xs
xsm
sm
md
lg

มองเป็นเห็นธรรม : ความเพียร เคล็ดลับของความสำเร็จ จดหมายจากพ่อถึงลูก ฉบับที่ 6

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ถึง...ตุลย์....ลูกรัก

พ่อรู้สึกว่าปีนี้แม่มีความสุขมากขึ้น เพราะลูกพาหลานๆมาเยี่ยมในเทศกาลวันหยุดทุกครั้ง การได้ทำกิจกรรมกับหลาน ช่วยทำให้แม่หายจากภาวะซึมเศร้าได้มาก อาการโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นอยู่บ่อยๆก็หายไปเหมือนกัน ขอบใจลูกมากนะ ที่ทำให้ชีวิตวัยชราของพ่อแม่เต็มไปด้วยความอบอุ่นใจเสมอ

ลูกคงจำภาพการเวียนเทียนในวันวิสาขบูชา รอบพระวิหารคด วัดใหญ่ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่หลวงพ่อพระพุทธชินราช เพราะไหนจะต้องคอยกำราบหลานๆให้สงบ ไหนจะต้องคอยดูแลพ่อแม่ รวมทั้งต้องระมัดระวังธูปเทียนของคนที่เดินอยู่ใกล้ๆ ลูกถามพ่อว่า ลูกจะได้บุญไหม เพราะใจไม่สงบด้วยความกังวลที่เกิดขึ้น พ่อตอบลูกว่า ลูกคิดไว้ว่าจะเวียนเทียนถวายเป็นพุทธบูชา ๓ รอบ เดินได้ตามตั้งใจ บุญก็เกิดแล้ว พ่อจึงได้เห็นรอยยิ้มอย่างสุขใจของลูกทันที

วันนี้พ่อมานั่งพินิจถึงเรื่องที่ตอบลูกในตอนนั้น ทำให้อดใจไม่ได้ ที่จะเขียนมาขยายความให้ลูกได้อ่านพิจารณาเห็นรูปธรรมในการทำชีวิตให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ลองคิดตามดูนะ

วันวิสาขบูชา เรารู้ถึงความสำคัญแล้วว่าเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน บรรพชนไทยจึงกำหนดประเพณีให้ลูกหลานถือปฏิบัติในวันนี้ ด้วยการทำบุญตักบาตร รักษาศีล ฟังธรรมและไหว้พระเวียนเทียนถวายเป็นพุทธบูชา นี่เป็น “ปัญญา” รู้ตามปกติของพุทธศาสนิกชน

เมื่อรู้แล้ว และมีสำนึกกตัญญูต่อคำสั่งสอนของบรรพชนไทย เราก็ต้องปฏิบัติตามกรอบประเพณีที่ท่านกำหนดไว้ ประเทศชาติก็จะมีเอกลักษณ์แสดงต่อประชาคมโลกได้อย่างต่อเนื่อง

การเวียนเทียนเป็นการแสดงความเคารพอย่างหนึ่ง ที่สืบทอดมาจากประเทศอินเดีย บรรพชนไทยกำหนดพิธีเวียนเทียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาไว้ว่า ต้องเดินเวียนเทียนให้ได้ครบ ๓ รอบ เพื่อบูชาคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์

ในการเดินรอบแรก ก็ให้ระลึกถึงพระพุทธคุณ รอบที่สอง ระลึกถึงพระธรรมคุณ รอบที่สาม ระลึกถึงพระสังฆคุณ การเวียนเทียนจึงมีเป้าหมายว่า จะต้องเดินรอบพุทธสถานที่กำหนดไว้ให้ได้ครบ ๓ รอบ นี่ก็คือการตั้ง “อธิษฐาน” ที่พ่อได้กล่าวไว้แล้วในจดหมายฉบับก่อน

การตั้งใจเดินอย่างไม่ลดละให้ได้ ๓ รอบ ก็คือ “สัจจะ” การเสียสละเวลาที่จะประกอบกิจอื่น เพื่อมาเดินเวียนเทียน ก็คือ “จาคะ” การทำใจให้สงบจากสิ่งยั่วยุต่างๆ ก็คือ “อุปสมะ” นี่เพียงแค่จุดเริ่มต้นของการเวียนเทียน ลองคิดเปรียบเทียบกับเป้าหมายชีวิตที่พ่อได้พรรณนาให้ลูกได้ทราบแล้ว ลูกมีครบถ้วนหรือยัง ?

