xs
xsm
sm
md
lg

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ตอนที่ 12

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ  ตอนที่ 12
 
นับดาวกับอลิสานอนให้พนักงานนวด อลิสาท่าทางมีความสุขเคลิบเคลิ้มมากขณะที่นับดาวนอนเฉยๆ
 

“อา...สบาย ห่างหายชีวิตแบบคนมีเงินไปซะนาน พอกลับมาอีกครั้งรู้สึกมันสุขสบายหอมหวานกว่าเมื่อก่อนอีกนะ”
นับดาวเงียบไป
“อ้าว ไม่เห็นด้วยเหรอจ๊ะดาว”
“ดาวไม่ได้เถียงอะไรนี่คะ ก็รู้สึกสบายจริงอย่างที่น้าอ่ะซ่าว่าน่ะแหละค่ะ”
“แล้วเธอเป็นอะไรล่ะ ดูซึมๆ...อ๋อ ลืมไป ตื่นเต้นที่จะได้เป็นเจ้าสาวใช่มั้ยล่ะ”
“เอาตรงๆเลยนะคะ ดาวไม่ตื่นเต้นอะไรเลย ไม่รู้สึกอยากแต่งด้วยซ้ำ”
อลิสาตกใจ หน้าตากังวลขึ้นมาทันที
“ทำไมดาวพูดอย่างนั้นล่ะจ๊ะ นี่ ผู้หญิงที่ไหนเขาก็อยากเป็นเจ้าสาวกันทั้งนั้นแหละแล้วก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นได้หรอกนะ ดูอย่างน้าสิ โชคร้าย ชาตินี้คงไม่ได้สวมชุดเจ้าสาวหรอก ดาวน่ะโชคดีมากรู้มั้ย ผู้หญิงตั้งเยอะแยะที่เขาอิจฉาดาวน่ะ รู้ตัวบ้างหรือเปล่า อย่างน้อยๆก็อย่างยัยเอมี่ไง ป่านนี้มันต้องนั่งแช่งชักหักกระดูกไม่ให้ดาวได้แต่งงานหรอก...ดี แต่งเย้ยมันซะเลย ให้มันจุกอกเล่น ดีไหมจ๊ะ”
“ไม่รู้สิคะ ดาวไม่ลงทุนแต่งงานเพื่อให้เอมี่จุกอกหรอกค่ะ”
“อ้ะ งั้นก็คิดเรื่องลูกสิ มีลูกน่ะดีจะตาย”
“เรื่องมีลูกน่ะก็อยากอยู่หรอก แต่ไม่ใช่ตอนนี้แน่ๆ”
“งั้นก็คิดเรื่องแบบว่า...ไอ้นั่นน่ะ เรื่องที่มันวาบหวามๆ ปี๊ดปิ้วๆน่ะจ้ะ ฮิๆ แค่พูดก็จั๊กกะจี๋แล้ว”
“ถ้าคิดเรื่องแค่นั้นก็ไม่เห็นต้องแต่งงานเลยนี่คะ”
อลิสาชักโมโหหมดมุข
“แต่งๆไปเดี๋ยวก็มีความสุขเองแหละ อย่าคิดมากนักเลย คิดมากไปไม่ดีนะ ฟุ้งซ่าน”
“แต่ดาวต้องใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นไปตลอดเลยนะคะน้าอ่ะซ่า”
“ดาว...ดาวก็รู้ว่าทำไมดาวต้องแต่ง เราคุยเรื่องนี้กันมานานแล้วก็บ่อยมากแล้วนะ”
“แต่พอถึงวันจริงๆ...ดาว...”
“เราต้องทำสิ่งที่ต้องทำ แค่นั้นเอง”
นับดาวเงียบไป
“คุณชนะชัยเป็นคนดี แล้วเขาก็รักดาว อย่ากังวลอะไรเลยนะ” อลิสาพยายามเกลี้ยกล่อม

ดึกคืนนั้น ชนะชัยจอดรถที่ริมถนนแห่งหนึ่ง ถนนโล่ง ไม่ค่อยมีรถ เขาเหม่อมองไปข้างหน้า แล้วนึกถึงเรื่องราวในอดีต...
ช่วงเวลานั้น...เขาขับรถมา เห็นแท็กซี่คันข้างหน้าขับส่ายไปมา ชนะชัยมองไป เห็นชายหญิงต่อสู้กันในรถ ปรายฟ้าแย่งพวงมาลัยจนแท็กซี่ต้องจอดข้างทางเธอเปิดประตูรถ จะวิ่งหนี แต่โชเฟอร์จับมือ ดึงกระชากร่างเธอเข้าไป
“จะไปไหน”
โชเฟอร์เงื้อกำปั้นต่อยตูม ปราบฟ้าร้องลั่น โชเฟอร์เงื้อหมัดจะใส่อีก ชนะชัยเปิดประตูตะโกนถามเสียงเข้ม
“ทำอะไร หยุดนะ”
“เสือกอะไรวะ”
ชนะชัยหันไปถามปรายฟ้า
“เกิดอะไรขึ้นครับ”
ปรายฟ้าไม่ทันตอบ โชเฟอร์แท็กซี่ต่อยหน้าเขาโครม ปรายฟ้ารีบฉวยโอกาสวิ่งหนีออกมาตะโกนลั่น
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย”
โชเฟอร์แท็กซี่เห็นท่าไม่ดี ก็รีบปิดประตู ขับรถหนีออกไป ปรายฟ้ารีบวิ่งมาดูชนะชัย
“เป็นอะไรมั้ยคะคุณ”
“ไม่เท่าไหร่ครับ ว่าแต่คุณ เป็นอะไรมั้ยครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณคุณมากนะคะ”
ทั้งสองยิ้มให้กัน

หลายเดือนต่อมา ชนะชัยคุยกับปรายฟ้าอยู่ในร้านอาหาร ทั้งสองคนสนิทสนมขึ้นมาก
“ฟ้ามีเรื่องอะไรจะบอกผมเหรอครับ”
“ฟ้า...ท้องค่ะ ฟ้าไม่รู้ว่าพลาดตอนไหน”
ปรายฟ้าดูทุกข์ใจมาก ชนะชัยอึ้งไปนาน
“ไม่ต้องห่วง ผมรักฟ้า ผมรักลูกของเรา...ผมจะแต่งงานกับฟ้า”
ปรายฟ้ายิ้มทั้งน้ำตา

ชนะชัยนำเรื่องแต่งงานมาปรึกษากับแม่ ชัชฎาโกรธจนตัวสั่น
“แต่งงาน...แกจะบ้าเหรอ ไม่มีทาง แกต้องไปเรียนเมืองนอกตามที่ฉันบอก”
“แต่งแล้ว ผมพาฟ้าไปด้วยก็ได้นี่ครับ”
“อย่ามาเพ้อเจ้อ ยัยนั่นไม่ดีพอจะเป็นเมียแกหรอก อีกอย่างถ้าแกพาเมียพาลูกไปด้วยแกไม่มีทางเรียนจบหรอก”
“แต่ผมบอกฟ้าไปแล้วว่าผมจะแต่งงานกับเขา”
“แกนี่มันซื่อบื้อจริงๆ กลับไปถามเขาว่าเขาจะเอาเท่าไหร่”
“แล้วลูกของผมล่ะ”
“นี่แกเชื่อว่าเป็นลูกในท้องยัยนั่นเป็นลูกแกงั้นเหรอ”
“ฟ้าเขาไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นนะครับแม่”
“จะยังไงก็เถอะ เอาเด็กนั่นออกซะ”
ชนะชัยฟังแม่อย่างเครียดๆ

หลังจากไปคุยกับปรายฟ้า ชนะชัยกลับมาคุยกับชัชฎาอีกครั้ง
“ผมคุยกับฟ้าแล้วครับ ยังไงเขาก็ยืนยันไม่ยอมทำแท้งเด็ดขาด”
“แล้วแกจะเอายังไง”
“ผมจะออกไปอยู่กับเขา ยังไงผมก็ต้องรับผิดชอบเขาในฐานะพ่อของลูก”
ชัชฎาอึ้งไป ถอนใจยาว
“โอเค ฉันยอมแพ้แล้ว”
ชนะชัยแอบดีใจที่เห็นแม่ใจอ่อน
“หมายความว่าแม่…”
“ถ้าแกรักกันจริงขนาดนั้น ก็แต่งงานกันซะให้ถูกต้อง”
ชนะชัยยิ้มดีใจ
“ขอบคุณมากครับแม่ แล้วเรื่องไปเรียนต่อ...”
“ก็ไปอยู่ด้วยกันที่นู่นนั่นแหละ แต่อย่าให้เสียการเรียนนะ”
“ครับผม ผมสัญญาครับ งั้นผมจะรีบทำเรื่องเลยครับ”
“อาทิตย์หน้าแกก็บินไปหาที่อยู่ที่มันเหมาะสำหรับเมียกับลูกแกด้วยละกัน”
“ได้ครับ...แม่ครับ ขอบคุณมากนะครับ ผมรักแม่ครับ”
ชัชฎายิ้มให้ลูกชาย
ชนะชัยหลับตาลง ท่าทางเจ็บปวดกับเรื่องราวในอดีต เขาฟุบหน้ากับพวงมาลัย

ปกป้อง น้อยหน่า ปรายฟ้า เจิด นั่งคุยกันอยู่ ปกป้องหันไปถามปรายฟ้า
“ปราบไปแล้วใช่ไหม”
“ค่ะ ขับรถออกไปคลินิกแล้วค่ะ”
“เอาล่ะ งั้นเริ่มประชุมกันเรื่องปราบกับนับดาวต่อ น้อยหน่าวางแผนอุ้มสมอะไรได้มั่งหรือยัง”
ปรายฟ้าหน้าตากังวล
“เห็นบอกจะเอางูมาใช้ด้วยเหรอ อันตรายรึเปล่า”
น้อยหน่ายิ้มๆ
“ไม่หรอกค่ะ แค่ทำให้หัวใจเต้นแรงนิดหน่อย แผนนี้ชื่อแผน งูเห่าขย้ำกล่องดวงใจ”
ปกป้องกับเจิดร้องลั่น ปิดเป้าตัวเอง เจิดรีบแย้ง
“ทำไมชื่อแผนมันหวาดเสียวสยดสยองอย่างงั้นล่ะครับคุณน้อยหน่า ถ้าเกิดพลาดขึ้นมา นายปราบของผม จากคาวบอยก็ กลายเป็นขันทีเลยสิครับ”
น้อยหน่าเซ็งเลย
“ไม่ใช่กล่องดวงใจตรงนั้นค่ะพี่เจิด หน่าหมายถึงกล่องที่ทั้งสองเปิดคนสร้างขึ้นมาปิดบังหัวใจตัวเอง แผนที่ว่าจะทำลายกล่องนี้”
ปกป้องตัดบท
“อ้ะๆๆ ไหนลองว่ามาซิเป็นไง”
“ก่อนอื่น หน่าจะหลอกพี่นับดาวว่าเฉาก๊วยใกล้ตาย...แล้วหน่าก็พาพี่ดาวไปที่ห้องเก็บของ บอกว่าขังไอ้ก๊วยไว้ในนั้น แล้วแม่ก็บอกพ่อว่าหน่าแกล้งเอาพี่ดาวไปขัง พ่อก็จะเข้าไปช่วยพี่ดาว แล้วพี่เจิดก็ปล่อยงูเข้าไปในห้องเก็บของ พอพี่ดาวเห็นงูพี่ดาวก็กรี๊ด พ่อได้ยินเสียงพี่ดาวก็จะเข้าไปช่วยพี่ดาวออกมา แต่งูดุมาก พ่อโดนกัด นึกว่าต้องตายแน่ๆ ก็สารภาพรักกัน แล้วพ่อก็รอดตาย ก็รู้แล้วว่ารักกัน ก็จุ๊บๆๆ จบ”
ปกป้องส่ายหน้า
“ดูละครมากไปรึเปล่าเนี่ยเรา...เล่นอะไรไม่เล่นเล่นกะงู”
“หน่าใช้งูปลอมค่ะ ในห้องมันมืดๆ ดูไม่ออกหรอกค่ะ”
เจิดไม่เห็นด้วย
“ผมไม่เชื่อ ต่อให้มืดยังไงก็ดูรู้ว่างูจริงงูปลอม งูนะครับไม่ใช่กะเทย อันนั้นต่อให้สว่างๆก็แยกไม่ออก นึกว่าผู้หญิงจริงๆ ผมพลาดมาหลายครั้งแล้ว”
ปกป้องพยักหน้าเข้าใจ
“เรื่องนี้ปู่เห็นด้วยกับเจิด”
น้อยหน่าจ๋อยไป
“เหรอคะ...งั้นก็ได้ค่ะ”
ทุกคนเงียบไปครู่หนึ่ง เจิดนึกอะไรได้
“งั้นเปลี่ยนจากงูเป็นผีมั้ย แต่งเป็นผีไปหลอกนายปราบกับคุณนับดาว”
ปกป้องเซ็ง
“ปราบมันกลัวผีซะที่ไหน ดีไม่ดีผีจะโดนมันเตะเอา”
เจิดชะงัก
“ก็จริง...”
ทุกคนกำลังขบคิด น้อยหน่าหยิบงูปลอมโยนลงไปบนโต๊ะ งูดิ้นพราด อ้าปากฟ่อ ทุกคนร้องวี้ด ปกป้อง เจิด ปรายฟ้า พอเห็นงูก็ตกใจสะดุ้งโหยง ลุกพรวด โดยเฉพาะเจิด ร้องลั่นไม่เป็นภาษาคน กระโดดหนีแต่ขาเกี่ยวเก้าอี้หน้าคว่ำล้มป้าบทุกคนเอะใจ ที่เห็นน้อยหน่านั่งหัวเราะ น้อยหน่าหยิบงูขึ้นมา
“งูปลอมค่ะ”
ปกป้องกับปรายฟ้ายื่นหน้าเข้ามาดู เห็นเป็นงูปลอมจริงๆ ปรายฟ้าทำท่าขยะแขยง
“ว้าย เหมือนของจริงมากเลยนะเนี่ย ยี้”
น้อยหน่ามองหน้าเจิดขำๆ
“ไหนบอกแยกออกไงคะพี่เจิด”
เจิดยังจุกอยู่ พูดไม่ออก ปกป้องหยิบงูปลอมมาดู
“ใช้ได้เลยนะเนี่ย”
“เดี๋ยวถึงเวลาจริงๆเอาด้ายผูก ให้พี่เจิดไปแอบกระตุกด้าย จะยิ่งเหมือนกว่านี้อีกค่ะ”
ปรายฟ้าขยี้ศีรษะลูกสาว
“ช่างคิดจังเลยนะเนี่ย”
น้อยหน่ายิ้มปลื้ม

