xs
xsm
sm
md
lg

“ป่วน-โหด-โกง”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร



ก็ครือๆ กับหัวข้อการอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อรัฐ-2 น.ของไทยนั่นแหละ โดยเฉพาะหัวข้อเด่นที่ดร.การดี เธอบรรจงรังสรรค์ว่า โง่-ห่วย-เลว ซึ่งเป็น Caption ที่ตรงจิตตรงใจของผู้คนจำนวนมากในประเทศสยามนี้

สำหรับโค้งสุดท้ายในการตระเวนอภิปรายหาเสียงของพรรคเดโมแครต ใน 7 วันสุดท้าย ก่อนวันลงคะแนน Midterm ในวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน ก็ได้อาศัยใบบุญของอดีต ปธน.บารัค โอบามา ซึ่งมีคารมคมคายไม่จืดจางมาต่อกรกับปลาไหลใส่สเก็ตระดับ Heavyweight จอมซ่า และโกหกชนิดไม่เคยกลัวฟ้าดินอย่างโดนัลด์ (ดัก) ทรัมป์ จอมจักรพรรดิผู้ครองทำเนียบขาวคนที่ 47 นี้

โอบามาซึ่งเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐฯ เป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ที่แหวกการต้านผิวสีจนฝ่าเพดานแก้ว (อาบยาพิษ) ได้สำเร็จ โดยพยายามสร้างความสามัคคีในชาติที่ผู้คนจากต่างสีผิว, เชื้อชาติ, ศาสนา, เพศ, อายุ, ระดับการศึกษา, เศรษฐฐานะ บนพื้นฐานของการเคารพความแตกต่างระหว่างบุคคล โดยสหรัฐฯ จะอยู่ได้อย่างสันติสุข เมื่อมีความเคารพซึ่งกันและกัน มีความผ่อนสั้นผ่อนยาว บนสังคมที่มีประวัติศาสตร์แห่งความเจ็บปวดรวดร้าวที่จับคนมาเป็นทาสในการสร้างความเจริญแก่เจ้าของทาส และทอดทิ้งเหล่าลูกหลานทาสไว้ข้างหลังอย่างคนยากไร้, ขาดการศึกษา, ไม่มีปัญญาดูแลสุขภาพของตนให้แข็งแรงและมีชีวิตที่ยืนยาวได้

ไม่เพียงคนแอฟริกันที่ถูกจับอย่างเหี้ยมโหดมาเป็นทาสทำงานอย่างวัวควายที่สหรัฐฯ จนหลังสงครามกลางเมืองจึงได้มีประกาศเลิกทาส...และยังมีเหล่าคนเชื้อชาติต่างๆ ที่หนีการอดอยากที่แผ่นดินเกิด-ไม่ว่าจะเป็นชาวจีน, ชาวไอริช, ชาวยุโรปตะวันออก, ชาวอเมริกากลางและอเมริกาใต้ รวมทั้งชาวเอเชียที่หนีสงครามเวียดนามได้มาตั้งรกรากในสหรัฐฯ และอยู่อย่างประชาชนชั้นสอง โดยถูกเหยียดจากชาวผิวขาวที่เป็นฝ่ายมาตั้งถิ่นฐานอยู่ก่อน และคุมอำนาจด้านการเมืองและเศรษฐกิจมาตลอด 200 กว่าปี

โอบามา สามารถรวมจิตรวมใจของผู้คนจากทุกสีผิว, โดยเฉพาะชนกลุ่มน้อยทุกกลุ่ม ไม่ว่าผู้หญิงและวัยรุ่นที่สามารถลงคะแนนครั้งแรก ด้วยการจุดประกายให้กำลังใจแก่กลุ่มผู้ถูกเหยียดหยาม (จากคนผิวขาวดั้งเดิม) ในคำขวัญว่า “Yes, We Can” คือ “เราต้องทำได้สิ” เพื่อทำให้สังคมเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

8 ปีของโอบามา ได้สร้างตำนานไว้ทั้งที่บ้านและโลกของเรา เช่น ACA (Affordable Care Act) สำหรับประกันสุขภาพของผู้มีรายได้น้อยที่สหรัฐฯ แม้จะถูกขัดขวางและหั่นสาระของกฎหมายจนสามารถช่วยคนยากไร้ได้บ้าง โดยไม่สามารถทำให้ไปถึงสุดซอยได้เพราะถูกกองทัพผู้มั่งคั่งได้เข้าขวางอย่างเต็มพิกัดหรือชิ้นโบแดง ข้อตกลง JCPOA ที่อิหร่านจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เป็นเวลา 15 ปีแลกกับสหรัฐฯ และยุโรปเลิกคว่ำบาตร; ข้อตกลงปารีสเพื่อร่วมกับทั้งโลกเพื่อช่วยกันลดโลกร้อน

