xs
sm
md
lg

อุบัติเหตุ ตอนที่ 9

เผยแพร่:

อุบัติเหตุ ตอนที่ 9

ญาติโยมกำลังประเคนอาหารให้พระที่ฉันเพลร่วมกันอยู่บนศาลา อารุมดูแลความเรียบร้อยอยู่ที่วงสำรับอีกวง พอหันมารินน้ำดื่มจะไปประเคนให้พระ ก็มีมือใครคนหนึ่งมาหยิบขวดน้ำไปรินใส่แก้วให้ อารุมหันไปมอง ถึงเห็นว่าคนที่เข้ามาช่วยคือวิศนี

“ฉันช่วยนะคะ”
อารุมมองวิศนีอย่างไม่เต็มใจนักแต่ก็ปล่อยให้ทำ วิศนีขยับเข้ามาช่วยใกล้ขึ้น เมื่อเห็นว่าเขาไม่ขัดขืน...ทั้งสองช่วยกันดูและการฉัน คอยเดินเติมอาหาร ประเคนของหวานให้ ใกล้ชิดกัน อารุมเหลือบมองวิศนีด้วยหัวใจอ่อนโยนลง


อารุมกับวิศนีช่วยกันเทขนมปังเลี้ยงปลาในสระน้ำของวัด
“ฉันมาทำบุญให้คุณนนค่ะ”
อารุมเยาะ
“คุณไม่จำเป็นต้องทำ เพราะยังไงศาลก็ตัดสินแล้วว่าคุณไม่เจตนา”
วิศนีฟังแล้วนึกน้อยใจ
“ฉันก็ไม่ได้เจตนาจริงๆนี่คะ”
อารุมเบือนหน้าหนีไม่อยากฟัง
“ฉันตั้งใจจะมาอุทิศส่วนกุศลให้เธอ แล้วก็อธิษฐานขอให้เธอให้อภัยฉัน”
“นนไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้น ตอนนี้เขาคงมีความสุขกับที่ที่เขาอยู่แล้ว”
“แล้วคุณล่ะคะ คุณยังแค้นฉันอยู่หรือเปล่า”
อารุมอึ้งไป ตอบไม่ถูก เลยทำท่าจะเดินหนี
“ตอบมาสิคะ ฉันอยากรู้”
อารุมยืนหันหลังให้ กระสับกระส่าย อยากจะบอกความจริง แต่ก็ยังมีทิฐิในใจ
“มันไม่สำคัญหรอก เพราะยังไงเราก็จะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก เรามีชีวิตใหม่ที่ต้องเดินกันไปคนละทางอยู่แล้ว”
วิศนีเดินอ้อมมาดักหน้า
“มันสำคัญกับฉันค่ะ”
อารุมมองหน้าวิศนี อึดอัดใจ รู้ว่าวิศนีแคร์เขามาก...เดชชาติเฝ้ามองวิศนีกับอารุมคุยกันอยู่ด้วยแววตาเศร้าๆ ไม่อยากเข้าไปขัดจังหวะ แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นกุสุมาเดินเข้ามา
“อารุม”
กุสุมามองอย่างไม่พอใจ แล้วทำท่าจะตรงไป เดชชาติรีบเข้าไปดึงไว้
“โอ๊ย ปล่อยนะ ชาติ มาจับฉันไว้ทำไม”
“ปล่อยให้สองคนนั่นคุยกันตามลำพังก่อนได้ไหม”
“ยายนั่นมันจะมาอ้อนอะไรอารุมอีกน่ะสิ ปล่อยฉัน ฉันจะไปไล่มัน”
“สุ เธอเป็นอะไรของเธอ จะไปยุ่งอะไรกับเขานักหนา ปล่อยให้อารุมมันได้หายใจบ้าง เธอเกาะมันจนใกล้จะเป็นปลิงแล้วรู้ตัวไหม”
กุสุมาแทบกรี๊ด
“ไอ้ชาติ ไอ้คนปากชั่ว”
กุสุมาโกรธจัด หันมาทุบเดชชาติไม่ยั้ง เดชชาติพยายามปัดป้อง ถอยหนี



วิศนีพยายามดักหน้าอารุม
“ตอบฉันมาสิคะ ขอให้ฉันได้ยินคำตอบของคุณ ไม่ว่าจะให้อภัย หรือไม่ให้ฉันก็ยอมรับได้ทั้งนั้น ฉันจะได้รู้ว่าตัวเองควรทำตัวยังไงต่อไป”
อารุมนิ่งอึ้ง หันมองวิศนี สายตาเหมือนจะปรานี
“คำตอบของผมมันช่วยให้คุณเริ่มต้นใหม่ได้ใช่ไหม”
“ค่ะ”
วิศนีมีความหวัง อารุมมองนิ่งๆ แล้วเปลี่ยนเป็นยิ้มเหี้ยม
“งั้นผมไม่ให้”
วิศนีผงะไป
“ผมไม่อยากให้คุณเริ่มต้นใหม่ ผมอยากให้คุณจมปลักกับความทุกข์ กับความเลวร้ายที่คุณทำ”
วิศนีหน้าเสีย ทันใดนั้นเองก็มีเสียงร้องดังมาจากมุมไกลๆ
“โอ๊ย!”
อารุมกับวิศนีหันไปมอง เห็นกุสุมาล้มอยู่ตรงหน้าเดชชาติ กุสุมาโวยวายจ้องเดชชาติอย่างโมโห เดชชาติมองงงๆ
“ฉันเจ็บนะนายชาติ!”
อารุมกับวิศนีเดินเข้ามา
“สุเป็นอะไร”
กุสุมาไม่ตอบ แต่หันไปหาอารุมแทน
“สุเห็นอารุมอยู่ที่ริมสระก็จะเดินเข้าไปหา แต่เดชชาติเขาไม่ยอมให้เข้าไป พอสุไม่ฟังเขาก็ผลักสุ”
เดชชาติหน้าเหวอ
“เฮ้ย เธอไล่ทุบฉันแล้วก็ล้มของเธอเองนะ”
“แต่นายไม่ยอมให้ฉันเข้าไปหาอารุม”
เดชชาติเถียงไม่ออก กุสุมาทำท่าลุกไม่ขึ้น จนอารุมต้องประคองขึ้นมา
“มีเรื่องอะไรกันเหรอ”
“ไม่มีหรอก เจอกันโดยบังเอิญน่ะ” อารุมมองกุสุมาที่เลอะเทอะไปด้วยดิน “สุเดินไหวไหม ผมจะพาไปหาหมอ”
กุสุมาเหลือบมองวิศนี แล้วเกิดความคิดบางอย่าง
“เดี๋ยวสุไปล้างแผลก่อนดีกว่า คุณวิศนีช่วยพาสุไปห้องน้ำหน่อยสิคะ”

