xs
sm
md
lg

ราชินีลูกทุ่ง ตอนที่ 9-10

เผยแพร่:

ราชินีลูกทุ่ง ตอนที่ 9

กุ้งนางส่งแก้วกาแฟให้จิรายุ พลางบ่นไปด้วย

“ระวังจะเป็นง่อยนะ อะไรที่ง่ายๆ ก็หัดทำเองมั่ง”
จิรายุรับมา
“นี่เธอกำลังว่าผู้จัดการวงนะ”
“ฉันเตือนสติ ด้วยความหวังดี”
ชามาดกัดฟัน โพสต่อแป๊บเดียว ก็แอบมองไปทางจิรายุอีกแล้วตัดสินใจหยุดโพส
“พักก่อนแล้วกัน”
พูดจบชามาดาก็รีบเดินไปหาจิรายุทันที
“จิ พาดาไปพักหน่อยสิ”
จิรายุยังยืนงงๆ ชามาดาลากออกไปทันที ทุกคนมองหน้าเหวอ เจ๊อึ่งส่ายหน้าระอา
“เฮ้อ...อ้อล้อ สะตอไปสะตอมา คืนนี้จะถ่ายรูปเสร็จมั้ยฮึนังเขียด”
“ไม่เสร็จหรอกเจ๊”
เขียดหัวเราะหึๆ

ชามาดาลากจิรายุเข้ามาในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วโวยวายทันที จิรายุทำท่าเบื่อหน่าย
“จิ...ทำไมทำกับดาแบบนี้”
“ทำอะไร”
“เมื่อวานที่ห้องทำงานพ่อคุณ จิก็ทิ้งดาไป แล้วตอนนี้ ดาทำงานอยู่ แทนที่จิจะดูดา กลับไปคุยกับอีช่างเสื้อกระจอกๆ นั่น ไว้หน้าดามั่งสิคะ”
“ไว้หน้า...พูดอะไร ผมไม่เข้าใจ”
“ดาไม่ชอบให้จิไปใกล้ผู้หญิงคนอื่น”
“ดามีสิทธิ์อะไรมาห้ามผม”
ชามาดาอึ้ง
“จิ...เดี๋ยวนี้ จิพูดแบบนี้กับดาเหรอคะ เป็นเพราะอีบ้านนอกนั่นใช่มั๊ย”
จิรายุตัดบท
“รีบออกไปทำงานต่อให้เสร็จได้แล้ว คนอื่นเขารอ เขาเบื่อ เข้าใจมั้ย”
ชามาดาอึ้งตะลึงงัน...จิรายุเดินออกจากห้องไป ชามาดากรี๊ด
“อ๊าย อีกุ้งฝอย อี...กุ้งชีแฮ๊ อีนี่ได้เห็นฤทธิ์กูแน่...คอยดู”


จิรายุเดินกลับเข้ามา ทุกคนมองอย่างลุ้นๆ เจ๊อึ่งเรียกเบาๆ
“คุณจิคะ”
“ครับเจ๊”
“พาน้องดาไปอัพโหลดแล้ว สถานการณ์ปกติดีแล้วนะคะ”
จิรายุถอนใจ
“ผมว่าเจ๊เตรียมเซ็ทต่อไปเลยดีกว่า”
“โล่งใจไปที...กุ้ง ไปบอกชะเอมกับเขียดเตรียมเสื้อผ้าไว้เลย”
กุ้งนางจะเดินออกไป ชามาดาเดินเข้ามาพอดี ชามาดาจ้องหน้ากุ้งนาง
“จ้องหน้าฉันทำไม ไป๊...ไปให้พ้นเลย”
ชามาดาผลักกุ้งนาง แล้วเดินเข้ามาหาจิรายุ เจ๊อึ่ง นทีทอง แล้วประกาศก้อง
“ดาจะกลับแล้ว วันนี้ดาอารมณ์เสีย ไม่อยากถ่ายแล้ว...วีวี่เก็บของกลับ”
ทุกคนหันไปมองหน้ากัน เซ็งๆ ชามาดายิ้มสะใจ ก่อนจะเดินออกไป จิรายุคว้าแขนไว้
“ทำอย่างนี้ไม่ดีนะดา”
ชามาดายิ้มกวนประสาท
“ก็ดาอารมณ์เสีย...ถ่ายไปก็หน้าหงิกหน้างอ ไม่สวย เดี๋ยวก็ต้องมาถ่ายใหม่อีก จิต้องเข้าใจอารมณ์ศิลปินมั่งสิคะ”
จิรายุโมโหพยายามระงับใจ
“ดา...มีเหตุผลหน่อย คิวโปรโมทใกล้เข้ามาแล้ว ดาทำแบบนี้ คิวมันจะรวนไปหมด”
“จิเป็นผู้จัดการวง ก็หาทางแก้ปัญหาสิคะ...”
ชามาดาสะบัดหน้า เดินเชิดออกไป วีวี่ตามไป สวนกับกุ้งนาง เขียดและชะเอมที่ถือเสื้อผ้ามา
“โอ๊ย เกะกะขวางทาง ถอยไป”
ชามาดาจะผลัก กุ้งนางเบี่ยงตัวหลบ ชามาดาเสียหลักเซไป ล้มกระแทกพื้น
“อ๊าย...อีบ้า แกแกล้งฉันเหรอ”
ชามาดาลุกขึ้นมา กุ้งนางมองหน้าไม่ยอมลงให้
“ใครแกล้งคุณ เดินยังไงล่ะ ถึงล้มลงไปน่ะ”
“อีนี่...อีบ้านนอก ทนไม่ไหวแล้ว”
ชามาดายกมือจะตบหน้า กุ้งนางรับไว้ ก่อนจะบิดแล้วสะบัดออกไป ชามาดาจะพุ่งกลับมา ชะเอมมายืนประกบกุ้งนางทันที ชามาดาชะงัก
“เห็นมั้ยทุกคน อีพวกกระจอกบ้านอกเนี่ย มันจะรุมทำร้ายดา”
นทีทองส่ายหน้าเอือม
“เท่าที่ดูมาแต่แรกน่ะ พี่เห็นแต่น้องดาจะทำร้ายเขานะ”
วีวี่หวาดๆ
“กลับไหมคะน้องดา เดี๋ยวจะโดนรุมจิกหัวตบเอาจริงๆ นะคะ”
“อ๊าย”
ชามาดาจ้องหน้ากุ้งนางแค้นใจ ก่อนจะออกไป วีวี่ยิ้มสะใจก่อนจะรีบตามไป เจ๊อึ่งเอือมระอามากๆ
“เจ๊ว่านังชะมดนี่ มันชักบ้าขึ้นทุกทีแล้วนะนทีทอง”
นทีทองหันมาหาจิรายุ
“นั่นสิ คุณจิจะจัดการไหวมั้ยล่ะ”
“ต้องไหวสิครับ”

