xs
xsm
sm
md
lg

รอยไหม ตอนที่ 28

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ติดตามอ่านละครออนไลน์ ได้ทาง www.manager.co.th ทุกเช้าเวลา 09.30 น.

รอยไหม ตอนที่ 28

บริวารตะลุยป่าแหวกพุ่มไม้ หาเก็บไหมออมกันสนุกมือ คำเที่ยงเก็บไหมอยู่ใกล้ๆ มณีรินซึ่งวอกแว่กไม่มีสมาธิเอาเสียเลย เพราะคอยแต่แอบชะเง้อมองหาศิริวงศ์
“เจ้าริน...จะไดผ่อบ่หันอยู่ใกล้ๆ มือเจ้ารินนี่หน่วยนึ่ง”
มณีรินอารมณ์ไม่ค่อยดี ที่ศิริวงศ์ไม่มา พูดขึ้นอย่างหงุดหงิด
“ปี้คำเที่ยงหัน ปี้คำเที่ยงก่อเก็บก๊ะ”
“ปี้บอกแล้วว่าแดดมันฮ้อนก่อบ่เจื่อปี้ นี่ยังดีเน้อไหมออมนักขนาดเก็บเต่าใดก็บ่หมด บ่อย่างอั้นละเสียเที่ยว ปี้ว่าเผลอๆทอผ้าตู๊มได้ทั้งผืนเชียวละ”
มณีรินหงุดหงิด คว้าร่ม เดินผละออกมาจากคำเที่ยง
“เจ้าริน...จะไปตี้ไหน”
“บ่ต้องมาตวยเฮา เฮาอยู่แถวนี้ละ”
มณีรินเดินอารมณ์บูดออกมา อีกด้านพลางบ่น
“คนใจดำ...จนป่านนี้ยัง บ่ โผล่หน้ามา...ยะอะหยังอยู่ที่ใด ขอให้ บ่ มีความสุข คอยดูเต๊อะเฮาจะ บ่ ปิ๊กไปดอก ผ้าตุ๊มเอาก็จะ บ่ ทอให้โตแล้ว”
มณีรินค้อนลมแล้งไปคนเดียว ศิริวงศ์ซ่อนตัวอยู่มุมหนึ่ง ไม่อยากแสดงตัวออกมาให้นางเห็น

+ + + + + + + + + + + +

ศิริวงศ์เดินคอตกเข้ามาในสวน สล่าพันมองดูท่าทางแล้วถาม...
“หนักก่อครับเจ้า”
ศิริวงศ์มองหน้าสล่าพัน
“ถามอะหยัง อ้ายพัน”
“ผมถามเจ้าว่า ไอ้ที่เจ้ากำลังแบกอยู่ หนักก่อ เพราะท่าทางไหล่จะล้า เอาทีเดียว”
ศิริวงศ์ถอนใจ
“มันหนักนัก ก็ปลดมันลงเต๊อะครับเจ้า จะทนแบกมันไว้ทำไม”
“เฮา กำลังพยายามอยู่อ้ายพัน”
“มีอะหยังที่ผมจะช่วย เจ้าได้ก็บอกเน้อครับ”
“ยินดีนัก อ้ายพัน”
ศิริวงศ์เดินจากมา สล่าพันมองตามอย่างห่วงใย