วิศนีงงๆ ที่อยู่ๆ กุสุมาก็หันมาใช้ แต่ก็เข้ามาช่วยประคองออกไป
พอวิศนีประคองกุสุมาเข้ามาในห้องน้ำแล้ว ทันใดนั้นกุสุมาก็สะบัดมือออก

“คุณยังมีอะไรจะคุยกับอารุมอีกเหรอคะ ทั้งๆ ที่คุณทำลายชีวิตเขาไปแล้ว”
วิศนีตกใจที่เห็นกุสุมาเปลี่ยนท่าที ทันควัน พยายามตั้งสติ
“ฉันแค่บอกเขาว่ามาทำบุญให้คุณนน”
กุสุมาคาดคั้น
“แค่นั้นจริงๆนะ”
วิศนีเริ่มฉุนเมื่อเห็นกุสุมาก้าวก่าย
“จะแค่นั้นหรือแค่ไหน จริงๆก็ไม่เกี่ยวกับคุณเลยนะคะ”
วิศนีมองกุสุมาที่ยืนเต็มขา เหมือนไม่เจ็บอะไรเลย
“คุณคงดูแลตัวเองได้แล้ว ฉันขอตัว”
วิศนีจะเดินออก กุสุมา จับแขน ดึงกลับมา จ้องหน้า
“ฉันขอสั่งให้คุณเลิกยุ่งกับอารุม เพราะคุณทำให้เขาไม่ลืมอดีต ยิ่งเขาเห็นหน้าคุณ เขาก็ต้องนึกถึงนน แล้วเมื่อไรเขาจะมีความสุข” กุสุมาสีหน้าดุดันขึ้นเรื่อยๆ “ฉันรู้นะว่าคุณหลงรักอารุมอยู่ แต่ถ้าคุณรักเขาจริง ก็ควรจะเลิกยุ่งกับเขาซะ อารุมจะได้มีชีวิตใหม่สักที”
วิศนีได้แต่อึ้ง เริ่มรู้สึกว่ากุสุมาไม่ธรรมดา


เดชชาติคุยกับอารุมระหว่างรอวิศนี
“แกคุยกับคุณวิศนีเข้าใจหรือยัง”
“เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว เรื่องของฉันกับเขาจบลงไปพร้อมกับชีวิตนนแล้ว”
“อารุม...”
“อย่าพาเขามาใกล้ฉันอีก ถ้าแกเป็นห่วงเขา ก็ดูแลเขาให้ดี”
อารุมพูดจบก็เดินจากไป เดชชาติถอนใจ เหน็ดเหนื่อยกับความใจแข็งของเพื่อน


วิศนีลงจากรถที่จอดหน้าบ้าน โยธินกับอวลอบปราดออกมาพร้อมกับกรแก้ว
“คุณวิศนี ไปไหนมาครับ ผมมารอตั้งนาน”
วิศนีมองโยธินกับอวลอบอย่างเบื่อๆ ไม่ยอมตอบ กรแก้วเข้ามาบอก
“คุณหญิงพาช่างตัดเสื้อเอาชุดมาให้เลือกสำหรับงานหมั้นไงคะ”
“คุณเลือกให้ฉันเถอะ ชุดไหนก็ได้ ในเมื่อจะเจ้ากี้เจ้าการชีวิตฉันแล้ว ก็ทำให้มันถึงที่สุดสิคะ รอมานานแล้วไม่ใช่เหรอ”
วิศนีพูดจบก็เดินสวนทั้งสามคนเข้าบ้านไป กรแก้วหน้าชาที่ถูกวิศนีแขวะต่อหน้าแขก ในขณะที่โยธินทำหน้าเจื่อนไปที่วิศนีไม่สนใจเขาเลย


ค่ำนั้น เดชชาติอาบน้ำประแป้ง หอบเสื่อกับหมอนเดินมาหน้าบ้าน มีองอาจหอบมุ้งครอบผู้ใหญ่ตามมา
“พี่จะนอนตรงนี้จริงๆ เหรอพี่ชาติ”
“เออสิ กางมุ้งเลย”
เดชชาติปูเสื่อลงที่พื้น องอาจหยิบมุ้งออกมาเตรียมจะกาง นีรนุชเปิดประตูพรวดออกมา
“ทำอะไรกันน่ะ”
เดชชาติกับองอาจสะดุ้ง
“ก...กางมุ้งจ้ะ พี่ชาติจะนอนเฝ้าพี่นุชตรงนี้”
“นุชจะได้ไม่ต้องออกมาดูแลพี่ไง”
นีรนุชมองเดชชาติหน้างอ จริงๆหายโกรธแล้วแต่ยังวางฟอร์ม
“ใครอนุญาต เก็บไปเลยนะ”
“นุช”
“ทำตัวเป็นคนอนาถาไปได้ บ้านช่องมีไม่ยอมไปนอน”
เดชชาติกับองอาจหน้าจ๋อย นีรนุชแกล้งตีหน้ายักษ์
“จะมานอนเฝ้าก็เข้ามานอนข้างใน โซฟาในห้องรับแขกยังว่าง”
เดชชาติกับองอาจอึ้งไปเล็กน้อยแล้วยิ้มออกมา
“นุชยอมให้พี่มาอยู่เป็นเพื่อนแล้วเหรอ”
“อยากนอนก็นอนสิ เบื่อคนดื้อ”
เดชชาติดีใจ
“งั้นพี่จะไปตามรักชาติมานอนกับนุชนะ”
องอาจทะเล้น
“ผมนอนแทนก็ได้พี่ ฮี่ๆๆ”
เดชชาติเตะก้นองอาจอย่างหมั่นไส้ ชี้หน้า
“ไม่ต้องเผือกเลย รู้นะว่าคิดอะไรอยู่” เดชชาติเตะซ้ำ “ไป...ไปเอาไอ้รักมา”
องอาจรีบหอบมุ้งเด็กวิ่งออกไป เดชชาติหันมายิ้มให้นีรนุชอย่างดีใจ แต่นีรนุชทำวางฟอร์มหน้าบึ้งๆ แล้วเบือนหน้าหนี



