xs
xsm
sm
md
lg

“ชุณหะวัณ” ผู้สานงานการเมืองต่อ? (ตอน 4)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ธิษะณา ชุณหะวัุณ ขณะกำลังรดน้ำดำหัวคุณแม่อโณทัย ชุณหะวัณ  (ภาพ : เฟซบุ๊ก ธิษะณา ชุณหะวัณ
อ.โต้ง-ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ลูกชายคนเดียวของ น้าชาติ-พล.อ.ชาติชาย กับ ท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ คือ “ทายาทผู้สานต่อทางการเมือง” ของตระกูลชุณหะวัณ แห่งบ้านราชครู ได้สร้างผลงานให้กับกรุงเทพมหานครไว้มิใช่น้อย ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. ดร.พิจิตต รัตตกุล

ต้องยอมรับว่า ผลงานของ อาจารย์โต้ง-ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ช่วงนั้นได้ โณ-อโณทัย ชุณหะวัณ ผู้ภรรยา คอยช่วยผลักดันอย่างจริงจัง ทั้งลับและเปิดเผยมาตลอด
 
กุญแจสำคัญคือ อโณทัยได้ดึง โจ้-ยุทธพันธุ์ มีชัย อดีตผู้นำนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “มหาลัยพ่อขุน” เข้ามาช่วยทำงานการเมือง ในฐานะที่ปรึกษาและเลขาฯ อาจารย์โต้ง
 
ผมต้องยอมรับว่า โจ้ เป็นคนเก่งในวงการการเมืองคนหนึ่ง จากการได้ทำงานด้วยกันหลายเรื่อง ผมพูดได้อย่างเต็มปากว่า “หลายเหตุการณ์ทางการเมืองที่เราผ่านมาด้วยกันนั้น.. บางครั้ง บางเรื่อง โจ้เก่งกว่าผมด้วยซ้ำ!”

เย็นวันหนึ่ง พี่โต้งเอ่ยปากกับผมอย่างจริงจังว่า
 
“ชัช.. โจ้เป็นคนเก่งทางการเมืองอีกคนหนึ่ง พี่ต้องชมว่า โจ้คือคนที่พี่ไว้ใจ มั่นใจว่า น่าจะมาช่วยพี่แทนชัชได้แล้วล่ะ.. แต่.. ยังไงก็ตาม ชัชก็ยังต้องช่วยเป็นที่ปรึกษาพี่กับโจ้ในบางครั้งบางเรื่องต่อไปนะ.. อย่าทิ้งพี่กับโจ้ล่ะ”


ผมยกแก้วกาแฟดำร้อนขึ้นดื่ม ก่อนจะพยักหน้ารับทราบตามคำกล่าวของพี่โต้ง ผมเองก็ยังแอบขอบใจอย่างจริงใจ ที่อโณทัยดึงโจ้มาช่วยพี่โต้งและผม
 
วันนั้นผมรับรู้และเชื่อมั่นอย่างชัดเจนแล้วว่า..
 
พี่โต้งได้แสดงให้ผมเห็นถึงความมั่นใจและสบายใจ ที่มีอโณทัยกับโจ้เดินเคียงข้าง บนเส้นทางการทำงานทางการเมืองในปัจจุบันจรดอนาคต.. แม้จะไม่มีผมร่วมทางไปด้วย..

สำหรับเรื่องที่ ทักษิณ ชินวัตร ใช้อำนาจรัฐและใช้ความเป็น “เผด็จการรัฐสภา” ทำการ “คอร์รัปชั่นเงินชาติเงินภาษีประชาชนอย่างไม่รู้จักพอ” ถูกทั้ง พี่โต้ง-ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ กับประชาชนไทยพากันประณามต่อต้านทั้งลับและเปิดเผย
 
อาจารย์โต้ง ยังเคยแสดงความชื่นชมกับการต่อต้านทักษิณ ของ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล พร้อมกับสนับสนุนช่วยเหลือการต่อสู้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ขณะที่ผมค่อยๆ ผันตัวเองแวะเวียนไปคลุกคลีอยู่กับเครือข่ายสื่อสารมวลชน “ผู้จัดการ” ของ พี่สนธิ ลิ้มทองกุล มากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมๆ กับค่อยๆ ถอยห่างจากทางอาจารย์โต้งโดยปริยาย

ช่วงนั้นผมได้รับความอนุเคราะห์จาก พี่สนธิ ลิ้มทองกุล ให้เขียนบทความการเมืองลงคอลัมน์ในหนัง
สือพิมพ์ “ผู้จัดการรายวัน” และนิตยสาร “ผู้จัดการสุดสัปดาห์”
รวมทั้งเขียนหนังสือ พิมพ์เป็นพ็อกเก็ตบุ๊ค เช่น หนังสือรวมภาพและเรื่องราวการไปส่องชีวิตนกหลายหลากชนิด ที่ใช้ชีวิตตามท้องทุ่ง “คู้สลอด” ทุ่งข้าวในพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดปทุมธานีกับจังหวัดอยุธยา ซึ่งผมต้องขับรถไปตระเวนดูชีวิตนกแทบทุกอาทิตย์ สะพายกล้องขนาดใหญ่ 2 ตัว เตรียมพร้อมบันทึกภาพทันทีที่พบเจอเป้าหมาย..

