xs
sm
md
lg

ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 3

เผยแพร่:

ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 3

ตรงมุมหนึ่งในห้างสรรพสินค้า กฤติยากำลังโทร.หาสุรเดช แต่สุรเดชไม่ยอมรับสาย กฤติยาชักหงุดหงิด

“มัวทำอะไรอยู่นะ ไม่รับสาย”
สุรเดชวิ่งมาเจอกฤตา จะลากกฤติยาออกไป
“ไปเร็ว”
“ไปไหนล่ะ? แกบอกว่าเลี้ยงปิ้งย่างไง”
“ค่อยกินวันหน้า...วันนี้พี่จะโดนเผานั่งยางอยู่แล้ว”
กฤติยามองไปเห็นพวกชยางกูรกำลังวิ่งเข้ามา
สุรเดชตกใจ “ไม่ทันแล้ว...เคลียร์ทางให้พี่ด้วย”
สุรเดชชิ่งหลบไปที่มุมหนึ่ง พวกชยางกูรวิ่งมาเจอกฤติยาก็จำได้ กฤติยาบอกให้หยุด
“พวกนายจะไปไหน? ตามหาสุรเดชใช่มั้ย” กฤติยาถาม
“ไม่ต้องมาดักทางถ่วงเวลา ฉันจะกระทืบมัน ไม่อยากเจ็บตัวก็หลบไป”
ชยางกูรผลักกฤติยาให้หลบทาง แล้วจะวิ่งไป
กฤติยาตะโกนบอก “หาให้ตายก็ไม่เจอหรอก..มันอยู่นี่”
กฤติยาชี้ไปที่ซ่อนตัวของสุรเดช สุรเดชตกใจโผล่หน้าขึ้นมาจากที่ซ่อน
“น้องยาฆ่าพี่”
พวกชยางกูรหันกลับ วิ่งไล่สุรเดช สุรเดชวิ่งหนีต่อไป กฤติยามองตาม คิดอะไรบางอย่าง

ด้านชลนิภากำลังเยาะเย้ยนัชชา
“เด็กจะดีได้ เพราะได้รับการสั่งสอนที่ดี เธอคอยดูแล้วกัน ลูกชยางกูรของฉันจะต้องเด่นดัง!”
นัชชามองไปที่มุมหนึ่ง เห็นชยางกูรยกพวกไล่ตีสุรเดช
“คงจะจริงอย่างที่คุณพูด...เด่นดังในทางที่เลว!”
ชลนิภาเห็นพวกชยางกูรไล่ตีสุรเดชก็ตกใจ “ลูกกูร....เกิดอะไรขึ้น”
นัชชาเย้ยกลับ “ภาพมันฟ้องอยู่แล้วนี่คะ..เด็กหนีเรียนยกพวกตีกัน”
ชลนิภาเสียหน้าและเป็นห่วงชยางกูร รีบตามชยางกูร...ธนกรตามไปด้วย
นัชชาหันมาบอกวีรภัทร “ฉันคิดว่าคุณควรเลิกยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวนี้ได้แล้ว”
ทันใดนั้น นิธิก็เรียกชื่อชนกชนม์ขึ้นมา
“พี่ชนกชนม์”
ชนกชนม์กำลังวิ่งตามไปช่วยสุรเดช
วีรภัทรเห็นรีบบอกนัชชา “คุณกับลูกรอที่นี่ก่อน ผมจะรีบกลับมา”
“คุณวีรภัทร!” นัชชาจะร้องห้าม แต่วีรภัทรวิ่งออกไปแล้ว “เมื่อไหร่ฉันจะหมดเวรหมดกรรมกับครอบครัวนี้สักที”


ชยางกูรวิ่งนำมาหยุดที่ลานจอดรถ ดูเหมือนชยางกูรมั่นใจว่าสุรเดชวิ่งมาหลบที่นี่
“ไอ้ลูกหมา.. ออกมาสิวะ...หลบหัวแบบนี้เขาเรียกไอ้หน้าตัวเมีย”
สุรเดชหลบที่หลังเสา ตรงรถคันหนึ่ง
สุรเดชพูดกับตัวเอง “กูยอมเป็นตัวเมียดีกว่าออกไปเป็นควายให้พวกมึงกระทืบเว้ย”
ชยางกูรและพวกเพทายเดินมองหาต่อ
สุรเดชยืนมองพวกชยางกูรไม่ละสายตา แต่แล้วก็มีมือใครคนหนึ่งมาดึงตัวสุรเดชไป สุรเดชตกใจจะต่อยสู้ ชนกชนม์เอามือปิดปาก
“ฉันเอง”
สุรเดชหงุดหงิด “ไอ้เชี่ย ทำเอาเกือบฉี่แตก”

ชยางกูรและพวกเพทายมองหา จังหวะหนึ่งชยางกูรมองไปที่ซ่อนตัวของสุรเดช มั่นใจว่าสุรเดชหลบอยู่ที่นั่น!
สุรเดชใจเสีย “เฮ้ย มันรู้แล้ว..เอาไงดี”
ชนกชนม์บอก “สู้อย่างลูกผู้ชาย”
สุรเดชควักมีดออกมา ชนกชนม์แย่ง เอามาเก็บไว้
“ลูกผู้ชาย ไม่ใช่โจร”
พลางชนกชนม์ลากตัวสุรเดชออกจากที่ซ่อนไป
“เฮ้ย พากูไปตายนี่หว่า!” สุรเดชโวยลั่น


ชยางกูรและพวกเพทายยืนสลอน ชนกชนม์เดินตรงเข้ามาหา สุรเดชใจสั่นแต่ก็ทำทีใจดีสู้ ชนกชนม์เดินตรงมาหยุดประจันหน้ากับพวกชยางกูร
“ส่งตัวมันมา” ชยางกูรสั่ง
“เพื่อนฉันทำผิด แต่ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเกินให้อภัย ฉันจะลบคลิปนั้นทิ้ง” ชนกชนม์บอกสุรเดช “เอามือถือมา”
สุรเดชเสียดายไม่อยากให้ลบ แต่หันไปเห็นพวกชยางกูรมองมาอย่างโกรธแค้น สุรเดชรีบส่งให้ชนกชนม์ทันที

ด้านสุตาภัญช่วยเพื่อนๆ เก็บของ แล้วมองเห็นถุงใส่เสื้อผ้าที่ชนกชนม์ซื้อให้แม่ สุตาภัญคิดอะไรบางอย่าง

