xs
sm
md
lg

มายาสีมุก ตอนที่ 3

เผยแพร่:

มายาสีมุก ตอนที่ 3

เช้าวันรุ่งขึ้น นุชนารถนั่งทำแผลปิดผ้าก็อตที่จมูกให้คีรินทร์ที่มีสีหน้าเจ็บปวด ทุกคนมองอย่างแปลกใจ คีรินทร์คอยจะเอามือห้ามนุชนารถ

“โอ๊ยๆๆ เบาๆ หน่อยสินุช มันเจ็บ”
คีรินทร์ซู๊ดปาก นุชนารถหมั่นไส้อยู่ในทีแล้วเลยหนักมือขึ้นอีก
“เจ่อขนาดนี้ เบายังไงก็ต้องมีเจ็บมั่งล่ะค่ะ นุชจะพยายามดูแลให้ดีที่สุดคะ ไม่ปล่อยให้บาดทะยักกินหรอก”
นุชนารถค้อนไข่มุก ไข่มุกกลั้นหัวเราะสะใจ
“หนูนาก็ช่วยด้วย หมดหล่อเลยพี่ชายเรา น่าสงสารจัง” รัตนาทำหน้าเศร้า
“พึ่งแต่งงานไม่ทันไร เจ็บไม่ได้หยุด เดี๋ยวเป็นโน่นเดี๋ยวโดนนี่ ชักลางไม่ดีแล้ว แม่ล่ะเป็นห่วงรินทร์จริงๆ เจ็บไหมลูก ดั้งหักละหมดกัน” มณีหันไปต่อว่าไข่มุก “เธอมัวทำไร ถึงปล่อยให้ผัวหัวฟาดเตียงแบบนี้ หรือเอาแต่หลับ”
ไข่มุกหน้าจ๋อย
“ไม่ได้หลับหรอกคะ คือว่า...คุณรินทร์เขาจะ...”
“หยุดเลยนะไม่ต้องเล่า”
คีรินทร์รีบยกมือห้าม แล้วคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนนี้
คีรินทร์พยายามจะปล้ำไข่มุกขณะที่ไข่มุกกึ่งนั่งนอนอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าหวาดกลัว
“มาให้ปล้ำซะดีๆ”
คีรินทร์อ้าแขนกว้าง ทำท่าจะเอาจริงไข่มุกหน้าตื่นกลัว เอาหมอนโยนใส่ คีรินทร์ปัดออก ไข่มุกยกมือกันไว้
“อย่าเข้ามา ชั้นเตือนแล้วนะคุณ”
คีรินทร์ยิ้มกริ่ม มือสองข้างก็จับไข่มุก
“อืม แบบนี้ชอบ มีขัดขืนหน่อยๆ เร้าใจ”
คีรินทร์คลานเข่าบนเตียงเข้ามา ไข่มุกก็กลัวเบือนหน้าหนี สองคนยักแย่ยักยันหลบซ้ายขวากันไปมา
“ไม่เอา ไม่เล่นแล้วนะ”
“ก็ใครว่าเล่น เอาจริง” คีรินทร์โถมเข้าสุดตัวหมายจะเผด็จศึก ไข่มุกสอดขาที่หว่างขาคีรินทร์แล้วยกตัวคีรินทร์ลอยข้ามตัวเองไปข้างหน้า แล้วพลิกหลบไปยืนข้างเตียงอย่างไว “เฮ้ย”
จมูกและหน้าคีรินทร์ฟาดกับหัวเตียงเต็มแรง จนผงะ นอนเห็นดาว หมดอารมณ์ ไข่มุกตกใจ ยกมือไหว้ที่อก“อุ้ย...โทษคะ ไม่ได้ตั้งใจ”

ไข่มุกนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน เอามือปิดปากหัวเราะ พอคีรินทร์มองมาก็ทำเฉย ลอยหน้าลอยตา คีรินทร์ถลึงตา หงุดหงิด อารมณ์เสียอย่างพาล คีรินทร์ลุกขึ้น มือก็จับจมูกที่เจ็บ
“อุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะครับแม่ ไม่เป็นไรมากหรอก” คีรินทร์ดึงแขนไข่มุก “ไป...ไปกับชั้นซะดีๆ”
“ไปไหนคะ” ไข่มุกทำหน้างง
“ไป ธุระกันหน่อย”
“วันนี้นอนพักก่อนไม่ดีหรอคะ เดี๋ยวแผลระบม”
“ไปได้ ไม่ต้องห่วง”
ไข่มุกอึ้งในเหตุผลรินทร์
“ไปด้วย หนูนาอยากไปเที่ยว”
คีรินทร์อึกอักส่ายหน้าหยิก
“อย่าเลย พี่ต้องไปหลายแห่ง อาจจะแวะโรงพยาบาลด้วย ให้หมอเอ็กซ์เรย์ กระดูกหักป่าวไม่รู้”
คีรินทร์จูงไข่มุกออกจากห้อง นุชนารถมองอย่างหึง รัตนาทำหน้าเซ็ง มณีมองสองคนเดินออกไป
“ดู๊ ดู นายรินทร์เรา ทำตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ วันนี้ก็เกงานอีก ชั้นล่ะไม่อยากจะพูด สงสัยมีเมียแล้วจะเสียคน”
เขมทัตสำทับ
“อย่างกับเมื่อก่อนมันขยันนักนี่ อยู่กับสาวๆ มากกว่าอยู่กับงาน หวังว่ามันมีเมียแล้วจะรับผิดชอบขึ้นบ้าง แต่ท่าจะเหลว”
มณีทำหน้าเอื้อม เขมทัตก็ส่ายหน้าหน่ายกับคีรินทร์ นุชนารถก็แสนจะหมั่นไส้คีรินทร์เหมือนกัน

คีรินทร์นั่งมองไข่มุกที่นั่งคนขับ พอสตาร์ทรถ ไข่มุกก็คลำๆ ด้านซ้ายติดพวงมาลัย ก้มๆ เงยๆ คีรินทร์งง
“หาอะไร”
“หาเกียร์ อยู่ไหนหว่า”
คีรินทร์ชี้ที่เกียร์ข้างลำตัว
“นี่ไง ยังจะแกล้งทำลูกเล่นอีกหรอ”
ไข่มุกยิ้มแห้งๆ จับที่เกียร์ออโต้
“ออโต้ด้วย แบบนี้ง่ายเลย อยากขับมานานแระ”
ไข่มุกออกรถ ขับรถมองหลังซ้ายขวาอย่างคล่องแคล้ว เข้าเกียร์ เลี้ยวรถอย่างชำนาญ คีรินทร์มองอย่างพอใจ
“ขับรถเก่งใช้ได้ สมัยอยู่อเมริกาขับบ่อยสิ”
ไข่มุกอมยิ้ม
“แล้วแต่วินเขาจะเรียก”
“วิน วินไหน อ้อ วินนี่ เพื่อนฝรั่ง แฟนเก่าล่ะสิ”
ไข่มุกหันพยักหน้าน้อยๆ แล้วยิ้ม นึกถึงอดีต