+ + + + + + + + + + +

ศิริวัฒนาไปที่เรือนมณีริน ดูรังไหมออมที่เก็บมา
“ไหมเลี้ยงก็มี ยังอุตส่าห์ออกไปเก็บไหมออมอีก”
“เจ้ารินเปิ้นกะว่าจะจกลายด้วยไหมออมสลับกับไหมคำเจ้า” คำเที่ยงบอก
“ผ้าตุ๊มผืนนี้จะต้องงามนักขนาด”
“วันพูกเจ้ารินเปิ้นก็จะเริ่มขึงไหมเส้นยืนแล้วเจ้า”
คำเที่ยงอธิบาย มณีรินนั่งนิ่ง
“บ่ ต้องรีบร้อนขนาดนั้นก็ได้มั่งเจ้าริน เพราะอ้ายตั้งใจจะชวนเจ้ารินไปดอยหลวงเชียงดาวด้วยกัน วันพูกอยู่ทีเดียว”
คำเที่ยงตาลุกโชน
“ดอยหลวงเชียงดาว ข้าเจ้าได้ยินแต่คนเปิ้นอู้ถึงกัน เปิ้นว่างามนักขนาด”
ศิริวัฒนายิ้ม
“วันพูกจะมีฝรั่งคู่ค้าไม้สักกับของป่ามาเป็นแขกของคุ้ม เปิ้นอยากจะออกแคมป์ที่ดอยหลวง เพราะอยากจะแอ่วป่าชมถ้ำ อ้ายเลยตั้งใจว่าจะชวนเจ้ารินไปด้วยกัน”
“ข้าเจ้าไปด้วยจะกลายเป็นภาระเปล่าๆ”
“บ่ดอก...บ่ เป็นภาระของอ้ายเลยสักนิด”
มณีรินนิ่งเครียดไม่อยากไป

+ + + + + + + + + + + +

ค่ำนั้น คำเที่ยงจัดเสื้อ ผ้า ให้มณีรินเพื่อเดินทางไปเชียงดาว
“เฮา บ่ อยากไปเลยพี่คำเที่ยง วันพูกพี่คำเที่ยงไปบอกเปิ้นแต่เช้าเลยเน้อว่าเฮา บ่ สบาย ปวดหัว เป็นไข้ ปวดท้อง อะหยังก็ได้”
“ยะจะอั้นได้จะได เจ้าริน”
“ได้สิ จะไดจะ บ่ ได้”
“พี่จุ๊ บ่ เป็นเน้อ มันบาป”
“เพื่อเฮา พี่คำเที่ยงยะ บ่ ได้ก๊ะ”
“เจ้าเปิ้น อุตส่าห์ตั้งใจเน้อ เปิ้นคงอยากจะอวดแขกของเปิ้นว่า ชายาของเปิ้นในวันข้างหน้า งามหมดจด เพียบพร้อมปานใด คิดเสียว่ามันเป็นหน้าที่ที่ต้องยะเน้อเจ้าริน”
“หน้าที่แห๋มแล้ว อะหยังก็เป็นหน้าที่เฮาชังคำคำนี้นัก”
น้ำเสียงมณีริน เศร้าสร้อยเต็มที

