอ”
แนน หันขวับมา
“มีธุระอะไรก็ว่ามานุจรี”
นุจรี ยื่นไอแพดให้แนนดู “คุณเอ เป็นแฟนของคุณพอลเหรอ”
แนนส่ายหน้าช้าๆ “เรื่องนี้ไม่มีคอมเม้นท์”
บิวเบ้ปาก “น่าสงสารพี่วินของเธอ ต้องคอยดูแล แฟนคนอื่น”
“ดูแลคนอื่นเป็นวิสัยของสุภาพบุรุษ เป็นสิ่งดีน่าชื่นชม ไม่ใช่น่าสงสาร เรียนมาซะเปล่า
แยกแยะไม่ถูก”
น้ำหวานเห็นแนนนั่งฟังเฉย เลยโต้แทน
“หลงเขาข้างเดียว รีบออกรับแทนเลยนะ”
“บ้าเหรอเปล่า พี่วินเป็นพี่ชายของพวกเรา น้ำเน่าไปแล้วมั้ง”
“อีกอย่างน้ำหวานเป็นแฟนเราจะไป หลงพี่วินได้ยังไง”
จบประโยค ทุกคนก็หันมามองเทปเป็นตาเดียว
“ไปกันดีกว่าแนน เริ่มหงุดหงิดแล้ว” เมจิหันมาชวน
“ไปเถอะ”
“แล้วเจอกันนะแนน” นุจรีตะโกนไล่หลัง
“ได้”
เมื่อกลุ่มแนนเดินออกไป บิวกับหลิน ก็หันมามองนุจรี
“ทำไมต้องไปอี๋อ๋อกับยายแนนด้วย” บิวถามด้วยความข้องใจ

นุจรี ยิ้ม “เพราะยายแนนรู้จักคุณพอล แล้วฉันต้องการที่จะเล่นเป็นตัวเอกของละครโรงเรียน”

ในขณะที่แนนกับเพื่อน เดินพ้นจากพวกนุจรีได้ระยะหนึ่ง จู่ๆ แนน ก็เบรคพรืด
“เทป นายพูดว่าเป็นแฟนกับน้ำหวานทำไม”
น้ำหวาน พยักหน้า “ใช่ กำลังจะถามอยู่เหมือนกัน”
ทุกคนหันมาจ้องเทปเป็นตาเดียว สีหน้าจริงจัง
เทปยิ้ม “ ก็พวกนั้นจะได้ไม่ว่าน้ำหวานกับพี่วินไง”
“ขอบใจนะ เฮ้อ ป่านนี้พวกนั้นเม้าท์แตกไปทั่วมหาลัยแล้ว เสียหายหมด”
แนน หัวเราะขำ“เอาน่าน้ำหวาน เทปเขาหวังดี”
“น้ำหวานหมายถึง เทปจะเสียหายน่ะซิ อดจีบสาวคนอื่นเลย”
“โห นึกว่าน้ำหวานจะเสียหาย ไม่มีหนุ่มมาจีบ” เมจิหันมาแซวน้ำหวาน
น้ำหวาน ส่ายหน้ายิ้มๆ“เหย น้ำหวานยังเรียนไม่จบ ไม่สนหรอก”
“งั้นก็ถือว่านายเทปเสียหายก็แล้วกัน” เมจิสรุป
“ไม่เห็นเสียหายเลย เป็นแฟนน้ำหวานก็ได้นี่”
แนนแกล้งผลักอกเทปห่างออกไป “ยังเรียนอยู่คิดแต่เรื่องแฟนได้ไง”
เมจิ พยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ อัดเลย”
จากนั้นทุกคน ก็แกล้งวิ่งไล่ตีเทป เทปวิ่งหนีเอาชีวิตรอด พลางหัวเราะกันสนุกสนาน
เทปวิ่งหนีสาวๆ หลุดพ้นมุมตึกมา แต่แล้วแนนก็เบรคพรืด เมื่อเห็นโจยืนอยู่
“พี่โจ มาได้ไงเนี่ย”
“ใครอยากทานไอศครีมบ้าง”
โจไม่ตอบแต่กลับย้อนถาม แนนกับเพื่อนๆ ยกมือ พลางยิ้มหน้าบาน

“พี่วินกับพี่เอ จะกลับมาหลบกรุงเทพฯ”
แนน หันมาถามโจ ในขณะที่ทั้งหมดนั่งอยู่ในร้านไอศครีม
“ครับ”
“งั้น เราต้องหาทางช่วยพี่วินกับพี่เอ” สีหน้าแนนเริ่มมีกังวล
“พี่พอมีไอเดียอยู่บ้าง”
ทุกคนหันมาตั้งใจฟัง โจพูดต่อ
“ตอนนี้พวกมันไม่รู้ว่าพี่วินกับพี่เออยู่ที่ไหน ถ้าเราใช้โซเซียลมีเดียให้พวกแฟนคลับ ของพี่วินกับพี่เอ ช่วยโพสว่าเห็นพี่เออยู่จังหวัดโน้นจังหวัดนี้“
แนนตาโต “โห ไอเดียดีมากเลยพี่โจ”
เทปเสนอตัว “ผมโพสให้เองครับ เครือข่ายผมเยอะ”
“พวกมันต้องสับสนหัวปั่นแน่ๆ”
“แบบนี้ พี่วินกับพี่เอ ลัลล้าอยู่ในกรุงเทพฯ สบายเลย ต้องฉลองสั่งไอติมเพิ่ม เย้”
เมจิพูดอย่างอารมณ์ดี แนนหันมาค้อนเพื่อน
“นี่ ยายเมจิ จะล้มพี่โจของฉันเหรอ”
โจยิ้ม “ไม่เป็นไร สั่งตามสบายเลยทุกคน”
“เย้”
แนนกับโจ ยิ้มขำ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

วินขับรถอยู่ จู่ๆ เอก็ส่งเสียงดังขึ้นมา
“จอด จอด”
วินรีบหักรถเข้าจอดข้างทาง ด้วยความตกใจ
“เป็นอะไรครับเกิดอะไรขึ้น”
“ฉัน คือ”
เอ หน้านิ่วคิ้วขมวด
“ท้องเสียหรือครับ”
“บ้า น่ะซิ” เอ ถอนหายใจ“คือ ฉันปวดท้อง”
“ปวดท้อง แต่ไม่ท้องเสีย” วินสรุป
เอ พยักหน้า วินทำตาโต “คุณ คุณ มี”
เอเม้มปากแน่น
“คุณมีอะไรครับ ผมคิดไม่ออก”
“โธ่เอ๊ย..คิดอยู่ได้ตั้งนาน I have my period, เข้าใจหรือยัง ป.จ.ด. น่ะ”
วินรีบตบเกียร์พรวด ก่อนจะออกรถไปต่อ
“คุณอยากได้อะไรมั่งครับ” วินหันกลับมาทางด้วยความเป็นห่วง
“ยาแก้ปวด แล้วก็”
“โอเค เข้าใจแล้วครับ ทนอีกหน่อย ผมเห็นปั๊มอยู่ข้างหน้าแล้ว”
เอ นั่งพิงพนักเก้าอี้หลับตาปี๋

