xs
xsm
sm
md
lg

ลิขิตฟ้าชะตาดิน ตอนที่ 12

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


 ลิขิตฟ้าชะตาดิน  ตอนที่ 12 

วันต่อมา ดวงยิหวาเดินกลับมาจากตรวจงานบริเวณเขื่อนริมถนน กำลังจะเข้าไปในออฟฟิศ แต่แล้วต้องชะงัก เพราะที่หน้าออฟฟิศเวลานั้น บุรียืนจังก้าต่อว่าและใส่นายเด่นอย่างดุเดือด

“ไอ้นกสองหัว ไม่นึกเลย ว่าคนเก่าแก่ที่เคียงบ่าเคียงไหล่กันมา จะทรยศกันได้”
ดวงยิหวาได้ยิน ถึงกับอึ้ง ค่อยๆ ก้าวเข้าไปฟัง
“นายบุรี..คุณก็รู้..ว่าผมไม่เคยทรยศใคร” นายเด่นว่า
“ไม่ทรยศเหรอ เวลานี้แกทำทุกอย่างเพื่อรับใช้ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ประคับประคองมันจนปีกกล้าขาแข็งมาท้าทายชั้น”
จังหวะนั้นนายเด่นเหลือบไปเห็นดวงยิหวา ใช้สายตาบอกให้ลูกสาวหลบไปก่อน
“ผมทำในสิ่งที่ผมต้องทำ ทำสิ่งที่ถูกต้อง” นายเด่นตอบ
“ถูกคืออะไร ผิดคืออะไร สิ่งที่นายหัวทำกับชั้นมันยุติธรรมแล้วเหรอ นายก็เห็น” บุรีพูดอย่างน้อยใจ
“นายหัวคงจะมีเหตุผล นายบุรีน่าจะยอมเชื่อฟัง”
นายเด่นมองข้ามบ่าบุรี บังคับให้ดวงยิหวาหลบไป
ดวงยิหวาอึ้ง ยอมหลบมุมเลยมาเล็กน้อย แล้วฟังต่อ
“เหตุผลเหรอ เหตุผลงี่เง่าอะไรวะ ชั้นคือน้องชายคนเดียวของเค้า เค้าควรจะไว้ใจที่สุด เค้าเดี้ยงไป คนที่เค้าควรจะมอบหมายทุกอย่างให้ดูแล มันควรเป็นชั้น ไม่ใช่ไอ้ลูกเสือลูกตะเข้ที่ไหนไม่รู้” บุรีพล่ามต่อ
“คุณจ้างเขาก็ทำทุกอย่าง ที่นายหัวสั่ง เค้าไม่เคยสนใจอย่างอื่น นอกจากทำตามสั่ง” นายเด่นว่า
“ตกลงแกเลือกข้างแล้วใช่ไหม แกเลือกไอ้จ้าง ไม่เลือกชั้น” บุรีข่มขู่
“ผมเลือกนายหัว” นายเด่นยืนยันชัดเจน
บุรีมองอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ เดินเข้ามาใกล้ ลดเสียงเบาลง “ปากดีนัก ชั้นนี่แหละ น้องแท้ๆ ของนายหัว แกสิ..ที่เป็นคนอื่น แล้วเราจะได้เห็นกัน” บุรีมองอย่างอาฆาต แล้วเดินสะบัดตัวจากไป
ระหว่างนั้นเริ่มมีคนงานเห็น พากันแอบมองอยู่ห่างๆ ท่าทีหวาดกลัว ดวงยิหวาอดวิตกไม่ได้

บุรีกลับมาที่คอนโด เวลานั้นฟ้าใสกำลังทำเล็บให้บุรี
“ชั้นจงรักภักดีกะเค้ามาตลอดชีวิต แต่เค้าทำไมมองไม่เห็น”
“อ้าว..แล้วคุณบุรีจะทำยังไงต่อไปคะ”
“เวลานี้..ใครจะเหมาะสมกับการดูแลธุรกิจทั้งหมด..นอกจากชั้น นายหัวบัญชาก็เดี้ยงไม่มีวันหาย ไอ้เกียรติบดินทร์ลูกชายก็โง่งี่เง่า” บุรีพูดอย่างเย้ยหยัน
“อ้าว คุณดินนี่..เค้าโง่หรือคะ” ฟ้าใสแกล้งถาม
“ก็เออสิ..ถ้าพูดกะมันหวานๆ หลอกมันให้เนียนๆ มันก็จะเป็นหุ่นให้เราเชิดได้สบายๆ แต่ชั้นนี่มันดวงไม่ดี..อยู่ๆ นายหัวดันมีลูกชายโผล่มาอีกคน..เป็นไอ้จ้าง ฟ้ากระจ่างคนนี้นี่แหละ หมูเค้าจะหาม ดันเอาคานเข้ามาสอด”
“ว้า..แย่จัง” ฟ้าใสทำทีตลก
“มันเป็นใครกันแน่..มันเป็นลูกยัยดารากานต์ที่ไปซุกไว้จริงหรือเปล่า ทำไมมันเก่งอย่างนี้ ทำอะไรก็กลายเป็นดีไปหมด ถ้ามันเป็นลูกดารากานต์จริง..พ่อมันเป็นใคร ทำไมนายหัวยอมให้มันมาอยู่เคียงข้าง” บุรีตั้งข้อสังเกต
“แต่คุณบุรีจะยอมแพ้พวกเค้าง่ายๆไม่ได้นะคะ คุณต้องไม่ถอย คุณต้องเข้าไปในบ้านนั้น ไปชิงตำแหน่งของคุณคืนมา” ฟ้าใสพูดอวยให้กำลังใจ
บุรีเป็นปลื้มมองอย่างซึ้งใจ “ฟ้าใส..เธอน่ารักจริงๆ..เธอเป็นคนเดียวที่เข้าใจชั้น แม้แต่ลูกสาวชั้นเอง..ชั้นยังไม่รู้เลย..ว่าตอนนี้..มันอยู่ข้างใคร ชั้นเหมือนคนตัวคนเดียว..ตัวคนเดียวจริงๆ นะ”
ฟ้าใสกอดบุรีให้กำลังใจบุรีกอดตอบรู้สึกอ่อนแอถึงกับน้ำตาคลอ ฟ้าใสทำสีหน้ามุ่งมั่น

เช้าวันใหม่ ฟ้ากระจ่างนั่งกินอาหารเช้าอยู่กับทรายทอง โดยมีดารากานต์คอยจัดแจงดูแลไม่ให้พร่อง และนายน้อมยืนมองแบบอึ้ง
“จ้าง..นี่นะลูก..ก่อนอื่น ลูกต้องกินวิตามินพวกนี้ก่อน..จะได้ไม่ลืม”
ฟ้ากระจ่างไหว้ “ครับ ขอบคุณครับ” แล้วหยิบถาดเล็กๆ นั้นมาดู มีเม็ดวิตามินสารพัดสีกองอยู่เป็นกำ ทำหน้าชอบกล แอบมองสบตากับนายน้อมเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่นายน้อมทำเมิน
ทรายทองเลื่อนแก้วน้ำเข้าไปให้ “น้ำอุ่นค่ะ พี่จ้าง”
“ขอบใจจ้ะ น้องทราย”
จ้างรวบรวมสมาธิ ทำใจให้กินวิตามันทั้งหมดนั้น
ทรายทองเลื่อนจากอาหารเช้าแบบอเมริกันมาให้ มีไข่ดาว ไส้กรอก เบค่อน พร้อมกับจัดแจงวางเครื่องปรุง เกลือ พลิกไทย ซ้อส เค็ทฉัพ
“พริกไทยเยอะๆ..ใช่ไหมคะ”
ฟ้ากระจ่างเพิ่งกระเดือกวิตามินเม็ดสุดท้ายลงคอ รีบห้าม
“น้องทราย..รับประทานตามสบายเถอะนะครับ พี่ทำเองได้”
“จ้างเอาขนมปังแบบไหน แบบแผ่น หรือแบบกลมดีลูก” คราวนี้เป็นทีดารากานต์เอาใจ
“ขอแบบแผ่นครับ…” ฟ้ากระจ่างบอก
“มา..ทาเนยซะนิด”
“แม่ครับ.. ผมทำเองได้ครับ..กาแฟของแม่เย็นหมดแล้วฮะ”
“เอ๊ะ..แล้วผัก น้ำผลไม้ของจ้างล่ะ ป้าบัวๆๆ”
ป้าบัวถือจานผลไม้รวมมาพอดี มีเด็กรับใช้ถือถาดเหยือกแก้วใส่น้ำส้ม นมสด และน้ำผลไม้อื่นสีแดง สีเขียวเรียงเต็ม ตามมาวาง
“มาแล้วค่ะ นายหญิง”
“คุณจ้างไม่กินหรอก..นมสดน่ะ” นายน้อมบอกอย่างรู้ใจ
ป้าบัวทำหน้าเบื่อๆใส่ “ชั้นรู้หรอกน่า..นายน้อม..นี่มันนมถั่วเหลือง”
เด็กรับใช้รินน้ำส้ม น้ำสีแดง น้ำสีเขียว
เกียรติบดินทร์เดินลงมาพอดี เห็นภาพข้างหน้า ยืนมองแบบอึ้งๆ
“ขอชั้นด้วย ชั้นเอาหมด 3 น้ำเลย น้ำส้ม น้ำเบอรี่ น้ำผัก” ทรายทองบอก
“เอ่อ..ผม..ขอแค่น้ำส้มอย่างเดียว..ได้ไหมครับ” ฟ้ากระจ่างบอก
“ทำไมล่ะ จ้าง..จ้างต้องไปทำงานที่ไซด์งานนะวันนี้ ต้องใช้สมอง ใช้พลังงานมาก จ้างต้องกินของมีประโยชน์เยอะๆ นะลูก แล้วน้ำพวกนี้ ป้าบัวเค้าคั้นสด สารอาหารมีครบ ถ้าเก็บแช่ไว้ มันจะไม่ค่อยดีแล้ว”
“เอ่อ..น้ำผักมัน..ยังไงก็ไม่ทราบ..คือผมไม่ค่อย” อึกอักไม่กล้าบอกว่าไม่ชอบ
เกียรติบดินทร์ทนดูไม่ไหว เดินลงส้นปังๆๆ เข้ามาหยุดมอง
“กินไม่ลงก็ไม่ต้องไปกินสิคุณพี่! เดี๋ยวก็ได้อ้วกแตกออกมาหรอก”
ทุกคนอึ้ง หันไปมองตามเสียง
ดารากานต์อารมณ์ดีม่เลิก “อ้าว..น้องดิน วันนี้ตื่นเช้าจัง..มาทานอาหารเช้าด้วยกินสิลูก..ป้าบัว จัดเพิ่มอีกทีสิจ๊ะ”
“ไม่ต้อง ป้าบัว ไม่จำเป็น” เกียรติบดินทร์เดินโครมๆ ออกไป อย่างไม่สบอารมณ์
ทุกคนมองตามอย่างอึ้งๆ อีกรอบ

เกียรติบดินทร์เดินมา กระแทกตัวลงนั่งหน้าคอมพ์ฯ เปิดคอมพ์ ดารากานต์เดินเข้ามาทำทีมองๆ เกียรติบดินทร์รู้ แต่ไม่สน จ้องแต่จอ เข้าออนไลน์ เปิดเล่นเกมส์
ดารากานต์เข้ามาหา แตะแขนอย่างเกรงใจ “น้องดินครับ”
เกียรติบดินทร์ ดึงแขนหลบ ไม่สงวนอาการ “นายหญิง..ผมจะเล่นเกม อย่ากวนใจได้ป่าวคับ..นายหญิงก็ไปดูแลลูกชายนายหญิงโน่นดิ”
“น้องดิน..ตื่นมาปุ๊บ เล่นเกมปั๊บ มันจะไม่ดีนะลูก”
“ผมอยากทำอะไรตอนไหน ผมก็จะทำ ผมไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนก็แล้วกัน”
ป้าบัวเดินมา ทำทีจะเอาใจสุดๆ
“คุณดิน..จะรับโจ๊กไหมคะ..ป้ามีโจ๊กที่คุณดินชอบ”
เกียรติบดินทร์หันมา ทำตาขวาง “ไม่หิว!!”
ป้าบัวยังไม่ท้อ “อร่อยนะคะ ป้าเคี่ยวน้ำซุปเป็นพิเศษ”
เกียรติบดินทร์มองหน้า นิ่ง เสียงเย็นชา “ผมบอกว่าไม่หิว”
คราวนี้ป้าบัวหน้าซีด นึกน้อยใจ สะบัดหน้า น้ำตาไหลออกไป
“น้องดิน..ทำใจร้ายกับป้าบัวได้ไง ป้าบัวเสียใจแล้วเห็นไหม” ดารากานต์ต่อว่านิดๆ
“ขอผมอยู่คนเดียวได้ไหมครับ ขอร้องล่ะ”
เกียรติบดินทร์พูดเสียงเย็นชา จนดารากานต์อึ้ง แล้วหันกลับ เดินออกไปเงียบๆ
เกียรติบดินทร์หน้าเรียบเฉย หันมากดเล่นเกมโหดสุดโปรด

