xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

คัมภีร์พระเวท อภิมหาคัมภีร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คอลัมน์ศิลปะแห่งศรัทธา
โดย Artmulet

อารยะธรรมอินเดียของฝ่ายพราหมณ์ฮินดู จะมีพื้นฐานที่ตั้งมั่นอยู่ในคัมภีร์พระเวท คำว่า  “เวท”  นี้ เกิดจากธาตุ  “วิทฺ”  ที่แปลว่ารู้ สำหรับบทสวดมนต์ในคัมภีร์พระเวทนั้น จะเป็นภาษาสันสฤตโบราณ ซึ่งเป็นต้นแบบของตระกูลภาษาอินโด-ยูโรเปียน โดยผู้รจนาบทสวดเหล่านี้ก็คือ ปราชญ์ผู้รู้ นักรบ เหล่ากวีศิลปินต่างๆของชนเผ่าอารยันที่ได้บุกเบิกเข้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย ในช่วงเวลา ๑,๒๐๐ ปีก่อนคริสตกาล

ชนเผ่าอารยันแต่เดิมมีที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ทางภาคเหนือของแคว้นปัญจาบ ซึ่งเป็นแว่นแคว้นแห่งลุ่มแม่น้ำทั้งห้าอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ต่อมาจึงได้ไปตั้งรกรากสร้างรากฐานใหม่อยู่อย่างถาวร บริเวณอาณาเขตลุ่มแม่น้ำคงคา และเป็นเวลากว่า ๓,๐๐๐ ปีมาแล้วที่เหล่าพราหมณ์ผู้เป็นนักบวชแห่งชนเผ่าอารยัน ได้สงวนรักษาบทสวดมนต์ภาวนาเหล่านี้ไว้เป็นความลับเฉพาะของชนเผ่าตนเท่านั้น และได้ส่งต่อความรู้ ความเชื่อ ความศรัทธาต่อมายังรุ่นสู่รุ่นดั่งเป็นมรดกตกทอดประจำตระกูล ด้วยการถ่ายทอดผ่านการท่องจำปากสู่ปากของผู้เป็นอาจารย์ถึงผู้เป็นศิษย์ และปฏิบัติเช่นนี้เรื่อยมาจนถึงปลายศตวรรษที่ ๑๒ เหล่าคณาจารย์พราหมณ์จึงยอมที่จะเผยแพร่ความลับอันยิ่งใหญ่นี้ ซึ่งถือเป็นฐานความคิดอันสำคัญของชาวอารยันออกสู่สายตาของชาวโลก

คัมภีร์พระเวทหรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ชุมนุมบทสวดที่ใช้ในการสวดอ้อนวอนต่อพระเจ้า มีอยู่ทั้งหมดสี่หมวดคัมภีร์คือ คัมภีร์ฤคเวท คัมภีร์ยชุรเวท คัมภีร์สามเวท และคัมภีร์อาถรรพเวท โดยสี่คัมภีร์ดังกล่าวนี้คัมภีร์ฤคเวทจะเป็นคัมภีร์ที่เก่าแก่ตามหลักฐานมากที่สุด ส่วนคัมภีร์ยชุรเวทและสามเวทจะเป็นโศลกจากคัมภีร์ฤคเวท ซึ่งเป็นสูตรสำหรับใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของลัทธิ ส่วนคัมภีร์อาถรรพเวทจะมีความสำคัญและศักดิ์สิทธิ์น้อยกว่าพระเวททั้ง ๓ ที่กล่าวมาแล้ว เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่ของอาถรรพเวท ล้วนแล้วแต่เป็นมนต์คาถา อาคมขลังต่าง ๆ โดยโศลกในคัมภีร์ฤคเวทจะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมดถึง ๑,๐๒๘ โศลก และได้แบ่งออกเป็น ๑๐ ภาค ซึ่งอุทิศให้เป็นเกียรติยศแก่เหล่าทวยเทพผู้เป็นใหญ่ และเทพผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของชนเผ่าอารยัน