อารุมเก็บของบนโต๊ะทำงานใส่กล่องไปเรื่อยๆ จนมาถึงรูปวาดฝีมือของวิศนี อารุมมองคิดถึงวิศนี แล้วนึกถึงคำพูดที่คุยกับเดชชาติเมื่อตอนกลางวัน
“เรื่องของฉันกับเขาจบลงไปพร้อมกับชีวิตนนแล้ว”
“อารุม...”
“อย่าพาเขามาใกล้ฉันอีก ถ้าแกเป็นห่วงเขา ก็ดูแลเขาให้ดี”
อารุมมองรูปอย่างเศร้าใจ
“ฝากแกดูแลคุณวิศนีแทนฉันด้วยนะชาติ”

อารุมเก็บรูปใส่ลงกล่อง รวมกับข้าวของส่วนตัวที่ตั้งใจเก็บไปต่างจังหวัดด้วยกัน
วันใหม่...ในห้องแต่งตัวที่โรงแรมของอวลอบ อำนวยกับกรแก้วเคาะประตูห้อง แล้วเปิดเข้ามา

“เสร็จหรือยังลูก”
“เรียบร้อยแล้วค่า” ช่างค่อยๆ หมุนเก้าอี้ให้วิศนีหันมา หญิงสาวแต่งหน้าแต่งตัวสวยงามในชุดสำหรับพิธีหมั้น แต่หน้าเศร้าหมอง อำนวยมองอย่างปลื้มๆ แล้วเข้าไปประคองกอดลูก
“ลูกพ่อสวยมากจริงๆ พ่อดีใจที่ได้เห็นวันนี้ของหนู”
วิศนีก้มหน้านิ่งไม่ยอมสบตาอำนวย กรแก้วเลยตัดบท
“ลงไปเถอะค่ะ จวนฤกษ์แล้ว”
อำนวยพยักหน้า แล้วโอบวิศนีให้ลงไปด้วยกัน


โยธินนั่งอยู่ที่กลางวง โดยมีอวลอบกับแขกล้อมรอบ ทุกคนมองไปที่วิศนีที่เดินลงมาพร้อมกับอำนวยเป็นตาเดียว โยธินมองวิศนีที่ดูสวยงามอย่างปลาบปลื้ม ขณะที่วิศนีเดินมานั่งลงตรงตำแหน่งที่ว่างของตัวเอง อวลอบรีบบอก
“น่าจะได้ฤกษ์แล้ว เริ่มกันเลยดีไหมคะ”
ทุกคนเตรียมตัวจะเริ่มพิธี แต่แล้วจู่ๆ แววก็พรวดเข้ามากลางวง
“หยุด! จะไม่มีการเริ่มอะไรทั้งนั้น”
ทุกคนหันไปมองอย่างตกใจ วิศนีตะลึง
“แม่!”
“ลูกสาวฉันจะหมั้นกับนายคนนี้ไม่ได้”
“เธอมีสิทธิ์อะไร ออกไปนะ” อวลอบตะโกน “ยาม! มาลากตัวมันออกไป”
“สิทธิ์ของความเป็นแม่ไง ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าลูกเขยฉันมีคนเดียวเท่านั้น” แววหันไปเรียก “เชิญค่ะคุณวิเศษ”
ทุกคนมองไปที่ประตู เห็นวิเศษกับขบวนขันหมากแบบจีนชักแถวเข้ามาพร้อมกับกิมเตียงที่รีบเจ้ากี้เจ้าการให้บริวารวางเครื่องขันหมากแบบจีนลงประชัน แล้วมองค้อนอวลอบ
“ให้มังลู้ไปสิ ว่าขังหมากไคจะหญ่ายกว่ากัง”
อำนวยหันไปตวาดแวว
“เธอทำบ้าอะไรเนี่ยแวว”
แววไม่สนใจ หันไปหาวิเศษ
“เอาสิคะคุณวิเศษ สวมแหวนเลยค่ะ”
วิเศษรีบนั่งลง หยิบแหวนในกล่องออกมา เตรียมจะสวม โยธินรีบขยับมากระชากแหวนไป
“แกจะทำอะไร”
“เฮ้ย เอามานะ”
วิเศษพยายามแย่งคืน แต่โยธินไม่ให้ วิศนีมองอย่างรำคาญ
“นี่ หยุดนะ อย่าทำแบบนี้”
อำนวยพยายามเข้าไปขัดขวาง แววกับกิมเตียงเข้าไปพยายามแย่งแหวนในมือโยธิน แขกเหรื่อมองดูเหตุการณ์อย่างตกใจ ช่างภาพระดมถ่ายรูปอย่างตื่นเต้น กรแก้วมองอย่างอับอาย อวลอบเห็นท่าไม่ดี รีบลุกออกไป โยธินกับวิเศษยังแย่งแหวน โดยมี อำนวย แวว กิมเตียงเข้าไปเอะอะด้วย วิศนีมองอย่างอับอาย แล้วรีบลุกหนีไป อำนวยได้สติหันมองตาม
“ยายหนู!”
แววหันมาเห็นวิศนีออกไปก็จะวิ่งตาม
“หนูจะไปไหนลูก กลับมาหมั้นก่อนสิลูก”
แววตามไปเกือบทันแต่อวลอบโผล่สวนเข้ามาพร้อมกับตำรวจ
“จับมันไปเลยค่ะคุณตำรวจ จับมันไปให้หมด ไอ้พวกก่อกวน”
ตำรวจกรูกันเข้าไปหาวิเศษ แวว กิมเตียง และพวกทันที ทั้งหมดเลิ่กลั่กตกใจ



วิศนีนั่งอยู่ในห้องแต่งตัวร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้นตันใจ ที่ชีวิตของตัวเองวุ่นวายไม่จบไม่สิ้นเสียที เสียงเคาะประตูดังอยู่ด้านนอก
“ยายหนู เปิดประตูหน่อยลูก”
โยธินตะโกนเรียก
“คุณวิศนีครับ เปิดประตูเถอะครับ”
วิศนีเหลือบมอง แล้วนั่งฟุบหน้าร้องไห้ต่อ ไม่อยากเจอหน้าใคร โยธิน อำนวย อวลอบ กรแก้ว ออกันอยู่หน้าประตู พยายามเคาะประตูเรียกวิศนีอย่างกลุ้มใจ