วินจอดในปั๊ม แล้วลงมาจากรถ วิ่งเข้าไปในร้าน สะดวกซื้อ ก่อนที่จะเลือกซื้อผ้าอนามัย ยาแก้ปวด น้ำผลไม้สองขวด แล้วนำวางตรงหน้าพนักงานคิดเงิน
พนักงานมองหน้าวินอมยิ้ม
“ของแฟนผมครับ เอ้อ แบบนี้แบบบางใช่มั้ยครับ”
“ไม่ใช่ค่ะ เดี๋ยวหยิบให้”
“ขอบคุณครับ”
พนักงานออกไปจากเคาน์เตอร์ วินมองตาม อึดใจพนักงานก็กลับเข้ามายกกล่องให้ดู
“แบบนี้ค่ะ”
วินยิ้มพยักหน้า

จากนั้นวิน ก็วิ่งกลับมาขึ้นรถ พลางรีบปิดประตู พร้อมส่งถุงกระดาษให้เอ
“ลองตรวจดูครับว่า ถูกต้องหรือเปล่า ถ้าผิดผมจะได้ไปเปลี่ยน”
เอรีบตรวจดู ในถุง “เก่งจัง ซื้อเป็นด้วย”
“แน่นอน ผมรู้จักหมด หนา บางมีปีกสารพัด”
เอ แกล้งค้อน “บ้า โม้ที่สุด”
“โม้ก็เก่งครับ”
“รู้ย่ะ”
“รู้แล้วก็ดีครับ หายปวดยังครับ”

วินพูดพลางถอยรถออกไปจากปั๊ม เอยิ้ม นึกขอบใจที่วินแกล้งกวน จนตัวเองลืมความปวดไปเลย

ครู่ใหญ่วินก็ขับรถมาจอดตรงทางเข้าบ้านหลังหนึ่ง
“ใช่ค่ะ ตามแผนที่ของ อาจารย์มะปรางหน้าบ้านมีรั้ว บ้านเลขที่ 67/1502”
วินเปิดประตูเดินลงไปดูที่หน้าประตู อึดใจก็เดินกลับมา
“ใช่แล้วครับ มีโซ่คล้องกุญแจอยู่”
เอ ส่งกุญแจบ้านให้ “นี่ค่ะกุญแจ”
วินเดินไปไขกุญแจเปิดประตูรั้ว แล้วเดินมาขึ้นรถ ขับรถเคลื่อนเข้าไปด้านใน ก่อนที่จะจอดใกล้ๆ ตัวบ้าน แล้วก็ลงจากรถ พลางเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เอ
“รอแป๊บ ผมไปเปิดประตูเดี๋ยวมา”
เอพยักหน้าข่มความปวด อึดใจ วินก็เดินกลับมา
“เรียบร้อยครับ”
เอ นั่งนิ่ง วินก้มตัวลงไปช้อนร่างของเอขึ้นมา เอหลับตา กอดคอวินนิ่ง

เอลืมตาขึ้นมาในห้องนอน พลางกวาดสายตามองไปรอบห้อง เห็นวินนั่งหลับอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง เอขยับตัวลุกขึ้นนั่ง วินรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา รีบขยับตัว พลางรีบเอาหมอนหนุนหลังให้เอ
“ขอบคุณค่ะ”
“ครับ”
วินถอยกลับไปนั่งที่เก้าอี้ แต่เอกลับใช้มือตบที่ว่างตรงเตียง เป็นสัญญาณให้วินมานั่ง วินพยักหน้าแล้ว เข้ามานั่งใกล้ๆ
“กี่โมงแล้วคะ”
“เกือบทุ่มมั้งครับ คุณหิวหรือยังผมจะออกไปซื้อมาให้”
“ดึกแล้วไม่อยากให้คุณออกไปไหน” เอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“อย่าบอกนะว่าห่วงผม”
เอค้อน “เปล่านี่ ฉันไม่อยากอยู่คนเดียวต่างหาก”
“งั้นก็แล้วไป เพราะถ้าคุณห่วงผม ผมก็จะออกไปหาซื้ออะไรมาให้คุณทาน แต่ถ้าไม่อยากอยู่คนเดียว ผมก็อยู่เป็นเพื่อนไม่ไปไหน”
เอส่งยิ้มหวานให้ พลางใช้มือสัมผัสที่ใบหน้าของวินอย่างแผ่วเบา
“คุณใจดีจัง คิดจะให้ฉันหลงหรือไง”
วินกุมมือเอไว้
“ใจดี เฉพาะตอนที่คุณไม่สบายเท่านั้นห้ามเคยตัว”

จากนั้นทั้งคู่ก็ออกมานั่งทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันอย่างเอร็ดอร่อย
“โชคดีมีบะหมี่ติดบ้านอยู่สองสามห่อ”
“ฉันรู้ว่าพวกเพื่อนฉันก่อเหตุ แต่เราจำเป็นต้องซื้อของ คุณจะทำยังไง”
เอวางมือจากตะเกียบ พลางเงยหน้ามาถามวิน สีหน้าเป็นกังวล
“ผมยังคิดไม่ออกเหมือนกัน”
“เอางี้คุณจดบัญชีส่วนที่เป็นของคุณ พอเรื่องจบแล้ว คุณก็เอาเงินไปคืน ฉันเป็นพยานเอง หรือไม่
ก็ให้ทางร้านออกใบเสร็จมาก็ได้”
“อืม ก็ได้ครับ เพราะถ้าคุณไม่ได้ช้อปปิ้ง ผมคงปวดหัวตาย “
เอค้อน“ฉันช้อปหรือไม่ช็อปเกี่ยวอะไรกับหัวคุณด้วย”
“เกี่ยวดิ เพราะคุณบ่นไม่หยุดไง”
วินพูดพลางหัวเราะชอบใจ