เวลาเดียวกัน ที่ลานจอดรถชนกชนม์ลบคลิปออกหมด แล้วบอกชยางกูร
“ฉันลบหมดแล้ว...ขอให้เรื่องจบแค่นี้”
สุรเดชพูดดีๆ กับชยางกูร
“ฉันมีคลิปหนังเป็นร้อย.. เอามั้ย...ญี่ปุ่นเกาหลี”
ชนกชนม์ไม่พอใจที่สุรเดชยังมัวพูดเล่นลากตัวสุรเดชออกไป
“ไปได้แล้ว”
ชนกชนม์จะพาสุรเดชออกไป ชยางกูรพูดขึ้นมา
“ฉันจะมั่นใจได้ไงว่าแกลบหมดแล้ว”
“ลูกเทวดาโกหกใครไม่เป็น...เอาไปดูได้เลยน้องชาย”
สุรเดชส่งมือถือให้ชยางกูรเอาไปดู ชยางกูรรับมา แต่ไม่เปิดดู ทิ้งมือถือลงพื้น
“เฮ้ย” สุรเดชโมโห
ชยางกูรกระทืบมือถืออีกต่างหาก ชนกชนม์ไม่พอใจนัก ชยางกูรกระทืบด้วยความสะใจ
สุรเดชทะยานเข้ามาผลักชยางกูร ก้มเก็บซากมือถือ “ไอ้เชี๊ย แม่กูซื้อให้ มึงทำลายของของแม่กู”
สุรเดชพุ่งเข้าต่อยชยางกูรทันที ชนกชนม์จะห้ามไว้แต่ไม่ทัน....
ชยางกูรสั่งลูกน้อง “เอามันให้ตาย”
เพทายและเพื่อนชยางกูร พุ่งเข้าต่อยสุรเดช ชนกชนม์เห็นก็ทนไม่ได้เข้าไปช่วยสุรเดชทันทีจากนั้นก็ เกิดการตะลุมบอนเป็นสองกลุ่ม
สุรเดชต่อยกับชยางกูรและเพื่อน ส่วนชนกชนม์ต่อยตีกับเพทาย
สุตาภัญวิ่งมาที่มุมหนึ่งภายในห้างสรรพสินค้า พร้อมกับมองหาชนกชนม์ ในมือถือถุงใส่เสื้อของชนกชนม์ที่ซื้อไปให้ชลนิภามาด้วย

ส่วนชนกชนม์กำลังต่อยตีอยู่กับเพทาย ส่วนชยางกูรเข้าต่อยสุรเดช แต่ถูกสุรเดชต่อยหน้าชยางกูร เพื่อนชยางกูรวิ่งเข้ามารุมสุรเดช สุรเดชสู้เต็มที่
ชนกชนม์ต่อยกับเพทาย และฝีมือเหนือกว่าเพทายมาก เพทายทำท่าจะแพ้แล้ว เขาควักมีดออกมาสู้ ชนกชนม์ตกใจ

ชลนิภาวิ่งมองหาชยางกูร ใจสั่นด้วยความเป็นห่วงลูกชาย
“ชยางกูร”
ธนกรวิ่งเข้ามาสมทบ
“ผมจะบอกให้รปภ. รีบไประงับเหตุ คุณรออยู่ตรงนี้ดีกว่า”
ธนกรรีบวิ่งออกไปเลย ชลนิภาอดเป็นห่วงชยางกูรไม่ได้ รีบวิ่งออกตามหาต่อไป

ส่วนที่ลานจอดรถฉากตะลุมบอนยังคงดำเนินต่อไป สุรเดชต่อยตีกับชยางกูร กำลังเป็นต่อจะเข้าไปซ้ำ เพื่อนชยางกูร 2 คนเข้ามารุมสุรเดช จนสุรเดชเสียท่า ล้มลงกับพื้น ชยางกูรเดินตรงเข้ามาจะซ้ำให้หมอบ
“คดีเก่ายังเคลียร์ไม่จบ ยังหาเรื่องอีก แกมันเกิดมาหาตีนจริงๆ ได้..ฉันจัดให้”
ชยางกูรจะเข้าไปกระทืบ สุรเดชชักมีดออกมา ชยางกูรผงะถอยกรูด เพื่อนชยางกูรเห็นจึงชักมีดออกมาทั้งสองคน สุรเดชหน้าเสีย ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
สุรเดชรีบปะเหลาะชยางกูร “เอ่อ..ชยางกูรน้องรัก..ความจริงแล้วมือถือนั่นแม่พี่ไม่ได้ซื้อให้ พี่ซื้อเอง หายโกรธแล้ว ไม่เอาเรื่องด้วย มีดนี่ก็ของปลอม เอาไว้ขู่แย่งไอติมเด็ก” จอมกะล่อนทิ้งมีดในมือ “เราจบนะ” แล้วหันหลังจะเดินออกไป
“ก่อนจบก็ต้องเจ็บ” ชยางกูรกระโดดถีบเต็มแรงจนสุรเดชล้มลง
สุรเดชร้อง “โอ๊ย”
ก๊วนเพื่อนชยางกูรดึงตัวสุรเดชขึ้นมาประจันหน้ากับชยางกูร ขณะที่ชยางกูรขยับเข้าไปกระชากสร้อยป้ายเหล็กเขียนคำว่า “ลูกเทวดา” ที่คอมา
สุรเดชตะโกนก้อง “เอาป้ายกูคืนมา”
ชยางกูรอ่านข้อความที่ป้าย “ลูกเทวดา...น้ำหน้าอย่างแกเป็นได้แค่แก๊งลูกหมา!”
สุรเดชโกรธจัด “หยามกันมากไปแล้ว”
สุรเดชดิ้นจนหลุด พวกชยางกูรจะตามเข้ามาจับตัวอีก สุรเดชทำทีเอื้อมมือไปด้านหลัง เหมือนจะชักปืน
“อยากเป็นไข้โป้งเข้ามาสิวะ”
พวกชยางกูรตกใจ ผงะหยุดกึห สุรเดชชักปืนออกมาแต่ไม่มีปืนจริง สุรเดชทำมือเป็นปืน
“ปัง ปัง ปัง พวกแกหลอกง่ายว่ะ ฮะฮาฮ่า” สุรเดชฉวยโอกาสวิ่งหนีไป
ชยางกูรโกรธมาก ตะโกนก้อง “จับมันให้ได้”

