xs
sm
md
lg

รอยไหม ตอนที่ 22

เผยแพร่:

ติดตามอ่านละครออนไลน์ได้ทาง www.manager.co.th ทุกเช้าเวลา 09.30 น.

รอยไหม ตอนที่ 22

ที่เรือนบัวเงิน...
 

ผีอีเม้ยม้วนตัว เป็นละอองมวลสารที่มากับแรงลม แล้วประกอบร่างขึ้นเป็นตัวตน คลานเข้ามาหาบัวเงิน
“หม่อมกะเจ้า เม้ยมีข่าวดี ตอนนี้อีมณีรินมัน บ่ มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องตัวมันแล้ว”
บัวเงินยิ้มเหี้ยม
“ดี...มึงสบโอกาสเมื่อไรก็ล้างบัญชีแค้นมันได้เลยอีเม้ย แล้วตอนนี้มันอยู่ที่ใด”
“มันยังเข้าๆ ออกๆ คุ้มเจ้าหลวงอยู่กะเจ้า”
“อีเม้ย”
“กะเจ้าหม่อม”
“ถ้ากู ทาย บ่ผิด อีมณีรินมันต้องกลับมาทอผ้าผืนนั้นต่อแน่ๆ”
“หม่อมของเม้ยฉลาดหลักแหลมนัก ทั่วทั้งเชียงใหม่ไปจนถึงลำพูน ลำปาง...”
เม้ยยังพูดไม่จบ บัวเงินตวาดแว๊ด
“มึงหุบปาก อีเม้ย...กูจะยอมให้มันทอผ้าผืนนั้นให้เสร็จ บ่ได้ เจ้าอ้ายต้องเป็นของกู อยู่กับกูคนเดียว”
“เม้ยจะขัดขวางมันทุกทางกะเจ้าหม่อม”
“ตอนนี้มันอยู่กับผู้ใด”
“หลานชายหม่อม คอยช่วยเหลือมันอยู่กะเจ้า”
บัวเงินเจ็บปวด
“สุริยะ...จนแล้วจนรอด อี...นี่มันก็ทำให้คนที่เขาฮักกัน กลายเป็นศัตรูกันได้”
บัวเงินย้อนความทรงจำในอดีต....
บนตึกคุ้มเจ้าหลวง...มณีรินร่วมโต๊ะเสวย กับเจ้าหลวง พระชายา ศิริวัฒนา และศิริวงศ์...
“เจ้าพี่อิ่มแล้วกะเจ้า ทำไมกินน้อยนัก บ่ลำกะเจ้า” พระชายาถามอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นเจ้าหลวงรวบช้อน
“ลิ้นมัน บ่ฮู้รสชาติอะหยัง เลย กินคำสองคำก็อิ่มแล้ว”
“บ่ เจริญอาหารจนผอมเอาๆ อย่างนี้ บ่ดีเลย พ่อเจ้าจะเจ็บไข้เอาได้เน้อ” ศิริวงศ์เตือนอย่างนอบน้อม
“ท้องอืดท้องเฟ้อ น่าจะเป็น เพราะระบบย่อยอาหาร บ่ดีเจ้า” มณีรินออกความเห็น
ศิริวัฒนายิ้มให้มณีรินแล้วถาม
“ถ้ายังงั้น พ่อเจ้าน่าจะกินอะหยังดีล่ะ เจ้าริน”
“แทนที่จะเสวยเนื้อสัตว์ ที่ย่อยยาก พ่อเจ้าน่าจะเสวยอาหารเบาๆ กว่านั้นเจ้า” มณีรินแนะนำ
พระชายายิ้มปลื้ม
“ถ้ายังงั้น แม่ฝากเจ้านางน้อย ช่วยดูแลด้วยเน้อ”
“เจ้า”
เม้ยเพิ่งยกสำรับจากเรือนบัวเงินเข้ามา ศิริวัฒนามองไม่พอใจนัก
“อ้าว...อย่างใดกันนังเม้ย ทุกคนเปิ้นจะอิ่มกันหมดแล้ว เอ็งเพิ่งจะยกสำรับของนายเอ็งมา”
“สุมาเต๊อะเจ้า อาหารเพิ่งเสร็จ เพราะหม่อมเปิ้น บ่ค่อยสบายเจ้า”
“พักนี้มีแต่คนเจ็บ คนป่วย นายเอ็งเป็นอะหยัง นังเม้ย” เจ้าหลวงถาม
“หม่อมเปิ้น บ่นแต่ว่าเวียนหัว ลุกขึ้นนั่ง ขึ้นเดินก็เวียนหัว นอนก็เวียนหัวเจ้า”
“แล้วตามมดตามหมอไปดูแล้วก๊ะ”
ทุกคนต่างฟังอาการของบัวเงินด้วยความเป็นห่วง

+ + + + + + + + + + + +

บนเรือนบัวเงิน...
 

