xs
xsm
sm
md
lg

อีกเพียงแค่ 33 วัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร


โดนัลด์ ทรัมป์
ทรัมป์พยายามสุดเหวี่ยงที่จะกู้คะแนนเสียงของพรรครีพับลิกันให้คืนมา ก่อนการลงคะแนน 3 พ.ย.นี้ ใช้ทั้งการเดินทางมาของ ปธน.สี ซึ่งก็จะซื้อสินค้าหลายอย่างจากสหรัฐฯ รวมทั้งยอมขายสินค้าที่จีนผูกขาดให้กับสหรัฐฯ ด้วย

และการโกหกมดเท็จรายวัน, รายชั่วโมง ปั้นน้ำเป็นตัวถล่มฝ่ายเดโมแครตที่กำลังพลิกมาครองเสียงข้างมากในสภาล่างด้วยการกล่าวหาพูดโกหกคำโตพูดซ้ำๆ แก่เหล่าสาวก MAGA ว่าอเมริกากำลังต่อสู้กับเหล่าคอมมิวนิสต์ และพวก Lunatics (บ้าๆ บอๆ) หลังจากนายกเทศมนตรีเมืองนิวยอร์ก ก็กลายเป็นมุสลิม (เชื้อสายอิหร่าน) คนแรกของสหรัฐฯ

และตามมาด้วยผู้สมัครเป็นคุณหมอมุสลิมก้าวหน้าชนะเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตในตำแหน่ง สว.ของรัฐมิชิแกน และผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันที่ทรัมป์ให้การสนับสนุน ทั้งช่วยหาเสียงให้ และด้วยเงินหาเสียงมโหฬาร พวกเขากำลังเพลี่ยงพล้ำให้แก่ตัวแทนพรรคเดโมแครตใน Red States แถบมิดแลนด์ ไม่ว่าจะเป็นที่รัฐแคนซัส, อาร์คันซอร์, ไอโอวา, เนบร้าสกา เป็นต้น ที่ทรัมป์ชนะมาถึง 3 ครั้งในการสมัครที่ผ่านมา…ก็เพราะน้ำมันดีเซลที่แพงขึ้นมา 90% จากราคาก่อน 28 กุมภาฯ ที่สหรัฐฯ คู่อิสราเอลบุกถล่มอิหร่าน (เดิมที่ 3.50 เหรียญต่อแกลลอน ตอนนี้จากราคาสำรวจโดยบริษัทประกัน AAA ขึ้นมาถึง 6.50 เหรียญ) ซึ่งเป็นน้ำมันที่ใช้สำหรับ 3 T’s คือ Truck, Train และ Tractor (รถบรรทุกสินค้า, รถไฟ และรถไถนา)

และยังบวกกับกำแพงภาษีนำเข้า (Tariffs) ที่ทรัมป์ยังงัดออกมาใช้กับสินค้าต่างๆ โดยเฉพาะแม่ปุ๋ยโพแทช (Potash) ที่แคนาดาส่งให้สหรัฐฯ ถูกภาษีนำเข้าสูงถึง 50% ทำเอาเกษตรกรสหรัฐฯ ร้องกันลั่น

และยังซ้ำเติมเกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นถั่วเหลือง, ข้าวโพด, ข้าวสาลี เป็นต้น และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นไก่, หมู, วัว ต่างโดนทั้งราคาดีเซล และภาษีนำเข้าอาหารสัตว์และแม่ปุ๋ยที่สูงลิ่ว

ยังมีปัจจัยที่ 3 ที่เกษตรกรไม่พอใจทรัมป์คือ ดอกเบี้ยที่เพิ่งปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปี และยังมีที่น่าจะขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในเดือนตุลาคม (ใช่เลย ก่อนลงคะแนน 3 พ.ย.นี้แหละ) เพราะอัตราเงินเฟ้อยังทะยานสูงสุดในรอบ 5 ปี โดยไม่มีทีท่าจะลงมาต่ำกว่าเป้าที่ 2% เลย โดยต้นเหตุดอกเบี้ยขึ้นเพราะสงครามกับอิหร่าน ทำให้น้ำมันแพงดันเงินเฟ้อ

นี่ขนาดทรัมป์เป็นคนเสนอชื่อประธานเฟด มาจากในมุ้งของเขาด้วยซ้ำ แต่คนเดียว (ประธานเฟด) จะไปฝืนอีก 11 เสียงของ Governors ได้อย่างไร เพราะตัวเลขเศรษฐกิจมันกดดันจนกลายเป็นมติเอกฉันท์ให้ขึ้นดอกเบี้ยเมื่อเร็วๆ นี้ และประธานเควิน วอร์ช ก็ต้องยอมยกมือกับเขาด้วย

การต้อนรับปธน.สี ของจีนนั้น ทรัมป์ก็ดูเปลี่ยนไปกลายเป็นรักใคร่สนิทสนมกับสี ทั้งๆ ที่จีนกลายเป็น “แพะ” ของทรัมป์ตั้งแต่เขาหาเสียงรอบแรกจนชนะเข้าทำเนียบขาว 1.0 และจนปธน.ไบเดนไม่กล้าเปลี่ยนนโยบายที่แข็งกร้าว (รับมรดกจากทรัมป์) และไม่เป็นมิตรกับจีนแม้แต่น้อย ขนาดประธานสภาฯ แนนซี เพโลซี กล้าหาญเดินทางไปมอบอิสริยาภรณ์ให้กับผู้นำไต้หวันที่เกาะแห่งนั้นทีเดียว