โปรดติดตามตอนต่อไป

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ  ตอนที่ 12
 

ในสตูดิโอ...นับดาวโพสต์ท่าถ่ายแบบ ตากล้องถ่ายรูปอยู่ อลิสายืนดูอยู่ข้างๆ ทันใดนั้นมือถือนับดาวในมืออลิสาดัง อลิสามองไปที่นับดาว กำลังทำงานอยู่ เลยรับสายแทน
“สวัสดีค่ะ...ไม่ใช่ค่ะ นี่น้าอะซ่าจ้ะ ว่าไงจ๊ะน้อยหน่า...พี่ดาวทำงานอยู่จ้ะ ตายแล้ว จ้ะๆๆ เดี๋ยวน้าจะบอกให้นะ แล้วน้ากับพี่ดาวจะไปหานะ...หา น้าไม่ต้องไปก็ได้เหรอ ทำไมล่ะจ๊ะ...อือ...จ้ะๆๆ”
อลิสาวางสาย อย่างคลางแคลงใจ
“ทำไมถึงไม่ให้เราไปด้วย...มีอะไรรึเปล่าเนี่ย”

ถ่ายภาพเสร็จแล้ว นับดาวเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วคุยกับอลิสา
“เอ้อ เมื่อกี้ตอนเธอถ่ายรูปอยู่น่ะ น้อยหน่าเขาโทรมานะ”
“ว่าไงเหรอคะ”
“เขาบอกเฉาก๊วยตายแล้ว”
นับดาวตกใจ
“เฉาก๊วย...เมื่อไหร่คะ”
“เมื่อเช้านี้”
นับดาวตาแดงๆจะร้องไห้
“ดาวจะไปเยี่ยมมัน”
“เขาบอกน้าไม่ต้องไปก็ได้ ให้ดาวไปคนเดียว...น้าว่าแปลกๆ”
“ดาวจะไปเลยค่ะ น้าจะไปด้วยไหมคะ”
“ไม่ไปดีกว่า งั้นเดี๋ยวแยกกันตรงนี้ก็ได้ แต่ก่อนไปหาเฉาก๊วย ดาวมีนัดสัมภาษณ์รายการวิทยุนะ สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์แหละ หาที่เงียบๆสัมภาษณ์ให้เสร็จแล้วค่อยขับรถไปดีกว่า นะ”
“ค่ะ งั้นเราแยกกันตรงนี้นะคะ”
“จ้ะ”
อลิสากับนับดาวแยกกันไป

ปกป้อง เจิด น้อยหน่า จับกลุ่มกัน มีงูปลอมของน้อยหน่าอยู่ด้วยโดยมีเชือกฟางสีแดงผูกอยู่
“นี่โง่จริงหรือแกล้งโง่วะไอ้เจิด เขาให้เอาเชือกมาผูก เวลากระตุกจะได้ดูเหมือนงูจริง แต่มึงทะลึ่งเอาเชือกแดงแป๊ดมาผูกเนี่ย กลัวนับดาวกับไอ้ปราบไม่เห็นเชือกใช่ไหม”
“ก็...นั่นน่ะสิครับ ผมลืมคิดไป สงสัยผมคงจะโง่จริงๆแล้วล่ะครับ”
“ย่ามัวแต่ทะเลาะกันเลยค่ะ เดี๋ยวไม่ทัน รีบไปหาเชือกใหม่มาเถอะค่ะ”
ปรายฟ้าวิ่งมา ถือเอ็นมาด้วยขดหนึ่ง
“ฉันเอาเอ็นมาแล้วค่ะ”
“ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมผูกให้ใหม่เองครับ”
เจิดหยิบงูเดินเข้าไปที่ซ่อน ปกป้องมองตามแล้วกำขับ
“ดีๆล่ะ อย่าให้พลาดนะ”
“ครับ วางใจได้ครับ”
น้อยหน่าเดินไปหาเฉาก๊วย จูงออกมาจากคอก
“มา ก๊วย เดี๋ยวฉันพาเธอไปอยู่ที่อื่นแป๊บนึงนะ มีของอร่อยให้ด้วย...ทนนิดนึงนะ คิดซะว่าทำ
เพื่อพ่อกับพี่นับดาว ให้เขาได้ลงเอยกันแบบแฮ้ปปี้เอ็นดิ้ง จูจุ๊บจูจุ๊บ”
น้อยหน่าจูงเฉาก๊วยออกไป ผ่านซอกมุมจุดหนึ่ง ซึ่งไม่มีใครเห็นว่ามีอลิสาแอบซุ่มอยู่
“ว่าแล้วว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล...ชิ”
อลิสาค่อยๆถอยออกไป แล้วลัดเลาะไปตามทางที่น้อยหน่าพาเฉาก๊วยเดินออกไป

น้อยหน่าเอาเฉาก๊วยมาผูกใต้ต้นไม้แห่งหนึ่ง ค่อนข้างลับหูลับตาคน
“อยู่นี่นะก๊วย เดี๋ยวจะมาปล่อยนะ เอาขนมมาให้เพียบเลย เป็นเด็กดีล่ะ”
น้อยหน่าเอาถุงอาหารวางตั้งไว้ ลูบคอเฉาก๊วยแล้วเดินออกไป สักพักอลิสาก็โผล่มา มองตามน้อยหน่าจนแน่ใจว่าไปแล้ว อลิสาก็เดินยิ้มมาหาเฉาก๊วย
“หวัดดีจ้ะเฉาก๊วย ฉันชื่ออลิสานะ เป็นน้าของนับดาว...ดีกันนะ...อย่าเตะฉันนะ เราพวกเดียวกันนะ”
อลิสายิ้มแหยๆ ค่อยๆเขยิบเข้าใกล้เฉาก๊วยทีละนิด

ปกป้องคุยโทรศัพท์กับปราบ มีน้อยหน่า ปรายฟ้า อยู่ด้วย
“แล้วแกจะกลับมาเมื่อไหร่...หา ใกล้ถึงบ้านแล้วเหรอ...แวะซื้อผัดไทยหน่อยเดะ เจ้าเฮียตี๋อ่ะ...รู้ว่าคนมันเยอะ รอคิวนาน แต่ซื้อให้อาหน่อยเถอะ อาอยากกินมาก นะ...เออ แค่นั้นแหละ ขอบใจมากเว้ย”
ปกป้องวางสาย
“ตอนแรกบอกอีก 5 นาทีถึง แต่ถ้าไปซื้อผัดไทยด้วยก็อีกซักครึ่งชั่วโมงมั้ง”
ปรายฟ้าร้อนใจ
“คุณนับดาวอยู่ไหนแล้วล่ะ”
“เมื่อกี้เขาโทรมา บอกกำลังจะถึงแล้วค่ะ พูดไปร้องไห้ไป สงสารเขาจังเลย”
ปกป้องหันมาถาม
“หน่า...ไอ้ก๊วยเรียบร้อยดีใช่ไหม คงไม่จู่ๆก็แหกปากร้องฮี้ๆขึ้นมาให้เสียงานนะ”
“ก็บอกเสียงผีเฉาก๊วยสิคะ” น้อยหน่าหัวเราะ “หน่าให้กินอิ่มแล้วค่ะ ไม่ร้องหรอก”
ปกป้องหันมาหาปรายฟ้า
“คุณฟ้า ท่องบทให้ดีนะครับ ส่วนน้อยหน่า อย่าทำหน้าเป็นนัก เดี๋ยวผิดสังเกตไปเอายาหม่องทาตาซะ จะได้ดูเหมือนคนร้องไห้มา”
“แสบตาจะตาย หน่าบิ๊วของหน่าได้”
น้อยหน่านั่งนิ่งสักพัก ก็ร้องไห้ออกมา ปกป้อง ปรายฟ้า อึ้งไปตามกัน ปกป้องยกนิ้วให้หลานสาว
“สุดยอด”
น้อยหน่าร้องไห้โฮๆๆ ปกป้องสะดุ้ง
“เฮ้ย มากไปแล้ว เดี๋ยวเขานึกว่าไอ้ปราบตาย”
น้อยหน่าสะอื้นฮั่ก
“หยุดไม่ได้แล้วค่ะ ฮือๆๆ”

นับดาวขับรถมาจอดหน้าบ้านปราบลงมาจากรถ น้อยหน่าวิ่งมาหาทั้งน้ำตา
“พี่ดาว...”
นับดาวตาแดงๆ พอเห็นน้อยหน่าร้องไห้ นับดาวก็ร้องตามทันที
“หน่า...”
“เฉาก๊วยมัน...ฮือๆๆๆ”
“พาพี่ไปหาเฉาก๊วยหน่อย”
“ค่ะ เราเอาศพมันไปเก็บไว้ในโกดังน่ะค่ะ...ตามหน่ามาเลยค่ะ”
น้อยหน่าก้มหน้าร้องไห้

