xs
sm
md
lg

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 22

เผยแพร่:

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 22

ในห้องเปียโน...แพรวพรรณรายกับพริ้มเพราโอบกอดพราวพิลาสไว้

“ฟังพี่บอกเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับคุณศีล แล้วอภัยให้เขานะคะ คุณพราว” พริ้มเพราขอร้อง

“ใครอยากอภัยให้คนซื่อจนเซ่อขนาดนั้น” แพรวพรรณรายแทรกขึ้น

“พราวไม่มีสิทธิ์ให้หรือไม่ให้อภัยเขาหรอกค่ะ มันคือสิทธิ์ของเขาที่จะทำอย่างไรก็ได้”

“คุณศีลตกหลุมพราวของยัยเมขลา เพราะฉะนั้นเราต้องไม่อภัยให้ยัยนั่น แพรวเองค่ะ มันพักที่ไหน แพรวจะไปด่ามันให้อับอายขายหน้า”

พราวพิลาสรีบห้าม

“อย่านะคะคุณแพรว คนที่จะต้องอับอายขายหน้าเสียเองจะกลายเป็นพราวค่ะเขาเป็นสามีภรรยากันแล้ว”

พริ้มเพราเห็นด้วย

“จริงของคุณพราว คุณแพรวอย่าไปด่าว่าเขา เราไม่อาจแก้ไขสิ่งที่เกิดไปแล้วนั่นได้ แต่เรามาช่วยดูแลจิตใจคุณพราวกันเถิด คุณพราวขา คุณศีลไม่ได้หลอกลวงคุณพราว แต่เขาพลาดไปอย่างมหันต์ เมขลาก็เช่นกันโกรธแค้นชิงชังกันไป ก็ไม่ได้ทำให้มีสิ่งใดดีขึ้นมาพยายามทำใจให้สงบนิ่งเข้าไว้นะคะ”

“ตามคุณพริ้มกับหมออุดรไปบวชชีที่สกลนครดีไหมคะ แหม แพรวอยากตบหน้านังเมขลา เห็นความร้ายกาจของมันมาตั้งแต่เด็ก ไม่นึกว่ามันจะกล้าทำร้ายครอบครัวเราจนได้”

พริ้มเพราถอนใจ

“กิเลสทำให้คนทำได้ทุกอย่าง แม้ว่าจะผิด ถ้าจะโทษใครว่าผิดโทษพี่เถิดเพราะพี่ผิดทั้งหมด เมขลาโกหกพี่ว่าคุณศีลลวนลาม”

“ที่แท้มันลวนลามเขาเสียเอง หน้าด้านที่สุด” แพรวพรรณรายพูดอย่างเกลียด

“พราวไม่โทษใครหรอกค่ะ มันคือโชคชะตาของพราวเอง โชคชะตาที่ถูกลิขิตไว้แล้วให้พบเจอกับสิ่งที่เกิดขึ้น มันคือการทดสอบ ชีวิตของพราว พราวจะยืดหยัดสู้กับหัวใจตัวเองไม่ให้หมกหมุ่นเสียหายไปมากกว่านี้ค่ะ พราวมีทุกคนเป็นกำลังใจ ขอบคุณพี่ๆมากค่ะ”

พริ้มเพรากับแพรวพรรณรายมองหน้ากัน สองคนหอมแก้มน้อง พราวพิลาสจับมือพี่สาวทั้งสอง แล้วพยักหน้ายิ้มให้เศร้าๆ

“คุณพราวเก่งมาก”

คุณหญิงสะบันงาถือพินัยกรรมในมือ มีคุณหญิงศรีนั่งข้างๆ พระประสารนั่งตรงกันข้าม

“ท่านเอกอัครราชทูตอังกฤษ ให้กระผมนำเอกสารจากประเทศอังกฤษมาให้ขอรับ”

พระประสารพูดไป ตาก็จ้องหน้าคุณหญิงสะบันงาไม่วางตา

“จากอังกฤษหรือคะ” คุณหญิงสะบันงาแปลกใจ

คุณหญิงศรีมองคุณพระประสาร

“ขอบใจมากนะคะคุณพระ ที่นำเอกสารมาให้ด้วยตนเองทั้งที่สามารถให้ใครนำมาก็ได้”

“กระผมยินดีและเต็มใจรับใช้ขอรับ”

คุณหญิงศรีสวนทันที

“ขอบใจเช่นกันค่ะ แต่คุณหญิงเธอคงไม่อยากรบกวนคุณพระให้มารับใช้หรอกนะคะ เพราะที่นี่เรามีคนคอยรับใช้เธอล้นบ้านแล้วค่ะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ เออ...คุณหญิงเธอคงอยากทราบว่ามีข้อความใดในซองนี้ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับท่านเจ้าคุณนะคะ”

พระประสารรู้ว่าไล่ทางอ้อม

“ครับ ขอบพระคุณครับ ผมกราบลาครับ”

พระประสารถอยไป ออกไปจากห้อง คุณหญิงศรีหันมาส่ายหน้า

“อีตาคุณพระบ้านั่นมันจีบเธอ รู้ตัวไหมคุณหญิงสะบันงา ฉันเลยตัดบทให้ เสียเลย บ้าแท้ๆ”

“ขอบคุณมากค่ะ คุณพี่”

“ไปอ่านกันว่านั่นเอกสารอะไร”

สองคนพากันไป

พินัยกรรมวางแบบนโต๊ะ คุณหญิงศรีกับคุณหญิงสะบันงามองหน้ากัน

“เลดี้ แอนน์ มารี เสียชีวิตแล้ว” คุณหญิงสะบันงาอึ้งๆ

“เธอไม่รู้ว่าคุณเจ้าคุณตายไปก่อนเธอตั้งนาน”