ด้านเพทายถือมีดพุ่งเข้าแทงชนกชนม์ ชนกชนม์ฉากหลบแล้วต่อสู้กับเพทาย จังหวะนั้นชนกชนม์หันไป เห็นพวกชยางกูรวิ่งไล่แทงสุรเดชก็ตกใจ เป็นห่วงเพื่อน
“ไอ้เดช”
ชนกชนม์ทำท่าจะวิ่งไปช่วยสุรเดช แต่เพทายพุ่งเข้ามาแทง ชนกชนม์จึงต้องหลบ แล้วต่อยเตะต่อสู้กับเพทาย

สุรเดชวิ่งหนีที่อีกมุมตรงลานจอดรถ แต่ถูกเพื่อนของชยางกูร 4-5 คน วิ่งดักทาง จะวิ่งกลับทางเก่าก็เจอชยางกูร สุรเดชตกอยู่ในวงล้อมของพวกชยางกูร
สุรเดชทำเป็นพูดดีด้วย “โอ้โห...ส่งคนมาอารักขาล้อมหน้าล้อมหลังยังกะพี่เป็นนายกแน่ะ.....ขำมั้ย?”
พวกชยางกูรมองหน้าเครียด
สุรเดชยิ้มแหยๆ “ไม่ขำ”
“เก็บมุกไว้เล่นในนรกเถอะ”
ชยางกูรคำรามพร้อมกับหยิบมีดพก ดีดปลายมีดขึ้นมาจะเข้ามาทำร้ายสุรเดช จนสุรเดชหน้าเสีย
แต่แล้ว จู่ๆ ก็มีเสียงรถมอเตอร์ไซค์แต่ง ดังกระหึ่มทั่วลานจอดรถ

ส่วนเพทายกำลังจะพุ่งเข้าแทงชนกชนม์ ก็ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์วิ่งเข้ามาหลายคันเพทายตกใจ ขณะที่ชนกชนม์ยิ้มดีใจ รู้ทันทีว่าก๊วนเพื่อนๆมาช่วย

สุรเดชเองก็กำลังหัวเราะชอบใจ บอกใส่หน้าพวกชยางกูร
“เหล่าเทวดามาช่วยแล้วเว้ยเฮ้ย”
รถมอเตอร์ไซค์ สี่ห้าคันวิ่งเข้ามา วิ่งวนรอบๆ พวกชยางกูร คุมเชิง
พวกชยางกูรหน้าเสีย ตกอยู่ในวงล้อมพวกสุรเดช
เวลาเดียวกันนั้น ในอีกมุมหนึ่งของลานจอดรถ กฤติยายิ้มพอใจที่เพื่อนๆ มาช่วยสุรเดชได้ทัน หลังจากเธอโทร.ไปขอความช่วยเหลือ
สุรเดชตะโกนเย้ยชยางกูร “เข้ามาสิวะ ไอ้หมาหมู่”
พวกชยางกูรใจเสีย..ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

ทางด้านชลนิภาวิ่งตามหาชยางกูรออกมาที่ลานจอดรถแล้ว
“ชยางกูร”
ชลนิภาห่วงชยางกูรวิ่งไม่ทันระวัง จนสะดุดทำท่าจะหกล้ม แต่วีรภัทรเข้ามาดึงคว้าตัวชลนิภาไว้ทันด้วยความเป็นห่วง
“คุณเป็นยังไงบ้าง”
ชลนิภาเห็นว่าเป็นวีรภัทรไม่พอใจ ผลักตัวอดีตสามีออก
“ไม่ต้องยุ่งกับฉัน”
ชลนิภาผลักวีรภัทร แต่ยังเจ็บข้อเท้าอยู่ จึงซวนเซจะล้ม วีรภัทรเข้ามาประคองไว้
“เจ็บก็อย่าฝืนน่า ผมช่วยเอง”
วีรภัทรประคองชลนิภาออกไป ชลนิภาไม่พอใจนัก แต่จำต้องให้วีรภัทรช่วย เพราะเธอปวดข้อเท้า

นัชชากับนิธิตามออกมายืนมอง เห็นภาพวีรภัทรประคองชลนิภา นัชชาไม่พอใจ
ส่วนชนกชนม์ต่อยเพทายจนมีดในมือเพทายตกลงที่พื้น ชนกชนม์เข้าต่อยจนเพทายล้มลงไปกับพื้น..ชนกชนม์คว้ามีดเพทาย ทำท่าจะแทง

จังหวะนั้นเองสุตาภัญวิ่งมาหยุดที่มุมหนึ่ง ร้องตะโกนบอกชนกชนม์
“อย่านะ”
ชนกชนม์หันไปยิ้มให้สุตาภัญ ทิ้งมีดลง แล้วหันมาพูดกับเพทาย
“ลูกผู้ชายตัวจริง เขาไม่ทำร้ายคนไม่มีทางสู้หรอก”
ชนกชนม์เดินกลับไปหาสุตาภัญ
“ฉันแค่ป้องกันตัวเท่านั้น”
แต่แล้วเพทายกลับคว้ามีดที่พื้นจะวิ่งไปแทงชนกชนม์ที่ด้านหลัง สุตาภัญเห็นก็ตกใจร้องลั่น
“ชนกชนม์”
เพทายจะพุ่งเข้าแทงแล้ว ชนกชนม์พลิกตัว หันกลับมาล็อคตัวเพทาย พร้อมกับดึงมีดในมือเพทายมาได้ก่อนจะด่า
“คิดเป็นนักเลงอย่าทำตัวหมาลอบกัด”
ชนกชนม์ศอกและต่อยเพทายทรุดลงกองกับพื้น...
“รีบไปจากที่นี่เถอะ” สุตาภัญบอก
ชนกชนม์ยังเป็นห่วงสุรเดชและชยางกูร “ไอ้เดช กับชยางกูร…”
ชนกชนม์รีบวิ่งไปหาพวกสุรเดช สุตาภัญวิ่งตามไป


