คอลัมน์ศิลปะแห่งศรัทธา
โดย Artmulet
การอุบัติขึ้นขององค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ละพระองค์นั้น เปรียบเสมือนดั่งดวงสุริยาที่ทอแสงแห่งความสว่างไสวให้แก่ชีวิตของเหล่าสรรพสัตว์ทั้งปวง พระพุทธองค์ทรงยังประโยชน์สุขเพื่อมวลมนุษย์ทั้งหลาย พุทธพจน์กล่าวไว้ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลเอกเมื่ออุบัติขึ้นในโลก ย่อมอุบัติเพื่อเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขของมหาชน เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อความสุขแก่เทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย” เหล่าสรรพสัตว์จึงได้หลุดพ้นจากความมืดมนอนธการซึ่งก็คืออวิชชา จนพบแสงแห่งธรรมหลุดพ้นจากบ่วงมารและอาสวะกิเลส
เมื่อครั้งที่ พระสิทธัตถะมหาบุรุษ จะตรัสรู้ พระองค์ประทับอยู่โคนต้นโพธิ์ แล้วทรงผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออกด้วยจิตตั้งมั่น ประทับนั่งคู้ประดุจดั่งนั่งอยู่บนบัลลังก์ พร้อมกับตั้งสัตยาธิษฐานถึงการที่จะบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ แต่พญามารได้ล่วงรู้เข้า จึงตั้งใจที่จะทำลายความปรารถนาของมหาบุรุษ ด้วยการเรียกระดมเสนามารรวมถึงไพร่พลมารให้ยกทัพมาปราบราวีองค์พระโพธิสัตว์ โดยพลพรรคทัพเหล่ามารที่เป็นทัพหน้าจะยาวไปถึง ๑๒ โยชน์ กองทัพด้านขวาและกองทัพด้านซ้ายจะยาวด้านละ ๑๒ โยชน์ ทัพหลังตั้งทัพยาวจนจรดขอบจักรวาลสูงขึ้นไปสู่เบื้องบนถึง ๙ โยชน์ และเมื่อกองทัพมารโห่ร้อง เสียงนั้นดังก้องสะท้านเหมือนดั่งแผ่นดินทรุดลงไปถึงพันโยชน์
กองทัพมารนี้มีแม่ทัพเทพบุตรมารผู้มีแขนนับพันถืออาวุธหลากชนิด ขี่ช้างคิรีเมขล์ซึ่งสูงถึง ๑๕๐ โยชน์ รวมทั้งเหล่าไพร่พลมารที่มีรูปกายอันน่าสะพรึงกลัวต่างเดินทัพมาทั้ง ๔ ทิศ ๘ ทาง
ขณะที่เหล่าเทวดาจากหมื่นจักรวาลกำลังร่วมกันสรรเสริญสดุดีองค์พระโพธิสัตว์ ซึ่งนำโดยท้าวสักกะเทวราชทรงยืนเป่าสังข์วิชยุตรที่มีขนาด ๑๒๐ ศอก และพญากาฬนาคราชที่กำลังพรรณนาถึงคุณแห่งโพธิสัตว์ รวมถึงท้าวมหาพรหมที่ยืนกั้นเศวตฉัตรอยู่นั้น ได้เห็นถึงกองทัพหมู่มารที่เข้ามาใกล้ต้นศรีมหาโพธิ์ เหล่าเทพเทวดาทั้งหลายได้เกิดความตระหนกขึ้น จึงได้รีบหนีกันไปจนสุดขอบจักรวาล ทิ้งให้องค์พระโพธิสัตว์เหลืออยู่แต่เพียงลำพัง
พระองค์จึงทรงรำพันขึ้นว่า “มารเหล่านี้ทำความพากเพียรใหญ่โต เพราะมุ่งหมายทำลายเราผู้เดียว ในที่นี้เราไม่มีพวกพ้องบริวาร มีแต่ทศบารมีเท่านั้น ที่จะเป็นเสมือนบริวารชนที่เราชุบเลี้ยงมาตลอดกาลนาน เพราะฉะนั้นเราควรทำบารมี ๓๐ ทัศ ให้เป็นยอดขุนพล เอาศาสตราคือบารมีนั่นแหละประหาร กำจัดหมู่พลมารนี้ให้ได้” แล้วพระองค์จึงทรงนึกถึงบารมีทั้ง ๑๐ ทัศและอุปบารมี รวมถึงปรมัตถบารมีรวมเป็น ๓๐ ทัศ
