xs
xsm
sm
md
lg

เรื่องพิเศษ

x

100 วันพิธีศพ “น้าชาติ”!!! (ตอนจบ)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หลังพิธีพระราชทานเพลิงศพ น้าชาติ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ
เช้าวันรุ่งขึ้น เวลา 6.30 น. ผมกับพี่โต้ง ลูกชายคนเดียวของ น้าชาติ-ท่านผู้หญิงบุญเรือน ได้เดินทางไปที่หน้าเมรุ วัดเทพศิรินทร์ ซึ่งผู้ทำหน้าที่ สัปเหร่อ ได้นำ อัฐิน้าชาติ จัดแต่งเป็นรูปทรงมนุษย์ วางสงบนิ่งอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่บนผ้าขาวสะอาด

“ชัช.. คนเราเมื่อตายก็เหลือเพียงแค่นี้.. พ่อ-พี่-ชัช ก็หนีไม่พ้นสภาพเดียวกันอย่างนี้แหละ”

พี่โต้งพูด.. ขณะที่ผมพยักหน้าเห็นด้วยอย่างปลงอนิจจังกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า..

มนุษย์.. ทุ่มชีวิต-เวลา-หน้าที่ แสวงหาแต่เงินทองทรัพย์สินมีค่า ทว่า... ยามตายจะเอาอะไรติดตัวแม้แต่เงินบาทเดียวก็ยังเอาไปไม่ได้เลย!?

อัฐิ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ถูกจัดแบ่งเป็นสองส่วน หนึ่ง-อัฐิส่วนสำคัญถูกบรรจุในโกศ เพื่อให้ญาติเก็บไว้บูชา ส่วนที่เหลือและเถ้าอังคาร ห่อผ้าบรรจุไว้ในลุ้งทองลายไทยใบใหญ่ เพื่อเตรียมไปลอยอังคาร ณ ท้องทะเลภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ซึ่งป๋าเปรมและน้าชาติ ร่วมกับผลักดันจนเป็นนิคมอุตสาหกรรมใหญ่ของประเทศ

ผมนึกถึง.. “เวลา” อันเป็น “ผู้ยิ่งใหญ่เหนือสรรพสิ่ง” ด้วย “เวลา” ที่เคลื่อนตัวไปข้างหน้าทุกวินาทีไม่เคยหยุด นำมาซึ่งวัฏจักรการ “เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย” ที่ มนุษย์ทุกคน และ สัตว์ทุกตัว ล้วนต้องเผชิญกับ “วงจรแห่งเวลา” ที่เป็นทั้ง “ผู้สร้าง” และ “ผู้ทำลาย” ไม่มีสรรพสิ่งใดหลีกลี้หนีพ้น!!!

แม้ น้าชาติ ผู้มีชาติตระกูลดี ได้เป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 17 ในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ น้าชาติ ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์ใหญ่ๆ ให้เกิดขึ้นกับชาติไทยหลายเรื่อง ที่คนไทยยังคงจดจำ เช่น ความสำเร็จในการพลิก “สนามรบอินโดจีน” ที่นักล่าอาณานิคมฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา ได้กระทำละเมิดร้ายแรงต่อเวียดนาม กัมพูชา ลาว ให้แปรเปลี่ยนเป็น “สนามการค้า”

สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งแรก เกิดขึ้นที่จังหวัดหนองคาย คือ ผลงานที่น้าชาติกับทีมที่ปรึกษาหนุ่มไฟแรง “บ้านพิษณุโลก” ริเริ่มและประสานงานให้เกิดขึ้น เพื่อใช้เชื่อมต่อแผ่นดินไทยกับอินโดจีน