วินนอนหลับอยู่ในห้องนอน พลันหูแว่วได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกัน วินค่อยๆลุกขึ้นย่องออกมาที่ห้อง รับแขก เห็นไฟแวบๆ จากทีวี ซึ่งปิดสถานีไปแล้วมีแต่แถบสีรุ้งอยู่ วินอ้อมมาเห็น เอ นั่งขดตัวหลับอยู่มุมโซฟา
วินเดินเข้ามาใกล้ พลางนั่งลงที่โซฟาอีกด้านหนึ่ง ยังไม่ทันได้ถาม เอก็เอ่ยขึ้นทั้งที่ยังหลับตาอยู่
“ฉันปวดท้อง นอนไม่หลับ เลยออกมาดูทีวี”
“ผมว่า ทีวีดูคุณมากว่า ท้องเป็นไงบ้าง” วินถามด้วยความเป็นห่วง
“อืม ดีขึ้น”
“ไปนอนเถอะครับ พรุ่งนี้จะได้ช้อปปิ้งไง”
เอยิ้ม “โอเค” พลาง ยกแขนขึ้น “ท้องยังปวดนิดๆ เดินไม่ไหว”
วินยิ้มแล้วเข้ามาอุ้มเอขึ้นมา เอยิ้มชอบใจ
“คุณรู้ตัวว่าสวย อยากจะให้ใครอุ้มก็ได้ใช่มั้ย”
“ใช่ แต่ตอนนี้ยังไม่มีใคร คุณก็อุ้มฉันไปก่อนอย่าบ่น”
วินยิ้มเดินอุ้มเอมานอนที่เตียง
“ดีมาก”
“ถ้าปวดท้องอีก เรียกผมนะ อย่าออกไปนั่งดูทีวีคนเดียว”
เอ พยักหน้าพลางยิ้มให้
“กู๊ดไนท์”

“กู๊ดไนท์ค่ะ”

หนีก็ล่า ซ่าก็รัก ตอนที่ 7 (ต่อ)

เช้าวันรุ่งขึ้น เอตื่นแต่เช้า ลงมาชงกาแฟในห้องครัว ก่อนที่จะยกถ้วยกาแฟจะวางไว้บนโต๊ะ แต่เผลอทำช้อนตก เอวางถ้วยบนโต๊ะ พลางก้มลงไปเก็บช้อนขึ้นมาล้างที่อ่าง หันมาก็เจอวินเดินออกมาพอดี
“คนไม่สบายทำไมตื่นเช้าจังผมนึกว่าใครบุกมาซะอีก”
“คุณว่าฉันทำเสียงดังคุณเลยตื่นยังงั้นเหรอ”
“เปล่าครับ” วินแกล้งทำเสียงหล่อ “ผมตื่นเพราะได้กลิ่นกาแฟฝีมือเลิศรสของคุณน่ะครับ”
เอยิ้ม “เป็นคำตอบที่ถูกต้องและปลอดภัยอย่างที่สุด”
วินยิ้ม เอเหลือบมองเห็นวินมีอะไรอยู่ทางด้านหลัง
“อย่าบอกนะว่าคุณมีของมาเซอร์ไพรส์ฉัน”
วินถอนหายใจเบาๆ “เฮ้อ รู้ทันอีกแล้ว”
วินเดินเข้ามาตวัดไอแพดมาจากทางด้านหลังยกให้เอดู
“เผื่อว่าคุณจะได้เช็คแฟนคลับของคุณ”
เอ พรวดเข้ามาใกล้ พลางยื่นมือไปรับ พร้อมส่งสายตาหวานซึ้ง
“ขอบคุณ คุณน่ารักที่สุด”
“เอ้อ แค่ไอแพด แบบว่าคุณซื้อโยนทิ้งได้เป็นสิบน่ะครับ ไม่ใช่กระเป๋ายี่ห้อ ชาแนล”
เอค้อน “นี่ ของซื้อเองกับคนให้นะไม่เหมือนกันหรอก พูดไปคุณก็ไม่เข้าใจ”
จากนั้นเอก็นั่งเล่นไอแพดอย่างสนุกสนาน โดยไม่สนใจวิน วินยิ้มนั่งจิบกาแฟ ลอบมองเออย่าง เพลินใจ

“อะไรวะ เหลวอีกตามเคย”
นายสมภพตวาดอย่างอารมณ์เสีย ไอ้เม่นรีบอธิบาย
“ผมไปถึงโรงเรียน แต่พวกมันไปแล้ว ตอนนี้เลยไม่รู้ว่ามันอยู่ไหน”
“บ้าที่สุด ยิ่งตอนนี้พวกมันมี แฟนคลับเพียบ ยิ่งยากกว่าเดิม”
นายสมภพหน้าเครียด

เช่นเดียวกับนายสุรชัย ก็กำลังคุยเรื่องนี้กับไอ้อ๊อด กับสมุนอยู่ที่ห้องทำงาน“เป็นเพราะเงินรางวัลกับคำขู่ของนายประสิทธิ์พ่อนังเอนั่น ทำให้คนเปลี่ยนมาต่อต้านข้าแทนที่จะ จับพวกมันมาส่งให้ข้า”
“ผมดูพวกโชเชียลเน็ตเวิร์ค คนเชียร์พวกมันเพียบ แถมยังโพสว่า คุณสุชาติสมควรตายเพราะมี พ่อนิสัยไม่ดีตามใจ จนทำให้ลูกเป็นนักเลงระรานชาวบ้าน”
“อืม โพสแบบนี้ต้องจับเข้าคุกให้หมด”
“ได้เหรอครับท่าน ไม่เป็นการก้าวก่ายประชาธิปไตยเหรอครับ”
“เอ็งรีบออกไปให้พ้นหน้าข้า”
นายสุรชัยรำคาญ รีบไล่ไอ้อ๊อดกับพวกออกไปให้พ้นหน้า

เอ ปลอมตัว ใส่วิกผมสั้นทรงเก๋ ใส่ชุดเปรี้ยว ใส่แว่นดำ วินมองตาค้าง
“ไม่เป็นไรหรอกน่า ตอนนี้สังคมออนไลน์ ลงรูปเราโผล่ตามจุดต่างๆเกือบ 50 จังหวัด พวกมันไม่รู้ หรอกว่าเราอยู่ที่ไหน”
“แต่ไม่ใช่ว่าเราจะออกไปเดิน ลอยนวลช้อปปิ้งให้มีเรื่อง” วินท้วง
“ฉันไม่สนหรอก ที่พวกเลวๆเดินช้อปปิ้งกันสบายอารมณ์ ไม่เห็นใครทำอะไร ต่อไปนี้ฉันจะอยู่ อย่างสบาย ไฮโซให้เต็มที่ ถ้าคุณกลัว ฉันไปคนเดียวก็ได้”
เอขยับตัว จะเดินออกไป วินถอนหายใจ
“โอเค ได้ รอผมแปลงโฉมแป๊บนึง”
เอ หันมายิ้มให้“เดี๋ยวให้ฉันช่วยแปลงให้นะ นะ”
“นี่ผมไม่ใช่ตุ๊กตาบาร์บี้นะครับ”
“น่า นะ นะ พลีส”