นับดาวเดินเข้ามาในคอกที่ว่างเปล่า นับดาวเศร้าเสียใจร้องขึ้นเสียงดัง
“เฉาก๊วย”
“เรียกมันดังๆเลยค่ะพี่ เผื่อมันจะร้องตอบมาจากสวรรค์”
ทันใดนั้นเสียงเฉาก๊วยร้องดังขึ้น
“ฮี้”
น้อยหน่าสะดุ้ง เงยหน้ามอง เห็นนับดาวมองไปข้างหน้า น้อยหน่ามองตามไป เจออลิสาจูงเฉาก๊วยมาหา นับดาววิ่งไปหาเฉาก๊วย
“เฉาก๊วยจริงๆด้วย ไม่เป็นไรนี่นา”
น้อยหน่าอึ้ง ทำอะไรไม่ถูก มองไปหาปกป้องกับปรายฟ้าที่ซุ่มดูอยู่ ปรายฟ้าหน้าเสีย
“แผนแตกเลย ทำไมเป็นอย่างงี้ล่ะ”
“ไม่รู้เหมือนกันครับ เดี๋ยวผมออกไปดูก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
ปกป้องรีบออกไปจากที่ซ่อน น้อยหน่ายืนอึ้งอยู่ ปกป้องเดินเข้ามาหากระซิบถาม
“ไอ้ก๊วยมาไงอ่ะ”
น้อยหน่ากระซิบตอบ
“ไม่รู้ค่ะ”
นับดาวจูงเฉาก๊วยมาหาน้อยหน่า อลิสาตามมาด้วย น้อยหน่าทำหน้าบอกไม่ถูก ปกป้องฝืนยิ้ม
“สวัสดีครับคุณดาว สวัสดีครับซินญอริต้า”
อลิสายิ้มเยาะ
“สวัสดีค่ะซินญอ”
นับดาวมองหน้าน้อยหน่า
“น้อยหน่าหลอกพี่ทำไม ไหนว่าเฉาก๊วยตาย แล้วนี่ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่นา”
น้อยหน่าอึ้งไปพูดอะไรไม่ออก
“เอ่อ...”
อลิสายิ้มแย้มให้น้อยหน่า
“หรือว่าน้อยหน่าคิดถึงพี่ดาว เลยแกล้งกุเรื่องให้พี่ดาวมาเยี่ยมใช่มั้ยจ๊ะ”
น้อยหน่ารีบตามน้ำ
“เอ่อ...ใช่ค่ะ...”
อลิสาหยิกแก้มน้อยหน่า
“น่าเอ็นดูจังเลย คิดแผนเองรึเปล่าจ๊ะเนี่ย หรือว่ามีใครช่วยคิด”
อลิสาจิกตามอง ปกป้องอึ้งไปนิด
“ว่าแต่ว่าคุณอะซ่ามาถึงที่ไร่ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย”
นับดาวแปลกใจเหมือนกัน
“นั่นสิคะ น้าอะซ่าไม่เห็นบอกดาวเลยว่าจะมาด้วย”
อลิสายิ้มเยาะ
“น้ามาถึงก่อนเธอน่ะจ้ะ เห็นกองถ่ายละครด้วยนะ”
นับดาวงงๆ
“กองถ่าย”
“ใช่ เขาเตรียมจะถ่ายทำละครกัน แต่โชคร้าย ผิดแผน ถ่ายไม่ได้แล้วล่ะ”
นับดาวงง ขณะที่ปกป้องเริ่มเดาเรื่องราวออก
“อ๋อ ที่แท้มีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามาป่วนกองถ่ายนี่เอง มิน่า กองถ่ายเขาถึงล่ม”
“ก็เล่นถ่ายแบบไม่ขออนุญาตนี่คะคุณเป๊ปปี้ ล่มไปก็ดีแล้วล่ะ หมดเรื่อง”
ปกป้องมองหน้าอลิสา นับดาวยังงง
“พูดอะไรกันคะ งงไปหมดแล้ว”
“น้อยหน่า พาพี่นับดาวเข้าไปในบ้านหน่อยลูก ปู่จะคุยกับคุณอะซ่าแป๊บนึง”
นับดาวมองปกป้องกับอลิสา นึกว่าจะจีบกัน
“ไป น้อยหน่างั้นเราพาเฉาก๊วยไปเดินเล่นกันดีกว่าเนาะ”
นับดาวพาน้อยหน่ากับเฉาก๊วยเดินออกไป ปกป้องหันมาหาอลิสา
“ทำไมคุณทำแบบนี้ หมูเขาจะหาม เอาคานเข้ามาสอดชัดๆ”
“ใครกันแน่ที่สอด ยัยดาวจะแต่งงานมะรอมมะร่ออยู่แล้ว ทำแบบนี้ไม่ดีนะ”
นับดาวที่เดินไปไกลแล้ว มีแอบหันมามอง ปกป้องกับอลิสารีบยิ้มให้กลบเกลื่อน
“ผมว่าเราไปคุยกันไกลๆแถวนี้ดีกว่า”
“ทำไมต้องเรื่องมาก คุยตรงนี้ก็ได้”
“เอ่อ...เป็นร้านอาหารบรรยากาศดีๆดีกว่าไหมครับ คุณกับผม สองคน”
ปกป้องยิ้มเจ้าชู้ ทำเอาอลิสาเขิน
น้อยหน่ากับนับดาวจูงเฉาก๊วยเดินเล่น พร้อมกับคุยกันไปด้วย
“หน่ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่ดาวค่ะ”
“เรื่องอะไรเหรอจ๊ะ”
“เวลามีน้อย หน่าไม่เกริ่นนะ บอกเลยแล้วกัน...หน่าไม่ใช่ลูกของพ่อปราบค่ะ”
นับดาวงง
“หมายความว่ายังไง”
“ตามนั้นแหละค่ะ”
นับดาวอึ้งไป
“ก็...พอจะเข้าใจแล้วอะนะ แต่ทำไมต้องรีบบอกล่ะ มีอะไรเร่งด่วนเหรอ”
น้อยหน่ายังไม่ทันตอบ ก็มีเสียงแตรปิ๊นๆ ปรายฟ้าขับรถพาปราบมาจอดข้างๆ
“หน่า คุณดาว ไปกินผัดไทยกันเถอะค่ะ”
“ค่ะ” น้อยหน่าหันไปชวนนับดาว “พี่ไปกินด้วยกันนะคะ”
นับดาวมองปราบกับปรายฟ้า
“ไม่หรอก เดี๋ยวพี่ก็จะกลับแล้วล่ะ”
น้อยหน่ามองปรายฟ้าให้แม่ทำอะไรสักอย่าง
“งั้นเดี๋ยวฟ้าขับมารับอีกรอบละกันนะคะ หน่า กลับบ้านก่อน ไปช่วยแม่จัดโต๊ะ”
“ว้า ใช้หน่าอีกแล้ว...ก็ได้ๆๆ”
น้อยหน่าทำเป็นเดินกะฟัดกะเฟียดมาหาปราบ ที่ยังนั่งอยู่
“พ่อลงมาก่อนสิ เดี๋ยวให้แม่มารับอีกที”
ปราบลงมา น้อยหน่าเดินขึ้นไปนั่ง ปรายฟ้าขับรถออกไป ปราบกับนับดาวยืนมองหน้ากันครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะเป็นคนพูดขึ้นก่อน
“กลับมาทำไมเหรอครับ”
“ทำไม จะไม่มาก็ได้นะ”
“เปล่าๆๆ ไม่ว่าอะไรสักหน่อย แค่อยากรู้ แบบว่า...หาเรื่องคุยน่ะ"
“น้อยหน่าบอกฉันว่าเฉาก๊วยกำลังจะตาย”
 
โปรดติดตามตอนต่อไป เวลา 17.00น.


หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ  ตอนที่ 12 (ต่อ) 
 
 
ปราบถอนใจ

“ชักจะเพี้ยนขึ้นทุกวันแล้วนี่ สงสัยจะแพ้ฮอร์โมนตัวเอง”
นับดาวหัวเราะ
“เขายังบอกเรื่องของคุณกับเขาด้วย”
ปราบเงียบไป
“ถ้าไม่มีเรื่องเฉาก๊วย ฉันก็ยังอยากกลับมาที่นี่อยู่ดี มาหาคุณ”
“จะขอบคุณผมเรื่องขายที่เหรอ ไม่เป็นไรหรอก ผมทำไปเพราะสงสารคุณ”
“ฉันนึกว่าคุณทำไปเพราะคุณรักฉันซะอีก ไหนคุณเคยบอกคุณรักฉันไม่ใช่เหรอ”
“ถ้าเพราะความรัก ผมจะไม่ขายที่ ผมจะปล่อยให้คุณตายไปจากสังคมจอมปลอมแบบนั้น...ผมยังเสียใจอยู่เลย ว่าไม่น่าใจอ่อน เห็นไหม พอคุณได้เงิน คุณก็เอาเงินประมูลภาพเขียน ไปซื้อรถใหม่ ไปออกงานสังคม มีแต่เรื่องไร้สาระทั้งนั้น”
“เงินของฉัน ฉันจะใช้ยังไงก็เรื่องของฉัน คุณขายที่จะเพราะอะไรก็เหอะ ฉันขอบใจแต่อย่ามา
วิจารณ์การใช้เงินของฉัน เพราะคุณไม่มีสิทธิ”
“ทำไมจะไม่มีสิทธิ ถ้าผมไม่ขายที่ คุณจะได้เงินเหรอ”
“คุณไม่มีสิทธิ เพราะคุณไม่รู้ว่าชีวิตฉันต้องเจอกับอะไรบ้าง”
ปราบเงียบไป
“คุณไม่ได้รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับชีวิตของฉันหรอกนะ”
ปราบหน้าสลดลง
“คุณพูดถูก ผมขอโทษ”
“ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยที่สุดมันก็ทำให้ฉันรู้ว่าคุณมองฉันว่าเป็นคนแบบไหน ถ้าคุณมีศรัทธาในตัวฉันบ้าง คุณคงไม่คิดแบบนี้...นี่น่ะเหรอ วิธีที่คุณมองผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก”
ปราบอึ้งไป หญิงสาวเดินออกไป ชายหนุ่มยืนซึมอยู่คนเดียว

ปราบยืนเหม่อคิดถึงนับดาว ขณะที่ภายในบ้าน ปรายฟ้ากับน้อยหน่าแอบดูอยู่
“เอ่อ...ดูเหมือนจะแผนของเราจะแป๊กนะคะ หน่าอยากให้พ่อเป็นแฟนกับพี่นับดาวจัง”
“เรื่องความรักก็เป็นแบบนี้แหละหน่า อะไรที่เราอยากให้เกิดมันก็ไม่เกิด อะไรที่เราไม่อยากให้มันเกิดมันก็เกิด อีกหน่อยหน่าก็จะเข้าใจมันเองน่ะ”
ปรายฟ้ามองอย่างคนที่ผ่านโลกมาอย่างดี...