ภายหลังเมื่อรัฐบาลน้าชาติจะถูก คณะ รสช. รัฐประหารจนต้องหลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง น้าชาติในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ยังคงเดินหน้าติดต่อประสานกับทางรัฐบาลญี่ปุ่น ให้ช่วยสนับสนุนการสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่สอง โดยน้าชาติได้เดินทางไปพบกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ผ่านทาง “ท่านประธานตาบูชิ” แห่งบริษัทการเงินยักษ์ใหญ่อันดับ 5 ของโลก โดยมีพี่โต้งกับผมและคณะทำงาน ร่วมเดินทางไปเจรจากับเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นด้วย
ครั้งนั้น.. ผู้รับผิดชอบแผนกเอเชียอาคเนย์ กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ได้พูดกับพี่โต้งและคณะว่า
“เรื่องการสร้างสะพานเชื่อมไทย-ลาวแห่งที่ 2 นั้น ทางญี่ปุ่นจะให้เงินปราศจากดอกเบี้ยกับทางลาว แต่ทางไทยนั้น ไทยเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ประเทศญี่ปุ่นจึงขอช่วยทางลาวชาติเดียวเท่านั้น”

เมื่อลูกบุญธรรมของท่านประธานตาบูชิ ได้ยินหัวหน้าแผนกเอเชียอาคเนย์ กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น พูดกับพี่โต้งและคณะน้าชาติเช่นนั้น เขาก็เดินเข้ามากระซิบกับพี่โต้งว่า

“คุณโต้งอย่าตกใจ.. ไม่ต้องเสียเวลาพูดคุยกับหัวหน้าแผนกท่านนั้น พรุ่งนี้ 10 โมงเช้า น้าชาติจะได้เจอกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่ทำเนียบฯ นายกฯ ญี่ปุ่นจะอนุมัติเงินสร้างสะพานให้ทั้งไทยกับลาวครับ”

การพบกันในเช้าวันรุ่งขึ้นระหว่างน้าชาติกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นนั้น จบลงด้วย “ความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ” ด้วยนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้กล่าวยืนยันกับน้าชาติว่า ญี่ปุ่นจะสนับสนุนเงินสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย-ลาวแห่งที่สอง ตรงตามที่ลูกบุญธรรมท่านประธานตาบูชิ ได้บอกกับพี่โต้งและพวกเราเป๊ะเลยครับ

อีกเรื่องที่เกิดตามมา นั่นคือ “ลูกบุญธรรมท่านประธานตาบูชิ”ได้บอกกับพี่โต้งและพวกเราว่า
“รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังจะมีเงิน 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากบางประเทศในตะวันออกกลาง ส่งมาให้ทางรัฐบาลญี่ปุ่นบริหาร โดยขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นรับประกันรายได้ดอกเบี้ย 2% ต่อปี ท่านประธานตาบูชิได้ขอให้ทางกลุ่มน้าชาติเป็นตัวแทนคัดผู้กู้เงินที่ดีของไทย มาให้กับท่านประธานตาบูชิพิจารณา.. มีข้อแม้ว่า.. วงเงินกู้แต่ละโครงการต้องไม่ต่ำกว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ” โดยลูกบุญธรรมท่านประธานตาบูชิ เป็นกรรมการหนึ่งใน 5 คนที่มีอำนาจอนุมัติการกู้เงินดังกล่าว

ผลงานของน้าชาติอีกหนึ่งสะพาน มิใช่สะพานเชื่อมไทย-อินโดจีนใดๆ ทั้งสิ้น หากแต่เป็นสะพานพระราม 8 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงบางขุนพรหมเชื่อมต่อไปยังฝั่งธนบุรี โดยผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ยุค ผู้ว่าฯ พิจิตต รัตตกุล ที่มี อาจารย์ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ เป็นที่ปรึกษา งานนี้ กทม. เป็นแม่งานหลักในด้านงบประมาณก่อสร้างครับ

งานสร้างสะพานพระราม 8 นี้ น้าชาติเป็นคนนำบริษัทก่อสร้างชั้นนำแห่งหนึ่งของประเทศจีน มาพบกับผมที่สำนักงานเลขาฯ น้าชาติในบ่ายวันหนึ่ง น้าชาติบอกผมว่า..