ในอดีตที่วินรถสองแถว รถสองแถวในสภาพเยินมากจอดรอผู้โดยสาร ไข่มุกยืนเรียกผู้โดยสารอยู่ท้ายรถ
“ขึ้นเลยพี่ ขึ้นเลย ด้านในขยับนิด นั่งชิดกันอีกหน่อยนะจ๊ะน้ำมันแพงอัดๆ กันหน่อยนะจ๊ะ แถวโน่นด้วยจร้า”
หัวหน้าวินสองแถวเดินมาตะโกน
“ไอ้มุก วันนี้ลุงแหนมแก่ป่วย เอ็งขับแทนทั้งวันแล้วกันนะ เดี๋ยวข้าให้เพิ่ม ออกไปเลยแล้วกันเดี๋ยวไม่ทันคิว”
ไข่มุกยิ้มกริ่มอย่างดีใจ
“สบายอยู่แล้วลูกพี่ งั้นหนูไปนะคะ”

ไข่มุกขึ้นนั่งที่คนขับ พอสตาร์ทรถก็เข้าเกียร์มือด้านซ้ายข้างพวงมาลัยอย่างคล่องแคล้ว ผิวปาก ออกรถเอี๊ยด...ยกล้อ
คีรินทร์ให้ไข่มุกขับรถมาที่คอนโด คีรินทร์เปิดประตูเข้ามาในคอนโด ไข่มุกยืนลังเลหยุดหน้าประตูไม่ยอมเข้าจนคีรินทร์ต้องดึงมือเข้ามา

“เข้ามาเถอะ คอนโดชั้นเอง น่าอยู่มากนะ อยากให้ภรรยาเห็น”
คีรินทร์ยิ้มหล่อ ไข่มุกเดินเข้ามาอย่างระวังตัวหน่อยๆ คีรินทร์เดินไปเปิดเพลงแจ๊สเซ็กซี่ กดรีโมทเปิดแอร์ ทำท่าร้อน
“กว่าจะเย็นคงอีกสักพัก อืม...ร้อนเนอะ”
คีรินทร์ถอดเสื้อออกเห็นกล้ามเป็นมัดๆ มือก็พัดไปมาว่าร้อน ไข่มุกเห็นก็ตาค้าง กลืนน้ำลาย แล้วก็หันหลังขวับ ปิดตา
“เฮ้ย ถอดอะไรตรงนี้ ไปทำให้ห้องน้ำสิ ร้อนก็อาบน้ำซะ”
คีรินทร์ยิ้ม เดินเปลือยท่อนบนไปกอดด้านหลังไข่มุกอย่างนุ่มนวล ไข่มุกห่อไหล่ขนลุก กลัวๆ กล้าๆ แกะมือคีรินทร์แต่ก็ไม่ออก
“ไหนว่าอยากให้ชั้นเห็นคอนโด ก็เห็นแล้วไง กลับเถอะ”
“แถมให้ดูกล้ามด้วย” คีรินทร์พูดยั่วยวนชี้ให้ดู “ตรงนี้ ซิกแพ็กนะ จับสิ ชั้นไม่ว่าหรอก แข็งปั๋งเลย”
ไข่มุกที่หันหลัง ค่อยๆ เอามือปิดตาลง เหย่หน้ารี่ตาข้างเดียวมองมัดกล้ามคีรินทร์แว๊บหนึ่ง แล้วรีบหันกลับมาปิดตาต่อ
“ยื้ย...เห็นแล้ว ใส่เสื้อเถอะ ไหนว่าให้ชั้นพาเที่ยว”
“ก็เที่ยวสวรรค์ไง จะได้หายเครียด เพลินๆ กันนิดนึง” คีรินทร์กระซิบอย่างอ่อนหวาน ไข่มุกกระทุ้งข้อศอกให้ คีรินทร์จุก
“ไม่เอา ชั้น ชั้นมีประจำเดือนคะ”
คีรินทร์ทำท่ารู้ทัน
“แหม หามุขเนียนกว่านี้หน่อยสิ มุขนี้ผู้หญิงที่ไหนเขาก็ใช้กันถ้าเป็นเมนจริง” คีรินทร์ชี้ที่กางเกง “ถอดสิ ชั้นดูหน่อย”
ไข่มุกตาค้างชักโมโห
“บ้าแล้ว คุณนี่เสียมารยาทจริง ใครเขาจะถอดให้ดู”
คีรินทร์เจอแบบนี้ก็หงุดหงิด หมดอารมณ์
“นี่ชั้นอุตส่าห์เอาใจ พามาบรรยากาศดีๆ ก็ไม่ชอบ อะไรก็ไม่เอาคนแต่งงานกันแล้ว มีไรกันมันก็เรื่องธรรมดา ชั้นไม่เคยเจอใครเรื่องมากอย่างเธอ เล่นตัวมากไปแล้ว ชักเซ็ง เข้าใจมั้ย”
“ก็ชั้น...ยังไม่พร้อมนิ ปุ๊บปั๊บให้มีไรกันได้ไง ถึงแต่งงานแล้วก็เถอะ”
คีรินทร์ทำท่านึกรู้ พยักหน้า
“หาข้ออ้างสารพัด ชั้นว่าเธอมีคนอื่นมากกว่า”
ไขมุกอึ้ง ส่ายหน้า
“ชั้นจะไปมีใคร วันๆ ตำแต่ส้ม...เอ้ยทำแต่งาน เอาเวลาที่ไหนไปหาแฟน”
“เขาเป็นใคร บอกมาเถอะ เพื่อนสมัยเรียนหรือหนุ่มที่รู้จักกันตามผับคบกันมานานแล้วละสิ”
“ไปกันใหญ่แล้ว ชั้นว่าไม่มีก็ไม่มีจริงๆ”
คีรินทร์เซ็งปนสงสัย
“เห็นเธอติ๋มๆ แบบนี้ ร้ายไม่ใช่เล่น ยอมรับว่าดูเธอไม่ออกจริงๆ”

