xs
xsm
sm
md
lg

ประกาศิตของอันธพาลทรัมป์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร


โดนัลด์ ทรัมป์
อีกแค่ 62 วันก็จะถึงวันลงคะแนนกลางเทอมในวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน...นั่นคือ อีกแค่ 2 เดือนเท่านั้น และทำให้ชาวโลกต้องตะลึงกับความไร้สติผู้รับผิดชอบชั่วดี ของผู้นำสหรัฐฯ-ซึ่งเป็นถึงมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก ทั้งในด้านแสนยานุภาพ,เศรษฐกิจ, เทคโนโลยี รวมทั้งเป็นแม่แบบการทดลองประชาธิปไตยแห่งแรกของโลกที่มีอายุครบ 250 ปีพอดี

ประเด็นปัญหาที่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่มองว่า ใครหรือพรรคใดจะมาช่วยเขาให้มีชีวิตที่สามารถซื้อหาสิ่งที่ยังขาดอยู่ให้มีสมบูรณ์ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องอุปโภคบริโภค, การเดินทาง, การรักษาพยาบาล, ที่อยู่อาศัย รวมทั้งการสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งคือปัจจัยพื้นฐานในชีวิตและมาลงตัวในคำว่าAffordability โดยมีผู้สมัครตำแหน่งนายกเทศมนตรี มหานครนิวยอร์กพรรคเดโมแครต
เชื้อสายอิหร่านชื่อ นายโซห์ราน มัมดานี อายุแค่ 33 ปีได้ชูประเด็นนี้แก่ชาวนิวยอร์กส่วนใหญ่ที่ยังขาดแคลนอย่างมากต่อปัจจัยพื้นฐานในชีวิต...จนเขาได้รับเลือกเข้ามา

ต่อมา ผู้สมัครเดโมแครตในรัฐอื่นๆ ทั้งในตำแหน่ง สส., สว. หรือผู้ว่าการรัฐ ที่มีการเลือกตั้งซ่อมในปีนี้ ต่างก็นำเอานโยบายเติมเต็มในปัจจัยพื้นฐานที่ยังขาดอยู่ไปใช้หาเสียง และชนะขาดลอยทีเดียว

เรื่องราคาน้ำมันรถทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล หรือรถบรรทุกขนส่งสินค้า รวมทั้งค่าตั๋วเครื่องบินก็กลายเป็นประเด็นสำคัญในขณะนี้ โดยเฉพาะหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่มีการสมคบร่วมกันระหว่างอิสราเอลและสหรัฐฯ ในการปฏิบัติการทำสงครามถล่มปูพรมอิหร่าน

ราคาน้ำมันรถยนต์ที่สำรวจโดยบริษัทประกันเดินทาง Triple A รายงานว่า ถัวเฉลี่ยราคาสูงกว่าปีที่แล้วถึง 30%(yoy) ที่ 4.09
เหรียญต่อแกลลอน และในวันเสาร์, อาทิตย์, จันทร์นี้ มีหยุดยาววันแรงงานที่สหรัฐฯ น่าจะสูงกว่า 4.09 เหรียญต่อแกลลอนเพราะขณะนี้สหรัฐฯเริ่มยิงถล่มอิหร่านอีกหลายจุด คือ ทางการ Centcom ของสหรัฐฯ แถลงว่า ได้ทำลายฐานปล่อยขีปนาวุธสำคัญ 2 จุดที่เกาะลารัค

ทางทรัมป์ได้เผยภาพการยิงบดขยี้เกาะ Kharg ที่เป็นที่ตั้งสำคัญของท่าเรือส่งออกน้ำมันของอิหร่าน

ภาพทำลายเกาะ Kharg นี้ เป็นภาพที่โหดเหี้ยมมาก จนเกาะคาร์กไหม้เป็นจุล...ซึ่งต่อมาทางอิหร่านปฏิเสธโดยสิ้นเชิงว่า
ไม่ได้มีการโจมตีเกาะคาร์กแต่อย่างใด...ปรากฏเป็นฝีมือภาพทำขึ้นโดย AI