เวลาเดียวกันสองคนพ่อลูกดวงยิหวา กับนายเด่นยังอยู่ที่บ้าน และมองหน้ากัน อย่างอึ้งๆ
“ต่อไปนี้..พวกเราต้องระวังคุณบุรีให้ดี..หรือเปล่าคะพ่อ” ดวงยิหวาถาม
นายเด่นส่ายหัว แต่ก็ลังเล ไม่มั่นใจ “ไม่หรอก..คุณบุรีเค้าคง..ไม่กล้า..ทำอะไร”
“พ่อบอกนายหัวสิคะ ว่าคุณบุรีเค้ามาข่มขู่พ่อ”
“จะบอกไปทำไม..เรื่องเล็กๆ อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่ดีกว่า นายหัวยิ่งไม่สบายใจอยู่”
“ทีเรา..ยังเป็นห่วงความรู้สึกของนายหัว ไม่อยากให้นายหัวสะเทือนใจ แต่ทำไมคุณบุรีกลับทำเรื่องแกล้งให้นายหัวเครียด”
“อย่าเที่ยวพูดไปนะดวง..เค้าพี่น้องกัน..เราอย่าไปขยายรอยร้าวให้มันลึกขึ้น อย่ายุแยงตะแคงรั่ว เค้าจะได้คืนดีกันเร็วๆ”
ดวงยิหวานึกได้อึ้งไป “ค่า..”
ทันใด โทรศัพท์นายเด่นดังขึ้น นายเด่นหยิบมาดู แล้วอึ้ง เดินออกมาดวงยิหวามองตามสีหน้างงๆ
นายเด่นเดินเลี่ยงหลบไปมุมหนึ่งที่บริเวณหน้าบ้าน แล้วกดรับ
“ครับผม..ผมเด่นพูดครับ”
ดารากานต์ เป็นคนโทร.หา และกำลังพูดอยู่ในมุมหนึ่งของบ้าน
“นายเด่น..เป็นไงบ้าง สบายดีนะจ๊ะ”
นายเด่นงงๆ ไม่รู้ว่าดารากานต์จะมาไม้ไหน “ครับ สบายดี”
“วันนี้ ..จ้างจะไปคุมงานที่ไซด์งาน..ใช่ไหมจ๊ะ”
“ครับ”
“แล้ว..ดวงยิหวาล่ะ ทำอะไร”
นายเด่นหันไปมองลูกสาว รู้สึกสงสารจับใจ “ดวง..ผมจะให้อยู่อีกที่นึงครับ ไม่เจอกัน”
พอดีกับที่เด็กรับใช้ชายบ้านนายเด่นขี่จักรยาน มีถุงของกินขนาดใหญ่เข้ามาหลายถุง แล้วพอดวงยิหวาเห็น ก็รีบวิ่งไปรับถุงพวกนั้น
นายเด่นมองไปทางลูกสาวอย่างเศร้าใจ “ครับๆ..สวัสดีครับ” กดวางสาย แล้วเดินไปหาลูก “อะไรน่ะ..ดวง”
ดวงยิหวายิ้มกว้าง หน้าตามีความสุข “ไก่ทอดอิสลามค่ะ เอาไปฝากพี่จ้าง พวกอาจารย์กับพวกรุ่นน้องที่มาทำงานกันไงคะ”
นายเด่นพูดหน้าตาเฉย “เออ ดีๆๆ พ่อจะเป็นคนจัดการ เอาไปให้ทุกคนเอง..ดวงไปที่บ้านนายหัวนะ ไม่ต้องไปไซด์งานไหนทั้งนั้น วันนี้”
ดวงยิหวาหน้าเสีย “อ้าว..ทำไมล่ะคะ”
“นายหญิงบอกว่า..มีธุระกะดวง พ่อก็ไม่ได้ถาม..ว่าธุระอะไร”
ดวงยิหวาหน้าจ๋อยๆ “เหรอคะ”
นายเด่นมองลูกสาว รู้สึกไม่สบายใจ

ฟ้ากระจ่างเดินขึ้นมาบนอาคาร พวกรุ่นน้อง ที่แต่งตัวด้วยเครื่องแบบเหมือนกัน ทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้ากระจายกันอยู่ บ้างแกะของจากแพ็คเกจ เรียงรายเป็นระเบียบ มีพวกโคมไฟสำนักงานประเภทต่างๆ ดูสวยงามโมเดิร์น
อาจารย์ทั้งสองคน กำลังตรวจเช็คแบบกันอยู่ ดูผังการวางปลั๊กและสวิทช์ต่างๆ
เด็กๆ หันมาไหว้ ทักทายกันเสียงระงม “พี่จ้าง..หวัดดีก๊าบ..คุณชายจ้างๆ โหๆๆ ว้าวๆๆ”
บางคนพุ่งมาจับเนื้อจับตัว ฟ้ากระจ่างร่าเริงสุดๆ ตบหลังคนนั้น ตบไหล่คนนี้ “ไง..เย้ย..มากะเค้าด้วย ไรวะ เป็นไงๆ สบายดีป่าว”
พอหันไปเห็นอาจารย์รีบเข้าไปไหว้ “เรียบร้อยหรือเปล่าครับ อาจารย์”
“ดีๆๆ ไม่มีปัญหาอะไร” อาจารย์คนหนึ่งบอก
อาจารย์แกคนมองๆ หา “อ้าว..มาคนเดียวเหรอ”
ฟ้ากระจ่างยิ้มให้ “ครับ อาจารย์จะให้ผมมากะใครครับ”
“ดวงล่ะ ดวงไม่มาเหรอ” อาจารย์อีกคนเฉลย
“ไหนวันก่อนคุยโทรศัพท์กัน ดวงบอกว่า จะเอาของกินอร่อยๆ มาเลี้ยงพวกเราทุกวัน”
ฟ้ากระจ่างดูนาฬิกา “เดี๋ยวก็คงมาครับ ดวงมาตรงเวลา..ไม่เคยสายนะฮะ”
นายเด่น เดินถือถุงของกินมากมายขึ้นมา
“สวัสดีครับทุกคน เอ้าๆๆ ใครช่วยมารับของอร่อยๆ หน่อยครับ”
พวกเด็กๆ กรูมาช่วยรับ
“ดวงยิหวาเค้าฝากมาให้อาจารย์และลูกศิษย์ทุกคน ให้รับประทานกันให้อร่อยๆนะครับ แล้วถ้าอยากได้อะไร ก็สั่งได้ เค้าจะส่งมาอีก”
“อ้าว..”
ฟ้ากระจ่างและพวกอาจารย์มองหน้ากัน อึ้งเล็กน้อย
“อ้าว” อาจารย์ถามแทนใจฟ้ากระจ่าง “วันนี้ดวงจะไม่มาหรือครับ”
“อ๋อ พอดี เค้ายุ่งอ่ะครับ แล้วคงจะยุ่งมากๆไปอีกระยะเลย แต่เห็นเค้าบอกว่า..ถ้ามีเวลา จะพยายามมาเจอทุกคนให้ได้ครับ..” นายเด่นยิ้มกว้าง “แล้วนี่..เป็นไงบ้างครับ..ดูท่าทางจะเริ่มต้นกันได้สวยนะฮะ”
ทุกคนยิ้มๆ กัน ฟ้ากระจ่างแอบอึ้งเล็กน้อย

เวลาเดียวกัน ดวงยิหวาเดินงงๆ ปนกังวลขึ้นมา เจอป้าบัวจึงยกมือไหว้
“นายหญิงให้ดวงมาค่ะ คุณป้า..ไม่ทราบว่า..จะให้ดวงทำอะไร หรือว่านายหัว..มีอะไร”
“อ๋อ..คือ..” ป้าบัวกระอักกระอ่วน
ดารากานต์เดินลงมา พอเห็นดวงยิหวาก็ดีใจ รีบพุ่งเข้ามาหา ดวงยิหวาไหว้แทบไม่ทัน ดารากานต์รีบคล้องแขนอย่างสนิทสนม
“หนูดวงยิหวา ช่วยชั้นที..ช่วยไปดูน้องดินที..น้องดินแย่แล้ว”
ดวงยิหวาตกใจ “คุณดินเป็นอะไรคะ”
“น้องดินเครียด ไม่สบาย ไม่ยอมพูดกับใครทั้งนั้น มีแต่หนูดวงเท่านั้นล่ะจ้ะ ที่จะช่วยชั้นได้ มาดูสิจ๊ะ มาๆๆ” ดารากานต์รีบดึงตัวดวงไป
ป้าบัวมองตาม แล้วทำหน้าเบื่อๆ บ่นออกมาคนเดียว
“นายหญิงทำอะไรอยู่ ลูกสาวตาเด่นไม่เห็นจะสมกะคุณดินตรงไหน”

ครู่ต่อมาเกียรติบดินทร์ผลักชามโจ๊กออกไปจากตรงหน้า “ชั้นไม่หิว ชั้นไม่กิน”
ดวงยิหวาอึ้ง ยืนมองตาปริบๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“คุณต้องการให้ใครสนใจคะ”
“อะไรนะ” เกียรติบดินทร์ฉุน
“ก็ไอ้การอดอาหารประท้วงเนี่ยสิ..คุณทำเพื่อต้องการให้ใครเดือดร้อนที่สุดเหรอ..บอกมาซิ ชั้นจะได้ไปบอกคนนั้นโดยตรง..นายหัว หรือว่า...”
“ไม่มีใครมาสนใจ ไม่มีใครมาเดือดร้อนเพราะชั้นทั้งนั้น ชั้นมันประชากรชั้น 2 ของบ้านนี้” เกียรติบดินทร์ประชดส่ง
ดวงยิหวานั่งลง ทำหน้าท้อใจ “คุณนี่มันเด็ก 5 ขวบชัดๆ”
เกียรติบดินทร์ใช่สิ ชั้นมันปัญญาอ่อน งี่เง่า ไม่ใช่อัจฉริยะอย่างไอ้เด็กศาลเจ้าหนิ ทำอะไรก็เท่ไปหมด
“คุณดินเป็นเด็กขี้อิจฉา”
“อิจฉา..ชั้นเนี่ยนะ อิจฉามัน คนอย่างมัน ต่ำต้อย อนาถา พ่อเป็นใครก็ยังไม่รู้เลย”
ดวงยิหวาหันขวับ “อะไรนะ คุณดิน คุณพูดออกมาได้ยังไง”
เกียรติบดินทร์จ้องหน้า “ทำไม ก็ไม่จริงหรอกเหรอ”
“คุณไม่ควรพูดถึง..พ่อแม่”
“เธอเจ็บแค้นแทนมันเหรอ ดวง” น้ำเสียงเยาะแกมหยัน
ดวงยิหวาอึ้ง “คุณพูดแบบนี้..ก็เท่ากับว่าแม่ตัวเอง”

ทันใดนั้น มือถือดวงยิหวาดังขึ้น ทั้งดวงยิหวาและเกียรติบดินทร์ต่างคนต่างชะงัก เป็นสายจากฟ้ากระจ่าง ที่ออกมาแอบโทร.อยู่มุมหนึ่งนอกตึก รอฟังเสียงตอบรับ
ดวงยิหวามองมือถือ เป็นหน้าฟ้ากระจ่าง ดวงยิหวาหันมามองเกียรติบดินทร์ ซึ่งมองมาเป็นเชิงถาม ว่าใครโทร.มา
ดวงยิหวาตัดสินใจ กดสายทิ้ง
ฟ้ากระจ่างชะงัก เอาโทรศัพท์ขึ้นมาดู แบบไม่เชื่อ
เกียรติบดินทร์ทำหน้าแสยะใส่ “กดทิ้งทำไม..ใครโทร.มา..ทำไมเธอไม่รับ”
ดวงยิหวารีบเก็บโทรศัพท์
เกียรติบดินทร์เข้ามาในระยะประชิด “ไอ้จ้างใช่ไหม มันโทร.มาทำไม แล้วทำไมเธอไม่รับ กลัวมันรู้รึไง ว่าอยู่กะชั้น”
“ไม่ใช่!”
“ไม่ใช่อะไร” เกียรติบดินทร์คาดคั้น
“ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด”
เกียรติบดินทร์จ้องหน้า พยายามค้นหาว่าดวงยิหวาคิดอะไร ดวงยิหวาจ้องตอบหน้าดุสู้ ไม่ยอมหลบ

ฟ้ากระจ่างยังยืนเหวอๆ มองโทรศัพท์ตัวเอง จ้องใบหน้าดวงยิหวาที่หน้าจอ
ฟ้ากระจ่างคิดอยากกดเรียกไปอีกที แต่ก็ตัดสินใจว่าไม่ เพราะคิดว่าดวงยิหวาอาจจะยุ่งจริงๆ ในที่สุดจึงเก็บโทรศัพท์ไป
ในอีกมุมหนึ่ง นายเด่นแอบดูหน้าตาอึดอัดใจ “คุณจ้าง..ผมเสียใจด้วยนะ”

ทางด้านเกียรติบดินทร์เดินถือกุญแจรถ เดินพรวดๆ พุ่งไปที่รถสปอร์ต ดวงยิหวาตามมาติดๆ
“คุณดินๆ..คุณจะไปไหน”
“เธอก็รีบไปรับใช้ไอ้จ้าง นายใหญ่คนใหม่ของเธอก็แล้วกัน ส่วนชั้น ก็จะไปหาคนที่จริงใจกะชั้นไง”
“ใครคือคนที่จริงใจกับคุณ”
“ก็มีอยู่คนนึงก็แล้วกัน”
“ใครๆ เค้าก็จริงใจกะคุณทั้งนั้น..แต่คุณไม่ต้องการ คนที่คุณต้องการ คือคนที่ตามใจ แล้วก็ประจบประแจง สรรเสริญเยิรยอคุณตังหาก”
“ผิดแล้ว ดวงยิหวา ผมกับอาบุรีจริงใจต่อกัน เพราะเรามีหัวอกเดียวกันตังหากล่ะ”
“อ๋อ..” ดวงยิหวานึกอยู่แล้วเชียว “นี่...คุณจะไปหา..คุณบุรี งั้นเหรอ”
“ใช่ เรามันหมาหัวเน่าเหมือนกัน ได้รับความอยุติธรรมเหมือนกัน ก็ต้องคบกันไป ตามประสาคนที่ไม่มีใครคบไง”
“คุณดิน..คุณอย่าไป..ได้ไหม” ดวงยิหวาขอร้อง
เกียรติบดินทร์ประหลาดใจ “อะไรนะ”
“ดวงมาหาคุณ..แต่คุณจะหนีดวงไปแบบนี้เหรอ”
เกียรติบดินทร์มอง สีหน้าไม่ไว้ใจ เหวี่ยงใส่ “ก็ใครใช้คุณมาล่ะ”
ดวงยิหวาอึ้งไปนิด สลดใจตัวเอง ที่เป็นเหมือนเครื่องมือของคนอื่น แล้วถอนใจ ตัดสินใจ “ทำไมคะ..ดวงห่วงคุณ..เพราะดวงห่วงเอง..ไม่ได้เหรอคะ”
เกียรติบดินทร์อึ้ง สีหน้าอ่อนลง อยากจะเชื่ออย่างนั้นจริงๆ