คีรินทร์ขับรถออกจากคอนโดด้วยสีหน้าหงุดหงิด มือก็คลำที่แผลจมูกเจ็บและคอยหันมองไข่มุกที่ค่อยใจชื้นขึ้น หลังออกจากคอนโดได้
“เดี๋ยวชั้นพาไปเที่ยว กินส้มตำไหมละ”
คีรินทร์ส่ายหน้าบึ้ง
“ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่องลูกไก่ ผมคิดมานานแล้ว คุณดูมีพิรุธไงไม่รู้ ต้องมีใครสักคนแน่ เป็นเมียเขามานานยังละ คบกันตั้งแต่อยู่อเมริกาสิ” ไข่มุกขมวดคิ้ว กอดอก เริ่มโกรธนั่งเงียบ “นึกว่าจะแฟร์ๆ เล่าให้ฟัง แต่คุณก็มีความลับ แล้วต่อไปเราจะอยู่ด้วยกันได้ไง แค่เริ่มต้นก็ไม่เปิดใจกันแล้ว ว่ามาเถอะ”
“คุณจะคิดไปคนเดียวก็ตามใจ แต่ชั้นไม่มีใครแน่”
คีรินทร์จอดรถกระทันหัน จนไข่มุกแทบหัวคะมำ คีรินทร์เอื้อมมือไปเปิดประตูข้างไข่มุกอย่างโมโห แล้วผลักเธอให้ลงจากรถ
“ผมไม่ชอบคนมีความลับ ถ้าอยากโกหก ไปโกหกกับคนอื่น”
ไข่มุกเซลงจากรถหน้าเสีย คีรินทร์ขับรถออกไป ไข่มุกได้แต่มองตามอย่างอึ้ง

ไข่มุกเดินไปตามถนนน้ำตาคลอ เดินไปก็เอาแขนเสื้อเช็ดน้ำตาไป
“ทำไมชั้นต้องมาเจอคนเฮงซวยแบบนี้ด้วย เอาแต่ใจตัวเอง ไม่เคยเห็นใจ นึกสงสารเลย”
จิ๊กโก๋ซ้อนมอเตอร์ไซด์กันมาสองคน ทั้งคู่ไม่ได้ใส่หมวกกันน็อกแต่ถือติดมือมาด้วย จิ๊กโก๋ยิ้มกวนแล้วหยุดรถขวางไข่มุก วางหมวกกันน็อกไว้บนรถ เดินยียวนมาหา
“ใครทำให้ร้องไห้จ๊ะน้องสาว ไปกับพี่ดีกว่า เดี๋ยวพี่ปลอบให้หายเศร้า”
“ขนาดร้องไห้ยังน่ารักเลยวะ ถ้าร้องแบบอื่นจะขนาดไหน”
ไข่มุกหันไปเห็นก็รีบเดินหนีอย่างกลัว จิ๊กโก๋เดินดักหน้าดักหลัง ยิ้มอย่างยียวน
“งานเข้าอีกแล้วไอ้มุกเอ้ย ความซวยเมื่อไรจะไปเยือนคนอื่นบ้าง”
จิ๊กโก๋จับต้นแขนไข่มุก
“อุ้ย เนื้อนิ๊ม นิ่ม น่าเอาไปชุบแป้งทอด”
“ปล่อยชั้นนะ” ไข่มุกสะบัดแขน จิ๊กโก๋วิ่งจะเข้ามาลาก ไข่มุกวิ่งวนไปวนมาหลบหลังมอเตอร์ไซด์ จิ๊กโก๋ก็ตามประชิด “เฮ้ย...บอกให้ออกไป ไม่งั้นมอไซด์พังนะ”
จิ๊กโก๋หน้าตื่น
“อย่านะโว๊ย รถลูกพี่”
จิ๊กโก๋คว้ามือไปรวบตัว ไข่มุกนั่งหลบอย่างไว อีกคนจะดึงตัวขึ้น ไข่มุกกวาดเตาะขาจนล้ม ลุกยืนแล้วผลักมอเตอร์ไซด์ล้มลง จิ๊กโก๋สองคนรีบเข้าไปดูรถ จิ๊กโก๋ลูบคลำรอยถลอกแทบร้องไห้
“เฮ้ย ตายชัก โดนลูกพี่ตื้บแน่ตู”
ไข่มุกเห็นจิ๊กโก๋เผลอ ใช้ความคล่องตัวแบบวิชาตัวเบารีบฉวยหมวกกันน็อกที่หล่นพื้น เคาะโป๊กที่หัวคนละทีอย่างมึน แล้วสวมหมวกกันน็อกกลับด้านใส่หัวทั้งสองคน จิ๊กโก๋สองคนเซไปเซมา ไข่มุกได้จังหวะเอาเชือกรัดหมวกกันน็อกผูกติดกันไว้ทั้งสองใบ จิ๊กโก๋ยื้อกันไปยื้อกันมา ถอดไม่ออก ไข่มุกรีบถอยห่างอย่างตื่นกลัวไม่หาย
“คราวหน้าขี่มอไซด์ใส่หมวกกันน็อกด้วย”

ไข่มุกรีบวิ่งหนี จิ๊กโก๋ถอดหมวกได้ แต่ก็มึนหัวตาลาย วิ่งตามไม่ไหว
ที่บ้านชลลดา พิพัฒน์เดินย่องกลับเข้ามาในบ้าน ภัททิมาออกมาจากมุม แว้ดใส่

“หายไปไหนมา ทำเป็นย่อง นึกว่าจะพ้นชั้นเหรอ”
พิพัฒน์สะดุ้งตกใจ
“ไปนอนบ้านเพื่อน ทำไมต้องทำหน้าเหี้ยมด้วย จะฆ่าเขารึไง” ภัททิมาชะงัก “ไม่ต้องมาสะดุ้ง พูดจี้ใจดำดิ”
“จี้อะไร ไม่รู้เรื่อง”
พิพัฒน์นิ่งไป พูดอย่างกลัว
“ลูกไก่ เขาได้ยินนะที่แม่พูดกับตัว คิดจะฆ่าเขาจริงๆ เหรอ” ภัททิมายิ้มขำ
“บ้าน่า แม่เขาคงอารมณ์ค้างอยู่ เลยพูดเอามันส์ คนทั้งคนจะฆ่าได้ไงยะ”
พิพัฒน์มองหน้าภัททิมาแล้วทำอ้อนกอด
“เขารักตัวเองนะ ตัวยังรักเขาป่าว”
ภัททิมาอึ้ง เพราะหมดรักพิพัฒน์แล้ว

ชลลดาเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าใบเล็กไปปากก็ว่าภัททิมาไปอย่างขัดใจ
“ใจอ่อนแบบนี้ มันถึงเกาะได้เกาะดี”
“แม่เก็บของจะไปไหน”
“ไปชายแดนสักสองวัน”
“ไปบ่อน”
ชลลดาเก็บเสื้อผ้าต่อไม่ปฎิเสธ
“มีเงินแล้วก็ต้องหาวิธีให้มันงอกเงย” ภัททิมาแบมือ
“วันก่อนไปเห็นกระเป๋ามาใหม่ ส๊วย สวย ค่าส่วนแบ่งที่ยอมให้นังไข่มุกเอาชื่อลูกไก่ไปหากิน”
ชลลดามองอย่างเสียไม่ได้
“กับแม่ทำรู้มาก ไว้จะโอนให้สักห้าหมื่นละกัน นี่ถ้าเป็นเมียนายคีรินทร์ คงไม่ต้องมาขอแม่แบบนี้ มีหวังผัว
ให้ใช้เดือนละสามสี่แสน เมื่อไหร่จะคิดได้สักทีฮึ”
ภัททิมานิ่งคิดอย่างงกและอยากได้

ที่คลาสเต้นรำ ทุกคนกำลังหัดท่าตามครูสอน มณีทำเป็นเต้นคล่องแต่ผิดจังหวะ ไข่มุกก็ยังเต้นผิดๆ ถูกๆ มณีหันมองแล้วพูดทับถม
“มาตั้งสองสามหนแล้ว เต้นให้คล่องอย่างชั้นสิยะยัยลูกไก่ เสียดายเงินแย่”
“ได้คะ หนูจะพยายาม”
ไข่มุกทำหน้าเซ็งๆ บิดก้น กางมือออกตามท่าเต้นมณี แต่ไม่ค่อยได้เรื่อง คนร้ายที่เต้นอยู่ด้วยมองมาทางไข่มุกอย่างหมายมาด
“เอาละวันนี้ เราจะหัดเต้นคู่นะใครอยู่ใกล้ใครลองจับคู่กันเองครับ”
มณีมองซ้ายมองขวาหาคู่เต้น
“ใครดีน๊า” ชายแก่สะกิดที่ไหล่มณี ยิ้มเห็นฟันหลอ มณีหันไปเจอแทบสลบ ตั้งท่าใส่ เดินหนี “อ๊าย แก่จะตาย ไม่เต้นด้วยหรอก เต้นไปหัวใจวายขึ้นมา ชั้นได้ซวยสิ” มณีมองไปมองมาเห็นคนร้ายก็ว่าท่าจะเต้นเก่ง คนร้ายจะเดินไปทางไข่มุก มณีเอาตัวเข้าขวางไว้ยิ้มอย่างหวาน “เดี๋ยวสิคุณ นั่นน่ะเด็กเพิ่งหัด เต้นด้วยเบื่อแย่ เต้นกับชั้นดีกว่า คล่องกว่ากันเยอะ”
คนร้ายจะหันกลับก็ไม่ทัน ถูกมณีลากละล้าละลัง เพลงขึ้น ห่างออกไปชายแก่เดินสวนมองมณีค้อนๆ ไปเต้นกับไข่มุก
คนร้ายและมณียืนคู่กัน พอคนร้ายยกแขนขึ้น มณีชะงักเพราะเหม็นเต่าคนร้ายอย่างแรง มณีหลับตาจะเป็นลม
“สนุกมั้ยป้า”
มณีอ้าปากค้าง บ่นแทบไม่ออก
“สนุกบ้าอะไร นายเต่าเน่า แถมปากเหม็นอีก ตายแน่ชั้น” มณีเดินไปแย่งคนแก่ที่เต้นคู่ไข่มุก “เธอไปเต้นกับคนโน่นไป ชั้นจะหัดให้ปู่เอง”
ไข่มุกงง เกาหัวยิก คนร้ายจ้องมองไข่มุกอย่างหมายมาดแล้วเดินตรงเข้ามา แต่เพลงจบพอดี คนร้ายเลยต้องเดินเลี่ยงไป
ครูกำลังสอนเต้น เห็นไข่มุกจับคู่กับคนร้าย มณีจับคู่กับคนแก่ นักเรียนอื่นก็ยืนคู่กัน ครูเต้นให้ดูกับคู่เต้น
“เปลี่ยนเป็นจังหวะ ชะ ชะ ช่านะครับ หมุนตัวด้วย”
คนร้ายมองไข่มุก ก้าวเท้าตามจังหวะ ไข่มุกเต้นตามอย่างผิดสังเกต ไข่มุกหมุนตัว คนร้ายได้จังหวะก็จับล็อกคอ ไข่มุกตาเหลือก
“โอ๊ย อย่าล๊อก คอ หายใจไม่ออก ปล่อย”
คนร้ายกระซิบข้างหู
“เสร็จชั้นแน่ รอจังหวะนี้มานานแล้ว”
“โอ๊ย ปล่อย จะฆ่ากันหรอ”
ไข่มุกกระทุ้งศอกเข้าชายโครงจนคนร้ายจุกถอยออกไป ไข่มุกวิ่งหนี คนร้ายพุ่งตัวจับแขนไว้ ไข่มุกก็รั้งแล้ววิ่งเป็นวงกลมเหมือนเต้นรอบตัว ยื้อแขนกันไปมาดูเหมือนท่าเต้นยักย้ายส่ายเอว ไข่มุกสะบัดมือแล้วเหยียบขาคนร้ายจนกระโดดเหย็ง ไข่มุกรีบวิ่งหลบหลังมณี มณีก็มองอย่างงงๆ คนร้ายวิ่งเข้ามาหา มณีตั้งท่าสู้ ร้องเสียงดัง
“หยุดนะ ไอ้เต่าเน่า” คนหันมามองเป็นตาเดียว คนร้ายเห็นท่าไม่ดี รีบออกไป ไข่มุกถอนใจโล่งอก มณีปัดมือ ทำท่าเก่ง “รู้จักชั้นน้อยไปแล้ว จนหนีแล้วยังตามมาอีก คราวหน้าอย่าลืมแปรงฟันมาก่อนด้วย”