ผมจำได้ว่า ผมสะพายกล้อง CANNON เลนส์ขนาด 85 มิลลิเมตร กับมีเลนส์ซูมขนาด 200 มิลลิเมตรตัวหนึ่ง กับกล้องเลนส์ซูมขนาด 400 มิลลิเมตรอีกหนึ่งตัว

กล้องสองตัวนี้เอง เป็นส่วนสำคัญที่สุดเมื่อผมมีโอกาสถ่ายภาพ “คำทำนายมหัศจรรย์” ที่ผมไม่เคยคิดเลยว่า ในชีวิตผมจะมีโอกาสอันยิ่งใหญ่ ได้เห็นถึงความมหัศจรรย์เหนือธรรมชาติ เหนือคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ปรากฎต่อสายตา ถือเป็น “บุญตา” ซึ่งผมจะไม่มีวันลืมเลย..
 
เรื่องมีอยู่ว่า.. วันหนึ่ง.. “อาจารย์นักพยากรณ์” เจ้าอาวาสวัดใหญ่แห่งหนึ่ง ที่ท่านและผมได้ร่วมทำภารกิจสำคัญด้วยกันยุคต่อต้านรัฐบาลนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ได้โทรศัพท์เรียกผมให้ไปพบที่วัด ท่านบอกกับผมว่า

“ก่อน 9 โมงเช้าวันมะรืน คุณชัชต้องมาที่วัดอาตมา.. อ้อ!.. คุณชัชต้องเอากล้องมาบันทึกภาพคำทำนายว่า.. เรื่องที่จะทำนั้น จะราบรื่นหรือมีอุปสรรคขัดขวางหรือไม่.. “ผู้มีอำนาจ” ระบุชัดเจนว่า ต้องให้คุณชัชเป็นคนบันทึกภาพ แล้วส่งต้นฉบับภาพที่ถ่ายไปให้ “ผู้มีอำนาจ”กับพวกดูทันทีด้วย”

“อาจารย์ครับ ทำไม “ผู้มีอำนาจ” ถึงระบุให้ผมต้องเป็นคนถ่ายภาพคำทำนายด้วยล่ะอาจารย์?” ผมถามด้วยความใคร่รู้

“ผู้มีอำนาจกับคณะต้องดู “ภาพคำทำนาย” ท่านระบุกับอาตมาว่า.. ต้องให้คุณชัชเป็นคนถ่ายภาพน่ะ”“อาจารย์นักพยากรณ์” ผู้นี้ได้ทำนายเรื่องสำคัญไว้หลายเรื่อง ผมจึงไม่ได้ท้วงติงใดๆ แค่พร้อมปฏิบัติตามโดยไม่พูดสักแอะ
 
เรื่องราวคำทำนายที่ “แม่นราวตาเห็น” ของ “อาจารย์นักพยากรณ์” ผมเคยเขียนบันทึกเป็นบทความลงในนิตยสารผู้จัดการสุดสัปดาห์ ไว้หลายตอน สามารถย้อนหาอ่านได้ครับ
 
เช้าวันนัดหมาย.. ผมเดินทางไปถึงวัดของท่านอาจารย์ก่อน 9 โมงเช้า ปรากฎว่า บนชั้นสามของศาลาใหญ่เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนหลายร้อยคน ทั้งชายหญิงในวัยต่างๆ ทุกคนนุ่งขาวห่มขาว
 
“พวกเขาต้องมาทำพิธีอะไรกันอย่างแน่นอน!” นั่นคือสิ่งแรกที่ผมคิดเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

“คุณชัช.. พวกเขามาถือศีลทำพิธีที่วัดอาตมานานสามวันแล้ว และ 9 โมงเช้าวันนี้ จะเริ่มทำพิธีทำนายกัน.. เอ้อ.. คุณชัชลองผลักหินอ่อนแปดเหลี่ยมก้อนตรงหน้าคุณชัชดูสิว่า หินอ่อนก้อนนั้นขยับเขยื้อนได้หรือเปล่า?”