บัวเงินนอนซม กุมมือศิริวัฒนาไว้ ขณะที่หมอกำลังตรวจจับชีพจร
“น้องรู้สึกละอายใจ ที่ทำให้ทุกคนต้องพลอยลำบาก”
“บ่ ได้ ลำบากอะหยัง อาหารการกินเจ้ารินเปิ้นก็ช่วยดูแล อยู่แล้ว บ่ ต้องห่วง พักผ่อนให้มากๆ เต๊อะจะได้แข็งแรง”
“ข้าเจ้าสงสัยว่า หม่อมเปิ้นคงจะหักโหมดูแลเจ้าตอนเจ้าบ่สบาย จนเปิ้นเอง บ่ได้กินได้นอน จนทรุดเอาน่ะเจ้า” เม้ยทำพูดเสียงอ่อยเห็นใจนาย
“ก็อาจจะเป็นไปได้”
มณีรินที่นั่งมองอยู่ห่างๆ ถามอย่างเป็นห่วง
“เอื้อยอยากจะกินอะหยัง เป็นพิเศษก่อ ข้าเจ้าจะได้ทำมาให้”
“เจ้านางน้อยช่างมีน้ำใจนักขนาด พี่ซาบซึ้งใจจน บ่ฮู้จะพรรณนา ออกมายังไง” บัวเงินทำเป็นซาบซึ้ง
ศิริวงศ์อึดอัดใจ ที่ต้องทนดูการแสดงของบัวเงิน หมอตรวจเสร็จพอดี ศิริวัฒนาหันไปถาม
“เป็นยังไงบ้างหมอ”
“บ่ มีอะหยังน่าเป็นห่วงดอกครับ หม่อมเปิ้นก็เป็นอย่างที่แม่หญิงเปิ้นเป็นกัน”
“ปกติยังไง ก็เปิ้นว่าใจสั่น เวียนหัว ลมตีขึ้น เหมือนจะเป็นลมอยู่นี่”
“ปกติของแม่หญิงที่กำลังตั้งครรภ์น่ะครับเจ้า”
ศิริวัฒนาตะลึง
“อะหยังเก๊าะ ตั้งครรภ์”
หมอยิ้มให้
“ครับเจ้า เท่าที่ตรวจดูตอนนี้ อายุครรภ์น่าจะได้สักสองสามเดือนแล้ว”
ศิริวัฒนาดีใจ บัวเงินปิติจนน้ำตาไหล เม้ยเข้าพัดวีบีบนวดนายอย่างเอาใจ มณีรินยิ้มดีใจด้วยอย่างจริงใจ ขณะที่ศิริวงศ์พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นยังไง
+ + + + + + + + + + + +

เมื่อกลับมาถึงเรือน มณีรินเล่าเรื่องที่บัวเงินท้องให้คำเที่ยงฟัง คำเที่ยงช็อค...
“หม่อมบัวเงินท้อง”
“หมอเปิ้นว่า คงจะสองสามเดือนแล้วด้วย นะพี่คำเที่ยง”
“พุทโธ ธัมโม สังโฆ แล้วจะไดเจ้าริน ยิ้มดีใจอยู่ได้”
“คนมีบุญเปิ้นจะมาเกิดเน้อ พี่คำเที่ยงจะ บ่ให้เฮาดีใจกับเปิ้นได้จะได”
“เจ้าริน...พิธีอภิเษกของเจ้ารินกับเจ้าศิริวัฒนา ยัง บ่ ได้จัดขึ้นเลย หม่อมของเปิ้นจะมาชิงตั้งท้องก่อนได้จะได”
“บ่ เห็นจะแปลกตรงไหนเลยพี่คำเที่ยง เอื้อยบัวเงินเปิ้นก็ได้ชื่อว่า เป็นเมีย เจ้าเปิ้นอยู่แล้ว จะช้าจะเร็ว เปิ้นก็ต้องมีลูกด้วยกันอยู่ดี”
“เจ้าริน...ยังไง เจ้ารินก็ต้องเป็นพระชายาเปิ้นเน้อ”
“จะสำคัญตรงไหน พี่คำเที่ยง ในเมื่อเฮา บ่อยากเป็นสักนิด สาธุ ขอให้เปิ้นได้ลูกชาย ขอให้เปิ้นฮักกันนักๆ จนเปลี่ยนใจ บ่อยากแต่งงานกับเฮา ขอให้เจ้าหลวง เปิ้นเปลี่ยนใจ สถาปนาเอื้อยบัวเงินขึ้นเป็นพระชายา เจ้าศิริวัฒนาเปิ้นแทนเฮาทีเถิ้ด”
คำเที่ยงคว้ามือที่พนมสาธุของมณีริน
“เจ้าริน”
“เฮาต้องการอิสระ เฮาอยากปิ๊กเชียงตุงบ้านเฮา ขอให้ลูกสมหวังด้วยเถิ้ด”
มณีรินบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง คำเที่ยงจึงไม่กล้าพูดอะไรอีก