มณีกับไข่มุกเดินเข้ามาในร้านก๋วยเตี๋ยว
“เดี๋ยวกลับบ้านแล้วต้องรีบสระผม อาบน้ำ วันนี้ฝันร้ายจริงๆ บะหมี่แห้ง” มณีสั่งเด็กเสิร์ฟ
“บะหมี่แห้งเหมือนกัน”
เด็กเสิร์ฟจะจด แต่หันมองไข่มุก
“น้ำอะไรครับ”
“น้ำเปล่า ขวดเดียว” มณีบอกเน้นเสียงแล้วนิ่งไปนิดนึง “แถมน้ำแข็งมาแก้วนึงด้วยนะ”
“แถมไม่ได้ครับ แข็งแก้วละบาท” มณีมองหน้าเด็กเสิร์ฟ
“อะไร สั่งตั้งแยะ น้ำแข็งแก้วเดี๋ยวให้ฟรีไม่ได้”
เด็กเสิร์ฟส่ายหน้า
“เฮียสั่งไว้ เดี๋ยวโดนด่า”
“งั้นก็ใส่มาให้พูนๆ แก้วนะยะ คิดตั้งบาท ก็ให้คุ้มเงินหน่อย”
เด็กเสิร์ฟทำหน้าเซ็งแล้วเดินไป สักพักเอาน้ำมาขวด น้ำแข็งพูนแก้ว วางบนโต๊ะ มณีรินน้ำในขวดใส่แก้วให้นิดเดียว ไข่มุกก็มองลุ้น เห็นมณีเทนิดเดียวแล้วหยุดก็มองหน้า มณีลอยหน้าลอยตา
“กินบะหมี่ให้หมดก่อน ให้น้ำแข็งมันละลาย น้ำจะได้มีเยอะพอให้กินได้พอดี”
แล้วมณีก็กินน้ำในขวดที่เหลือเกือบเต็มขวดอย่างสบายใจ

ไข่มุกได้แต่แอบเบ้หน้าในความเค็มของเธอ
มณีและไข่มุกเดินจากโรงรถจะเข้าตัวบ้าน มณีหน้าตายิ้มแย้มเพราะอิ่มก๋วยเตี๋ยวมาแล้ว ไข่มุกเดินตามหลังคอยช่วยถือของ มีขวดน้ำเปล่าที่มณีกินไว้จากร้านก๋วยเตี๋ยว

“ดูเอาของไปเก็บให้ดี ขวดน้ำที่เหลือ อย่าทิ้งนะ เก็บรวมๆ ไว้พอเยอะจะเอาไปขายร้านขายของเก่า เดี๋ยวชั้นรีบไปสระผมแล้ว เหมือนกลิ่นขี้เต่าไอ้นั่นยังติดหัว”
ไข่มุกทำหน้าเซ็งแต่มณีไม่เห็น นุชนารถขับรถสวนจะออกไป มณีมองโบกให้จอด
“จะเอารถไปไหนนุช”
“คุณรินสั่งไว้ให้เอาไปล้างคะ”
“ไม่ต้อง ล้างทีตั้งหลายร้อย ลูกไก่อยู่บ้านเปล่าๆ ล้างได้”
ไข่มุกอ้าปากค้าง
“ได้เลยคะ” นุชนารถยิ้มเยาะไข่มุก “เอาให้เอี่ยมเลยนะคะ ระวังรถเป็นรอยด้วย”
มณีมองไข่มุกสั่งสีหน้าเรียบ
“ยุคนี้ต้องประหยัด ไปจัดการเลย กินก๋วยเตี๋ยวพุงกางแล้ว ย่อยอาหารซะบ้าง”
สั่งเสร็จมณีก็เดินเข้าบ้าน ไข่มุกพยักหน้ารับ มองตาปริบๆ ไม่กล้าเถียง

ละลองน้ำโปรยฉีดใส่รถ ไข่มุกในชุดกางเกงขาสั้นเผยเห็นต้นขาขาวเซ็กซี่ เสื้อยืดสีอ่อนสดใส รัดผมน่ารัก
ฉีดน้ำไปทั่วรถ คีรินทร์กลับมาเห็นก็แอบมอง รู้สึกเธอแสนจะเซ็กซี่ ไข่มุกหยิบฟองน้ำที่เต็มไปด้วยฟองสบู่จากถังล้างรถมาบิด น้ำกระเด็นเปื้อนเสื้อที่หน้าอกบ้างก็ปัดออก คีรินทร์เห็นก็กลืนน้ำลาย ไข่มุกถูฟองน้ำบนหน้ารถ จนแขนเสื้อหลุดจากไหล่เผยเห็นผิวขาวสดใส คีรินทร์อ้าปากค้าง ไข่มุกก็รีบดึงแขนเสื้อขึ้น ไข่มุกเอื้อมไม่ถึงก็ยกขาข้างซ้ายงอขึ้นจากพื้น คีรินทร์ก็โยกหัวซ้ายก้มตามดู แล้วมองเธอนิ่งอย่างอยากได้
คีรินทร์เดินออกมาอย่างหล่อ ถอดเสื้อออกอย่างเท่ห์โยนเสื้อปลิวลอยในอากาศ โชว์มัดกล้ามเหลือแต่กางเกงยีนส์ เดินเข้าไปยิ้มกับไข่มุก
“ล้างคนเดียวเหนื่อยแย่ ช่วยกันจะได้เสร็จเร็วนะจ๊ะลูกไก่”
“จะมาไม้ไหนอีกเนี่ย ไม่เป็นไร ขอบคุณคะ ชั้นล้างเองได้ คุณเจ็บอยู่ไม่ใช่เหรอ พักเถอะ”
“ผัวเมียช่วยกันล้างรถ ผลัดกันทำโน่นนี่ สนุกจะตาย” คีรินทร์จับมือไข่มุก ถูฟองน้ำไปทั่วรถ มือลื่นๆ ก็คอยลูบไล้แขน ไข่มุกก็ปัดป้องตาเขียวใส่ คีรินทร์ยิ้มเจ้าเล่ห์ “เสื้อคุณเปื้อนหมดแล้ว เดี๋ยวผมช่วย”
คีรินทร์บีบฟองจากฟองน้ำใส่ตัวไข่มุก ไข่มุกจับมือปัดป้อง
“โอ๊ย เล่นอะไรก็ไม่รู้ เปื้อนหมดแล้ว อยากเล่นใช่ไหม”
ไข่มุกฉีดน้ำใส่ คีรินทร์หลบ
“จ้างก็ฉีดไม่โดน ทางนี้”
คีรินทร์เข้าไปแย่งสายยางฉีดกลับ
“เปียกไปหมดแล้ว คุณเล่นอะไรไม่รู้”
สองคนยิ้มหัวเราะเล่นกันอย่างสนุกสนาน คีรินทร์สบตาซึ้ง
“สนุกตรงนี้ไม่พอเดี๋ยวไปสนุกต่อในห้อง”
ไข่มุกตาดุพูดแบบทีเล่นทีจริง
“ไม่เอา เล่นแค่นี้ก็พอแล้วคะ” คีรินทร์ปล่อยมือ หน้าบึ้งเดินไปทันที ไข่มุกมองอย่างงง “คนอะไร ทำไมถึงเอาแต่ใจตัวแบบนี้ เกิดมาก็เพิ่งเจอ”
คีรินทร์หันหลับมาพูดเสียงเข้ม
“ชั้นก็เป็นของชั้นแบบนี้”
ไข่มุกขมวดคิ้วส่ายหน้า คีรินทร์เดินเข้าบ้านอย่างหมดสนุก