จิรายุบอกไปอย่างนั้น แต่ในใจนั้น หนักใจมาก
ชามาดาเดินหงุดหงิดออกมาหน้าบริษัท

“ดาเป็นซุบตาร์นะพี่วีวี่ พวกมันทำยังงี้กับดาได้ยังไง”
“ในฐานะผู้จัดการส่วนตัว พี่ว่า น้องดา ก็ควรจะวีนเหวี่ยงให้มันน้อยลงหน่อยมั้ยคะ”
ชาดามาโกรธจี๊ด
“อ๊าย...จำใส่หัวไว้นะพี่วีวี่ พี่เป็นผู้จัดการส่วนตัว ดาเป็นศิลปิน ดาจะทำอะไร พี่ก็ต้องตามใจ มีปัญหาอะไรก็พี่หาทางแก้ไขเอาสิ”
วีวี่หน้าเหวอ
“จ้ะ น้องดา”
ชามาดาแหวใส่
“อย่ามาจ้ะ มันบ้านนอก”
วีวี่ถอนใจ
“ค่า”
ชามาดาเดินออกไป วีวี่ตามไปอย่างเบื่อๆ กลุ่มนักข่าวกำลังรอ พอเห็นชามาดาเดินมา นักข่าวรีบวิ่งเข้ามารุม ชามาดาหันมาหาวีวี่
“แว่นตาล่ะ”
วีวี่ส่งให้ ชามาดาหมุนตัว ใส่แว่นตาดำ หันมาเผชิญหน้ากับนักข่าว เปลี่ยนเป็นโหมดหวาน ยิ้มรับนักข่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“พี่ๆ มาทำข่าวดาเหรอคะ”
“เปล่าจ้ะ พี่มารอ คุณจรัลแถลงข่าวเรื่องเพิ่มทุนบริษัทน่ะ”
ชามาดางง
“เพิ่มทุนเหรอคะ”
“ใช่ ข่าวเศรษฐกิจข่าวใหญ่ของสัปดาห์นี่เลยนะ น้องดาพอจะรู้ข่าวมั้ยจ๊ะ”
“แหม...ศิลปินใหญ่อย่างดาก็ต้องรู้แหล่ะค่ะ แต่พูดไม่ได้” ชามาดาเอามือปิดปากท่าน่ารักๆ “เอาเป็นว่าพี่ๆ รอ ผู้ใหญ่แถลงข่าวดีกว่านะคะ”
“แย้มๆ หน่อยก็ได้นะ มูลค่าการเพิ่มทุนเป็นร้อยล้านเชียว”
ชามาดาตะลึง
“ร้อยล้าน โอ๊ะ ดาพูดไม่ได้ค่ะ ไม่เอา ไม่พูดนะคะ”
ชามาดาอึ้งๆ นักข่าวแย่งกันถามนี่นั่นโน่น ชามาดาเอาแต่ยิ้ม

จิรายุนั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องทำงาน ชายหนุ่มนั่งคิดเรื่องชามาดา คำพูดของเจ๊อึ่งกับนทีทองยังก้องอยู่ในหัว
‘เจ๊ว่านังชะมดนี่ มันชักบ้าขึ้นทุกทีแล้วนะนทีทอง’
‘นั่นสิ คุณจิจะจัดการไหวมั้ยล่ะ’
‘ต้องไหวสิครับ’
ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เชิญครับ”
คมกริชเปิดประตูเข้ามา
“คุณจรัลเชิญที่ห้องประชุมใหญ่ครับ”
“เรื่องอะไรอีกล่ะครับพี่คม”
“ไม่ทราบเหมือนกัน เห็นบอกว่าจะแถลงข่าว คงต้องรอฟังพร้อมนักข่าว ไปกันเถอะครับ”
จิรายุตามคมกริชไป

ในห้องแถลงข่าว...จรัลนั่งอยู่บนโต๊ะแถลงข่าว มีนักข่าวรุมล้อม จิรายุกับคมกริช ยืนคู่กันอยู่ด้านหลัง
“สวัสดีครับทุกท่าน ผมมีความยินดีที่จะประกาศถึงความก้าวหน้าของสยามซอง ในธุรกิจบันเทิง เราคือตัวจริง ผมและกรรมการบริษัททุกท่าน มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า จะมีการเพิ่มทุนในบริษัทสยามซอง อีก 150 ล้านบาท เพื่อขยายไลน์ธุรกิจของเราสู่ตลาดเคเบิ้ลทีวี”
นักข่าวคนหนึ่งถามขึ้น
“ท่านคะ แล้วท่านวางตัว คนที่จะมาดูแลในส่วนนี้แล้วรึยังคะ”
“อ๋อ ครับ...อันนี้ก็เป็นมติของที่ประชุมใหญ่เช่นกัน”
คมกริช ยิ้มกริ่มหันไปกระซิบจิรายุ
“ท่านน่าจะบอกผมก่อนนะครับ ผมไม่ได้เตรียมตัวมาซะด้วย”
“ยินดีด้วยนะครับ พี่คม”
จิรายุยื่นมาให้จับ คมกริชเอื้อมมือจะจับ จรัลพูดต่อ
“ในเบื้องต้น ผมจะดูแลเองไปก่อน แต่เมื่อทุกอย่างลงตัวและจิรายุลูกชายผม ผ่านการเรียนรู้งานทุกอย่างแล้ว ก็คงจะเป็นลูกชายผมนี่แหล่ะครับที่จะดูแลต่อไป”
คมกริชชะงัก จิรายุงงสุดขีด
“เชิญครับคุณจิ”
คมกริชฝืนยิ้มผายมือให้ จิรายุเดินเข้าไปหาจรัล
“ตอนนี้ จิรายุรับตำแหน่งผู้จัดการวงดนตรีของชามาดาและนทีทองอยู่หวังว่าทุกๆ ท่านจะช่วยสนับสนุนด้วยนะครับ”
นักข่าวทุกคนรุมถ่ายรูป จิรายุกับจรัลวุ่นวาย คมกริชปรบมือให้ แต่ในใจนั้นแค้นใจสุดก่อนจะค่อยๆ เดินเลี่ยงออกไป