+ + + + + + + + + + + +

เช้าวันรุ่งขึ้น มณีรินร่วมเดินทางไปกับขบวรของศิริวัฒนาด้วย เมื่อถึงที่เรือนรับรองกลางป่า บริวาร จัดข้าวของเครื่องใช้ให้มณีริน ศิริวัฒนาเข้ามาหาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม...
“เป็นจะไดพ่องเจ้าริน...ม่วนก่อ”
คำเที่ยงยิ้มแย้มตอบแทนตามนิสัย
“ม่วนเจ้า...เจ้ารินฮักที่นี่นักขนาด”
“ทางปู๊นมีน้ำตกด้วย ได้ยินเสียงก่อ แต่เดือนนี้หนาวขนาด คงลงไปเล่นน้ำ บ่ ไหวดอก”
“แล้วถ้ำหลวง ล่ะเจ้า อยู่ทางใดน๊อ” คำเที่ยงอย่างตื่นเต้นอยากไป
“รู้สึกว่า เจ้าจะตื่นเต้นกับที่นี่มากกว่านายของเจ้าอีกเน้อ คำเที่ยง” ศิริวัฒนาขำๆ
คำเที่ยงรีบบอก
“เจ้ารินเปิ้นก็ตื่นเต้นเจ้า แต่เปิ้นแน่นอยู่ในอกจนอู้ออกมา บ่ ได้”
“เอาไว้วันพูก อ้ายจะพาไปแอ่วถ้ำหลวงเตรียมดอกไม้งามๆ ไปไหว้พระกันโตยเน้อ แต่ตอนนี้เจ้ารินออกไปรับแขกกับอ้ายก่อนเต๊อะแขกมาถึงกันแล้ว”
มณีรินหน้านิ่งไม่ยินดียินร้ายอะไร
ฝรั่งพากันเดินมาจากเรือนรับรองอีกฟากหนึ่ง ศิริวงศ์เดินมาด้วย แต่ถูกฝรั่งบังไว้ ศิริวัฒนา มณีริน ยืนคอยต้อนรับอยู่หน้าเรือนรับรอง
“สวัสดีตอนบ่ายมิสเตอร์จอห์นสัน มิสเตอร์วินส์สโลว์” ศิริวัฒนาทักทาย
ฝรั่งอังกฤษถวายคำนับ และทักทายตอบศิริวัฒนา
“ขอแนะนำให้รู้จัก คู่หมั้นของผม พริ้นเซสมณีริน จากเชียงตุง”
ฝรั่งถวายคำนับและทักทายมณีริน มณีรินทักทายตอบด้วยการสัมผัสมือ ไม่เคอะเขินกับการเข้าสังคมตะวันตก ศิริวงศ์ขยับออกมาจากด้านหลังฝรั่ง
“ตอนนั่งรถมาด้วยกัน มิสเตอร์จอห์นสัน บอกว่าตื่นเต้นมากที่จะได้พบเจ้านางมณีริน เพราะเขาได้ยินกิตติศัพท์ความงดงาม ความปราดเปรื่องของเจ้านาง มาจากหลายๆคนก่อนหน้านี้แล้วครับเจ้าอ้าย”
มณีรินอึ้ง เพราะไม่คาดคิดว่าจะพบศิริวงศ์ที่นี่ ศิริวงศ์ทำตัวเป็นปกติ อยู่ในหน้าที่การทำงาน ไม่สบตามณีรินแม้แต่นิดเดียว
“การเดินทางเป็นอย่างไรบ้าง เรียบร้อยดีไหม”
ศิริวัฒนาถาม บทสนทนาครึกครื้นเป็นกันเอง แต่มณีรินไม่ได้สนใจสิ่งใดเลย...

+ + + + + + + + + + + +

(อ่านต่อ หน้า 2 )







รอยไหม (ต่อ)  

พระชายา เข้ามาในห้องเครื่อง
“สำรับเสร็จแล้วก๊ะ”
พนักงานเปิดทางออกต้อนรับพระชายา
“เจ้าหลวงเปิ้นคงจะลงห้องเสวยค่ำหน่อย กับข้าวต้องอุ่นไว้เน้อ”
บัวเงินอยู่หน้าเตากับเม้ย รับคำ
“เจ้า...แม่เจ้า”
“อ้าว...บัวเงินเองเรอะ”
“เจ้า...เจ้านางน้อยเปิ้น บ่ อยู่ ข้าเจ้าเลยมาช่วยยะกับข้าวแทนเปิ้นเจ้า เปิ้นสอนข้าเจ้าเอาไว้ ว่าปรุงรสอย่างใดจึงจะถูกปากเจ้าหลวงเปิ้นเจ้า”
“ยินดีเน้อ...ดีแล้วละ ข้าดีใจที่เห็นเจ้า บ่ ได้คิดน้อยอกน้อยใจ๋อะหยัง”
“พระบารมีเจ้าหลวง และแม่เจ้าปกเกล้า ปกกระหม่อม เมตตาข้าเจ้า ชาตินี้ข้าเจ้าก่อ บ่ มีวันจดใจ้หมดดอกเจ้า อะหยังตี้ทำหื้อเจ้าหลวงและแม่เจ้าม่วนอกม่วนใจ๋ ข้าเจ้าก็ยินดีมอบกายถวายชีวิตยะหื้อจงได้เจ้า”บัวเงินบอกอย่างเอาใจ
“ยินดีนัก...บัวเงิน...”
เม้ยที่ถอยไปอยู่ไกลๆ หลบตาลงทัน พระชายาเลยไม่ทันได้เห็นแววตากร้าวกระด้างของมัน
“นังเม้ย แผลเอ็งหายดีแล้วก๊ะ”
“เจ้า...แผลยัง บ่ แห้งดีนัก แต่ก็ บ่ เจ็บ บ่ ปวดเท่าใดนักแล้ว”
“แล้วข้าจะฝากยาทาสมานแผลไปหื้อ ยานี้ได้มาจากเมืองจีน เปิ้นว่าวิเศษนัก”
“เป็นพระกรุณา แม่เจ้า”
พระชายายิ้มแย้มออกไป