ค่ำนั้น...ปกป้องทานอาหารกับอลิสาที่ร้านอาหาร พลางชวนคุยไปด้วย...
“ผมถามตรงๆเลยนะครับคุณอะซ่า ไอ้ปราบหลานผมไม่ดีตรงไหน คุณถึงต้องขัดขวางความรักของเขาน่ะ”
“ดีน่ะค่ะดี แต่ว่าดีไม่พอเท่านั้นเอง”
“ว่าแต่ทำไมคุณไม่ให้คุณดาวเขาตัดสินใจเอง ชีวิตเป็นของเขา ความรักก็เป็นความรักของเขา”
“ดาวเขายังอ่อนประสบการณ์ ชอบใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ฉันกลัวเขาอาจจะตัดสินใจผิดพลาดได้”
“คุณมีประสบการณ์มากกว่าเขาเหรอ”
“ฉันเป็นน้าเขานะ ฉันผ่านอะไรต่อมิอะไรมามากแล้ว”
“คุณมีแฟนมากี่คน”
อลิสาฉุนกึก
“หยาบคาย สุภาพบุรุษเขาไม่ถามแบบนี้หรอกค่ะ”
ปกป้องจ้องหน้า
“คุณจะพูดได้ไงว่าคุณมีประสบการณ์มากกว่านับดาว ถ้าคุณมีแฟนน้อยกว่าเขา...หรือคุณอาจจะไม่เคยมีแฟนเลยด้วยซ้ำ”
อลิสาโกรธมาก ลุกพรวด
“คุณปกป้องคุณกำลังดูถูกฉันนะ”
“ที่ผมว่าคุณไม่เคยมีคนที่รักเลยใช่มั้ย”
“ลาก่อนค่ะ สวัสดี”
อลิสาหมุนตัว สะบัดหน้า เดินจากมา ปกป้องลุก จับมือเธอไว้ อลิสาหันขวับ
“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ คุณกล้าดียังไงมาจับมือฉันเนี่ย”
ปกป้องดึงตัวอลิสาเข้ามาจนเซเข้ามาใกล้แล้วจูบทันที อลิสาตกใจ จะผลักออก ร้องอู้อี้ แต่ปกป้องจูบไม่ปล่อยสักครู่ ร่างของเธอก็อ่อนระทวยในวงแขนของเขาคนทั้งร้านตกตะลึง

เจิดแอบอยู่ในห้องเก็บของพร้อมงูปลอม ตบยุงเพี๊ยะๆ คอยชะเง้อมองออกไปข้างนอกเป็นระยะ
“เฮ้อ ทำไมคุณนับดาวกับนายปราบไม่มาซะทีวะ...คันก็คัน ร้อนก็ร้อน หิวก็หิว... รีบๆมาซะที
เถอะ”

เช้าวันใหม่...ปกป้องกับอลิสานอนหลับตระกองกอดกันภายใต้ผ้าห่มอยู่ในห้องพักของรีสอร์ท อลิสาลืมตาตื่น มองไปรอบๆ หันมามองปกป้อง เขาทำท่าจะตื่น เธอรีบหลับตา ทำเป็นนอนหลับต่อ ปกป้องลืมตามามองอลิสา จุ๊บที่หน้าผากเบาๆ อลิสายังนอนหลับ ปกป้องกระซิบข้างหู
“ถ้าคุณยังไม่ลืมตาขึ้นมาล่ะก็ ผมจะ...”
“ตื่นแล้วๆ”
ปกป้องยิ้ม
“แหม ตื่นแล้วทำไมต้องหลับต่อด้วยล่ะครับ”
อลิสาอึกอัก
“ก็...”
“ไม่ต้องเขินหรอกครับคุณอะซ่า เราสองคนเป็นผู้ใหญ่แล้ว รักกันชอบกัน มีความสุขด้วยกัน มันเป็นเรื่องธรรมชาติครับ”
“แต่มันเขินนี่...หลับต่อดีกว่า”
“ผมบอกแล้วใช่มั้ย ถ้าหลับต่อผมจะ...”
อลิสาหลับตาพริ้ม อมยิ้มเล็กน้อย
“อ๋อ...ได้...”
ปกป้องตบผ้าห่มขึ้นคลุมร่างทั้งสอง มอบความสุขให้กันอีกครั้ง

อลิสากับปกป้องกินข้าวเช้าด้วยกันอยู่ในร้านอาหาร
“คุณอะซ่าครับ ผมอยากให้คุณรู้อะไรอย่างนึง”
“อะไรเหรอคะ”
“คุณเป็นผู้หญิงที่ผมตกหลุมรักตั้งแต่ผมเห็นคุณครั้งแรก รักคุณโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่มีนโนบายหรือแผนการอะไรทั้งสิ้น ทั้งหมดคือความรักจากหัวใจจริงๆ”
“ฉันก็รักคุณเหมือนกันค่ะเป๊บปี้”
“เปรียบเทียบกับนับดาวสิครับ คุณอยากให้เขามีความรักแบบไหนล่ะ”
อลิสาอึ้งไป
“คุณย้ำกับผมมาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งว่าคุณชนะชัยคือผู้ชายที่ดีสำหรับนับดาว ผมไม่เถียงเพราะผมไม่รู้จักเขาดีพอ แต่คุณแน่ใจแล้วเหรอว่านับดาวรักคุณชนะชัยจริงๆ”
“ฉันเข้าใจค่ะ ว่าคุณพยายามจะบอกอะไรฉัน...แต่ชีวิตคนเรามันมีอะไรซับซ้อนกว่านั้น”
“คุณไปทำให้มันซับซ้อนเองต่างหาก อะไรที่ปล่อยได้ก็ปล่อยไปเถอะ”
“เอาเป็นว่า...ฉันขอคิดดูก่อน”
“อะซ่า...คิดถึงความสุขของนับดาวสิ”
“ฉันกับดาวมาไกลเกินจุดนั้นไปแล้วค่ะ”
“ไม่มีใครไปไกลเกินกว่านั้นได้หรอก สุดท้ายแล้วเราก็ต้องการชีวิตที่มีความสุขไม่ใช่เหรอ”
อลิสาชักสับสน และเริ่มโกรธปกป้องที่ทำให้เธอสับสน
“อย่ากดดันฉันนะเป๊บปี้...ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อตัวนับดาวเอง...ขอฉันคิดดูก่อน”
ปกป้องเงียบไป

ชนะชัยนั่งอยู่คนเดียวในบ้าน เปิดกระเป๋าสตางค์ออก มีช่องเก็บของเล็กๆอยู่ เขาทำใจอยู่นาน ก่อนจะค่อยๆเปิดช่องออก มีรูปถ่ายเก่าๆใบหนึ่ง ถูกตัดให้เล็กพอที่จะใส่ในช่องนั้น เป็นรูปคู่ของเขากับปรายฟ้า ชนะชัยนึกถึงเรื่องราวในอดีต
วันนั้น...เขาเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศมีกระเป๋าเดินทางตั้งอยู่ข้างๆ นั่งกดโทรศัพท์ อย่างหงุดหงิดเพราะติดต่ออีกฝ่ายไม่ได้ สักครู่ชัชฎาเดินลงมาจากข้างบน
“โทรหาใครเหรอ”
“โทรหาฟ้าครับ ผมบอกเขาว่าผมจะโทรหาเขาทันทีที่ผมกลับจากเมืองนอก แต่ผมติดต่อเขาไม่ได้เลย”
“ไม่ต้องโทรให้เสียเวลาหรอก เขาไปแล้วล่ะ”
“หมายความว่าไงครับ”
“ตอนแกอยู่ที่เมืองนอก เขามาหาฉันมาขอเงิน บอกจะไปหาหมอฝากท้อง”
ชนะชัยไม่เชื่อ
“ฟ้าเนี่ยนะครับ มาขอเงินแม่”
“แต่ยังไงแม่นั่นก็หลอกฉันไม่ได้หรอก ฉันมีวิธีจัดการจนในที่สุดก็หลุดปากออกมาว่า...”
ชัชฎาถอนใจ ทำหน้าเศร้า
“เด็กในท้องไม่ใช่ลูกของแก”
“ไม่จริง”
ชัชฎากดเอ็มพีสามที่เตรียมไว้ เสียงการสนทนาดังออกมา
“ฉันรู้ว่าเด็กในท้องไม่ใช่หลานฉัน ถ้าเธอยอมรับซะตั้งแต่ตอนนี้ ฉันจะให้เงินเธอก้อนหนึ่งเก็บไว้เลี้ยงลูกของเธอ แต่ถ้าดื้อด้านไม่ยอมล่ะก็ เธอติดคุกแน่”
“คุณจะเอาอะไรมาตรวจสอบฉัน”
“หมอสูติเขาคำนวณวันปฏิสนธิได้ ผิดพลาดไม่เกิน 7 วัน ถ้าช่วงนั้นนายจ๊อบไม่ได้อยู่กับเธอ...”
“ตกลง ฉันยอม...เด็กนั่นไม่ใช่ลูกของคุณชนะชัยหรอกค่ะ”
“ขอบใจที่พูดความจริง ฉันจะให้เธอ 1 ล้านบาท แล้วเธอก็ไปซะ”
“10 ล้านค่ะ”
“โลภมากจริงนะ ก็ได้ถ้าจะทำให้ฉันไม่ต้องเจอสิบแปดมงกุฎแบบเธออีก พรุ่งนี้มาหาฉัน”
ชัชฎากดหยุดเทป ชนะชัยพูดอะไรไม่ออก
“เขาไม่รู้ตัวว่าแม่แอบอัดเทปไว้ พอถึงเวลาที่นัดเขาจะมาเอาเงิน แม่ก็เปิดเทปนี่ให้ฟัง เขาก็เลยยอมแพ้ แม่เลยให้ไปล้านหนึ่งแล้วบอกอย่ากลับมาที่นี่อีก”
ชนะชัยไม่อยากจะเชื่อ
“ปรายฟ้าไม่ใช่คนแบบนั้นครับ”
“ตาสว่างได้แล้ว”
ชัชฎาเดินจากไป...ชนะชัยเปิดเอ็มพีสามฟังอีกหลายรอบน้ำตาไหลพรากๆ จนเขาทนไม่ได้ เขวี้ยงเอ็มพีสามทิ้ง แล้วซบหน้าลงกับฝ่ามือ
“ฟ้า...คุณหลอกผมทำไม...”
ชัชฎาแอบดูอยู่ยิ้มพอใจ

เมื่อนึกถึงอดีตที่ผ่านมาชนะชัยเจ็บปวดใจมาก เขาพูดกับรูปถ่ายปรายฟ้า
“ยังไงผมก็ยังรักคุณอยู่ไม่มีวันลืม แต่ว่า...ผมกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงอีกคนที่เขาเหมาะสมกับผม ถึงเวลาที่เราต้องจากกันจริงๆแล้วนะฟ้า”

ชนะชัยหยิบไฟแช็คออกมา จุดไฟใช้เวลาทำใจพอสมควร แล้วเผารูปนั้นแล้ววางรูปลงในที่เขี่ยบุหรี่

ปราบเดินเข้ามาในบ้าน บนโต๊ะมีจดหมายวางอยู่หลายฉบับ เขาหยิบซองหนึ่งแล้วอึ้ง เป็นการ์ดแต่งงานของนับดาวกับชนะชัย ปรายฟ้าเดินเข้ามาพอดี
“มีอะไรเหรอปราบ”
“ไม่มีอะไรหรอกครับ”

ปราบเดินออกไป ปรายฟ้าสงสัย อดเข้ามาดูไม่ได้ พอเห็นเป็นการ์ดแต่งงานของนับดาวกับชนะชัยเธอก็ก็อึ้งไปเช่นกัน เหม่อมองการ์ดแต่งงาน หน้าตาเศร้าซึม
 
โปรดติดตามตอนต่อไป


หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ  ตอนที่ 12 (ต่อ) 
 

ปราบมานั่งกินกาแฟกับเพชรสีที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง

“เสี่ยไฝเป็นไงบ้างครับ”
“ไม่มีอะไรค่ะ หลังจากวันนั้นพ่อก็มีบ่นปวดหัวอยู่นิดหน่อย แล้วก็ไม่มีอะไร แข็งแรงดีแล้วค่ะ”
“ค่อยยังชั่ว เห็นคุณเพชรสีบอกมีอะไรจะคุยด้วย ผมก็กลัวว่าจะเป็นเรื่องเสี่ยไฝ”
“ไม่ใช่เรื่องของพ่อหรอกค่ะ เรื่องของพี่ปราบน่ะค่ะ”
ปราบแปลกใจ
“เรื่องของผมเหรอครับ”
“เพชรสีเห็นข่าวคุณนับดาว กำลังจะแต่งงานกับนักธุรกิจอะไรสักคน”
“อ่อ ครับ ชื่อชนะชัยครับ”
“ใครก็ช่างเถอะ แต่เพชรสีสงสัยว่าพี่ปราบไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอคะ”
“คุณเพชรสีหมายความว่า...”
“ไม่ต้องไก๋หรอกค่ะ เพชรสีดูออกว่าพี่ปราบรู้สึกยังไงกับเขา แต่เพชรสีสงสัยว่าพี่ปราบจะไม่คิดจะทำอะไรเลยเหรอ หรือว่าเกิดอะไรขึ้นคะ”
“ก็...เรื่องน้ำเน่าน่ะครับ ผมชอบเขา แต่เขาไม่ชอบผม”
“คุณนับดาวเขาบอกพี่ปราบอย่างงั้นเหรอคะ”
ปราบอึ้งไปครู่หนึ่ง
“เขาก็ไม่ได้พูดออกมาตรงๆหรอกครับ”
“แล้วพี่ปราบเคยถามเขารึยัง”
ปราบสั่นหน้า
“เพชรสีว่าเพชรสีเห็นอะไรบางอย่างแต่ไม่อยากพูดมาก เอาเป็นว่าพี่ปราบไปถามเขาดีกว่า...พี่ปราบอาจสงสัยว่าเพชรสีมายุ่งอะไรด้วย จำได้ใช่มั้ยคะ ว่าเพชรสีเคยบอกอะไรกับพี่ปราบ”
ปราบงงๆ
“อะไรเหรอครับ”
“เพชรสีชอบพี่ปราบ เพชรสีจะทำให้พี่ปราบมาเป็นของเพชรสี แต่...เพชรสีต้องแน่ใจก่อนว่าพี่ปราบพร้อมจะเป็นของเพชรสีจริงๆ”
ปราบกลืนน้ำลายเอื๊อก
“เพชรสีเป็นผู้หญิง เพชรสียังกล้าบุกขนาดนี้ พี่ปราบเป็นผู้ชายแท้ๆ เพื่อผู้หญิงที่ตัวเองชอบ พี่ปราบจะไม่ทำอะไรเลยเหรอคะ”
ปราบพูดไม่ออก เพราะมันก็จริงของเพชรสี