จรัลนั่งเซ็นต์เอกสารอยู่ในห้อง เสียงเคาะประตูดังขึ้น คมกริชเปิดเข้ามา จรัลยิ้มรับ
“ว่าไง คมกริชมีอะไร นั่งก่อนสิ”
คมกริชนั่งลง
“เซอร์ไพรส์เลยนะครับท่าน”
“ใช่ ออกจะฉุกละหุกไปหน่อย แต่ภาพรวมก็เรียบร้อยดี”
“ท่านน่าจะกระซิบบอกผมซะหน่อย ผมจะได้ช่วยเตรียมงานให้”
“เฮ่ย งานคมก็เยอะอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้เอง ฉันจัดการเองได้”
คมกริชเริ่มขึ้นเสียงจริงจัง
“แต่เรื่องเพิ่มทุนไม่ใช่เรื่องแค่นี้นะครับ”
“เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับคม”
“เกี่ยวสิครับท่าน เพราะผมคิดว่า ผมทำงานที่นี่มาหลายปีแล้ว ผมน่าจะมีสิทธิ์ได้รับหุ้นบ้างนะครับ...แล้วผมก็น่าจะมีอำนาจบริหารงานบริษัทเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ ดูแลแค่งานแต่งเพลง”
จรัลมองนิ่ง
“อย่าดีกว่า ถ้าคุณไปจับงานบริหารเต็มตัว บริษัทก็ต้องเสียนักแต่งเพลงฝีมือเยี่ยมไปสิ เอางี้แล้วกัน ฉันจะปรับส่วนแบ่งรายได้ต่างๆ แล้วก็ค่าลิขสิทธิ์เพลงเพิ่มให้อีก พอใจมั้ย”
คมกริชจ้องตาเขม็งเสียงแข็ง
“ครับ...ขอบคุณท่านมากนะครับ ที่ยังนึกถึงผมอยู่ ขอตัวก่อนนะครับ”
คมกริชลุกขึ้นเดินออกไป จรัลส่ายหน้าระอาใจกับความมักใหญ่ใฝ่สูงของคมกริช


ค่ำนั้น...ชามาดา นั่งจิบน้ำส้มอยู่ในห้องที่คอนโด มีจานผลไม้วางอยู่ หญิงสาวหน้าตาหงุดหงิด วีวี่กำลังตรวจเช็คตารางงานอยู่ แต่แล้วจู่ๆ ชามาดาก็ปัดจานผลไม้กระเด็น
“อ๊าย”
“ระวังคอจะแตก ร้องเพลงไม่ได้นะคะน้องดา”
“คอแตกก็ช่างมันสิ”
“ช่างไม่ได้นะคะ ร้องเพลงไม่ได้ เดี๋ยวก็ต้องกลับตัดอ้อยขายเหมือนเมื่อก่อนนะคะ”
“อ๊าย อีพี่วีวี่ อย่ามาพูดเรื่องตัดอ้อยนะ นั่นมันนานแล้ว”
“ค่า ไม่พูดก็ได้ แต่จะกรี๊ดๆ ทำไมนักหนาคะน้องดา”
“ก็เรื่องเพิ่มทุนสยามซองน่ะสิ จินะจิ ทุกคนรู้เรื่อง แต่ดากลับไม่รู้อะไรเลย เจ็บใจนัก”
“เจ็บใจทำม๊าย คุณจิเขาอาจจะไม่อยากให้น้องดารู้เรื่องเงินทองของเขาก็ได้”
“อีพี่วีวี่...หยุดเลย เก็บหมาเข้าปากไปให้หมดด้วย”
วีวี่แอบอมยิ้มสะใจ ชามาดานิ่งคิด
“ไม่ได้แล้ว ดาจะต้องรวบรัดจิมาไว้ในกำมือให้ได้”
ชามาดายิ้มร้าย

จิรายุนั่งเซ็งๆอยู่ในบ้าน จรัลเดินเข้ามา คนรับใช้เลี่ยงหยิบกระเป๋าของจรัลแล้วออกไป
“ไงไอ้จิ วันนี้ทำไมอยู่บ้านได้”
“เซ็งครับ”
“เซ็งอะไร”
“ก็ที่พ่อแถลงข่าววันนี้ ทำเอาผมเกือบช็อคตาย”
“โอ๊ย ไอ้ขวัญอ่อน ไอ้...”
จิรายุตัดบท
“พ่อ...บอกตรงๆ นะครับ พ่อแถลงข่าวว่าอนาคตผมต้องมาแทนพ่อแบบนี้ มันกดดันผม”
“กดดันอะไร ยังไงวันนึงแกก็เป็นประธานบริษัทแทนฉันอยู่แล้ว ฉันกำลังฝึกแกให้พร้อม เข้าใจ๋”
“เข้าใจคร้าบ ผมไม่โง่ขนาดนั้นหรอกน่า”
“ฉันก็ไม่คิดว่าแกโง่”
“ขอบคุณครับ งั้นผมขอเริ่มงานแรกเลยได้มั้ยครับ”
จรัลดีใจ
“ได้เลยลูกรัก อยากโชว์ฝีมือเรื่องอะไรเสนอมา”
“ผมอยากดันกุ้งนางให้ออกอัลบั้มครับ”
จรัลอึ้ง
“เฮ้ย ไม่ได้ ถ้าแกปั้นเด็กกุ้งนางนั่นตอนนี้ ก็ไม่รู้จะขายได้หรือจะแป๊ก”
“พ่อ...”
จรัลสวนขึ้น
“ไอ้จิ...ชามาดากำลังทำเงินให้เรามากที่สุด ยังไงพ่อก็ต้องเลือก ชามาดาไว้ก่อน แกได้ยินเขายื่นคำขาดกับเราแล้วนี่ ว่าจะเลิกทำเพลง”
“แต่เรามีสัญญานะครับ”
“อีกหกเดือน สัญญาจะหมดอายุ...ฉันถึงต้องง้อชามาดาไง”
จิรายุอึ้ง ถอนใจ
“พ่อว่าแกเลิกคิดเรื่องนี้ไปก่อน เอาใจชามาดาไว้มั่ง แต่อย่าให้มันเกินเลย ไปล่ะ ผู้หญิงแบบนั้นไม่เหมาะจะเอามาทำเมีย เข้าใจมั้ย”
“ครับ”

จรัลเดินออกไป จิรายุถอนใจเซ็งๆ
กุ้งนางนั่งอยู่ข้างหน้าต่างหน้าเศร้า ชะเอมเดินยกสำรับเข้ามาในห้อง