ด้านพวกของฟ้ากระจ่างกำลังทำงานกัน อาจารย์คือคนที่คอยชี้ คุมงานเด็กๆ ฟ้ากระจ่างปะปนในหมู่เด็กๆ ปีนอยู่บนที่สูง ติดตั้งไฟดาวน์ไลท์ ช่วยกับรุ่นน้อง1คน
ทรายทองเดินเข้ามา พร้อมเด็ก 2 คนที่ยกถังตู้แช่น้ำแข็งพลาสติก ท่าทางหนักอึ้งเข้ามา
ทรายทองมองหา พอเห็นก็ตื่นเต้นสุดๆ “อ๊าย..พี่จ้าง..พี่จ้างขึ้นไปทำอะไรบนนั้นค้า”
ฟ้ากระจ่างได้ยินเสียง หันมองหา “อ้าว..น้องทราย”
“นึกสนุกอะไรขึ้นมาคะ เดี๋ยวตกลงมาคอหักตายพอดี”
ฟ้ากระจ่างหันไปฝากงานให้รุ่นน้องทำต่อ ก่อนจะไต่ลงมา “แล้วน้องทรายมาได้ไง มาทำอะไรครับ”
“นายหญิงใช้ให้มาค่ะ ให้ทรายเอาเครื่องดื่มบำรุงกำลังมาให้พี่จ้างและคณะ” จัดแจงไปเปิดถัง “พี่จ้างดื่มอะไรดีคะ น้ำเกลือแร่ น้ำอัดลม กาแฟเย็น..หรือว่า..” มองหน้า แล้วทำท่าตกใจ “โห..ดูพี่จ้างสิ เหงื่อไหลซ่กเลย” เปิดกระเป๋าถือ หยิบซองกระดาษทิชชูออกมา ดึงกระดาษออกมา จัดแจง ผวาจะเข้าซับหน้าให้
พวกอาจารย์เหล่มองๆกัน พวกรุ่นน้องหนุ่มซุบซิบ
ฟ้ากระจ่างเบี่ยงตัวออก “เอ่อ ไม่เป็นไร ทราย..ขอบใจมากนะน้อง..แล้วฝากไปบอกนายหญิงว่า..พี่ขอบพระคุณ ทรายกลับไปได้แล้วล่ะ พี่ต้องทำงาน”
“พี่จ้างไม่ใช่แค่มาดูๆ คุมๆ คนพวกนี้เท่านั้นเหรอคะ ทำไมต้อง..ทำเองด้วย”
“พอดี..พี่ทำอะไรพวกนี้เก่ง..ทรายกลับไปได้แล้ว..ไป..ที่นี่ร้อน ฝุ่นก็เยอะ”
“พี่จ้างอ่า..ไล่ทรายจังเลย ถ้าเป็น..แม่ดวงยิหวา พี่คงอยากให้อยู่นานๆ สินะ ชิ!”
ทรายทองประชดแล้วแกล้งงอนใส่ ฟ้ากระจ่างอึ้งไป ทรายทองรีบยื่นหน้ามากระซิบเยาะใกล้ๆ
“เค้าไม่มาหรอกค่า..วันนี้เค้าลางานไปเที่ยวกะแฟนเค้าทั้งวันรู้ไว้ด้วย”
“ทรายอย่าพูดจาเลอะเทอะน่า”
“อะไรเลอะเทอะคะ..พี่จ้างก็รู้อยู่แล้ว ว่าดวงกะพี่ดินรักกัน ตอนนี้พี่ดินเค้าเสียใจ เรื่องที่เค้ากะพ่อทรายพลาดจากงานนี้ ยัยดวงเลยต้องทำหน้าที่คนคอยโอ๋ไงล่ะคะ” ทรายทองหัวเราะใส่หน้าอย่างสะใจ
ฟ้ากระจ่างหน้าซีด ทรายทองทำหน้ายั่วๆ
ทั้งคู่ไม่รู้ว่าในอีกมุมหนึ่ง นายเด่นแอบมองอยู่ รู้สึกไม่สบายใจ

ตอนกลางวันของวันนั้น ชิงชัย และมาดามพิณ แวะมาหารือเรื่องงานในบ้านใหม่ของปีเตอร์ ส่วนเทเรซ่าวิ่งเล่นอยู่กับลูกหมาตัวน้อยในสนาม ชิงชัยยืนดูอยู่อย่างครุ่นคิด

มาดามพิณเดินมาแตะบ่าลูก “เก่งมาก..ชิงชัย ลูกทำให้เทเรซ่ามีความสุข หายเหงาไปได้จริงๆ
ชิงชัย“เทเรซ่ามีเวลาว่างมากเกินไป ทำให้มีโอกาสคิดเรื่องเหลวไหลได้มาก” ชิงชัยบอก
มาดามพิณหัวเราะเบาๆ “อย่าปล่อยให้น้องเหงา แล้วอย่าเปิดโอกาส..ให้คนอื่น” เน้นเสียง “เข้ามา”
“ผมจะพยายามสุดชีวิตเลยครับ”
ปีเตอร์เดินเข้ามา พร้อมเอกสารในมือ
“ผมเช็คตัวเลขในนี้หมดแล้ว โอเคนะครับมาดาม เราจะยื่นซองประกวดราคาทำถนนสายนั้น..ตามรายละเอียดทั้งหมดนี่ ไม่ต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรอีก”
“ดีค่ะ ปีเตอร์ งั้น..ชั้นจะนัดกินข้าวกับกำนันกับท่านนายกอบต. เสาร์นี้เลยดีไหม”
ชิงชัยหัวเราะเบาๆ “ช่วงนี้ ท่านนายกฯอารมณ์ไม่ค่อยดี ผมว่า เรารอไปต้นเดือนหน้าดีกว่าครับ”
“ทำไมล่ะ” มาดามพิณนิ่วหน้า สงสัย
“เด็กท่าน..หนีตามน้องชายนายหัวบัญชาไปล่ะสิ ฮ่าๆๆๆ” ชิงชัยชอบใจ
“น้องชายนายหัวบัญชา”
“นายบุรีไงคะ” มาดามพิณรีบบอก
“คุณปีเตอร์ทราบไหมครับ..ว่ามันหมายความว่าไง” ชิงชัยถามเอง แล้วก็ตอบเสียเอง
“หมายความว่า..ในการประมูลงานสร้างถนนคราวนี้ ถ้านายหัวบัญชามาประมูลสู้กับเรา..เค้าก็อาจจะมีปัญหากับท่านนายกอบต.ได้”
ทั้งสามยิ้มให้กัน
“ไอ้นายหัวบัญชา..พวกเราไม่ต้องทำอะไร..กรรมก็ยังตามทันแบบบูรณาการจริงจริ๊ง” มาดามพิณสะใจ ชอบอกชอบใจใหญ่ในวิบากกรรมของบุรี
“ไอ้แก่บุรีเอ๊ย..อยู่ดีๆ ก็ไปแย่งเมียชาวบ้าน ป่านนี้มันคงยังไม่รู้ตัวสินะ ว่าโดนนารีพิฆาตซะแล้ว”

มาดามพิณกับชิงชัย พากันหัวเราะออกมาในที่สุด

บุรีอยู่ที่ห้องพักในคอนโด หน้าเจื่อนๆ ซีดสนิท ในขณะที่เฮียปุ่นกับเฮียกุ่ยหน้าเหวี่ยงสุดขีดหลังรู้เรื่องราวที่พลิกผัน
“ไหนคุณว่าชัวร์ไง ไหนคุณว่า..ให้พวกเราเล่นละครไปซักพักแล้วนายหัวจะมาง้อเราไง” เฮียปุ่นเปิดฉาก
“นั่นสิ แบบนี้ พวกเราก็เน่าเลย เงินเท่าไหร่ที่หลุดมือไป..เพราะแผนงี่เง่าเหลวไหลไร้สาระของคุณบุรี” เฮียจุ้ยตาม
บุรีหน้าม้าน “เฮ่ย..พี่จุ้ย..แรงไปรึป่าว”
“ไม่แรงไปหรอก คุณบุรี แต่ความคิดเพี้ยนๆของคุณ ทำให้พวกเราซวยกันไปหมด เสียทั้งรายได้ เสียทั้งเพื่อน ตอนนี้ นายหัวก็คงเห็นเราเป็นหมาไปแล้ว” เฮียจุ้ยว่า
“คุณบอกว่าไอ้เด่นมันไม่มีน้ำยา บอกว่าไอ้เด็กฟ้ากระจ่างเป็นไอ้เด็กกระจอก..แล้วไหงมันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ แล้วแบบนี้ใครจะรับผิดชอบ”

บุรีเครียดจัด ไม่รู้ว่าในอีกมุมหนึ่งของห้อง ฟ้าใสแอบฟังอยู่

อ่านต่อหน้า 2 พรุ่งนี้ เวลา 9.00 น.




 ลิขิตฟ้าชะตาดิน  ตอนที่ 12 (ต่อ) 

ช่วงหัวค่ำวันเดียวกันนั้น เกียรติบดินทร์กับดวงยิหวา อยู่ที่สนามบาสประจำของเกียรติบดินทร์ ทั้งสองคนแข่งเล่นบาส เกียรติบดินทร์แกล้งดวงยิหวาไปมา ดวงยิหวาแย่งไม่ได้สักลูก จนในที่สุดดวงยิหวาขี้เกียจเล่น เพราะอารมณ์เสีย เกียรติบดินทร์ชอบใจ นึกสนุก เลี้ยงลูกแบบยั่วโมโหไปรอบตัวดวงยิหวา

ครู่ต่อมา ที่ระเบียงสนามบาส เห็นวิวด้านอก ลมพัดเอื่อยเย็นสบาย ทั้งสองคนนั่งกินขนมกรุบกรอบมันฝรั่ง แต่เป็นยี่ห้อนอก และมีน้ำอัดลมกระป๋องคนละกระป๋อง
เกียรติบดินทร์มองหน้าดวงยิหวาเอ่ยขึ้น “ชั้นชักจะอารมณ์ดีขึ้นมานิดนึงแล้วนะ ดวงยิหวา”
ดวงยิหวาฟังแล้วอดค้อนไม่ได้ “อารมณ์ดีก็ดีแล้วนี่คะ
“เธอมาอยู่กับชั้นทุกวันสิ ชั้นจะได้อารมณ์ดีตลอดๆ”
“ชั้นต้องทำงาน ไม่ได้อยู่ว่างๆ”
“ต้องทำงาน..กะไอ้จ้างอ่ะเหรอ”
“ทำงานกะนายหัว..คุณพ่อคุณตังหาก..เขื่อนสร้างเสร็จแล้ว..ต่อไปนี้คือการเคลียร์ข้าวของ แล้วก็ส่งมอบ รับเงิน จ่ายเงิน..ซึ่งก็เป็นขั้นตอนที่วุ่นวายไม่น้อย..จะบอกให้”
“เก่งจัง ขยันจัง..ต้องบอกให้นายหัวขอมาเป็นลูกสะใภ้ซะแล้ว” พูดแล้วเอนตัวมาพิงแบบทิ้งน้ำหนักมาทั้งตัว
ดวงยิหวาตกใจ เบี่ยงตัวหนีทันทีจนเกียรติบดินทร์เสียหลักล้มลงไปเอียงกะพื้น
เกียรติบดินทร์โวยวายนิดๆ “อะไรอ้า..โห..ใจร้าย”
ดวงยิหวาลุกยืน ถอยไปไกล “ฉันจะไปไซด์งานแล้วนะคุณดิน..ค่ำแล้ว ขอไปดูคนงานหน่อย หมดเวลาเล่นสนุกแล้ว ลาที..” เดินลิ่วๆ ไป
เกียรติบดินทร์รีบลุก วิ่งตาม ร่าเริงสุดๆ “ไปด้วย”

รถสปอร์ตของเกียรติบดินทร์ขับแล่นมา ดวงยิหวานั่งข้าง
“ไปแวะกินอะไรกันก่อนมั้ย ผมหิว”
“ไม่เอาหรอก ส่งดวงก่อน แล้วคุณจะไปไหนก็ไป”
“โห..ฟังพูด”
“ก็จริงหนิ ดวงรีบ ส่วนคุณ คงอยากจะนั่งรับประทานสบายๆ ในร้านอาหารหรูๆ..แล้วก็นั่งคุยเอ้อระเหยไปจนดึกดื่น..ดวงไม่เอาด้วยหรอก”
เกียรติบดินทร์มองข้างหน้า มีร้านข้าวต้มโต้รุ่ง
“กินข้าวต้มข้างถนนก็ได้ แป๊บเดียว ไม่เกิน 20 นาที” ชะลอรถ หันมาเตรียมจอด
ดวงยิหวาทำหน้าเบื่อๆ พอรถจอด เกียรติบดินทร์เปิดลง ดวงรีบเปิดไม่รอให้ผู้ชายเปิดให้
ดวงยิหวาดูนาฬิกาพูดย้ำ “ไม่เกิน 20 นาทีจริงๆ นะคะ”
“มาเถอะน่า..หิวไส้จะขาดอยู่แล้ว” จูงมือดวงยิหวาเข้าไป
ทั้งสองเดินไปด้วยกัน ดวงยิหวาพยายามปลดมือออก