สุรเดชเตะต่อยชยางกูรอย่างสะใจ ส่วนด้านหลัง เพื่อนสุรเดชเข้าไปรุมเพื่อนชยางกูร 5 ต่อ 2 สุรเดชถีบชยางกูรเต็มแรง จนเซไปชนกับเพื่อนๆ ตัวเอง
ทั้งสามหมดแรงและตกอยู่ในวงล้อมพวกสุรเดช สุรเดชเดินตรงมากระชากตัวชยางกูรขึ้นมาประจันหน้า
“แกกล้ามากที่ด่าหัวหน้าลูกเทวดาเป็นไอ้ลูกหมา” สุรเดชต่อยชยางกูรอีกหนึ่งหมัด “แต่ลูกเทวดาไม่ทำร้ายคนอ่อนแอกว่า...ถอนคำพูดซะ”
ชยางกูรจ้องหน้า ไม่ยอมพูด
สุรเดชต่อยหน้าอีกที ขึ้นเสียงใส่ “กูบอกให้ถอน”
ชยางกูรจ้องมองสุรเดช แล้วถุยน้ำลายใส่หน้าสุรเดช
“ไอ้ลูกหมาขี้เรื้อน!”
พวกสุรเดชจะเข้ามาต่อยชยางกูร แต่สุรเดชยกมือห้ามไว้ มองหน้าชยางกูร แล้วยิ้มให้..จากนั้นก็รัวหมัดต่อยชยางกูรเป็นชุด จนร่างชยางกูรทรุดลงกองกับพื้น
สุรเดชชักมีดขึ้นมาจะแทง แต่หยุดค้างไว้ตรงกลางอก
“ถ้าไม่ใช่น้องเพื่อนฉัน แกตายไปนานแล้ว แต่ฉันปล่อยแกไปไม่ได้...กฎต้องเป็นกฎ” หันไปถามความเห็นเพื่อนๆ “ว่าไงครับเหล่าเทวดา”
เพื่อนสุรเดชท่องกฎอย่างพร้อมเพรียง “ใครหยามเกียรติลูกเทวดา มันต้องเจ็บ”
สุรเดชเอามีดวนอยู่ตรงหน้าชยางกูร “รอยแผลเป็นบนหน้า...มันจะเตือนให้แกระลึกไว้เสมอ...ว่าอย่าล้อเล่นกับลูกเทวดา”
สุรเดชจะเอามีดปาดหน้าชยางกูร แต่ชนกชนม์วิ่งเข้ามาคว้ามีดแล้วโยนมีดทิ้ง
“แค่นี้ชยางกูรก็เจ็บพอแล้ว...จบเรื่องเถอะ”
สุรเดชยิ้มให้ชนกชนม์ แต่เข้ามาผลักชนกชนม์ออก
“มันเล่นฉันเกือบตาย ฉันปล่อยไว้ไม่ได้”
สุรเดชจะเข้าไปทำร้ายชยางกูร ชนกชนม์เข้ามาขวางสุรเดช
“ไอ้เดช ถ้ายังคิดว่าฉันเป็นเพื่อนแก ฉันขอชีวิตน้องฉัน”
สุรเดชเดินตรงเข้ามาหาชนกชนม์ กระชากคอเสื้อ สองคนสู้สายตากัน
จังหวะนั้นสุตาภัญยืนมองที่มุมหนึ่ง ลุ้นระทึกว่าสุรเดชจะทำอย่างไร
สุรเดชกระซิบคุยกับชนกชนม์ “ฉันแกล้งขู่มันไปงั้นแหละ...แกจะได้เป็นฮีโร่ปกป้องมัน”
ชนกชนม์อึ้ง คาดไม่ถึงกับมุกของเพื่อนจอมกะล่อน
สุรเดชผลักอกชนกชนม์ แสร้งพูดโวยวาย “ก็ได้...ฉันยอมให้ทานชีวิตน้องแก เพราะแกเป็นเพื่อนรัก”
ชยางกูรฟังแล้วค่อยคลายความกังวลใจ สุรเดชเดินตรงมาชี้หน้าชยางกูร
“ต่อไปก็สำนึกในบุญคุณพี่แกบ้าง ไม่งั้นแกตายไปแล้ว”
สุรเดชเข้ามาค้นกระเป๋าชยางกูร แล้วแย่งมือถือไป
“คิดว่าทำตกส้วมแล้วกัน”
ชยางกูรโมโห “เอามือถือฉันคืนมา”
สุรเดชพูดด้วยท่าทางขึงขัง “ชดใช้ที่แกกระทืบของฉันพัง”
สุรเดชกดเปิดกล้องมือถือ แล้วถ่ายภาพคู่กับชยางกูร
“มีรูปใหม่อัพลงเฟสแล้วว่ะ...” สุรเดชมองดูภาพ “รุ่นนี้ถ่ายภาพชัดว่ะ ขอสักคลิป”
ว่าแล้วสุรเดชกดปุ่มเปิดถ่ายวิดีโอ...ร้องบอกเพื่อนๆ
“ฉลองหน่อยเว้ยเฮ้ย...” สุรเดชเป็นต้นเสียงร้องเพลง “ลูกเทวดา...”
บรรดาเพื่อนๆ สุรเดชต่างร้องเพลงลูกเทวดา...สุรเดชวิดีโอ
จังหวะนั้น รปภ.ห้างก็วิ่งเข้ามาเป่านกหวีดสั่งให้หยุด
“เฮ้ยหยุด”
สุรเดชหันไปเห็นก็ตกใจ ตะโกนบอกรปภ..
“ใครเข้ามาโดนระเบิดปิงปอง”
สุรเดชทำทีควักระเบิดจากกระเป๋า แล้วปาใส่ พวกรปภ.ตกใจ ก้มลงกับพื้น สุรเดชทำเสียงระเบิด
“ตู๊ม ตู๊ม ตู๊ม ฮะฮาฮ่า”
พวกสุรเดชต่างหัวเราะชอบใจ แล้วพากันวิ่งไปที่มอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ รปภ.วิ่งตาม
สุรเดชวิ่งไปที่มอเตอร์ไซค์...เพื่อนโยนกุญแจรถคันหนึ่งให้ สุรเดชวิ่งไปสตาร์ทรถ ยกล้อจะขี่ออกไป กฤติยาวิ่งเข้ามาขวาง สุรเดชยิ้มให้ กฤติยากระโดดขึ้นรถซ้อนท้าย สุรเดชขี่รถฝ่ารปภ.ออกไปได้ในที่สุด

ทางด้านชนกชนม์กำลังเข้าไปดูชยางกูร
“กูร..นายเป็นยังไงบ้าง”
ชยางกูรตวัดเสียงใส่ “ไม่ต้องยุ่งกับฉัน”
ว่าแล้วชยางกูรผลักชนกชนม์ออก พวกเพทายวิ่งเข้ามาหาชยางกูร
“รีบตามไปเล่นมันคืน ฉันจะให้พวกหาปืนให้”
ธนกรวิ่งเข้ามา ตะโกนเรียกชยางกูร
“ลูกกูร”
พอพวกเพทายหันไปเห็นธนกร ก็ตัดสินใจวิ่งออกไป ธนกรมองตามพวกเพทาย รู้ทันทีว่าเป็นพวกเด็กเกเร จึงรีบวิ่งไปดูชยางกูร
“ชนกชนม์ มันเกิดอะไรขึ้น”
“ไว้ผมเล่าให้ฟังครับ คุณอาพาน้องกลับก่อนเถอะครับ”

