xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

เจาะปรากฏการณ์ "CLICX พร้อมใช้" สินเชื่อ Virtual Bank แห่กู้พร้อมบิด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปรากฎการณ์สินเชื่อ “CLICX พร้อมใช้” คนไทย “แห่กู้...พร้อมบิด” ท่ามกลางวิกฤตหนี้ครัวเรือน กลายเป็นดัชนีชี้วัดความเปราะบางของสังคมไทย ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ต้องการเงินสดเร่งด่วน

สำหรับ CLICX (คลิกซ์) หรือ ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) เป็นธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) เจ้าแรกของประเทศไทย ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เริ่มดำเนินการแล้วเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 หลังจากเปิดให้บริการสินเชื่อเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีประชาชนให้ความสนใจเข้าไปสมัครสินเชื่อเป็นจำนวนมาก พร้อมกับเกิดกระแส "บิดหนี้" เจตนากู้แล้วไม่ชำระคืน

โดยมีการแชร์ภาพผลการพิจารณาและวงเงินที่ได้รับมาเผยแพร่ในกลุ่มสินเชื่อออนไลน์ ได้รับวงเงินตั้งแต่ 2,500 ไปจนถึง 20,000 บาท สามารถเบิกเงินใช้ได้ภายในเวลาไม่นาน ทั้งนี้ มีผู้สมัครอย่างล้นหลามจนระบบล่ม แอปพลิเคชั่นเกิดความล่าช้าการใช้งานติดขัด ก่อนจะประกาศปิดรับสมัครสินเชื่อใหม่เป็นการชั่วคราว

พฤติกรรมของผู้กู้ ในกลุ่มสังคมออนไลน์เริ่มมีกระแสการแชร์เทคนิค "กู้เงินอย่างไรให้ผ่าน แล้วไม่ต้องคืน" หรือที่เรียกกันว่า "กู้พร้อมบิด" โดยมีทัศนคติมองว่าสินเชื่อเหล่านี้เป็นเงินฟรี หรือคิดว่าผู้ให้บริการเป็นเพียงบริษัทเอกชนหรือแอปพลิเคชันที่ไม่สามารถติดตามทวงถามหนี้ได้อย่างเข้มงวด และอาจไม่ได้ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบเครดิตบูโร

พฤติกรรมแห่กู้สินเชื่ออนุมัติไวแล้วตั้งใจบิดนั้นไม่ใช่แค่เรื่องมุกตลกในสื่อสังคมออนไลน์ แต่คือสัญญาณเตือนภัยของวิกฤตหนี้สินครัวเรือนไทยที่สะสมมานานนับทศวรรษ ปัจจุบัน สัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อ GDP ของประเทศไทยพุ่งสูงเกือบ 80 - 90% ซึ่งจัดเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาคเอเชีย และถือเป็นระดับที่อันตรายต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ข้อมูลสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทย ยังพบตัวเลขที่น่าตกใจว่า มีคนไทยเพียง 15.7 % เท่านั้น ที่มีการวางแผนเกษียณและสามารถเก็บออมได้ตามแผนที่วางไว้ หมายความว่าประชาชนคนไทยมากกว่า 84 % กำลังดำเนินชีวิตโดยไม่มีตาข่ายรองรับทางสังคมทางการเงิน ไม่มีเงินสำรองฉุกเฉิน และไม่ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นสังคมสูงวัย

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) ได้ออกหนังสือชี้แจงสินเชื่อ “CLICX พร้อมใช้” กับกระแสแห่กู้พร้อมบิดที่เกิดขึ้น โดยระบุความว่า CLICX มุ่งเพิ่มโอกาสให้กับผู้ที่มีศักยภาพในการชำระหนี้ ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อผ่านช่องทางเดิมโดยใช้เทคโนโลยีและข้อมูลที่หลากหลายประกอบการพิจารณาสินเชื่อรูปแบบใหม่ ภายใต้หลักการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ เพื่อให้ลูกค้าได้รับวงเงินที่เหมาะสม