ค่ำนั้น...เมื่อกลับเข้ามาที่บ้านปราบมานั่งตรงที่มุมโปรดของนับดาว ปราบเงยหน้ามองดวงดาวบนฟ้านิ่งนานครุ่นคิดอย่างตัดสินใจแน่วแน่

วันใหม่...นับดาวยู่ในห้องพักของโรงแรม โดยมีอลิสากับ พนักงานร้านวิวาห์คอยช่วยแต่งตัว นับดาวอยู่ในชุดเจ้าสาว ส่องดูตัวเองหน้ากระจกเงา อลิสามองอย่างชื่นชมยิ้มปลาบปลื้มใจ
“สวยมากเลยจ้ะดาว...คุณตาคุณยาย คงกำลังมองดูนับดาวหลานสาวอยู่บนสวรรค์อยู่ด้วยนะ”
นับดาวยิ้มเล็กน้อย ไม่พูดอไร ทันใดนั้นมือถืออลิสาดังขึ้น เธอดูชื่อโทรเข้า เห็นชื่อปกป้อง

อลิสาออกจากลิฟต์มา ปกป้องรออยู่แล้ว
“มีอะไรเหรอคะเป๊บปี้”
“เรื่องที่ผมขอให้คุณเก็บไปคิดน่ะ เป็นไงบ้าง”
“เรื่องนับดาวกับคุณปราบน่ะเหรอ”
“ใช่...ผมอยากให้นับดาวได้คุยกับปราบสองต่อสอง คุณช่วยผมได้ไหม”
“ไม่ได้”
ปกป้องอึ้ง
“ขอโทษนะเป๊บปี้...ฉันไม่ยอมให้ใครมาขัดขวาง การแต่งงานของนับดาวกับคุณชนะชัยหรอก”
“อะซ่า...คุณไม่คิดทบทวนเรื่องที่ผมคุยกับคุณเลยใช่มั้ย”
“คิดค่ะ แต่ว่า มันเปลี่ยนใจฉันไม่ได้ สำหรับฉัน ความรักไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด”
“อะซ่า...”
“ฉันรักคุณค่ะ เป๊บปี้ แต่อย่ามาขัดขวางงานแต่งงานของนับดาวเลยนะ”
อลิสาเดินจากไป ปกป้องได้แต่ฮึดฮัด

อลิสาเดินนำ รปภ.มา หยุดที่หน้าห้องนับดาว
“ห้ามใครเข้าห้องนี้ นอกจากฉันคนเดียวเท่านั้น เข้าใจไหม”
รปภ.พยักหน้า
ถ้ามีใครทำท่าจะบุกเข้ามา เธอรีบ ว.เรียกคนอื่นเลย เข้าใจไหม”
รปภ.พยักน้าแข็งขัน
“ดีมาก”
อลิสายื่นแบงค์พันให้ รปภ. ไหว้ท่วมหัว อลิสาเปิดประตูเข้าไปในห้อง ปกป้องออกมาจากลิฟต์ เห็น รปภ.เฝ้าหน้าห้องก็ชะงักไป
“ร้ายจริงๆนะอะซ่า”

ปราบยืนดูป้ายของทางโรงแรม ที่บอกห้องที่มีพิธีมงคลสมรสของนับดาวกับชนะชัย ขณะเดียวกันนั้น ปกป้องเดินมาหา
“ปราบ คือว่า...”
“เขาไม่ยอมใช่ไหมครับ”
“หัวเด็ดตีนขาดก็ดูจะไม่ยอม คงยากแล้วว่ะ”
ปกป้องตบบ่าปราบ
“ทำใจเถอะ ก่อนหน้านี้แกมีโอกาสตั้งหลายหนแต่ไม่ทำอะไรเอง มันอาจจะสายไปแล้วก็ได้”
ปราบเงียบไป

นับดาวยังยืนมองตัวเองในกระจก อลิสาเข้ามาถาม
“ดาว หิวมั้ย เดี๋ยวน้าโทรสั่งอะไรมาให้กินนะ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ”
อลิสายิ้มอ่อนโยน เข้ามายืนเคียงคู่
“น้าภูมิใจในตัวเธอมากนะ”
“น้าอะซ่าคะ...อย่างพวกเราเนี่ย เป็นคนที่เขาเรียกว่าจมไม่ลง ใช่มั้ยคะ”
“ไม่หรอก แต่มันเป็นวิถีของเราต่างหาก ไม่อย่างนั้นเขาจะมีคำว่าเงินต่อเงินไว้ทำไมกัน”
นับดาวนิ่งไป อลิสาเกลี้ยกล่อม
“เธอก็เห็นๆอยู่ทุกวี่ทุกวันนี่ ทำไมคนรวยๆตระกูลใหญ่ๆเขาถึงต้องแต่งงานกับคนรวยๆด้วยกันเอง เราทำถูกแล้วล่ะดาวเชื่อน้าเถอะ”
นับดาวดูเหมือนจะยอมจำนน เธอมาไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับได้แล้ว
“ค่ะ...ขอดาวอยู่คนเดียวได้ไหมคะ”
“ทำไมล่ะ”
“นะคะ”
“จ้ะ งั้นเดี๋ยวน้าไปหาอะไรทานก่อนนะ”
อลิสาเดินออกมานอกห้อง ปิดประตูสนิท กำชับกับ รปภ.
“อย่าลืมนะ ห้ามใครเข้าไปเด็ดขาด”
“ครับ ไม่ต้องห่วงเลยครับ ผมเนี่ยนักมวยเก่า ใครขืนกล้าแหยมเข้ามาล่ะก็ โดนผมน็อคแน่ๆ”
“ดีมากจ้ะ”
นับดาวอยู่ในห้องนั่งเหม่ออยู่คนเดียว

ปกป้องเปิดประตูห้องพักเข้ามา ปราบเดินตามมา
“เนี่ย ห้องที่ใกล้ที่สุดที่ยังว่างอยู่ แต่อาว่ามันก็ยังไกลอยู่ดี”
“ก็ยังดีกว่าไม่มีครับ”
“เอาจริงเหรอวะ”
ปราบไม่ตอบ เดินไปเปิดหน้าต่างออก เห็นวิวข้างนอก ห้องอยู่สูงมาก ประมาณชั้นยี่สิบ ปราบเหนี่ยวขอบหน้าต่าง ปีนออกไป

ปราบเกาะบัวหยดน้ำเหนือหน้าต่าง ค่อยๆไต่ข้ามไปทีละห้อง เขาพลาดหลุดมือเกือบร่วงหล่น มองลงไปหวิวมาก ปราบกลั้นใจ ปีนต่อ
นับดาวนั่งเงียบๆอยู่คนเดียว พูดกับตัวเองในกระจก
“ฉันกำลังจะแต่งงานกับผู้ชายคนหนึ่ง แต่ทำไมฉันคิดถึงผู้ชายอีกคนนะ”
นับดาวถอนใจเบาๆ แล้วก็เห็นปราบโผล่หน้ามานอกหน้าต่างทางกระจกเงา นับดาวเหวอไป
“เป็นเอามากนะเราเนี่ย”
ปราบเริ่มหมดแรง จับไม่มั่น ทำท่าจะหล่น เคาะหน้าต่างทำท่าบอกเธอให้รีบเปิดหน้าต่าง นับดาวหัวเราะหึๆ ส่ายหน้ากับตัวเอง
“ยัยบ๊องเอ๊ย เห็นภาพหลอนเป็นตุเป็นตะขนาดนี้เลยเหรอ”
นับดาวเดินไปจะเข้าห้องน้ำ ปราบทำหน้าเบื่อโลก ไม่รู้จะทำยังไง มองลงไป ข้างล่างเห็นคนตัวเท่ามด
นับดาวเอะใจ เดินกลับมามอง
“ภาพหลอนมันเหมือนของจริงมากเลยนะ เอ...”
ปราบกลุ้มใจ หยิบมือถือขึ้นมา โทรหา ทันใดนั้นมือถือดังขึ้น นับดาวสะดุ้ง มองมือถืออย่างไม่เชื่อสายตา หยิบมือถือกดรับ
“เปิดหน้าต่างเร็วๆเข้า ผมจะตกอยู่แล้ว”
นับดาวหน้าเหวอ
“หา ของจริงรึเนี่ย”
“ตัวจริง ตกจริง ไม่มีสลิง ผมตายแน่ๆ รีบๆเปิดเร็วเข้า”
นับดาวรีบลนลานเปิดหน้าต่างให้เขาเข้ามา ปราบเข้ามานั่งหมดแรง นับดาวเข้ามาจิ้ม
“ว้าย คนจริงๆด้วย”
“ก็คนสิ นึกว่าว่าวลอยมาติดรึไง กว่าจะเปิดหน้าต่างให้ได้”
“ใครจะไปนึกล่ะ คุณนึกบ้าอะไรเนี่ย ปีนเข้ามาทางหน้าต่างแบบนี้...หรือว่า ทำใจไม่ได้ จะมา
อุ้มฉันหนีออกไป”
“แล้วผมจะพาคุณหนีออกไปยังไง คิดบ้างมั้ยก่อนพูดเนี่ย”
“อ้อ ที่แท้ก็เข้ามาหาเรื่องด่าฉันสินะ”
“เอ่อ ผมขอโทษ ผมไม่ตั้งใจ ปากมันพาไป”
“แล้วคุณเข้ามาหาฉันทำไม มีอะไรด่วนมากเหรอ”
ปราบรวบรวมสมาธิ ตั้งสติ มองหน้านับดาว
“นับดาว คุณรักผมมั้ย”
นับดาวอึ้ง
“มาถามเอาตอนนี้เนี่ยนะ ก่อนที่ฉันจะแต่งงานชั่วโมงนึงเนี่ยนะ ถามทำไม”
“ผมอยากรู้ คุณรักผมมั้ย”
“รักหรือไม่รักก็ไม่มีอะไรแตกต่างหรอก เรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไงฉันก็ต้องแต่งงานกับ
คุณจ๊อบ”
ปราบถามย้ำน้ำเสียงจริงจัง
“ผมถามว่าคุณรักผมมั้ย”
“คุณอุตส่าห์เสี่ยงตายปีนเข้ามา เพื่อมาถามคำถามนี้เนี่ยนะ”
นับดาวหัวเราะขำเสียเต็มประดา แล้วเดินเลี่ยงออกไป ปราบตามมาดักหน้า มองนับดาว
“คุณรักผมไหม”
“ใช่ ฉันรักคุณ แล้วไง”
“งั้นก็อย่าแต่งงานกับคนที่คุณไม่ได้รักสิ”
นับดาวหัวเราะ
“แล้วให้ฉันแต่งกับคุณเหรอ คุณเพี้ยนรึเปล่า ในงานมีคนสำคัญมีสื่อมากมาย จะให้ฉันล้มงาน แล้วไปแต่งกับคุณเนี่ยนะ คุณอยู่ไร่มากไปแล้วมั้ง คุณไม่เข้าใจคำว่าสังคมเลยหรือไง”
“เข้าใจแต่ไม่สนใจ...คุณแคร์คนอื่นมากไปแล้วดาว”
“ใช่ นี่แหละชีวิตฉัน ชีวิตของนับดาวว้าวแซ่บ...ปราบ ฉันรู้ว่าคุณรักฉัน แล้วฉันก็รักคุณ แต่ในโลกของฉัน ความรักมันไม่ได้มีความหมายอะไรมากมายนักหรอก ในโลกของฉัน เราแต่งงานกับคนที่เหมาะสมกับเราเท่านั้น”
“ก็เพราะโลกของคุณมันจอมปลอมน่ะสิ”
“ใช่ โลกของฉันมันจอมปลอม แต่คุณไม่รู้เหรอ...ว่าฉันก็จอมปลอม”
“ไม่ คุณดูเหมือนจะจอมปลอม แต่คุณไม่ใช่”
“ฉันฟุ้งเฟ้อ ฉันตอแหล ฉันสร้างภาพ ฉันชอบสื่อ...คนอย่างฉันเนี่ยนะไม่จอมปลอม”
“นับดาว นั่นมันแค่วิถีชีวิตที่คุณโดนครอบงำมาตั้งแต่เด็กๆ ตัวจริงคุณไม่ใช่คนแบบนั้น”
“ตัวจริงฉันเป็นยังไง”
ปราบตอบไม่ถูก นับดาวยิ้มหยัน
“ตอบไม่ได้ใช่มั้ย”
นับดาวรอฟัง ปราบเงียบ
“ออกไปเถอะค่ะปราบ”
ปราบเดินออกมาที่ประตู หันมาหานับดาว
“คุณคือยัยตัวแสบ”
ปราบมองนับดาว แต้เธอหันมองไปทางอื่น
“ไปเถอะ เวลาของเรามันหมดลงแล้วล่ะ”
ปราบเปิดประตูเดินผ่าน รปภ.ที่นั่งหลับอยู่หน้าห้องออกไป แล้วปิดประตู นับดาวอยู่คนเดียว สักพักน้ำตาก็ไหลออกมา เปื้อนมาสคาร่าเป็นทาง หญิงสาวเช็ดน้ำตาจนมาสคาร่าเปื้อนมือ