“มากินข้าวกันเหอะกุ้ง”
“ฉันกินไม่ลงหรอกพี่ชะเอม”
“ไม่ได้...ท้องต้องอิ่มก่อน สมองมันถึงจะแล่น ทีนี้ปัญหาที่ใหญ่ก็เล็กมาๆ กิน”
กุ้งนางเดินมากิน ชะเอมจ้วงข้าวไปแล้วนึกได้
“เออ ไอ้กุ้ง คุณจิรายุเนี่ยเขาแปลกๆ นะ ชอบมายุ่งกับกุ้งอยู่เรื่อย วันนี้สตูดิโอน่ะ พี่ก็เห็นนะ ต้องมาให้ชงกาแฟให้ ถามจริงๆ เหอะ เขาจะจีบกุ้งรึเปล่า”
กุ้งนางสำลัก
“เฮ้ย พี่ชะเอม ทุเรศน่ะ คนยังงั้นน่ะ กุ้งขอสาบส่งเลย ถือว่ารวย ถือว่าเป็นผู้จัดการวง เป็นลูกเจ้าของบริษัท ชอบทำตัวเกะกะระรานคนอื่น...” กุ้งนางยกมือไหว้ “เพี้ยง กินน้ำก็ขอให้น้ำติดคอ”
ชะเอมเหวอไป กับอารมณ์เหวี่ยงของกุ้งนาง

จิรายุกำลังดื่มน้ำ สำลักพรวด
“อะไรวะ ใครนินทาวะ”
ชายหนุ่มเดินไปหยิบกระดาษทิชชู่เช็ดปาก แล้วไปนั่งลงเล่นเปียโน สักครู่ก็หยุดคิด
“เฮ้อ...นี่กุ้งนางจะไม่ได้เป็นนักร้องจริงๆ เหรอเนี่ย”
จิรายุเล่นเปียโนต่อไป




ชามาดานอนครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาวันนี้ เธอเห็นกุ้งนางเดินไปที่โต๊ะที่วางเครื่องดื่มด้านหลัง จิรายุรีบเดินตามไปยืนมองดูกุ้งนางชงกาแฟ ชามาดาลุกขึ้นมาหน้าหงิก คว้าหมอนขว้างไป
“อ๊าย จะทำยังไงดีนะ...ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้นะจิ”
ชามาดาลุกขึ้นไปนั่งหน้ากระจกหวีผม แล้วหันซ้ายหันขวามองหุ่นตัวเองในกระจกทำท่าเซ็กซี่
“ให้มันรู้ไปสิ ของดีๆ ไม่อยากกิน อยากจะไปกินอีกุ้งแห้งค้างปี”
ชามาดาลุกขึ้นแต่งตัวสวย ออกจากคอนโดไป


ชามาดานั่งดื่มอยู่ในห้องวีไอพีของผับ สายตาของหญิงสาวเห็นคนอื่นมากันเป็นคู่ๆก็มองอย่างเซ็งๆ
“เอาเหล้ามากินหน่อยซิ...”
บ๋อยเอาเหล้ามาเสิร์ฟให้พร้อมแก้ว 2 ใบ
“เอาแก้วมาทำไมสองใบ มาคนเดียวไม่เห็นรึไง”
“ขอโทษครับ”
บ๋อยลนลานไปเก็บแก้ว บ่นกับตนเอง
“เป็นผู้หญิงมาคนเดียวกินทั้งขวด เดี๋ยวก็เมาแย่”
ชามาดากระดกเหล้าเข้าปากแล้วชะงัก
“ฉันจะเมา ก็ไม่เกี่ยวกับแก อย่าสะเออะมายุ่งกับฉัน เดี๋ยวก็ฟ้องผู้จัดการให้ไล่ออกซะเลย”
บ๋อยตกใจ
“อย่านะครับคุณชามาดา ผมเป็นห่วงคุณนะครับ ดื่มขนาดนี้ กลัวจะขับรถกลับบ้านไม่ได้น่ะครับ”
ชามาดานิ่งนึก แล้วยิ้มร้าย หันไปทางบ๋อย
“เออ นี่...ทำอะไรให้อย่างสิ ฉันมีรางวัลให้ด้วยนะ”
ชามาดา ยกเหล้าราดไปบนเสื้อตัวเองแล้วนั่งยิ้ม บ๋อยตะลึง


ค่ำคืนนั้น...จิรายุนอนหลับฝันไป ภาพในฝันเขานอนกึ่งนั่งอยู่บนเตียง กุ้งนางเดินมานั่งข้างๆ
“กุ้งนาง”
“คุณกำลังคิดถึงฉันใช่มั้ยคะคุณจิ”
“ใช่...เอ๊ย...ไม่ใช่”
“คุณจิ...”
กุ้งนางเขยิบใกล้เข้าไปอีก
“เธอจะทำอะไรฉัน”
“ก็ทำอย่างที่คุณอยากให้กุ้งทำไงคะ”
กุ้งนางนั่งชิดจิรายุ ค่อยๆ ก้มลงมาจูบ ทั้งคู่หลับตาปากเกือบจะชนกัน ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น จิรายุสะดุ้งเฮือก ลืมตางงๆ แล้วก็รู้สึกตัวว่าฝันไป โทรศัพท์ยังดังอยู่ ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มาดูแล้วทำหน้าเซ็งๆก่อนจะกดรับ
“มีอะไรเหรอดา”
ชามาดายื่นโทรศัพท์ให้ บ๋อยแล้วกระซิบ
“พูดอย่างที่ฉันสอน”
จิรายุงงๆ
“อะไรของคุณเนี่ยชามาดา อ้าว...นายเป็นใคร”
“คุณครับ คุณชามาดาเมาไม่รู้เรื่องเลยครับ แล้วข้างนอกมีนักข่าวมากันเต็มหน้าผับเลยครับ”
จิรายุตกใจ
“นักข่าว”
“คุณช่วยมารับคุณชามาดาหน่อยได้มั๊ยครับ”
ชามาดาแกล้งเมาตะโกนโวยวายเพื่อให้จิรายุได้ยิน
“ไม่ไป...ฉันไม่กลับ”
“เอางี้นะ นายดูคุณชามาดาไว้ให้ดี อย่าให้เจอนักข่าว เดี๋ยวฉันจะไปรับเอง”
จิรายุกดปิดโทรศัพท์ ถอนหายใจยาว