ในขณะเดินเวียนเทียน สิ่งที่จำเป็นต้องมีอย่างต่อเนื่องก็คือความขยันหมั่นเพียรในการเดินจนครบ ๓ รอบ นี่คือ “วิริยะ” ทุกย่างก้าวที่เดินก็ต้องกำหนดระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ตามรอบที่เดิน พูดง่ายๆคือจะต้องมีระเบียบวินัยของการเดิน ก็คือ “ศีล” ความอดทนต่อความเหนื่อยล้า อดทนต่อสิ่งที่มาทำลายความตั้งใจไว้ ก็คือ “ขันติ” การรักษาอารมณ์ให้อยู่เป็นปกติ ไม่ให้ตกไปอำนาจของความอยากได้ ความโกรธ หรือความหลงในกาม ก็คือ “เนกขัมมะ” ความปรารถนาให้คนที่ร่วมเดินเวียนเทียนได้มีความสุขจากบุญกุศลในการเวียนเทียนเหมือนตน ก็คือ “เมตตา”

เมื่อเดินเวียนเทียนเสร็จแล้ว ถือว่าสัมฤทธิผลตรงตามเป้าหมาย ผลที่จะเกิดขึ้นจะเป็นสิ่งใดก็ตาม ก็วางใจเป็นกลางๆ ก็คือ “อุเบกขา”

สรุปได้ว่า ในขณะเดินเวียนเทียนเราต้องปฏิบัติธรรมถึง ๖ ข้อด้วยกัน แล้วในชีวิตจริงที่จะเดินไปสู่ความสำเร็จของชีวิต ธรรมทั้ง ๖ นี้จะปฏิบัติได้จริงหรือ ?

ในโลกนี้มีบุคคลมากมายที่ได้ตั้งเป้าหมายชีวิตไว้ แต่มีเพียงน้อยคนที่จะบรรลุถึงเป้าหมายชีวิตที่ตนตั้งไว้ สิ่งที่ทำให้หลายคนไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต ก็คือ “วิริยะ” ความเพียร ที่มีธรรมอีก ๕ ประการกำกับนี่เอง

ขณะที่พ่อนั่งเขียนจดหมายยามค่ำคืนได้ ก็ด้วยอาศัยวิริยะ ความขยันหมั่นเพียร ของ โทมัส อัลวา เอดิสัน ผู้คิดประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า ที่นำให้เกิดความสะดวกสบายเช่นทุกวันนี้

พ่ออยากให้ลูกจำคำตอบของเอดิสัน เมื่อนักข่าวรุมถามเขาว่า คิดอย่างไรที่คนทั่วไปเรียกเขาว่าอัจฉริยะ เอดิสันตอบว่า “คำว่าอัจฉริยะในความคิดของผม ประกอบด้วยพรสวรรค์เพียง ๑% ส่วนอีก ๙๙% มาจากความพยายาม”

จากประสบการณ์ของพ่อที่ผ่านมา เอาเพียงแค่เป้าหมายที่จะให้ลูกเรียนจบตามกำลังความสามารถ พ่อมีแต่ความพยายาม(วิริยะ) ที่จะเลี้ยงลูกให้มีความสามารถในการศึกษาเท่านั้น ความที่ต้องรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มแข็ง(ศีล) เพราะความจำกัดทางเงินเดือนที่ได้รับ ทำให้พ่อมีปกติชีวิตที่ต้องห่างไกลจากสิ่งยั่วยวนกวนเงินในกระเป๋า ไม่มีสิทธิ์นำเงินไปซื้อความฟุ้งเฟ้อตามกระแสสังคม กามกิเลสที่จะชวนให้พ่อละเลยจากภาระหน้าที่ในครอบครัวก็ไม่ผลต่อจิตใจของพ่อ(เนกขัมมะ) เพราะพ่อมีความซื่อสัตย์ในเป้าหมายชีวิตว่าจะส่งเสียลูกให้เรียนจบ