“คนบ้า มาสคาร่าเละหมดแล้ว อีกอย่างมันทายากนะยะ”
โปรดติดตามตอนต่อไปพรุ่งนี้ เวลา 09.30น.
 


หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ  ตอนที่ 12 (ต่อ)
 
ที่ล็อบบี้ที่จัดงานแต่งงานของนับดาว มีน้ำแข็งแกละสลักรูปตัว C กับ N เด่นอยู่กลางห้อง วงควอตเตสบรรเลงอยู่บนเวที แขกเหรื่อมามากมาย ฟู่กำลังคุยอยู่กับอลิสาที่มุมหนึ่ง
 
“งานนี้จัดเป็นงานแต่งคู่รักแห่งปีเลยนะ เขาเม้าท์กันให้แซ่ด”
“เหมาะกันอย่างกะกิ่งทองใบหยกเลยใช่มั้ยฟู่”
“เปล่าจ้ะ เขาเม้าท์กันว่าป่องก่อนแต่ง ตั้งโต๊ะพนันกันแล้วนะว่าเด็กกี่เดือนแล้ว”
อลิสาฉุนกกึก
“ทุเรศ”
อีกมุมหนึ่ง เอมี่เม้าท์กับโจโจ้
“เอางี้มั้ย เดี๋ยวพอยัยนับดาวคลอดลูกปุ๊ป ฉันจะย้ำกับคนดูอีกทีว่ายัยนี่แต่งงานวันนี้ บวกลบไปเลยว่ากี่เดือนคลอด”
เอมี่ส่ายหน้าแย้งขึ้น
“ไม่เอาอ่ะ เด็กไม่รู้อิโหน่อิเหน่จะพลอยซวยไปด้วย เล่นเรื่องอื่นเถอะ”
โจโจ้แปลกใจ
“เรื่องอะไรเหรอ”
“ยังนึกไม่ออก ดูๆไปก่อนละกัน”
อีกมุมหนึ่งคุณหญิงคุณนายจับกลุ่มคุยกัน
“นึกว่างานจะแกรนด์กว่านี้นะเนี่ย งานลูกดิฉันน่ะแขกมากันเกือบหมื่น แทบไม่มีที่ยืนเลยค่ะ”
“นั่นสิคะ วงดนตรีก็วงเล็กๆ มีกันแค่ 3-4 คน ของลูกฉันน่ะ มาเต็ม มีหางเครื่องด้วย สนุกม้าก”
“ขนมเค้กก็ชิ้นเล็ก งานลูกดิฉันน่ะ ทั้งใหญ่ทั้งสูงเกือบชนเพดาน เจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องปีนบันได
ไปตัดเลยนะคะ”
“น้ำแข็งก็ไม่สวย ของลูกฉันน่ะ จ้างช่างมาสิบคน แกะเป็นมังกรกับหงส์ร่อนอยู่สวรรค์ เมฆปลิว
ตลบ น้ำแข็งก้อนใหญ่จนหนาวกันทั้งงานเลยค่ะ”

ชัชฎายืนอยู่คนเดียว กำลังคุยมือถืออยู่
“ดีมากเลยค่ะ แปลว่าตอนนี้บริษัทเราก็พ้นจุดวิกฤติมาได้แล้วใช่ไหมคะ...งั้นคุณส่งตัวเลขมาได้เลย เดี๋ยวฉันจะรีบตบแต่งแล้วส่งกลับไปให้...อยู่ในงานแต่งงานค่ะ แต่ไม่เป็นไรหรอก เรื่องนี้สำคัญกว่า...”
ใกล้ๆกัน น้อยหน่ายืนอยู่กับตะวันวาด ยืนกินอาหารกันเอร็ดอร่อยในมือถือแก้วน้ำ
“งานไฮโซจริงๆนะเนี่ย มีแต่คุณหญิงคุณนาย”
ตะวันวาดกวาดตามองเหล่าไฮโซ
“ถ้ามีโจรมาปล้นเครื่องเพชรคนที่ใส่ในงาน คงรวยกันเละเลยล่ะ”
“ของกินก็อร่อย ไปดูตรงนั้นดีกว่าว่ามีอะไรกินบ้าง”
น้อยหน่าเดินพรวดออกไป พอดีกับจังหวะที่ชัชฎาเดินมาพอดี
“หน่า ระวัง”
น้อยหน่าชนเต็มเปา น้ำหกรดชัชฎา น้อยหน่ารีบขอโทษ
“ขอโทษค่ะ”
ชัชฎาหน้าตึง กำลังจะด่า แต่พอเห็นหน้าน้อยหน่าแล้วก็ชะงัก
“หนูขอโทษจริงๆค่ะ หนูไม่ทันเห็น”
น้อยหน่าหน้าเสียเมื่อเห็นชัชฎาโกธร ชัชฎาสงสารรีบเปลี่ยนสีหน้า
“ไม่เป็นไรหรอก...เป็นญาติทางเจ้าสาวเหรอคะ”
“ไม่ใช่ญาติหรอกค่ะ แต่รู้จักกับพี่ดาวน่ะค่ะ…หนูขอโทษ ทำชุดคุณเปื้อนหมดเลย”
“ไม่เป็นไรจ้ะ กินอะไรรึยัง ไป เดี๋ยวฉันพาไปหาของกินอร่อยๆตรงนั้นเอามั้ย”
น้อยหน่าหันมามองตะวันวาด
“อ้อ เพื่อนมาด้วย ไปกันทั้งสองคนน่ะแหละ”
ชัชฎาเดินนำไป น้อยหน่ากับตะวันวาดแอบมองกันด้วยความแปลกใจ ตะวันวาดกระซิบ
“ตอนแรกเห็นหน้ายังกะจะกินหัวเธอ ฉันนึกว่าเธอหัวขาดแน่”
น้อยหน่ากระซิบตอบ
“เหมือนกัน แต่กลายเป็นใจดีไปได้เนอะ...”
สองคนเดินตามชัชฎาไป

ที่ทางเข้าหน้างานปราบเดินเข้ามา หาปกป้อง
“เป็นไงบ้าง ไหวมั้ยเนี่ย”
ปราบส่ายหน้า ปกป้องมองปราบด้วยความเห็นใจ
“งั้นกลับไหม อย่าอยู่เลยภาพมันแสลงใจ”
“ขออยู่อีกนิดเถอะครับ ให้แน่ใจว่าเขาไม่เปลี่ยนใจแน่ๆ”
ปกป้องพยักหน้า เข้าใจ ขณะเดียวกัน นับดาวนั่งมองหน้าตัวเองในกระจกเงาอยู่ในห้อง หญิงสาวรู้สึกสับสนไปหมด

บนเวทีมีการฉายสไลด์ตอนเจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นเด็ก เป็นรูปนับดาวตอนเด็ก แขกในงานส่งเสียงเอ็นดู เอมี่ทำหน้าเบะ ปราบนึกถึงความหลังของเขา
นับดาวยังคงนั่งอยู่หน้ากระจกเงา น้ำตารื้นออกมา

สไลด์จบลง แขกในงานปรบมือ ชัชฎาอยู่กับน้อยหน่ากับตะวันวาด ปรบมือด้วย ไฟในห้องหรี่ลง สปอร์ตไลท์ฉายไปที่ประตู ทันใดนั้นประตูห้องเปิดออก เด็กน้อยชายหญิง 3 - 4 คนเดินเข้ามา โปรยดอกไม้เป็นทาง ถัดไปเป็นชนะชัยยืนอยู่นอกประตูอยู่คนเดียว มองหานับดาว แต่นับดาวไม่รู้อยู่ไหน ปราบกับปกป้องอยู่อีกมุมหนึ่ง ปกป้องมองอย่างแปลกใจ
“อ้าว คุณนับดาวล่ะหายไปไหน หรือว่า...”
ปราบมองไป ทำท่าเหมือนจะยิ้ม แต่แล้วก็เจื่อนลงเมื่อนับดาวเดินเข้ามาหยุดยืนข้างชนะชัย ทั้งสองควงกันเดินเข้ามาในห้อง อลิสายิ้มปลาบปลื้มทุกอย่างลงตัวเสียที ฟู่ซับน้ำตาให้ ปกป้องมองหลานชายอย่างห่วงๆ ปราบเดินออกไป ปกป้องสะกิดน้อยหน่ากับตะวันวาดให้ออกมาจากงาน ขณะที่ชัชฎาเดินไปอยู่ที่ข้างๆเวที

ปราบขึ้นมาบนรถ ปกป้องตามมาด้วย น้อยหน่ากับตะวันวาดขึ้นด้านหลัง ปกป้องตบบ่าหลานชายปลอบใจ ปราบไม่พูดอะไร ขับรถออกไป
นับดาวกับชนะชัยกำลังเดินตรงไปที่เวที แต่นับดาวยิ่งเดินยิ่งช้าลงเรื่อยๆ แล้วก็หยุดนิ่งห่างจากเวทีไม่กี่ก้าว นับดาวมองขึ้นไปบนเวที มองไปที่ชื่อเธอ ภาพในอดีตของเธอกับปราบที่นั่งคุยกันในไร่ปรีดาแว่บเข้ามาในห้วงคำนึง
“ขอบคุณนะที่เอาไดอารี่ให้อ่าน ฉันเพิ่งรู้ว่าทำไมฉันชื่อนับดาว”
“ทำไมล่ะครับ”
“พอแม่ฉันท้อง แม่ชอบออกมานั่งเล่นดูดาว พ่อก็ชวนลูกในท้องคุย แต่พ่อคงชวนคุยไม่เก่ง พอหมดมุขก็จะสอนฉันนับดาวบนท้องฟ้า...นับไปเรื่อยๆ...แม่ฉันเลยตั้งชื่อฉันว่านับดาว”
“ท้องฟ้าที่กรุงเทพน่ะไม่มีดาวให้นับเท่าไหร่หรอก คนกรุงเทพเลยไม่ตั้งชื่อลูกว่านับดาว ผมว่าพ่อ แม่คุณท่านตั้งชื่อคุณได้เพราะและมีความหมายมาก”
“นั่นสินะ ท้องฟ้าตอนนั้นกับตอนนี้คงเหมือนกัน พวกท่านคงนั่งดูดาวแบบเดียวกับเราตอนนี้ละมั้ง”
ทั้งสองนั่งมองดาวกันเงียบๆ ปราบแอบละสายตามามองนับดาว

