xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

ผ่าสารพัดปัญหา “วินมอเตอร์ไซค์” 6 หมื่นคันที่ต้องจัดระเบียบ(อีกครั้ง)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -  ชนวนเหตุ “กลุ่มวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างย่านห้วยขวาง” กับ “เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)” มีปากเสียงเรื่องค่าโดยสารก่อนบานปลายจนเกิดเหตุรุมทำร้ายและมีการใช้อาวุธปืนยิงกัน จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต 2 ราย กำลังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมไทยอย่างร้อนแรง โดยฝั่งหนึ่งมองว่าผู้ก่อเหตุถูกรุมทำร้ายจึงยิงป้องกันตัว แต่อีกฝั่งมองว่ากระทำเกิดกว่าเหตุเพราะรัวยิง 17 นัด 


ไม่เพียงเท่านั้น เหตุปะทะรุนแรงที่เกิดขึ้นยังสะท้อนภาพปัญหาวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่รอการจัดระเบียบ โดยเฉพาะการยกระดับความปลอดภัย การจัดระเบียบเรื่องป้ายทะเบียน ตลอดจนการป้องกันการเรียกเก็บค่าโดยสารเกินราคา

จุดเริ่มต้นจาก ตชด. ผู้ก่อเหตุยิงวินมอเตอร์ไซค์ดับ 2 ราย ต้องการเรียกมอเตอร์ไซค์จากตลาดเกียรติ ห้วยขวาง ไป สน.มักกะสัน ระยะทาง 6.6 กม. โดยถูกคิดราคา 120 บาท ช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน แต่มองว่าราคาแพงไป ระหว่างนั้นมีการพูดจาโต้เถียงยั่วยุ ต่อมาคลิปวิดิโอจับภาพกลุ่ม วิน จยย. วิ่งกรูเข้าทำร้าย ฝั่ง ตชด. นำสู่การชักปืนกระหน่ำยิงวินมอเตอร์ไซค์ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 02.25 น. บริเวณด้านหน้าซอยประชาสงเคราะห์ 38

ทราบต่อมาว่าผู้ก่อเหตุ คือ  ส.ต.อ.นําทัพ (สงวนนามสกุล) สังกัด กองกํากับการตํารวจตระเวนชายแดนที่ 21 (กก.ตชด.21) ขณะเกิดเหตุอยู่ในระหว่างการลาพักผ่อนเพื่อทําธุระส่วนตัว อย่างไรก็ตาม กก.ตชด.21 ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว และเสนอให้ออกจากราชการไว้ก่อน และล่าสุดศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างสอบสวน โดยมีประกันวงเงิน 500,000 บาท โดยวางเงื่อนไขห้ามผู้ต้องหาไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หรือกระทำการอันมีลักษณะให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวน ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นได้รับอนุญาตจากศาล ห้ามเข้าพบหรือยุ่งเกี่ยวกับภรรยาหรือญาติของผู้เสียหาย และห้ามพกพาวุธปืน

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กำชับให้พนักงานสอบสวนดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานทุกด้านอย่างรอบคอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ตลอดจน สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งวิเคราะห์สาเหตุ และปัจจัยแวดล้อมของเหตุการณ์ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันเหตุความรุนแรงในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะบริเวณแหล่งชุมชน จุดรวมตัวของกลุ่มอาชีพต่างๆ และพื้นที่ที่เคยมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความขัดแย้งหรือพฤติกรรมก้าวร้าวซ้ำซาก

ทั้งนี้ หนึ่งในปัจจัยแวดล้อมของเหตุสลดที่เกิดขึ้น คือ ปัญหาเรื่องอัตราค่าโดยสารของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง การกำหนดราคาตามใจโดยไม่คำถึงมาตรฐานราคาที่รัฐกำหนด และการกระตุ้นด้วยพฤติกรรมที่เป็นปัญหากระทบจิตใจ คำพูดสร้างความเดือดดาล นำสู่เหตุปะทะรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงไม่ใช่ทางออกสำหรับเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น  พ.ต.ท.ดร.ธนันวัฒน์ ธีรพัฒน์ชญากุล  นายตำรวจและอาจารย์ประจำกลุ่มงานคณาจารย์ คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้ออกมาโพสต์ข้อความให้แง่คิดแก่สังคม โดยระบุความว่ากระแสโซเชียลกำลังเดือดจัดกับเหตุการณ์ที่ตลาดห้วยขวาง กรณีที่มีเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับพี่วินมอเตอร์ไซค์ จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างหนัก และที่น่าตกใจคือ หลายคนแห่เข้าไปคอมเมนต์ชื่นชม ยกย่องให้คนยิงเป็น “ฮีโร่” ที่กล้าลุกขึ้นมาจัดการกับคนพาล

“กรุงเทพมหานคร ไม่ใช่มหานคร Gotham ที่จะมีแบทแมนออกมาต่อสู้เพื่อความถูกต้อง โดยไม่ต้องคำนึงถึงกฎหมาย”

พ.ต.ท.ดร.ธนันวัฒน์ อธิบายว่าสังคมเกิดอัดอั้นจนบางครั้งพอเจอความไม่ยุติธรรมหรือคนพาล ก็อยากเห็นใครสักคนลุกขึ้นมาจัดการให้มันเด็ดขาดสะใจ แต่ต้องขอดึงสติมองทะลุความสะใจ เอาความจริงตามกฎหมายมากางดูกันว่า การกระทำที่เรากำลังปรบมือให้นั้น ในโลกของความเป็นจริง ไม่ใช่การกระทำของฮีโร่ แต่คือการกระทำความผิดทางกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องอัตราค่าบริการของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หตามกฎหมายจะมีข้อบังคับให้ติดป้ายราคากลาง ณ จุดตั้งวิน แต่ในความเป็นจริงราคามักแปรผันตามใจวินมอเตอร์ไซค์เจ้าถิ่น มีตัวแปรทั้งจากสภาพอากาศ ช่วงเวลา หรือแม้กระทั่งบุคลิกและท่าทางของผู้โดยสารเอง