เอเอียงคอไปมา พลางยิ้มอย่างพอใจ เบื้องหน้าหน้าคือวินที่ใส่วิกผมทรงเกาหลี ดูแปลกตา “หน้ากับทรงผม เท่ห์แล้ว ถ้าไม่มองจังๆ จำคุณไม่ได้หรอก เสื้อผ้า อืม ซื้อใหม่ดีกว่า”
“เชิญเลยครับ เอาให้เต็มที่”

เอ หัวเราะชอบใจ

ทางด้านทอม ที่กำลังนั่งเล่นเปียโนอยู่ พลันเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทอมละมือจากคีย์เปียโน แล้วรีบกดรับสาย
“สบายดีหรือลูก”
“สบายสุดๆเข้มข้นสารพัดเลยครับ” วินพูดแบบติดตลก
“ดี ชีวิตต้องมีผจญภัยบ้างถึงจะมีรสชาติ”
“เรื่องผ่าตัดหัวใจไปถึงไหนแล้วครับ” วินถามอย่างเป็นห่วง
“ไปตรวจเป็นปกติ แต่พ่อจะรอให้เรื่องของลูกจบก่อนดีกว่า”
“ผมเสียใจครับที่มีเรื่อง”
“โน อย่าคิดมาก ลูกไม่ใช่คนที่ก่อเรื่อง”
“ขอบคุณครับ”
“คุณเอ เป็นยังไงบ้าง” น้ำเสียงของทอมแสดงความห่วงใย
“สบายดีครับ” ทอมถอนหายใจ
“ถอนใจแบบนี้แสดงว่า อินเลิฟเข้าแล้วซิ”
“ผมแย่แน่ๆ คุณเอ ทั้งเก่ง ทั้งน่ารัก ผมกลัวว่ากำแพงอุดมการณ์ของผมจะต้านไม่อยู่”
“อืม เรื่องนี้ถึงเวลาแล้วจะรู้เอง ตอนนี้ต้องโฟกัส ดูแลตัวเองและคุณเอให้ดีที่สุด”
“ขอบคุณครับ แล้วคุยกันใหม่นะครับ”
วินวางสายหันมา เจอเอยืนยิ้มอยู่
“ไปกันหรือยังคะ”
วินจ้องหน้าสวยรีบพยักหน้ารับ

วินขับรถไปตามถนน เอนั่งนิ่งอยู่ข้างๆ พลางลอบชำเลืองมองวิน
“กำลังจะไปช้อปปิ้ง ทำไมถึงเงียบจัง”
เอยิ้มแห้งๆ “เย้ ไง พอหรือยัง”
วินยิ้มพอใจ ในขณะที่เอนั่งนิ่ง พลางคิดถึงคำพูดของวิน
“ผมแย่แน่ๆ คุณ เอ ทั้งเก่ง ทั้งน่ารัก ผมกลัวว่ากำแพงอุดมการณ์ของผมจะต้านไม่อยู่”
เอ ลอบมองหน้าวิน พลางนึกชื่นชมอยู่ในใจ

วินกับเอนั่งอยู่ในร้านกาแฟ พลางกวาดสายตาไปมา เอที่นั่งข้างๆ วินเอามือเกาะแขนวิน ทำท่าเหมือนคู่รักกัน
“นี่คุณใกล้ชิดผมแบบนี้ จะทำให้ผมหลงเหรอ”
“คนอุดมการณ์แข็งแกร่งอย่างคุณ ไม่หลงฉันง่ายๆหรอกน่า”
วินถึงกับเงียบไปเพราะโดนใจ เอรีบยิ้มกลบเกลื่อน
“ฉันแค่แสดงบทบาทเท่านั้นเอง อย่าตื่นเต้น”
วินยิ้มไม่ตอบ เอมองไปรอบๆ แล้วพูดต่อ
“เรานั่งเกือบชั่วโมงแล้ว ยังไม่มีใครจำได้คุณคิดว่าไง”
“เรานั่งอยู่มุมเดียว ไม่ค่อยมีคนเห็น ไม่เหมือนกับเดินในที่กว้าง คนเยอะๆ”
“ก็ฉันจะเดิน แต่คุณบอกให้นั่งดูก่อนแล้วจะบ่นอะไร”
“ไม่ได้บ่น แค่คิดดังๆ”
เอ พยักหน้า “ฉันว่าโอเคแล้วน่ะ ไปเถอะ”
“เดี๋ยวก่อน”
วินโบ้ยไปด้านหน้า มีวัยรุ่นหญิงชายเดินเข้ามาคู่หนึ่ง เอขยับตัวใกล้ พลางเกาะแขนวินแน่นเข้า วัยรุ่นสองคนมายืนตรงหน้าคู่ พลางส่งกล้องให้
“พี่ช่วยถ่ายรูปเราสองคนได้มั้ยครับ”
เอกับวินค่อยยิ้มออก “ได้จ้ะ”

เอ ลุกขึ้นรับกล้องจากวัยรุ่นแล้วถ่ายรูปให้ วินกวาดตามองรอบๆ แล้วยิ้ม พอใจ 

จากนั้นทั้งคู่ ก็ออกมาเดินช้อปปิ้งกันอย่างสบายอารมณ์
“เห็นมะ ไม่มีใครสนใจเราเลย”
“อืม จริงของคุณ” วินเริ่มคล้อยตาม
“หลังจากวันนี้ ยิ่งจะไม่มีใครจำเราได้ เพราะอุปกรณ์การปลอมตัวเพียบ”
เอ ยกถุงอวด
“เข้าทางคุณเลยซิ ชอบแต่งตัวอยู่แล้ว”
“คุณไม่ต้องอิจฉา ฉันซื้อมาเผื่อคุณด้วยน่า รับรองฉันจะแปลงโฉมคุณให้เท่ห์ไปเลย”
วิน ถอนหายใจเบาๆ พลางบ่น “ตรู ซวยแน่”
จากนั้นเอก็จูงมือวินเข้ามาในร้านอาหารหรูๆ แห่งหนึ่ง พนักงานต้อนรับ รีบเดินออกมาทักทาย แล้วนำเข้าไปด้านใน
“ร้านนี้อร่อยมาก ฉันเลี้ยงเอง”
“ให้ผมเลี้ยงดีกว่า”
“เอ้อ ลืมไป คุณไม่รับเลี้ยงจากเงินสกปรก” เออดเหน็บไม่ได้
“แน่นอนอยู่แล้วครับ”
เอยิ้ม “ดี ฉันจะสั่งแบบจัดเต็มเลย”
“ถ้าตังค์ไม่พอ คุณออกส่วนของคุณก็แล้วกัน”
เอค้อน“งกน่าดู”
“ ไม่ได้งกหรอกครับ ปกติผมกินอย่างพอเพียง ไม่ได้กินทิ้งกินขว้างกินเละกินเทะกินนอก
กินในกินไ...”
เอรีบโบกมือ “พอ พอ .ฉันเข้าใจละไม่ต้องกระทบ”
วิน ยิ้ม เอ ค้อน พนักงานเดินเข้ามาถาม
“พร้อมสั่งหรือยังคะ”
เอ มองวิน พลางยิ้มสะใจ “ ค่ะ”

