xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

ฝรั่งเมายา...ชนแล้วหนี ไทยครองเมืองอุบัติเหตุโลก นักท่องเที่ยวเกรดต่ำเกลื่อนเมือง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -  โศกนาฎกรรมสะท้อนภาพประเทศท่องเที่ยวที่ไม่ปลอดภัยกับคนในประเทศ จากกรณีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเสพโคเคนและเมาสุราขับรถมอเตอร์ไซค์พุ่งชนแพทย์ชาวไทยเสียชีวิต ขณะเดินอยู่ริมถนนในพื้นที่เมืองท่องเที่ยว เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี นำสู่การขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดและขยายผลธุรกิจนอมินี ตอกย้ำสถานการณ์อุบัติเหตุบนท้องถนนเมืองไทยสถิติสูงรั้งอันดับโลก โดยมีต่างชาติในคราบนักท่องเที่ยวเป็นตัวแปรก่ออุบัติเหตุรุนแรงบนท้องถนน 

สืบเนื่องจากเหตุการณ์สูญเสีย  รศ.นพ.ธีระศักดิ์ แก้วอมตวงศ์ หรือ “อาจารย์หมอต้น”  อายุ 53 ปี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤต ซึ่งเป็นแพทย์อาสาโรงพยาบาลเกาะพะงัน ถูกมอเตอร์ไซค์พุ่งชนแล้วหลบหนี ขณะเดินออกกำลังกายริมถนนหมู่ 1 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน เมื่อเวลา 21.21 น. ของคืนวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 อาการสาหัสเลือดออกในสมอง ก่อนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 หลังเข้ารับการผ่าตัดและรักษาเป็นเวลา 15 วัน

ต่อมา สภ.เกาะพะงัน ติดตามจับกุมตัว  นายวิลคอค ดันแคน (Mr.Wilcock Duncan ) อายุ 51 ปี สัญชาติอังกฤษ ชายชาวต่างชาติผู้ก่อเหตุและพบปริมาณแอลกอฮอล์และสารเสพติดโคเคนในร่างกาย โดยมีการแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด 7 ข้อหา นำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 แต่นายวิลคอคนําหลักทรัพย์ยื่นคําร้องขอประกันตัวในชั้นศาล และศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างฝากขังได้ โดยกําหนดให้มารายงานตัวต่อศาลทุก 12 วัน และอายัดตัวห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

กระทั่ง 8 มิถุนายน 2569 พนักงานสอบสวน สภ.เกาะพงัน ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมและยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเกาะสมุยให้พิจารณาถอนประกันผู้ต้องหาเนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษเพิ่มขึ้นจากการเสียชีวิตของหมอต้น ประกอบกับกระทำผิดทั้งคดีจราจร, คดีเสพติดยาเสพติด รวมทั้ง คดีนอมินีและคดีเปิดบริษัททัวร์เถื่อน รวม 11 ข้อหา เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี จากนั้นศาลจังหวัดเกาะสมุยได้มีคำสั่งให้เพิกถอนการอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว และออกหมายขังผู้ต้องหาควบคุมตัว ณ เรือนจำอำเภอเกาะสมุย

สำหรับ นายวิลคอค ไม่ได้เป็นเพียงชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย แต่ลักลอบเข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย โดยพบว่าเปิดบริษัทนอมินีทํากิจการเรือนําเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต บริษัท รีฟ ชาร์เตอร์ จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2566 ทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท มีนายจำนอง รุ่งเรือง เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท และจากรสอบสวนปากคำ นายจำนอง คนไทยที่ถือหุ้นในบริษัทนี้ ให้การว่าตนเองเป็นเพียงผู้รับจ้างขับเรือนำเที่ยวให้กับนายวิลคอคเป็นครั้งคราว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคดีที่เกิดขึ้นทาง สภ.เกาะพะงัน ยืนยันว่าจะดําเนินการสืบสวนสอบสวนเป็นไปตามที่กฎหมายให้อํานาจไว้อย่างเป็นกลาง เป็นธรรม และเด็ดขาดในทุกฐานความผิด

กล่าวสำหรับความสูญเสียอาจารย์หมอต้น จากอุบัติเหตุชายชาวอังกฤษเมาและเสพโคเคนขับรถมอเตอร์ไซค์ชนบนเกาะพะงัน กำลังสะท้อนถึงวิกฤตความปลอดภัยของคนในประเทศ เมืองท่องเที่ยวประเทศไทย ไม่ปลอดภัยกับคนในประเทศหรือไม่ อีกทั้ง การบังคับใช้กฎหมายที่หย่อนยาน และช่องโหว่ทางธุรกิจก่อเกิดปัญหานอมินี

ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ผ่านมาภาคการท่องเที่ยวของไทยเน้นนักท่องเที่ยวในเชิงปริมาณมากกว่าคุณภาพ ปล่อยปละให้ชาวต่างชาติในคราบนักท่องเที่ยวแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยเฉพาะกรณีฝรั่งเสพยาเมาเหล้าขับรถชนนายแพทย์ชาวไทยบนเกาะพงัน สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการสร้างสภาพแวดล้อมเมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับพลเมือง

