xs
xsm
sm
md
lg

เรื่องพิเศษ

x

กฤษณาวตาร เทพแห่งปัญญาและความรัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




คอลัมน์ศิลปะแห่งศรัทธา
โดย Artmulet

กฤษณาวตาร
เทพแห่งปัญญาและความรัก


คัมภีร์ปุราณะมหากาพย์รามายณะ โดยเฉพาะมหาภารตะและภควัทคีตา อีกทั้งคัมภีร์เก่าที่สำคัญของพราหมณ์ฮินดู รวมถึงตำนานบรรพกาลต่างๆของอินเดีย ได้กล่าวถึงเรื่องราวของพระวิษณุหรือพระนารายณ์ที่ได้อวตารลงมายังโลกเพื่อปราบยุคเข็ญให้กับเหล่ามวลมนุษย์ ปางสำคัญปางหนึ่งนั้นก็คือลงมาเกิดเป็นพระกฤษณะ กษัตริย์ยาทพแห่งแคว้นคุชราตและสุราษฎร์ ซึ่งพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานคำสอนสำคัญให้แก่อรชุนกษัตริย์พี่น้องปาณฑพ ขณะก่อนสงครามที่ทุ่งกุรุเกษตรจะเริ่มขึ้น ผ่านวาทะกรรมวลีที่ว่า “รบเถิดอรชุน” อันลุ่มลึก โดยสารานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตสถาน ได้พรรณนาถึงเรื่องราวความเป็นมาของพระองค์ไว้ดังนี้ว่า


ทรงเป็นกษัตริย์ที่เกิดในสกุลยาทพ เป็นพระโอรสของพระวสุเทพแห่งนครมถุรา และนางเทวกีผู้เป็นหลานลุงของท้าวกงส์ ก่อนที่จะประสูติได้มีโหรทำนายไว้ว่า จะมีผู้วิเศษมาเกิดในครรภ์นางเทวกี แต่จะเป็นผู้ที่ฆ่าท้าวกงส์ ท้าวกงส์จึงได้จับพระวสุเทพกับนางเทวกีกักขังไว้ และเมื่อนางคลอดแล้วทารกก็ถูกฆ่าเสียถึงหกครั้งด้วยกัน ครั้นเมื่อขณะตั้งครรภ์ครั้งที่เจ็ด เทวดาได้มาเนรมิตย้ายกุมารให้ไปเข้าสู่ครรภ์ของนางโรหิณีผู้เป็นมเหสีฝ่ายซ้ายของพระวสุเทพแทน โดยกุมารที่คลอดจากครรภ์ของนางโรหิณีนี้ก็คือ พระพลรามหรือพระพลเทพ ต่อมาพระนางเทวกีก็ได้ทรงครรภ์ขึ้นอีกเป็นครั้งที่แปด จึงได้ประสูติออกมาเป็นพระกฤษณะผู้มีสีพระวรกายดำ

ต่อมาพระวสุเทพได้พาพระกุมารน้อยไปฝากไว้กับนายโคบาล นามว่านันทะผู้มีภรรยาชื่อยโศทา เมื่อพระกฤษณะเจริญวัยขึ้นก็ชอบที่จะเที่ยวเล่นอยู่แต่กับเหล่าโคบาล จึงได้นางราธาผู้เป็นนางโคปีเป็นชายา ในระหว่างที่ใช้ชีวิตร่วมกับพวกโคบาล พระองค์ได้สำแดงอิทธิปาฏิหาริย์มากมายหลายเรื่อง จนในที่สุดก็ได้ไปยังนครมถุราและสังหารท้าวกงส์ จากนั้นจึงได้อพยพเหล่ายาทพกษัตริย์ไปสร้างเมืองใหม่อยู่ที่ริมฝั่งทะเลในแคว้นคุชราษฎร์ โดยให้ชื่อเมืองใหม่นี้ว่า “ทวารกา” ภายหลังจากที่ย้ายไปอยู่เมืองใหม่แล้ว พระองค์ก็ยังคงต้องรบพุ่งทำศึกอยู่อีกหลายครั้ง ครั้งหนึ่งนั้นสาเหตุมาจากพระอนิรุทธ์ผู้เป็นนัดดา ที่ได้ไปลอบรักอยู่กับนางอุษาราชธิดาของพระยาพาณจนถูกจับได้ พระยาพาณจึงได้รับสั่งให้นำตัวพระอนิรุทธ์ไปผูกมัดไว้บนยอดปราสาท ร้อนถึงพระกฤษณะต้องไปช่วยพระนัดดาและปราบพระยาผู้ครองเมืองพาณลง