ชนกชนม์รีบวิ่งออกไป เพื่อตามหาสุตาภัญ
เวลาต่อมาสุตาภัญยื่นถุงใส่เสื้อผ้าให้ชนกชนม์

“นายลืมของ ฉันต้องไปแล้วล่ะ”
“กลับมหาลัย?” ชนกชนม์ถาม
“ใช่..ต้องไปถึงก่อนพ่อฉันมารับ” สุตาภัญมองนาฬิกา..กังวลใจ “ว้าย ไม่ทันแน่เลย”
สุตาภัญกังวลใจมาก ชนกชนม์นึกออก จึงคว้าข้อมือสุตาภัญวิ่งออกไป

ไม่นานหลังจากนั้นชนกชนม์ขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดหน้าคณะนิเทศฯในมหาลัย สุตาภัญลงจากรถถือหมวกกันน็อคไว้ในมือ
“น่าจะทันแล้วล่ะ....ขอบใจมากนะ”
“ฉันต่างหากที่ต้องขอบใจเธอ ที่เอาของมาให้ แถมยังเป็นห่วงฉัน” ชนกชนม์พูดอย่างจริงใจ “ไม่เคยมีใครเป็นห่วงฉันเหมือนเธอเลยนะ”
ชนกชนม์ยิ้มด้วยความจริงใจให้ สุตาภัญรู้สึกดี ยิ้มตอบ
“ฉันไปก่อนนะ”
สุตาภัญยิ้มให้ชนกชนม์ สุตาภัญหันไปมองที่หน้าคณะซึ่งห่างออกไป แล้วร้องออกมาอย่าง
“คุณพ่อ!”


สองคนมุมหนึ่งที่ห้างสรรพสินค้า วีรภัทรนวดเท้าให้ชลนิภาอยู่ แต่ถูกชลนิภาผลักออก
“พอได้แล้ว...” ชลนิภาควักเงินส่งให้ “นี่เป็นค่านวด...ฉันจะได้ไม่ตกเป็นหนี้บุญคุณ”
วีรภัทรเหนื่อยใจ “คุณชลนิภา..ถึงเราจะหย่าร้างกัน แต่เรายังเป็นเพื่อนกันได้”
“ไม่ได้..วันที่คุณก้าวออกไปจากชีวิตฉัน คุณได้กลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับฉัน....เราไม่มีความข้องเกี่ยวอะไรกันอีก”
“แต่คุณไม่มีวันตัดขาดความเป็นพ่อลูกของผมกับชนกชนม์ได้”
“มันจะยากอะไรคะ...ฉันนี่แหละ จะเป็นคนตัดสายสัมพันธ์นั้นเอง”
“ผมไม่ยอมคุณเด็ดขาด”
ชลนิภาจะเถียงกลับ...แต่หันไปเห็นธนกรประคองชยางกูรที่มุมหนึ่ง
“ลูกกูรของแม่”
ชลนิภารีบวิ่งไปหาชยางกูรอย่างห่วงใย แล้วพาชยางกูรออกไป
วีรภัทรมองชลนิภา กังวลใจที่อดีตภรรยายังคงโกรธแค้น และไม่ให้อภัย พอวีรภัทรหันกลับ เจอนัชชากับนิธิยืนอยู่..วีรภัทรเดินเข้าไปหา
“ชนกชนม์คงปลอดภัยแล้ว เรากลับกันเถอะ”
นัชชาตบหน้าฉาดใหญ่ “กลับไปดูแลเมียเก่าและลูกคุณซะ ฉันดูแลลูกได้” นัชชาจูงนิธิเดินออกไป
วีรภัทรตกใจ “คุณนัชชา”

ส่วนสุทินเดินตรงเข้ามาสุตาภัญ ถามทันทีน้ำเสียงขุ่น
“นายคนนี้เป็นใคร? ไม่ใช่เพื่อนลูก ทำไมถึงอยู่ด้วยกัน”
สุตาภัญอึ้ง ตั้งตัวไม่ติด
ชนกชนม์รู้สถานการณ์รีบทำเป็นโวยใส่สุตาภัญ “คุณจะอึ้งอีกนานไหม? จ่ายเงินค่ารถมาได้แล้ว”
สุตาภัญฉงน “ค่ารถ”
“เอ้า...ค่ามอ’ไซค์ไง อย่าคิดใช้ความสวยมาหลอกนั่งฟรี ขอโทษ.. ผมมีเมียแล้ว”
สุทินแปลกใจจ้องสุตาภัญเขม็ง “เธอไปไหนมา”
“เอ่อ..ร้านซีร๊อกที่คณะปิดค่ะ ตาออกไปถ่ายรายงาน” สุตาภัญควักเงินให้ชนกชนม์ “ค่ารถนาย” รีบหันมาบอกพ่อ “กลับบ้านเถอะค่ะ”
สุตาภัญจะออกไปกับสุทิน ชนกชนม์เรียกไว้อีก
“เดี๋ยวก่อนสิคุณ”
สุตาภัญหันมามองชนกชนม์ ประมาณว่ามีอะไรอีก เดี๋ยวฉันตายแน่
“หมวกผม...แหม...จ่ายสามสิบคิดแฮ้ปหมวกไปด้วย กะเอาคุ้มเลยนะคุณ เฮ้อ...นักศึกษาสมัยนี้ไว้ใจไม่ได้จริงๆ”
สุตาภัญนึกได้ รีบคืนหมวกกันน๊อค...แล้วแอบแลบลิ้นใส่ชนกชนม์ แล้วหันกลับไปหาสุทิน
“ต่อไปห้ามนั่งมอเตอร์ไซค์อีก”
“ค่ะ”
สุทินพาสุตาภัญเดินข้ามถนนไปที่รถทันที สุตาภัญขึ้นรถ สุทินขึ้นทางฝั่งคนขับแล้วสตาร์ทเครื่องขับรถออกไปทันที
ชนกชนม์โบกมือลา สุตาภัญเห็นแอบโบกมือตอบ พอสุทินหันกลับมา เห็นชนกชนม์ทำทีเป็นเกาหัว...รถของสุทินวิ่งออกไป
ชนกชนม์ยิ้ม “จะเอาชนะใจพ่อตาได้ไหมเนี่ย” แล้วนึกได้ “พูดอะไรออกไป...เฟี้ยวเงาะว่ะ!”