พนักงานยกกาแฟมาเสิร์ฟที่โต๊ะ ซึ่งมีเค้กอยู่แล้วตรงหน้าคนละชิ้น จากนั้นก็เดินออกไป
“อร่อยจริงๆครับ”
“แน่นอน”
“อีกอย่างคุณสั่งไม่เยอะอย่างที่ขู่ แบบนี้ผมยินดีเลี้ยง”
เอค้อน“ขอบใจย่ะ”
เอ ยิ้ม แต่แล้วก็อึ้งไป พลางจ้องเขม็งไปตรงหน้า
“มีอะไรเหรอครับ”
“เฉยไว้ ห้ามหัน”
วินนั่งเฉย เอจ้องมองไปตรงหน้า เห็น พิงค์ โม วุ้น เมย์ เดินตามพนักงานเข้ามา ก่อนที่จะนั่งลงที่โต๊ะข้างหลังเอพอดี วินเพิ่งมองเห็นว่าเป็นสาวทั้งสี่ ก็ตีหน้าเฉย พลางหันมาบอกกับเอ
“ตัวเอง เราไปกันเถอะ”
เอ ทำเสียงเบา “เดี๋ยวก่อน”
วินพยักหน้าให้ไป เอสั่นหน้า วินถอนใจ พร้อมกับเสียงของโมแทรกเข้ามา
“สงสัยว่าป่านนี้ยายเอไปอยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้”
พิงค์เบ้ปาก “อยู่ไหนก็แล้วแต่ สำคัญอย่าบ้าจี้ช้อปปิ้งส่งบิลเป็นล้านๆมาให้เราก็แล้วกัน”
สี่สาวหัวเราะกันคิกคัก ชักสีหน้า อย่างเสียอารมณ์ วินทำท่าให้ไป แต่เอยังสั่นหน้า พลางนั่งฟัง
“ก็ไอเดียเธอนี่ อยู่ดีๆก็ไม่ว่าอยากเสียเงิน” เมย์พูดขึ้นมาบ้าง
วุ้น พยักหน้า “ใช่แล้ว ไอเดียเธอยัยพิงค์ พวกเราเลยต้องหารสี่ไปกับเธอด้วย”
“อย่าบ่นนักเลยน่า พวกเธอก็อยากดังเหมือนกัน”
“นี่พวกเธอละก็ทำอะไรก็ไม่รู้ ฉันเป็นห่วงยัยเอนะ” โมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
พิงค์ค้อนให้ “ไม่ต้องมาดราม่ามากยายโม สั่งดีกว่าฉันหิวแล้ว”
เอ นั่งฟัง สีหน้าเคร่ง วินพยักหน้า เอพยักหน้า แล้วลุกขึ้น วินลุกตาม พอดีพนักงานชายยกถาด เครื่องดื่มกำลังเดินมา เอยิ้มรีบเคลื่อนตัวมาทางโต๊ะของสี่สาว แล้วหันหลบมาทำเป็นควงแขนวินอิดออดรอจังหวะ

พอพนักงานถือถาดเดินผ่านมาถึงโต๊ะ เอก็เอาสะโพกกระแทกพนักงานเสียหลักถาดน้ำร่วงใส่ สี่สาวร้องกรี๊ดกร๊าดดังลั่น

วินกับเอ กลับมาถึงบ้านพัก ทั้งคู่ถือถุงในมือคนละหลายใบ วินเดินเข้ามาปิดประตู เอหันมามองค้อน
“นี่คุณไม่ต้องพูดมากเลยนะ”
วินยิ้ม “ผมยังไม่ได้พูดอะไรซักคำ”
“ฉันรู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่”
“เกี่ยวกับเพื่อนหวังดีประสงค์ร้ายของคุณเหรอ”
“ นั่นไง ฉันนึกแล้ว”
เออารมณ์เสีย พลางเดินเอาถุงไปวางบนโซฟา วินเดินไปที่ตู้เย็น เปิดตู้เย็นหยิบน้ำผลไม้ออกมา
“น้ำผลไม้ครับ”
เอ ทำหน้างอน “โน”
วินถือน้ำเดินเข้ามาหา “ถ้าหายโกรธ ผมจะให้คุณเล่นแต่งตัวให้ผมกับชุดใหม่ๆที่คุณซื้อมา เอามั้ย”
เอ หันขวับ พลางยิ้มหน้าระรื่น “จริงนะ”
“จริงครับ”
“แต่งหน้า ทำผมด้วย”
“นี่คุณผมไม่ได้เด็กทิฟฟานี่โชว์นะครับ”
เอขำคิกชอบใจ
เอ จับวินแต่งตัวอย่างสนุกสนาน พลางหัวเราะชอบใจ
“เป็นไงพอใจหรือยัง”
“คุณเท่มากทุกชุดที่ฉันจัดให้”
วินยิ้มหน้าบาน“ผมดีใจที่คุณแฮ้ปปี้”
“แฮ้ปปี้ แต่ยังไม่มากพอ”
วินถอนใจ “จะให้ผมทำอะไรอีกล่ะ ผมไม่ยอมให้คุณเล่นแต่งหน้าผมหรอก”
เอยักไหล่ “ถ้าไม่ยอมให้แต่งหน้า ก็ต้องพาไปเต้นรำ”
“หา ล้อเล่นน่า เรากำลังหนีคนอยู่นะครับ”
“ก็ฉันบอกแล้วว่าจะหนีแบบไฮโซ ไม่รู้ละ ฉันไปแต่งตัวดีกว่า”
พูดจบ เอก็เดินพรวดออกไป วินได้แต่ถอนใจ

