xs
xsm
sm
md
lg

ก็แค่-ไอ้หมาน้อยเท่านั้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร


สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สหรัฐฯ
เป็นเรื่องที่ขำไม่ออก ในรายการ “My View with Lara Trump” ทางทีวีฟ็อกซ์ เมื่อค่ำวันเสาร์ที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา ลูกสะใภ้คนรอง (ภรรยาของเอริค ทรัมป์) ของปธน.ทรัมป์ ได้สัมภาษณ์แขกรับเชิญคนสำคัญคือ รมต.คลังสกอตต์ เบสเซนต์ โดยเธอจงใจถามถึงผลกระทบการมีสงครามการค้าที่ตึงเครียดกับแคนาดาที่เพิ่งเกิดขึ้นหมาดๆ (โดยนายกฯ มาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา เรียกทีมเจรจาการค้าของเขาให้เดินทางกลับบ้านทันที หันหลังให้การเจรจาที่วอชิงตัน ดี.ซี. เพราะสหรัฐฯ-นำโดย USTR นายเจมีสัน กรีออร์ ได้ขอเพิ่มเติมข้อเรียกร้องในนาทีสุดท้ายต่อทีมแคนาดา และนายกฯ คาร์นีย์ รับไม่ได้)

รมต.คลังสกอตต์ เบสเซนต์ พูดแบบดูถูกเหยียดหยามประเทศแคนาดา ว่าผลพวงที่จะเกิดขึ้นต่อสหรัฐฯ นั้นเล็กน้อยมาก และได้ยกการเปรียบเปรยว่า ผมมีสุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดตัวใหญ่น้ำหนัก 110 ปอนด์ (ประมาณ 50 กก.) ที่ถูกเจ้าหมาน้อยพันธุ์ดัชชุน (ของเยอรมันเช่นกัน-ที่คนไทยตั้งชื่อพันธุ์นี้ว่า เป็น “ไส้กรอก” เพราะตัวเล็กและยาวแบบไส้กรอก) มาเห่าหอนยั่วยุอยู่ใกล้ๆ ผมเห็นใจเยอรมันเชพเพิร์ดมันไม่สนต่อการยั่วยุด้วยเสียงเห่าหอนของเจ้าดัชชุนแม้แต่น้อย จนเมื่อถูกรบกวนไม่หยุดหย่อน เจ้าตัวใหญ่ก็เลยขม้ำสั่งสอนเจ้าตัวน้อย เพื่อให้หยุดเห่าเสียที

โอ้โฮ เป็นการเปรียบเปรยที่ทำให้มองเห็นภาพแคนาดาเป็นประเทศที่เล็กกะจิริดไม่มีของดีอะไรจะไปเทียบกับเจ้าสุนัขตัวใหญ่ซึ่งก็คือ สหรัฐฯ และถ้าแคนาดาอวดดีรบกวนเจ้าตัวใหญ่มากๆ ก็จะเจอดีให้รู้สึกตัวเสียบ้าง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนหน้าที่ปธน.ทรัมป์ ซึ่งเปรียบเสมือนเจ้าเยอรมันเชพเพิร์ดตัวยักษ์นั้น จะประกาศศักดาด้วยออก Executive Order ให้เปลี่ยนชื่อและเครื่องหมายใดๆ แสดงชื่อทะเลสาบ Ontario ให้เปลี่ยนไปเป็น Lake America ซึ่งคำสั่งปธน.ก็มีผลทันที ทำให้บริษัทเทคทั้งหลายที่มีแผนที่ทะเลสาบแห่งนี้ รีบเปลี่ยนชื่อในแผนที่อย่างทันควัน เพราะกลัวผิดต่อคำสั่งปธน.ที่มีผลทางกฎหมาย

ในการแถลงต่อประชาชนที่นายกฯ คาร์นีย์ ใช้คำพูดคมคายสละสลวยนั้น เขาเน้นตั้งแต่เริ่มสุนทรพจน์เลยว่า พายุจากประเทศตอนใต้ของแคนาดา (คือมาจากสหรัฐฯ) พยายามทำลายทิศทางลมของแคนาดา แต่ในฐานะที่เขามีหน้าที่ปกปักรักษาชีวิตของเพื่อนร่วมชาติชาวแคนาดา ทั้งเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีแห่งอธิปไตยของชาติ เขามีหน้าที่ต้องกำหนดทิศทางลมของแคนาดา (ไม่ให้ถูกกระทบจากพายุบ้าที่โหมมาจากสหรัฐฯ) โดยเขาย้ำว่า ชาวแคนาดาต่างตระหนักว่า บัดนี้สหรัฐฯ ได้เปลี่ยนไปจากเดิม ที่เราสองชาติทำมาค้าขายร่วมมือกันมาอย่างดีตลอดเกือบ 300 ปีที่ผ่านมา

เขาย้ำถึงสัญญาความร่วมมือระหว่างสองชาติ ที่มีมูลค่ารวมทางการค้าถึงปีละเกือบ 9 แสนล้านดอลลาร์ โดยแคนาดาเป็นคู่ค้าอันดับสองรองลงมาจากเม็กซิโกเท่านั้น...แต่กลับถูกจารึกในความร่วมมือด้วยดินสอ! (ไม่ใช่น้ำหมึก ที่แสดงถึงความจีรังยั่งยืนกว่าข้อความที่เขียนด้วยดินสอ ซึ่งจะลบทิ้งเมื่อใดก็ได้!)

