xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

วิวัฒนาการระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญของสวีเดน (78): ระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรครั้งแรกของสวีเดน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คนแคระบนบ่ายักษ์
ไชยันต์ ไชยพร

 สภาฐานันดรกับกรณีสืบราชบัลลังก์: ปัญหาการเป็นตัวแทนของฐานันดรของตน หรือเป็นตัวแทนของประชาชนในเขตเลือกตั้ง ? ปัญหาในทางหลักการวิชาการหรือเป็นเรื่อง “การเมือง” ?


จากข้อถกเถียงในพิจารณาการแต่งตั้งผู้สืบราชสันตติวงศ์ในที่ประชุมสภา ค.ศ. 1743 ทำให้เกิดประเด็นคำถามขึ้นมาว่า  ตกลงแล้ว สมาชิกของฐานันดรทั้งสาม นักบวช พ่อค้าคนเมืองและชาวนาที่มาจากการเลือกตั้ง ถือเป็นบุคคลสำคัญของฐานันดรของตัวเองทั้งหมด เป็นตัวแทนของฐานันดรเฉพาะ หรือรับผิดชอบต่อผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง ? 
นั่นคือ ปัญหาที่ว่า จะพิจารณาสถานะของสมาชิกฐานันดรในสภาฐานันดรภายใต้หลักการอะไร ระหว่างหลักการของความรับผิดชอบต่อผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง (the principle of responsibility) กับหลักการแห่งความเป็นตัวแทนฐานันดร ?
 Christopher Springer หนึ่งในสมาชิกพรรค the Caps ผู้เป็นคนแรกที่แถลงว่า รัฐธรรมนูญ ค.ศ. 1720 อิงอยู่กับหลักการแห่งความรับผิดชอบต่อผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง (the principle of responsibility) โดยเขาให้เหตุผลว่า ความหมายของคำว่า “ฐานันดร” ตามเจตนารมณ์ในรัฐธรรมนูญ ค.ศ. 1720 ไม่ได้มุ่งหมายให้กินความเฉพาะแค่สมาชิกของฐานันดรที่มาประชุมกันในสภาฐานันดรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประชาชาติทางการเมือง (the political nation) ที่ลงคะแนนเลือกพวกเขามา

ซึ่งคนส่วนใหญ่ในฝ่าย the Caps และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง  Samuel Akerhielm  ผู้นำของพรรคก็มีจุดยืนที่เชื่อในหลักการนี้ด้วย

หรืออีกนัยหนึ่งคือ หากจะให้การลงมติเลือกผู้สืบราชสันตติวงศ์ของที่ประชุมสภาฐานันดรมีความชอบธรรม ก็จะต้องยึดหลักการของความรับผิดชอบที่สมาชิกในฐานันดรต่างๆ ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาในฐานะที่เป็นตัวแทนที่รับผิดชอบต่อผู้ที่เลือกเขามา ไม่ใช่เป็นตัวแทนผลประโยชน์และความต้องการของฐานันดรของตนเท่านั้น

จริงๆ แล้ว Christopher Springer และคนส่วนใหญ่ใน the Caps มิได้มีเจตนาอื่นใดนอกจากจะท้าทายและตั้งคำถามในเชิงทฤษฎีการเมืองและกฎหมายรัฐธรรมนูญ และต้องการให้เกิดข้อตกลงที่ชัดเจนที่เป็นที่รับรู้ร่วมกันถึงสถานะของสมาชิกของฐานันดรและพรรคการเมืองในสภาฐานันดร
แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาคือ ถ้ายอมรับหลักการของความรับผิดชอบดังกล่าวนี้ ย่อมเป็นไปได้ที่จะทักท้วงหรือคัดค้านต่อสถานะของผู้สืบราชสันตติวงศ์ที่สภาฐานันดรลงมติเลือกไปแล้ว เพราะการลงมติที่ผ่านมาดำเนินไปโดยไม่มีการอ้างถึงเสียงหรือความต้องการของประชาชาติ ?

