xs
xsm
sm
md
lg

เรื่องพิเศษ

x

พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา พระพุทธเจ้าหมอยารักษาโรค

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คอลัมน์ศิลปะแห่งศรัทธา
โดย Artmulet

พระพุทธศาสนาฝ่ายลัทธิมหายาน จะมีพระพุทธเจ้าองค์สำคัญพระองค์หนึ่ง ที่ทรงพระนามว่า พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า ได้ทรงตั้งปณิธานไว้ถึง ๑๒ ประการ ในขณะบำเพ็ญบารมีเป็นพระโพธิสัตว์ เพื่อจะช่วยให้เหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายได้หลุดพ้นจากสรรพทุกข์ ทั้งที่เกิดจากโรคทางกายและโรคทางใจ โดยพระศากยมุนีพุทธเจ้าระหว่างที่ประทับอยู่เมืองไพศาลี ได้เคยทรงแสดงธรรมเทศนาตรัสเล่าถึงมหาปณิธาน ๑๒ ประการดังกล่าวนี้แก่ที่ประชุม ซึ่งประกอบไปด้วย พระภิกษุสงฆ์ พระโพธิสัตว์ เหล่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายให้ได้รับรู้ ซึ่งพอจะอธิบายได้อย่างสังเขปดังนี้คือ

๑.จะทรงฉายรัศมีประภาสไปยังโลกต่าง ๆ และจะยังให้สรรพสัตว์สำเร็จพระโพธิญาณได้อย่างรวดเร็ว โดยมีพระมหาบุรุษลักษณะ ๓๒ ประการ และอสีตยานุพยัญชนะลักษณะ ๘๐ ประการเหมือนดั่งพระองค์ (แสดงถึงความเสมอภาคเท่าเทียม)

๒.จะทรงฉายรัศมีประภาสที่สว่างกว่าดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ (แสดงถึงความสะอาดบริสุทธิ์ทั้งกายและใจ) ไปยังนรกภูมิให้เหล่าสรรพสัตว์ที่ได้รับทุกขเวทนาได้พ้นจากทุกข์ รวมถึงสรรพสัตว์ที่ลุ่มหลงมัวเมาให้ตื่นขึ้นจากความโง่เขลาและความลุ่มหลง

๓.จะทรงยังให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย ถึงพร้อมในสิ่งของของเครื่องใช้ทั้งปวงที่ไม่รู้จักหมดสิ้น ไปจนกว่าผู้นั้นจะสำเร็จพระโพธิญาณ

๔.จะทรงยังให้สรรพสัตว์ และผู้ที่ปฏิบัติตนในมิจฉามรรค สาวกยาน ปัจเจกพุทธยาน ให้หันมาดำรงตั้งมั่นในมหายานธรรม (ดำรงตนเป็นโพธิสัตว์) จนกว่าผู้นั้นจะสำเร็จพระโพธิญาณ

๕.จะทรงยังให้เหล่าสรรพสัตว์ที่มีศีลด่างพร้อย กลับมามีศีลที่บริสุทธิ์จนกว่าผู้นั้นจะสำเร็จพระโพธิญาณ

๖.จะทรงยังให้เหล่าสรรพสัตว์มีร่างกายที่สมบูรณ์ หายจากความพิกลพิการเสียสติ หายจากโรคร้ายใดๆ จนกว่าผู้นั้นจะสำเร็จพระโพธิญาณ

๗.จะทรงยังให้สรรพสัตว์พ้นจากความยากจนข้นแค้น มีที่พักพิงอาศัยมีครอบครัวที่ดี มีความสุขกายสุขใจ จนกว่าผู้นั้นจะสำเร็จพระโพธิญาณ

๘.จะทรงยังให้สตรีเพศที่ได้รับทุกข์ทรมานปรารถนาต้องการจะเป็นบุรุษ ให้ได้กลายเป็นบุรุษสมชายดั่งใจหมาย จนกว่าผู้นั้นจะสำเร็จพระโพธิญาณ

๙.จะทรงยังให้สรรพสัตว์ได้หลุดพ้นจากตาข่ายแหอุบายมาร ได้บำเพ็ญเพียรในโพธิสัตว์มรรค จนสำเร็จพระโพธิญาณได้อย่างรวดเร็ว