ชนกชนม์ส่ายหน้าแล้วหัวเราะขำตัวเองอย่างอารมณ์ดี
ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 3 (ต่อ)

ตอนเย็นวันนั้น ชนิกานต์ก้าวลงจากรถ เดินยิ้มหน้าบานเข้าไปในบ้าน ธีรดนย์ถือกระเป๋าตามมาส่งให้

“กระเป๋า”
ชนิกานต์หันมารับ แล้วยิ้มร่าขอบใจธีรดนย์
“ขอบใจนะ”
ธีรดนย์อึ้งที่ชนิกานต์ขอบใจตน
ชนิกานต์เดินยิ้มจะเข้าไปในบ้าน...ธีรดนย์พูดไล่หลัง
“วันนี้ฝนคงตกห่าใหญ่ แม่มดร้ายกลายร่างเป็นนางฟ้า”
ชนิกานต์พยายามเก็บอารมณ์ ยิ้มให้ “อย่ามาหาเรื่องฉันนะ คนกำลังมีความสุข ตกอยู่ในห้วงความรัก”
ธีรดนย์สวนขึ้น “รักกุ๊ย”
ชนิกานต์ไม่พอใจ “ชนกชนม์ไม่ใช่กุ๊ย เขาเป็นผู้ชายใจนักเลงต่างหาก”
“แล้วมันต่างจากอันธพาลตรงไหน? หาเรื่องตีกันได้ตลอดเวลา”
“อันธพาลคือพวกระรานคนอื่น แต่ชนกชนม์เขาปกป้องฉันและรักเพื่อนฝูง” ชนิกานต์เย้ยธีรดนย์ “พูดไปคนอย่างแกคงไม่เข้าใจหรอก เพราะแกมันใจปลาซิว”
ธีรดนย์ไม่พอใจ “เธอ”
ชนิกานต์จ้องหน้าขณะถาม “ถามจริงเหอะ ทำไมแกถึงไม่ชอบหน้าเขา...รึว่าแกหึงที่ฉันรักเขา”
ธีรดนย์อึ้ง “เลิกคิดเรื่องนั้นได้เลย เป็นตายร้ายดียังไง ฉันไม่หน้ามืดเอาเธอเป็นแฟน”
ชนิกานต์ย้อนกลับ “ฉันก็ไม่เอาแกเหมือนกัน...แล้วไม่ต้องหวังยัยตาด้วย ฉันจะเป็นกันชนขวางทางแกทุกทาง”
ชนิกานต์ยิ้มเย้ยแล้วเดินเข้าบ้าน ธีรดนย์มองด้วยความเจ็บใจ ตะโกนไล่หลัง
“วันไหนที่เธอผิดหวังรึเสียใจ ฉันจะเป็นคนซ้ำเติมให้เธอจมดิน”

ชนิกานต์เดินเข้ามาในบ้านตรงห้องโถง...พูดกับตัวเอง.
“ฝันไปเหอะ...คนอย่างชนิกานต์สะกดคำว่าเสียใจไม่เป็น”
ชนิกานต์ยิ้มเย้ย จะเดินตรงไป แต่ต้องหยุดกึก
“กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ” กัณฐิกานั่นเอง
“แก” ชนิกานต์ไม่พอใจ
“หนูคงหิวแล้ว...วันนี้น้ากัณทำของอร่อยๆ ไว้ให้ทาน...มาสิจ๊ะ”
กัณฐิกาเชื้อเชิญชนิกานต์...ชนิกานต์ยืนมองท่าทางลังเล

ครู่ต่อมากัณฐิกายกอาหารวางเรียงไว้บนโต๊ะ ชนิกานต์เดินเข้ามา
“น้าแอบสืบความลับจากคุณพ่อว่าหนูชอบทานอะไร...น้าตั้งใจทำสุดฝีมือเลยนะ”
ชนิกานต์ยังยืนมองนิ่งๆ
“ถ้ากลัวไม่ถูกปาก ลองชิมก่อนก็ได้จ้ะ”
กัณฐิกาตักอาหารให้ชนิกานต์ชิม ชนิกานต์รับมา แล้วชิมอาหารโดยดี ชนิกานต์ยิ้มพอใจเล็กน้อย แล้วนั่งลง
กัณฐิกายิ้มพอใจ “น้าตักข้าวให้”
“ไม่ต้องค่ะ น้าทำอาหารให้กานต์ทานแล้ว กานต์ขอตอบแทน ตักข้าวให้น้าดีกว่า”
กัณฐิกายิ้มพอใจ คิดว่าชนิกานต์ยอมรับเธอแล้ว จึงส่งจานให้
ชนิกานต์ตักข้าวจากโถ ทำทีจะใส่จานของกัณฐิกา แต่กลับสาดใส่หน้ากัณฐิกาแทน
กัณฐิการ้อง “ว้าย”
“ได้ข้าวแล้วก็ต้องเติมกับด้วย”
ชนิกานต์คว้าจานอาหาร ใส่กับหน้ากัณฐิกาจังๆ กัณฐิกาตกใจร้องโวยวาย
“ว้าย”
“แกงนี้ก็อร่อยนะคุณน้า”
ชนิกานต์ราดแกงใส่หน้ากัณฐิกา จังหวะนั้นธีรดนย์วิ่งเข้ามาจับชนิกานต์ไว้
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
“ไม่ต้องมายุ่งออกไป”
ชนิกานต์คว้าจานอาหารจะเข้าไปละเลงกัณฐิกาอีก ธีรดนย์เข้าไปขวางกัณฐิกาไว้
“หยุดบ้าได้แล้ว ไม่เห็นรึไงว่าคุณกัณฐิกาเธอปวดแสบปวดร้อนไปทั้งตัว”
ชนิกานต์ไม่สน “สมน้ำหน้า..แกเอาใจผิดคนแล้วล่ะ ฉันไม่ใช่คุณพ่อที่จะหลงมารยาแก”
“คุณกัณฐิกาไปล้างหน้าล้างตัวเถอะครับ ผมพาไป”
ธีรดนย์ประคองกัณฐิกาออกไป ชนิกานต์มองเย้ยอย่างสะใจ แต่ไม่พอใจที่ธีรดนย์ปกป้องกัณฐิกา