ที่ร้านข้าวต้มแห่งนั้น มีผู้ชายล้วนนั่งกัน 2-3 โต๊ะ ซึ่งก็คือพวกรุ่นน้องที่ทำงานให้ฟ้ากระจ่างนั่นเอง แต่ฟ้ากระจ่าง ไม่ได้นั่งกินกันอยู่ด้วย
เกียรติบดินทร์กับดวงยิหวาเดินผ่านไปดูพวกกับข้าวต้มสำเร็จรูป ที่โชว์เรียงรายอยู่หลายอย่าง
คนขายออกมารอฟังออร์เดอร์
“เอาปลานี่จานนึง เอาหมูทอด เอาไข่เค็ม แล้วก็..ปลาหมึก...” เกียรติบดินทร์สั่ง
“จะกินหมดเหรอ คุณดิน” ดวงยิหวาท้วง
พวกเด็กรุ่นน้องฟ้ากระจ่างมองดูดวงยิหวา แล้วหันไปสะกิดอาจารย์ สองอาจารย์ มองๆ แล้วซุบซิบกัน ว่าใช่นะ น่าจะใช่
“ผมกินหมด..เอา..ไข่เจียวหมูสับด้วย”
“อะไรเนี่ย..คุณจะไม่กินผักเลยเหรอ..นั่นไง ผักบุ้ง กระเฉด ..คุณทานอะไรได้บ้างล่ะ”
เกียรติบดินทร์เดินไปดูผัก “มียอดฟักแม้วเปล่า”
เด็กรุ่นน้องคนหนึ่ง ลุกไปแบบใจร้อนไม่ดูตาม้าตาเรือ
“พี่ดวง..พี่ดวง..แหม..ไหนว่าจะมาหาพวกเราไง”
ดวงยิหวาหันมามองนิดหนึ่ง “อ้าว..โรจน์..” หันขวับ มองหาคนอื่นๆ
เด็กอีก 2 คน ตามมาสมทบ
“โห พี่ดวง คิดถึงน่าดู..สารคดีพี่เค้าส่งมาฉายให้พวกเราดูด้วยนะ ตอนที่พี่สัมภาษณ์ผมอ่ะ เค้าตัดต่อมาออกซะยาวเลย ฮามากเลย”
เกียรติบดินทร์หันมาเห็น ไม่พอใจ
“จริงเหรอ ตู่..ป้อม นี่มากันหมดเลยเหรอ”
“พี่ดวงสวยขึ้นป่าวค้าบเนี่ย”
เกียรติบดินทร์เดินผ่ากลางเข้ามา แล้วผลักเด็กพวกนั้นกระจาย
“อะไรเนี่ย อะไร!! พวกมึงยังไงเนี่ย”
ดวงยิหวาตกตะลึง “คุณดิน”
“เฮ้ย ไรว้า..” เด็กรุ่นน้องกระโดดเข้ามาผลักอกเกียรติบดินทร์ “ไอ้บ้านี่เปี้ยวมาจากไหนว้า”
เกียรติบดินทร์ฉุน “อ้าว แบบนี้ก็แจ่ม” กระโดดชกเด็กไปหนึ่งตูม
อีก 2 คนเห็น จึงไม่รอช้า กระโดดเข้าใส่เกียรติบดินทร์ทันที
ทั้ง 3 รุมเกียรติบดินทร์แบบนัวเนียพันตู เกียรติบดินทร์อาศัยช่วงยาว และแรงเยอะกว่า แต่ 3 คนก็เล่นทุกลูกที่ทำได้
“หยุดๆ เดี๋ยวนี้ ทุกคน หยุด”
อาจารย์ทั้งสองเข้ามาห้าม “อย่าๆ อย่ามีเรื่อง หยุดเว้ย ไอ้พวกนี้ หยุด”
เกียรติบดินทร์หันมา เจอหน้าอาจารย์สมบัติพอดี ใส่ตู้มจนร่างเซแซดๆ ไปโดนโต๊ะเก้าอี้ล้มครืน
“อาจารย์สมบัติ อาจารย์คะ” ดวงยิหวาตกใจ รีบเข้าไปประคอง
พวกที่เหลือโดดเข้ามา จะรุมเกียรติบดินทร์
ดวงยิหวาหันมากรี๊ด “อ๊าย...อย่านะ ทุกคน! อย่า ..อ๊าย ช่วยด้วยๆ”
แต่ไม่ได้ผล ทั้งหมดไม่ฟัง โดดเข้าใส่ รุมยำเกียรติบดินทร์ ที่ล้มลงไป
ฟ้ากระจ่างเดินมาจากหลังร้าน ไปเข้าห้องน้ำและล้างหน้ามา หน้ายังเปียกซ่ก เดินเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดๆ พอเห็นก็ตกใจ ทิ้งผ้าโดดเข้ากลางวง
“เฮ้ย ไรกัน ไอ้พวกบ้า หยุดๆ เฮ้ย ทำตัวเป็นหมาหมู่แบบนี้ได้ไงวะ อย่ารุมคนไม่มีทางสู้สิเว้ย หยุดๆๆ กูบอกให้หยุด”
ฟ้ากระจ่างพุ่งเข้ามา ผลักคนนั้น ดันคนนี้ ถีบบางคนกระจายออกไป เกียรติบดินทร์ล้มอยู่ ในท่าเกือบจะคว่ำ ไม่เห็นหน้า เอาแขน เอามือกันๆ หน้าและหัวอยู่
“คุณครับ..คุณเป็นไงมั่ง..” ฟ้ากระจ่างจับแขน ดึงขึ้นมา
พอคนผู้นั้นลุกมา ปรากฏว่าเป็นเกียรติบดินทร์ที่สภาพเละนิดหน่อย
ฟ้ากระจ่างผงะ “คุณดิน”
เกียรติบดินทร์สะบัด “ปล่อยกู”
ดวงยิหวารีบเข้าไปดู “คุณดิน..คุณดินเป็นไงบ้าง”
พวกเด็กๆ รุ่นน้องมึนๆ งงๆ
“อ้าว..มันมากะพี่ดวงเหรอ”
“อะไรกันวะ พวกมึงไปทำคุณดินเค้าทำไม โอย..ซวยแล้ว..”
ฟ้ากระจ่างหันมามอง ทำหน้าปวดสมอง เด็กๆ เข้ามารุมฟ้องเป็นชุด
“มันเล่นพวกเราก่อนนะพี่จ้าง”
“มันชกอาจารย์สมบัติด้วยพี่”
“พี่จ้างรู้จักมันเหรอ”
“นี่น้องกู..คุณเกียรติบดินทร์..ลูกชายแม่กูเอง”
เกียรติบดินทร์เอามือเช็ดเลือดที่ไหลออกจากจมูกหันมามอง
“อ้อ ไอ้จ้าง..มึง..นี่พวกมึงหมดเลยใช่มั้ย ดี ดี จำไว้เลยนะ..มึงให้ไอ้คนพวกนี้มารุมกู”
ดวงยิหวาเอ่ยขึ้นทันที “คุณดิน..ไม่ใช่นะคะ คุณอย่าเข้าใจผิด”
เกียรติบดินทร์มองดวงยิหสา สีหน้าเจ็บใจ ถอยออกมา
“ดวง..เธอก็รู้จักพวกมันด้วยหนิ..เธอไปสนิทสนมกะไอ้พวกสถุนพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเหรอ”
ฟ้าจ่างก้าวเดินเข้าไป “คุณดิน..ผมขอโทษ คุณใจเย็นๆก่อนนะ ผมยังไม่รู้เลย ว่าเกิดอะไรขึ้น ค่อยๆพูดค่อยๆจากันก่อนเถอะครับ”
“ไอ้พวกกุ๊ย ไอ้อันธพาล กูรู้แล้ว ว่าทำไมมึงถึงทำอะไรได้ทุกอย่าง ที่แท้ มึงก็เป็นหัวหน้าไอ้พวกแก๊งโจรข้างถนนพวกนี้นี่เอง ไอ้จ้าง ไอ้ฟ้ากระจ่าง ที่แท้ พ่อแม่กูรับโจรเข้าบ้านไม่รู้ตัว มึง..กูไม่ปล่อยมึงไว้แน่ๆ”
เกียรติบดินทร์รีบเดินจ้ำอ้าวไปขึ้นรถ ขับเอี๊ยดออกไป
ทุกคนยืนกันบื้อ มองจ้าง พากันสลด
ฟ้ากระจ่างใบ้กิน พยายามตั้งสติ หันมาดวงยิหวามองอยู่ สายตาห่วงอย่างมากมาย
ในขณะที่ฟ้ากระจ่างมอง อึ้งๆ มึนๆ

เกียรติบดินทร์ขับรถมาจอดหน้าบ้าน ในสภาพหน้าตาช้ำ ปูด บวม เปิดรถ แล้วก้าวลงมาแบบมึนตึบ ความเจ็บประดัง จะก้าวเดิน แล้วเซ ถอยมาพิงรถ กุมหัวด้วยความมึน เลือดกำเดาไหลออกมาอีก
เกียรติบดินทร์มองเลือดตัวเอง ที่หยดลงพื้น แล้วเข่าอ่อน ทรุดฮวบ
พอดีรถฟ้ากระจ่างพุ่งมาจอดต่อ แล้วเห็นภาพเบื้องหน้า รีบเปิดประตู วิ่งพรวดมา รีบเข้าไปประคอง
“คุณดิน..คุณดินเป็นไงบ้าง”
เกียรติบดินทร์เงยหน้าขึ้นมา ผลักฟ้ากระจ่างกระเด็นไป
“อย่ามายุ่งกะกู..”
เกียรติบดินทร์พยายามจะเดินต่อขึ้นบ้าน แต่คราวนี้หัวทิ่ม ล้มลง ฟ้ากระจ่างรีบกระโดดเข้าไปคว้าไว้ทัน ก่อนร่างจะโหม่งพื้น
“คุณดิน..คุณไม่ไหวแล้วนะ..เลือดคุณออกไม่หยุด”
“ไอ้สถุน ไอ้เด็กศาลเจ้า..ไปไกลๆ กูเลยไป”
“คุณดินๆ คุณมองหน้าผมนะ เห็นหน้าผมชัดไหม เป็นภาพซ้อนหรือเปล่า”
เกียรติบดินทร์มองหน้าฟ้ากระจ่าง เลือดที่จมูกไหลไม่หยุด
“ชิบเป๋งแล้ว..คุณเกียรติบดินทร์ เงยหน้าขึ้นสูงๆ นะ”
เกียรติบดินทร์เอามือป้ายที่จมูก “แส่..เรื่องอะไรของแก”
“ผมพาคุณไปโรงพยาบาลดีกว่า เดินไหวไหม”
“ชั้นไม่ตายง่ายๆ หรอก ถอยไป..ชั้นจะขึ้นบ้าน เอามือโสโครกของแกไปจากตัวชั้น อย่าบังอาจมาแตะต้องตัวชั้น ไอ้อันธพาล”
นายน้อมโผล่มา เห็นเข้าก็ตกใจ
“อ้าว..เฮ้ย..เย้ย..เกิดอะไรขึ้นครับ”
ทั้งสองมองหน้ากัน แล้วต่างคนต่างเงียบ
“ใครทำคุณดินอะครับ เลือดเต็มเลย”
“พวกหมาหมู่..อันธพาล กุ๊ยข้างถนนน่ะสิ”
“พาคุณดินไปโรงพยาบาลกันเถอะ นายน้อม”
เกียรติบดินทร์ยังอวดเก่ง รวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย สลัดฟ้ากระจ่างจนตัวปลิว “ชั้นไม่ไปไหนทั้งนั้น ชั้นไม่เป็นอะไร พาชั้นขึ้นบ้าน”
“ผมอยากให้คุณเอ็กซเรย์ จมูกหักหรือเปล่า หรือว่า…”
นายน้อมหน้าตาแตกตื่น “จริงด้วย ไปครับ ไปโรงพยาบาลกันดีกว่า รีบไปกันครับ”
“ไม่!!” เกียรติบดินทร์ไม่ยอม
“ไป..ไปครับ ต้องไป..เดี๋ยวนี้!!” ฟ้ากระจ่างสบตานายน้อม เอาจริง
สองคนเข้าประกบ ลากเกียรติบดินทร์ไป
“เฮ้ย”
“อย่าเอะอะ คุณอยากให้นายหญิงกะนายหัวตกใจหรือไง หรือคิดจะฟ้องพ่อฟ้องแม่..ว่ามีเรื่องกะกุ๊ยข้างถนนแล้วโดนรุมยำล่ะ เอาสิ ผมจะได้รู้ ว่าคุณน่ะ เป็นไอ้เด็กขี้ฟ้อง..”
น้ำเสียงและสีหน้าฟ้ากระจ่างเหยียดหยาม จนเกียรติบดินทร์อึ้งไป หุบปากลงทันที