แวว วิเศษ กิมเตียงนั่งหน้าเหี่ยวอยู่ตรงหน้าตำรวจบนโรงพัก ตำรวจอีกนายเดินเข้ามาพร้อมกับเถ้าแก่เฮง
“นายวิเศษ นางกิมเตียง มีญาติมาประกันตัวแล้ว”
วิเศษกับกิมเตียงลุกขึ้นอย่างดีใจ เถ้าแก่เฮงเดินเข้ามา วิเศษชะงัก
“เตี่ย”
“เฮีย ช่วยอั๊วล่วย”
เถ้าแก่เฮงหงุดหงิด
“มันน่าให้พวกลื้อนอนซังเตเล่นสักคืน ดื้อรั้นกันนัก ห้ามแล้วไม่รู้จักฟัง อั๊วบอกแล้วว่าจะหาสะใภ้ดีๆ ให้ก็ไม่เชื่อ”
“อั๊วเชื่อแล้ว ต่อไปนี้อั๊วจะไม่ดื้อแล้วฮือๆ”
วิเศษกับกิมเตียงรีบวิ่งไปหาเถ้าแก่เฮงแล้วพากันออกไป แววรีบลุกตาม
“อ้าว เถ้าแก่ แล้วฉันล่ะ”
เถ้าแก่เฮงมองแววอย่างโกรธจัด
“ยังจะถามอีกเหรอ ลื้อก่อเรื่องให้ลูกกับเมียอั๊วอยู่เรื่อย จะไปตายที่ไหนก็ไป”
เถ้าแก่เดินนำออกไป วิเศษกับกิมเตียงมองแววจ๋อยๆ แต่ไม่กล้าช่วยอะไร เพราะกลัวเถ้าแก่ แววร้องเรียก
“อ้าว เถ้าแก่ เดี๋ยวสิ คุณวิเศษ ช่วยน้าด้วย”

แววจะตาม แต่ตำรวจจับตัวไว้ เลยได้แต่ดิ้น ร้องโวยวาย
กุสุมากับอารุมนั่งอยู่ในร้านอาหาร กุสุมาเปิดไอแพดออกมาถ่ายรูปอาหาร เห็นข่าววิศนีพอดี

“อารุม อ่านข่าวนี้สิ” กุสุมาเปิดไอแพด “หลังจบเรื่องวุ่นๆ ไปไม่กี่วัน วิศนี สุริยาทิตย์กับโยธิน ไกรคณิศรก็ประกาศหมั้นเช้าวันนี้ที่โรงแรมของฝ่ายชาย งานนี้สยบข่าวฝ่ายหญิงเป็นมือที่สามจนก่อเหตุสลดได้กะทันหันจริงๆ”
อารุมชะโงกหน้าดูข่าวในเว็บไซต์ข่าว หน้าสังคมแล้วอึ้งไป เพราะไม่ระแคะระคายมาก่อน
“แปลกนะ เจอกันที่วัดก็ไม่เห็นพูดสักคำว่าจะหมั้น ทำอย่างกับกลัวเราจะไปขัดขวาง”
กุสุมาหัวเราะ อารุมไม่ขำด้วยหน้าขรึมลง กุสุมาเห็นอารุมหน้าไม่ดีก็รู้ว่าเขายังมีเยื่อใย เลยใส่ไฟต่อ
“ดูนี่สิ คอมเมนท์ข้างล่างมีแต่คนด่า หาว่าไม่สลด พอรอดคุกก็จับผู้ชายคนใหม่ทันที ว้าย แรงอะ”
อารุมคล้อยตาม แอบผิดหวัง
“เราคงไปบังคับจิตใจให้เขาเสียใจเท่าเราไม่ได้หรอก”
“แต่ก็น่าจะเกรงใจเราบ้าง ให้ข่าวแบบนี้เหมือนเยาะเย้ยกัน”
“ช่างเขาเถอะ เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ผมจะได้ตัดสินใจได้เด็ดขาด”
“ตัดสินใจเรื่องอะไรจ๊ะ”
กุสุมามองหน้าอย่างอยากรู้อยากเห็น แต่อารุมไม่ตอบ กินข้าวต่อ


หงวนนั่งเกาะลูกกรง ส่งโอเลี้ยงให้แววที่หมดอาลัยตายอยากในห้องขังกิน
“ทานซะหน่อยนะคะคุณผู้หญิงขา”
แววปัดทิ้ง
“ไม่กิน ฉันไม่อยากกินอะไรทั้งนั้น”
“อร่อยนะคะ”
หงวนดึงกลับมาดูดกินเอง แววเบะปากจะร้องไห้ หงวนเห็นเข้าก็ปลอบ
“ทำใจดีๆ ไว้นะคะคุณ”
“อีบ้า ฉันไม่ได้กำลังจะตาย ฉันแค่ไม่อยากนอนในนี้ แกเข้าใจไหม”
“หงวนก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วนี่คะ คุณก็ชีพก็ติดต่อไม่ได้ จะให้คนอื่นมาประกัน คุณแววก็ไปติดหนี้เขาไว้ทั่วหมด ไม่มีใครเขาเชื่อขี้หน้าแล้วค่ะ”
“อ๊าย อีหงวนบ้า ยังจะซ้ำเติมกันอีก”
แววเงื้อมือตบลูกกรง จนหงวนสะดุ้งถอยหนี แล้วร้องไห้คร่ำครวญต่อ
“ฮือๆๆๆ ฉันไม่อยากติดตะราง ใครก็ได้ช่วยฉันที ฮือๆๆ”
แววกับหงวนเกาะลูกกรงกันเศร้าๆ เห็นเท้าใครคนหนึ่งเดินมาหยุด
“หวังว่าจะสำนึกได้สักทีนะ”
แววกับหงวนชะงัก ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมอง เห็นอำนวยยืนอยู่