กัณฐิกากำลังเช็ดหน้าเช็ดตา หลังจากไปล้างคราบอาหารออกจนหมด
ธีรดนย์ถามอย่างเป็นห่วง “คุณกัณฐิกาเป็นยังไงบ้างครับ”
“ฉันไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ ขอบใจเธอมากนะ”
“คุณท่านไม่อยู่ คุณกัณฐิกาควรกลับไปก่อน ไม่งั้นชนิกานต์อาจทำร้ายอีก”
“ไม่เป็นไรจ้ะ...ธีรดนย์ เธออย่าบอกเรื่องนี้กับคุณณวัตรฉันไม่อยากให้คุณ ณวัตรลงโทษหนูกานต์”
ธีรดนย์แปลกใจ “คุณยังไปปกป้องเธออีกเหรอครับ”
“ฉันผิดเองที่เข้าไปวุ่นวายกับหนูกานต์ ฉันขอร้องล่ะ”
ธีรดนย์จำยอม “ครับ....ผมขอตัวก่อนครับ” ธีรดนย์จะเดินออกไป
กัณฐิกาคว้าแขนไว้ “ขอบใจเธอมากนะ”
“ครับ”
กัณฐิกาปล่อยแขน ธีรดนย์เดินออกไป ไม่ได้คิดอะไร กัณฐิกามองตาม แววตาพึงพอใจในตัวธีรดนย์
ชนิกานต์เดินเข้ามายืนมองกัณฐิกาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
“แกมันร่านจริงๆ พ่อฉันไม่อยู่ก็คิดจะกินเด็กในบ้าน”
กัณฐิกาแอ๊บไม่รู้เรื่อง “หนูพูดอะไร น้าไม่เข้าใจ”
“ต๊าย...แอ๊คติ้งตุ๊กตาทอง กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง ที่แกร้องวี๊ดว๊ายปวดแสบปวดร้อนเพราะต้องการให้ธีรดนย์เข้ามาดูแล..อย่าคิดนะว่าฉันรู้ไม่เท่ากันแก”
“หนูกำลังเข้าใจผิด”
ชนิกานต์ตบหน้ากัณฐิกาฉาดใหญ่ กัณฐิกาล้มลงไปที่พื้น
“หลอกฉันไม่สำเร็จหรอก...รีบไสหัวออกไปจากบ้าน ก่อนที่ฉันจะฆ่าแก”

ชนิกานต์ขู่กัณฐิกา แล้วเดินออกไป กัณฐิกาทำทีเป็นเศร้าเสียใจ
ชนิกานต์เดินยิ้มมีความสุขที่ทำร้ายกัณฐิกา

“รู้จักฉันน้อยไปแล้ว...วุ่นวายกับฉันอีก โดนหนักกว่านี้แน่”
ชนิกานต์เหยียดยิ้มอย่างสะใจ แต่แล้วต้องหยุดกึก มองไปตรงหน้า ก่อนจะเดินปรี่เข้าไป
ที่แท้เป็นรูปกัณฐิกาใส่กรอบรูปสวยงาม ถูกแขนแทนตำแหน่งภาพแม่ของชนิกานต์นั่นเอง
ชนิกานต์กรีดร้องลั่นบ้าน “อ๊าย...”

ธีรดนย์กำลังรดน้ำต้นไม้ ได้ยินเสียงกรี๊ดของชนิกานต์ ก็แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น?