ฟ้ากระจ่างนั่งลงอย่างอ่อนเปลี้ยเพลียแรงตรงที่นั่งสำหรับญาติผู้ป่วย สักพักหนึ่งมีมือยื่นแซนด์วิชที่พร้อมกินมาตรงหน้า พอหันไปเห็นดวงยิหวาถือแซนด์วิชกับกาแฟยื่นมาให้
“ยังไม่ได้ทานข้าวเลยไม่ใช่เหรอคะ”
ฟ้ากระจ่างหน้าตึง ฟอร์มใส่ “รู้ด้วยเหรอ”
“อ้าว..จะเอาหรือไม่เอาคะ”
“เอาครับ ขอบคุณ” ฟ้ากระจ่างรับมาทั้ง 2 มือ
ดวงยิหวา นั่งลงข้างๆ ถามขึ้น “เป็นไงบ้าง”
ฟ้ากระจ่างเพิ่งเริ่มกิน หันมา “ใคร”
“คุณดิน”
“เอ็กซเรย์อยู่ เลือดกำเดาหยุดแล้ว” จู่ๆ ฟ้ากระจ่างก็หัวเราะออกมานิดๆ
ดวงยิหวาหันมามอง “ขำอะไร ถ้าคุณดินเป็นอะไร คนที่จะโดนใครๆ รุมประณามคือพี่จ้างนะ”
“ก็เค้าตลกหนิ” ฟ้ากระจ่างยิ้มยั่ว “คนอะไรไม่รู้เนอะ ไปไหน ก็วอนให้ใครๆ อยากตื้บตลอดๆ...ช่างเป็นคุณสมบัติที่น่าสนใจจริงๆ”
ดวงยิหวาหมั่นไส้หันมาค้อนนิดๆ “นี่พี่จ้างสมน้ำหน้าคุณดินเค้าเหรอ นิสัยไม่ดี”
ฟ้ากระจ่างมองตอบอย่างเหล่ๆ “โอเค ไม่สมน้ำหน้าก็ได้ ลืมไป..ว่าเค้ารักกันกับดวง”
“อะไรนะ! ใครรักกันกับใคร” น้ำเสียงดวงยิหวาไม่พอใจ
“คุณดินรักกันกับดวง” ฟ้ากระจ่างย้ำ
“อย่ามาทำเป็นพูดแบบนี้นะ”
“อ้าว..แล้วจะให้พูดแบบไหน”
“ถ้าพูดให้เข้าหูคนฟังไม่ได้ ก็ไม่ต้องพูดไปเลย กินไปอย่างเดียวเลย”
ฟ้ากระจ่างมองหน้า หุบยิ้ม แล้วเมินมอง วางแซนด์วิชกับกาแฟที่เก้าอี้อีกข้าง เลิกกิน กอดอก ทำหน้ามึนตึง
ดวงยิหวามองมา “อิ่มแล้วเหรอคะ”
ฟ้ากระจ่างพูดโดยไม่มองหน้า “กินไม่ลง”
“พี่จ้าง..อย่าให้มันเยอะนักนะ ทำไมต้องมาหาเรื่องกันด้วย คนอุตส่าห์เป็นห่วง แทนที่จะเข้าใจ”
“เป็นห่วงคุณดินน่ะเหรอ..เข้าใจสิ ทำไมจะไม่เข้าใจ จริงๆ อยู่ด้วยกันมาทั้งวันแล้ว จะดินเนอร์กันทั้งทีก็ควรจะไปที่ๆ มันโรแมนติกหน่อยนะ ไม่น่าพามากินตามข้างถนนเล้ย..เลยต้องมาเจอพวกแก๊งกุ๊ยสารเลว แย่..” ฟากระจ่างเหน็บแนม
ดวงยิหวาลุกพรวดขึ้นอย่างอารมณ์เสีย “พอแล้ว บ้าจริงๆ ดวงไม่น่ามาเลย คนโรคจิต ไม่ยุ่งด้วยแล้ว” แล้วเดินเชิดจากไปอย่างรวดเร็ว
ฟ้ากระจ่างอึ้ง นั่งนิ่งงัน แซนด์วิชและกาแฟยังวางอยู่เช่นนั้น


เช้าวันนั้น บรรดาผลไม้ ผัก ไข่ ขนมปัง และไส้กรอก ถูกวางลงจนเต็มโต๊ะภายในครัว มาดามพิณคือคนที่จัดการหยิบของเหล่านี้ออกจากกระเป๋าช้อปปิ้ง เทเรซ่าอุ้มน้องหมา เดินเข้ามายืนมองหน้าตางงๆ
“กู๊ดมอร์นิ่งค่ะ ที่จริง..อาหาร กับข้าวอะไรพวกนี้ เทเรซ่าไปซื้อเองก็ได้ค่ะ ไม่น่าต้องรบกวนมาดามเลย”
ชิงชัยตามเข้ามา พร้อมถุงใส่น้ำมันพืช ซ้อส น้ำปลา ข้าวสารถุงมาวางเพิ่มเติม
“รบกวนอะไรครับ น้องเทเรซ่า พี่กับคุณแม่เต็มใจมาก ที่จะดูแลน้องนะคะ” ชิงชัยคะขา
“นั่นสิ เราเข้าใจจ้ะ ว่าหนูน่ะ ไม่ถนัดพวกงานแม่บ้านการครัวอะไรนี่หรอก” มาดามพิณว่า
ปีเตอร์เดินเข้ามา
“มาดามกับคุณชิงชัยรับประทานอะไรมาหรือยัง ต้องการกาแฟหรือว่าอะไรดีครับ”
“เรารับประทานกันมาแล้วค่า นี่ก็แค่แวะมาดูแลคุณๆ แล้วเราก็ต้องรีบไปติดต่อประสานงานของบริษัทของเราต่อไงคะ”
“ห้องประชุมของเราเสร็จแล้ว ถ้าต้องประชุม ก็มาประชุมกันที่นี่ได้เลยนะครับ”
“โอ..ดีจัง..ผมจะได้มาหา..เอ้อ..มาเยี่ยมเจ้าบองบองได้ทุกวัน” ชิงชัยทำทีเป็นลูบๆน้องหมาที่อยู่ในอ้อมแขนเทเรซ่า
ปีเตอร์มองเหล่ มาดามพิณเห็นสายตาปีเตอร์ ทำหน้าเป็นสัญญาณให้ชิงชัยถอยนิดหนึ่ง
“เอ่อ..ชิงชัย..เราไปกันก่อนเถอะลูก..แล้วเย็นๆ ค่อยมาใหม่”
“โอ้..งั้นผมไปก่อนนะครับ คุณปีเตอร์ พี่ไปก่อนนะจ๊ะ น้องเทเรซ่า บาย”
“ตามสบายนะคะ ไม่ต้องไปส่งหรอกค่ะ ขอให้ทานอาหารเช้าให้อร่อยค่ะ ไป..” ดึงลูกชายไป
ปีเตอร์ กับเทเรซ่าเดินตามไปส่งจนทั้งสองขับรถออกไป ปีเตอร์ เทเรซ่ามองหน้ากัน
“แดดดี้คะ..มาดามกับพี่ชิงชัย..จะมาดูแลเราแบบนี้..ทุกวันๆ เลยหรอคะ” ท่าทีเทเรซ่าอึดอัดมาก
“เราเป็นหุ้นส่วนกันนี่ลูก..เค้าคงคิดว่าเป็นหน้าที่” ปีเตอร์ว่า
“เทเรซ่านึกว่า..ถ้าเราอยู่บ้านของเราเอง..เราจะมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นเสียอีก”
สีหน้าเทเรซ่าเซ็งๆ

น้องหมาบองบองวิ่งไปมาในสนาม เทเรซ่าเดินทำหน้าเหงาๆ ใจลอย ตามมา
“บองบอง มานี่”
น้องหมาไม่สนใจเสียงเรียก วิ่งเล่นไปเรื่อยเปื่อย เทเรซ่ามองตาม ถอนหายใจ แล้วซักพัก กระวนกระวาย หยิบโทรศัพท์ตนขึ้นมา จดๆ จ้องๆ ลังเล เอาไงดี
ฟ้ากระจ่างกำลังยืนเหม่อที่ริมหน้าต่าง มองไปเบื้องหน้าอย่างเลื่อนลอย แววตาขุ่นหมอง สักพักถอนใจยาว แล้วหันมามองด้านในห้อง
เกียรติบดินทร์นอนหลับอยู่บนเตียง หน้าตาช้ำ ปูดบวม ฟ้ากระจ่างเดินมาใกล้เตียง มองดูร่างเกียรติบดินทร์ที่ยังคงหลับสนิท พอฟ้ากระจ่างก้มลง เอามือแตะหน้าผาก แล้วสะดุ้ง หน้าซีดเผือด
ระหว่างนั้นประตูห้องเปิดเข้ามา นายน้อมถือถาดยาเข้ามา กับอาหารเช้า พลางถาม
“ยังไม่ตื่นหรือครับ”
“ไข้สูงกว่าเดิมอีกนายน้อม เอาไงดีล่ะ” ฟ้ากระจ่างหารือ
“หรือครับ..” นายน้อมรีบเข้ามา วางถาด แล้วมาจับตัว “แย่แล้ว ผมว่า..คงต้องเช็ดตัวแล้วล่ะ
ถ้าไม่ลด ค่อยว่ากัน” รีบวิ่งไปที่ห้องน้ำ
ฟ้ากระจ่างนั่งลงตรงที่นั่งข้างเตียง มองดูเกียรติบดินทร์ ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ดังระบบสั่น ฟ้ากระจ่างสะดุ้ง หน้าตาตื่นเต้น มีความหวัง รีบหยิบโทรศัพท์มาจากกระเป๋ากางเกง ดูหน้าจอ แล้วมีสีหน้าผิดหวัง ก่อนจะกดรับ เดินออกไปที่ระเบียง
“ฮัลโหล”
“คุณฟ้ากระจ่าง” เทเรซ่าทักทาย
ฟ้ากระจ่างงงๆ “คุณเทเรซ่า”
เทเรซ่าตื่นเต้น ดีใจ “คุณฟ้ากระจ่าง..สบายดีไหมคะ”
“สบายดีครับ คุณเทเรซ่าละครับ”
“สบายดีค่ะ ไม่ได้เจอกันเลย..คุณคงงานยุ่งสินะคะ”
“อ๋อ..ก็ นิดหน่อยครับ คุณปีเตอร์ล่ะครับ..ทุกอย่างเรียบร้อยดีนะครับ”
“ก็..ค่ะ..เอ้อ..คือ..คือ..ตอนนี้ เรามีบ้านใหม่แล้วนะคะ เราไม่ได้อยู่ที่โรงแรมแล้ว คือ..เทเรซ่าอยากจะเชิญคุณ..มา..มารับประทานชาตอนบ่ายๆที่บ้านของเราสักวันนึง..ที่คุณพอจะมีเวลาน่ะค่ะ ไม่ทราบว่า..คุณจะมาได้ไหม”
ฟังเทเรซ่า สีหน้าฟ้ากระจ่างอ่อนโยนลง

ส่วนภายในห้อง นายน้อมกำลังเช็ดตัวให้เกียรติบดินทร์ ฟ้ากระจ่างเปิดกลับเข้ามา
“ไม่รู้สึกตัวเลยเหรอ”
“ครับ..นิ่งเลย” นายน้อมบอก
ฟ้ากระจ่างนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียง ยกมือกุมหัว “รู้งี้แอดมิตที่โรงพยาบาลซะตั้งแต่เมื่อคืนก็ดี”
“ยอมซะที่ไหนล่ะคร้าบ..โชคดี ไม่มีอะไรแตกหัก”
“ถ้าแม่ กะนายหัวรู้..ชั้นจะบอกว่ายังไง”
นายน้อมถอนหายใจ ส่ายหัว เช็ดตัวต่อไป

ปีเตอร์เอาถาดพายใส่ในเตาอบ หมุนๆ กดๆ ปรับ ระดับความร้อน
เทเรซ่ากับน้องหมา วิ่งร่าเริง หัวเราะสดใสเข้ามา
“บองบอง บองบอง..คัมม่อน”
ปีเตอร์หันมา หน้าตาแปลกใจ “เบบี๋ของแดดดี๊นี่ตลกจังนะ ตอนนี้ร่าเริง มีความสุขได้แล้วเหรอ”
“แดดดี๋..คุณฟ้ากระจ่างจะมาบ้านเราค่ะ”
“อะไรนะ”
“เทเรซ่าเชิญเค้ามากินอาฟเตอร์นูนที..เค้าบอกว่าจะมาได้พรุ่งนี้..แดดดี้ว่า..เราจะทำอะไร..สำหรับกินกับน้ำชาต้อนรับคุณฟ้ากระจ่างดีคะ เค้าจะชอบกินอะไร..เทเรซ่าก็ลืมถามซะด้วยสิคะ”
ปีเตอร์ทำหน้าแปลกใจ แต่ก็มีความสุขไปกับลูก