วินแต่งตัวหล่อ ติดหนวดจนหน้าเข้ม ยืนรออยู่เอตรงห้องรับแขก สีหน้าไม่ค่อยจะสบอารมณ์นัก
“เสร็จแล้วค่ะ”
เอเดินออกมาจากห้องในชุดสวย เก๋ วินจ้องมองอย่างตะลึง
“โห สวยมากเกินไปหรือเปล่า”
“สวยพอที่จะทำให้คุณหลงจนลืมอุดมการณ์ของคุณหรือยัง”
วิน นิ่งคิด แล้วค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าใกล้ “เกือบแล้วครับ”
เอ ผลักวินออกห่าง “อ๊ะๆ อย่าเชียวนะ”
“ทำไมล่ะครับ” วินย้อนถาม
“เพราะฉันชอบผู้ชายที่มีอุดมการณ์”
“งั้นผมเปลี่ยนเป็นหลงแบบไม่มีอุดมการณ์ได้มั้ยครับ”
“ขอคิดดูก่อน”
แล้วทั้งคู่ก็ยิ้มให้กัน
“คุณติดหนวดแบบนี้ก็หล่อดีเหมือนกัน”
“พอจะทำให้คุณชอบผมได้มั้ยครับ” วินถามล้อๆ
“อืม เกือบแล้วค่ะ”
วินจ้องเอหัวใจเต้นแรง เอยิ้มหวานให้

“ไปกันเถอะค่ะ ฉันอยากเต้นรำแล้ว”

หนีก็ล่า ซ่าก็รัก ตอนที่ 7 (ต่อ)

ในขณะที่โจกำลังยืนอยู่ทางด้านหน้ามองดูแขก ที่มาเที่ยวหาความสำราญกันอย่างคับคั่ง วินกับเอ ก็เดินเข้ามา โจรีบออกไปต้อนรับ

“เชิญครับ”
วินกับเอหันมามองหน้ากัน
“อย่าบอกนะว่านายจำฉันไม่ได้”
โจจ้องมองทั้งคู่ แล้วก็ขำ
“โหนายแน่มาก เกือบจำไม่ได้เลยเพื่อน นี่นายจะบ้าเหรอ โผล่มาที่นี่”
“คุณ เอ อยากเต้นรำ ฉันว่าผับนายปลอดภัยสุด”
“สวัสดีค่ะคุณโจ” เอหันมายิ้มทักทายโจ
“สวัสดีครับคุณเอ”
จากนั้นโจ ก็เดินนำเอกับ วินมานั่งที่โต๊ะ พลางก้มไปกระซิบกับเอ“ผมนึกไม่ถึงว่าคุณเอ จะซ่าขนาดนี้”
“ซ่าแต่ไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อนหรอกค่ะ”
“ผับผมยินดีต้อนรับทุกเวลาครับ”
เอ ยิ้มกว้าง “ขอบคุณค่ะ”
โจหันไปขยับมือเรียก พนักงานเดินเข้ามาพร้อมเครื่องดื่มสองแก้ว
“สนุกให้เต็มที่นะเพื่อน”
“ขอบใจเพื่อน”
เมื่อโจเดินออกไป เอก็รีบขยับตัวมาเอามือคล้องแขนวิน พลางหอมแก้มหนึ่งฟอด
“อะไรเหรอครับ”
“แค่เห็นสาวๆโต๊ะนั้นมองคุณ ก็เลยแสดงบทซ่าเท่านั้นเอง”
วินหัวเราะ “ดีครับผมชอบ”
“อีกอย่าง ฉันอยากจะขอบคุณ ที่เสี่ยงพาฉันมาเที่ยว”

วินกับเอ เต้นรำอยู่ในฟลอร์ ซึ่งมีเพียงสองสามคู่ โจยืนมองดูอยู่อย่างอารมณ์ดี ครู่หนึ่งพนักงานก็เดินเข้ามารายงาน โจรีบเดินออกไปทางด้านหน้า วินลอบมองอยู่ตลอดเวลา
โจเดินออกมาที่หน้าผับ ในขณะที่นายสมภพกับลูกน้องสองคนกำลังก้าวเข้ามา
“สวัสดีครับคุณสมภพ”
“สวัสดีครับ ขอโต๊ะเดิมของผมก็แล้วกัน”
“เชิญครับ”
โจผายมือแล้วเดินนำเข้าไป

วินเห็นโจเดินนำนายสมภพเข้ามาด้านใน ก็รีบก้มลงมาชิดใบหน้าเอ พลางกระซิบที่หู
“นายสมภพ”
เอพยักหน้า วินลอบสบตากับโจที่พานายสมภพผ่านไปนั่งที่โต๊ะติดฟลอร์ที่นั่งประจำ
“ไงคุณวินเพื่อนคุณมาเที่ยวบ้างหรือเปล่า”
นายสมภพถามโจ เมื่อเดินมาถึงที่โต๊ะ
โจยิ้ม แล้วแกล้งตอบ “กำลังเต้นรำอยู่ที่ฟลอร์น่ะครับ”
“อ้า คุณนี่ไม่เลว สวนมุกได้รวดเร็วดี”
โจยิ้มใจเย็น “ สนุกให้เต็มที่นะครับ”
“ผมมาเที่ยวที่นี่ก็บ่อย น่าจะมีอะไรพิเศษมั่งนะครับ”
“มีครับ คิดแพงเป็นพิเศษ เพราะคุณสมภพรวยอยู่แล้ว”
สมภพฝืนหัวเราะ พูดไม่ออก
“ตามสบายนะครับ”
โจเดินไปผ่านฟลอร์พลางลอบสบตากับวิน วินพยักหน้ารับ
“ไหน ขอฉันดูมั่งซิ”
วินเต้นรำหมุนตัวไปให้ เอมองนายสมภพ
“น่าเข้าไปตบสั่งสอน”
วินรีบหมุนตัวให้เอหันกลับ “ซ่าอีกแล้วนะคุณ”
เอยิ้ม “ฉันว่าเฉียดเข้าไปใกล้ๆหน่อยดีมั้ย”
“ผมว่าเฉียดไปไกลๆน่าจะดี”
เอขำ วินiรีบตัดบท
“เรากลับกันดีกว่านะครับ”
“กลับจากนี่ แต่ไปทะเลต่อ”
“หา” วินตกใจ ร้องเสียงดัง
เอ ยิ้มส่งสายตาหวาน
“คุณไม่อยากไปทะเลโรแมนติกกับฉันเหรอ”
“กลัวห้ามใจไม่อยู่”
เอ ยิ้ม “ดี”