ข้อมูลจากเพจ LIRT : คลังสารสนเทศของสถาบันนิติบัญญัติ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาเผยแพร่ กฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารสำหรับรถจักรยานยนต์สาธารณะ โดยระบุข้อความว่า เครื่องแต่งกายและอัตราค่าโดยสารของพี่วิน มีรายละเอียดดังนี้ ระยะทางไม่เกิน 2 กม. ราคาไม่เกิน 25 บาท, ระยะทาง 2-5 กม. ราคาไม่เกิน 5 บาท/กม., ระยะทาง 5-15 กม. ราคาไม่เกิน 10 บาท/กม. นับตั้งแต่กิโลเมตรแรก และระยะทางมากกว่า 15 กม. ตกลงกันเอง หรือถ้าไม่ตกลง คิดไม่เกิน 10 บาท/กม.

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการผูกขาดเชิงพื้นที่ของวินเจ้าถิ่น แสดงพฤติกรรมกร่างขาใหญ่ประจำซอย ก่อเหตุรุมทำร้ายช่วยพวกพ้องโดยไม่สนความผิดถูก อีกทั้งปัญหากับไรเดอร์แรงงานแพลตฟอร์มที่เป็นปัญหาทะเลาะวิวาทอยู่บ่อยครั้ง

ที่ผ่านมาภาครัฐเข้ามากำกับดูแลจัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์แต่ดูเหมือนยังไม่มีประสิทธิภาพมากนัก

 จากข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก เฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ มีจำนวนวินที่ได้รับอนุญาต ทั้งหมดประมาณ 5,488 วิน จำนวนรถที่ได้รับอนุมัติ ทั้งหมด 61,000 กว่าคัน เขตที่มีวินมากที่สุด คือ เขตจตุจักร และเขตที่มีวินน้อยที่สุด คือ เขตวังทองหลาง 

โดยพื้นที่ความรับผิดชอบของสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครแบ่งเป็น 5 พื้นที่ โดย พื้นที่ 5 (ครอบคลุมเขตบางกะปิ, บางเขน, บางรัก, ดุสิต, ห้วยขวาง, ปทุมวัน, พญาไท, ป้อมปราบฯ และสัมพันธวงศ์) เป็นพื้นที่ที่มีจำนวนวินมากที่สุด

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก ได้โอนมาให้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ดำเนินการดูแลโดยร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก ดำเนินการจัดระเบียบและขึ้นทะเบียนฐานข้อมูลผู้ขับขี่ในระบบดิจิทัล เพื่อจัดการปัญหามาเฟียคุมวินและยกระดับมาตรฐานการให้บริการ

ปัจจุบัน กทม. มีข้อมูลพิกัดที่ตั้งของวินที่ถูกกฎหมายทุกวินในระบบ GIS ซึ่งสามารถตรวจสอบจำนวนสมาชิกและตัวตนผู้ขับขี่ได้ และมีแผนจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน (เช่น Traffy Fondue) เพื่อให้ประชาชนสามารถรายงานปัญหาหรือตรวจสอบข้อมูลวินได้สะดวกขึ้น

กล่าวสำหรับอดีตผู้ว่าฯ กทม.  นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยไว้ความว่า กทม. มีการนำข้อมูลของวินมอเตอร์ไซค์เข้าระบบดิจิทัลหมดแล้ว มีฐานข้อมูลชื่อคนขับในแต่ละวินชัดเจน ซึ่งมีการพัฒนาต่อเนื่องหลายเดือน มีการเรียกประชุมวินมอเตอร์ไซค์อยู่เสมอ และพบว่าปัญหาที่วินแจ้งเข้ามาส่วนใหญ่ คือ อยากขอเพิ่มจำนวนสมาชิกในวิน

ที่ผ่านมามีข้อมูลวินทั้งหมดว่าอยู่จุดไหน พฤติกรรมเป็นอย่างไร และมีการให้เกรดแต่ละวินด้วยว่ามีความเป็นระเบียบเรียบร้อยแค่ไหน จุดไหนต้องปรับปรุง และจะมีวินบางส่วนที่อยู่บนทางเท้า อยู่ระหว่างติดตามดูว่ามีปัญหาใดหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเคยมีการอนุญาตให้วินอยู่บนทางเท้าได้ประมาณ 1,500 วิน แต่ปัจจุบันไม่อนุญาตให้ตั้งวินใหม่บนทางเท้าแล้ว ซึ่งวินเก่าที่ยังอยู่บนทางเท้าต้องเข้าใจถึงความจำเป็น เพราะวินเหล่านี้เปรียบเสมือนเส้นเลือดฝอยของเมือง โดย กทม. เน้นย้ำเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อยและป้ายเหลือง

ทั้งนี้ การกำกับดูแลวินจักรยานยนต์รับจ้างในกรุงเทพมหานคร อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของสำนักงานเขตเป็นหลัก โดยมีคณะกรรมการระดับเขตทำหน้าที่กำกับดูแล โดยการจัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มุ่งเน้นไปที่การยกระดับความปลอดภัย จัดระเบียบป้ายทะเบียน และป้องกันการเรียกเก็บค่าโดยสารเกินราคา

ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาใกล้ชิดสำหรับการจัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง.

.