ผมมองหินอ่อนแปดเหลี่ยมก้อนใหญ่ที่วางสงบนิ่งอยู่ตรงหน้าท่านอาจารย์และกลุ่มคนชุดขาวห่มขาวนับร้อยๆ คน.. แล้วทำตามที่ท่านอาจารย์บอก
 
ผมออกแรงผลักด้วยแรงเต็มกำลัง.. ก่อนจะพูดกับท่านอาจารย์ด้วยเสียงดังชัดเจนว่า
“หินอ่อนก้อนนี้หนักมาก ไม่ขยับเขยื้อนสักนิดเลยครับอาจารย์!!!”

ท่านอาจารย์ยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก

“จะขยับเขยื้อนได้ยังไงล่ะคุณชัช.. หินอ่อนก้อนนั้นน้ำหนัก 200 กิโลนะ อาตมาอยากให้คุณชัชรู้ว่า มันคือหินอ่อนแท้ๆ หนัก 200 กิโล เข็นยังไงก็ไม่ขยับแน่นอน.. เอาละใกล้จะ 9 โมงแล้ว.. คุณชัชเตรียมถ่ายรูปหินอ่อนก้อนตรงหน้าเลยนะ”

กลุ่มคนนุ่งขาวห่มขาวมีสีหน้าเคร่งขรึม นั่งเรียงรายกันบนศาลา ทุกคนอยู่ในอาการสงบสำรวมอย่างยิ่ง
 
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งหยิบขันเงินใบหนึ่งวางหงายบนก้อนหิน ในขณะที่ชายอีกคนนำ “แป้งข้าวเหนียว” ยารอบขัน
ชายวัยกลางคน 5-6 คน นั่งกระจายรอบก้อนหินอ่อนหนัก 200 กิโลกรัม ทุกคนเอื้อมมือข้างหนึ่งไปจับขอบบนของขันเงิน..
 
บรรยากาศตรงหน้าผมยามนั้น ดูขรึมขลังสุดบรรยาย.. ผมเตรียมกล้องพร้อมบันทึกภาพตรงหน้า ซึ่งผมก็ไม่รู้เลยว่า.. กลุ่มคนนุ่งขาวห่มขาว พวกเขากำลังจะทำอะไรต่อหน้าพระอาจารย์

เมื่อเข็มสั้นของนาฬิกาหยุดกึกตรงเลข 9 เข็มยาวเคลื่อนไปหยุดกึกลงที่เลข 12..

ราวกับนัดกันไว้ ทุกคนยกมือขึ้นแตะไหล่คนข้างเคียงอย่างพร้อมเพรียง
 
ขณะเดียวกัน ชายวัยกลางคน 5-6 คนที่นั่งรอบก้อนหิน ในท่วงท่ามือข้างหนึ่งจับขอบบนของขัน พลันยกขันขึ้นพร้อมกัน

เหลือเชื่อครับ!! เหลือเชื่อที่สุด!! หากผมมิได้เห็นด้วยตาตนเอง และหากมิได้บันทึกภาพตรงหน้าไว้.. ใครหน้าไหนมาเล่าให้ฟัง ผมก็ไม่มีวันเชื่ออย่างเด็ดขาด!!!

หินอ่อนหนัก 200 กิโลกรัม ที่มีขันเงินยาด้วย “แป้งข้าวเหนียว” ติดอยู่กลางก้อน ลอยขึ้นสูงจากพื้นราว 1 ฟุต! ด้วยแรงของชายวัยกลางคน 5-6 คนที่จับขอบขันยกด้วยมือข้างเดียว แรงคน 5-6 คน สามารถยกก้อนหินอ่อนหนัก 200 กิโลกรัมได้!!!! และขันเงินที่ยึดติดกับก้อนหินอ่อนด้วยแป้งข้าวเหนียวไม่หลุด!!!
 
เอ.. เหตุการณ์อัศจรรย์เกิดตรงหน้าผม “คำทำนาย” สรุปเช่นไรไม่รู้?????

ผมได้ส่งภาพที่ผมบันทึก พร้อมฟิลม์ต้นฉบับไปให้ “ผู้มีอำนาจ” ทันทีที่นำไปล้างอัดอย่างเร่งด่วนเสร็จ!!!
 
“คำทำนาย”สรุปเป็นเช่นไร.. ผมไม่อาจรู้ได้ครับ เพราะอาจารย์ไม่บอกผม!!!!!
 
ต่อมาไม่นาน.. รัฐบาลเหิมอำนาจโกงชาติไม่รู้จักพอของ “ทักษิณ ชินวัตร” ถูก “รัฐประหาร”!!!!!