ประตูห้องเกียรติบดินทร์เปิดออก นายน้อมเดินออกมา แล้วสะดุ้งโหยง เห็นทรายทองยืนหันซ้ายหันขวาอยู่หน้าห้องฟ้ากระจ่าง
“นายน้อม เห็นพี่จ้างไหม”
นายน้อมแกล้งถามย้อน “ทำไมครับ”
“แน้..ทำไมต้องย้อนด้วย..ก็ชั้นเห็นรถอยู่ แต่ตัวไม่อยู่ แล้วแปลว่าอะไรล่ะ”
“เอ..ยังไงผมก็ไม่ทราบ”
“แล้วพี่ดินล่ะ”
“เอ่อ..คุณดิน..หลับครับ”
“หลับ..แล้วนายน้อมเข้าไปทำอะไรในห้องพี่ดิน” ทรายทองสงสัย
“ก็..มาดู..ว่าขาดเหลือของใช้อะไรในห้องน้ำหรือเปล่า” นายน้อมบอก
จังหวะนั้นดารากานต์กับป้าบัวเดินขึ้นมาเห็นพอดี
“เออ..นายน้อม..จ้างล่ะ จ้างไม่อยู่เหรอ” ดารากานต์ถามออกมา
“เอ่อ..อยู่..อยู่..กับนายหัวหรือเปล่าครับ” นายน้อมว่า
“เปล่า..ชั้นก็ขึ้นมาจากห้องนายหัวนี่แหละ”
“แปลกจัง ไม่เห็นมีใครลงไปทานข้าวเลย ทั้งคุณจ้างคุณดิน ทำไมสายป่านนี้ ไม่หิวกันรึไง” ป้าบัวสงสัย
“เอ่อ..ป้าบัวไม่ต้องเดือดร้อนไปหรอก เดี๋ยวชั้นจะดูแลคุณๆ เอง..คุณๆ กลับมากันดึก เลยยังไม่ตื่นกัน..ไม่มีอะไรหรอก” นายน้อมบอก
“อะไรกัน พี่จ้างตื่นแล้วนะ ในห้องไม่มีซะหน่อย”
“อ้อ..เอ้อ..เหรอครับๆๆ แต่คุณดินยังไม่ตื่นนะครับ ห้ามใครเข้ามากวนนะครับ เดี๋ยวตื่นขึ้นมา อารมณ์เสีย ผมไม่รับประกันนะคร้าบ..” ส่งเสียงดัง เพื่อให้คนในห้องได้ยินด้วย แล้วรีบหนี ลงบันไดไป
ทรายมองตามงงๆ สบตาดารากานต์แล้วนึกสงสัย ขยับจะเปิดห้องเกียรติบดินทร์
“คุณทราย จะทำอะไรน่ะ” ป้าบัวไม่พอใจ
“ท่าทางนายน้อมแปลกๆ ค่ะ ทรายสงสัย” ทรายทองจะเปิดเข้าไป
ดารากานต์ท้วงไว้ “ไม่เอาน่า..น้องทราย สงสัยอะไร..จะเข้าไปดูอะไรกัน”
“ถึงเป็นพี่น้องกัน แต่เป็นสาวเป็นนาง เข้าห้องนอนพี่น้องผู้ชายหนุ่มๆ..ยังไงก็ไม่น่าชมนะคะ คุณทราย” ป้าบัวว่า
ทรายทองเซ็ง เดินค้อน แล้วลงบันไดไป พอคล้อยหลังทรายทอง ป้าบัวหันมา กระซิบดารากานต์
“เข้าไปดูไหมคะ” ป้าบัวหันมาถาม
“ดูอะไร” ดารากานต์งง
“ก็..จริงอย่างที่น้องทรายว่าน่ะสิคะ อีตาน้อม..ดูมีพิรุธๆ ยังไงชอบกลนะคะ มีอะไรในห้องคุณดินก็ไม่ทราบ..ไปดูกันเถอะค่ะ”

ดารากานต์กับป้าบัวมองหน้ากัน อย่างเห็นพ้องต้องกัน

อ่านต่อหน้า 3 พรุ่งนี้ เวลา 9.00 น.




 ลิขิตฟ้าชะตาดิน  ตอนที่ 12 (ต่อ) 

เช้าวันเดียวกัน พอดวงยิหวาเปิดประตูออกมา ก็เจอนายเด่นผู้เป็นพ่อยืนรออยู่ก่อนแล้ว

“อ้าว” ดวงยิหวาแปลกใจ
“พ่อจะรีบไปทำงาน เลยแวะมาพูดอะไรกับลูกก่อน”
“พ่อคะ เรื่องเมื่อคืน…” ดวงยิหวารู้ได้ทันทีว่าผู้เป็นพ่อจะพูดอะไร จึงจะอธิบาย
“ดวงอยู่ห่างๆ จากทั้งสองคนจะดีที่สุด..ไม่ต้องไปสนใจอะไรอีกแล้ว นอกจากงาน ตัดความรู้สึกส่วนตัวออกไปให้หมด”
“พ่อ!!” ดวงยิหวาตกใจ
“พ่อไม่ได้โทษลูก แต่มันก็เหมือนลูกขับรถไปในถนนนั่นแหละ ดวงยิหวา เราไม่ชนเค้า เค้าก็มาชนเรา แล้วในเมื่อเราเห็นอยู่โต้งๆ ว่ารถ 2 คันมันกำลังท้าซิ่งกันอยู่ เราจะไปอยู่ตรงกลางทำไม” นายเด่นอธิบาย
“ดวงไม่ได้อยู่ตรงกลาง” ดวงยิหวาอัดอั้นจนจะร้องไห้ “เมื่อวาน..ที่ดวงต้องยอมไปเป็นเพื่อนคุณดิน..ก็เพื่อจะคอยกันไม่ให้เค้าไปหาคุณบุรี..ดวงทำเพื่อพี่จ้าง...” ดวงยิหวาหลุดปาก
“ดวง..” นายเด่นตกใจในสิ่งที่ลูกพูดออกมาแบบตรงๆ เช่นนั้น
“ไม่มีใครเข้าใจดวงเลย พี่จ้างก็ไม่เข้าใจ ก็ได้..พ่อไม่ต้องมาออกคำสั่งเลย ดวงจะไม่ยุ่งกะใครแล้ว ดวงไปได้เมื่อไหร่ ดวงจะไปให้พ้นๆ ที่นี่เลย” ดวงยิหวากลับเข้าห้อง ปิดประตูใส่หน้าพ่อ
นายเด่นผงะ อึ้ง ทำท่าจะเคาะประตูห้องอีก แต่ต้องชะงักไว้ เปลี่ยนใจ ไม่กล้า

ทางด้านป้าบัวลองเปิดประตูห้องเกียรติบดินทร์ ปรากฏว่าประตูถูกล็อคเปิดไม่ออก
“อีตาน้อมล็อคห้องซะแล้วค่ะ ตาบ้านี่!”
ดารากานต์พยักหน้าให้ ป้าบัวเคาะๆๆ
ในห้อง ฟ้ากระจ่างยืนอึ้ง จ้องประตู ตัดสินใจว่าเอาไงดี
“นายหญิงเรียกสิคะ” ป้าบัวบอก
“จะดีเหรอ” ดารากานต์ลังเล เกรงใจลูกชาย
“ก็สายป่านนี้ ยังไม่ลุก..น่าเป็นห่วงออกค่ะ” บัวว่า
ในที่สุดดารากานต์ก็ตัดสินใจเรียก “ดิน..ดิน..น้องดิน”
ฟ้ากระจ่างมองดูเกียรติบดินทร์ที่นอนหลับอยู่ หันมามองทางประตู ท่าทางลุ้น กลัวเกียรติบดินทร์ตื่น
“น้องดิน น้องดินครับ ไม่สบายหรือเปล่าลูก”
เกียรติบดินทร์ที่หน้าตาช้ำปูด หลับสนิท มีอาการกระสับกระส่าย เหมือนตกอยู่ในห้วงหลับฝันร้าย
ฟ้ากระจ่างยืนมอง แล้วใจคอไม่ดี
“ดิน น้องดิน...” ดารากานต์หันมาทางป้าบัว “เงียบอ่ะ..ป้าบัว”
“ไปเอากุญแจมาไข” ป้าบัวออกไอเดียว
ดารากานต์ชั่งใจ ส่วนในห้อง ฟ้ากระจ่างได้ยินเสียงคุยกัน ถึงกับยืนเอ๋อว่าจะทำอย่างไรดี
“อย่าดีกว่า ให้เค้านอนกินบ้านกินเมืองไปเถอะ..เดี๋ยวจะมาอารมณ์เสียใส่เราอีก อย่าไปกวนเค้าเลยน่า ป้าบัว ..อือ..แต่จ้างนี่สิ ไม่อยู่ในห้อง แล้วไปไหนน้า..ยังไม่ได้กินอะไรเลย..จะขยันไปไหน ลูกชายชั้น”
ดารากานต์เดินลงไป ป้าบัวมองตาม ส่ายหัวอย่างอ่อนใจ


ฟ้ากระจ่างยืนนิ่งรอฟังเสียง ทั้งสองเดินจากไปแล้ว ถอนหายใจยาว สีหน้าเครียดออกอาการ เซ็ง ทรุดตัวนั่งลงข้างเตียง เอามือกุมหัว คิดหนักว่าจะหาทางออกกับเรื่องนี้อย่างไรดี
สักพัก เกียรติบดินทร์พึมพำอะไรออกมาเบาๆ หลับอยู่ แต่ละเมอเพ้อ
“คุณแม่..คุณแม่..คุณแม่ไม่อยู่..คุณแม่ไปแล้ว”
ฟ้ากระจ่างชะงัก หันไปมอง ถอนใจ นึกว่าเกียรติบดินทร์รู้เรื่อง จึงตอบโต้แบบส่งเดช กวนๆ
“โอ๊ย..ไปแล้วก็ดีแล้ว ไม่งั้นเราก็โดนสิ โดนแน่ๆ”
เกียรติบดินทร์ละเมอต่อ “คุณแม่ไม่อยู่บ้าน..คุณแม่ไปต่างจังหวัด คุณแม่ไปทำบุญ..ไปทำบุญ..ที่ศาลเจ้า”
คราวนี้ฟ้ากระจ่างสะดุ้ง เอะใจ หันมามองอย่างจริงจัง
“อะไรนะ”
เกียรติบดินทร์เพ้อพร่ำละเมอต่อ
“คุณแม่ทำขนมไปให้เด็กกำพร้าที่ศาลเจ้า น้องดินต้องไม่เล่นขนม ไม่ใช่ขนมของน้องดิน น้องดินไม่ต้องมายุ่ง นี่มันขนมของเด็กที่น่าสงสาร คุณแม่ไปหาเด็กที่น่าสงสาร คุณแม่รักเด็กที่น่าสงสาร คุณแม่ไม่รักน้องดิน!!” ร้องไห้ สะอื้น “คุณแม่ไม่รักน้องดิน” พลิกตัว แล้วนิ่งไป
ฟ้ากระจ่างอึ้ง หน้าซีด รีบลุกขึ้น แล้วชะโงกข้ามไปดูหน้าเกียรติบดินทร์ ว่าจริงหรือหลอก หลับหรือตื่น เห็นเกียรติบดินทร์หลับจริง นิ่งสนิท
ฟ้ากระจ่างถอยห่างออกมา แล้วยืนมองเกียรติบดินทร์อย่างเพิ่งพิศ เพิ่งเข้าใจความรู้สึกของน้องชายต่างบิดา
“ที่จริง..มันเป็นเพราะอย่างนี้เอง…”
สีหน้าฟ้ากระจ่างเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด

วันต่อมา บุรีพยายามกดโทรศัพท์หาเกียรติบดินทร์ กดแล้วกดอีก แล้วรอฟัง แต่ติดต่อไม่ได้ จนรู้สึกเซ็ง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา
“ทำไมปิดเครื่องตลอดๆ เลยวะ”
ฟ้าใสหันมามอง “หลานชายพี่น่ะเหรอคะ”
“ใช่...”
“อาจจะแบ็ตหมด” ฟ้าใสว่า
“โธ่เว้ย..คนยิ่งมีเรื่องจะถามซะด้วย” บุรีหงุดหงิดหนัก
“ก็ไปถามที่บ้านเลยสิคะ”
“จะไปได้ไง จะให้ชั้นมองหน้านายหัวได้สนิทเหมือนเดิม..มันคงเป็นไปไม่ได้แล้ว”
ฟ้าใสรีบแถเข้าไปประจบ กอดแขนให้กำลังใจ “พี่น้องกัน..จะโกรธกันนานแค่ไหนกันคะ คุณบุรีขา..อย่าหาว่าฟ้าใสอวดฉลาดเลยนะคะ..ยิ่งปล่อยให้เวลาผ่านไป แล้วไม่เข้าไปให้นายหัวเห็นหน้า อะไรๆมันจะยิ่งยาก เผลอๆ..เค้าก็จะเห็นคนอื่นที่อยู่ใกล้ตัวตลอดเวลา..ว่าดีกว่าเรามากขึ้นๆ แต่ถ้าคุณทำตัวเหมือนเดิม เข้านอกออกในให้เค้าชิน ซักพัก..เค้าก็จะหายโกรธนะคะ..”
บุรีนิ่งฟัง

ก่อนอาหารมื้อเที่ยง นายน้อมกำลังโกนหนวดให้บัญชา
“จ้างไปทำงานรึยัง” บัญชาถามขึ้น
“อ้า..เอ้อ เอิ่ม..คิดว่า..ยังครับ” นายน้อมอึกอัก
“เดี๋ยวให้มาหาชั้นหน่อย ทำไมวันนี้ไม่มารายงานอะไรเลย”
“อ่า..เอ้อ..คือ..ครับ”
บัญชารู้สึกผิดสังเกต จ้องมองหน้านายน้อม “อะไร นายน้อม อึกๆ อักๆ”
“เปล่าๆๆๆครับ ปล๊าวววว..” นายน้อมปฏิเสธเสียงสูง
บัญชาจ้องมองอย่างสงสัย นายน้อมหลบสายตาพัลวัน