เทพเจ้าที่ได้รับการสักการะนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นสมมุติภาพที่แทนปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่มีให้เห็นได้โดยทั่วไปจากความเชื่อถือของทั้งอินเดียและสแกนดิเนเวียในอดีต ดังเช่น พระอินทร์ ผู้เป็นเทพเจ้าสูงสุดที่มีมหิทธานุภาพมาก เช่นเดียวกับเทพเจ้า  Thor  เทพเจ้าของชาวนอร์สผู้มีฆ้อนมโยลเนียร์ฆ้อนศักดิ์สิทธิ์ประจำตัว สำหรับใช้ในการควบคุมสายฟ้าและพายุ เช่นเดียวกับพระอินทร์ผู้มีสายฟ้าเป็นอาวุธและเป็นมหาเทวะแห่งการรณรงค์สงคราม ที่สามารถทำลายล้างเหล่าหมู่มารทั้งหลายให้พินาศลงได้ในพริบตา ทั้งยังสามารถบันดาลฝนฟ้าให้ตกต้องตามฤดูกาลได้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการกสิกรรมที่ส่งผลดีต่อวิถีชีวิตของเหล่าชนเผ่าอารยัน


จากบทคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่เราจึงพอที่จะสามารถเข้าใจได้ถึงวิถีชีวิต พฤติกรรม อุปนิสัยใจคอของชนเผ่าอารยันได้ว่า เป็นชนเผ่าแห่งนักรบที่มีความทระนงในตนถือว่าตนเองนั้นสูงศักดิ์ สง่างามกว่าชนเผ่าอื่น ตามสีผิวพรรณของตนที่ไม่เหมือนกับชาวพื้นเมืองถิ่นอื่น ชนเผ่าอารยันโบราณจะนิยมการทำสงครามว่าเป็นกีฬาของพระราชา ซึ่งมีทั้งการล่าสัตว์การเล่นพนัน สำหรับสตรีเพศจะได้รับการยกย่องอย่างสูง มีพระราชาเป็นผู้นำ ชาวเผ่าจะเป็นเสมือนหนึ่งบุตรของพระองค์ โดยมีปุโรหิตเป็นที่ปรึกษาพร้อมกับกุมความลับของเหล่าทวยเทพไว้ เพื่อให้เหตุการณ์บ้านเมืองลุล่วงไปในทางที่ดี ในการทำสงครามพระราชาจะเสด็จราชรถรบ สารถีเป็นผู้ชำนาญยุทธ์ ห้อมล้อมด้วยเสนาข้าราชบริพาร หากว่าพระราชาวายชนม์ในสมรภูมิ พระศพจะได้รับการฌาปนกิจบนกองไฟอย่างยิ่งใหญ่มโหฬารสมพระเกียรติ เพื่อให้วิญญาณของพระองค์กับคืนสู่บิดาในสรวงสวรรค์ผู้มีหน้าที่ๆจะพิจารณาว่าใครควรได้รับการปูนบำเหน็จ หรือลงโทษตามกุศลกรรมหรืออกุศลกรรมที่ได้เคยกระทำไว้

ภาคสุดท้ายของคัมภีร์ฤคเวท จะเห็นได้ถึงความโน้มเอียงสู่จินตนาการด้านปรัชญา ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญของอินเดียที่ได้เริ่มปรากฏ และวิวัฒน์พัฒนาต่อมาอย่างเด่นชัด ซึ่งเห็นได้จากวรรณกรรมต่าง ๆ เช่น คัมภีร์พราหมณะ คัมภีร์อารัณยกะ (คัมภีร์ในป่า) และคัมภีร์อุปนิษัท (คำสอนลี้ลับ) ซึ่งเป็นคัมภีร์ต่อท้ายคัมภีร์พระเวทอีกทอดหนึ่ง คัมภีร์ที่ได้กล่าวมานี้มีความสำคัญ และสัมพันธ์ต่อคัมภีร์พระเวทเช่นเดียวกับคัมภีร์ Talmud มีต่อคัมภีร์ Old Testament ในคริสต์ศาสนา ส่วนคัมภีร์อุปนิษัทนั้นจะว่าด้วยหลักหรือคำสอนเกี่ยวกับปรมาตมัน ซึ่งชาวฮินดูจะถือว่าเป็นความจริงแท้ประการเดียว โดยอาตมันหรือวิญญาณของคนแต่ละชีวิตก็เป็นส่วนหนึ่งของปรมาตมัน ที่จะต้องเวียนว่ายตายเกิดจากกรรมหรือการกระทำของตน เมื่อหมดกรรมแล้วอาตมันจึงกลับคืนสู่ปรมาตมันตามคำสอนของคัมภีร์อุปนิษัท และจากความศรัทธาความเชื่อที่มีต่อมหาคัมภีร์เหล่านี้ ได้นำมาซึ่งแรงบันดาลใจในการรังสรรค์งานประติมากรรมแห่งศรัทธาของ Artmulet ขึ้นมาแล้วในหลายผลงาน