+ + + + + + + + + + + +
(อ่านต่อหน้า 2 )
รอยไหม (ต่อ)
บัวเงินยิ้มดีใจสมหวัง
“เม้ยเห็นกับตาว่าหน้าอีมณีรินมันซีดแล้วซีดอีก มันคงอิจฉาหม่อมจนแถบจะอยากกลั้นใจตายไปตรงนั้น เลยนะเจ้าหม่อม”เม้ยใส่ไฟ
“แล้วถ้าลูกในท้องกู เป็นชายขึ้นมาล่ะอีเม้ย”
“หม่อมถามเม้ยได้จะได ไอ้อีหน้าไหนในเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แป้ น่าน มันก็ต้องฮู้ดี ว่าตำแหน่งพระชายาเจ้าราชบุตรจะไปตกที่ใครได้ นอกจากพระชายาบัวเงิน ของเม้ยคนเดียว”
“แล้วอีกหน่อย กูก็จะได้เป็นพระชายา เจ้านครเชียงใหม่”
“ใครๆก็ต้องฮ้องว่า ว่าแม่เจ้าบัวเงิน”
“แล้วอีมณีรินล่ะ อีเม้ย เอามันไปไว้ตรงไหนดี”
“มันจะไสหัวปิ๊กไปเชียงตุงบ้านป่าเมืองเถื่อนของมัน หรือจะไปลงนรกที่ใดก็ช่างหัวมันเต๊อะเจ้า พระชายาบัวเงิน บ่ เห็น จะต้องไปสนใจมันเลย”
นายกับบ่าวหัวเราะร่วนมีความสุข อิ่มเอิบใจ

+ + + + + + + + + + + +

พระชายายิ้มแย้มพึงใจ เมื่อรู้ว่าบัวเงินตั้งครรภ์
“เป็นข่าวดี เป็นเรื่องมงคลแต๊ๆ บ่ คาดคิดเลยว่าแม่จะได้อุ้มหลานทันใจขนาดนี้”
“อีกหน่อยก็มีตัวเล็กๆมาฮ้องใกล้ๆ ว่าปู่เจ้า ย่าเจ้า แล้วเน้อ”เจ้าหลวงยินดีเช่นกัน
บรรยากาศในคุ้มเจ้าหลวงชื่นมื่น ขณะที่ศิริวงศ์สบตากับสล่าพันอย่างกังวล
“พ่อเจ้า...ถ้าหากว่าหลานคนแรก เป็นชายแล้ว เอื้อยบัวเงินจะได้อยู่ในสถานะใด” ศิริวงศ์ถามขึ้น
“กว่าบัวเงินจะคลอดลูกก็คงล่วงเดือนแปดไปแล้ว งานแต่งงานศิริวัฒนากับมณีรินตกเดือนห้า ต่อให้บัวเงินได้ลูกชาย มันก็เป็นแค่หม่อมของอ้ายเจ้าอยู่ดี”
“แต่กฎมณเฑียรบาลเขียนเอาไว้ว่า...” สล่าพันพยายามจะแย้ง
เจ้าหลวงขัดขึ้นเสียงดัง
“ข้าฮู้...ไอ้พัน แต่กฎเขียนได้ก็แก้ไขได้ ข้ากับเจ้าหลวงเชียงตุงฮักใคร่นับถือเป็นพี่น้องร่วมน้ำสาบานกันมา ข้าขอลูกสาวเปิ้นมาเป็นสะใภ้ หมายจะให้เชียงใหม่กับเชียงตุงเชื่อมเป็นคำแผ่นเดียวกัน ไปตราบนานเท่านานเป็นพระชายาศิริวัฒนา เป็นแม่เจ้าเวียงเชียงใหม่คนต่อไป”
ศิริวัฒนาสบายใจที่นั่งอยู่ด้วย ยิ้มสบายใจ ขณะที่ศิริวงศ์ยิ่งเศร้า เมื่อนางอันเป็นที่รัก ดูเหมือนจะยิ่งห่างไกลไปทุกที