คีรินเดินมาเปิดประตูจะเข้าห้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อ นุชนารถที่เดินตามหลังมามองซ้ายขาว เห็นไม่มีคน
ก็รีบตามคีรินทร์เข้าไปในห้องแล้วปิดประตูมองคีรินทร์ส่งสายตาต่อว่าอย่างหึง คีรินทร์หันมายิ้มให้
“สนุกจังคะ เปียกกันหมดทั้งสองคน นุชนึกแล้วว่าต้องมีวันนี้ นอนกันทุกคืน อยู่กันทั้งวัน จนขนาดนี้จะบอกว่าไม่ชอบอีกหรอไงนุชไม่เชื่อแล้ว”
“ลูกไก่ไม่ได้สำคัญอะไรกับผมหรอก ก็แค่ผู้หญิงคนนึง”
“แน่ใจเหรอคะ เห็นเกรงใจ เอาใจกันจะแย่”
“กับคนนี้ เอาใจยิ่งกว่า”
คีรินทร์ดึงนุชนารถมากอดจูบแก้ม นุชนารถก็รีบจูบตอบ
“รินทร์ขา ต้องไปห้องอื่นไหม เดี๋ยวเมียคุณคงมา”
“ผมไม่ใช่คนกลัวเมีย ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น”
คีรินทร์จูบนุชนารถต่อ ซึ่งนุชนารถก็ให้ท่าเต็มที่

ที่โรงรถ ไข่มุกเช็ดรถเสร็จก็ยิ้มชื่นชมผลงานตัวเอง
“ใช้ได้เลย ฝีมือเรา นี่ถ้าไม่มีคนมาแกล้ง เสร็จไปนานแล้ว”
ไข่มุกเก็บของ ลูบเนื้อตัว เสื้อผ้า ผมเปียกไปหมด ไข่มุกห่อไหล่รู้สึกหนาวและตัวเองโป๊ เอามือปิดรีบวิ่งเข้าบ้าน
ไข่มุกมาถึงหน้าห้องได้ยินเสียงนุชนารถหัวเราะอยู่ข้างในก็สงสัย เปิดประตูเข้าไปภาพที่เห็นนุชนารถกอดจูบกับคีรินทร์บนเตียง ไข่มุกอึ้ง นุชนารถทำหน้าเฉย ไม่สะทกสะท้าน
“เมียคุณมา”
“คุณก็บอกเขาไปสิ ว่าเรายังไม่ว่าง”
ไข่มุกมีสีหน้าเรียบเฉย
“ขอโทษคะ ที่มาขัดจังหวะ”
ไข่มุกออกจากห้องไปอย่างรู้สึกโดนหยามมาก นุชนารถยิ้มอย่างสะใจ คีรินทร์มองตาม ลุกขึ้นอย่างหมดอารมณ์และรู้สึกผิด นุชนารถพยายามจะเข้ามากอดจูบคีรินทร์
“รินทร์ขา เป็นอะไรไป คุณนี่เก่งจริงๆ นุชเชื่อแล้วคะที่รัก มาสนุกกันต่อเถอะ”
คีรินทร์ปลดมือนุชนารถออก
“ผมเหนื่อย อยากอาบน้ำ ขอโทษนะนุช คุณออกไปก่อนเถอะ”
นุชนารถก็ปล่อยมือ สบตาอย่างรู้ความหมาย
“ไหนว่าไม่กลัวเมีย”

คีรินทร์นิ่ง คิดอย่างรู้สึกผิด นุชนารถสะบัดหน้าเดินไปอย่างโกรธและขัดใจมาก
มายาสีมุก ตอนที่ 3 (ต่อ)

ไข่มุกนั่งซุกตัวหนาวสั่นอยู่ในสวน รู้สึกขมขื่น คับแค้นใจในโชคชะตาตัวเอง สักครู่นุชนารถเดินผ่านมา หัวเราะเยาะอย่างสมเพช

“คราวหลังหัดมีมารยาท เคาะประตูบ้าง”
“เธอเองก็หัดมีบ้าง” นุชนารถชะงัก
“ชั้นต้องมีอะไร”
ไข่มุกลุกขึ้นสบตา บอกเสียงเรียบ
“ยางอายไง ต่อไป หัดมียางอายบ้าง”
นุชนารถอึ้ง ไข่มุกเดินกลับไป นุชนารถทั้งโกรธทั้งอาย

ไข่มุกกลับเข้ามาในห้อง สีหน้าเรียบ เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าหาชุดใส่ คีรินทร์เห็นเธอเงียบขรึมก็ออกตัว
“เธอเองไม่ยอมทำหน้าที่เมีย ชั้นก็ต้องหาคนอื่น ไม่ใช่ความผิดของชั้น” ไข่มุกหยิบเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนคีรินทร์ไม่มีตัวตน คีรินทร์ชักโมโห “พูดอะไรมั่งดิ อยากด่าก็ได้ ไม่ต้องทำเงียบให้ชั้นรู้สึกผิดแบบนี้” ไข่มุกยังเฉย เข้าห้องน้ำปิดประตูไป คีรินขว้างตะกร้าผ้าใส่ประตูห้องน้ำดังปัง ขัดใจที่เธอไม่โต้ตอบ “โธ่เอ้ย”
ไข่มุกที่อยู่ในห้องน้ำ สะดุ้งตกใจ แล้วก็น้ำตาไหล ไข่มุกพยายามเข้มแข็ง เช็ดน้ำตา อย่างรู้ว่าตัวเองจะอ่อนแอไม่ได้

เขมทัตนั่งรถออกจากบ้าน เห็นไข่มุกเดินที่ฟุตบาทก็นึกแปลกใจ
“ชะลอรถสิ” เขมทัตบอกคนขับ
“จะจอดรับไหมครับท่าน”
เขมทัตนิ่งคิด
“อย่าเพิ่ง ตามไปห่างๆ”
รถเขมทัตเคลื่อนมาเรื่อยจนเห็นไข่มุกขึ้นรถเมล์ไป เขมทัตนิ่งคิดอย่างแปลกใจ นึกไม่ถึง