แววกับหงวนลงจากรถอำนวยแล้วเดินลิ่วเข้าบ้าน อำนวยเดินตามมา
“เดี๋ยวก่อนแวว”
แววชะงัก หันมาทำหน้ารำคาญ
“อะไรอีกล่ะ จะเอาคำขอบคุณใช่ไหม” แววไหว้แบบแกนๆ “ขอบคุณ”
“นี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะที่ฉันจะช่วยเธอ ถ้ายังวอแวกับคุณโยธินอีก ฉันคงรับรองอะไรไม่ได้”
“โอ๊ย ย่ะ...ไอ้ลูกเขยเทวดานี่มันแตะไม่ได้สินะ”
“เธอต้องเลิกคิดเองเออเองว่าเขาไม่เหมาะสมกับลูกสักที แล้วก็เลิกพาผู้ชายที่ไหนมาแนะนำให้ยายหนูด้วย เพราะต่อไปนี้แกมีคู่หมั้นแล้ว”
“ฉันผิดเหรอ ที่ไม่อยากเห็นลูกถูกบังคับ”
“ไม่มีใครบังคับลูกทั้งนั้น วิศนีเป็นคนตัดสินใจที่จะหมั้นกับโยธินเอง”
แววอึ้ง
“อะไรนะ”
“การหมั้นเป็นความสมัครใจของยายหนู ถ้าเธอยังรักลูกอยู่ ก็อย่าไปป่วนให้แกขายหน้ามากไปกว่านี้ ไม่งั้นฉันคงต้องใช้วิธีเด็ดขาดกับเธอ”
แววสะอึก ก่อนจะถามอย่างถือดี
“วิธีอะไร คุณจะทำอะไรฉันได้”
“ถ้าเธอทำให้ลูกเสียใจอีก ฉันจะเอาตึกที่เธอเก็บค่าเช่ากินทุกวันนี้คืน ดูซิว่าถ้าเธอไม่มีรายได้ ไม่มีเงิน เธอจะอยู่ยังไง”
แววตกใจหน้าซีด รู้ว่าอำนวยเอาจริง


อารุมถือกล่องกระดาษเดินมากับกุสุมา ในห้างสรรพสินค้า
“ผมจะเอาหนังสือไปบริจาคที่ชั้นล่าง สุเดินเล่นไปก่อนนะ”
กุสุมาพยักหน้า อารุมเดินลงบันไดเลื่อนไป กุสุมาเดินมาดูใบปลิวโฆษณาที่แผนกประชาสัมพันธ์ แล้วมองเห็นเวทีอีเวนท์ไกลๆก็เข้าไปถาม
“วันนี้มีงานอะไรเหรอคะ”
“อ๋อ งานเวดดิ้งแฟร์ค่ะ วันนี้มีเซเล็บมาร่วมงานก็เลยคนเยอะ” ประชาสัมพันธ์กระซิบนินทา “ไฮโซที่ขับรถชนคนตายไงคะ”
กุสุมาประหลาดใจปนดีใจ ที่รู้ว่าวิศนีมาที่นี่


กุสุมาเดินเกาะแขนอารุมเข้ามาในงานอีเวนท์ รอบๆ งานเป็นบอร์ดโชว์ภาพชุดแต่งงานคู่บ่าวสาว ในชุดแบบต่างๆ มีคนคับคั่งมาเดินดู อารุมทำหน้าเบื่อๆ
“อารุมเบื่อหรือเปล่า ขอสุแวะดูแป๊บนึงนะ ผู้หญิงก็งี้แหละ เห็นงานแบบนี้ทีไรอดใจไม่ได้ทุกที”
กุสุมาลากอารุมเข้ามากลางงาน ทำเป็นเดินดูรูปถ่ายบนเวทีงานดำเนินไป พิธีกรขึ้นมาประกาศ
“วันนี้เราได้รับเกียรติจากแขกรับเชิญพิเศษ ซึ่งเป็นคู่รักสุดฮ๊อตที่เพิ่งมีข่าวดีไปหมาดๆ จะมาร่วมบอกเล่าประสบการณ์ความรักของเขาทั้งสองคนค่ะ คุณโยธิน ไกรคณิศร และคุณวิศนี สุริยาทิตย์ค่ะ”
เสียงปรบมือดังขึ้น พร้อมๆ กับที่อารุมอึ้งตะลึงงันเมื่อได้ยินชื่อวิศนี...โยธินจูงมือวิศนีขึ้นมาบนเวทีด้วยท่าทางสนิทสนม หน้ามีรอยยิ้ม วิศนียิ้มฝืนๆ กุสุมามองเวทีแล้วเหล่มองอารุมอย่างสะใจ ตั้งใจอยู่แล้วว่าจะให้เขาเห็นภาพนี้ กุสุมาเอนตัวกระซิบ
“แหม หมั้นได้วันเดียวคู่นี้ก็ควงกันออกงานเลยนะอารุม”
พิธีกรบนเวทีสัมภาษณ์โยธิน
“ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ สำหรับข่าวดีที่เพิ่งผ่านไป ก่อนอื่นต้องขอ...”
โยธินโอบวิศนี
“ขอบคุณครับ”
“งั้นเรามาเริ่มสัมภาษณ์กันเลยดีกว่า”
พิธีกรชวนโยธินคุยไป อารุมมองทั้งสองแบบทนไม่ได้ ทำท่าจะเดินหนี
“กลับกันหรือยังสุ”
“เดี๋ยวสิ อารุมไม่อยากฟังเหรอว่าเขาจะเฟคตอบนักข่าวว่ายังไง”

กุสุมายิ้มเยาะลากแขนอารุมเข้าไปใกล้หน้าเวทีมากขึ้น
 
อุบัติเหตุ ตอนที่ 9 (ต่อ)

โยธินยังคุยกับพิธีกรอย่างออกรส ในขณะที่วิศนียืนปั้นหน้ายิ้มแย้ม แต่ในใจแอบเบื่อที่ต้องมาออกงานนี้ พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นความเคลื่อนไหวหน้าเวทีเมื่อกุสุมาดึงแขนอารุมเข้ามา