บ๋อยยื่นโทรศัพท์คืนให้ ชามาดายื่นเงินให้จำนวนหนึ่ง
“เดี๋ยวแกไปโทรเบอร์นี้ บอกว่า อ้อน...จะแถลงข่าวเรื่องคลิปหน้าเหมือนที่ผับนี่ พูดแค่นี้พอ เข้าใจทุกอย่างแล้วนะ”
“สงสัยอยู่อย่างนึงครับ”
“สงสัยอะไร”
“คือ อ้อนที่ว่า เนี่ยใครครับ นักข่าวถึงจะมา”
“ก็ที่เป็นดาราไง...โอ๊ยแกนี่ พวกนักข่าวเขารู้เองแหละ”
“อ๋อ ครับ”
บ๋อยออกไป
“ถ้าฉันต้องการ คุณไม่มีวันหลุดมือฉันไปได้หรอก จิ”
ชามาดาเชื่อมั่นมาก

นักข่าวมายืนออกันหน้าผับ จิรายุขับรถเข้ามาจอดห่างๆ
“หาเรื่องจริงๆ”
จิรายุคว้าหมวก กับแว่นดำมาใส่ แล้วลงจากพยายามเดินเลี่ยงๆ นักข่าวเข้าไปในผับ

จิรายุเปิดประตูเข้ามาในห้องวีไอพี ชามาดารีบทำเป็นเมาคอพับคออ่อน จิรายุเข้ามาประคอง แล้วทำหน้าเบ้ เหม็นเหล้ามาก
“นี่กินเข้าไปเท่าไหร่เนี่ย”
“จิมาเหรอยัง เพราะคุณทำให้ดาเป็นแบบนี้ เพราะคุณ เพราะคุณคนเดียว”
“ดา นี่คุณเมามากไปแล้ว ไปเถอะ ผมจะพาคุณกลับบ้าน”
“ดาไม่กลับ ดาจะกินๆๆๆ ให้มันตายไปเลย”
“จะบ้าเหรอดา นักข่าวมากันเต็มไปหมด เดี๋ยวก็ได้ลงหน้าหนึ่งหรอก ไป...ผมจะพาคุณไปส่ง”
จิรายุประคองชามาดาขึ้นนั่ง ใส่เสื้อ ใส่แว่น ใส่หมวกให้พร้อม แล้วประคองออกจากห้องไป ชามาดาแอบยิ้ม


นักข่าวออกันเต็มทางออก จิรายุประคองชามาดาออกมา รีบหลบไม่ให้นักข่าวเห็น จิรายุหันไปถามบ๋อย
“น้อง มีทางออกทางอื่นรึเปล่า”
“มีครับ”
ชามาดาแอบเงยหน้าส่งสัญญาณให้ บ๋อยขยิบตาตอบ จิรายุมองหน้าบ๋อยอย่างสงสัย
“ตานายเป็นอะไรน่ะ”
“อ๋อ เปล่าครับ แมลงเข้าตา พี่ออกทางด้านนี้เลยครับ”
“อะ นี่รางวัล” จิรายุส่งเงินให้ “เอาไปซื้อยาหยอดตาซะ”
“ขอบคุณครับพี่”
จิรายุเดินไปตามทางที่บ๋อยบอก บ๋อยยิ้มจูบเงิน
“โหย ทำไมไม่มีจ๊อบยังงี้ทุกวันวะ”
บ๋อยเดินตรงไปที่กลุ่มนักข่าว
“พี่ๆ นักข่าว คุณอ้อนโทรมาบอกยกเลิกการแถลงข่าวแล้วครับ”
นักข่าวทำท่าเซ็ง วิจารณ์กันวุ่นวาย

ชามาดานอนคอพับคออ่อน หัวหล่นจากที่รองมาพิงแขนจิรายุแทน
“เดี๋ยวก็คอเคล็ดหรอก”
ชามาดาทำเป็นเพ้อ
“จิ ทำไมทำยังงี้กับดา ดารักจินะ”
จิรายุหันมามองชามาดาแล้วถอนใจ ก่อนจะหันกลับมองถนน ชามาดาแอบลืมตามองแล้วยิ้ม
จิรายุขับรถมาส่งชามาดาที่คอนโดของเธอ เขาประคองหญิงสาวเข้ามาในห้อง พาไปนอนที่เตียง ชามาดาทำงัวเงีย
“หิวน้ำ หิวน้ำจังเลย”
จิรายุสายหน้าเดินไปหยิบน้ำ ชามาดาหรี่ตามอง แอบถลกกระโปรงให้โป๊ ดึงคอเสื้อให้ต่ำ จิรายุส่งน้ำให้
“คุณเมามากเลยนะดา”
จิรายุขยับเข้ามาใกล้ ชามาดาแอบยิ้มคิดว่าแผนอ่อยได้ผล
“ก็จิน่ะแหละทำให้ดาเมา”
จิรายุขยับดึงกระโปรงปิดให้ หันไปหยิบผ้าห่มคลุมตัวให้
“เป็นผู้หญิงต้องอายเป็น”
ชามาดาทำเป็นเสียใจ
“คุณว่าดาหน้าด้านเหรอคะ...แล้วคุณมาช่วยดาทำไมคะ”
“ผมไม่อยากให้คุณเสียชื่อเสียง ยังไงคุณก็เป็นนักร้องในสังกัดของผม ผมมีหน้าที่ต้องดูแล”
จิรายุ ลุกขึ้นจะเดินออกไป ชามาดารีบลุกตามมา โผเข้ากอดจิรายุ
“จิ...” หญิงสาวแกล้งร้องไห้ “จิคิดกับดาแค่นี้เองเหรอคะ จิใจร้าย ใจดำกับดาที่สุด”
จิรายุพยายามแกะจนออก
“อย่าทำแบบนี้เลย ดา”
“ดารู้ จิยังรักดาอยู่”
“คุณเมา นอนพักเถอะ”
“ดาไม่เมา” ซามาดายิ้มยั่ว “อย่าปฏิเสธความจริงเลยค่ะจิ คุณยังไม่ลืมดาหรอก”