“เลดี้ ท่านยกไร่ชาที่ดาจีลิ่งให้ท่านเจ้าคุณ หรือทายาทของท่าน”

“สมบัติใหญ่มหาศาล ไกลแท้ๆ”

“แล้วเราจะมีปัญญารับหรือคะคุณพี่”

“ต้องมี ต้องรับ นั่นมันสมบัติมหาศาลใหญ่โต ชาที่นั่นหอมวิเศษที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง บรรยากาศที่นั่นก็งดงาม ผู้ดีอังกฤษชอบไปกินชากันที่นั่น เจ้าคุณเขาก็ผู้ดีอังกฤษนี่นา เธอกับลูกก็ตระกูลผู้ดีอังกฤษ ทันสมัยไปกับเขามีไร่ชาดาจิลิ่ง”

“คุณพี่เย้าฉันอีกแล้ว ไม่ไหวละคะ ไม่มีใครไปรับหรอกค่ะ มันไกลมาก”

แพรวพรรณรายเข้ามายืนยิ้มตรงหน้าสองคน

“แพรวค่ะ แพรวไปเองค่ะ ไม่ต้องส่งแพรวงไปลอนดอน แต่ส่งแพรวไปรับมรดก คุณอา เลดี้ แอนน์ มารี ไม่ต้องเสียเงิน แต่ได้เงินค่ะ”

สองคนมองหน้ากัน

“เธอมาแอบฟังผู้ใหญ่พูดกัน เสียมารยาท” คุณหญิงสะบันงาดุ

คุณหญิงศรีเห็นด้วยกับแพรวพรรณราย

“แต่ที่ยัยแพรวพูดนั่นมันก็เข้าท่าเข้าที ดีออกจะตายไปนะคุณหญิงสะบันงา”

“ไชโย” แพรวพรรณรายดีใจ

“คุณพี่”

แพรวพรรณรายผวามากอดกราบคุณหญิงศรี แล้วโผไปกอดคุณหญิงสะบันงา

“เชื่อแพรวเถิดค่ะ แพรวจะไปจัดการไร่ชาดาจิลิ่งให้ครอบครัวเรา ถ้าแพรวทำไม่ได้เราก็ขายสิคะ”

“เด็กนี่พูดถูกอีกแล้ว” คุณหญิงศรีเห็นด้วยอีก

“ไชโย” แพรวพรรณรายดีใจมาก

“คุณพี่...” คุณหญิงสะบันงาจะแย้ง

คุณหญิงศรีพยักหน้าให้คุณหญิงสะบันงา แพรวพรรณรายโผมาหอมแก้มคุณหญิงศรี

ศีลมากับเมขลานั่งอยู่ตรงหน้า คุณหญิงสะบันงาที่กำลังระงับความขมขื่น ยิ้มให้สองคนที่ก้มลงกราบตรงหน้า เมขลายิ้มแป้น ศีลทำหน้าสงบ แต่ก็ฉายแววตาขมขื่นทุกข์ร้อน

“กระผมมากราบขออนุญาตแต่งงาน ขอรับ”

“เมขลาก็มากราบขอความกรุณา หาฤกษ์แต่งงานให้เราค่ะ”

“ไม่ใช่เพียงแค่นั้นหรอกนะศีล นายแม่จะเป็นเจ้าภาพงานแต่งให้ศีลด้วยและจะขอมอบของขวัญเป็นหุ้นส่วนของห้างจำนวนหนึ่งตามคำสั่งของท่านเจ้าคุณให้มอบให้ศีลวันแต่งงาน”

“ต๊าย ขอบพระคุณมากค่ะ” เมขลาดีใจ

“เออ...แต่กระผมไม่สมควรได้รับขอรับ” ศีลแทรกขึ้น

“เอ๊ะ” เมขลาชะงัก

“ฉันจะหาฤกษ์และจัดการทุกอย่างให้ ทั้งสองคนไปจัดการตัวเองที่เป็นเรื่องส่วนตัวเถิดนะ”

“ขอบพระคุณขอรับ”

“ขอบพระคุณมากค่ะ เออ...หนูอยากพบพริ้มเพราค่ะ เขารับปากจะเป็นเพื่อนเจ้าสาวค่ะ”

“เธออยู่ที่ห้องพระ จะให้คนไปตามมาให้”

ขณะนั้นมีสียงเปียโนดังเศร้ามากขึ้นมา ขัดจังหวะการพูดคุยทุกคนนิ่งไป เมขลาหัวเราะ

“เสียงเปียโนนั่นเศร้าจังเลยนะคะ”

คุณหญิงสะบันงามองเมขลา

“เสียงที่เศร้าโศก ย่อมมีโทษน้อยกว่าเสียงที่ขุ่นเคืองเพราะโกรธแค้นจ้ะ เมขลา ขอตัวก่อน”

“กระผมขอกราบอนุญาตพบคุณพราวขอรับ” ศีลรีบเอ่ยปากทันที

เมขลาหันขวับ คุณหญิงสะบันงามองศีล

“ตามลำพังใช่ไหม”

“ขอรับ”

เมขลาอยากจะกรีดร้อง ได้แต่ปรายตามองศีล ทีส่งสายตาวิงวอนขอร้องไปยังคุณหญิงสะบันงา เมขลาครุ่นคิดในใจ

“มันเปิดโอกาสให้ลูกสาว แต่กีดกันเรา”

อ่านต่อพรุ่งนี้ เวลา 09.30น.



กำลังโหลดความคิดเห็น...