ด้านเกียรติบดินทร์ค่อยๆ กระพริบตา แล้วลืมตาตื่นขึ้น แล้วมองดูเพดาน หันมองดูห้อง มองมาข้างเตียง แล้วชะงัก อึ้ง งง นึกไม่ถึง เมื่อเห็นที่เก้าอี้ข้างเตียง ฟ้ากระจ่างนั่งผล็อยหลับอยู่
เกียรติบดินทร์ตะแคงตัวมามอง แววตาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเยาะหยัน รังเกียจ สักพัก ก็พยายามที่จะลุกขึ้น
พอก้าวขาลงจากเตียง ลุกยืน เกียรติบดินทร์เซไปนิดๆ ทำให้มีเสียงดังตึงตัง
ฟ้ากระจ่างสะดุ้ง ตื่นมา เห็นเกียรติบดินทร์ยืนโงนเงนอยู่ รีบกระโดดดึ๋ง เข้าไปช่วยดึงแขนไว้
เกียรติบดินทร์หันมามองหน้า ตาขุ่น
“จะเอาอะไรก็บอกสิครับ คุณดิน”
เกียรติบดินทร์ประชด “จะไปเข้าห้องน้ำ จะไปด้วยไหมล่ะ”
“มา..จะพาไป”
“เฮ้ย..ไม่ต้อง!!”
“ไม่ต้องได้ไง เดี๋ยวไปล้มหัวกระแทก กลายเป็นเจ้าชายนิทราไปหรอก มา..อย่ามาเยอะ..เดี๋ยวก็เลอะเทอะหรอก”
เกียรติบดินทร์จำใจ ให้พาไป เพราะจะราดอยู่แล้ว
ในห้องน้ำ จ้างพาเกียรติบดินทร์มาที่โถฉี่ แล้วปล่อยแขน ถอยไปยืนด้านหลัง ห่างออกไป แต่ในระยะที่จะเอื้อมถึง หากล้มลง
เกียรติบดินทร์ทำธุระไป เหล่จ้างไปด้วยหางตา “ที่มาดูแลเราเนี่ย..คงกลัวเราจะไปฟ้องแม่กะนายหัวสินะ?”
ฟ้ากระจ่างเมินๆ “ก็จะฟ้องป่ะล่ะ?”
เกียรติบดินทร์ยั่ว “ถ้าฟ้อง ก็คงหนุกดี”
“แต่ที่จริง..สิ่งที่เกิดขึ้น มันเกิดได้ไง นายก็รู้อยู่แก่ใจ”
“ไม่สนเว้ย..มันจะเกิดขึ้นได้ไง ชั้นไม่รับรู้ทั้งนั้น รู้แต่ว่า..พวกคนงานของนาย รุมเล่นงานชั้น”
“พวกมันรู้ซะที่ไหนว่านายเป็นใคร”
“ก็ดี..แบบนี้วัดใจกันไปเลย ว่าถ้านายหัวรู้เรื่อง..นายหัวจะตัดสินเข้าข้างใคร”
“นายอย่าทำให้นายหัวเซ็งไปกว่านี้ได้ไหม แค่นี้เค้าก็เครียดจะตายอยู่แล้ว” ฟ้ากระจ่างเตือนสติ
“ห่วงนายหัวหรือห่วงตัวเองกันแน่ อย่ามาแกล้งทำเป็นคนดีเว่อร์นักเลย”
“งั้นก็ตามใจ”
“ไม่ต้องกลัวหรอกน่า..นายมันเทพบุตร ใครๆ ก็ยกให้เป็นฮีโร่ ชั้นมันหมาหัวเน่าอยู่แล้ว ใครๆ ก็เห็นชั้นเป็นไอ้ลูสเซ่อร์ขี้แพ้ งี่เง่า ทำแต่เรื่องเดือดร้อนให้ครอบครัวตลอดๆ อย่างแม่..ก็คงแก้ตัวแทนนายแน่ๆแหละ”
ฟ้ากระจ่างอึ้งไปครู่หนึ่ง “คุณดิน..เราจะต้องเป็นศัตรูกันแบบนี้ ตลอดไปเลยใช่ไหม”
เกียรติบดินทร์หันมาเผชิญหน้า “แน่น้อน..เพราะนายมันแย่งทุกอย่างของชั้นไปหมด อย่างดวงยิหวา..คนๆ เดียว..ที่พอจะทำให้ชั้นมีความสุขขึ้นมาบ้างในชีวิตเส็งเคร็งอย่างทุกวันนี้ นายก็ยังคิดจะมาแย่ง ..ขอบอกไว้ก่อนเลยนะ ว่าเตรียมข้ามศพชั้นไปก่อนเลย”
เกียรติบดินทร์จ้องหน้า แววตาแค้นเคือง ฟ้ากระจ่างอึ้งอีก

ไม่นานต่อมา ฟ้ากระจ่างยืนอยู่ที่ริมหน้าต่าง ทอดสายตาเหม่อมองทิวทัศน์เบื้องหน้า ใบหน้าหม่นเศร้า ใช้ความคิดหนัก
นายน้อมเข็นรถบัญชามา ฟ้ากระจ่างได้ยินเสียงรถเข็น สะดุ้ง หันมา
“ไง..จ้าง” บัญชาทัก
ฟ้ากระจ่างเปลี่ยนท่าทีเป็นกระฉับกระเฉง เอาการเอางานทันที “วันนี้งานเดินไป 80% แล้วครับ..อาจารย์ผมเพิ่งโทมาบอก...”
“เร็วกว่าที่คิดนี่”
“ครับผม..อีก2วัน น่าจะเสร็จ แล้วให้ทีมเด็คคอเรตเข้าไปปิดงานได้เลย”
ดารากานต์กับป้าบัวนำเด็กรับใช้เริ่มยกสำรับมา
“อ้าว..จ้าง..แม่ตามหาทั่วบ้าน จวนได้เวลาอาหารกลางวันแล้วนะ แต่เช้ามากินอะไรรึยังเนี่ยลูก..ไม่หิวแย่แล้วเหรอ”
ฟ้ากระจ่างเปลี่ยนท่าที เป็นอ่อนโยน ยิ้มรับ เอาใจได้ทันที “ครับ หิวครับ วันนี้คุณแม่ทำอะไรครับ”
“ของชอบจ้างทั้งนั้นเลยลูก”
บัญชาจับตาดู สองแม่ลูกจ๊ะจ๋า แอบหมั่นไส้ทั้งคู่
ทรายทองเดินร่าเริงมา เกาะแขนจ้างอีกข้าง
“พี่จ้าง!! ไชโย วันนี้พี่จ้างทานข้าวกลางวันที่บ้าน ดีใจจัง”
“จ้า..พี่ก็ดีใจจ้า”
ฟ้ากระจ่างยิ้ม ค่อยๆ ปลดแขนจากทั้งสองหญิง แล้วหันมาช่วยนายน้อมพาบัญชาไปนั่งโต๊ะ
นายน้อมแอบกระซิบถาม “เป็นไงมั่งครับ”
ฟ้ากระจ่างกระซิบตอบ “ไข้หายแล้ว”
“เดี๋ยวผมจะไปดู” นายน้อมบอก
บัญชาที่นั่งประจำที่หัวโต๊ะ หันมา “อะไร จุ๊กจิ๊กอะไรกัน”
ฟ้ากระจ่างกับนายน้อมสะดุ้ง “เปล่าครับ” พูดขึ้นพร้อมๆ กัน
บัญชาขมวดคิ้วเขม้นมองทั้งสองคน ค้นหาความจริง
ทันใดนั้น เกียรติบดินทร์อยู่ในชุดกึ่งชุดนอน ใบหน้าอยู่สภาพเยินๆ อย่างเดิม เดินท่อมๆ ลงมาที่โต๊ะอาหาร แล้วนั่งจุ้มปุ๊กลงไป ไม่สนใคร จัดแจงตักนั่นนี่ เตรียมกินเต็มที่
ทุกคน ต่างมองเกียรติบดินทร์เป็นตาเดียวแบบช็อคๆ
นายน้อม กับฟ้ากระจ่าง หันขวับไปมองสบตากัน ประมาณว่าซวยแล้ว
ป้าบัวผวามาหาก่อนใคร “คุณดิน คุณดินไปทำอะไรมาคะ ทำไมเป็นแบบนี้ เจ็บไหมคะ”
เกียรติบดินทร์ตอบแบบเซ็งๆ “ถามได้ เจ็บดิ”
“ใครทำคุณดินคะ” ป้าบัวถามต่อ
เกียรติบดินทร์หันมามองหน้าฟ้ากระจ่าง นิ่งไปนิด “พี่จ้าง..” พูดเน้นเสียงแล้วแกล้งทอดระยะ
ทุกคนสะดุ้ง มองฟ้ากระจ่างเขม็ง เกียรติบดินทร์พูดต่อ
“เชิญ..แม่ครับ นายหัว..ทราย..เชิญๆ..ทุกคนนั่งสิๆ จะให้ผมนั่งกินคนเดียวเนี่ยเหรอ”
ดารากานต์นั่งลงข้างเกียรติบดินทร์ “น้องดิน..ไปมีเรื่องอะไรกับใครมาอีก..หา..โธ่..ลูก..ลูกโตแล้วนะ น้องดิน..ไม่ใช่เด็กๆอีกแล้ว หัดใจเย็นๆ มีความยับยั้งชั่งใจบ้างได้ไหม”
เกียรติบดินทร์ไปพูดอะไร สบตาจ้าง แล้วพยักหน้าให้ เป็นทำนองว่า เห็นไหมล่ะ ยังไงตัวเองก็โดนตลอดๆ
“น้องดิน ตอบสิ ไปมีเรื่องอะไรกับใครมา” บัญชาถามเสียงเรียบ
“น่าจะชินกันแล้วนะครับ..ผมก็แค่..ไปแข่งบาสมา..พอดี กีฬาแพ้คนไม่แพ้..อีกแล้ว ตามเคย บ่อยๆ..” เกียรติบดินทร์เขม้นมองฟ้ากระจ่างแบบโชว์เก๋า
“มีแข่งบาสอะไร ที่ไหนกัน พ่อไม่เห็นรู้เรื่อง” บัญชาไม่เชื่อ
“ก็..ทีมเด็กๆ มันแข่งกัน แล้วผมไปแจมสนุกๆ..ก็แค่นั้น”
“แล้วมันสนุกตรงไหน พี่ดิน พี่ดินจะเป็นนักบาสหรือนักมวยกันแน่คะ ไม่เห็นมีน้ำใจนักกีฬาตรงไหนเลย” ทรายทองแทรกขึ้นมา
“ใช่ซี้..ชั้นมันจะมีน้ำใจนักกีฬาได้ไงล่ะ ชั้นไม่เหมือนพี่จ้างของแกหรอก..รายนั้น..ลูกผู้ชายสุดๆ”เกียรติบดินทร์หัวเราะเบาๆ แล้วกินไปอย่างชิลล์ๆ
ฟ้ากระจ่างอึ้ง หน้าซีดเผือด

ไม่นานหลังจากนั้น สามคนที่ฟ้าลิขิตให้มีชะตาแห่งรักร่วมกัน ต่างกำลังทุกข์ขมจมจ่อมกับหัวใจของตัวเอง
ภายในห้องนอนดวงยิหวา ตุ๊กตาโดเรม่อนกองอยู่มุมหนึ่งบนเตียงดวงยิหวานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ในจอคอมพ์ มีเกมที่กำลังเดินหน้าไปตามยถากรรม ดวงยิหวานั่งเหม่อลอย ซึมเศร้า เบื่อหน่าย ท้อแท้ และดู สิ้นหวัง
ภายในห้องนอนเกียรติบดินทร์เวลานั้น เกียรติบดินทร์นอนเซ็ง พลิกไปมา ฮึดฮัด หยิบโทรศัพท์มาดู กดเบอร์ดวงยิหวา ภาพดวงยิหวาโชว์ขึ้นมา เกียรติบดินทร์ยกมาจ่อดูตรงหน้า แต่แล้ว กลับวางลง หน้าขุ่น อารมณ์ข้องใจ
เวลาเดียวกันที่สนามหน้าบ้าน ฟ้ากระจ่างเดินช้าๆ เศร้าใจ หดหู่ สับสน ไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี แต่ในที่สุด เหมือนตัดสินใจบางอย่างขึ้นมาได้

เทเรซ่าหยอดครีมแต่งหน้าคัพเค้กที่เรียงเป็นแถวบนโต๊ะในครัวที่บ้าน ชิงชัยมองดูอย่างชื่นชม
“โอ้ว้าว..ใครว่าคุณเทเรซ่าไม่ประสาเรื่องแม่บ้านการเรือน ไม่จริงซักนิด”
“เทเรซ่าทำอะไรได้สองสามอย่างค่ะ ไม่เก่งหรอก”
“หอมน่ากินจัง สวยก็สวย”
“ชิมสิคะ คุณชิงชัย ชิมเลยค่ะ”
ชิงชัยรีบหยิบ “แต๊งครับ” เอาไปกัด “อึ้ม..อร่อยอะครับ”
เทเรซ่าหัวเราะ “จริงๆนะคะ..อย่าหลอกนะ”
“จริงที่สุดในโลกครับผม”
“เดี๋ยวเทเรซ่าชงชาให้คุณชิงชัยไหมคะ คุณต้องกลับไปทำงานแล้วนี่คะ ดื่มชาซะหน่อย”
“ผมชงเองได้ครับ..”ชิงชัยรีบกุลีกุจอไป หยิบอุปกรณ์ จัดการชงเอง อย่างคนที่เข้านอกออกในจนรู้ที่ทาง ทุกสิ่งอย่าง
เทเรซ่าหันกลับไป ตั้งใจ หยอดหน้าเค้กอันใหม่ต่อ
ชิงชัยคนชาขยุกขยิกๆ สูดจมูกดมชา ดูมีความสุข
“ชาหอมๆ เค้กนุ่มๆ ฝีมือคนสวยๆ..จะหาใครจะมีบุญไปกว่าผมอีกนะ ในโลกนี้”
เทเรซ่ายิ้มๆ แต่ไม่พูดอะไร
ชิงชัยมองดูเค้กแต่ละอันที่เสร็จแล้ว แต่ละอันมีรายละเอียดแตกต่างกันไป
“คุณเทเรซ่าทำซะเยอะแยะเลย..จะเอาไปแจกใครที่ไหนเหรอครับ”
“ก็ทำกินกันเองในหมู่เพื่อนๆ กันนี่แหละค่ะ เผื่อจะมีใคร..แวะมาเยี่ยมเทเรซ่า เทเรซ่าจะได้มีของไว้เลี้ยง เดี๋ยวคุณชิงชัยช่วยเอาไปฝากมาดามพิณที่ออฟฟิศสักสองสามอันนะคะ”
ชิงชัยดีใจเป็นปลื้ม