วินจับเอหมุนเต้นรำสวยงาม ก่อนที่จะเดินออกไปจากฟลอร์

เอยืนมองออกไปนอกทะเล สูดอากาศบริสุทธิ์ วินเข้ามายืนข้างหลัง เอหันมา
“นี่ถ้าฉันไม่มีคดีก็คงยังไม่มีโอกาสมาเที่ยวทะเล”
วิน มองหน้าเองงๆ “อย่าบอกนะว่าคุณพอลไม่เคยพาคุณมา”
เอ หันขัวับกลับมามองค้อนวิน
“พอลน่ะพร้อมที่จะพาฉันไปทุกที่ แต่ฉันไม่ได้ไปไหนกับใครง่ายๆ จำไว้”
เอเดินออกไป วิน รีบเดินตาม
เอเดินมาหยุดตรงชายหาเอ พลางใช้เท้าเตะน้ำเล่น พลันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามา
“ไม่ต้องมาง้อหรอก”
เงียบ ไม่มีเสียงตอบ เอหมุนตัวหันไป เจอชายสองคน แต่งตัวเหมือนคนงานต่างชาติ
“ส่งนาฬิกามา”
เอ ถอยหลังตกใจ พวกมันขยับเข้าใกล้ เอถอยหลัง จนไปปะทะเข้ากับอีกร่างหนึ่ง ทางด้านหลัง “คุณวิน”
วินกันเอไปข้างหลัง
“พวกเอ็งจะทำอะไร”
“นาฬิกากับเงิน”
วินรีบควักเงินออกมาจากกระเป๋า แล้วโยนให้ พวกมันคนหนึ่งรีบตะครุบ แต่ยังเดินตามมา “พวกแกไม่รีบไป เดี๋ยวตำรวจมานะเพื่อน”
พวกมันคนหนึ่งกระชากมีด แล้วพรวดเข้ามาจะแทง แต่โดนวินเตะโครมสวนจนมันกระเด็นไป อีกคนหนึ่งพุ่งชนวินโครมล้มไปทั้งคู่ เมื่อลุกขึ้นมาได้ วินชกมันโครมลงไปอีกครั้ง อีกคนพรวดเข้ามาชกถูกวินโครม วินเซออกไป มันปรี่ตามเงื้อหมัดจะซัดต่อ แต่ก็โดนเอ ซัดทรายเข้าเต็มหน้า วินได้จังหวะชกโครม จนมันกระเด็นไป
ก่อนที่จะพากันเผ่นหนี วินตั้งตัวได้ เอรีบพรวดเข้ามา
“คุณ คุณ ปากแตก”

เอขับรถเข้ามาจอดที่ลานของโรงแรม
“คุณคิดจะพาผมเข้าโรงแรมเหรอครับ” วินหันมาถามล้อๆ
“นี่ อย่าฝันหวาน ฉันเห็นคุณโดนชกปากแตกกระทบถึงสมองหรือเปล่าก็ไม่รู้ ขับรถกลับไปตอนนี้ ไม่ปลอดภัย ฉันเองก็เหนื่อย”
“โห แซวนิดเดียวอธิบายซะยาว”

จากนั้นทั้งคู่ก็เดินเข้ามาในห้องพัก ซึ่งเป็นห้องเป็นเตียงคู่ วินนั่งอยู่บนเตียง เอเอาผ้าชุบน้ำแตะเบาๆ ที่มุมปากของวิน
“โอเค แค่เจ่อนิดหน่อย”
วิน แกล้งทำหน้างอ “โห แบบนี้ก็ คิสไม่ได้นะซิครับ”
“สงสัยจะคิสไม่ได้จริงๆ สมน้ำหน้า”
“เอ้อ ลองเทสต์หน่อยได้มั้ยครับ”
เอยิ้ม “แน่ใจเหรอ เจ็บไม่รู้นะ”
วินยิ้มพยักหน้า เอ ยิ้มก้มหน้ามาใกล้ วินยื่นปากหลับตา พลันเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาขัดจังหวะ
วินสะดุ้งลืมตา เอยืนยิ้มอยู่ตรงหน้า
“โห เสียดาย คุณรับโทรศัพท์ไปก่อนนะ”
เอเดินออกไป วินรีบกดรับสาย “ว่าไงเพื่อน”
“พัทยาเหรอเพื่อน” โจตื่นเต้น “นายสองคนนี่ซ่าจริงๆ ขอให้สนุกก็แล้วกัน”
“โอเคเพื่อน”
วินวางสาย หันมา ก็เจอหมอนปลิวเข้ามาโครมที่หน้า วินคว้าไว้
“ฉันง่วง จะนอนแล้ว”
“แล้วคิสล่ะ” วินส่งเสียงอ้อน
“To late, good night”

เอ ทิ้งตัวลงบนเตียง วินอดยิ้มไม่ได้

เอลืมตาขึ้นมาในตอนสาย เพราะได้ยินเสียงเคาะประตู พลางขยับตัวขึ้นพิงหมอน ก็เห็นวินใส่เสื้อคลุม นอนของโรงแรม กำลังเปิดประตูให้พนักงานเข็นรถคันเล็กเข้ามา บนรถมีอาหารเช้าสองชุด พนักงานจัดอาหารไว้ บนโต๊ะ วินส่งทิปให้พนักงาน พนักงานรับแล้วออกไป
“อาหารเช้าตอนสายครับ”
เอยิ้มหวาน “น่ารักจัง ขอบคุณค่ะ”
วินจัดโต๊ะให้เรียบร้อย เอเดินเข้ามาในเสื้อคลุมของโรงแรมเช่นกัน
“ผมมีความรู้สึกเหมือนฮันนีมูนเลย”
เอยิ้ม “เป็นจริงขึ้นมาแล้วจะร้อง”
“แบบว่ายังไม่มีเจ้าสาวน่ะครับ” วินแกล้งทำหน้าเศร้า
“ที่แท้ก็กลัวความรับผิดชอบ”
“กลัวได้เจ้าสาวผิดตัวมากกว่า”
“แล้วคุณคิดว่าผู้หญิงไม่กลัวเหรอ เจ้าบ่าวผิดตัวน่ะ” เอย้อนถาม
“ยอมแพ้ครับ”
เอยิ้ม “เดี๋ยวเราไปเดินเล่นกันก่อน แล้วค่อยกลับโอเคะ ห้ามเซย์ โน”
“เอางี้ คุณบอกผมเลยดีกว่าว่าจะทำอะไรมั่ง”
“ ได้ เบรคฟาสท์เสร็จ ฉันจะอาบน้ำสระผม รำคาญมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว จากนั้นก็ลงไป Lunch เดินเล่น แล้วกลับบ้าน”
วินยิ้ม พร้อมพยักหน้ารับ