ชามาดาโผเข้ากอดไว้แน่น จิรายุนิ่งงันไป
ราชินีลูกทุ่ง ตอนที่ 9


ชามาดาเข้าสวมกอด จิรายุยังยืนอึ้ง ก่อนที่จะเบี่ยงออกจากอ้อมกอด

“ผมต้องกลับแล้วดา”
ชายหนุ่มขยับเดินไป
“ถ้าคุณกลับ ดาก็จะออกไปดื่มต่อ”
จิรายุหันกลับมา ชามาดาปลดชุดร่วงลงไปกองที่พื้น จิรายุมองแล้วถอนใจ ชามาดาเดินมาหาจิรายุ
“จิขา...” ขามาดาโลมไล้ “ดาคิดถึงวันเก่าๆ...” หญิงสาวเริ่มปลดกระดุมเสื้อชายหนุ่มส่งสายตายั่วยวน “คิดถึง...ตอนที่จิต้องการดา”
จิรายุจับไหล่ ชามาดายิ้มดีใจ แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้จะจูบ ชายหนุ่มค่อยๆ ดันออกจ้องตาหญิงสาว
“ตอนนี้ผมไม่ต้องการคุณอีกแล้ว”
ชามาดาอึ้งโกรธ
“จิ!”
“ไม่ว่าดาจะพยายามยังไง ผมก็ไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิมอีกแล้ว”
“เพราะอีเด็กเย็บเสื้อนั่นใช่มั้ย”
“เพราะตัวดาต่างหาก มันน่ากลัวจนผมไม่อยากอยู่ใกล้”
“ไม่จริง จิพูดยังงี้ เพราะอยากแกล้งให้ดาเจ็บใจบ้าง”
“ผมพูดจริง แล้วดาก็ต้องยอมรับความจริงด้วย”
จิรายุปล่อยมือ หันหลังจะเดินออกไป ชามาดาดึงแขนหันกลับมา แล้วเข้ากอดไว้อีกครั้ง ชายหนุ่มแกะมือหญิงสาวออก
“พอเถอะดา!”
จิรายุเดินเปิดประตูออกไป ชามาดาพิงประตูร้องไห้ เสียใจ เจ็บใจ
“จิ ดารักคุณจริงๆ นะ ต้องเป็นเพราะอีบ้านนอกนั่น อีมารยา อีหน้าด้าน”
ชามาดาร้องไห้เจ็บแค้นใจ

เช้า วันใหม่...กุ้งนางชูสร้อยในมือขึ้น กระทบแสงแดดวิบวับ หญิงสาวนอนดูสร้อย ยังคิดเสียใจที่นทีทองจำไม่ได้ ครู่หนึ่งก็ทำจมูกฟุดฟิดเหมือนได้กลิ่นอะไร แล้วจามออกมา ชะเอมที่แต่งตัวสวย กำลังฉีดน้ำหอมใส่ขวดแบบแบ่งขายอย่างอารมณ์ดีอยู่หน้ากระจก
“โห พี่ชะเอม ฉีดน้ำหอมหรือสเปรย์ปรับอากาศเนี่ย” กุ้งนางนึกได้ “เอ๊ะๆๆ นัดพี่ด้วงไปเที่ยววันหยุดเหรอ”
“ไม่ได้นัด แต่จะชวนไปกันทั้งหมดนี่แหละ วันหยุดครั้งแรกของพวกเราทั้งที จะให้อยู่เฉยๆ ได้ไง กุ้งรีบไปอาบน้ำแต่งตัวสิ”
“พี่ไปกันเถอะ ฉันจะไปหาครูชาตรี” กุ้งนางลุกขึ้น เดินไปหยิบกล่องใส่สร้อยออกมาจากตู้ เก็บสร้อยใส่กล่อง แล้วหยิบซองเงินออกมา “จะเอาเงินไปคืนครู”
“เฮ้ย...จะบ้าเหรอ เงินตั้งห้าหมื่น ถ้าเก็บได้แล้วเอาไปคืนก็ว่าไปอย่าง แต่นี่เขาให้กุ้งก็เก็บเอาไว้ใช้สิ จะคืนทำไม”
“ก็เขาให้มาใช้รักษาแม่ แต่กุ้งไม่ได้ใช้ ก็ควรจะเอาไปคืนครูเขาสิ”
“โธ่เอ๊ย...แม่คนดี แม่นางฟ้า แม่เจ้าประคุณทูนหัวเอ๋ย...นี่แกโง่หรือบ้าเนี่ย จะบอกให้นะ ระดับครูชาตรีน่ะ เขาคงมีเงินเป็นล้านๆ แค่นี้น่ะ ขนหน้าแข้งเขาไม่ร่วงหรอก”
“ฉันไม่อยากได้เงินของใครฟรีๆ ฉันจะเอาไปคืน”
ชะเอมถอนใจอย่างเซ็งๆ
“เฮ้อ...”
กุ้งนางยิ้มกับความคิดตัวเองที่ทำดีแล้ว


กุ้งนางนัดพบกับครูชาตรีที่สวนสาธารณะ หญิงสาวยื่นซองเงินคืนครูชาตรีที่นั่งมองเงินแต่ไม่รับ
“หนูเอาเงินมาคืนค่ะ”
“ฉันรู้เรื่องแม่ของหนูแล้วนะ เสียใจด้วย”
กุ้งนางแปลกใจ
“ครูรู้ได้ไงคะ”
“เมื่อวานฉันไปทานข้าวกับคุณจิรายุ เขาเล่าให้ฟัง”
กุ้งนางไม่พอใจ
“อ๋อ นายปากโป้งนี่เอง เที่ยวเอาเรื่องคนอื่นมาพูดไปทั่ว”
ครูชาตรียิ้ม
“อย่าไปว่าคุณจิเลย เขาไม่ได้คิดร้ายอะไรกับหนูหรอก เอาเป็นว่า เงินนี่ฉันให้หนูติดตัวไว้ก่อน เผื่อจะจำเป็นต้องใช้ ลำพังเงินเดือนหนูน่ะ อาจจะไม่พอ...วันหลังค่อยเอามาคืนก็ได้”
“แต่ครูช่วยหนูมาหลายครั้งแล้ว”
“เด็กดีอย่างหนู จะอีกกี่ครั้ง ฉันก็เต็มใจช่วย”
“งั้นครูรับคืนไปก่อนนะคะ ถ้าหนูเดือดร้อนหนูจะมาขอยืมครูใหม่”
ครูชาตรีส่ายหน้า
“เก็บไว้เถอะ จะได้ไม่ต้องมายืมกันไปกันมาอีก...เชื่อฉันสิ”
กุ้งนางไหว้
“ขอบคุณมากค่ะ ครูใจดีกับหนูจริงๆ” ครูชาตรียิ้ม
“ว่าแต่ หนูไม่อยากเป็นนักร้องเลยเหรอ ฉันยังรอหนูอยู่นะ”
“หนูมากรุงเทพ เพื่อทำอะไรบางอย่าง ไม่ได้อยากมาเป็นนักร้องค่ะ”
“ไอ้อะไรที่ว่าน่ะ คงสำคัญมาก”
กุ้งนางหลบตา
“ค่ะ”
“เอางี้นะ ถ้าหนูเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ มาหาฉันได้เลยนะ หรือถ้าหนูมีปัญหาอะไร จะปรึกษาฉัน ก็ยินดีนะ”
กุ้งนางยิ้ม ซาบซึ้งใจ
“ขอบคุณค่ะ”
“ไป เดี๋ยวครูพาไปทานอะไรอร่อยๆดีกว่า ไหนๆ เราก็มาเจอกันแล้วขอคุยกันให้สนุกสักวันนะ”
“ค่ะ...”
ครูชาตรีลุกเดินไป กุ้งนางยิ้มอยู่ตลอด ลุกเดินตาม มองด้านหลังครูชาตรี รู้สึกดี