ชิงชัย เดินถือกล่องเค้กไซส์เล็กมาอย่างร่าเริง เปิดประตูรถวางกล่องลงบนที่นั่งข้างคนขับ แล้วขับรถออกจากบ้านปีเตอร์ ผิวปาก อย่างอารมณ์ดี
พอมาถึงปากซอย รถชิงชัยหยุดรอดูรถคันอื่น สักพักจึงเลี้ยวซ้ายออกมา ทันใดนั้นรถจ้างที่มาจาทางขวา ชะลอๆ ส่องสายตามองหาซอย
ชิงชัยมองเห็นทางกระจกหลัง ชะงัก แล้วเพ่งมอง “รถไอ้ฟ้ากระจ่าง!” รีบชิดรถจอดข้างทาง
สักพัก รถฟ้ากระจ่างเลี้ยวเข้าซอยไป ชิงชัยผงะ สีหน้าคั่งแค้น
“เผื่อจะมีใครแวะมาเยี่ยมเทเรซ่างั้นเหรอ..นังบิชชี่เอ๊ย!” ชิงชัยสบถ

ฟ้ากระจ่างก้าวลงมาจากรถ ในมือถือกระเช้ากล้วยไม้ซิมบีเดี้ยมที่กำลังออกดอกทั้งต้น
น้องหมาบองบองวิ่งมาเห่าเสียงแหลมๆ ใส่ เทเรซ่าเดินออกมา
“บองบอง ไม่เอาจ้า บองบองๆ” มองแขกตรงหน้าอย่างดีใจ “คุณฟ้ากระจ่าง..ดอกไม้สวยจังค่ะ”
“เห็นว่าเป็นบ้านใหม่..เลยเอาดอกไม้มาให้ทั้งต้นครับ”
“Sweet มากๆ ค่ะ น่ารักที่สุด” ตามองจ้องหน้าฟ้ากระจ่างอย่างชื่นชม
ปีเตอร์เดินตามออกมา ยิ้มเมื่อเห็นฟ้ากระจ่าง
“คุณจ้าง..ฟ้ากระจ่าง..บ้านเล็กๆ ของเรายินดีต้อนรับเธอ”
ฟ้ากระจ่างหาที่วางกระเช้า แล้วยกมือไหว้ “สวัสดีครับ คุณปีเตอร์” มองบ้านแสนอันอลังการ แล้วแซวขำๆ “บ้านเล็กมากเลยครับ”
ปีเตอร์หัวเราะเบาๆ “มาๆ ดื่มชากันก่อน เธอชอบชาอะไร จีน ฝรั่ง เย็นหรือร้อน”
“ชาจีนก็ดีนะครับ”
“บิงโก!! บ้านนี้มีคนคลั่งชาจีนอยู่คนนึงพอดี เธอจะได้ชิมชาที่ดีที่สุดที่เค้าสะสมไว้เลยล่ะ”
ทุกคนยิ้มแย้มในบรรยากาศอันแสนชื่นมื่น

น้ำชาสีดำคล้ำ ถูกบรรจงรินลงในถ้วยชาเล็กแบบจีน ปีเตอร์คือผู้รินชาจากกากระเบื้องจีนลงในถ้วยชากลมๆ เล็กๆ
แต่ละคน มีจานแบ่ง และมีจานวางคัพเค้กสวยงามบนโต๊ะ
“ชาผู่เอ๋อ..!!” ฟ้ากระจ่าง ดมๆ แล้วอุทานหลุดปากออกมาอย่างเคยชิน
ปีเตอร์มองอย่างทึ่งๆ “เธอรู้จักชาจีนจริงๆ ด้วย”
ฟ้ากระจ่างลืมตัว “มันเป็นชาที่แพงมากเลยนะครับ..แต่บางที โชคดี..คนที่มาไหว้เจ้าเค้าเอามาให้อาจารย์ตง...” พอนึกได้ รีบหุบปากแทบไม่ทัน
“อะไรนะ” ปีเตอร์งง
“อ๋อ..เอ้อ..อ่า..คือ..ไม่มีอะไรหรอกครับ มันเป็นนิทานโบราณน่ะครับ คือชาผู่เอ๋อ..มีชื่อว่าแพงราวกับทองคำ พวกคนจนๆ จะไม่มีโอกาสได้ชิมกันง่ายๆ ต้องไปไหว้เจ้า..แล้วบางที..มีเศรษฐีมาไหว้เจ้า แล้วเอาชานี้มาให้นักบวชที่ศาลเจ้า พวกคนจนๆถึงไปขอนักบวชชิมน่ะครับ” หัวเราะแห้งๆ
“นับว่าเป็นคนจนที่มีรสนิยมมากเลยนะคะ” เทเรซ่าสัพยอก
ฟ้ากระจ่างซับเหงื่อ “ครับ”
“แค่เทเรซ่าไม่ยักชอบชาผู่เอ๋อร์ร์ร์” เทเรซ่า ออกเสียงเหมือนตัวอาร์ ท่อนข้างหลังทอดยาวออกไป “เทเรซ่าว่ามันขม..เข้มข้นไปหน่อย”
“แต่รับประทานขนมหวานด้วย อาจจะช่วยได้นะครับ” ฟ้ากระจ่างแนะ
“เขาหมักชานี่ยังไงรู้ไหม ฟ้ากระจ่าง เขาต้องหมักในเข่งสานด้วยไม้ไผ่ ที่รองด้วยใบตอง แล้วเอามาอัดเป็นก้อนตั้งแต่ขนาดเท่าหัวแม่มือ ไปจนถึงขนาดเท่าโต๊ะกลม ๆ แล้วเก็บไว้ตั้งแต่ 1 ปี 5 ปี 10 ปี ไปจนถึง 20 ปี แล้วค่อยนำออกมาขาย”
“ผมทราบแค่ว่า มันเป็นชาที่ปลูกทางภาคใต้ของมณฑลยูนนาน ที่อำเภอผู่เอ๋อ” ฟ้ากระจ่างออกเสียงแบบไทยมาก
เทเรซ่ารีบพูดเหมือนจะช่วยแก้ภาษาให้ “หยุนหนาน..ผู่เอ๋อร์ร์ร์”
ฟ้ากระจ่างพูดตาม “หยุนหนาน ผู้เอ๋อร์ร์ร์”
สองคนขำฟ้ากระจ่าง ทั้งหมดหัวเราะกัน

ชิงชัยขับรถวนกลับมาดูหน้าบ้านปีเตอร์ ก็เห็นรถคันงามของฟ้ากระจ่าง จอดเด่นเป็นสง่าท้าทายสายตา
“ไอ้เลว”
ชิงชัยมองจ้อง ด้วยแววตาอาฆาต


ครู่ต่อมาปีเตอร์เดินนำ พาจ้างชมรอบบ้าน มุมนั้นมุมนี้
“นี่มุมโปรดชั้น..นั่งอ่านหนังสือสบายมาก..ตอนบ่ายๆลมพัดเย็น ไม่ต้องอาศัยเครื่องปรับอากาศเลย” ปีเตอร์ว่า
“มาดูห้องนี้สิคะ..ห้องทำงานของเทเรซ่า” ในนั้น น้องหมากำลังเล่นตุ๊กตาอยู่
ฟ้ากระจ่าง กับปีเตอร์เดินเข้าไป ดูโต๊ะทำงาน มุมนั่งเล่นที่มีของเย็บปักถักร้อย
“คุณเทเรซ่าชอบทำการฝีมือด้วยหรือครับ”
เทเรซ่าอวดตะกร้าสารพัดไหมพรม
“เทเรซ่ากำลังหัดถักนิตติ้งค่ะ ไว้..เทเรซ่าจะถักเสื้อให้คุณจ้าง”
ปีเตอร์หัวเราะ แซวลูกสาว “เอาเป็น..ที่รองแก้วก่อน ได้ไหมลูก..ถ้าถักที่รองแก้วสำเร็จ แล้วค่อยมาว่ากัน”
“แดดดี้!!”
ทั้งสามหัวเราะอย่างมีความสุข

ไม่นานต่อมา ปีเตอร์พยักให้ฟ้ากระจ่างตามมา แล้วพาไปที่แท่นไหว้บรรพบุรุษ ซึ่งมีป้ายตัวอักษร ภาษาจีนแขวนเด่นเป็นสง่า
ฟ้ากระจ่างอ่านออกเสียง “จิว..แซ่จิว”
“เธออ่านตัวจีนได้ด้วยเหรอ จ้าง..ใช่..ถ้าออกเสียงแบบคนแต้จิ๋วในเมืองไทย พวกเราแซ่จิว”
ฟ้ากระจ่างจ้องมองป้ายนั้น แววตาสนใจอย่างประหลาด เหมือนประทับใจความสวยของงานศิลปะ จึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ
ปีเตอร์มองตามไป แสงที่ส่องย้อนมาจากหน้าต่างด้านนั้นผ่านกระจก ฉายโชนโดนร่างฟ้ากระจ่างดูเรืองรอง จู่ๆ ปีเตอร์ขนลุกเกรียว จนต้องเอามือลูบแขนตัวเอง
ฟ้ากระจ่างเดินเข้าไป พนมมือ แสดงความเคารพ แล้วแตะที่ป้าย สัมผัสดูพื้นผิวงาน แล้วหันมา
“สวยจังครับ”
เทเรซ่ามอง แล้วอึ้งๆ
“แดดดี้คะ..ดูนั่น..ทำไม”
ด้านหลังป้ายตระกูล มีภาพถ่ายเก่าๆ หลายภาพเรียงราย แล้วมีภาพนึง ที่ดูคล้ายฟ้ากระจ่างอย่างมาก เป็นภาพคนหนุ่มที่แต่งตัวนักศึกษาในสมัยแมนจูปลายๆ ภาพเป็นสีซีเปียซีดจาง
ปีเตอร์อึ้งไป “แปลกจัง”
“อะไรครับ”
“ดูนั่นสิคะ”
ฟ้ากระจ่างหันไป กวาดตามอง แล้วชะงัก นิ่งมองที่ภาพนั้น ทำหน้างง
“เอ้อ..นี่ ใครครับ”
“อากงของแดดดี้”
“คุณปู่ของฉัน” ปีเตอร์บอก
ทุกคนต่างมองหน้ากันไปมา ทึ่ง อึ้ง และต่างพูดไม่ออก

มาดามพิณหน้าซีดเผือด ขณะทรุดตัวลงนั่งหลังรู้เรื่องจากลูกชาย
“หมายความว่ายังไง ลูกไอ้นายหัวบัญชาเข้านอกออกในบ้านปีเตอร์ได้แล้วงั้นเหรอ”
“คุณปีเตอร์ทำแบบนี้ได้ไง คนพวกนั้นฆ่าพ่อ แต่เทเรซ่า กับคุณปีเตอร์กลับเห็นว่ามันดี” ชิงชัยขัดเคืองใจนัก
“แต่คุณปีเตอร์ก็เกลียดนายหัวบัญชามากนะลูก”
“แต่นี่มันทายาทคนโตเลยนะแม่”
“หรือว่า..คุณปีเตอร์จะเห็นว่า คุณชายจ้างคนนี้ไม่เกี่ยวกะเรื่องทั้งหมด เพราะเขาเพิ่งโผล่มาทีหลัง”
“แล้วไง แม่ มาทีหลังแล้วไง..แปลว่า..เค้าสนับสนุนให้เทเรซ่า..ชอบพอกะไอ้จ้างได้ตามสบายเหรอไง แล้วผมล่ะ แล้วผม..ผมมันไม่มีตัวตนหรือไง” ชิงชัยโวยวายไม่เลิก
“ใจเย็นๆ ชิงชัย..อย่าลืม..ว่าคุณชายจ้างเขาโผล่มาในบทของฮีโร่ที่ช่วยหนูเทเรซ่าจากเงื้อมมือคนร้ายนะ”
“แล้วผมล่ะ ผมก็อยู่ในบทของทาสเทวี..เธอจะเอาอะไร ผมก็ทูนหัวทูนเกล้าให้ทุกอย่างตลอดนะครับ ผมด้อยกว่ามันตรงไหน”
“ลูกต้องใจเย็นกว่านี้ ชิงชัย ลูกเจอกับคู่แข่งที่น่ากลัวเข้าแล้ว”
“ผมไม่ยอม ผมรับไม่ได้ เทเรซ่า..ชอบมันมากกว่าผมใช่ไหม..เทเรซ่าเห็นผมเป็นตัวอะไร”
“ชิงชัย ในโลกของความรัก ก็เหมือนกับโลกธุรกิจ ..ลูกต้องแข่งขัน”

คำพูดของแม่ ทำเอาชิงชัยอึ้ง ใบหน้าเศร้า ขรึมลงไป

อ่านต่อตอนที่ 13



กำลังโหลดความคิดเห็น...