วิศนีมองอารุมนิ่งอย่างคาดไม่ถึง ทั้งสองสบตากัน สายตาอารุมดูเย็นชา เยาะเย้ย พิธีกรหันมาถาม
“คุณวิศนีคะ”
วิศนียังยืนเหม่อไม่ได้ยิน จนโยธินต้องกระชับโอบให้รู้สึกตัว วิศนีเลยสะดุ้งหันมา
“เอ่อ คะ”
“เมื่อกี้ดิฉันถามว่าคุณวิศนีชอบคุณโยธินตรงไหน ใจลอยไปไหนเอ่ย”
วิศนียิ้มฝืดๆ เฝื่อนๆ แล้วมองไปที่อารุมกับกุสุมาอีกที โยธินมองตาม หน้าตึง
“เอ่อ ฉัน...”
วิศนีอึกอักตอบไม่ได้ โยธินเลยแก้สถานการณ์
“ผมขี้ตื๊อน่ะครับ”
โยธินหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วกระชับกอดวิศนีแสดงความเป็นเจ้าของอวด อารุมมองๆ แล้วทนหมั่นไส้ไม่ไหว
“สุอยากดูงานไม่ใช่เหรอ อย่ามัวเสียเวลาอยู่เลย”
อารุมจูงกุสุมาออกไปเดินดูรูปถ่ายเวดดิ้งที่อยู่รอบๆ ไม่อยากอยู่หน้าเวทีอีก อารุมเห็นวิศนีกับโยธินหวานบนเวทีก็ยิ่งโกรธวิศนี ทางด้านวิศนีก็น้อยใจเพราะเห็นอารุมควงกุสุมามางานเวดดิ้ง


อารุมเดินดูรูปเวดดิ้งอย่างเบื่อๆ กุสุมาเดินเพลินๆ อยู่อีกมุม อีกด้านโยธินให้สัมภาษณ์พวกนักข่าว อารุมเดินดูคนเดียวไปเรื่อยๆ ผ่านรูปขนาดใหญ่รูปหนึ่ง ก็เห็นวิศนียืนอยู่พอดี อารุมอึ้งไป วิศนีเยาะ เพราะหึง
“มาดูรูปถ่ายวันแต่งงานเหรอคะ”
อารุมอึ้งๆ ไป แล้วตอบกวนใส่
“ผมจะมาทำอะไรก็ไม่เกี่ยวกับคุณ”
อารุมพูดพลางเดินหนีออกไปอย่างหงุดหงิด โดยมีวิศนีตามมาติดๆ
“ดูคุณจะทำใจได้เร็วดีเหลือเกินนะคะ แต่แปลกที่ยังทำเหมือนไม่ยอมยกโทษให้ฉัน”
อารุมหยุดเดิน หันมามองวิศนีอย่างดุดัน
“ผมไม่จำเป็นต้องยกโทษให้กับคนที่ไม่สำนึกผิดจริงๆ แบบคุณ”
“หมายความว่ายังไง”
อารุมใส่อารมณ์เบาๆ
“ก็ดูคุณสิ ทำเป็นเล่นบทโศกให้ผมดูเพื่อขอคะแนนสงสาร แต่พอไม่กี่วันก็ทำหน้าระรื่นจัดงานหมั้นกับผู้ชาย เนี่ยเหรอคนที่สำนึกผิดจริงๆ”
วิศนีมองอารุมอย่างน้อยใจที่อารุมคิดไปใหญ่โต แต่ไม่ยอมแพ้
“แสดงว่าเราสองคนก็ไม่ดีไปกว่ากันสักเท่าไรสินะ คุณเองก็พร้อมที่จะทิ้งคุณนนไว้เบื้องหลัง แล้วก็เริ่มต้นใหม่กับคุณกุสุมาเหมือนกัน”
อารุมนิ่งไปอย่างไม่พอใจ อยากจะอธิบายว่าไม่ใช่อย่างที่เห็น



กุสุมาเดินดูซักพักก็รู้สึกตัวว่าอารุมหายไป พยายามเดินหา แต่ไม่พบ
“หายไปตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย”
กุสุมาบ่นหงุดหงิดแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมากด...อารุมกับวิศนียังเผชิญหน้ากันอยู่ โทรศัพท์อารุมดังเขาหยิบมาดู วิศนีเยาะ
“คุณกุสุมาโทรมาตามแล้ว รีบไปหาเธอสิคะ เธอคงเจอชุดที่ถูกใจแล้วมั้ง”
“สุกับผมไม่ได้เป็นอะไรกัน”
วิศนีโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย
“แต่ถ้าคุณอยากจะคิดอย่างนั้นเพื่อให้ตัวเองละอายใจน้อยลง ผมก็คงห้ามไม่ได้”
อารุมพูดจบก็เดินออกไป วิศนีมองตาม เสียใจ โยธินยืนมองด้วยความโมโหที่วิศนีแอบมาเจออารุมจนได้


โยธินก้าวขึ้นรถ ปิดประตู ท่าทางหัวเสียจนระงับอารมณ์ไม่อยู่
“คุณตามไปคุยอะไรกับมัน”
วิศนีพูดเสียงเย็นชา
“ใครคะ”
“ก็ไอ้อารุมไง คุณรู้ไหมว่าผมขายหน้ามากที่คุณวิ่งตามไปทั้งๆ ที่ผมยืนทนโท่อยู่ในงานแบบนั้น ผมอุตส่าห์พาคุณออกงานเพื่อสยบข่าวลือเสียๆ หายๆ ของคุณกับมัน”
“ฉันไม่ได้ขอร้องคุณให้ทำแบบนั้น ใครจะพูดยังไงก็พูดไปสิ ฉันไม่แคร์”
โยธินทุบพวงมาลัยอย่างโมโห หึงจนรักษาภาพแสนดีเหมือนเมื่อก่อนไม่ไหว
“แต่ผมแคร์ คุณเป็นคู่หมั้นผมแล้วนะ”
“ถ้าฉันรู้ว่าคู่หมั้นจะก้าวก่ายชีวิตฉันมากขนาดนี้ ฉันไม่มีดีกว่า”
วิศนีจะถอดแหวนที่สวมอยู่ในนิ้วออก โยธินมองตกใจ รีบจับมือวิศนีไว้
“ทำแบบนี้ไม่ได้นะคุณวิศนี คุณเป็นของผมแล้ว ผมไม่ยอมให้คุณทิ้งไปหาไอ้อารุมนั่นเด็ดขาด”
“ปล่อยฉันนะ”
วิศนีพยายามจะดึงมือออก แต่โยธินคิดว่าวิศนีจะหนีไปจริงๆ เริ่มยัวะ
“หรือว่าจะต้องให้ผมทำมากกว่าหมั้น คุณถึงจะเลิกโหยหามันซักที”
โยธินดึงวิศนีเข้ามาจูบ แล้วพยายามจะปล้ำในรถ วิศนีตกใจ ขัดขืน
“นี่! จะทำบ้าอะไร อย่านะ”
“มันมีดีอะไร ไหนบอกผมซิ ผมจะทำให้ดีกว่ามัน”
โยธินพยายามกอดจูบอีก วิศนีดิ้นรน พยายามผลักโยธินออกไป แล้วตบฉาด เสียงดังสนั่น จนโยธินหน้าหัน
“ธาตุแท้ของคุณมันเป็นแบบนี้จริงๆ ด้วย ฉันสงสัยไม่ผิดเลย” วิศนีถอดแหวนออกมาปาใส่หน้า “เอาของคุณคืนไป การหมั้นของเราจบแค่นี้”
วิศนีรีบเปิดประตูลงจากรถไปทันที โยธินร้องตะโกน
“วิศนี! คุณวิศนี!”