ทางฝ่าย the Hats ยืนยันว่า การตั้งคำถามข้อสงสัยดังกล่าวว่า การลงมติเลือกผู้สืบราชสันตติวงศ์ที่ผ่านไปนั้น ไม่ได้อิงอยู่กับหลักการความรับผิดชอบต่อประชาชาติทางการเมือง (the principle of responsibility) แต่อิงอยู่กับหลักการของการเป็นตัวแทนฐานันดร (the doctrine of principalship/ principalatslaran)

หรือเป็นเรื่อง “การเมือง” มากกว่าจะเป็นเรื่องของหลักการวิชาการ และเป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่าย the Caps ที่จะรื้อฟื้นตั้งสร้างปัญหาข้อสงสัยต่อความถูกต้องชอบธรรมของสถานะผู้สืบราชสันตติวงศ์ของ Adolf Frederick ที่สภาฐานันดรได้ลงมติไปแล้ว

จากข้างต้น นักวิชาการอย่าง  Michael Roberts เห็นว่า ในการยืนยันของฝ่าย the Caps ที่ว่าสถานะของสมาชิกฐานันดรในสภาฐานันดรนั้นตั้งอยู่หลักการความผิดชอบต่อผู้ลงคะแนนเสียง พวกเขาไม่ได้มีเจตนาทางการเมือง แต่เป็นประเด็นทางทฤษฎีการเมืองและกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ควรจะหาข้อตกลงกันให้ชัดเจน แต่ทางฝ่าย the Hats เห็นว่าการตั้งคำถามดังกล่าวนี้เป็นเรื่อง “การต่อสู้การเมือง” หรือเป็น “เครื่องมือทางการเมือง”

ผู้เขียนเห็นว่า แม้ว่า the Caps อาจจะไม่ได้มีเจตนาในทาง “การเมือง” หรือใช้ประเด็นดังกล่าวเป็น “เครื่องมือทางการเมือง” ในการสร้างปัญหาให้กับฝ่าย the Hats แต่ the Hats ก็ต้องพยายามทำให้เห็นว่าเป็นเรื่อง “การเมือง” ให้ได้ ตามที่พวกเขาต้องการใช้ประเด็นการสืบราชสันตติวงศ์เป็นเครื่องมือทางการเมืองที่สร้างความหวาดวิตกของผู้คนโดยเฉพาะพวกอภิชนชั้นสูงและผู้คนในสตอคโฮล์ม อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว
ผู้เขียนเห็นว่า ภายใต้บรรยากาศทางการเมืองที่เป็น “การเมืองแบบฝักฝ่ายที่แตกแยกขัดแย้งกันอย่างรุนแรง” (deeply conflicted partisan politics) การพยายามที่จะถกเถียงหาข้อตกลงเกี่ยวกับประเด็นที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสถานะขององค์กร สถาบันทางการเมืองในรัฐธรรมนูญย่อมจะถูกทำให้กลายเป็นเรื่อง “การ เมือง” หรือการจ้องโจมตีทำลายฝ่ายตรงข้าม

การตั้งข้อถกเถียงเกี่ยวกับประเด็นสำคัญในทางทฤษฎีการเมืองและกฎหมายรัฐธรรมนูญกลายเป็น “เครื่องมือทางการเมือง” ที่ต่างฝ่ายต่างหวาดระแวงต่อกันและใส่ร้ายป้ายสีกันว่า การหยิบยกประเด็นอะไรขึ้นมาก็จะกลายเป็นว่า เพื่อประโยชน์ของฝ่ายตนหรือจ้องทำลายฝ่ายตรงข้ามจนไม่สามารถหาข้อตกลงที่ชัดเจนร่วมกันได้