+ + + + + + + + + + +

ค่ำนั้น...
บัวเงินบรรจงใส่ผงยาพิษลงไปในตลับหัวแหวน เม้ยนั่งมองอยู่มุมนึงไกลๆ
“มึงเล่นได้สบบท สมบาทถูกใจ๋กูนักอีเม้ย”
“คำอู้หวานๆจะอั้น มันหลอกได้แต่ละอ่อน บ่ฮู้เดียงสาเต่าอั้น แหละเจ้า...หม่อม”
“เวียงเจียงใหม่ได้เจ้าหลวงองค์ใหม่เมื่อใด กูจะทำหื้ออีพวกนี้ฮู้สำนึก”
“ถ้าจะอั้น ก็คง บ่ เมินดอกเจ้า อยู่ตี้ว่าหม่อมจะหาตางกำจัด อีมณีรินมันอย่างใด ยิ่งทำหื้อมันตายตกไปตามกั๋นได้ก่จะยิ่งดี”
บัวเงินหยิบแหวนขึ้นมาดู
“กูจะเลี้ยงยาสั่งนี่ไว้ สบโอกาสวันใด อีมณีริน บ่ มีตางพ้นข้อหาวางยาไอ้หงอกแน่”
“แม่เจ้าองค์ใหม่ พระนามว่า แม่เจ้าบัวเงิน ชื่ออีมณีรินมันจะต้องถูกลบออกไป บ่ มีผู้ใดจดจำ
นะกะเจ้าหม่อม”
บัวเงินเหี้ยมสายตามุ่งมั่น

+ + + + + + + + + + + +

ในป่า...
 

หลังอาหารค่ำ พวกผู้ชายดื่มสังสรรค์ แขกผรั่งหันมาถามมณีริน
“เจ้าหญิงทรงใช้ภาษาอังกฤษได้ดีเยี่ยม มิทราบว่าทรงได้รับการเรียนมาจากไหน”
“พ่อเจ้าของข้าพเจ้า จ้างมิชชันนารีอังกฤษมาเป็นครูของข้าพเจ้ามาตั้งแต่ยังเด็ก พ่อเจ้าของข้าพเจ้าทรงเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาอย่างคนตะวันออก”มณีรินอธิบาย
ศิริวัฒนายิ้มภูมิใจ
“เจ้าหญิงทรงคิดว่าผู้หญิงอยู่ในฐานะต่ำต้อยกว่าผู้ชายไหม” แขกฝรั่งถามต่อ
“คนตะวันตกมักจะคิดเช่นนั้น แต่ข้าพเจ้าไม่เคยรู้สึกเช่นนั้นเลย ภารกิจสำคัญเพียงใด พ่อเจ้าของข้าพเจ้ามิเคยเพิกเฉย ที่จะปรึกษาขอความเห็นจากแม่เจ้าของข้าพเจ้าทุกครั้งเสมอ ในโลกตะวันออกความสำคัญของผู้ชาย มักจะมีกำลังของผู้หญิงเป็นแรงขับดันอยู่เบื้องหลังเสมอ”
“น่าภาคภูมิใจแทน เจ้าชายศิริวัฒนาจริงๆ ที่จะได้คู่ครองเป็นเจ้าหญิง ผู้ฉลาดปราดเปรื่องเช่นนี้”
ศิริวัฒนายิ้มแย้มปลื้มใจ
“เจ้าหญิงทรงรักการอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจพอๆ กับการทอผ้า เธอกำลังจะเริ่มทอผ้าผืนนึงเพื่อใช้ในพิธีแต่งงานของเฮา”
ศิริวงศ์นิ่งเงียบเหมือนมิได้ร่วมวงสนทนา ฝรั่งชื่นชมมณีรินมากขึ้น...
“โอ...น่าทึ่งมากทีเดียว ผ้าผืนนั้นคงจะงดงามมาก ผมอยากเห็นจริงๆ”
“คุณได้เห็นแน่ เพราะคุณจะได้รับเชิญมาเป็นเกียรติ ในงานแต่งงานของเฮา”
ฝรั่งคุยป้อยอต่อไปเรื่อยๆ มณีรินเหมือนถูกตอกย้ำในเรื่องที่ไม่อยากได้ยินได้ฟัง