ยิ่งไปกว่านั้น การพบสารโคเคนในร่างกายผู้ก่อเหตุชาวอังกฤษ สะท้อนปัญหา  Drug Tourism การท่องเที่ยวแฝงยาเสพติดที่ฝังตัวอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของไทย สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คนในพื้นที่ต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวงในประเทศตัวเอง ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติบางกลุ่มกลับสามารถใช้ชีวิตเหนือกฎหมาย

เป็นโจทย์ของภาคท่องเที่ยวที่ต้องปรับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ในฐานะประเทศไทยพึ่งพาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การสูญเสียครั้งนี้ตอกย้ำว่าประเทศไทยต้องทบทวนยุทธศาสตร์ระดับชาติการคัดกรองนักท่องเที่ยว เพราะการกระตุ้นเชิงปริมาณมากเกินไป อาจนำมาซึ่งอาชญากรรมและนักท่องเที่ยวที่ขาดจิตสำนึกการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ประเทศไทยต้องหันมาเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงตัวเลขเม็ดเงินระยะสั้น

การสูญเสียอาจารย์หมอต้นต้องไม่สูญเปล่า รัฐบาลควรเร่งปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะปราบปรามธุรกิจนอมินีสีเทา กวาดล้างยาเสพติดในแหล่งท่องเที่ยว และที่สำคัญที่สุด คือ การคืนความยุติธรรมและสร้างความปลอดภัยในชีวิตให้แก่ประชาชนคนไทยทุกคนในฐานะเจ้าของประเทศ

ขณะเดียวกันสถานการณ์อุบัติเหตุบนท้องถนนเมืองไทยยังครองสถิติสูงรั้งอันดับโลก รายงานล่าสุดขององค์การอนามัยโลก (WHO) และเว็บไซต์ Statista บ่งชี้ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงที่สุดในโลก โดยมีอัตราการเสียชีวิตถึง 25.4 คนต่อประชากร 100,000 คนต่อปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกอย่างมาก

ประเทศไทยอยู่ในอับดับ 4 จาก 10 อันดับประเทศที่คนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมากที่สุดในโลก คือ อันดับที่ 1 ประเทศกินี อันดับที่ 2 ประเทศลิเบีย อันดับที่ 3 ประเทศเคนยา อันดับที่ 4 ประเทศไทย อันดับที่ 5 ประเทศซาอุดีอาระเบีย อันดับที่ 6 ประเทศบราซิล อันดับที่ 7 ประเทศอินเดีย อันดับที่ 8 ประเทศสหรัฐอเมริกา อันดับที่ 9 ประเทศเวเนซุเอลา อันดับที่ 10 ประเทศรัสเซีย

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนนเฉลี่ย วันละ 50 ราย หรือเกือบ 18,000 รายต่อปี ซึ่งถือว่าอยู่ในภาวะวิกฤต และส่งผลกระทบทั้งต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างมาก

โดยพบว่ากลุ่มผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ในไทย คิดเป็นมากกว่า 80% ของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนทั้งหมด ปัจจัยสำคัญคือการไม่สวมหมวกกันน็อก การขับขี่เร็วเกินกำหนด และการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับรถ

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ประเมินการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนคิดเป็นมูลค่ากว่า 69,752 ล้านบาทต่อปี หรือประมาณ 3.5% ของ GDP โดยเสนอแนวทาง 4 ประการในการรักษาทุนมนุษย์ คือ 1. ยกระดับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานถนนและยานพาหนะ 2. การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นระบบ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยกำกับดูแล 3. ลดการพึ่งพารถจักรยานยนต์ โดยสนับสนุนระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและมีมาตรฐาน และ 4. การลงทุนด้านความรู้ความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง

กล่าวสำหรับกรณีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเสพโคเคนและเมาสุราขับรถมอเตอร์ไซค์พุ่งชนนำสู่การสูญเสีย “อาจารย์หมอต้น” เผยให้เห็นภัยแทรกซ้อนรูปแบบใหม่ ประชาชนชาวไทยต้องตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมบนท้องถนนจากพฤติกรรมการขับขี่ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไร้สำนึก

ทั้งนี้ ต่างชาติในคราบนักท่องเที่ยวกำลังเป็นตัวแปรซ้ำเติมวิกฤตบนถนน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของไทยกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดยาเสพติด และพฤติกรรมละเมิดกฎหมายจราจรของชาวต่างชาติ จำนวนมากไร้ทักษะขับขี่ แต่สามารถเช่ารถขับขี่ได้ง่าย อีกทั้ง นักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่มีใบขับขี่สากล อีกทั้ง จำนวนไม่น้อยดื่มแอลกอฮอล์และใช้สารเสพติด แล้วออกมาขับขี่โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายไทย

 สุดท้ายภัยคุกคามจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาสร้างปัญหาก่อความเดือดร้อน เป็นสิ่งที่สังคมไทยไม่อาจเพิกเฉยได้อีกต่อไป โดยภาครัฐต้องมุ่งเน้นนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเท่าเทียม.