นอกจากนี้ การพิจารณาสินเชื่อไม่ได้อาศัยข้อมูลใดข้อมูลหนึ่งเพียงอย่างเดียว โดยพิจารณาจากข้อมูลหลายด้านประกอบกัน รวมทั้ง หลักเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงของธนาคาร พร้อมติดตามคุณภาพสินเชื่ออย่างต่อเนื่องและการทบทวนหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ดังนั้น ความสะดวกและรวดเร็วของช่องทางดิจิทัลจึงไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครทุกรายจะได้รับอนุมัติ หรือมีการลดมาตรฐานในการพิจารณาสินเชื่อ

และไม่สนับสนุนการนำสินเชื่อไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในการชำระหนี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อประวัติสินเชื่อและโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินในอนาคต หากพบการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ การใช้เอกสารไม่ถูกต้อง หรือพฤติกรรมที่เข้าข่ายทุจริต ธนาคารจะดำเนินการตามข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับ “สินเชื่อ CLICX พร้อมใช้” ไม่ได้เป็นเพียงแอปฯ เงินกู้ออนไลน์ทั่วไป หรือ แอปจีน ให้สายบิดเข้ามาเทสระบบเล่นๆ แต่ CLICX มีสถานะเป็น Virtual Bank ของไทย เป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกรุงไทย และมีบริษัท ไทย ทรินิตี้ โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วน 99.95% (CLICX Bank) ซึ่งเบื้องหลังมีความร่วมมือระหว่าง 3 กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR

แม้การสมัครสินเชื่อดำเนินการผ่านแอปฯ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก แต่สถานะของหนี้ไม่ได้แตกต่างจากการกู้เงินกับสถาบันการเงินทั่วไป เมื่อกดรับวงเงินและนำเงินออกมาใช้ย่อมเกิดภาระผูกพันตามสัญญาทันที รวมทั้ง มีการส่งข้อมูลกับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) หากพบประวัติการชำระหนี้ล่าช้าหรือผิดนัด ย่อมกระทบต่อข้อมูลเครดิตและศักยภาพในการขอสินเชื่อในอนาคตอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น สายบิดระวังได้รับหมายศาล หรืออาจอาจไปถึงขั้นยึดทรัพย์

ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างน่าจับตาบทบาทของ ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชน ภาพรวมภาคการเงินไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อเทคโนโลยีดิจิทัลเดินหน้าเข้าแทรกซึมในทุกอณูของการใช้ชีวิตประจำวัน การมาถึงของ Virtual Bank ที่เข้ามาเปลี่ยนเกมในการแข่งขันของสถาบันการเงินไทย โดยการใช้เทคโนโลยี ลดต้นทุนการดำเนินงาน และใช้ข้อมูลทางเลือกแทนเอกสารแบบเดิม จุดเด่นสำคัญประกอบด้วย การเข้าถึงกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่เข้าไม่ถึงบริการเดิม การใช้ AI สินเชื่อ และการสร้างความกดดันให้สถาบันการเงินดั้งเดิมต้องปรับตัว

อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในฝั่ง Virtual Bank จะต้องไม่มุ่งเน้นเพียงแค่การแข่งขันดึงดูดลูกค้าด้วยวงเงินสินเชื่อง่ายๆ แต่ต้องนำเทคโนโลยี Big Data และ AI มาใช้วิเคราะห์เพื่อสร้างวินัยทางการเงิน ปลูกฝังวัฒนธรรมการออม และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากวงจรหนี้ และเป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยในกำกับดูแลการปล่อยสินเชื่อดิจิทัลอย่างมีรับผิดชอบ ควบคุมอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมไม่ให้เอาเปรียบผู้บริโภค

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสัญญาณว่า หาก Virtual Bank เน้นแต่การปล่อยสินเชื่อง่ายๆ โดยไม่ประเมินความเสี่ยงและช่วยสร้างวินัยทางการเงินอย่างแท้จริง สินเชื่อดิจิทัลเหล่านี้จะกลายเป็นเพียงเครื่องมือซ้ำเติมวิกฤตหนี้สินของคนไทยให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น.