+ + + + + + + + + + +

กลางดึก...
 

คำเที่ยงหลับลึกไปนานแล้ว มณีรินพลิกตัวหลายตลบกว่าจะตัดสินใจลุกขึ้นนั่ง ว้าวุ่นใจหลายเรื่อง เปิดมุ้งออกมา คว้าผ้าคลุมไหล่
มณีริน เปิดประตูออกมาจากเรือนรับรอง บรรยากาศเงียบสงัด ไม่ได้ทำให้จิตใจที่ฟุ้งซ่าน สงบลงได้เลยมณีรินเดินเข้าไปในสวนป่า แสงจันทร์เดือนหงายสว่างนวลจนเห็นทุกอย่างนวลตา ไม่มีความรู้สึกกลัวสักนิด
มณีรินแหงนมองเดือนเต็มดวงแล้วถอนใจ ทันใดนั้นเสียง ศิริวงศ์ก็ดังขึ้น
“ออกมายะหยัง”
มณีรินสะดุ้งเฮือกหันกลับมา
“อันตรายรอบตั๋วทั้งงูทั้งเสือ บ่ฮู้ก๊ะ”
“ฮู้...แต่เฮาบ่กั๋ว จะต๋ายเพราะเสือกาบไปกิ๋น ก่อจ่างมันเต๊อะ ดีกว่าต้องทนต๋ายทั้งเป๋นอย่างตอนนี้”
“ปิ๊กขึ้นเฮือนไปเดี๋ยวนี้เต๊อะเจ้านางน้อยเฮา ขอเตือนเป๋นครั้งสุดท้าย”
“ตั๋วคิดว่าตั๋วเป๋นไผ ถึงมาสั่งเฮาได้”
ศิริวงศ์นิ่งอึ้ง
“เฮาบ่เข้าใจ๋...ตั๋วจะเอาอย่างใดกับเฮากั๋นแน่ คืนยี่เป็งตั๋วยะหื้อเฮามีความหวัง วันถัดมา ตั๋วปล่อยหื้อเฮาเก็บไหมออมลำพัง คืนนี้ตั๋วยังทำเหมือนเป๋นคนแปลกหน้าสำหรับเฮาอีก ตั๋วใจ๋ดำนักขนาด ฮู้ตั๋วก่อ เฮาจังตั๋วนัก บ่เคยจังคนใดเต่าตั๋วเลย”
มณีรินน้อยใจน้ำตาคลอ เดินหนีดุ่ยๆลึกเข้าไปในป่าข้างหน้า
“เจ้านางน้อย...เจ้านางน้อย”
ศิริวงศ์ตามออกไป มณีรินเดินหนีมาลิ่วๆเข้าไปในป่า
“เจ้านางน้อย”
“บ่ต้องมาฮ้อง ต่อแต่นี้ไปตั๋วจะเป๋นคนแปลกหน้าสำหรับเฮา เหมือนกั๋น ตั๋วอย่านึกว่าเฮาจะทำบ่ได้ เฮาจะนึกเสียว่า เฮาสองคนบ่เกยฮู้จักกั๋นมาก่อนเลย เฮาจะลืมมันเหียหื้อหมดเฮาบ่ เกยมีเปื่อนจื่อเจ้าน้อยศิริวงศ์”
ศิริวงศ์คว้าตัวมณีรินมา มณีรินดิ้นรนปัดป้องรุนแรงขึ้นจนศิริวงศ์ต้องดึงมากอดแน่น
“ปล่อยเฮา เฮาจังตั๋วนัก ปล่อย”
“แล้วตั๋วคิดว่าตั๋วเจ็บปวดคนเดียวก๊ะ ตั๋วคิดว่าเฮาบ่มีหัวใจ๋ก๊ะ เฮาก่อเป๋นคนเหมือนกั๋น ฮู้ฮ้อน ฮู้หนาว ฮู้จักผิดหวังเจ็บปวด ตั๋วบ่ฮู้หรอกว่าเฮาต้องตัดใจ่ ข่มใจ๋เพียงใด เมื่อฮู้ว่าตั๋วจะต้องแต่งงานกับอ้ายของเฮา ในอีกบ่ กี่วันตั้งหน้า เฮาได้แต่บอกตั๋วเองว่า จะคิดเป๋นอื่นใดกับตั๋วบ่ ได้นอกจากจะต้องเคารพนับถือ หื้อเกียรติตั๋วอย่างปี้สะใภ้ของเฮา ตั๋วเข้าใจ๋เฮาก่อ”
มณีรินนิ่งงัน ศิริวงศ์ค่อยๆปล่อยมณีริน
“ตี้อู้มาทั้งหมด นี่คือการลาจากกั๋นใจ่ก่อ” มณีรินตัดพ้อ
ศิริวงศ์หน้าเศร้าสลดลง
“ปิ๊กเข้าเฮือนเต๊อะ เจ้านางน้อยยิ่งดึกยิ่งหนาว จะเจ็บไข้เอาได้”
มณีรินน้ำตาไหล ศิริวงศ์อยากจะหันหน้าหนี
“เฮาจะเดินไปส่ง”