+ + + + + + + + + + + +

มณีรินเดินเข้ามาในสวนตามเสียงพิณเปี๊ยะมาอย่างตั้งใจ ศิริวงศ์เล่นพิณอยู่มุมหนึ่ง มณีรินเดินเข้ามาปักหลักนั่งฟัง ศิริวงศ์หันมาเห็นเขาก็ค่อยๆหยุดเล่น
“ถ้าจะเล่นเพลงใหม่ โตเลือกเพลงที่ฟังแล้วมีความสุข สดชื่นบ้างได้ก่อ โตเล่นแต่เพลงเศร้า” มณีรินพูดขึ้น
ศิริวงศ์หน้าเศร้าๆ
“พิณตัวนี้เสียงมันเศร้า จะเล่นให้ไม่เศร้าได้จะได”
“โตก็เล่นไปนึกถึงแต่เรื่องสนุก เรื่องความสุขไป บ่ได้ก๊ะ”
“เฮานึก บ่ ออก”
“ก็อย่างตอนที่เฮาปะกันครั้งแรกในกาด โตบ่ฮู้ว่าเฮาเป็นใคร ฮู้แต่ว่าเป็นหัวขโมยก็ได้”
ศิริวงศ์ยิ่งทำใจไม่ได้ใหญ่เลย
“เอาไว้วันหลังเต๊อะ จะเล่นให้ฟัง”
“โต บ่เคยไปเชียงตุงใช่ก๊ะ”
“บ่ เคย”
“ถ้าโตได้ไปเห็น โตจะต้องฮักบ้านเกิดของเฮา”
“จะไดมาพูดถึงบ้านเกิดของโตตอนนี้”
“เฮาฮู้สึกว่า เฮาคงจะได้ปิ๊ก เชียงตุงเร็วๆวันนี้ ถ้าเอื้อยบัวเงินเปิ้นได้ลูกชาย เปิ้นก็คงได้ขึ้นเป็น พระชายา เจ้าราชบุตร เฮาจะอยู่ที่นี่ทำไม เฮาขอปิ๊กเชียงตุงบ้านเฮาดีกว่า”
ศิริวงศ์พูดไม่ออก ไม่กล้าทำลายความสุขความฝัน ที่อาบอยู่บนหน้ามณีรินตอนนี้เลย
“ถ้าเฮาจะชวนโตไปแอ่วเชียงตุง สักครั้ง โตจะไปก่อ”
“ไปในฐานะอะหยัง”ศิริวงศ์จ้องเข้าไปในดวงตาของมณีริน
มณีรินชะงักหยุดนิ่ง เพราะสายตาของเขา
“ก็...ก็ฐานะ...เพื่อนคนนึงของเฮาก็ได้”
ศิริวงศ์ยิ้มเศร้า
“เจ้านางมณีรินแห่งเชียงตุงออกปากเชิญด้วยตัวเองจะอี้ เฮาจะปฏิเสธเปิ้นได้จะได”
มณีรินยิ้มหัวใจพองโต