ไข่มุกลงจากรถเมล์เดินเข้าซอยมา เห็นรถเข็นส้มตำของเธอกำลังถูกนักเลงจะเข็นไปก็ตกใจ
“เดี๋ยวพี่ จะทำไรกัน เข็นผิดคันหรือเปล่า นี่ของแม่วันดี”
“ก็เพราะของยัยวันดีน่ะสิ ถึงจะเอาไป” นักเลงพูดเสียงเข้ม
“มันเรื่องไรกัน จะมาเอาของแม่ชั้นไปได้ไง”
“อยากรู้ไปถามแม่แก จะเอารถคืนก็เอาเงินมาใช้หนี้ให้หมด ไม่งั้นก็ไปเช่าหาบขาย เฮ้ย หม้อไห ครก เอาไปให้หมด”
ไข่มุกเข้าไปยื้อครกไว้
“เอาแต่รถเข็นไปสิ ขนหมดแบบนี้แล้วจะหากินยังไง”
นักเลงยึดครกคืน
“เรื่องของพวกแก ข้าไม่เกี่ยว หม้อไห ครกพวกนี้ ดอกเบี้ยโว้ย”
ไข่มุกถอนใจ สีหน้าเป็นกังวลอย่างหนักใจ

ที่บ้านวันดี วันดีนั่งฉีกล็อตเตอรี่สามสี่ใบกระจุยหมดอย่างโมโห ไข่มุกนั่งมองอย่างหนักใจ
“ไอ้เลขเฮงซวย บอกว่าเด็ด มีอย่างที่ไหนวะถูกเหมือนกันแต่ถูกกินหมด”
“รถเข็นก็ไม่มี ครกก็ไม่มี แล้วจะทำไงต่อละแม่”
เม่นเมาเดินเป๋เข้ามานั่งข้างวันดี ยิ้มตาเชื่อม วันดีขยับตัวหนี
“เขาลือกันให้แซ่ดว่าเอ็งได้เลขเด็ดมา” เม่นแบมือ “ทุ่มไม่อั้นเลยสิ ไม่คิดจะแบ่งผัวสุดที่รักบ้างเหรอจ๊ะแม่วันดี”
วันดียกขาจะถีบ
“แบ่งไอ้นี่ไปก่อนไหม คนยิ่งกลุ้มอยู่ จะไปไหนก็ไปเลยไป”
เม่นลุกยืนอย่างโมโห
“ไล่เหรอ เดี๋ยวนี้มีไล่ นี่ขอดีๆ แล้วนะโว้ย”
“ไม่มี โดนหวยกินไปหมดแล้ว”
“นังโกหก แบบนี้ต้องจัดให้สักดอก”
เม่นเตะผางเข้าที่ลำตัววันดีเซไป
“โอ๊ย ไอ้เม่น ไอ้เลวไอ้ชั่ว”
“พ่อ อย่าทำแม่นะ”
ไข่มุกรุดเข้าไปช่วยวันดี ผลักเม่นจนล้มหกคะเมน เม่นเมาแอ๋ชี้หน้ามือสั่น
“กล้าทำข้าหรอ นังเนรคุณ เลี้ยงมาแต่ตีนเท่าฝาหอย ไม่งั้นป่านนี้เอ็งตาย ไปนานแล้ว อีลูกโดนแม่ทิ้ง ไม่มีใครเขาเอา”
วันดีหยิบจานสังกะสีเควี้ยงใส่ทีละใบสองใบ ดังลั่นไปหมด
“ปากเสียอีกแล้ว เอ็งไปไหนก็ไปเลยไป ก่อนข้าจะทนไม่ไหว ไอ้เม่นสารเลว”
เม่นทนไม่ไหว ลุกเดินเป๋หนีไป ไข่มุกนิ่งคิดแล้วถาม
“เมื่อกี้พ่อเขาพูดไรแม่ มุกเป็นลูกแม่จะโดนทิ้งยังไง แม่เคยทิ้งมุกด้วยเหรอ”
วันดีสีหน้าเปลี่ยนแล้วอ้อมแอ้ม
“เปล่า ไปฟังอะไรกับคนอย่างมัน มันเมาแอ๋ขนาดนั้น พูดจารู้เรื่องที่ไหน”
ไข่มุกมองวันดีที่หลบสายตา ทำเก็บข้าวของที่หล่นกระจาย
“แล้วนี่ แม่เป็นหนี้เท่าไร”
“ก็กู้มาห้าพัน แต่ตอนนี้กลายเป็นสามหมื่น ไอ้มุก แม่จนตรอกแล้วนะ รถเข็นมันก็ยึดไป อะไรก็ไม่เหลือ เอ็งพอมีก็เอามาให้แม่บ้างเหอะ” วันดีบอกเสียงอ่อย
“จะมีได้ไงแม่ งานก็ยังไม่มีทำ”
“โง่อีกแล้ว มีผัวเศรษฐีทั้งคน ก็อ้อนขอมันสิวะ”
ไข่มุกมองวันดีอย่างน้อยใจที่คิดแต่จะขอเงินจากตัวเอง

ไข่มุกไม่มีเงินให้วันดีจึงตัดสินใจโทรไปของานทำกับธุรกิจกองถ่าย
“จ๊ะพี่ มุกเอง ขอโทษทีนะพี่ ที่หยุดรับงานไปพักนึง เพราะทางบ้านมีเรื่องยุ่งๆ แต่ตอนนี้รับแล้ว พอมีงานให้มุกทำมั้ย บู๊แค่ไหนได้ทั้งนั้น”
ขณะนั้นทางกองถ่ายหนังต้องการสตั้นพอดี ไข่มุกจึงรีบมาที่สตูดิโอที่ใช้ถ่ายทำซึ่งคณะเชิดสิงโตกำลังซ้อมเพื่อเข้าฉากในหนัง รัวกอง อึกทึก สิงโตเต้นตื่นตาตื่นใจ กัสจัง ธุรกิจกองถ่ายหยิบหัวแป๊ะยิ้มส่งให้ไข่มุก
“มีก็แต่เรื่องนี้แหละยะ เอ้าใส่หัว”
“แป๊ะยิ้ม”
“แทนนางเอกในคิวบู๊ หาสตั้นย๊าก ยาก มันบอกว่ากลัวตายกัน ทั้งปีนป่าย ทั้งสลิง คิวบู๊โหดสุดๆ เห็นผู้กำกับว่าจะใช้กระสุนจริงระเบิดจริงด้วยนะ ให้ได้ภาพเสียงเด็ดๆ”
ไข่มุกหน้าแหยง คิดหนัก
“ตอนโทรคุยกันเห็นบอกคิวหมูๆ ได้ยิ้มแน่”
“แล้วไอ้หัวนั้นมันไม่ยิ้มหรือไง” ไข่มุกชั่งใจ
“คิวโหดแบบนี้ ได้ค่าตัวเพิ่มไหมพี่”
“ก็ได้เท่าที่หล่อนเคยได้ จะเอาไรกันอีกละยะ แต่ถ้าเป็นศพตายในหัวแป๊ะยิ้มเห็นว่ามีประกันให้ หมื่นห้ามั๊ง”
ไข่มุกยื่นหัวแป๊ะยิ้มคืน
“ได้เท่าเก่าแต่เสี่ยงตายกว่าเดิม กลับบ้านนอนดีกว่า”
ไข่มุกจะออกไป กัสจังเรียกไว้
“อ้าวสิหล่อน ชั้นจะไปหาใครทันตอนนี้ งั้นเอาไปสองเด้งแล้วกัน”
ไข่มุกหยุดกึกหันไปหา
“บวกค่ารถให้ด้วยนะพี่ประกอบ เอ๊ย พี่กัสจัง”