ศิริวงศ์เดินออกไป มณีรินยังยืนนิ่ง ศิริวงศ์หยุดชะงักและหันกลับไป มณีรินยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ศิริวงศ์เดินกลับเข้ามาหามณีรินอย่างไม่สามารถหักห้ามหัวใจของตัวเองได้ เขาเข้าสวมกอดและจูบเธออยู่เนิ่นนาน แล้วจึงถอนจูบออกมา
“เฮาเสียใจ๋...เฮาขอโทษ...”
มณีรินมองศิริวงศ์จิตใจกระเจิดกระเจิงไปแล้ว ศิริวงศ์ห้ามหัวใจตัวเองที่ไฝ่หาไม่ได้อีกต่อไป โผเข้ากอดจูบมณีรินอีกครั้ง มณีรินจูบตอบเขาอย่างดูดดื่ม ทั้งสองมิอาจต้านแรงปรารถนาของหัวใจได้อีกต่อไป
น้ำค้างหยดลงยอดหญ้าอย่างสงบ พระจันทร์คล้อยต่ำลงมามากแล้ว...เสียงไก่ป่าเริ่มขัน...ร่างสองร่างยังนอนตระกองกอดกันบนพื้น
“เราสองคนทำความผิดใหญ่หลวงนัก” ศิริวงศ์พูดขึ้นอย่างไม่สบายใจ
“ผิดอย่างใด...ในเมื่อเฮาฮักกั๋น”
“เจ้านางน้อย”
“ถ้ากำว่าหน้าที่เป๋นความตุ๊กเฮาจะทนแบกมันไว้ยะหยัง อะหยังจะเกิดก่อปล่อยหื้อมันเกิด เฮาบ่กั๋วอะหยังอีกแล้ว”
“ไก่ขันแล้ว จวนจะเจ้าแล้วปิ๊กเข้าเฮือนเต๊อะเจ้านางน้อย”
มณีรินขยับลุกขึ้น ผมยาวเต็มหลังมณีรินรวบผมเพื่อจะมุ่นมวย ศิริวงศ์กอดรัดจูบกำซาบกลิ่นหอมอย่างจะจดจำไว้ให้มิรู้ลืม

(อ่านต่อวันพรุ่งนี้)




กำลังโหลดความคิดเห็น...