+ + + + + + + + + + + +

ศิริวัฒนา ประคองพาบัวเงินออมาเดินเล่นอย่างเอาใจ
“ดีแล้วที่อาการแพ้ บ่มาก น้องอยากกินอะไร ก็สั่งนังเม้ยมันให้หามาให้ก็แล้วกันเน้อ”
“น้องอยากกินแต่หลู่วัว หลู่ควาย อย่างอื่น บ่นึกอยากเลย สงสัยลูกจะชอบ แค่นึกถึง น้องก็น้ำลายไหลแล้ว”
“แต่หมอเปิ้นว่า ของสด ของคาว กิน บ่ ดีเน้อ”
“ก็ลูกอยากกิน แล้วจะให้น้องยะจะได”
“งั้น ก็ อย่ากินนัก ก็แล้วกัน กินแต่พอหายอยากเน้อ”
“เจ้าอ้ายเจ้า เมื่อคืนน้องฝันดี๊ดี ฝันเห็นช้างเผือกตัวโต โตขนาด มันเดินออกจากป่ามาหาน้อง พอมาถึงตรงหน้าน้อง มันก็หมอบลง แล้วก็ชูงวงขึ้น ส่งลูกแก้วลูกโตมาให้น้อง น้องเอื้อมมือไปรับไว้ น้องดีใจตื้นตันใจจนน้ำตาไหล น้องว่าลูกของเฮาต้องเป็นคนมีบุญญาธิการมาเกิดน้องแน่ใจนักขนาดว่าเปิ้นต้องเป็นลูกชาย”
“จะลูกชาย ลูกหญิง อ้ายก็ฮักเหมือนกัน”
“จะเหมือนกันได้จะได ลูกชายต้องทำคุณได้มากกว่าลูกหญิง อย่างน้อยก็ได้บวชเฮียนให้คนเป็นพ่อ เป็นแม่ได้เกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์นะเจ้า”
“ลูกหญิงก็ทำความดีให้พ่อแม่ชื่นใจเหมือนได้ขึ้นสวรรค์เหมือนกัน”
“เจ้าอ้ายพูดเหมือนกับว่า บ่ อยากให้ลูกคนนี้เป็นชาย”
“ผู้ชายก็ได้ ผู้หญิงก็ดี เพราะยังไงก็ลูกของเฮาเน้อบัวเงิน”
“แล้วงานอภิเษกของเจ้าอ้ายกับเจ้านางน้อย จะเลื่อนออกไปก่อนก่อเจ้า”
“ทำไมต้องเลื่อนออกไปล่ะ”
“อ้าว...พ่อเจ้า แม่เจ้า เปิ้นบ่อยากให้แน่ใจก่อนกะเจ้า ถ้าหากน้องได้ลูกชาย”
“อ้ายบอกแล้วไงว่า ลูกชาย ลูกหญิงก็ บ่สำคัญ พ่อเจ้า เปิ้นเพิ่งสั่งให้ละเว้นกฎมณเฑียรบาล ยังไงอ้ายก็ต้องแต่งงานกับเจ้ารินเปิ้น ตำแหน่งพระชายายกให้เปิ้นไปเต๊อะ ยังไงอ้ายก็ฮักน้อง บ่ เคยเปลี่ยนแปลง”
บัวเงินเหมือนถูกตบหน้า อื้ออึงจนไม่ได้ยินอะไรอีกเลย

+ + + + + + + + + + + +

เม้ยถูกถีบกระเด็นออกมา หัวทิ่มหัวตำ บัวเงินระเบิด อารมณ์ ขว้างปา ข้าวของใกล้ตัว ระบายตามคับแค้นใจ
“ปล่อยให้กูหลงดีใจ สุดท้ายกูก็เป็นได้แค่เมียหม่อม เหมือนเดิมเจ้าหลวงไม่ยุติธรรมกับกู เป็นถึงเจ้าหลวงกลับตระบัดสัตย์ กูชังนักกูชังทุกคน”
“หม่อมกะเจ้า เบาๆลงหน่อยเต๊อะ เจ้าเดี๋ยวใครมาได้ยินเข้า จะบ่ดี”
“กูบ่ดีตรงไหน ทุกคนถึงลำเอียงไปฮักใคร่เอ็นดูมันนัก มันเป็นนางฟ้านางสวรรค์มาจากไหนกัน”
“หม่อมกะเจ้า เม้ยสงสารหม่อมเหลือเกิน”
“ที่กูอุตส่าห์ ทำมาทั้งหมด กูได้อะหยังบ้าง อีเม้ย กูอยากตาย...กูอยากตาย...”
“หม่อมกะเจ้า เม้ยยังอยู่กับหม่อมทั้งคน หม่อมอย่าเพิ่งท้อแท้ หมดหวังเลยเจ้า”
“กูมาก่อนมันแท้ๆ แต่กูจะต้องยอมทนเป็นเบี้ยล่างมันไปจนตายรึไง”
“หม่อมกะเจ้า หม่อมยัง บ่ หมดสิ้นหนทางดอก ถ้าบ่มีอีมารมณีรินเสียคนเดียว ตำแหน่งพระชายา เจ้าราชบุตร จะไปไหนเสีย”
“กูอยากจะฆ่ามันให้ตายคามือกู”
“บ่ ต้องลำบากถึงมือหม่อมดอก เม้ยจะจัดการให้หม่อมเองเจ้า...”
บัวเงินแค้นจัด เม้ยหน้ามุ่งมั่นต้องกำจัดมณีรินให้ได้

(อ่านต่อวันพรุ่งนี้)
กำลังโหลดความคิดเห็น...