กัสจังทำหน้าเจ็บใจ ค้อนให้ แต่ก็ต้องยอมเพราะหาคนไม่ทัน
ที่สตูดิโอเดียวกัน คีรินทร์มาส่งกีกี้ที่กองถ่ายทั้งคู่เดินกระหนุงกระหนิงกันมา ไข่มุกที่แต่งชุดกี่เพ้าใส่หัวแป๊ะยิ้ม จะเข้าฉากมาเห็นพอดี

“เชอะ ควงไปทั่ว”
ไข่มุกนึกหมั่นไส้ ใส่หัวแป๊ะยิ้มโบกพัด ทำเดินแป๊ะยิ้มเฉียดเข้าไป เอาหัวแป๊ะยิ้มชนคีรินทร์จนเซ
“เฮ้ย เดินระวังหน่อยสิ”
คีรินทร์มองอย่างไม่ชอบใจ ไข่มุกโยกหัวไปมาล้อเลียน ทำโค้งขอโทษ กีกี้เดินมาคล้องแขน ยิ้มร่า
“รินทร์ขาทางนี้เร็วเข้า กีกี้จะเข้าฉากแล้ว เรื่องนี้คิวบู๊มันส์มากเลยคะ”
“กีกี้ของผมเก่งอยู่แล้ว โชว์ลีลาให้เต็มทีเลยนะ”
คีรินทร์เดินตื่นเต้นไปกับกีกี้ ไข่มุกโยกหัวแป๊ะยิ้มไปมา แล้วหันยื่นก้นงอนทำเปิดชายเสื้อจีน ส่ายก้นยึกยักให้

ไข่มุกในชุดกี่เพ้าหัวแป๊ะยิ้มออกลวดลายท่ามวยจีน ต่อสู้กับคนร้ายอย่างคล่องแคล้ว ชกต่อยรับหมัดกันนัวเนีย ไข่มุกลอยตัวขึ้นเตะในอากาศเข้าหน้าคนร้ายหงายดิ้นลงไปนอนกับพื้นทั้งหมด
“คัท ดีมากครับ คิวต่อไปน้องกีกี้นะ”
ไข่มุกในชุดแป๊ะยิ้มยืนประจันหน้ากับกีกี้ที่ตั้งท่าเตรียมต่อสู้ ปะทะฝ่ามือกันไปมาสองสามที กีกี้กระโดดตัวลอยแต่พลาดคิว เลยโดนไข่มุกเตะให้อย่างไม่ตั้งใจ ไข่มุกเองก็เซถลาจนขาเป็นแผล กีกี้รู้ว่าตัวผิดเลยแกล้งโกรธ“โอ๊ย อุตส่าห์ให้คิว ดันเตะมาก่อนได้ ขาจะหักไหมเนี่ย” ทีมงานก็กรูเข้ามาช่วยกีกี้ แต่ไม่มีใครสนใจไข่มุก ไข่มุกยิ้ม ไหว้ขอโทษใหญ่แต่ตัวเองก็นั่งเจ็บแผลที่ขา “ไหว้แค่นี้มันพอที่ไหน ต้องกราบชั้นที่เท้า กราบเดี๋ยวนี้”
คีรินทร์เข้ามาหากีกี้
“แต่เมื่อกี้ที่เห็น พี่ว่ากีกี้พลาดเองหรือป่าว น้องเขาไม่ได้ตั้งใจน่า” ผู้กำกับบอก
“นั่นสิ คุณทำให้เขาเจ็บด้วย แทนจะให้กราบ ควรให้เงินช่วยเหลือค่าทำแผลด้วยซ้ำ” คีรินทร์บอก
“กีกี้เจ็บ รินทร์ไม่เห็นเหรอคะ ไอ้ตัวประกอบกระจอกแบบเนี่ย คุณไปเข้าข้างมันทำไม ไม่รู้ล่ะ ถ้าไม่กราบ กีกี้จะกลับบ้านเดี๋ยวนี้ ให้คิวมันล้มไปเลย”
พวกทีมงานมองไข่มุกเหมือนกดดันในที ไข่มุกก็อึกอัก กัสจังพยักพเยิดเป็นทำนองกราบๆ มันไปเหอะ ไข่มุก
ภายใต้หน้ากากแป๊ะยิ้ม ถอนใจแรงๆ อย่างเครียดหนัก ไม่รู้จะทำไงดี กีกี้จ้องไข่มุกอย่างเอาเรื่อง
“หูแตกหรอไง ชั้นบอกให้กราบ กราบเดี๋ยวนี้เลย”
ไข่มุกอึ้งอย่างคับแค้นใจ แล้วค่อยๆ เดินกระเผลกเข้าไปกราบเท้ากีกี้อย่างคับแค้นใจ กีกี้สะใจมองเหยียดมาก ผู้กำกับ ทีมงาน เมินอย่างไม่อยากเห็น นึกสงสารไข่มุก กัสจังก็มองกีกี้อย่างแสนจะเกลียด คีรินทร์อึ้ง
“พอใจแล้วนะกีกี้ คราวนี้ถ่ายต่อได้แล้วนะคะ” กัสจังช่วยจับไข่มุกให้ยืน “ไป ไป จบเรื่องแล้ว”
กีกี้ยิ้มสบายอารมณ์ คีรินทร์มองตามไข่มุกในหน้ากากแป๊ะยิ้มที่เดินไป อย่างนึกเห็นใจ

ภัททิมากลับเข้าบ้านเห็นชลลดานั่งจิบไวน์ยิ้มสบายอารมณ์ รอบตัวมีถุ
กำลังโหลดความคิดเห็น...