สำหรับอันธพาลทรัมป์ จะกล่าวหาบรรดาสื่อว่า รายงานข่าวปลอมโกหก (Fake News) ในเรื่องสหรัฐฯ มีภาวะขาดแคลนอาวุธ (ร่อยหรอ) จนไม่มีระบบป้องกันขีปนาวุธ (Patriots) ไปเพิ่มให้แก่ยูเครน...จนต้องเสนอจะมอบลิขสิทธิ์พิมพ์เขียว Patriots
ให้แก่ยูเครน เพื่อให้ไปผลิตเอง (ซึ่งเหล่าบริษัทผลิตอาวุธในสหรัฐฯ ไม่ยินยอมให้พิมพ์เขียว-จนอันธพาลทรัมป์ต้องถอย)

อันธพาลทรัมป์ และหัวหน้านักเลง พีท เฮกเซธ-รมต.กระทรวงสงคราม ออกมาเอ็ดตะโรยืนยันกับสื่อว่า อาวุธยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ ยังมีอยู่เต็มร้อย!! ก็แล้วทำไมต้องเปลี่ยนยุทธวิธีจากการโจมตีทางทหารมาเป็นโจมตีทางด้านเศรษฐกิจเล่า?? ก็เพราะ “หมดแนวทางจะโจมตีต่อไป” ตามคำวิเคราะห์ของ ศ.จอห์น เมียร์ไชเมอร์ นักรัฐศาสตร์เด่นดังแห่งม.ชิคาโก ได้วิเคราะห์เอาไว้

อันธพาลทรัมป์ได้แถลงตัดหน้าก่อนหยุดยาววันแรงงาน (ที่จะมีการขับขี่รถยนต์มากสุด เพื่อส่งท้ายฤดูร้อนเพราะอากาศจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงที่ฝนจะตกเฉอะแฉะ) ว่าสหรัฐฯ จะมีน้ำมันเข้ามาเพิ่มในน้ำมันสำรองของสหรัฐฯ จำนวนมหาศาล เป็นหลักประสบความมั่นคงด้านพลังงานของสหรัฐฯ ยาวนานถึง 100 ปี

โดยทางกระทรวงกลาโหม (มีกองทุนพลังงานเพื่อความมั่นคง) จะเข้าถือหุ้น 35% ในบริษัท NABEP ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่ถือสัมปทานน้ำมันเวเนซุเอลาใหญ่สุด

ข้อตกลงที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ทำกับบริษัท NABEP นี้ โดยสหรัฐฯ จะได้น้ำมัน 20% ของน้ำมันปริมาณ 65,000 ล้านบาร์เรล จาก 17บ่อของ NABEP ในราคาต้นทุน เสมือนหนึ่งสหรัฐฯ สามารถปล้นเอาน้ำมันของเวเนซุเอลาไปใช้ได้สบายๆซึ่งเงินที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เข้าซื้อหุ้นนี้ จะเป็นเงินที่จะลงทุนใช้เพื่อพลิกฟื้นเครื่องขุดเจาะและท่อขนส่งน้ำมัน รวมถึงท่าเรือที่จะส่งน้ำมันออก...เพราะบริษัทนี้ถูกคว่ำบาตรโดยสหรัฐฯ และอียูมาตั้งแต่ปี 2000 หลังปธน.ชาเวซ เข้ามายึดอำนาจรัฐ และได้บีบบังคับให้บริษัทน้ำมันตะวันตก (ที่ได้สัมปทานมาจากรัฐบาลก่อนชาเวซ) ต้องยอมขายหุ้นคืนให้แก่รัฐบาล กลับเป็นรัฐวิสาหกิจเช่นเดิม โดยชาเวซยกเอากองทัพไปตั้งอยู่หน้าฐานขุดเจาะ บอกว่า ถ้าไม่ยอมขายหุ้นคืนด้วยราคาถูก ก็จะยึดบริษัททั้งหมด