ชนะชัยแปลกใจที่เห็นนับดาวยืนนิ่ง เขาจึงเรียกเบาๆ
“คุณดาวครับ...”
นับดาวมองชนะชัย
“จ๊อบ...ฉันขอโทษนะคะ”
ชนะชัยงง นับดาวหันหลังให้ เดินออกจากงาน ทุกคนตะลึง อลิสายืนอยู่ข้างฟู่ จิบพันช์อยู่ อ้าปากค้าง ส่วนฟู่ดูจะชอบใจ
“ต๊าย รันอะเวย์บรายด์ เลิศ”
ชนะชัยมองตามนับดาวไป ทำอะไรไม่ถูก พวกแขกเหรื่อเริ่มพึมพำกันแซ่ด สื่อมวลชนรีบมาถ่ายรูปชนะชัย เสร็จแล้วรีบวิ่งกรูกันตามนับดาวออกไปนอกห้อง
“คุณนับดาวไปทางไหนแล้วเนี่ย...หาไม่เจอแล้ว...กระจายกันหาเร็ว...”
ชัชฎามองมาที่ชนะชัยอย่างกังวล เอมี่กับโจโจ้ก็อึ้งไป
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”
เอมี่เบ้หน้าหมั่นไส้
“มันอยากขโมยซีนตัวเองล่ะสิ เชอะ”


อลิสาเปิดประตูห้องพรวดเข้ามาในห้องพัก
“นับดาว”
เงียบ...ในห้องไม่มีใครอยู่
“นับดาว”
อลิสาเปิดดูในห้องน้ำไม่เจอใคร ก็รีบกดมือถือโทรหาแต่นับดาวปิดเครื่องไปแล้ว’

แขกเหรื่อเริ่มทยอยกลับ มีบ้างยังจับกลุ่มนินทากันอยู่ ชนะชัยนั่งอึ้งยังทำอะไรไม่ถูก ชัชฎาอยู่ข้างๆ กดมือถือตลอด
“ปิดเครื่องหนีเลยเหรอ เล่นกันอย่างนี้เลยใช่มั้ย”
ชนะชัยฝืนยิ้ม ชัชฎาโกรธจัด
“ทำอย่างงี้หมายความว่าไง...หรือว่า เขารู้แล้วว่าเรากำลังจะล้มละลาย”
“ผมว่าคงไม่ใช่หรอกครับ”
ชัชฎาดูเบาใจขึ้นนิดหนึ่ง
“แต่ยังไงก็เถอะ ทำแบบนี้มันฉีกหน้ากันชัดๆ ฉันไม่ยอม...แกลองนึกดูซิ ว่าเขาจะไปหนีไปอยู่ที่ไหนได้บ้าง”
ชนะชัยเงียบไป

นับดาวในชุดเจ้าสาว จอดรถอยู่หน้าทางเข้าไร่ปรีดา เธอทำท่าจะขับเข้าไป แต่ก็เปลี่ยนใจ เบรครถ ลังเลๆแบบนี้อยู่สักพักก็ตัดใจดับเครื่อง หญิงสาวถอนใจอย่างเศร้าสร้อย มองเข้าไปในไร่ ทันใดนั้นก็มีรถวิ่งออกมา เป็นรถกระบะเก่าๆ แสงไฟจากรถส่องเข้ามาที่รถเธอ รถกระบะคันนั้นจอด คนที่ลงมาเป็นลุงเย็นนั่นเอง ลุงเย็นเข้ามาที่รถ เคาะกระจกรถ นับดาวกดเลื่อนหน้าต่างลง
“คุณนับดาว...เป็นอะไรรึเปล่า ทำไมมาจอดรถตรงนี้”
“ดาว...เอ่อ...ดาวบอกไม่ถูกค่ะ แต่ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ดาวปกติดีค่ะ”
ลุงเย็นมองหญิงสาวอย่างสงสัย
“ปกติดี ใส่ชุดเจ้าสาวขับรถมาจอดริมทางตอนดึกๆอย่างนี้เนี่ยนะ”
นับดาวถอนใจ
“ก็...มีผิดปกติอยู่เหมือนกันน่ะค่ะ”
“ลุงมาธุระที่ปราบกำลังจะกลับบ้าน ไปนั่งพักสติอารมณ์ที่บ้านลุงไหม”
นับดาวลังเลนิดนึง
“ก็ดีเหมือนกันค่ะ ดาวกำลังไม่อยากเจอหน้าใคร”

ลุงเย็นพานับดาวเข้ามาในบ้าน
“ตามสบายนะ”
“ขอบคุณค่ะ...แล้วป้าล่ะคะ”
“หลับไปแล้วล่ะ”
นับดาวเดินไปรอบๆ เลือกที่นั่งที่มองเห็นดาวบนฟ้า
“ที่นั่งเยอะแยะ ทำไมเลือกนั่งตรงนั่น”
“ก็...ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เห็นมันเห็นวิวสวยดี ทำไมเหรอคะ”
“เมื่อก่อนนายนิ่งก็ชอบนั่งตรงนั้น”
นับดาวอึ้งไป
“เมื่อก่อนพ่อมาที่นี่บ่อยเหรอคะ”
ลุงเย็นพยักหน้า
“เดี๋ยวลุงเอาชาสมุนไพรอุ่นมาให้จิบ จะได้สบายๆหายเครียด”
นับดาวนั่งมองวิว มองดาวบนฟ้า สักครู่ก็ได้ยินเสียงกุกกัก

“แปลกนะคะ ท้องฟ้าที่นี่ก็เห็นดาวสวยดี แต่ไม่สวยเท่าที่ไร่ปรีดา...ดาวอยากกลับไปดูดาวที่นั่น...แต่ ดาวไม่กล้าเข้าไป”
 
โปรดติดตามตอนต่อไป 

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ  ตอนที่ 12 (ต่อ)
 
ปราบเดินเข้ามาจากด้านหลัง วางถาดใส่กาดินเผากับถ้วยสองใบ
“ไร่ปรีดายินดีต้อนรับคุณเสมอ”
นับดาวหันขวับมา เจอปราบ
“ปราบ คุณมาได้ไงเนี่ย”
“พอผมกลับมาจากงานแต่งคุณ ลุงเย็นก็มาตามให้มาดูวัวขาหัก ผมอยู่ดูวัวแล้วให้ลุงเย็นกลับไปเอายาที่บ้านมาให้ผม”
ปราบรินชาใส่ถ้วยให้นับดาวแล้วก็ตัวเอง
“แล้ววัวเป็นยังไงบ้าง”
“เรียบร้อยแล้ว ว่าแต่คุณเถอะ เวลานี้ต้องเข้าเรือนหอแล้วไม่ใช่เหรอมาทำอะไรที่นี่”
“ฉันหนีออกมาจากงานกลางคัน”
“ทำไม ประธานในพิธีพูดอวยพรน่าเบื่อขนาดนั้นเชียว”
นับดาวอดหัวเราะไม่ได้
“เปล่า...ความจริงแล้วฉันไม่ได้รักชนะชัยเขาหรอก แค่คิดว่าเขาเหมาะสมกับฉัน ฉันเคยนึกนะว่าความรักไม่สำคัญเท่ากับการได้แต่งงานกับคนที่เหมาะสมกับเรา แต่พอถึงเวลาเข้าจริงๆ...ฉันกลับทำไม่ได้”
“แต่ก็มีบางคนที่เขาทำได้...ผมดีใจที่คุณไม่ใช่คนแบบนั้น”
“ฉันถึงต้องหนีมาที่นี่ไง เพราะฉันไม่กล้าสู้หน้าน้าอะซ่า ไม่กล้าสู้หน้าชนะชัยแล้วก็แม่ของเขา...ฉันมันขี้ขลาด”
“เปล่าเลย คุณเข้มแข็งต่างหาก ถึงทำแบบนี้ได้”
นับดาวกับปราบมองตากัน ขยับเข้าใกล้กัน
“ปราบ...คุณยังรักฉันอยู่รึเปล่า”
“ผมยังยืนยันคำเดิม...คุณล่ะ ตอบผมได้รึยัง ว่าคุณรักผมไหม”
นับดาวเงียบไป ทันใดนั้นมือถือปราบดังขึ้น เขาไม่สนใจ มองหน้านับดาว
“รับสายก่อนสิ”
“ตอบผมมาก่อน”
“นี่ มันอาจเป็นเรื่องสำคัญฉุกเฉินร้ายแรงก็ได้นะ”
ปราบจุ๊ปาก หยิบมือถือออกมา ดูเบอร์คนโทรเข้า แล้วกดรับสาย
“ว่าไงครับอา”
เสียงปกป้องดังมาโดยมีเสียงเอ็ดอึงเซ็งแซ่แทรกเข้ามาด้วย
“เฮ้ย รีบกลับมาที่ไร่ด่วนเลย ป่วนมาก... อาไม่รู้จะทำไงแล้ว ไปไม่เป็นเลย อาไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน...เฮ้ย บอกว่าอย่าปีน ลงไป...”
ปกป้องวางสายไป

ปราบขับรถของเขามา นับดาวนั่งมาด้วย พอเข้าใกล้ไร่ ปราบเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็อุทาน
“เรื่องใหญ่แล้วไง”
“มีอะไรเหรอ...”
นับดาวจะดู ปราบรีบกดหัวนับดาวลงไป ตวัดแจ็คเก็ตที่คลุมเบาะของเขาอยู่คลุมทับตัวนับดาว
“จะทำอะไรฉันนะ”
“ถ้าไม่อยากเดือดร้อนก็เงียบไว้”
ปราบขับรถเข้ามาเห็นหน้าไร่ของเขาเต็มไปด้วยกองทัพสื่อมวลชน ปกป้องถือโทรโข่งยันอยู่หน้าประตูทางเข้าไร่
“คุณนับดาวไม่อยู่ที่นี่ เชื่อผมเถอะ พวกคุณกลับไปซะเถอะ”
“ถ้าไม่อยู่แล้วทำไมเข้าไปดูไม่ได้ ถ้าบริสุทธิ์ใจต้องให้เราเข้าไปดูดิ”
ปกป้องตะโกนสวนไป
“แล้วถ้าผมสงสัยว่านับดาวอยู่บ้านแม่คุณ คุณยอมให้คนเข้าไปค้นมั้ยล่ะ”
สื่อมวลชนไม่พอใจ
“คุณกล้าด่าแม่สื่อมวลชนเหรอ พรุ่งนี้ผมประจานคุณแน่”
“อยากทำอะไรก็ตามใจ ผมไม่ให้เข้า”
ปราบขับรถมา บีบแตรปิ๊นๆ เขาลดกระจกลง
“ใครบอกคุณว่านับดาวอยู่ที่นี่”
“คุณเอมี่บอก เขาบอกคุณนับดาวมีกิ๊กชื่อปราบ เป็นเจ้าของไร่ที่นี่”
ปราบยิ้มแป้น นับดาวแอบหยิกขา ปราบสะดุ้ง สื่อมวลชนคนหนึ่งเข้ามาถาม
“คุณเป็นใคร”
“ผมนี่แหละปราบ”
“แล้วคุณเป็นกิ๊กนับดาวเขาจริงรึเปล่า”
ปราบยังไม่ทันตอบ นับดาวก็หยิกขาเขาอีก
“เปล่าครับ...แค่คนรู้จักน่ะ แล้วผมก็ยืนยันพวกคุณได้เลยว่าตอนนี้คุณนับดาวไม่ได้อยู่ข้างในบ้านผมหรอก”
“จริงเหรอ”
“ถ้าไม่จริงขอให้ไฟไหม้บ้าน ขอให้เป็นโรคร้าย ขอให้ผมไม่ตายดี พอใจมั้ย”
“แล้วเขาอยู่ไหน”
“อาจจะอยู่บ้านคุณเอมี่ก็ได้...พวกเขาเป็นเพื่อนกัน คุณอาจจะหลงกลคุณเอมี่แล้วก็ได้นะ”
สื่อมวลชนอึ้งไป
“เออว่ะ เป็นไปได้นะเว้ย...ไปที่บ้านเอมี่กันเหอะ”
พวกสื่อรีบแยกย้ายกันออกไปทันที ปกป้องถอนหายใจเฮือก ปราบขับรถเข้าไป นับดาวค่อยๆโผล่ออกมา
“คุณนี่โกหกเก่งเหมือนกันนี่”
“ผมไม่ได้โกหกนะ ผมพูดว่า อาจจะต่างหาก…”
“คุณว่าฉันแสบแต่คุณนี่แสบกว่า นายตัวแสบ”
ปราบหัวเราะชอบใจ

