xs
xsm
sm
md
lg

ปิดไม่มิด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร


โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย
สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รายงานข่าวเพียงสื่อเดียว (Exclusive) ว่า “Saudi Arabia Quietly Shelving NEOM Stadium, one of 2034 World Cup Venues” เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมนี้ ทำให้ได้เห็นความเป็นจริงที่กำลังเกิดขึ้นในซาอุดีอาระเบีย หลังจากสงครามสหรัฐฯ–อิสราเอล ถล่มอิหร่านเมื่อ 7 เดือนครึ่งที่ผ่านมา

นั่นคือ สนามกีฬายักษ์ชื่อนีออม (จุได้เกือบ 50,000 ที่นั่ง) ที่จะเป็นสนามกีฬาเชิดหน้าชูตาซาอุฯ ในการเป็นเจ้าภาพแข่งขันฟุตบอลโลก (World Cup) ในอีก 8 ปีข้างหน้า (ค.ศ. 2034) กำลังมีการค่อยๆ เก็บเข้ากรุบนชั้นหรือระงับการสร้างอย่างไม่มีกำหนด โดยมี 2 D’s ที่กำลังเกิดขึ้นกับโครงการยักษ์ๆ ของซาอุฯ คือ Delay (เลื่อน-อย่างไม่กำหนด) และ Downscaling (หรือปรับลดขนาดของโครงการให้เล็กลงจากความใหญ่โตมโหฬาร)

สาเหตุก็ไม่ใช่อื่นไกล สามารถคาดเดาได้แม้แต่เด็กชั้นประถม นั่นคือ จากสงครามใหญ่ที่อิสราเอลและสหรัฐฯ เปิดฉากทำสงครามถล่มอิหร่านเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ปีนี้ และอิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซเสมือนหนึ่งใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการตอบโต้ทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอล ทำให้การขนส่งน้ำมันดิบ, น้ำมันกลั่นแล้ว, แก๊สธรรมชาติ, สารตั้งต้นของปุ๋ยสำหรับการเพาะปลูกทั้งโลกต้องหยุดนิ่ง และทำให้รายได้การขายน้ำมันของซาอุฯ ได้รับการกระทบอย่างรุนแรง

ยังไม่นับที่อิหร่านและพันธมิตรได้ระดมโจมตีทั้งฐานทัพสหรัฐฯ ในซาอุฯ และเหล่าประเทศในอ่าวเปอร์เซียที่เป็นมิตรกับสหรัฐฯ ซึ่งทำให้แหล่งบ่อน้ำมันของซาอุฯ รวมทั้งโรงกลั่นต่างตกเป็นเป้าโจมตีโดยพันธมิตรของอิหร่าน ทำให้เกิดความเสียหายในการผลิตน้ำมัน ซึ่งจะต้องใช้เวลาซ่อมแซมเป็นปี

รวมทั้งท่อส่งน้ำมันของซาอุฯ ความยาว 1,200 กม. (ตะวันออกพาดไปตะวันตก) ก็ยังถูกโจมตีจนเสียหายด้วย
ผู้ว่าฯ ของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ คือ PIF (Public Investment Fund) ได้ออกมายอมรับตั้งแต่เดือนเมษายน (หลัง 28 กุมภาพันธ์ ที่อิหร่านถูกถล่มปูพรม 40 วัน) ว่า โครงการ The Line ซึ่งเป็น Giga Projects ที่เป็นโครงสร้างเหล็กยักษ์สำหรับเมือง NEOM “จะไม่ใช่เป้าหมายเร่งด่วนลำดับต้นๆ ของซาอุฯ อีกต่อไป” คำประกาศนี้แทบไม่ได้ยินจากนักลงทุนทั้งโลก เพราะเสียงระเบิดจากขีปนาวุธทั้งพิสัยใกล้, กลาง, ไกล ที่กำลังบินว่อนทั่วอ่าวเปอร์เซียได้ดังสนั่นกลบเสียงเล็กๆ ของท่านผู้ว่าฯ จนหมดสิ้น

เมืองอัจฉริยะ NEOM ของนายกรัฐมนตรีและมกุฎราชกุมารที่คุมอำนาจเบ็ดเสร็จของซาอุฯ กำลังขาดแคลนรายได้เข้าประเทศและกำลังต้องปรับขนาดของเมืองนี้ให้เล็กลง

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว กระทรวงการคลังซาอุฯ ต้องออกมายอมรับว่า ปี 2026 นี้จะขาดดุลงบประมาณแน่นอน การขาดดุลจะสูงกว่าตัวเลขเดิมที่ได้คาดการณ์ไว้ รวมทั้ง GDP จะหดตัวถึง 3.6% เพราะรายได้จากน้ำมันได้ตกวูบลง

สำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดแข่งฟุตบอลโลกของซาอุฯ ในปี 2034 นี้ นับเป็นการประกาศถึงความยิ่งใหญ่ของราชอาณาจักรซาอุฯ โดยจะเป็นชาติเดียวที่สามารถจัดมหกรรมการแข่งขันชนิดไม่ต้องร่วมกับชาติอื่นๆ ในการเป็นเจ้าภาพ (ในยุคหลังๆ นี้ จะมีการร่วมกันเป็นเจ้าภาพมากกว่า 1 ประเทศเช่น ครั้งล่าสุดก็มี 3 ประเทศเป็นเจ้าภาพได้แก่ แคนาดา, สหรัฐฯ และเม็กซิโก)

โดยโครงการยิ่งใหญ่สร้างเมืองอัจฉริยะ NEOM (นีออม) นี้เป็นโครงการของนายกฯ และมกุฎราชกุมาร MBS ที่ได้นำเสนอต่อนักลงทุนจากทั้งโลก เพื่อแปลงโฉมประเทศกลางทะเลทรายที่พึ่งพารายได้จากพลังงานฟอสซิลอย่างเดียวมาตลอด 70 ปีที่ผ่านมา ให้กลายเป็นประเทศที่เขียวขจี และมีรายได้จากอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ไม่ใช่มาจากพลังงานฟอสซิลเช่น ดาต้าเซ็นเตอร์, การท่องเที่ยว, อุตสาหกรรมจากแร่หายาก อาจไปถึงการผลิตอาวุธ, AI และพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วย

โดยสนามฟุตบอล NEOM Stadium นี้ จะเป็นสนามฟุตบอลแบบลอยฟ้า (ยกขึ้นจากระดับพื้นดิน) อยู่บนโครงสร้างเหล็กมหึมาที่ยาวถึง 100 ไมล์ (160 km) และมีลักษณะเป็นโดมแก้วที่มองเห็นแต่ไกล

จะมีทั้งหมด 15 สนามแข่งใน 5 เมืองใหญ่ และยังจะมีสนามฝึกซ้อม (รวมทั้งหมู่บ้านหรือที่พักนักกีฬาด้วย) ใน 5 เมืองใหญ่ โดยมูลค่ารวมของสนามแข่งได้คาดการณ์ว่าจะสูงถึง 22,700 ล้านเหรียญ (ประมาณ 7 แสนล้านบาท) และในขั้นตอนแรกที่ก่อสร้างจะต้องเสร็จใน 4 ปีคือ 2030 และเสร็จสมบูรณ์ในปี 2033 เพื่อใช้จริงในปี 2034

มีแค่สนาม Aramco Stadium ที่เมือง AI Khobar ที่ยังผลักดันก่อสร้างอยู่ขณะนี้ และคาดว่าจะต้องเสร็จพร้อมแข่งในปีหน้า โดยแมตช์แรกจะเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2027 และตอนนี้เริ่มประกาศจองตั๋วเข้าชมแล้ว...ก็เพื่อแสดงให้ทั้งโลกได้เห็นว่า ซาอุฯ ไม่ได้มีอาการหนักด้านการเงินขณะนี้

ซึ่งความสงบสุขไม่มีสงครามในคาบสมุทรบริเวณอ่าวเปอร์เซียนี้ เป็นสุดยอดที่ซาอุฯ ต้องการให้เกิดขึ้น เพราะโครงการเมืองอัจฉริยะ NEOM จะเกิดขึ้นอย่างในฝันไม่ได้ถ้ามีการสู้รบห้ำหั่นกันเช่นขณะนี้

ถึงขนาดในปี 2022 นี้เอง รมต.ต่างประเทศจีน หวัง อี้ ได้จูงมือรมต.ต่างประเทศของซาอุฯ และของอิหร่านมาประสานมือกันเพื่อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ที่ได้ขาดสะบั้นลงเมื่อ 7 ปีก่อน จนหลายคนคาดว่า หวัง อี้ จะได้รางวัลโนเบลสันติภาพด้วยซ้ำ...แต่นั่นก็กลายเป็นอดีตไปเสียแล้ว เพราะอิสราเอลภายใต้การนำของนายกฯ เจ้าเล่ห์ เนทันยาฮู ยังบ้าคลั่งต้องการทำลายอิหร่านให้สิ้นซาก และทำให้ซาอุฯ ต้องประสบปัญหาทางการเงินกระทบต่อความฝันจะสร้างแผ่นดินเขียวขจีในอนาคตทีเดียว