นายกฯ คาร์นีย์ ยังพูดถึงสงครามการค้าที่แคนาดาถูกกระทำจากสหรัฐฯ ก่อน ก็คือ มีการสอดไส้เข้ามาในนาทีสุดท้าย ว่าสินค้าจากสหรัฐฯ จะต้องเลิกที่จะติดสลากด้วยสองภาษา คือ ทั้งภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งเป็นกฎข้อบังคับของแคนาดาเสมอมา เพราะชาวแคนาดามีประชาชนที่สืบเชื้อสายมาจากทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส...ซึ่งข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ให้เลิกสลากสองภาษานี้ ดูเหมือนจงใจให้รัฐบาลคาร์นีย์ (ที่พูดภาษาอังกฤษเป็นหลัก) เกิดการแตกแยกกันหลายแคว้นที่ประชาชนยังพูดภาษาฝรั่งเศส เช่น ที่เมืองเควเบ็ก, เมืองมอนทรีออล เป็นต้น...เรื่องนี้ นายกฯ คาร์นีย์รับไม่ได้ เพราะตัวเขาเองจะแถลงทุกๆ พารากราฟด้วยสองภาษาควบคู่กันไป แม้ภาษาฝรั่งเศสของเขาจะดีเยี่ยม แต่ก็มีสำเนียง “เหน่อ” สอดแทรกอยู่ เพราะเขาเติบโตในแคว้นที่พูดอังกฤษมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก และพ่อแม่, ปู่ย่าตายาย เพื่อนบ้านก็พูดแต่ภาษาอังกฤษนั่นเอง

ไม่เพียงที่รมต.คลัง เบสเซนต์ จะดูถูกดูแคลนชาวแคนาดาด้วยการเทียบประเทศแคนาดาว่าเป็นแค่เจ้าหมาน้อยที่ไร้พิษสง แต่ปธน.ทรัมป์ยังเพิ่งทำแผนที่ใหม่ของทวีปอเมริกาเหนือ เป็นประเทศอเมริกาทั้งหมดคือ ทั้งดินแดนแคนาดา และเม็กซิโกกลายเป็นเมืองขึ้นของสหรัฐฯ เรียบร้อยแล้ว รวมถึงเกาะคิวบา และประเทศเวเนซุเอลา ก็มีธงชาติสหรัฐฯ ปกคลุมบนแผนที่

ทั้งหมด...คือ ทั้งอเมริกาเหนือ, กลาง, ใต้ อยู่ภายในอาณัติใต้ธงสหรัฐฯ ทั้งหมด...จากการเสกสรรปั้นแต่งด้วย AI...โดยฝีมือของเลขาคู่ใจกิ๊กคนใหม่ สาวน้อย นาตาลี ฮาร์ป ผู้หลงใหลและทุ่มเทแม้ยอมสละชีพให้แก่ท่าน ปธน.ทรัมป์...ตามหลักการ Monroe Doctrine ที่ทรัมป์ภูมิใจให้ชื่อใหม่ว่า Donroe Doctrine

สำหรับนายกฯ คาร์นีย์ ได้ยกเอาสัญญาใหม่ทางการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจในปีนี้ (8 เดือนที่ผ่านมา) ที่เขาได้ลงนามถึง 20 ฉบับกับประเทศต่างๆ อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน...

ก็เพื่อไม่ต้องพึ่งตลาดสหรัฐฯ เพียงตลาดเดียว...ด้วยสินค้าด้านพลังงานที่หลายๆ ประเทศในโลกต้องการเช่น จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, อินเดีย รวมทั้งประเทศต่างๆ ในอาเซียน เขาสามารถหาคู่ค้าใหม่มาแทนสหรัฐฯ ได้อย่างง่ายดาย

แต่ในความคิดเห็นของรมต.คลังเบสเซนต์ และปธน.ทรัมป์ รวมทั้งรองปธน.แวนซ์ นั้น ขนาดเศรษฐกิจของแคนาดาเล็กกว่าสหรัฐฯ ถึง 12 เท่า และขนาดประชากรของแคนาดาก็เล็กกว่าของสหรัฐฯ ถึง 9 เท่า (สหรัฐฯ มีประชากร 350 ล้านคน ของแคนาดามี 40 ล้านคน)

เพียงแต่ว่า แคนาดามีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นทั้งพลังงาน และป่าสนที่ทำเฟอร์นิเจอร์และเยื่อกระดาษมากมาย

การเทียบแคนาดาเป็น “หมาตัวน้อย” จึงเป็นความอหังการที่ดูถูกดูแคลนถึงศักดิ์ศรีชาวแคนาดาที่รักสงบและผลักไสให้พันธมิตรแคนาดาหาทางไปผูกมิตรกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก แทนที่จะถูกมัดมือขายทรัพยากรธรรมชาติของตนให้กับสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียว

ขณะที่คะแนนนิยมของคาร์นีย์อยู่สูงถึง 60-66% ในหลายๆ โพลด้วยซ้ำ