คมกริชใช้กุญแจตัวเองเปิดประตูห้องชามาดาเข้ามา หญิงสาวเพิ่งออกจากห้องน้ำมาเห็นก็ไม่พอใจ
“พี่คม”
คมกริชโมโห
“ทำไมเมื่อคืนโทรมาไม่รับสาย”
“ก็ไม่อยากรับ”
ชามาดาจะเดินไป คมกริชดึงแขนไว้
“อย่ามาหือกับพี่นะ พี่เป็นผู้มีพระคุณที่ดาต้องสนองตอบ ทุกเวลาที่พี่ต้องการ”
คมกริชดึงมากอด ชามาดาไม่พอใจ
“โอ๊ย อย่ามายุ่งกับดา ปล่อยนะ ดาจะออกไปข้างนอก”
คมกริชเสียงอ่อนลง
“เดี๋ยวค่อยไปก็ได้นะ พี่คิดถึงดา พี่รักดานะ”
“แต่ดาไม่รัก...”
“พี่รู้...ดาจะไปรอไอ้จิมันทำไม มันไม่สนดาหรอก ไอ้พ่อลูกนั่น มันคิดแต่เรื่องผลประโยชน์ มันก็หลอกให้ดาหลงไปเรื่อยๆ จนกว่าดาจะตก...แล้วมันก็จะเขี่ยดาทิ้งไป...”
“ไม่จริง”
“พี่เคยพูดอะไรผิดมั้ยล่ะ ตอนนี้มันสนดากันที่ไหน ทำอะไรเห็นหัวดามั่งมั้ยล่ะ”
ชามาดาคิดตาม หน้าวิตก
“ก็จริงของพี่คม...แต่พี่คมจะไม่ทิ้งดาใช่มั้ย”
“พี่จะทิ้งดาได้ยังไง ก็พี่รักดา”
ชามาดากอดคมกริชแน่น เหมือนเป็นหลักที่พึ่งทางใจ รู้สึกปลอดภัย แม้จะไม่รักคมกริชก็ตาม

คมกริชกอดชามาดายิ้มอย่างพอใจ ก่อนที่จะก้มลงจูบ
ชามาดากับคมกริชนอนกอดกันอยู่บนเตียง สักคู่ชามาดาจะลุกไป แต่คมกริชดึงไว้ หอมแก้มก่อนจะพูด

“ดา พี่มีเรื่องอยากจะให้ดาทำ”
“พี่คมจะให้ดาทำอะไรอีกล่ะ”
“ฉันอยากให้เธอย้ายค่าย”
ชามาดาตกใจ
“ย้ายค่าย! ทำไมต้องย้าย จะให้ดาย้ายไปค่ายไหน”
“เบสท์ มิวสิค”
“อี๋ ไม่เอาหรอก ดาอยู่นี่ ดาเป็นเบอร์หนึ่งของนักร้องฝ่ายหญิง ไปอยู่นั่นก็ต้องไปแข่งกับอีพวกหน้าใหม่อีก แล้วสัญญาของดาก็ยังเหลืออีกตั้งหลายเดือน”
“พี่จะให้เบสท์มิวสิคซื้อสัญญาของดา แล้วพี่ก็จะย้ายไปอยู่ที่โน่นกับดาด้วย”
ชามาดาไม่มั่นใจ
“แต่ดาไม่อยากไป”
“ถ้าตอนนี้ไม่ไป อีกหน่อยหมดสภาพก็ไม่มีใครเอา เชื่อพี่สิ...”
ชามาดานิ่งคิดหน้าวิตกกังวล
“ดาดูครูชาตรีสิ ย้ายค่ายไปอยู่ที่นั่น ได้ทั้งหุ้น ได้ทั้งเงิน แล้วดูพี่กับดาสิ อยู่ที่นี่ได้อะไรมั่ง ต้องมาเป็นขี้ข้ามันทั้งพ่อทั้งลูก”
“แต่ค่ายนั้นเล็กกว่าสยามซองนะพี่”
“ค่ายเล็ก แต่เงินไม่เล็ก”
“ไม่เอาหรอก ดาอยู่แบบนี้ดีกว่า อัลบั้มของดาก็ยังโกยเงินได้อีก”
คมกริชหงุดหงิด ผละออกจากชามาดาทันที
“ดา...พี่พูดไม่รู้เรื่องรึไง คิดว่าจะเอาตัวรอดเหรอ ถ้าไม่มีพี่คอยแต่งเพลงให้”
ชามาดาเสียงอ่อน
“พี่คม ดาขอร้องนะ ดาไม่อยากไปเริ่มใหม่”
คมกริชบีบหน้าชามาดา
“คิดว่าไอ้จิมันจะเอาเธอเป็นเมียรึไง โง่เอ๋ย...จำไว้นะ อย่าเห็นความรักดีกว่าผลประโยชน์ มันจะทำให้ชีวิตเธอตกต่ำ กลับไปอยู่ที่จุดเดิม”
คมกริชผลักชามาดาไปอย่างหงุดหงิด แล้วลุกออกไป ชามาดามองอย่างเจ็บใจ