ซึ่งประเด็นข้อถกเถียงเกี่ยวกับสถานะของสมาชิกฐานันดรทั้งสามที่มาจากการเลือกตั้งนี้ยังคงดำรงอยู่ต่อไปในการเมืองสวีเดน และจะเห็นได้ในบทที่ว่าด้วย การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ค.ศ. 1809 แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครอง ค.ศ. 1809 ก็ยังไม่สามารถหาข้อยุติตกลงเกี่ยวกับสถานะของสภาฐานันดรว่าเป็นตัวแทนของฐานันดรหรือเป็นตัวแทนของชาติ (the National Representation)


 ขณะเดียวกัน หลังการรัฐประหารโดย  Gustav III  ในปี ค.ศ. 1772 ที่ส่งผลให้พรรคการเมืองทั้งสองพรรคต้องสูญสลายไป ปัญหาของสถานการณ์เป็นตัวแทนของพรรคการเมืองก็ได้ยุติลงไปด้วย และแน่นอนว่า ปัญหาข้อสงสัยว่า สภาฐานันดรเป็นตัวแทนของฐานันดรหรือตัวแทนผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่พิจารณาโดยรวมถือได้ว่าเป็นประชาชาติทางการเมืองก็ได้ยุติลงไปด้วย หลังจากที่ Gustav III ได้สถาปนารัฐธรรมนูญ ค.ศ. 1772 ที่ให้อำนาจสูงสุดอยู่ที่สถาบันพระมหากษัตริย์ภายใต้พระมหากษัตริย์ที่เป็นเอกบุคคลหนึ่งเดียว โดยให้พระมหากษัตริย์คือตัวแทนของประชาชนและประชาชาติสวีเดน โดยมิต้องตั้งข้อสงสัยอย่างในกรณีของฐานันดรทั้งสี่ที่มีผลประโยชน์ที่แตกต่างและหลายครั้งที่ขัดแย้งกัน

 ค.ศ. 1744-46: วิกฤตการณ์ทางการเมืองต่อมาของ the Hats: การประชุมสภา ค.ศ. 1746 อิทธิพลต่างชาติต่อพรรคการเมืองสองพรรคในสวีเดน: การเล่นการเมืองระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับพรรคการเมือง the Hats 

แม้ว่า the Hats จะสามารถเอาตัวรอดผ่านวิกฤตในที่ประชุมสภาฐานันดรมาและสามารถฟื้นกลับมาเข้มแข็งได้ แต่รัฐบาลภายใต้ the Hats อยู่ในสถานะที่ล่อแหลมและตกต่ำอย่างยิ่ง เพราะรัฐบาล the Hats ทำให้สวีเดนต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลการครอบงำของรัสเซียที่เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะในการเมืองระหว่างประเทศที่สวีเดนดูจะมีสถานะเป็นรัฐภายใต้การอารักขา (protectorate) ของรัสเซีย หรือการเมืองภายใต้ประเทศที่รัสเซียสามารถกำหนดตัวผู้สืบราชสันตติวงศ์สวีเดนตามที่ต้องการ

นั่นคือ Adolf Frederick

และภายใต้อิทธิพลของรัสเซีย the Hats พยายามอย่างเต็มที่จะหาทางให้สวีเดนเป็นอิสระจากรัสเซียให้ได้ ด้วยเหตุผลที่ the Hats ไม่ได้ฝักใฝ่รัสเซียอยู่แล้ว และทั้งจากต่างประเทศที่จะให้สวีเดนรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่และกลับมาเป็นมหาอำนาจอีกครั้งตามที่ the Hats รณรงค์หาเสียงโจมตีรัฐบาลภายใต้ Horn จนได้ชัยชนะมาในปี ค.ศ. 1738

ในตอนต่อไปจะได้กล่าวถึง  “การพยายามหลุดจากอิทธิพลของรัสเซียของรัฐบาล the Hats: การเล่นการเมืองกับสถาบันพระมหากษัตริย์”