โยธินหงุดหงิดโมโหอยู่ในรถด้วยความขัดเคืองใจ
วิศนีลงจากแท็กซี่หน้าบ้านด้วยอารมณ์คุกรุ่นจากโยธิน พอจะเข้าบ้านก็เห็นรถยนต์จอดเต็ม สมจิตออกไปปิดประตูรั้วแล้ววิ่งตามมา

“มีงานอะไรกันอีก ทำไมรถเยอะอย่างนี้”
“พวกเพื่อนๆ ของคุณผู้หญิงมาประชุมสมาคมค่ะ”
วิศนีรำคาญ แต่ก็เดินเข้าบ้าน

กรแก้ว อำนวย และผองเพื่อนนั่งจิบน้ำชาสนทนากันอยู่ในห้องรับแขก
“ยินดีด้วยจริงๆ นะคะคุณอำนวย แบบนี้ต้องเรียกว่าได้โชคสองชั้น ลูกสาวล้างมลทินได้สำเร็จไม่พอ ยังมีลูกชายตามกฎหมายเพิ่มมาอีกคน”
ทุกคนหัวเราะกันครืนใหญ่ อำนวยมองหน้ากรแก้วแบบปลื้มๆ
“ความสุขของพ่อแม่ก็มีอยู่สองอย่างแหละครับ เห็นลูกแคล้วคลาดจากเรื่องร้ายๆ กับได้เป็นฝั่งเป็นฝาไปกับคนดีๆ”
คุณหญิงหันมายิ้มกับกรแก้ว
“ต้องชมคุณกรแก้วสิคะที่ตาแหลม แนะนำให้หนุ่มสาวคู่นี้เขาเจอกัน”
กรแก้วยิ้มกว้าง
“เป็นหน้าที่ของคนเป็นแม่อยู่แล้วค่ะที่ต้องสนับสนุนคนที่เหมาะสมให้ลูก”
“จริงค่ะ โยธินกับหนูวิศนีสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยกเลยค่ะ”
คุณหญิงคุณนายสรรเสริญกรแก้วกับอำนวยเจื้อยแจ้ว วิศนีเดินผ่านห้องรับแขก กำลังจะขึ้นชั้นบน ได้ยินเสียงคุยกันดังออกมาพอดี
“ตอนแรกเดี๊ยนก็หลงเชื่อข่าว นึกว่าหนูวิศนีแกมีอะไรกับอีตาผู้จัดการนั่นจริงๆ ซะอีก เห็นนายนั่นกับพวกออกมาให้ข่าวซะใหญ่โต”
“แหม คนมันอยากได้เงินไงคะ พูดอะไรก็ได้ทั้งนั้นให้ตัวเองมีราคา”
วิศนีหน้าตึงอย่างไม่พอใจเมื่อได้ยินคนพวกนี้พาดพิงตนกับอารุม...พวกคุณหญิงคุณนายยังตั้งท่าจะเม้าท์ต่อ
“ดีนะคะที่หนูวิศนีชิงหมั้นกับคนอื่นซะก่อน ไม่งั้นมันอาจจะตามมาต่อแยให้เป็นเรื่องอีก เฮ้อ”
วิศนีเข้ามา
“พูดจบหรือยังคะ วิพากษ์วิจารณ์เรื่องของฉันจบหรือยัง”
วงสนทนาชะงักเมื่อเห็นวิศนีพรวดพราดเข้ามา คุณหญิงตกใจ
“อุ๊ย หนู!”
อำนวยชะงัก
“วิศนี”
วิศนีไม่สนใจอำนวย ตรงเข้ามาหาพวกคุณหญิง
“สนุกมากใช่ไหมนะคะที่ได้ยุ่งเรื่องชาวบ้าน”
คุณหญิงหน้าเจื่อนไปตามๆ กัน อำนวยกับกรแก้วรีบลุกมาหาวิศนีพยายามจะปราม คุณหญิงงงๆ รีบแก้ตัว
“ร...เราแค่ถามถึงหนูเท่านั้นเองจ้ะ”
“เหรอคะ ขอบคุณนะคะที่ยังคิดถึง แต่ถ้าจะให้ดี คิดถึงเรื่องลูกเรื่องสามีของตัวเองดีกว่า อย่ามาวุ่นวายอะไรกับเรื่องของฉันเลย ชีวิตฉัน ไม่ใช่ประเด็นสาธารณะของใคร”
กรแก้วหน้าเสีย
“คุณวิศนี ขอร้องเถอะค่ะ”
“ขอร้องอะไรคะ ขอร้องให้ฉันปล่อยให้คนพวกนี้นินทาฉันต่องั้นเหรอ”
คุณหญิงผงะกันอีกรอบ วิศนีหันมาใส่ต่อ
“ตลกดีนะ พวกคุณมานั่งประชุม นั่งกินขนมกินน้ำชาบ้านฉันแท้ๆ แต่ยังจะมีหน้าเอาเรื่องเจ้าของบ้านมาพูดกันสนุกปาก เนี่ยเหรอมารยาทผู้ดี”
อำนวยกระชากแขนปราม
“หยุดได้แล้วนะ แกพูดอะไรอย่างนี้ นี่ผู้ใหญ่ทั้งนั้น”
“ผู้ใหญ่ที่ไม่รู้จักความเหมาะความควร หนูไม่เกรงใจหรอก เพราะเขาก็ไม่ได้เกรงใจหนูเหมือนกันนี่”
วิศนีสะบัดหน้าเดินออกไป อำนวยมองตามอย่างโกรธจัด พอหันมาเห็นพวกคุณหญิงก็เห็นแต่ละคนหน้าหดเหลือแค่สองนิ้ว