ด้วยบารมีธรรมของมหาบุรุษที่สั่งสมมาหลายชาติภพ ไม่ว่าพญามารจะทำเยี่ยงไรพระมหาบุรุษก็ยังทรงนั่งอยู่เหนือบัลลังก์มิได้หวั่นไหว พญามารจึงอ้างว่าตนเองนั้นเป็นเจ้าของบัลลังก์ ที่พระสิทธัตถะนั่งประทับอยู่ “ดูก่อนสิทธัตถะ ท่านจงลุกขึ้นจากบัลลังก์นี้ รัตนบัลลังก์นี้ไม่ควรแก่ท่าน ควรแก่เราต่างหาก” จากนั้นเหล่าไพร่พลมารจึงร่วมกันโห่ร้องเสียงดังก้องไปทั่วทั้งสามภพ
พระมหาบุรุษจึงตรัสว่า “รัตนบัลลังก์นี้บังเกิดขึ้นด้วยบุญของเรา หาได้เกิดเพราะบุญของท่านไม่ เพราะฉะนั้นเราจะไม่ยอมลุกเด็ดขาด” เมื่อพญามารร้องเรียกหาพยาน พระมหาบุรุษจึงได้เอ่ยอ้างถึงมหาทานบารมี แล้วทรงชี้นิ้วพระหัตถ์ขวาลงไปที่แผ่นดิน เรียกหาพระแม่ธรณีให้มาเป็นพยาน องค์พระแม่ธรณีจึงได้ปรากฏกายขึ้นด้วยอิริยาบถท่วงท่ารวบมวยผมแล้วบีบน้ำออกมา จนเกิดกระแสน้ำหลากอย่างรุนแรง ท่วมไหลบ่าพัดพาพญามารและเหล่าไพร่พลทั้งหลายไปไกลจนสุดขอบจักรวาล พระสิทธัตถะมหาบุรุษจึงได้บำเพ็ญเพียรต่อไป จนสำเร็จบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระพุทธเจ้า
พระพุทธองค์ทรงมีชัยเหนือพญามารด้วยพระทัยอันตั้งมั่นเพื่อการหลุดพ้นจากกิเลส และความทุกข์ทั้งปวงอันเป็นหัวใจสำคัญของการบำเพ็ญเพียร ด้วยจิตที่สงบจนทำให้เกิดปัญญารู้เห็นความจริงตามธรรมชาติที่นำไปสู่การปล่อยวาง และความหลุดพ้นได้อย่างแท้จริง การที่พระพุทธองค์ทรงได้รับชัยชนะก็ด้วยเดชะพระบารมีที่พระองค์สั่งสมมาถึง ๒๐ อสงไขย แสนมหากัป การที่พระพุทธเจ้าชนะมารในคืนวันเพ็ญเดือนวิสาขมาสในครั้งนั้น จึงเป็นการประกาศชัยชนะเหนือโลกธาตุ ทำให้พระองค์ได้รับการสรรเสริญและเฉลิมพระนามว่า พระชินสีห์หรือพระอนันตชิน ซึ่งหมายถึงผู้มีชัยชนะตลอดกาลนั่นเอง
จากเรื่องราวการผจญมารของพระสิทธัตถะมหาบุรุษ จนสำเร็จพระสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระพุทธเจ้า ได้นำมาซึ่งแรงบันดาลใจอันสำคัญให้ Artmuletได้หวนรำลึกถึงพระพุทธคุณอันหาที่สุดมิได้ ของมหาบุรุษผู้เป็นเอกบุรุษแห่งจักรวาล จึงนำมาสู่การรังสรรค์งานประติมากรรมแห่งศรัทธา ครอบน้ำพระพุทธมนต์พุทธามหาปราบ พระพุทธเจ้าชนะมารขึ้น ผ่านพุทธศิลป์ไทยร่วมสมัย ด้วยพุทธลักษณะองค์พระที่อยู่ในปางชนะมารบนฐานบัวที่เป็นงานสองถอด สามารถยกแยกออกเป็นโถน้ำมนต์ หรือไว้เป็นที่เก็บสิ่งของมงคลต่างๆได้ ทั้งนี้เพื่อฝากไว้เป็นสมบัติประจำตัวประจำตระกูลของผู้ครอบครอง และฝากไว้เป็นสมบัติอันล้ำค่าของคนไทยสืบไป
Facebook Inbox: Artmulet
Line ID: @artmulet
เว็บไซต์ :www.artmulet.com