ด้านชนิกานต์หยิบของใกล้มือ ปาใส่รูปภาพกัณฐิกาพัลวัน กัณฐิกาเดินตรงเข้ามา
“หนูไม่ชอบรูปนี้เหรอ? ฉันจะได้เอารูปใหม่ใหญ่กว่าเดิมมาติด”
ชนิกานต์โวยวาย “แกกล้าดียังไงเอารูปแม่ฉันออก แล้วเอารูปแกใส่แทน”
“วันก่อนเธอไม่ต้อนรับฉัน...ฉันก็เลยปิ๊งไอเดีย..เอารูปมาติด...เธอจะได้เห็นหัวฉันและรู้ว่าใครใหญ่ที่สุดในบ้าน”
“แกไม่มีสิทธิ์มาจุ้นจ้านในบ้านฉัน นังสารเลว”
ชนิกานต์ปราดเข้าตบหน้ากัณฐิกาฉาดใหญ่ กัณฐิกาไม่พอใจ
“ถ้าแกยังมาตอแยฉัน แกจะโดนหนักกว่านี้”
กัณฐิกาตบหน้าชนิกานต์ทันที
ชนิกานต์ตกใจ “แก” ตบกัณฐิกาอีก
กัณฐิกาตบกลับสองที “แม่เธอคงไม่ได้สอนเรื่องการเคารพผู้ใหญ่ ฉันจะทำหน้าที่แม่เลี้ยงแสนดีสั่งสอนเธอเอง” ว่าแล้วก็ตบหน้าชนิกานต์อีกสองฉาด
ชนิกานต์โกรธจนตัวสั่น “ฉันจะฟ้องคุณพ่อ”
กัณฐิกาท้าทาย “เอาสิ...ระหว่างเมียใหม่ที่เร่าร้อนออดอ้อนเอาใจเก่ง...กับลูกสาวขี้วีน งี่เง่าไร้เหตุผล พ่อเธอจะฟังใคร”
ชนิกานต์แค้นหนัก “แก”
กัณฐิกาปรี่ตรงเข้ามาคุกคามชนิกานต์ “ฉันตั้งใจมาดี พร้อมเป็นมิตร แต่ในเมื่อเธอตั้งป้อมเป็นศัตรูกับฉัน...ฉันก็ต้องเปลี่ยนกลยุทธิ์ ตาต่อตาฟันต่อฟัน”
“ในที่สุดแกก็เผยธาตุแท้ความชั่วออกมา นังสารเลว”
ชนิกานต์ปราดเข้ามาตบตีกัณฐิกา กัณฐิกาก็สู้ทั้งสองตบตีกันพัลวัน
จังหวะนั้นณวัตรวิ่งเข้ามา..เห็นทั้งสองตบตีกันชุลมุน
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
“คุณพ่อคะ ช่วยกานต์ด้วยค่ะ นังนี่มันตบตีกานต์ค่ะ”
ชนิกานต์ชิงไปฟ้องณวัตรก่อน หวังใส่ร้ายกัณฐิกา ณวัตรมองกัณฐิกา แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ธีรดนย์เดินเข้ามายืนดูที่มุมหนึ่ง...แอบฟังเรื่องราวทั้งหมด ชนิกานต์เข้าไปอ้อนณวัตร
“อย่างที่กานต์เล่าค่ะคุณพ่อ..มันด่ามันตบตีกานต์ มันคิดจะทำร้ายกานต์”
“พอได้แล้ว พ่อไม่อยากฟังเรื่องโกหกไร้สาระ”
ชนิกานต์ตกใจ “คุณพ่อ”
กัณฐิกายิ้มเย้ยด้วยความสะใจ
“คุณกัณ ไม่ใช่คนหยาบคายก้าวร้าว ลูกต่างหากที่เป็นฝ่ายทำร้ายและรังแกคุณกัณ”
ชนิกานต์ผิดหวังมาก เหวี่ยงวีนทันที “คุณพ่อเชื่อมัน แต่คุณพ่อไม่เชื่อกานต์”
“เพราะพ่อรู้จักนิสัยลูกดีพอ”
“คุณพ่อก็เห็นว่ามันเอารูปแม่ออก...” หันไปมองรูปภาพของแม่ “แล้วมันเอารูปมันติดแทน เท่ากับมันไม่ให้เกียรติคุณแม่ ไม่ให้เกียรติคุณพ่อนะคะ”
“พ่อเป็นคนบอกให้คุณกัณทำอย่างนั้นเอง”
ชนิกานต์อึ้ง ด้านธีรดนย์ได้ฟังก็แปลกใจ
“พ่อคิดว่าถ้าพ่อต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่กับใครสักคน พ่อควรลืมอดีตได้แล้ว และที่สำคัญ พ่อควรให้เกียรติผู้หญิงคนนั้นในฐานะภรรยาอย่างสมบูรณ์”
ชนิกานต์ฟูมฟาย “คุณพ่อไม่รักคุณแม่ไม่รักกานต์แล้ว”
“พ่อรักลูกมาก....และรักมากเกินไป ลูกถึงได้เอาแต่ใจอย่างนี้ ถึงเวลาที่พ่อต้องหาใครสักคนมาดูแลลูก...พ่อจะแต่งงานกับเธอเร็วๆ นี้”
“ไม่ค่ะ กานต์ไม่ยอมรับมันเป็นแม่ของกานต์”
กัณฐิกาพูดแทรกขึ้นทันทีอย่างเจียมตัว “คุณคะ ยกเลิกงานแต่งของเราเถอะค่ะ..อย่าให้กัณต้องสร้างปัญหาทำลายความรักของคุณกับลูกเลย” พลางเดินเข้ามาพูดดีๆ กับชนิกานต์ “ฉันขอโทษที่ทำให้หนูไม่สบายใจ...หลังจากนี้ไป..ฉันจะไม่อยู่ขวางหูขวางตาหนูอีกแล้ว ฉันจะไปจากชีวิตพ่อของหนูเอง”
ชนิกานต์แปลกใจที่กัณฐิกายอมถอยหนี แต่ยังไม่ไว้ใจนัก
ธีรดนย์ได้ฟังก็ยิ่งซึ้งน้ำใจกัณฐิกา ที่ยอมเสียสละ
“แต่ขอให้เธอรู้ไว้..ฉันมีความปรารถนาดีและความจริงใจที่มอบให้เธอ...” กัณฐิกาบอกลาณวัตร “ฉันดีใจที่ได้รู้จักกับคุณนะคะ...ลาก่อนค่ะ”
กัณฐิกาจะออกไปจากบ้าน ณวัตรเข้ามาคว้าตัวไว้
“ผมไม่ยอมสูญเสียผู้หญิงที่ดีที่สุดไป....ผมเปลี่ยนใจแล้ว...ผมจะแต่งงานกับคุณอาทิตย์หน้า”
ชนิกานต์ไม่พอใจ “คุณพ่อ”
กัณฐิกายิ้มพอใจในสีหน้า ที่ณวัตรติดกับมารยาเธอ
“ลูกเตรียมตัดชุดได้แล้ว พ่อจะให้ลูกเป็นเพื่อนเจ้าสาว” ณวัตรสั่ง
“ไม่ค่ะ กานต์ไม่มีวันไปงานแต่ง กานต์จะรอไปงานศพมัน”
ณวัตรสุดทนปราดเข้ามาตบหน้าชนิกานต์ฉาดใหญ่
“ลูกก้าวร้าวมากไปแล้ว ถึงแม้ลูกไม่เห็นด้วย งานแต่งของเราต้องเกิดขึ้น”
จากนั้นณวัตรพากัณฐิกาเดินออกไป กัณฐิกาลอบยิ้มเย้ยชนิกานต์
ชนิกานต์ตะโกนลั่น “คุณพ่อกลับมาก่อน....คุณพ่อ”

ธีรดนย์ยืนมอง ยิ้มสะใจที่มีคนปราบชนิกานต์แล้ว
ขณะที่อุษากำลังจะเข้าไปในบ้าน เพราะได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย แต่เจอธีรดนย์ที่ยืนหัวเราะอยู่

“ธี....คุณหนูเป็นอะไร? ทำไมมัวยืนหัวเราะ ไม่ไปดูคุณหนู”
“ผมก็แค่สะใจที่มีคนปราบคุณหนูขี้วีนได้สักที”
“ลูกหมายถึงใคร”
“ผู้หญิงคนใหม่ของคุณท่านครับ กำราบยัยคุณหนูเอาแต่ใจซะอยู่หมัด”
อุษาไม่พอใจนัก “แม่สอนแล้วไง..ไม่ให้ต่อว่าหรือทำร้ายจิตใจเธอ”
“ก็มันสะใจจริงๆนี่ครับ ที่ผ่านมาพอไม่ได้ดั่งใจก็วี๊ดๆ กรี๊ดๆ คอยห่มเหงจิตใจคนอื่น เจอยาแรงอย่างนี้คงจุกไปอีกนาน”
อุษาเป็นห่วงชนิกานต์ จะรีบไปดูชนิกานต์
“แม่จะไปไหน”
“แม่จะไปดูคุณหนู...ป่านนี้เธอคงร้องไห้แทบขาดใจ...อาจจะชักอีก”
ธีรดนย์ไม่อยากให้แม่ไปยุ่ง จึงอาสาไปดูแทน
“แม่ไปต้องไปหรอก ผมไปดูเอง”
กำลังโหลดความคิดเห็น...