อำนวยเคาะประตูห้องวิศนีเสียงดัง โดยมีกรแก้วยืนอยู่ด้วย
“วิศนี แกเปิดประตูออกมาคุยกันเดี๋ยวนี้” อำนวยหลุดเรียก เพราะโกรธจริงๆ “นังวิศนี!”
“คุณคะ พูดจากันดีๆ เถอะ หยาบคายอย่างนี้อายบ่าวไพร่มัน”
“แล้วคุณเห็นไหมว่ามันทำกริยาข้างถนนใส่แขกของคุณ ลูกคนนี้พูดดีๆ กับมันไม่รู้เรื่องแล้ว” อำนวยทุบประตู “ฉันบอกให้เปิด”
อำนวยทุบประตูซ้ำอีก ทันใดนั้นเองวิศนีก็เปิดประตูออกมา
“ใช่ค่ะ คนระดับหนูกับพ่อพูดจากันตรงๆ แบบนี้แหละดี เราไม่ใช่พวกผู้ดีเหมือนคนอื่นเขา”
วิศนีมองแขวะ กรแก้วหน้าตึง
“คุณวิศนี อย่าเอาฉันไปเกี่ยวเลยค่ะ”
“ไม่เกี่ยวได้เหรอคะ ก็พวกคุณหญิงคุณนายที่นั่งหน้าบางเพราะถูกฉันด่าอยู่ข้างนอกน่ะ เพื่อนคุณทั้งนั้น”
อำนวยโกรธ
“แต่ยังไงเขาก็เป็นผู้ใหญ่ แกต้องไปขอโทษเขา”
“หนูไม่ขอโทษ หนูไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจกับสิ่งทำไปเมื่อกี้ แต่ถ้าพ่อจะไปตามง้อพวกเขาล่ะก็ ช่วยเอาข่าวใหม่ไปบอกให้เข้าใจให้ถูกด้วยว่าหนูกับโยธินไม่ได้หมั้นกันแล้ว หนูเพิ่งถอนหมั้นกับเขาวันนี้เอง”
อำนวยกับกรแก้วช็อก
“อะไรนะ นี่แกทำอะไรของแก”
“ยังไงเราก็ไปกันไม่ได้อยู่ดี จะเสียเวลาไปทำไมคะ” วิศนีเยาะกรแก้ว “ถ้าคุณอยากเห็นฉันเป็นฝั่งเป็นฝานัก ก็เสนอผู้ชายคนอื่นเข้ามาแล้วกัน”
วิศนีแค่นยิ้มให้กรแก้ว แล้วจะปิดประตูห้อง แต่อำนวยคว้าไว้ ชี้หน้าวิศนี โกรธจนตัวสั่น
“แกนี่มันทำอะไรไม่เคยไว้หน้าฉันเลย ฉันชักจะเลี้ยงแกไม่ไหวแล้วนะ”
วิศนีสะอึก สายตามีแววเจ็บช้ำ
“หนูก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ถ้าพ่อเห็นว่ามันเกินแก้ จะเลิกเลี้ยงหนูเมื่อไรก็บอกมา”
“อย่าท้าฉันนะ”
อำนวยหายใจหอบ โกรธจนปวดจี๊ดที่หัวใจ กรแก้วเห็นท่าไม่ดีก็ประคองอำนวยไว้ แล้วตำหนิวิศนี
“คุณไม่ควรพูดกับคุณพ่อแบบนี้นะคะ”
วิศนีหน้าเสียไปเมื่อเห็นอาการอำนวย แต่สักพักอำนวยก็เหมือนควบคุมตัวเองได้ ปลดมือกรแก้วออก แล้วหันจ้องหน้าวิศนีอย่างผิดหวัง
“ช่างมัน ในเมื่ออวดดีขนาดนี้ ก็แสดงว่ามันมีที่ไป เชิญเลย แกอยากจะไปอยู่ที่ไหนกับใครก็เชิญ แต่ถ้าแกก้าวออกจากบ้านนี้ไปแล้ว เราก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก”
วิศนีชะงัก น้ำตาคลอ ไม่นึกว่าจะถูกอำนวยไล่จริงๆ กรแก้วก็ตกใจเหมือนกัน
“คุณคะ ฉันว่า...”
อำนวยโบกมือ มองวิศนีอย่างเจ็บช้ำพอกัน
“มันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วคุณกร ถ้ามีลูกคนเดียวแล้วเป็นอย่างนี้ มีหรือไม่มีมันก็มีค่าเท่ากัน”
อำนวยพูดจบก็หันหลังเดินตึงๆ ออกไป กรแก้วรีบตามไปด้วยความเป็นห่วง วิศนียืนอึ้งๆ น้ำตาคลอ มองตามพ่อไปด้วยความน้อยใจ...วิศนีปิดประตูลง แล้วยืนหันหลังพิงบานประตู นึกถึงคำพูดของพ่อ
“ช่างมัน ในเมื่ออวดดีขนาดนี้ ก็แสดงว่ามันมีที่ไป เชิญเลย แกอยากจะไปอยู่ที่ไหนกับใครก็เชิญ แต่ถ้าแกก้าวออกจากบ้านนี้ไปแล้ว เราก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก”
“มันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วคุณกร ถ้ามีลูกคนเดียวแล้วเป็นอย่างนี้ มีหรือไม่มีมันก็มีค่าเท่ากัน”
วิศนีน้ำตาไหลออกมา แล้วทรุดลงร้องไห้เสียใจ


กรแก้วถือแก้วน้ำกับยามาให้อำนวย ที่นั่งสงบสติอารมณ์อยู่ในห้อง
“คุณอย่าเครียดนะคะ เดี๋ยวอารมณ์เย็นลง คุณวิศนีคงจะมาขอโทษคุณเอง”
“ผมไม่อยากหวังอะไรในตัวลูกคนนี้แล้วล่ะ จะคิดได้หรือไม่ก็แล้วแต่มันเถอะ”
กรแก้วถอนใจอย่างกลุ้มไปด้วย
“เดี๋ยวฉันคงต้องตามไปขอโทษพวกคุณหญิงท่าน ไม่งั้นจะเข้าหน
กำลังโหลดความคิดเห็น...