วินนั่งดูทีวีอยู่ เป็นรายการข่าว พลันก็ได้ยินเสียงเคาะประตู พร้อมเสียงของพนักงาน
“มาเก็บอาหารเช้าครับ”
วินลุกไปเปิดประตู พนักงานเข้ามาพร้อมรถเล็กเข้ามา
“เชิญเลยครับ”
พนักงานเก็บจานที่โต๊ะ พร้อมๆ กับที่หน้าจอทีวี ปรากฏรูปวินและเอ ที่ถือปืนในผับโจ พร้อมเสียงบรรยาย
“หลังจากยิงตำรวจจนได้รับบาดเจ็บไปหลายนาย ผู้ต้องหากลับมีแฟนคลับฮือฮา ในโชเชียล เน็ตเวิร์ค ขณะนี้มีข่าวว่าปรากฏตัวอยู่ทั่วทุกจังหวัด เป็นฝีมือของแฟนคลับที่พยายามจะช่วยมือปืนคู่รักมหากาฬคู่นี้”
วินรีบเปลี่ยนช่องไปช่องการ์ตูน พนักงานเก็บโต๊ะพลางกวาดสายตามอง พลางเห็นกระเป๋าของเอ พร้อมวิก ที่วางอยู่ พนักงานเก็บโต๊ะเสร็จ เป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูห้องน้ำเปิด เอเดินออกมาในชุดเสื้อคลุมของ โรงแรม เผยให้เห็นใบหน้าและผมในสภาพตัวจริงอย่างชัดเจน
“เรียบร้อยครับ มีอะไรเรียกได้นะครับ”
วินส่งเงินทิปให้ พนักงานรับทิปแล้วเข็นรถเดินออกไป วินปิดประตูแล้วหันมา
“นี่คุณ คราวหลังมีพนักงานเข้ามาช่วยบอกด้วยก็ดีนะ”
“ขอโทษครับ ไม่นึกว่าคุณจะเสร็จพอดีเห็นร้องเพลงลั่นอยู่”
เอค้อน“ ดีที่ฉันไม่โป๊ออกมา”
“โห ยังกะมีผมคนเดียวแล้วคุณจะโป๊ออกมายังงั้นแหละ”
เอ มองหน้าวิน แล้วพูดล้อๆ
“ใครจะไปรู้ ฉันอาจจะตั้งใจเผลอก็ได้”
“งั้นคราวหน้าตอนคุณอาบน้ำ ผมจะไม่ให้ใครเข้ามาเด็ดขาด รอดูคุณโป๊อย่างเดียวเลย”
“อยากดูเหรอ ได้”
เอ แกล้งถอดเสื้อคลุมออกพรวด วินรีบเอามือสองข้างปิดตาอย่างรวดเร็ว

จากนั้นทั้งคู่ก็เดินเลียบตามชายหาด พลางคุยกันมาตามทาง“พรุ่งนี้เราควรจะโทรไปหาคุณพ่อฉัน ป่านนี้คงได้ตุ้มหูอาบโลหิตเรียบร้อยแล้ว”
“กรรมจะต้องตามสนองทันตา”
เอ แกล้งพยักหน้า “อืมจริงด้วย ไม่ยังงั้นฉันจะเจอคุณเหรอ”
“อ้าว” วินหน้าเหวอ

“ล้อเล่นน่า ไปทางโน้นดีกว่า มีเจทสกีด้วย”

รถหรูของนายประสิทธิ์วิ่งเข้ามาในบ้าน ก่อนที่จะจอดตรงด้านหน้าตัวอาคาร คนขับรถออกมา เปิดประตู นายประสิทธิ์ลงจากรถ แล้วเดินตรงเข้าไปยังห้องรับแขก ซินดี้เดินออกมาจากด้านใน ถือแก้วน้ำ
ผลไม้ติดมือมาด้วย พลางซอยเท้าเดินมาถึงโต๊ะกลาง วางแก้วน้ำลง แล้วเดินมาหานายประสิทธิ์
“ดีจังป๋ากลับบ้านเร็ว”
“อืม รู้สึกไม่ค่อยสบายนิดหน่อย”
ซินดี้ควงแขนนายประสิทธิ์มานั่งลงที่โซฟา ยกแก้วน้ำผลไม้ให้ นายประสิทธิ์ดื่ม
“วันนี้มีของส่งมาถึงป๋าค่ะ”
“อืมแปลก ปกติจะส่งไปที่ทำงาน”
“ซินดี้เอามาให้ป๋าดูนะคะ”
ซินดี้พูดเอาใจ ก่อนที่จะลุกพรวดไป นายประสิทธิ์ขยับเนคไทด์ให้หลวม ซินดี้ลากเท้ายิกๆเข้ามานั่งพลางส่งกล่อง พร้อมจดหมายให้
“มีจดหมายติดมาด้วย”
นายประสิทธิรับจดหมาย แต่วางไว้ข้างๆ พร้อมแกะกล่องออก เห็นตุ้มหูของเอ ที่มีเลือดปลอมติดอยู่ นายประสิทธิ์ถึงกับหน้าซีด จนกล่องหลุดจากมือตกที่พื้น
“ยัยเอ”

ที่บริเวณชายหาดของโรงแรม พิงค์ บิว วุ้น กำลังนอนอาบแดดอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบ พิงค์ขยับตัวขึ้นมา พลางเดินไปหาโม ที่ยืนอยู่ตรงหาด เอามือป้องดูเจทสกีอย่างตั้งใจ
“อยากจะเล่นเจทสกีหรือไงโม”
“ฉันว่าฉันเห็นยัยเอนะ”
“ไหน”
“ซ้อนหลังเจทสกีคันนั้นไง”
โมชี้มือไปที่สกีที่แล่นฉิวอยู่กลางทะเล พิงค์ส่ายหน้า
“แกจะบ้าเหรอ ยัยเอหนีคดีอยู่ จะมาเจ๋อหน้าเล่นเจทสกีอยู่แถวนี้ได้ยังไง”
พิงค์บ่นแล้วเดินกลับ โมมองอึดใจ แล้วก็เดินกลับตามพิงค์ไป

ในขณะที่วินกับเอ ผลัดกันบิดเจทสกีวิ่งวนไปมาอย่างสนุกสนาน
จบตอนที่ 7 
กำลังโหลดความคิดเห็น...