ปราบ ปกป้อง นับดาว เดินเข้าบ้านมาด้วยกัน นับดาวหน้าสลด
“ขอโทษนะ ที่ทำให้วุ่นวาย”
ปกป้องถอนใจ
“จู่ๆก็แห่กันมา ไม่รู้อะไรของมัน ดีนะที่มีคนเตือนไว้ก่อน”
“ใครเตือนเหรอครับ”
“นั่นไง”
นับดาวที่เดินมาด้วยอึ้ง เมื่อเจอชนะชัยนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“คุณมาที่นี่จริงๆด้วยดาว”
“ค่ะ”
น้อยหน่าเดินออกมาจากห้อง
“พ่อกลับมาแล้วเหรอคะ...อ้าว พี่ดาว คุณชนะชัย...”
ปราบหันไปบอกลูก
“น้อยหน่า เข้าไปในห้องก่อน”
“ไม่เป็นไรค่ะ...” นับดาหันไปหาชนะชัย “เราออกไปคุยกันข้างนอกเถอะค่ะ”

นับดาวออกมาคุยกับชนะชัยนอกบ้าน
“ดาวว่าจะไปหาคุณจ๊อบหลังจากนี้...ดาวขอโทษจริงๆค่ะ”
“ผมอยากรู้เหตุผล”
นับดาวชะงัก
“ดาว...”
“ไม่ได้รักผม”
“ค่ะ...ดาวรู้สึกดีกับคุณ ดีมาก แต่...มันไม่ใช่ความรัก”
“แล้วทำไมคุณจะแต่งงานกับผม”
“ถึงวันนี้ ดาวคงต้องบอกความจริง...ดาวแต่งงานกับคุณเพราะเรื่องเงินค่ะ”
ชนะชัยไม่เข้าใจ
“ดาวมีแต่เปลือกค่ะ ความจริงดาวไม่มีเงินแล้ว”
“แล้วที่คุณซื้อหุ้นบริษัทแม่ผมล่ะ”
“ดาวขายที่ได้ ที่ที่เป็นมรดกจากพ่อ...แต่มีชื่อคุณปราบติดอยู่ด้วย ที่ดาวต้องมาที่นี่ก็เพื่อมาหาทางเจรจาให้คุณปราบยอมขายที่ให้ดาว เพื่อเอาเงินไปซื้อหุ้นให้แม่คุณเชื่อถือในตัวดาว”
ชนะชัยอึ้งไปครู่ใหญ่ แล้วหัวเราะออกมา นับดาวแปลกใจ
“มีอะไรตลกเหรอคะ”
“ตลกสิครับ...ผมจะบอกความจริงให้ว่า...”
ชนะชัยยังไม่ทันพูดก็เห็นปรายฟ้าเดินออกมาพอดี ปรายฟ้ายังไม่ทันเห็นเขา
“อ้าว คุณดาว มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ...”
ปรายฟ้าหันมาเห็นชนะชัยก็ตกใจ รีบเดินหนีไป ชนะชัยช็อคไปครู่หนึ่ง รีบตามไปทันที นับดาวมองตามไป รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติแน่ๆ

ปรายฟ้าเดินก้มหน้าจ้ำอ้าวๆ ชนะชัยจ้ำตามมา พยายามมอง ด้วยความไม่แน่ใจ แต่ปรายฟ้าไม่หยุดเดินไปเรื่อย ชนะชัยตัดสินใจวิ่งมาดักหน้า
“ขอโทษนะครับ”
ปรายฟ้าหลบหน้า จะเดินไปทางอื่น ชนะชัยอ้อมมาดัก ปรายฟ้าก้มหน้างุด พูดจาอ้อมแอ้ม
“หลีกไปค่ะ”
ชนะชัยยิ่งสงสัย จับไหล่ปรายฟ้าหันมาทางเขา
“คุณ...ปรายฟ้า”
“คุณจำคนผิดแล้ว ปล่อยฉัน”
ปรายฟ้าสะบัด ชนะชัยไม่ปล่อย
“ปรายฟ้า”
ปรายฟ้าหยุดนิ่ง
“ใช่ ฉันเอง”
“ผมตามหาคุณมาตลอด คุณมาอยู่ที่นี่เองเหรอ”
“ตามหาฉันทำไมมีความจำเป็นอะไรเหรอค่ะ ฉันไม่ได้อยากเจอคุณเลย คุณกลับไปซะ
เถอะ”
“ไม่มีทาง คุณต้องเล่าให้ผมฟังก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นตอนผมไปเมืองนอก แม่บอกผมว่าลูก
ในท้องไม่ใช่ของผม คุณมาขอเงินจากท่านแล้วก็หนีมา”
“ก็เป็นไปอย่างที่แม่คุณว่านั่นแหละ”
“ผมไม่เชื่อแม่ผม...ผมพยายามหาคุณแทบพลิกแผ่นดิน แต่ก็ไม่เจอ”
“หน้าอย่างคุณเป็นไปได้เหรอที่จะไม่เชื่อแม่คุณน่ะ”
“เรื่องอื่นอาจจะใช่ แต่ไม่ใช่เรื่องของคุณ...เล่าให้ผมฟังหน่อยเถอะปรายฟ้าว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ปรายฟ้ามองชนะชัยอย่างเจ็บปวด
“จะรื้อฟื้นอดีตขึ้นมาเพื่ออะไรคะ”
“เพราะผมยังรักคุณไงล่ะ”
ปรายฟ้ากลั้นน้ำตาไม่ไหว ร้องไห้ออกมา
“ทันทีที่คุณบินไปเมืองนอกวันนั้น แม่คุณก็มาหาฉันที่ห้อง...”

ในอดีต...เสียงเคาะประตูห้องดังชึ้น ปรายฟ้ามาเปิดประตู พบว่าชัชฎามากับชายสองคน ดูเหมือนพวกคนมีสีรับจ๊อบ ปรายฟ้าดูตกใจ พยายามตั้งสติ
“สวัสดีค่ะ”
ชัชฎาไม่ไหว้ตอบ เปิดกระเป๋าหยิบธนบัตรปึกหนึ่งที่เตรียมไว้มาโยนใส่หน้าปรายฟ้า
“เอาเงินนี่ไป แล้วอย่ามายุ่งกับลูกชายฉันอีก”
“คุณแม่คะ นี่อะไรกันคะเนี่ย”
“อย่ามาเรียกว่าฉันว่าแม่ ฉันจะพูดอีกครั้งเดียว เอาเงินนี่ไป นี่คือค่าจ้างให้เธอเลิกยุ่งกับลูกชายฉันตลอดไป ฉันไม่ได้ขอร้องนะ แต่เป็นคำสั่ง ถ้าเธอไม่ไปล่ะก็...”
คนมีสีสองคนเข้ามาหา ปรายฟ้าจะหนี แต่ทั้งสองจับเธอไว้ คนหนึ่งล็อค อีกคนชักมีดพร้อมเชือด ปรายฟ้ากลัวจนร้องไห้
ชัชฎานั่งเย็นชาอยู่ตรงหน้าปรายฟ้าที่โดนสองคนล็อคไว้เป็นการบังครับ มีเครื่องบันทึกเอ็มพีสามวางอยู่
“ฉันรู้ว่าเด็กในท้องไม่ใช่หลานฉัน ถ้าเธอยอมรับซะตั้งแต่ตอนนี้ ฉันจะให้เงินเธอก้อนหนึ่งเก็บไว้เลี้ยงลูกของเธอ แต่ถ้าดื้อด้านไม่ยอมล่ะก็ เธอติดคุกแน่”
ปรายฟ้าพูดไปน้ำตาไหลเจ็บปวดที่ต้องทำตาม
“คุณจะเอาอะไรมาตรวจสอบฉัน”
“หมอสูติเขาคำนวณวันปฏิสนธิได้ ผิดพลาดไม่เกิน 7 วัน ถ้าช่วงนั้นนายจ๊อบไม่ได้อยู่กับเธอ...”
“ตกลง ฉันยอม...เด็กนั่นไม่ใช่ลูกของคุณชนะชัยหรอกค่ะ”
“ขอบใจที่พูดความจริง ฉันจะให้เธอ 1 ล้านบาท แล้วเธอก็ไปซะ”
“10 ล้านค่ะ”
“โลภมากจริงนะ ก็ได้เงินแค่นี้ถ้าจะทำให้ฉันไม่ต้องเจอสิบแปดมงกุฎแบบเธออีก พรุ่งนี้มาหาฉัน”
ชัชฎาปิดเอ็มพีสามยิ้มพอใจ
“ทีนี้เธอก็หายไปจากชีวิตลูกชายฉันได้แล้ว อ้อ แล้วถ้าเธอยังตอแยกับเขาอยู่เธอก็หายไปจากโลกนี้เลยพร้อมกับลูกของเธอ ฉันน่ะเป็นคนพูดจริงทำจริง หวังว่าเธอคงจะเข้าใจที่ฉันพูดนะ”

คนมีสีปล่อยปรายฟ้าจนหน้าคว่ำ ชัชฎาเดินออกไปพร้อมคนมีสี ปรายฟ้าร้องไห้อย่างหนัก

ปรายฟ้าน้ำตาคลอ
“ฉันพยายามตัดใจ ไม่คิดถึงคุณอีกเพราะฉันรู้ว่าแม่คุณทำจริงแน่”
“ตัดใจ...คุณไม่รู้หรือว่าผมคิดถึงคุณแค่ไหน”
“ไม่สำคัญหรอก ครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน คุณบอกให้ฉันไปทำแท้ง ความจริงฉันควรจะตัดใจตั้งแต่ตอนนั้นด้วยซ้ำ”
“ผมขอโทษพอ แต่ผมกลับไปหาแม่ผมบอกแม่ว่าผมตัดสินใจจะออกจากบ้านไปเลี้ยงดูคุณกับลูก...แล้วตอนนี้ลูกของเราล่ะ”
“มาถามอะไรตอนนี้...บอกให้ก็ได้ ตอนนั้นฉันเครียดมาก ในที่สุดก็แท้ง”
ชนะชัยอึ้ง พูดอะไรไม่ออก
“เรื่องของเราจบแล้วค่ะจ๊อบ ไม่มีอะไรมากกว่านี้...แล้วก็เรื่องคุณกับคุณนับดาว คุณนับดาวเป็นผู้หญิงที่ดี อย่าไปยุ่งกับเธอเลย ความจริงคุณไม่ควรจะไปยุ่งกับผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น ลูกแหง่อย่างคุณเป็นสามีที่ดีไม่ได้หรอก”
ปรายฟ้าเดินจากไป ปล่อยชนะชัยนั่งอึ้งอยู่ตรงนั้น ห่างออกมาไม่มาก นับดาวแอบฟังอยู่
“โห ดราม่าสุดๆ”
 
จบตอนที่ 12 


โปรดติดตาม ตอนที่ 13 เวลา 17.00น.

กำลังโหลดความคิดเห็น...