สหรัฐฯ ยังได้สิทธิที่จะเป็นเจ้าแรกที่จะซื้อน้ำมันจากบ่ออื่นๆ ของเวเนซุเอลาในระยะยาวนานถึง 100 ปีทีเดียว เพราะ 17 บ่อที่สหรัฐฯ จะได้น้ำมันในเบื้องต้นนี้ เป็นแค่บ่อที่มีปริมาณน้ำมัน 65,000 ล้านบาร์เรล แค่ 20% ของปริมาณน้ำมันใต้ดินที่เวเนซุเอลามีสำรองสูงถึง 303,000 ล้านบาร์เรล

ที่ทรัมป์แถลงเรื่องการทำข้อตกลงนี้ เพื่อบอกกับฐานเสียของเขาว่า น้ำมันในสหรัฐฯ จะมีปริมาณเพิ่มขึ้น และทำให้ราคาขายปลีกจะลดลง และทำให้เงินเฟ้อลดลง (ขณะนี้ CPI อยู่ที่ 3.7% สูงกว่าเป้าเงินเฟ้อ 2% มา 5 ปีแล้ว)

แต่จะต้องใช้เวลาอีกนานถึง 10 ปี ที่น้ำมันเวเนซุเอลาจะมาเพิ่มปริมาณในสหรัฐฯ เพราะขณะนี้ เวเนซุเอลาผลิตได้วันละไม่ถึง 3 แสนบาร์เรลเท่านั้น กับเครื่องขุดเจาะเก่าแก่ที่ขาดการลงทุนเป็นเวลานาน

หลังคำประกาศ Deal นี้ ระหว่างสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลา ราคาน้ำมันดิบยังไม่ลดลงเลย…ซ้ำร้าย...สหรัฐฯ กลับมาถล่มอิหร่าน และอิหร่านตอบโต้โดยถล่มโครงสร้างน้ำมันในประเทศอ่าว ที่ปล่อยให้ฐานทัพสหรัฐฯ (ที่ตั้งในประเทศอ่าว) ยิงถล่มอิหร่าน...ทำให้น้ำมัน Brent ไปยืนอยู่เหนือ 90 เหรียญอีกครั้ง

นอกจากน้ำมันตะวันออกกลางไม่ออกมาจากอ่าวตามปกติ และน้ำมันสำรองของประเทศต่างๆ ก็กำลังร่อยหรอลงทุกวัน...และยังมีโรงกลั่นของรัสเซียถูกโดรนของอียูโจมตีหนัก จนรัสเซียประกาศหยุดการส่งออกทั้งน้ำมันดิบ และที่กลั่นแล้วเพื่อเก็บไว้ให้พอการใช้ในประเทศ

ทางแคนาดาก็กำลังจะลดปริมาณทั้งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติที่ส่งไปให้สหรัฐฯ โดยจะหันไปส่งให้แก่ประเทศในเอเชียเหนือ เช่น ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, จีน และประเทศอย่างอาเซียนของเราอีกด้วย เพื่อลดน้ำหนักการขายให้สหรัฐฯ

ยังมีประกาศิตของทรัมป์เปลี่ยนชื่อทะเลสาบ Ontario ที่คั่นระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดา เขาได้ออกคำสั่งฝ่ายบริหารเปลี่ยนชื่อเป็น Lake America เรียบร้อยแล้ว และขู่แบบสติฟั่นเฟือนว่า จะเปลี่ยนชื่อมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นมหาสมุทรอเมริกาอีกด้วย รวมถึงมหาสมุทรแอตแลนติกก็อาจเป็นมหาสมุทรอเมริกา 2 ได้เช่นกัน

และขู่จะทุบทิ้งศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเคนเนดี หลังจากศาลมีคำสั่งให้ปลดชื่อทรัมป์ออกจากชื่อศูนย์ไปเมื่อเร็วๆ นี้ด้วย