“ทางผู้นำจีนพร้อมหนุนช่วยโครงการนี้ของในหลวง ทั้งสนับสนุนเงินกู้แบบไม่มีดอกเบี้ย และพร้อมเข้าร่วมแข่งขันรับงานสร้างสะพานพระราม 8 แห่งนี้ด้วย”

กทม. มีเงินงบประมาณสร้างสะพานพระราม 8 ในวงเงิน 1,000 กว่าล้านบาท เมื่อ กทม. เปิดให้บริษัทก่อสร้างทั้งในและนอกประเทศ แข่งขันประมูลงานสร้างสะพานพระราม 8 อย่างเปิดเผยเป็นทางการ ปรากฎว่า ด้วยผลงานการสร้างสะพานในนครเซี่ยงไฮ้ ส่งผลให้ บริษัทก่อสร้างจีนที่น้าชาติแนะนำ ชนะการประมูล ด้วยราคาไม่ถึง 1,000 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางของ กทม. ยิ่งไปกว่านั้น สลิงที่ขึงบนสะพานพระราม 8 บริษัทจีนยินดีเปลี่ยนสีสลิงเป็นสีทองทุกเส้นโดยไม่คิดราคาเพิ่มเติมใดๆ ทั้งสิ้น!

เรื่องที่ผม-พี่โต้งและน้าชาติ เสียใจที่ทำไม่สำเร็จคือ การช่วยเหลือ “ชาวนากลุ่มหนึ่ง” ทั้งๆ ที่น้าชาติได้เดินงานโครงการนี้กับผู้นำชาติจีนไปแล้วกว่าครึ่งทาง นั่นคือ แผนการขาย “ข้าวหอมมะลิ” ซึ่งชาวจีนนิยมชมชอบรับประทาน ให้กับทางรัฐบาลจีน
โดยน้าชาติได้คุยกับ “ผู้นำคนสำคัญของชาติจีน” จนถึงขั้นที่ทางประเทศจีนจะเป็นฝ่าย ลงทุนตั้ง “นิคมอุตสาหกรรมการผลิต และรับซื้อข้าวหอมมะลิไทย” โดยจะรับซื้อทุกเมล็ดในราคาตลาด จากชาวนาไทยผู้ผลิต อันจะส่งผลให้ชาวนาไทยผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน อันจะส่งผลเสริมส่งให้เศรษฐกิจชาติไทยพัฒนาดียิ่งขึ้นในภาพรวมอีกด้วย

ทว่า! ความตั้งใจดีของน้าชาติ เพื่อสร้างอนาคตที่สดใสให้ชาวนาผู้ผลิตข้าวหอมมะลิ ต้องสะดุดล้มโครมอย่างน่าเสียดาย น้าชาติเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่หนึ่งในโครงการอันดีงามไม่ประสบความสำเร็จ!

ด้วยโครงการผลิตและขายข้าวหอมมะลิทั้งหมดให้แก่จีนนี้ บรรดา ส.ส. แต่ละจังหวัดของแทบทุกพรรครวมทั้ง ส.ส. ในพรรคชาติพัฒนา ต่างแย่งกันขอปลูกข้าวหอมมะลิ โดยมิได้คำนึงถึงสภาพแวดล้อมว่า สภาพดิน-สภาพภูมิอากาศในจังหวัดของตน เหมาะสมสำหรับการปลูกข้าวหอมมะลิหรือไม่ ข้าวหอมมะลิที่ปลูกได้จะมีคุณภาพเช่นไร.. เรียกว่าวุ่นวายกันไปหมด จนน้าชาติปวดหัวกับการพูดคุยไม่รู้เรื่อง.. โครงการปลูกและขายข้าวหอมมะลิแก่จีนจึงล้มพับไม่เป็นท่าด้วยเหตุนี้..

เรือนำสมาชิกครอบครัวชุณหะวัณและผู้ใกล้ชิด ล่องลอยไปในท้องทะเลบริเวณเขตนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ผลงานยุค “โชติช่วงชัชวาลย์” ของอดีตนายกรัฐมนตรีเปรม ติณสูลานนท์

บริเวณนี้ถูกเลือกให้ “อังคารของน้าชาติ” อยู่อย่างสุขสงบ พี่โต้งค่อยๆ ปล่อยลุ้งลงบนผืนน้ำ.. ผมนั่งมองตามลุ้งที่ลอยห่างออกไป และค่อยๆ จมลงสู่ก้นทะเลด้วยใจสะท้อน.. พลางรำพึงในใจ..
“ขอดวงวิญญาณน้าชาติ จงไปสู่ภพภูมิอันสงบร่มเย็นเป็นสุขเถิด..”