xs
xsm
sm
md
lg

Stone Balance สมดุลหิน สมดุลสมาธิ สู่สมดุลชีวิต

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เดือนกรกฎา ฝนมาฟ้าฉ่ำ น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา คราวนี้ “บัวน้อย” จะพาเข้าป่าไปดูปลา..อุ๊ย ไม่ใช่ค่ะ ไปดูการจัดวางหินอันงดงามน่าชมของ “ไมเคิล แกร๊บ” ศิลปินหนุ่มชาวแคนาดา วัย 31 ปี ที่มีฝีมือระดับปรมาจารย์ด้านศิลปะการจัดวางหินสมดุล (Stone Balance Arts) ดูแล้วต้องทึ่ง.. อึ้ง.. เสียวสุด (กลัวล้ม) แต่ก่อนจะไปชมงานศิลป์สุดสวยนี้ ก็ต้องไปรู้จักกับศิลปินผู้สร้างสรรค์ รวมทั้งความเป็นมากันก่อนนะคะ

พบศาสตร์การจัดวางหินสมดุลอย่างบังเอิญ
ไมเคิลเกิดและเติบโตที่ประเทศแคนาดา แต่ได้ย้ายมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยในเมืองโบลเดอร์ รัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา และที่นี่เองที่เขาได้ค้นพบศาสตร์แห่งการจัดวางหินให้สมดุล อย่างที่เรียกว่าบังเอิญจริงๆ ขณะเดินลัดเลาะชมความงามของลำธารเล็กๆในช่องแคบโบลเดอร์

ตั้งแต่นั้นมา ความอยากรู้อยากเห็น ก็ค่อยๆกลายเป็นความหลงใหลในการสร้างสรรค์งานศิลปะ

กระบวนการจัดวางหินให้สมดุลและสวยงามของไมเคิล เป็นการทำสมาธิบนความสมดุล ซึ่งต้องอาศัยใจรักธรรมชาติ การพิจารณารูปแบบการจัดวาง ความอดทน การหายใจเข้าออกช้าๆ มือต้องนิ่ง มือกับใจต้องผสานเป็นหนึ่งเดียว

เขาใช้เวลายาวนานหลายชั่วโมงอย่างมีสมาธิ ในป่าบริเวณช่องแคบโบลเดอร์ เพื่อหาก้อนหินขนาดต่างๆ ทั้งเล็กและใหญ่ มาวางต่อกันบนจุดที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเชื่อมต่อกันได้ ซึ่งไมเคิลบอกว่า กาวที่ใช้เชื่อมต่อหินนั้น เป็นกาวธรรมชาติ ซึ่งก็คือแรงดึงดูดของโลกนั่นเอง ศิลปะที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นเป็นความสมดุลระหว่างการอยู่นิ่งของก้อนหิน และการเคลื่อนไหวของสายน้ำ ท่ามกลางป่าเขา ที่ดูราวกับบทกวีอันล้ำค่า

เหตุที่เลือกทำ Stone Balance
ศิลปินหนุ่มบอกเหตุผลสำคัญที่เขาเลือกทำ Stone Balance ว่า

“มันสนุก ช่วยปลดปล่อยความเครียด ผ่อนคลาย ได้เล่น ได้สร้างสรรค์ ได้เรียนรู้ ขณะเดียวกันก็ท้าทายฝีมือของผม และเล่นกับความเป็นไปได้อย่างไม่รู้จบ

และที่ลึกซึ้งกว่านั้นคือ มันเกี่ยวข้องกับการฝึกทำสมาธิด้วย ซึ่งดูเหมือนจะช่วยให้ผู้ปฏิบัติอย่างจริงจัง เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

สำหรับผมแล้ว การจัดวางหินให้สมดุล เหมือนการเล่นโยคะ ที่หลอมรวมตัวผมและสภาพแวดล้อมเข้าด้วยกัน จนเกิดความสมดุล ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันอาจทำให้ผมท้อแท้จนถึงขีดสุด หรือมันอาจเผยถึงอำนาจวิเศษเหนือคำพูด ซึ่งทำให้ผมได้เรียนรู้กับมัน

พูดง่ายๆก็คือ ผมรู้สึกได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ขณะฝึกสมาธิ บ่อยครั้งที่ผมรู้สึกราวกับว่า ผมกำลังเหลือบมองความจริงบางอย่าง ขณะกำลังโลดแล่นท่ามกลางบทกวีที่พริ้วไหว อันเป็นความงดงามเหนือธรรมชาติ ตามการสื่อความหมายอันแหลมคมของเซน(พุทธศาสนานิกายเซน)”

เคล็ดลับขยับหินให้สมดุล
ไมเคิลเผยเคล็ดลับสุดทึ่งในการจัดวางก้อนหินได้แบบเหลือเชื่อนี้ว่า

“การสร้างสมดุลในการวางหิน เป็นสิ่งท้าทาย ต้องอาศัยการพิจารณาองค์ประกอบทั้งกายภาพและมโนภาพที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้น เริ่มแรกเลยเราต้องทำความรู้จักก้อนหินที่จะนำมาจัดวาง เพราะหินบางก้อนมีลักษณะเหมาะแก่การจะนำมาวางทางซ้าย ขวา หน้า หลัง บน หรือล่าง