๑๐.จะทรงยังให้สรรพสัตว์หลุดพ้นจากคดีความอาญาหลวง การคุมขังพันธนาการ และการลงโทษโบยตีทั้งปวง จนกว่าจะสำเร็จพระโพธิญาณ

๑๑.จะทรงยังให้สรรพสัตว์ที่จำเป็นต้องเลี้ยงชีพด้วยความชั่ว อันเนื่องมาจากความอดอยากข้นแค้น ให้ได้รับความสุขที่แท้จริงโดยไม่ต้องกระทำความชั่วช้าใด ๆ อีก จนกว่าผู้นั้นจะสำเร็จพระโพธิญาณ

๑๒.จะทรงยังให้เหล่าสรรพสัตว์ที่ยากไร้ ได้สมบูรณ์ในอาภรณ์แพรพรรณ พร้อมทั้งเครื่องดนตรีของหอมรวมถึงสิ่งมีค่าทั้งปวง จนกว่าผู้นั้นจะสำเร็จพระโพธิญาณ


พระสูตรภาษาสันสกฤตชื่อ “พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคต” ได้กล่าวถึงพระไภษัชยคุรุว่าพระองค์ประทับอยู่ในพุทธเกษตรเบื้องตะวันออกของโลกธาตุ ที่มีนามว่า “ศุทธิไวฑูรย์” ซึ่งเป็นแดนบริสุทธิ์วิเศษน่าอภิรมย์ แต่ปราศจากสตรีเพศ ปราศจากวิบากกรรมรวมถึงอกุศลกรรมทั้งปวง แผ่นพื้นของโลกธาตุแห่งนี้จะมีสีสันดั่งรัตนไพฑูรย์ มีข่ายกระดิ่งทองเชื่อมโยงกับโลกมนุษย์ อีกทั้งยังเพียบพร้อมด้วยปราสาทราชมณเฑียร ที่ล้วนแล้วแต่ตกแต่งประดับประดาด้วยอัญมณี ๗ ประการ ซึ่งความวิจิตรอลังการของพุทธเกษตรเบื้องตะวันออก เทียบได้กับแดนสุขาวดี อันเป็นพุทธเกษตรขององค์พระพุทธเจ้าอมิตาภะในเบื้องทิศตะวันตก โดยในศุทธิไวฑูรย์พุทธเกษตร จะมีพระโพธิสัตว์ มหาสัตว์อยู่ ๒ พระองค์ ที่ทรงประทับเป็นประธานในหมู่พระโพธิสัตว์ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก พระนามว่าพระสุริยประภาโพธิสัตว์ และพระจันทรประภาโพธิสัตว์ เป็นองค์อัครสาวกผู้พิทักษ์พระธรรมของพระพุทธเจ้าไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา

พุทธลักษณะของพระไภษัชยคุรุ จะครองจีวรแบบนักบวชเหมือนพระพุทธเจ้าพระองค์อื่นๆ ไม่มีเครื่องประดับใดๆ แต่ในทิเบตมักจะทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ และมีลักษณะมหาบุรุษ เช่น มีอูรณา (อุณาโลม, อุษณีษะ) พระกรรณยาว ส่วนองค์พระปฏิมาของพระองค์ตามคติของจีน พระหัตถ์จะอยู่ในท่าสมาธิ มีรัตนเจดีย์ ๗ ชั้นหรือ ๙ ชั้นวางอยู่บนพระหัตถ์ ตามคติความเชื่อของทิเบตนั้น พระวรกายจะเป็นสีน้ำเงินเข้มเหมือนไพฑูรย์หรือสีทอง ประทับอยู่ในอิริยาบถนั่งขัดสมาธิเพชร พระหัตถ์ขวาวางหงายอยู่บนพระชานุในปางประทานพร (วรทมุทรา) ทรงถือกิ่งอรุระหรือกิ่งสมอ หรือผลไม้อยู่ระหว่างพระอังคุฐ (นิ้วหัวแม่มือ) และพระดัชนี (นิ้วชี้) หากเป็นฝ่ายจีนจะทรงเห็ดหลินจือตามความเชื่อที่ว่าเห็ดเป็นอายุวัฒนะของเซียน พระหัตถ์ซ้ายแสดงปางสมาธิ (ธยานมุทรา) ทรงถือบาตรภายในบรรจุโอสถทิพย์ที่ชื่อ “อคทะ” บ้างก็ว่าเป็นต้นยาอรุระ หรือสมอ หรืออาจเป็นผลมะขามป้อม (อามลกะ) อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญในการบำบัดรักษาโรค


ทั้งนี้อาจพบพระไภษัชยคุรุที่อยู่ในอิริยาบถยืน โดยพระหัตถ์ขวาจะแสดงท่าประทานอภัย (อภยมุทรา) พระหัตถ์ซ้ายทรงโถยา ขนาบด้วยพระโพธิสัตว์สุริยประภา และจันทรประภา ทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ อีกทั้งยังแวดล้อมด้วยมหาเสนาบดียักษ์อีก ๑๒ ตน ที่มีนามว่า กุมภิระ วัชระ มิหิระ อัณฑีระ อนิล คัณฑิละ อินทระ ปัชระ มโหรคะ กินนระ จตุระ และวิกราละ ซึ่งเป็นผู้ปกป้องอภิบาลพุทธศาสนิกชนที่ตั้งมั่นอยู่ในศีลในธรรม รวมถึงผู้เคารพปฏิบัติสักการบูชาในองค์พระไภษัชยคุรุ ให้รอดพ้นจากทั้งความทุกข์ โรคภัยร้าย และอันตรายทั้งปวง

จากมหาปณิธาน๑๒ประการอันยิ่งใหญ่นี้ จะเห็นได้ว่าพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาพระพุทธเจ้า จะมีหน้าที่ๆจะทรงบรรเทาความทุกข์ยากใดๆให้กับเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย ดังนั้นพุทธศาสนิกชนฝ่ายลัทธิมหายาน จึงเคารพนับถือบูชาพระพุทธเจ้าพระองค์นี้เป็นอย่างมาก พวกที่ได้รับความทุกข์ร้อน หรือบังเกิดโรคภัยไข้เจ็บ จึงมักที่จะไปอธิษฐานขอพรให้พระองค์ทรงช่วยบรรเทาทุกข์ภัยตามอารามวัดวาต่าง ๆ โดยในลัทธิมหายานมักจะสร้างพระพุทธรูปพระไภษัชยคุรุไว้สักการะบูชา แทบจะทุกอารามพุทธสถานโดยเฉพาะในทิเบตและจีน

สำหรับผู้ที่นับถือบูชาพระพุทธเจ้าหมอยารักษาโรคพระองค์นี้ จะมีความเชื่อกันว่าอาจหายจากโรคภัยไข้เจ็บ รวมทั้งทุกข์ทางกาย ทุกข์ทางใจทั้งหลายได้ จากการที่ได้บูชาพระองค์อย่างถูกต้องตามสมควร หรือหากว่าผู้ที่เจ็บป่วยทางร่างกายไม่ว่าจะเป็นบริเวณใด เพียงแค่ได้สัมผัสรูปปฏิมาของพระองค์ ได้ใช้มือสัมผัสในบริเวณนั้นของพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้าแล้ว ก็จะสามารถหายจากความเจ็บไข้ได้ป่วยได้ ทั้งนี้ยังมีปรากฏรูปเคารพที่อยู่ในลักษณะเป็นพระเครื่องประเภทพระกริ่ง ที่จัดเป็นพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้าจำลองขนาดเล็กที่บรรจุเมล็ดกริ่งไว้ภายใน เมื่อสั่นก็จะได้ยินเสียงกริ่ง สามารถพกพานำติดตัวเดินทางไปยังที่ต่าง ๆได้ อันถือเป็นเครื่องรางมงคลชั้นสูง ที่ใช้สำหรับอธิษฐานประกอบในการรักษาโรคภัยได้อีกด้วย แต่สำหรับเรื่องราวของพระกริ่งที่เป็นพระไภษัชยคุรุขนาดเล็กนั้นจะมิได้กล่าวถึงในที่นี้