คมกริชคุยกับเสี่ยอ๋าเจ้าของค่ายเบสท์มิวสิคอยู่ในร้านกาแฟ เสี่ยอ๋าเสียงดังใส่คมกริช
“ทำไมชามาดายังไม่ยอมมา จะโก่งค่าตัวรึไง”
คมกริชรีบประจบ
“ไม่ใช่หรอกครับเสี่ย ชามาดาเขาก็อยากมา แต่เขากลัวว่าทีมงานใหม่จะไม่เข้าขากับเขา งานจะออกมาไม่ดีน่ะครับ เสี่ยให้เวลาเขาคิดหน่อยนะครับ”
“โธ่เอ๊ย เรื่องแค่นี้เอง ไปบอกเลยว่า ผมจะจัดทีมที่ดีที่สุดให้ หรือจะให้เขาเลือกเองก็ยังได้”
“เอ่อ...เสี่ยครับ แล้วเรื่องของผมล่ะครับ”
“ถ้าคุณดึงชามาดามาได้ ก็ว่ากันอีกที ผมจะได้คุยไปที่เดียวเลย ผมไม่อยากคุยทีละคน”
“แต่ผมจะมั่นใจได้ยังไง”
เสี่ยอ๋าสวนขึ้น
“ผมไม่ผิดคำพูดแน่” เสี่ยอ๋าเปิดลิ้นชักหยิบซองเงินมาส่งให้คมกริช “นี่คงการันตรีความเชื่อใจกันได้นะ คุณคมกริช”
คมกริชเปิดซองดูแล้วยิ้ม
“ขอบคุณครับเสี่ย คงไม่นานนี้ล่ะครับ ที่ผมกับชามาดาจะอยู่เบสท์ มิวสิก”
“ดี คราวนี้สยามซอง เซไม่เป็นท่าแน่ ถ้าต้องเสียทั้งนักแต่งเพลงมือหนึ่ง แล้วก็นักร้องแม่เหล็กของค่ายไป”
เสี่ยอ๋าหัวเราะสะใจ
“เสี่ยครับ อีกเรื่องที่ผมอยากขอเสี่ย”
“อะไรอีกล่ะ”
“ถ้าผมมาอยู่ค่ายนี้ ผมจะต้องได้ทุกอย่างมากกว่าครูชาตรี”
เสียอ๋าอึ้งไปนิดนึง
“ก็โอเค ไม่มีปัญหา”
คมกริชยิ้มร้าย เสี่ยอ๋าส่ายหน้ากับความมักมากของคมกริช


ก้าน ด้วง ชะเอม ซื้อลูกชิ้นปิ้งจากร้านรถเข็นอยู่หน้าหอพัก ชะเอมกินอยู่ห่างๆอย่างเซ็งๆ ด้วงกินไป เหล่มองชะเอมอย่างรังเกียจ ก้านหัวเราะชะเอม ขณะเดียวกันนั้น กุ้งนางเดินอารมณ์ดีเข้ามา
“อ้าว ไม่ได้ไปเที่ยวกันเหรอพี่”
ชะเอมหันมาค้อนก้าน
“ก็ไอ้ก้านเนี่ย มันว่ากุ้งไม่ไป ก็ไม่ต้องไป”
ก้านอึกอัก
“คือ...เอ้อ...พี่ว่าเรายังไม่ได้เงินเดือน ไม่ควรใช้จ่ายฟุ่มเฟือย”
ชะเอมเบ้หน้า
“แหม...เอ็งก็พูดซะเว่อร์ ไปเที่ยวแค่เนี้ย จะใช้เงินสักเท่าไหร่”
“เว่อร์ที่ไหนจ๊ะ น้องชะเอม จะไปทั้งสวนสนุก ดูหนัง กินข้าวในห้าง เงินทั้งน้าน”
ชะเอมค้อน
“ฉันเลย ต้องแต่งตัวเก้อเลย เซ็งซะไม่มีอะ”
กุ้งนางเข้าปลอบ
“โอ๋ๆๆ ไม่ต้องเซ็งอะ เราก็ไปเที่ยวกันสิ”
ก้านหน้าเหวอ
“เฮ้ย กุ้ง...อย่าบ้าจี้ตามชะเอมมันสิ ถ้าเงินหมดก่อนสิ้นเดือนจะลำบากนะกุ้ง”
“ไม่หรอกพี่ก้าน เมื่อกี้ครูชาตรีถามฉันว่า ไปเที่ยวที่ไหนในกรุงเทพ บ้างรึยังพอฉันบอกว่ายัง ครูก็เลยให้นี่มา”
กุ้งนางหยิบสารพัดคูปองมาให้เพื่อนๆ ดู
“ไหนพี่ด้วงดูขอดูหน่อย” ด้วงหยิบมาดู แล้วตาโตดีใจ “โอ๊ยโว้ย...นี่มันคูปองฟรีทั้งนั้นเลยว่ะกุ้ง”
“จ้ะ เราเก๊าะเสียแค่ค่ารถ”
กุ้งนาง ก้าน ชะเอม ด้วงมองหน้ากันแล้วกระโดดร้องเฮดังลั่ง


พวกกุ้งนางมองรถไฟฟ้าที่วิ่งไป ด้วงชี้ชวนจะให้ขึ้น แต่ทุกคนส่ายหน้า พากันไปนั่งรถเมลย์ ระหว่างที่อยู่บนรถเมล์ด้วงก็ชี้ให้ดูนั่นดูนี่ แล้วก็ร้องบอกว่าที่นี่แหละ แล้วรีบกดออด ทั้งสี่ลงจากรถ ด้วงเดินนำอย่างมั่นใจ
ด้วงมองๆไปรอบๆ เกาหัว เริ่มเกิดอาการไม่มั่นใจ หันไปเจอทั้งสามมองอย่างเอาเรื่อง ด้วงยิ้มแหยๆ....ด้วงเดินนำทุกคนเลี้ยวไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเหนื่อย ก้านด่าด้วงที่พาหลง...ก้าน กุ้งนาง ชะเอมนั่งดูดน้ำอยู่ข้างทางด้วยความเหนื่อย แล้วด้วงก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่าเจอแล้วๆ แล้วชี้ไปทางหนึ่ง บอกว่าอยู่นั่นไง แล้ววิ่งนำไป ทั้งสามจึงวิ่งตาม
ทั้งสี่เที่ยวกันในสวนสยาม เล่นเครื่องเล่นต่างๆ กันอย่างสนุก ลงจากเครื่องเล่นชะเอมอ้วกแตก ก้าน และกุ้งนางต้องช่วยกันหิ้วปีก...พวกกุ้งนางเข้าไปร้องเพลงในตู้คาราโอเกะในห้างเล็กๆ แบบเพลงละสิบบาท ร้องเต้นกันอย่างเมามัน จบเพลงแล้วหยอดเหรียญกันอีก...ด้วงดึงพวกกุ้งนางให้เข้าร้านอาห
กำลังโหลดความคิดเห็น...