เคล็ดลับของผมคือ ต้องเล่นกับก้อนหิน แล้วทดลองวางไปเรื่อยๆ ผมแนะนำให้ใช้ก้อนหินที่มีน้ำหนักมาก แต่หยิบจับปลอดภัย เพราะการใช้หินก้อนใหญ่ (ตามกำลังของเรา) จะช่วยให้เรารับรู้จุดคลิกหรือจุดสมดุลได้กว้างขึ้น รวมถึงช่วยต้านแรงลมหรือแรงกัดกร่อนได้มากกว่าหินที่เบา และนี่คือเหตุผลบางอย่างที่ว่า ทำไมผมจึงมักวางหินก้อนใหญ่ไว้ด้านบน

องค์ประกอบสำคัญที่สุดทางกายภาพคือ หาจุดที่เป็นเหมือน “ขาตั้ง” ให้หินวางอยู่ได้ พื้นผิวหินทุกก้อนเต็มไปด้วยรอยบากหรือรอยเว้าน้อยใหญ่แตกต่างกันไป ซึ่งทำหน้าที่เป็นขาตั้งธรรมชาติ ให้เราวางหินตั้งขึ้น หรือในทิศทางที่ต้องการได้

การจัดวางหินให้สมดุล อาศัยจุดสัมผัสอย่างน้อย 3 จุด เมื่อเราใส่ใจกับการสั่นไหวของก้อนหิน ก็จะเริ่มรู้สึกได้ถึง “จุดคลิก” ขณะที่รอยบากบนก้อนหินต่างๆ เคลื่อนทับกันไปมา แม้จะเป็นจุดที่เล็กที่สุดก็ตาม จุดสมดุลบางจุดจะให้ความรู้สึกของภาพลวงตาในภาวะไร้น้ำหนัก เพราะดูเหมือนก้อนหินแทบจะไม่ได้สัมผัสกันเลย

ส่วนการอธิบายองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดทางมโนภาพนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับการค้นหา “ขาตั้ง” อันเป็นองค์ประกอบทางกายภาพแล้ว ดูจะยากกว่า มันอาจจะเปรียบเหมือนการทำสมาธิ หาความเงียบสงบภายในจิตใจ ซึ่งต้องอาศัยความเพียรพยายามและความอดทนของเรา จนกว่าเราจะบรรลุถึงจุดสมดุลที่สงบนิ่งภายใน”

เรายังคงสงบนิ่งได้ ท่ามกลางความวุ่นวาย
ศิลปินหนุ่มได้พูดถึงการสร้างสรรค์ผลงานของเขาว่า

“ผมอยากจะชี้ให้เห็นถึงแนวคิดที่ว่า เราเป็นผู้สร้างทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของตัวเอง มากกว่าจะเป็นเพียงผู้รับ การมีสติช่วยเราได้จริง เมื่อฝึกคิดเช่นนี้ จะทำให้เราสามารถสร้างสรรค์งานได้อย่างอิสระ แปรเปลี่ยนแนวคิดให้ออกมาเป็นรูปธรรมคือสิ่งที่สัมผัสได้จริง

สำหรับผมแล้ว การสร้างสิ่งที่ไม่คงทนถาวรเช่นการจัดวางหินให้สมดุล มันสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่เราจะยังคงสงบนิ่งได้ ท่ามกลางความวุ่นวายที่เราต้องเผชิญอยู่ตลอดชีวิต”

ชีวิตเป็นเรื่องที่วนเวียนอยู่กับการเกิดและดับ
ไมเคิลได้กล่าวถึงคำสอนของซอกยัล รินโปเช (Sogyal Rinpoche) ลามะชาวทิเบต ผู้ก่อตั้ง “Rigpa” องค์กรพุทธสากล ซึ่งมีศูนย์และกลุ่มพุทธกว่า 100 แห่ง ใน 41 ประเทศทั่วโลก และเป็นผู้เขียนหนังสือขายดีชื่อ “The Tibetan Book of Living and Dying” ที่ถูกตีพิมพ์เป็นภาษาต่างๆ 30 ภาษา ใน 56 ประเทศ ซึ่งได้เขียนไว้ว่า

“ไม่มีทางที่เราจะรู้จักกับความตายได้เลย หากมันเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่นับว่าโชคดี ที่ชีวิตเป็นเรื่องที่วนเวียนอยู่กับการเกิดและดับ ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ทุกครั้งที่อาตมาได้ยินเสียงกระแสน้ำซัดภูเขา หรือเกลียวคลื่นกระทบฝั่ง หรือเสียงหัวใจตัวเองเต้น อาตมาได้ยินเสียงแห่งความไม่เที่ยง การเปลี่ยนแปลงต่างๆ คือการเชื่อมโยงระหว่างการเกิดและดับ มันเป็นชีพจรของความตาย ที่กระตุ้นเตือนให้เราปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่างที่ยึดมั่นไว้”

ปัจจุบัน ไมเคิลได้กลายเป็นผู้มีชื่อเสียงในการจัดวางหินให้สมดุลและสวยงามตลอดแนวช่องแคบโบลเดอร์ เขาได้เดินทางไปหลายประเทศ เพื่อจัดแสดงศิลปะที่ตัวเองได้สร้างขึ้นและถ่ายรูปเก็บไว้ รวมทั้งสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ด้วย
อ่านเรื่องราวของศิลปินผู้สร้างศิลปะการจัดวางหินสมดุลจบแล้ว ใครที่อยู่ใกล้แม่น้ำลำธาร ลองไปทำดูบ้างก็ได้ ถือเป็นการฝึกสมาธิอย่างหนึ่ง ไม่แน่..อาจจะมีศิลปินจัดวางหินหน้าใหม่แจ้งเกิดในเมืองไทยก็ได้นะคะ

(จาก นิตยสารธรรมลีลา ฉบับที่ 175 กรกฎาคม 2558 โดย บัวน้อย)





















กำลังโหลดความคิดเห็น...