นักวิเคราะห์ซีเอ็นเอ็นได้ลำเลิกนำเอาภาพและเหตุการณ์ประวัติศาสตร์มาทวนความจำ...นั่นคือ ในการเดินทางมาเยือนทำเนียบขาวในปี 2015 (เมื่อ 11 ปีมาแล้ว) ในปลายสมัยของปธน.บารัค โอบามา นั้น โอบามาได้จัดต้อนรับเป็น State Dinner ที่ยิ่งใหญ่ที่ทำเนียบขาว…ซึ่งขณะนั้นทรัมป์กำลังหาเสียงเป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกัน ซึ่งกำลังแข่งขันกับนางฮิลลารี คลินตัน

ผู้สมัครทรัมป์ ได้กล่าวโจมตีปธน.โอบามา ทำไมต้องจัด State Dinner ต้อนรับผู้นำเผด็จการคอมมิวนิสต์...เลี้ยงแค่แฮมเบอร์เกอร์ก็พอเหมาะสมกับสี!! เป็นการดูถูกเหยียดหยาม ปธน.สีอย่างมาก ซึ่งเข้าทางกับที่เขาสร้างความเกลียดชังต่อผู้นำจีนและชาวจีนอย่างแข็งกร้าว จนมีหลายโพลที่ชาวอเมริกันได้สะท้อน (ตั้งแต่ทรัมป์เริ่มหาเสียงครั้งแรก) ที่เปลี่ยนจากชื่นชมในความสำเร็จของประเทศจีนที่เปิดตลาดเปิดรับการลงทุนให้ต่างประเทศ ประชาชนจีนลืมตาอ้าปากและมีการตั้งสถาบันขงจื๊อในหลายๆ ประเทศทั่วโลก...กลายมาเป็นเริ่มมองจีนในแง่ลบจนถึงเกลียดชังชาวจีน...และจับพลัดจับผลูมาเกลียดชาวผิวเหลืองแบบคนไทยที่ตาตี่ชั้นเดียวแบบจีนไปด้วย

การต้อนรับครั้งนี้ ทรัมป์ต้องการให้ยิ่งใหญ่กว่าการต้อนรับที่โอบามาเคยทำที่ทำเนียบขาว...ขนาดลงทุนปูพรมแดงไปรับที่บันไดเครื่องบินทีเดียว...โดยโอบามาได้แค่ส่งรอง ปธน.โจ ไบเดน (ที่เคยพบและมักคุ้นกับไบเดนมาก) ไปรับที่สนามบินเท่านั้น

น่าสังเกตมากว่า ทีมเจรจาของสหรัฐฯ นำโดย รมต.คลังสกอตต์ เบสเซนต์ และ USTR นายเจมีสัน เกรียร์ ส่วนจีนนำโดยรองนายกฯ เหอ ลี่เฟิง ได้ประกาศว่า จะยังคงพักรบ (ด้านการค้า) ยืดเวลาออกไปอีก 2 เดือน ไปจบเอาวันที่ 10 มกราคม...ซึ่งเปิดทางให้มีการเจรจาต่อรองจากการพบกันอีก 2 ครั้งระหว่างสีและทรัมป์ โดยทั้งคู่จะผลัดกันเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดระดับช้าง ที่ทั้งคู่จะต้องรักษาหน้าว่า อีกฝ่าย (ที่เป็นปรปักษ์) จะไม่ปฏิเสธที่จะเดินทางมาเข้าร่วม...นั่นคือ ประชุมสุดยอด APEC ที่เซินเจิ้นในวันที่ 18-19 พ.ย.ที่ ปธน.สีจะเป็นเจ้าภาพ; และประชุมสุดยอด G20 ในวันที่ 14-15 ธันวาคมที่ไมอามี, ฟลอริดา ที่ทรัมป์ต้องการให้สีมาร่วมด้วย

สำหรับจีนนั้น การเลื่อนการพักรบไปจนถึง 10 มกราคมนั้น อย่างน้อยจีนก็ได้ขายสินค้าเข้าสหรัฐฯ ช่วงคริสมาสต์และก่อนฉลองตรุษจีนในสหรัฐฯ ด้วย...และยังเปิดทางให้นักท่องเที่ยวอเมริกันมาเที่ยวจีนช่วงปีใหม่ด้วย

จีนเลื่อนไปเป็น 10 มกราฯ ซึ่งจะได้ทราบแน่หลังการเลือกตั้งมิดเทอมว่า ทรัมป์จะเสียเสียงข้างมากในสองสภา (หรือในสภาล่างอย่างแน่นอน) ซึ่งจะมีผลทำให้ทรัมป์เป็นเป็ดง่อยพิการ และไม่น่าแผลงฤทธิ์เดชต่อจีนในด้านการค้าได้เหมือนใน 2 ปีแรกของทรัมป์แน่นอน

รวมทั้งอิหร่านเองก็คอยผลเลือกตั้งกลางปีของทรัมป์ ที่นโยบายบ้าสงครามของทรัมป์จะลดดีกรีลงหลังจากทรัมป์ปีกหักกลายเป็นเป็ดง่อยนั่นเอง เพราะขณะนี้เดโมแครตแทบทั้งหมด รวมทั้งฝ่ายรีพับลิกันหลายคนกำลังถึงกับแสดงอาการให้หยุดสงครามอิหร่านเพื่อราคาน้ำมันและปุ๋ยจะลดลง