เรื่องราวในมหากาพย์มหาภารตะ ตอนที่พี่น้องการพและเหล่าปาณฑพ ตระเตรียมเข้าสู่สงครามมหาภารตะยุทธ์นั้น ทั้งสองฝ่ายต่างต้องหาพันธมิตรให้มาช่วยฝ่ายตน ซึ่งทำให้บรรดาราชามหากษัตริย์น้อยใหญ่ที่อยู่ในดินแดนภารตวรรษ ได้ถูกดึงเข้าสู่สงครามในครั้งนี้ จนต้องตัดสินใจเข้าเป็นพันธมิตรร่วมรบไม่ว่าจะเป็นฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด สำหรับพระกฤษณะนั้นพระองค์จะเป็นมิตรชอบพอกันกับพวกปาณฑพ เนื่องเพราะเหตุว่านางกุนตีเป็นน้องสาวพระวสุเทพผู้เป็นพระบิดาของพระกฤษณะ จึงถือได้ว่าเป็นเครือญาติกัน แต่เมื่อถึงคราวที่ทั้งสองฝ่ายจะทำศึก พระองค์กลับไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด พระองค์กลับยื่นเงื่อนไขเสนอให้กษัตริย์ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจเลือกว่า จะเลือกเอากองทัพที่ประกอบด้วยไพร่พลอันเข็มแข็งของพระองค์ หรือว่าจะเลือกตัวพระองค์เพียงผู้เดียว แต่จะไม่ช่วยทำการรบแต่อย่างใด หากแต่เพียงจะทำหน้าที่เป็นนายสารถีขับราชรถศึกให้เท่านั้น
ฝ่ายเการพได้เลือกข้อเสนอแรกคือ ขอเลือกกองทัพที่เก่งกล้าสามารถ ส่วนฝ่ายพี่น้องปาณฑพเลือกองค์พระกฤษณะให้เป็นนายสารถีประจำราชรถศึกของอรชุน โดยการที่เสนอเงื่อนไขเช่นนี้ ก็เพื่อป้องกันข้อครหาซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในภายหลังได้ว่า พระองค์ทรงมีใจลำเอียงเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เนื่องจากการที่ทรงเป็นองค์อวตารของพระนารายณ์ในร่างมนุษย์ ดังนั้นจะทำตนเป็นผู้ที่มีจิตใจลำเอียงไม่ได้ และจากการที่อรชุนเลือกพระกฤษณะซึ่งมาเป็นแต่เพียงสารถีนั้น ตนเองกลับได้รับการประทานคำสอนอันยิ่งใหญ่ในยามวิกฤต จากนาฏกรรมแห่งการปุจฉาวิสัชนาปัญหาในใจ จนนำไปสู่ความกระจ่างแจ้ง และฮึกเหิมที่จะเข้าสู่สงคราม โดยคำสอนอันเป็นอมตะวาจานี้ ในเวลาต่อมาก็คือคัมภีร์ภควัทคีตา ที่แสดงถึงมิติแห่งปัญญาจากพระผู้เป็นเจ้านั่นเอง

นอกจากนี้พระกฤษณะยังมีภาพลักษณ์อีกประการหนึ่งคือ เป็นผู้สร้างตำนานความรักอันยิ่งใหญ่ที่แม้ว่าในท้ายที่สุดจะไม่ได้ครองคู่กัน แต่ก็ไม่อาจพรากดวงจิตของทั้งสองให้แยกจากกันได้ ตามเรื่องราวความรักของพระองค์กับนางราธาสาวคนเลี้ยงวัว วรรณะต่ำผู้มีรูปโฉมงดงามและมีผิวกายที่ขาวผ่อง ถึงแม้ว่าพระองค์เองจะมีชายาที่เป็นชนชั้นสูงอยู่มากมาย แต่ความรักที่มีต่อนางราธา รวมถึงความรักของนางราธาที่มีต่อพระองค์ ก็ยังคงหนักแน่นมั่นคงไม่เสื่อมคลาย และเมื่อยามที่ต้องอยู่ห่างไกลกัน พระองค์ก็มักจะเอ่ยรำพึงรำพันถึงนางอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้จึงกล่าวได้ว่าความรักของทั้งสองนั้น เป็นความรักที่สุดแสนจะโรแมนติก ดังนั้นจึงถือได้ว่าองค์พระกฤษณะเทพทรงเป็นสัญลักษณ์แห่งเทพด้านปัญญา และความรักนิรันดร์อันบริสุทธิ์ได้อย่างแท้จริง