ลูกอยู่ในวัยที่รู้แล้วนะว่า พ่อต้องใช้ความอดทนต่อการยั่วยวนของกามกิเลสอย่างนี้ได้อย่างไร (ขันติ) นี่คือสิ่งที่ช่วยให้ครอบครัวเรามีความเข้มแข็งเสมอมา พ่อแม่สามารถส่งเสียให้ลูกเรียนจนจบมหาวิทยาลัยได้ในที่สุด ด้วยความปรารถนาดีต่อลูก(เมตตา) และการทำใจยอมรับผลที่จะเกิดขึ้นมาจากลูก หลังจากที่เราได้ใช้ความพยายามในการเลี้ยงดูลูกอย่างเต็มความสามารถแล้ว(อุเบกขา)

วันนี้ลูกได้ทำให้เป้าหมายชีวิตของพ่อได้สัมฤทธิผล และทำให้พ่อได้ตระหนักอย่างเด่นชัดในพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่า ความขยันหมั่นเพียร ทำให้ได้ประโยชน์หลายอย่าง เพราะความขยันหมั่นเพียรนั้น ประกอบด้วยศีล ประกอบด้วยขันติ อาจทำมิตรทั้งหลายให้ถึงความสุข หรืออาจทำศัตรูทั้งหลายให้ถึงความทุกข์ได้

พ่ออยากให้ลูกนึกถึงภาพพุทธประวัติตอนที่จะตรัสรู้ เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะทรงรับถวายหญ้ากุศะ ๘ กำมือ จากโสตถิยพราหมณ์ ทรงนำไปปูลาดเป็นโพธิบัลลังก์ ณ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก หันพระปฤษฏางค์(หลัง) ไปทางลำต้นพระศรีมหาโพธิ์ ทรงอธิษฐานในพระทัยว่า

“...หนัง เอ็น กระดูก จักไม่เหลืออยู่ เนื้อและเลือดในสรีระ จักเหือดแห้งไปก็ตามที เมื่อยังไม่ลุถึงประโยชน์อันบุคคลจะลุได้ด้วยกำลังของบุรุษ(การตรัสรู้) ด้วยความเพียรของบุรุษ (มนุษย์) ด้วยความบากบั่นของบุรุษแล้ว จักหยุดความเพียรนั้นเสีย เป็นไม่มีเลย...”

แล้วพระองค์ทรงบำเพ็ญเพียรทางจิต จนตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ในที่สุด พระยามารผู้เป็นศัตรูที่ติดตามมาพระองค์มาหลายชาติภพต้องถึงแก่ความทุกข์ เพราะความที่พระพุทธเจ้าทรงหลุดพ้นจากอำนาจตน เทพพรหมผู้เป็นกัลยาณมิตรของพระพุทธองค์ล้วนแซ่ซ้องสรรเสริญ มีความสุขกันถ้วนหน้า เพราะจักได้อาศัยพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ นำตนให้บรรลุธรรมตามความสามารถ

ลูกพึงระลึกไว้ว่า ในการเดินทางไปสู่เป้าหมายชีวิต ย่อมมีทั้งมิตรและศัตรูอยู่เสมอ การจะทำให้ศัตรูกลายเป็นมิตร และทำมิตรให้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเสมอไป ก็ต้องอาศัยความปรารถนาดีต่อกัน ที่พ่อได้ปรารภไว้ในจดหมายฉบับที่ ๑ แล้ว

พ่ออยากให้ลูกทบทวนตนเองว่า องค์อันเป็นที่ตั้งแห่งความเพียร ๕ อย่าง มีอยู่ในจิตใจของตนไหม ถ้ามีครบ แสดงว่าลูกเป็นผู้มีความเพียร ลองตรวจสอบดูในแต่ละข้อต่อไปนี้นะ

๑. เป็นผู้มีความเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนา อันเป็นพระปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้านี่ จะเป็นรากฐานแห่งที่พึ่ง แห่งกำลังใจในการต่อสู้ชีวิต ทุกครั้งที่ประสบอุปสรรคในการดำเนินชีวิตไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ ก็สามารถพาตนให้ผ่านพ้นอุปสรรคเหล่านั้นไปด้วยพุทธธรรมที่ได้ศึกษามาดีแล้ว ด้วยเชื่อมั่นว่า “ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม”