เพราะโอบามาถูกขวางเต็มที่ไม่ให้แก้ปัญหาสังคมให้ไปจนสุดซอย จึงทำให้เกิดขบวนการเอาคืนของกลุ่มคนผิวขาวเจ้าของอำนาจเดิม ได้เลือกคนนอกที่ไม่มีความรู้ในการบริหารประเทศอย่างทรัมป์เจ้าเล่ห์ เข้าทำเนียบขาวเพื่อพิฆาตความคืบหน้าใดๆ ที่โอบามาได้ทำเอาไว้... แทบทุกเม็ด...ที่มาพร้อมความปั่นป่วนต่อคนผิวสีและคนกลุ่มน้อยทุกกลุ่ม ด้วยความโหดเหี้ยมใช้กำปั้นเหล็กอย่างไม่ปรานีปราศรัย อย่างที่ชาวผิวดำจอร์จ ฟลอยด์ ได้จ่ายด้วยชีวิตมีการเดินขบวนประท้วงการใช้ความรุนแรงของอำนาจฝ่ายบริหาร ก็ถูกปราบปรามอย่างรุนแรง รวมทั้งการประกาศว่า สื่อสารมวลชน (ที่ทำหน้าที่แทนประชาชน) กลายเป็นศัตรูของรัฐบาลและของรัฐ และสร้างความเกลียดชังแตกแยกในชาติ

สลับฉากด้วย ปธน.ไบเดนที่อ่อนปวกเปียก และหมอบราบคาบแก้วให้กับกลุ่มอิสราเอลรีล็อบบี้ยิสต์ที่ถล่มกาซาจนกลายเป็นยุคหิน รวมทั้งสนับสนุนสงครามยูเครนให้สู้กับรัสเซีย จนทำให้พลังงานแพงและสินค้าที่สหรัฐฯ ราคาแพงขึ้นมา

การกลับมารอบ 2 ของทรัมป์พร้อม Agenda 2025 เพื่อเก็บตกกวาดมรดกของโอบามาให้ราบเรียบ โดยเฉพาะคือ JCPOA ที่อิหร่านได้ตกลงกับทั้งโอบามาและคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ…ถึงขนาดถูกจูงจมูก โดยมิตรรักเนทันยาฮูในการถล่มอิหร่านในสงคราม 12 วัน เมื่อทรัมป์เข้าทำเนียบขาวได้เพียง 6 เดือน (ในเดือนมิ.ย. 2025) ด้วยการถล่มอิหร่านฆ่าผู้นำสูงสุดและแม่ทัพแถวหนึ่งตายเรียบเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ปีนี้

โอบามาได้สรุป 2 ปีของจักรพรรดิทรัมป์ที่ทำเนียบขาวด้วย 3 C+คือ Chaos, Cruelty และ Corruption รวมทั้ง Incompetence ซึ่งหมายถึงความสับสนอลหม่านปั่นป่วนตลอด 2 ปีนี้ ซึ่งไม่เพียงปั่นป่วน ในแต่ละวันที่ทำเนียบขาวได้สร้างขึ้นในแต่ละ Headline แต่ละเหตุการณ์ไม่รู้จักหยุดจักหย่อนที่ทรัมป์จะผูกขาดเป็นข่าวใหญ่ในแต่ละวัน ไม่มีวันหยุดจนสามารถสร้าง Headline ใหม่มากลบอันเก่าได้ในรอบ 24 ชม.อย่างที่ไม่เคยมีผู้นำคนใดในโลกสามารถทำได้เช่นเขา เพราะเขาจะต้องเป็นพระเอกที่สร้างข่าวใหญ่สุดของวัน กลบข่าวอื่นๆ หมด

เป็น 22 เดือนในทำเนียบขาวที่ละเมิดอำนาจสภาฯ อย่างไม่แยแส รวมถึงการใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์แก่ตนเองอย่างไม่ยี่หระ ทั้งการปั่นราคาน้ำมัน, ทอง, คริปโต, หุ้น รวมทั้งการจัดฉากประกาศขึ้นภาษีนำเข้า-อย่างชักเข้า-ชักออก จนตนเอง, ครอบครัว, และพวกพ้องมั่งคั่งกอบโกยรวยขึ้นด้วยอำนาจบริหารของคน, รวมทั้งการตั้งบุคลากรที่ไม่มีความรู้ ความสามารถเข้ามาเพื่อตนเองจะได้บริหารเองแบบเบ็ดเสร็จ และล้างแค้นข้าราชการประจำที่เคยตรวจสอบตนในวาระแรก... ตลอดจนการใช้ความโหดเหี้ยมในการเนรเทศคนงานผิดกฎหมายอย่างไร้มนุษยธรรมอย่างไม่แยแสกฎหมายแต่อย่างใด

นายทรัมป์ได้ติดสินบนฐานเสียงถึง 5,000 เหรียญต่อหัว (ประมาณ 1 แสน 6 หมื่นบาท) ให้ลงคะแนนให้ทั้งสองสภาฯ ยังอยู่ในอำนาจของเขา และขู่จะตัดงบกลางแก่รัฐใดๆ ที่ไม่ลงคะแนนให้ (พรรค) เขา

จะต้องรอฟังผลว่า คนอเมริกันจะตื่นจากฝันร้ายที่เคยเทคะแนนให้นายทรัมป์หรือไม่?