ความเชื่อมั่นนี้จะทำให้ลูกเป็นผู้มีเหตุผลในการสร้างเป้าหมายชีวิต ที่อยู่ในขอบเขตความสามารถของตนเองที่จะมีความเพียรนำไปถึงได้

๒. เป็นผู้มีปกติดูแลเอาใจใส่ต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของตนเองอยู่เสมอ ด้วยระยะเวลาในการทำความสำเร็จในเป้าหมายชีวิต ไม่สามารถกำหนดเวลาได้ การดูแลสุขภาพและจิตใจให้แข็งแรงเข็มแข็งอยู่เสมอ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตอย่างยิ่ง

๓. เป็นผู้ไม่โอ้อวด ไม่มีมารยา เปิดเผยตนตามเป็นจริง ต่อเพื่อนร่วมงานที่เป็นวิญญูชนทั้งหลาย ความจริงใจที่มีต่อกันเป็นส่วนสนับสนุนให้ทุกคนสามัคคีในการทำงานสู่เป้าหมายที่มีร่วมกันจนสำเร็จ โทมัส อัลวา เอดิสัน ก็อาศัยความสามัคคีของเพื่อนร่วมงาน ทดลองเปลี่ยนวัสดุเป็นไส้หลอดหลายหมื่นครั้ง จนสำเร็จ

๔. เป็นผู้ปรารภความเพียร เพื่อจะละอกุศลธรรม ความเลวทรามทั้งหลาย เพื่อจะยังกุศลธรรม ความดีงามที่สังคมวิญญูชนยอมรับ ให้ถึงพร้อม เป็นผู้มีกำลังใจ มีความบากบั่นมั่น ไม่ทอดธุระในบรรดาธรรมที่เป็นกุศล

เมื่อมีเป้าหมายเด่นชัดจากการใช้ปัญญาพิจารณาอย่างรอบคอบ ความเพียรที่จะนำตนไปสู่เป้าหมายนั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ความล่าช้าจากการเสียเวลาในการทำทุจริตจึงไม่ควรมี ควรที่จะทำแต่สิ่งที่ดีงามก่อประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตไปสู่เป้าหมายที่ปรารภไว้จะดีที่สุด

๕. เป็นผู้มีปัญญา ประกอบด้วยปัญญาที่เห็นสัจธรรมของชีวิต เพราะนี่จะทำให้เป็นผู้รู้จักไม่ประมาทในการดำเนินชีวิตไปสู่เป้าหมายที่วางไว้

พ่ออยากให้ลูกได้ใช้เวลาก่อนนอน ไหว้พระสวดมนต์ แล้วทบทวนดูการดำเนินชีวิตในแต่ละวันว่า เรามีความเพียรในการนำตนไปสู่เป้าหมายชีวิตที่วางไว้มากน้อยเพียงไร

ถ้าน้อยมาก แสดงว่าเป้าหมายชีวิตที่ตั้งไว้นั้นไม่เด่นชัด ถ้ามีมาก แสดงว่าเป้าหมายชีวิตนั้นเป็นความปรารถนาที่แท้จริง ลูกก็จะพบกับทางดำเนินชีวิตไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายของชีวิตที่กำหนดไว้ เหมือนดั่งพระโพธิสัตว์ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยการปฏิบัติธรรมดังที่พ่อได้พรรณนามานี้ และธรรมนี้ก็มีอยู่ในท่านผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตทุกคน

เพราะธรรมเหล่านี้คือบารมีธรรม ธรรมอันนำไปสู่ความสำเร็จ ได้แก่ ทาน การให้, ศีล ความเป็นผู้มีความปกติ, เนกขัมมะ การออกจากกาม, ปัญญา ความรู้, วิริยะ ความเพียร, ขันติ ความอดทนอดกลั้น, สัจจะ ความตั้งใจจริง, อธิษฐาน ความตั้งใจมั่น ไม่เปลี่ยนแปลง, เมตตา ความรักด้วยความปรานี และ อุเบกขา ความวางเฉย

พ่อหวังว่า ลูกจะมีความเพียรในการดำเนินชีวิตอยู่เสมอ

ด้วยรัก
พ่อโต


(จาก นิตยสารธรรมลีลา ฉบับที่ 150 มิถุนายน 2556 โดย พระครูพิศาลสรนาท(พจนารถ ปภาโส) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กทม.)